Josh Hotel — ไลฟ์สไตล์โฮเทลย่านอารีย์ ที่ถ่ายรูปเก๋ได้แทบทุกมุม
เดินเข้าซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ ห่างจาก BTS อารีย์เพียงไม่กี่นาที แล้วเจออาคารโทนพาสเทลที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังของ Wes Anderson — Josh Hotel คือไลฟ์สไตล์โฮเทลที่เล่นกับคำว่า "สนุกและมีสไตล์" ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าล็อบบี้ · เปิดปี 2017 มี 86 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำสีพาสเทลที่กลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปของย่าน บาร์ลับ The Key และมิวสิกบาร์ Long Play · อยู่กลางอารีย์ ย่านคาเฟ่และร้านอาหารฮิปที่คนรุ่นใหม่หลงรัก · เริ่มประมาณ ฿1,400/คืน · คะแนน 8.6 จาก 268 รีวิวบน Trip.com และ 4.2 จาก 5 บน TripAdvisor
ภาพรวม Josh Hotel เหมาะกับใคร — ถ้าให้สรุปสั้นที่สุด Josh Hotel คือไลฟ์สไตล์โฮเทลสำหรับคนที่อยากพักในย่านที่ฮิปที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเทพ และชอบโรงแรมที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนมากกว่าโรงแรมเชนทั่วไป · มันไม่ใช่โรงแรมหรูริมแม่น้ำที่ขายความอลังการ และไม่ใช่โฮสเทลราคาประหยัดแบบเตียงรวม แต่เป็นบูทีคไลฟ์สไตล์ระดับ 4 ดาวขนาดกะทัดรัดเพียง 86 ห้อง ที่วางตัวอยู่ในซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท · เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 ภายใต้คอนเซ็ปต์ "We are all about lifestyle and fun" ที่เล่นกับงานดีไซน์โทนพาสเทลแนว Wes Anderson จนกลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปของย่านอารีย์ · ปัจจุบันยังเปิดอยู่และทำผลงานได้ดี โดยได้คะแนน 8.6 จาก 268 รีวิวบน Trip.com และ 4.2 จาก 5 บน TripAdvisor (อันดับราว #93 จากที่พักประเภท specialty lodging กว่า 1,400 แห่งในกรุงเทพ) · เสียงจากรีวิวจริงสะท้อนตรงกันว่าคนที่เหมาะกับที่นี่คือคู่รักสายถ่ายรูป นักเดินทางเดี่ยวที่ชอบบรรยากาศย่านคาเฟ่ กลุ่มเพื่อนที่อยากได้ที่พักมีสระสวยไว้สังสรรค์ และครอบครัวเล็กที่มองหาห้อง Family ในทำเลเดินเที่ยวได้ · ในทางกลับกัน ถ้าคุณตามหาห้องกว้างขวาง ความเงียบสงบ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบมือแบบโรงแรมขนาดใหญ่ Josh Hotel อาจไม่ใช่คำตอบ เพราะจุดขายของที่นี่คือบรรยากาศและสไตล์ ไม่ใช่ขนาดหรือความหรูหรา · พูดง่ายๆ คือเป็นโรงแรมที่ "ขายเวลาในย่านอารีย์" มากกว่าขายเวลาในห้อง
ทำเลและการเดินทาง — นี่คือหนึ่งในจุดขายหลักของ Josh Hotel · โรงแรมตั้งอยู่ในซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ ลึกเข้ามาจากถนนพหลโยธินพอประมาณ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบเมื่อเทียบกับซอยใหญ่ แต่ก็ยัง เดินถึง BTS อารีย์ได้ในราว 7 นาที (ระยะประมาณ 650 เมตร) · จากสถานีอารีย์ขึ้นรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทไปได้ทุกที่ในเมือง — ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแค่ 2 สถานี ต่อไปสยาม ชิดลม อโศก ได้สบาย · ที่สำคัญคือย่านอารีย์เองคือจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่ทางผ่าน เพราะรอบโรงแรมในระยะเดินเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ และร้านขนมฮิปนับไม่ถ้วน · นอกจากนี้ยังใกล้ตลาดนัดจตุจักร (ราว 2 กิโลเมตร) และอนุสาวรีย์ชัยฯ ราว 3 นาทีรถ · เรื่องสนามบิน — ห่างดอนเมือง (DMK) ราว 17 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 25–35 นาทีตามสภาพจราจร และไปสุวรรณภูมิ (BKK) ไกลกว่าพอสมควร ควรเผื่อเวลามากขึ้น · ข้อสังเกตคือซอยอารีย์เป็นเขตที่จอดรถยาก และโรงแรมมีที่จอดเพียงไม่กี่คันแบบมาก่อนได้ก่อน ใครขับรถมาเองควรวางแผนเรื่องนี้ล่วงหน้า · โดยรวมถ้าคุณเดินทางด้วย BTS เป็นหลัก ทำเลนี้ถือว่าลงตัวกับสไตล์การเที่ยวแบบเดินชิลในย่าน
"เดินจาก BTS อารีย์มาแค่ไม่กี่นาที รอบๆ โรงแรมเป็นคาเฟ่กับร้านอาหารเก๋ๆ ทั้งนั้น ตื่นเช้ามาเดินหาของกินได้สบาย ตัวโรงแรมถ่ายรูปสวยทุกมุมจริงอย่างที่เขาว่า สระสีพาสเทลคือไฮไลต์เลย"
ประเภทห้องและการตกแต่ง — Josh Hotel มีห้องพักทั้งหมด 86 ห้อง แบ่งเป็นหลายระดับให้เลือกตามขนาดและงบ · เริ่มจาก Superior Room ขนาดราว 18 ตร.ม. เตียงแฝด ซึ่งเป็นห้องเริ่มต้นที่กะทัดรัดที่สุด เหมาะกับนักเดินทางที่ใช้ห้องแค่นอนแล้วออกไปเที่ยวทั้งวัน · ขยับขึ้นเป็น Deluxe Room และ Cozy Room ขนาดราว 20 ตร.ม. เตียงคิงหรือควีนพร้อมมุมนั่งเล่น · ห้องครอบครัวคือ Family Room ราว 20 ตร.ม. ที่มีทั้งเตียงควีนและเตียงสองชั้น นอนได้ถึงสี่คน เป็นห้องที่หลายรีวิวบอกว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวก · และห้องใหญ่สุดคือ Josh Room ขนาด 40 ตร.ม. เตียงคิง ซึ่งกว้างขวางและตกแต่งจัดเต็มที่สุดในโรงแรม · จุดที่ทำให้ Josh Hotel ต่างจากที่อื่นคือ งานดีไซน์โทนพาสเทลที่หลายคนเทียบกับสไตล์หนัง Wes Anderson — การจัดวางสีที่ละเมียด เฟอร์นิเจอร์วินเทจ และมุมถ่ายรูปที่คิดมาแล้วแทบทุกตารางเมตร ทั้งในห้อง ล็อบบี้ และทางเดิน · หลายรีวิวชมว่าห้องสะอาด เฟอร์นิเจอร์ดูทันสมัย และของในห้องครบสำหรับการพักสั้น ทั้งตู้เย็น เครื่องเป่าผม ทีวี และน้ำดื่ม · แต่เพื่อความตรงไปตรงมา เสียงที่พูดถึงบ่อยที่สุดคือ ห้องค่อนข้างกะทัดรัด โดยเฉพาะห้องระดับ Superior และ Deluxe ที่พอวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่แล้วพื้นที่เดินจะแคบลงทันที · อีกเรื่องที่มีคนเอ่ยถึงคือเตียงบางห้องค่อนข้างแข็งสำหรับบางคน และห้องอาบน้ำมีขนาดเล็ก · ใครที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ แนะนำให้ขยับไปห้อง Family หรือ Josh Room ตั้งแต่ตอนจอง
สิ่งอำนวยความสะดวก สระ และบาร์ — ไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของ Josh Hotel คือ สระว่ายน้ำกลางแจ้งสีพาสเทล ที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมและแทบจะเป็นภาพจำของโรงแรม · สระไม่ได้ใหญ่แบบ lap pool สำหรับว่ายออกกำลังจริงจัง แต่เน้นบรรยากาศ มีห่วงยางและพร็อพให้ถ่ายรูป และช่วงเย็นถึงค่ำเป็นเวลายอดนิยมที่แขกขึ้นมานั่งชิลริมสระ · อีกจุดที่หลายคนชอบคือ The Key บาร์ลับสไตล์สปีกอีซีที่ซ่อนอยู่ในห้องหมายเลข 72 เสิร์ฟค็อกเทลที่ตั้งธีมตามเรื่องราวการเดินทางของ Mr. Josh ตัวละครสมมติของโรงแรม — ความสนุกคือดื่มเสร็จเดินกลับเข้าห้องได้เลย · นอกจากนี้ยังมี มิวสิกบาร์ Long Play ที่เปิดเพลงยุค 90s มีไลฟ์และดีเจ บรรยากาศคึกคักช่วงค่ำ · ฝั่งคาเฟ่และอาหารมี Kaffa คาเฟ่ในโรงแรม และร้านอาหารที่บางช่วงเสิร์ฟเมนูสไตล์ญี่ปุ่นและเมดิเตอร์เรเนียน · สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นได้แก่ Wi-Fi ฟรี ที่รับฝากกระเป๋า ห้องประชุมเล็ก และที่จอดรถจำนวนจำกัด · ต้องบอกตามตรงว่าด้วยขนาดโรงแรมที่เล็ก สิ่งอำนวยความสะดวกจึงไม่ได้ครบแบบโรงแรมใหญ่ ไม่มีฟิตเนสหรือสปาเต็มรูปแบบ — แต่ในแง่บรรยากาศและคาแรกเตอร์ ถือว่าทำได้ดีและมีเอกลักษณ์ในระดับราคานี้
อาหารและบาร์ — เรื่องอาหารของ Josh Hotel เน้นความเป็นไลฟ์สไตล์มากกว่าการเป็นห้องอาหารโรงแรมแบบดั้งเดิม · คาเฟ่และจุดเสิร์ฟอาหารเช้าในโรงแรมเสิร์ฟกาแฟคุณภาพดี เมนูสไตล์คาเฟ่ และของหวาน ซึ่งหลายรีวิวชมเรื่องรสชาติและการจัดจาน เพราะเข้ากับธีมโรงแรมที่ถ่ายรูปสวย · จุดที่ทำให้ Josh ต่างจากโรงแรมทั่วไปคือบรรยากาศบาร์ — ทั้ง The Key บาร์ลับในห้อง 72 ที่เสิร์ฟค็อกเทลธีมการเดินทาง และ Long Play มิวสิกบาร์ยุค 90s ที่มีไลฟ์และดีเจถึงดึก · สำหรับมื้ออื่นๆ ทำเลของโรงแรมช่วยได้มาก เพราะแค่ก้าวออกจากซอยก็เจอร้านอาหารและคาเฟ่ดังของอารีย์เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านขนมไทยร่วมสมัย หรือบาร์เก๋ๆ — หลายคนจึงเลือกออกไปกินข้างนอกมากกว่าทานในโรงแรมทุกมื้อ ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ของการพักในย่านอารีย์ · พูดง่ายๆ คือเรื่องอาหารของ Josh Hotel ไม่ใช่จุดที่ต้องมาเพื่อกินในโรงแรมเป็นหลัก แต่เป็นส่วนเสริมที่ทำได้ดีในเชิงบรรยากาศ และสอดรับกับสไตล์การพักแบบใช้โรงแรมเป็นฐานออกไปสำรวจย่าน · ใครที่ชอบดื่มสังสรรค์ตอนค่ำ บาร์ในโรงแรมถือเป็นแต้มต่อที่หาไม่ได้ง่ายในโรงแรมขนาดเท่ากัน
บริการ — เรื่องบริการเป็นอีกจุดที่ได้คำชมค่อนข้างสม่ำเสมอในรีวิวจริง · พนักงานหลายคนถูกเอ่ยถึงว่าเป็นมิตร ยิ้มแย้ม และช่วยเหลือดี บางรีวิวเล่าว่าได้รับน้ำเย็นต้อนรับตั้งแต่ตอนเช็คอิน และทีมงานช่วยแนะนำร้านอาหาร คาเฟ่ และที่เที่ยวในย่านอารีย์ได้ดี เหมาะกับคนที่มาครั้งแรกและอยากได้คำแนะนำแบบคนในพื้นที่ · ด้วยความที่เป็นโรงแรมขนาดเล็ก การบริการจึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นกันเองมากกว่าโรงแรมเชนใหญ่ · แต่เพื่อความตรงไปตรงมา มีบางเสียงในรีวิวที่สะท้อนว่า การบริการบางครั้งไม่สม่ำเสมอ — มีรีวิวหนึ่งที่ผิดหวังเรื่องการขอใบเสร็จและรู้สึกว่าการตอบสนองไม่ตรงกับภาพลักษณ์เก๋ๆ บนโซเชียล · โดยภาพรวมยังถือว่าบริการเป็นจุดแข็ง แต่อาจมีความแปรปรวนตามช่วงเวลาและพนักงานที่เจอ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ในโรงแรมบูทีคขนาดเล็กที่ทีมงานไม่มาก
เสียงจากรีวิวจริง (ทั้งชมและติ) — รวบรวมจาก Trip.com, Booking.com และ TripAdvisor แล้วภาพที่ได้ค่อนข้างสอดคล้องกัน · ฝั่งคำชม: งานดีไซน์และบรรยากาศที่ถ่ายรูปเก๋ทุกมุม, สระว่ายน้ำสีพาสเทลที่สวยและเป็นแลนด์มาร์ก, ทำเลกลางอารีย์ที่เดินถึงคาเฟ่และร้านอาหารฮิปได้สบาย, พนักงานเป็นมิตรและช่วยเหลือดี, บาร์ลับ The Key และมิวสิกบาร์ Long Play ที่ให้บรรยากาศสนุก, และราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับสไตล์ที่ได้ · ฝั่งข้อสังเกต: เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ขนาดห้องที่กะทัดรัด โดยเฉพาะห้องระดับเริ่มต้นที่พอวางกระเป๋าใหญ่แล้วรู้สึกแคบ · รองลงมาคือ เรื่องเสียง — ทั้งเสียงจากทางเดิน เสียงกิจกรรมริมสระในบางช่วง และเสียงบาร์ในย่าน ทำให้คนที่หลับยากอาจรบกวนได้ · นอกจากนี้ยังมีเสียงเรื่องเตียงบางห้องค่อนข้างแข็ง, แอร์บางห้องคุมอุณหภูมิหรือเสียงดังไม่สม่ำเสมอ, ห้องอาบน้ำเล็ก, และที่จอดรถที่มีจำกัดมาก · ข้อติเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่จัดการได้ด้วยการเลือกประเภทห้องและการตั้งความคาดหวังให้ถูกว่านี่คือบูทีคไลฟ์สไตล์ขนาดเล็ก ไม่ใช่โรงแรมห้องกว้างเงียบสงบ
"โรงแรมสวยมาก ถ่ายรูปออกมาเก๋ทุกมุมจริง พนักงานน่ารัก สระน้ำสีพาสเทลคือไฮไลต์ · ติดอย่างเดียวคือห้องเล็กกว่าที่คิด พอเอากระเป๋าเดินทางเข้าไปแล้วพื้นที่เดินเหลือน้อย รอบหน้าถ้ามากันหลายคนน่าจะอัปเป็นห้องใหญ่"
เทียบราคาและความคุ้มค่า — ราคาเริ่มต้นของ Josh Hotel อยู่ที่ประมาณ ฿1,400/คืน สำหรับห้อง Superior ในช่วงราคาปกติ และขยับขึ้นไปได้ราว ฿2,000–2,500 ในช่วง high season หรือวันหยุดยาว · ห้องใหญ่อย่าง Family Room และ Josh Room จะอยู่ในช่วงราว ฿2,200 ขึ้นไปจนถึงราว ฿3,500+ ตามขนาดและช่วงเวลา · ราคาเฉลี่ยที่ OTA แสดงอยู่ราว ฿2,200/คืน · เมื่อเทียบกับโรงแรมบูทีคดีไซน์ในย่านสุขุมวิทหรือทองหล่อที่มักเริ่มสูงกว่า Josh Hotel ให้ความรู้สึก คุ้มค่ามากในกลุ่มไลฟ์สไตล์โฮเทลราคาเข้าถึงได้ โดยเฉพาะเมื่อนับรวมงานดีไซน์ที่จัดเต็ม สระว่ายน้ำที่ถ่ายรูปสวย และบาร์ในโรงแรมที่ให้บรรยากาศพิเศษ · จุดที่ต้องชั่งใจคือถ้าคุณเอาความกว้างของห้องเป็นหลัก งบเท่านี้ในย่านอื่นอาจได้ห้องใหญ่กว่า แต่จะไม่ได้คาแรกเตอร์และทำเลย่านอารีย์แบบนี้ · ถ้าคุณวางแผนใช้โรงแรมเป็นฐานเดินเที่ยวคาเฟ่และร้านอาหารของอารีย์ พร้อมเก็บภาพสวยๆ ระหว่างพัก เงินที่จ่ายไปถือว่าได้กลับมาคุ้มในเชิงประสบการณ์
ข้อควรรู้ก่อนจอง — มีหลายอย่างที่ช่วยให้การพักราบรื่นขึ้น · หนึ่ง ถ้าคุณมากันหลายคนหรือมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ให้ขยับไปจองห้อง Family Room หรือ Josh Room ตั้งแต่แรก เพราะห้องระดับเริ่มต้นค่อนข้างกะทัดรัด · สอง ถ้าคุณหลับยากหรือไวต่อเสียง ให้ระบุตั้งแต่ตอนจองว่าขอห้องที่ไม่ติดสระ ไม่ติดบาร์ และไม่อยู่ติดทางเดินหลัก เพราะมีเสียงกิจกรรมในบางช่วง · สาม ถ้าขับรถมาเองให้เผื่อใจเรื่องที่จอด เพราะโรงแรมมีที่จอดเพียงไม่กี่คันแบบมาก่อนได้ก่อน และซอยอารีย์จอดยาก — เดินทางด้วย BTS อารีย์จะสะดวกกว่ามาก · สี่ ถ้าอยากได้ห้องที่ตกแต่งจัดเต็มและกว้างที่สุด เลือก Josh Room ขนาด 40 ตร.ม. · ห้า เลือกแบบ free cancellation ไว้ก่อนถ้าแผนยังไม่แน่นอน และเทียบราคาหลายแพลตฟอร์มเพราะราคามักขยับตามช่วงเวลา · หก ใครที่มาเพื่อถ่ายรูปเป็นหลัก ช่วงเช้าก่อนคนเยอะและช่วงเย็นแสงสวยคือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับมุมสระ
สรุป — จากเสียงรีวิวจริงทั้งหมด Josh Hotel คือโรงแรมที่เหมาะที่สุดสำหรับ คนที่อยากพักในย่านอารีย์ในงบจับต้องได้ พร้อมงานดีไซน์ที่มีคาแรกเตอร์และมุมถ่ายรูปจัดเต็ม · สระว่ายน้ำสีพาสเทล บาร์ลับ The Key มิวสิกบาร์ Long Play และทำเลที่เดินถึงคาเฟ่กับร้านอาหารฮิปของอารีย์ ทำให้มันมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้ยากในราคานี้ · ถ้าคุณมองหาห้องกว้างขวาง ความเงียบสงบ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบมือแบบโรงแรมขนาดใหญ่ ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ และควรพิจารณาโรงแรม 4–5 ดาวในย่านสุขุมวิทแทน · แต่สำหรับทริปเที่ยวเมืองที่อยากได้ที่พักมีสไตล์ในย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเทพ พร้อมเก็บภาพสวยๆ และดื่มชิลในบาร์ของโรงแรมเอง — Josh Hotel คือตัวเลือกที่ตอบความต้องการนั้นได้แทบจะลงตัว และเป็นเหตุผลที่มันยังเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปของย่านอารีย์มาหลายปี
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ งานดีไซน์โทนพาสเทลถ่ายรูปเก๋ทุกมุม มีคาแรกเตอร์ชัดเจน
- ✓ ทำเลกลางอารีย์ เดินถึง BTS และคาเฟ่ร้านอาหารฮิปได้สบาย
- ✓ สระว่ายน้ำสีพาสเทลสวย พร้อมบาร์ลับ The Key และมิวสิกบาร์
- ✓ พนักงานเป็นมิตรและช่วยแนะนำที่เที่ยวในย่านได้ดี
- ! ห้องค่อนข้างกะทัดรัด โดยเฉพาะห้องระดับเริ่มต้น
- ! ได้ยินเสียงจากทางเดิน สระ และบาร์ในบางช่วง
- ! เตียงบางห้องค่อนข้างแข็งและห้องอาบน้ำเล็ก
- ✓ ราคาจับต้องได้เมื่อเทียบกับสไตล์และทำเลที่ได้
- ✓ ห้อง Family และ Josh Room คุ้มค่าสำหรับกลุ่มและครอบครัว
- ✓ บรรยากาศไลฟ์สไตล์ มีบาร์ในโรงแรมให้ดื่มชิลตอนค่ำ
- ✓ ใกล้ตลาดนัดจตุจักรและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
- ! ที่จอดรถมีจำกัดมาก ซอยอารีย์จอดยาก
- ! การบริการบางครั้งไม่สม่ำเสมอตามช่วงเวลา
- ! แอร์บางห้องคุมอุณหภูมิหรือเสียงไม่สม่ำเสมอ
- 💡ถ้าคุณต้องการห้องกว้างวางกระเป๋าสบาย — ห้องระดับเริ่มต้นค่อนข้างกะทัดรัด พอวางกระเป๋าใหญ่แล้วแคบ → ขยับไปจองห้อง Family Room หรือ Josh Room 40 ตร.ม. ตั้งแต่แรก
- 💡ถ้าคุณหลับยากและไวต่อเสียง — มีเสียงจากทางเดิน สระ และบาร์ในย่านในบางช่วง → ขอห้องที่ไม่ติดสระ ไม่ติดบาร์ และไม่อยู่ติดทางเดินหลักไว้ตั้งแต่จอง
- 💡ถ้าคุณขับรถมาเองและต้องการที่จอด — โรงแรมมีที่จอดเพียงไม่กี่คันแบบมาก่อนได้ก่อน ซอยอารีย์จอดยาก → เดินทางด้วย BTS อารีย์จะสะดวกกว่ามาก