หน้าแรก จุดหมาย รีวิวโรงแรม เกี่ยวกับเรา ติดต่อ 🇹🇭 ไทย 🇬🇧 English 🇨🇳 中文 🇪🇸 Español 🇫🇷 Français
Mori Natural Farm
🌿 Farm Stay ญี่ปุ่น-ลานนา 📍 ดอยโป่งแยง · ใกล้ม่อนแจ่ม
9 / 10
🇹🇭 ดอยโป่งแยง · แม่ริม · ใกล้ม่อนแจ่ม · เชียงใหม่
Mori Natural Farm
Farm Stay สไตล์ญี่ปุ่น · สวนผักออร์แกนิก · 4 หลังพักส่วนตัว · อ่างแช่น้ำร้อน
บ้านพักไม้สไตล์ญี่ปุ่นของ Mori Natural Farm ท่ามกลางสวนและทิวเขาโป่งแยง
มุมสวนผักออร์แกนิกและลานนั่งเล่นของ Mori Natural Farm บนดอยแม่ริม
ประเภท
ฟาร์มสเตย์สไตล์ญี่ปุ่น
คะแนนรีวิว
9 / 10
ราคาเริ่มต้น
฿3,300 /หลัง
ห้องพัก
4 หลังพักส่วนตัว
ย่าน
โป่งแยง แม่ริม ~45 นาที เมืองเชียงใหม่
จองเลย →
Review · รีวิว
📅 อัปเดตล่าสุด พฤษภาคม 2026 · ตรวจสอบราคาและข้อมูลแล้ว

Mori Natural Farm — ฟาร์มสเตย์สไตล์ญี่ปุ่น บนดอยโป่งแยง ที่ทำให้รู้สึกเหมือนไปพักบ้านญาติกลางสวนผัก

ลองนึกภาพ: ตื่นเช้ามาในบ้านไม้กลิ่นอายญี่ปุ่น เปิดประตูบานเลื่อนออกไปเจอสวนผักออร์แกนิกเขียวสด หมอกบางลอยเหนือทิวเขาโป่งแยง แล้วมีสุนัขอาคิตะตัวใหญ่เดินมาทักทาย — Mori Natural Farm คือฟาร์มสเตย์เล็ก ๆ สไตล์ญี่ปุ่นผสมลานนา บนดอยตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับม่อนแจ่ม · จุดเด่นคือ บ้านพักส่วนตัวเพียง 4 หลัง แต่ละหลังมีอ่างแช่น้ำร้อนขนาดใหญ่ ชุดยูกาตะให้ใส่ และอาหารเช้าญี่ปุ่นทำสดจากวัตถุดิบในสวน · เริ่มประมาณ ฿3,300/หลัง — ที่พักที่หลายคนบอกว่ามาแล้ว "ไม่อยากกลับ"

บทวิจารณ์จากทีมงาน · Our Full Review

เริ่มจากภาพรวมก่อน: Mori Natural Farm ไม่ใช่โรงแรมในตัวเมืองเชียงใหม่ และไม่ใช่รีสอร์ตหรูราคาหลักหมื่น · มันคือฟาร์มสเตย์ขนาดเล็กที่ครอบครัวเจ้าของตั้งใจทำขึ้นบนดอยแถบตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม ในโซนเดียวกับม่อนแจ่มที่หลายคนคุ้นชื่อ · คำว่า "Mori" (森) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "ป่า" ซึ่งสะท้อนคอนเซ็ปต์ของที่นี่ได้ตรงมาก — บ้านพักไม่กี่หลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผักออร์แกนิก ต้นไม้ และทิวเขา · จุดที่ทำให้ Mori แตกต่างจากที่พักดอยทั่วไปคือการหยิบกลิ่นอายญี่ปุ่นมาผสมกับความเป็นบ้านสวนลานนาได้อย่างกลมกลืน ไม่ใช่แค่ติดป้ายว่าญี่ปุ่นแล้วจบ แต่ลงรายละเอียดตั้งแต่อ่างแช่น้ำร้อน ชุดยูกาตะ ไปจนถึงอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ทำจากวัตถุดิบในฟาร์มเอง

ใครเหมาะกับที่นี่ · ถ้าคุณเป็นคู่รักที่อยากได้ทริปเงียบ ๆ ส่วนตัว เป็นคนชอบบรรยากาศญี่ปุ่นแต่ยังไม่อยากบินไกล หรือเป็นสายธรรมชาติที่อยากตื่นมาเดินในสวนผัก ให้อาหารสัตว์ และนั่งจิบกาแฟมองภูเขา — ที่นี่เข้าทางคุณมาก · เพราะมีแค่ 4 หลัง ความเป็นส่วนตัวจึงสูง ไม่มีบรรยากาศพลุกพล่านแบบโรงแรมใหญ่ · กลุ่มเพื่อนสนิทหรือครอบครัวเล็กที่อยากเหมาบ้านทั้งหลังก็มาได้ · ในทางกลับกัน ถ้าคุณวางแผนเที่ยวในเมืองทุกวัน อยากเดินนิมมานฯ ถนนคนเดิน หรือไหว้วัดในเขตเมืองเก่าเป็นหลัก การมาพักบนดอยที่ห่างออกไปเกือบชั่วโมงอาจไม่สะดวก · และถ้าคุณคาดหวังสิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบรีสอร์ตห้าดาว — สระว่ายน้ำ ฟิตเนส รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง — ที่นี่ไม่มีสิ่งเหล่านั้น เพราะมันคือฟาร์มสเตย์ที่เน้นความเรียบง่ายและอบอุ่นมากกว่าความหรู

ทำเลและการเดินทาง · ที่อยู่คือ 88/9 หมู่ 3 บ้านม่วงคำ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ · จากตัวเมืองเชียงใหม่ขับรถขึ้นดอยประมาณ 40–50 นาที ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและสภาพจราจร · จากสนามบินเชียงใหม่ (CNX) ก็ราว ๆ ชั่วโมงเช่นกัน · เส้นทางช่วงท้ายเป็นถนนขึ้นเขาคดเคี้ยวแบบเดียวกับที่ขึ้นม่อนแจ่ม รถเก๋งทั่วไปขึ้นได้ แต่ควรขับด้วยความระวัง โดยเฉพาะหน้าฝนที่ถนนลื่นและหมอกลงจัด · ใกล้ที่พักมีจุดเที่ยวหลายแห่ง เช่น โป่งแยงซิปไลน์ที่ห่างไปราว 10 นาที สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และม่อนแจ่ม · ข้อควรรู้ที่เสียงรีวิวจริงพูดถึงบ่อยคือ ทางเดินจากลานจอดรถขึ้นไปยังตัวบ้านเป็นทางลาดชัน ผู้สูงอายุหรือคนที่เดินขึ้นเนินไม่ไหวควรเผื่อใจและสอบถามทางฟาร์มล่วงหน้าเรื่องการขนกระเป๋า · ข้อดีของทำเลคือความเงียบและวิวภูเขาแบบเต็มตา ส่วนข้อแลกเปลี่ยนคือออกไปข้างนอกได้ไม่สะดวกนัก ควรวางแผนเที่ยวจุดใกล้ ๆ ในวันเดียวมากกว่าวิ่งขึ้นลงเมืองหลายรอบ

บ้านพักไม้สไตล์ญี่ปุ่นของ Mori Natural Farm ท่ามกลางสวนและทิวเขาโป่งแยง

ห้องพักและการตกแต่ง · นี่คือหัวใจของ Mori Natural Farm · ที่พักมีเพียง 4 หลัง แต่ละหลังเป็นบ้านส่วนตัวที่มีคาแร็กเตอร์ต่างกัน — บ้านเรียวคัง สไตล์เรือนพักญี่ปุ่นสำหรับ 2 ท่าน, บ้านหลองข้าว ที่หยิบรูปทรงยุ้งข้าวลานนามาตีความใหม่, บ้านคอทเทจ อบอุ่นแบบบ้านสวน และ บ้านวาบิซาบิ ที่ตั้งชื่อตามปรัชญาความงามแบบเรียบง่ายของญี่ปุ่น พักได้ถึง 4 ท่าน · จุดที่เสียงรีวิวจริงชมตรงกันคือการตกแต่งที่ผสมไม้ โทนสีอุ่น ประตูบานเลื่อน และของแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นได้กลมกล่อม ไม่รก ไม่จัดเกินไป · ทุกหลังมี อ่างแช่น้ำร้อนขนาดใหญ่ ที่หลายคนยกให้เป็นพระเอก — แช่อุ่น ๆ ตอนเย็นหลังอากาศบนดอยเริ่มเย็น แล้วเปลี่ยนเป็น ชุดยูกาตะกับรองเท้าญี่ปุ่น ที่ทางฟาร์มเตรียมไว้ให้ ทำให้ฟีลญี่ปุ่นสมบูรณ์ขึ้น · สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องมีแอร์ ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ห้องน้ำในตัว และ Wi-Fi · ข้อสังเกตคือบ้านแต่ละหลังขนาดไม่ใหญ่มาก เน้นความอบอุ่นกระชับมากกว่าพื้นที่กว้าง ใครคาดหวังห้องสวีทขนาดใหญ่อาจต้องปรับความคาดหวัง

"บ้านหลังไม่ใหญ่ แต่ตกแต่งแบบญี่ปุ่นน่ารักมาก แช่น้ำร้อนในอ่างใหญ่ ๆ ตอนเย็น ใส่ยูกาตะเดินเล่นในสวน — รู้สึกเหมือนไปพักบ้านญาติที่ญี่ปุ่น ไม่ใช่โรงแรม"

มุมสวนผักออร์แกนิกและลานนั่งเล่นของ Mori Natural Farm บนดอยแม่ริม

สิ่งอำนวยความสะดวก สวน และการแช่น้ำร้อน · ต้องเข้าใจก่อนว่า Mori Natural Farm เป็นฟาร์มสเตย์ ไม่ใช่รีสอร์ตใหญ่ จึงไม่มีสระว่ายน้ำหรือฟิตเนส · แต่สิ่งที่ที่นี่มีและทำได้ดีคือ สวนผักออร์แกนิก ที่ปลูกผักและไม้ดอกไว้ใช้ในครัวและให้แขกเดินชม · มีมุมนั่งเล่น ลานกลางแจ้ง เตาผิงกลางแจ้ง (outdoor fireplace) และอ่างน้ำร้อน/ฮอตทับให้แช่ผ่อนคลาย · กิจกรรมที่หลายคนในรีวิวประทับใจคือการ ออกไปให้อาหารสัตว์ในฟาร์มตอนเช้า และเดินสำรวจแปลงผัก ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากโรงแรมในเมือง · ต้องย้ำให้ชัดว่า "การแช่น้ำร้อน" ที่นี่คือ อ่างแช่น้ำอุ่นในห้องพัก ไม่ใช่ออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติ — ใครที่ตามหาออนเซ็นแร่จริง ๆ ควรเข้าใจจุดนี้ก่อนจอง · แต่สำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศแช่น้ำอุ่นแบบญี่ปุ่นในราคาที่เข้าถึงง่าย ที่นี่ให้ฟีลนั้นได้ในงบที่สมเหตุสมผล

อาหารและคาเฟ่ · อีกหนึ่งจุดที่ Mori ถูกพูดถึงบ่อยคือเรื่องอาหาร · ที่นี่มีห้องอาหารและคาเฟ่ที่เปิดให้คนทั่วไปแวะได้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะแขกที่พัก · ครัวเน้น อาหารญี่ปุ่นที่ทำจากวัตถุดิบสดในสวนผักออร์แกนิกของฟาร์มเอง · จุดที่รีวิวจริงชมซ้ำ ๆ คือ อาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่น ที่เสิร์ฟเป็นชุด มีเมนูอย่างข้าวหน้าปลาซาบะย่างที่หลายคนบอกว่าอร่อยจริง · บรรยากาศการกินก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ — นั่งกินมองวิวภูเขาและสวน อากาศเย็นสบาย · ราคาอาหารในคาเฟ่อยู่ในช่วงราว 101–250 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับที่พักบนดอย · ข้อควรรู้คือเพราะอยู่บนดอยห่างไกล ตัวเลือกร้านอาหารนอกฟาร์มมีจำกัด การกินในฟาร์มจึงเป็นทางหลัก ควรเผื่องบส่วนนี้ไว้ และถ้าจะกินมื้อค่ำควรสอบถาม/แจ้งทางฟาร์มล่วงหน้า เพราะเป็นครัวเล็กที่ทำสดเป็นรอบ

บริการและเจ้าของ · นี่คือจุดที่ทำให้ Mori Natural Farm มีเสน่ห์เฉพาะตัว · ด้วยขนาดที่เล็กและการดูแลแบบครอบครัวเจ้าของ เสียงจากรีวิวจริงพูดถึง ความเป็นกันเองเหมือนไปพักบ้านญาติ มากกว่าการเช็กอินโรงแรม · พนักงานและเจ้าของได้รับคำชมว่าอบอุ่น ใส่ใจ และช่วยเหลือดี ตั้งแต่แนะนำจุดเที่ยวใกล้เคียงไปจนถึงดูแลเรื่องอาหาร · และที่ขาดไม่ได้คือ สุนัขพันธุ์อาคิตะ ที่เป็นเหมือนเจ้าบ้านคอยต้อนรับแขก หลายรีวิวเล่าถึงน้องหมาด้วยความเอ็นดู กลายเป็นเสน่ห์เล็ก ๆ ที่ทำให้คนจำที่นี่ได้ · สำหรับคนรักสัตว์ นี่คือข้อดี แต่ถ้าใครแพ้ขนสัตว์หรือกลัวสุนัขตัวใหญ่ ควรพิจารณาและแจ้งทางฟาร์มล่วงหน้า · นอกจากนี้ยังมีบ้านประเภท Dog-Friendly สำหรับคนที่อยากพาน้องหมาของตัวเองมาเที่ยวด้วย

ภายในบ้านพักตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น มีอ่างแช่น้ำร้อนและมุมพักผ่อนมองวิวภูเขา

จุดเที่ยวใกล้เคียงที่จับคู่กับการพักได้ดี · เพราะ Mori อยู่บนดอยโซนโป่งแยง การวางแผนเที่ยวจุดใกล้ ๆ ในวันเดียวจึงเข้าท่ากว่าการลงไปเที่ยวในเมือง · จุดยอดนิยมที่ใกล้ที่สุดคือ ม่อนแจ่ม ที่มีไร่ดอกไม้ ไร่สตรอว์เบอร์รีตามฤดู และจุดชมวิวทะเลหมอก · โป่งแยงซิปไลน์ ที่ห่างเพียงราว 10 นาทีสำหรับคนชอบกิจกรรมผจญภัย · ถัดลงมาทางแม่ริมมี สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่เดินชมได้ทั้งวัน และโครงการหลวงหนองหอย · รวมถึงคาเฟ่บนดอยอีกหลายแห่งที่วิวดี เหมาะนั่งจิบกาแฟยามบ่าย · การจัดทริปแบบ "เช้าให้อาหารสัตว์ในฟาร์มและกินอาหารเช้า สาย ๆ ออกไปม่อนแจ่มหรือคาเฟ่ บ่ายกลับมาแช่น้ำร้อนในบ้าน" คือรูปแบบที่ลงตัวที่สุดสำหรับที่พักทำเลแบบนี้

เสียงจากรีวิวจริง — ทั้งที่ชมและที่ติ · ฝั่งคำชม คนส่วนใหญ่ยกให้เรื่องบรรยากาศที่สวยและสงบ วิวภูเขาเขียวขจี การตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นที่น่ารักลงตัว อ่างแช่น้ำร้อนในห้อง ชุดยูกาตะ อาหาร (โดยเฉพาะอาหารเช้าญี่ปุ่น) ที่อร่อย สวนผักออร์แกนิก และความเป็นกันเองของเจ้าของกับน้องหมาอาคิตะ · มีรีวิวที่ถึงกับบอกว่า "ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ" และแนะนำต่อสำหรับคนที่หาที่พักธรรมชาติในเชียงใหม่ · ฝั่งข้อสังเกต ที่พบบ่อยคือเรื่อง ทางเดินขึ้นบ้านที่ลาดชัน ซึ่งลำบากสำหรับผู้สูงอายุหรือคนที่เดินขึ้นเนินไม่ไหว · การเดินทางขึ้นดอยที่ไกลและถนนคดเคี้ยว ทำให้ออกไปเที่ยวในเมืองไม่สะดวก · และเพราะเป็นที่พักเล็กที่มีแค่ 4 หลัง ใครอยากมาช่วงไฮซีซันต้องจองล่วงหน้า เพราะห้องเต็มเร็ว · ตัวเลขคะแนนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก สอดคล้องกับภาพรวมว่าเป็นที่พักเล็กที่ทำคอนเซ็ปต์ได้น่าประทับใจ แม้จำนวนรีวิวจะยังไม่มากเท่าโรงแรมใหญ่

Mori Natural Farm

เทียบราคาและความคุ้มค่า · ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ ฿3,300/หลัง สำหรับช่วงโปรโมชันหรือนอกฤดูท่องเที่ยว และขยับขึ้นได้ตามประเภทบ้านและช่วงพีก บางแพ็กเกจ/บางหลังในช่วงไฮซีซันอาจสูงกว่านี้พอสมควร · เมื่อเทียบกับรีสอร์ตเรียวกังออนเซ็นบนดอยแม่ริมที่ราคาหลายพันถึงหลักหมื่นต่อคืน Mori ถือว่า เข้าถึงง่ายกว่ามากสำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นในงบประหยัด · ความคุ้มจะสูงสุดเมื่อคุณตั้งใจมาพักผ่อนในฟาร์มจริง ใช้อ่างแช่น้ำร้อน ใส่ยูกาตะ เดินสวน ให้อาหารสัตว์ กินอาหารเช้าในฟาร์ม และไม่เร่งออกไปไหน · แต่ต้องเข้าใจว่าราคานี้แลกมากับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรียบง่าย ไม่มีสระ ไม่มีบริการระดับรีสอร์ตหรู และต้องยอมรับเรื่องการเดินทางขึ้นดอยกับทางเดินที่ชัน · ถ้าตั้งความคาดหวังให้ตรง — ฟาร์มสเตย์อบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นในธรรมชาติ ไม่ใช่โรงแรมหรู — Mori ให้ความคุ้มค่าที่หาได้ยากในระดับราคานี้

ข้อควรรู้ก่อนจอง · หนึ่ง เรื่องการเดินทาง — เผื่อเวลาขึ้นดอยอย่างน้อย 40–60 นาทีจากตัวเมือง ถนนช่วงท้ายคดเคี้ยวขึ้นเขา ถ้าหน้าฝนให้ขับระวังเป็นพิเศษ · สอง ทางเดินจากลานจอดรถขึ้นบ้านลาดชัน ถ้ามากับผู้สูงอายุหรือมีกระเป๋าหนักให้สอบถามฟาร์มล่วงหน้า · สาม อากาศบนดอยเย็นกว่าในเมือง โดยเฉพาะเช้าและกลางคืนในฤดูหนาว ควรเตรียมเสื้อกันหนาว · สี่ มีเพียง 4 หลัง ช่วงไฮซีซัน (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) และวันหยุดยาวควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ · ห้า "การแช่น้ำร้อน" ที่นี่เป็นอ่างแช่น้ำอุ่นในห้อง ไม่ใช่ออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติ ทำความเข้าใจก่อนจองเพื่อไม่ให้คาดหวังผิด · หก เผื่องบค่าอาหารในฟาร์มเพราะร้านนอกมีน้อย และถ้าต้องการมื้อค่ำควรแจ้งล่วงหน้า · เจ็ด มีน้องหมาอาคิตะในพื้นที่ ใครแพ้ขนสัตว์หรือกลัวสุนัขควรพิจารณา

สรุป · Mori Natural Farm คือหนึ่งในฟาร์มสเตย์สไตล์ญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งของโซนโป่งแยง แม่ริม เชียงใหม่ · จุดแข็งคือคอนเซ็ปต์ญี่ปุ่น-ลานนาที่ลงรายละเอียดจริง บ้านพักส่วนตัวเพียง 4 หลังที่เป็นกันเองเหมือนพักบ้านญาติ อ่างแช่น้ำร้อนและชุดยูกาตะ สวนผักออร์แกนิก อาหารเช้าญี่ปุ่นที่ได้คำชม และน้องหมาอาคิตะที่กลายเป็นเอกลักษณ์ · ข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องยอมรับคือทำเลบนดอยที่ห่างจากเมือง การเดินทางขึ้นดอยและทางเดินที่ชัน สิ่งอำนวยความสะดวกที่เรียบง่าย และการที่อ่างแช่น้ำร้อนไม่ใช่ออนเซ็นแร่ · ถ้าคุณมองหาทริปพักผ่อนแบบช้าลง อยากอยู่กับธรรมชาติ ได้บรรยากาศญี่ปุ่นในงบที่จับต้องได้ และให้ที่พักเป็นจุดหมายของทริป Mori ส่งมอบประสบการณ์อบอุ่นที่หาได้ยากในระดับราคานี้ · แต่ถ้าหัวใจของทริปคือการเที่ยวในเมืองทุกวันและต้องการความสะดวกครบถ้วนแบบโรงแรม การเลือกที่พักในเมืองน่าจะเหมาะกับคุณมากกว่า

🌿
ฟาร์มสเตย์ญี่ปุ่น-ลานนา 4 หลัง
บ้านพักส่วนตัวเพียง 4 หลัง ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นผสมลานนา ท่ามกลางสวนผักออร์แกนิกและทิวเขาโป่งแยง
🛁
อ่างแช่น้ำร้อน + ชุดยูกาตะ
ทุกหลังมีอ่างแช่น้ำร้อนขนาดใหญ่ พร้อมชุดยูกาตะและรองเท้าญี่ปุ่น ให้ฟีลพักเรียวคังในงบประหยัด
🐕
อาหารเช้าญี่ปุ่น + น้องหมาอาคิตะ
อาหารเช้าญี่ปุ่นทำสดจากสวนผักของฟาร์ม สุนัขอาคิตะคอยต้อนรับ บรรยากาศอบอุ่นเหมือนพักบ้านญาติ
คะแนนของเรา · Our Rating
9.0
จาก 10 คะแนน
รวม 42+ รีวิว
บรรยากาศ
9.4
บริการ
9.2
ความสะอาด
9.0
ห้องพัก
8.9
อาหาร
9.1
ทำเล
8.0
สรุปจากแขกจริง · Guest Reviews Summary

สรุปจาก Booking & Agoda

Booking.com
หลายร้อยรีวิว
8.8 / 10
✦ จุดเด่น
  • บรรยากาศสวยและสงบ วิวภูเขาเขียวขจี เหมือนหลุดไปฟาร์มญี่ปุ่น
  • บ้านพักส่วนตัวเพียง 4 หลัง เป็นกันเองเหมือนพักบ้านญาติ
  • อ่างแช่น้ำร้อนในห้องและชุดยูกาตะ ทำให้ฟีลญี่ปุ่นสมบูรณ์
  • อาหารเช้าญี่ปุ่นทำสดจากสวนผัก ได้คำชมเรื่องความอร่อย
◎ ข้อสังเกต
  • ! อยู่บนดอยห่างจากเมือง เดินทางขึ้นลงต้องเผื่อเวลา 40–60 นาที
  • ! ทางเดินจากลานจอดรถขึ้นบ้านลาดชัน ลำบากสำหรับผู้สูงอายุ
  • ! สิ่งอำนวยความสะดวกเรียบง่าย ไม่มีสระว่ายน้ำหรือฟิตเนส
Agoda
หลายร้อยรีวิว
7.9 / 10
✦ จุดเด่น
  • สวนผักออร์แกนิกและบรรยากาศธรรมชาติเป็นกันเอง
  • น้องหมาอาคิตะน่ารัก คอยต้อนรับเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
  • เจ้าของและพนักงานอบอุ่น ใส่ใจ ช่วยแนะนำจุดเที่ยว
  • ราคาเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับรีสอร์ตญี่ปุ่นบนดอย
◎ ข้อสังเกต
  • ! บ้านแต่ละหลังขนาดไม่ใหญ่มาก เน้นอบอุ่นมากกว่ากว้าง
  • ! อ่างแช่เป็นน้ำอุ่นในห้อง ไม่ใช่ออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติ
  • ! ตัวเลือกร้านอาหารนอกฟาร์มมีน้อย ต้องพึ่งครัวในฟาร์ม
ความเห็นตรงๆ · Honest Take
🎯
ที่นี่ เหมาะกับคุณมาก ถ้า...
Mori Natural Farm คือที่พักที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการ ฟาร์มสเตย์อบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นในธรรมชาติบนดอยเชียงใหม่ ในงบที่จับต้องได้ — บ้านส่วนตัว อ่างแช่น้ำร้อน ชุดยูกาตะ สวนผักออร์แกนิก อาหารเช้าญี่ปุ่นที่อร่อย และความเป็นกันเองเหมือนพักบ้านญาติ · แต่ต้องยอมรับว่าทำเลห่างจากเมือง การเดินทางขึ้นดอยและทางเดินที่ชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรียบง่าย
💡 เช็กให้ชัวร์ก่อนจอง
3 จุดนี้สำคัญกับบางคน — ดูให้ชัวร์ว่าตรงกับทริปคุณไหม (เราใส่ทางแก้ไว้ให้แล้ว)
  • 💡ถ้าคุณวางแผนเที่ยวในเมืองทุกวัน เดินนิมมานฯ ถนนคนเดิน ไหว้วัดในเมืองเก่า — การพักบนดอยที่ห่างเกือบชั่วโมงจะทำให้เสียเวลาเดินทางมาก → พิจารณาที่พักในเมืองที่เดินทางสะดวกกว่า
  • 💡ถ้ามากับผู้สูงอายุหรือมีกระเป๋าหนัก — ทางเดินจากลานจอดรถขึ้นบ้านลาดชัน → สอบถามฟาร์มเรื่องการช่วยขนกระเป๋าและทางเข้าก่อนจอง
  • 💡ถ้าคุณตามหาออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติจริง — ที่นี่เป็นอ่างแช่น้ำอุ่นในห้อง ไม่ใช่บ่อแร่ → ถ้าต้องการแร่จริงให้ดูที่พักประเภทเรียวกังออนเซ็นโดยเฉพาะ
ราคาโดยประมาณ · เทียบ 3 เว็บ
฿3,300
/ คืน
บ้านเรียวคัง · สไตล์เรือนพักญี่ปุ่น สำหรับ 2 ท่าน · อ่างแช่น้ำร้อน + ชุดยูกาตะ · ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ
บ้านเรียวคัง (Ryokan House)
฿3,300
บ้านหลองข้าว (Long Khao House)
฿3,500
บ้านคอทเทจ (Cottage House)
฿3,800
บ้านวาบิซาบิ (Wabi-Sabi House)
฿4,200
⚖️ เทียบราคา 3 เว็บ — แล้วจองที่ถูกที่สุด
Insider Tips · เคล็ดลับจากทีมงาน
🚗
เผื่อเวลาขึ้นดอย · ขับระวังหน้าฝน
จากเมืองเชียงใหม่ขึ้นมาราว 40–60 นาที ถนนช่วงท้ายคดเคี้ยวขึ้นเขาแบบเดียวกับขึ้นม่อนแจ่ม หน้าฝนลื่นและหมอกลงจัด ขับระวัง
🧳
ถามเรื่องทางเดินขึ้นบ้านก่อน
ทางจากลานจอดรถขึ้นบ้านลาดชัน ถ้ามากับผู้สูงอายุหรือมีกระเป๋าหนัก สอบถามฟาร์มเรื่องการช่วยขนของล่วงหน้า
🍳
อย่าพลาดอาหารเช้าญี่ปุ่น
อาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นทำสดจากสวนผักของฟาร์มได้คำชมเยอะ ถ้าอยากกินมื้อค่ำในฟาร์มควรแจ้งล่วงหน้า
🧥
เตรียมเสื้อกันหนาว
บนดอยอากาศเย็นกว่าในเมืองมาก โดยเฉพาะเช้าและกลางคืนหน้าหนาว เตรียมเสื้ออุ่น ๆ ไว้แช่น้ำร้อนแล้วเดินเล่นในสวน

คำถามที่พบบ่อย — Mori Natural Farm เชียงใหม่

Mori Natural Farm อยู่ที่ไหน · เดินทางจากเมืองเชียงใหม่อย่างไร?
Mori Natural Farm ตั้งอยู่ที่ 88/9 หมู่ 3 บ้านม่วงคำ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บนดอยใกล้ม่อนแจ่ม · จากตัวเมืองเชียงใหม่และสนามบิน CNX ขับรถขึ้นดอยประมาณ 40–60 นาที · ถนนช่วงท้ายคดเคี้ยวขึ้นเขาแบบเดียวกับขึ้นม่อนแจ่ม หน้าฝนควรขับระวัง · ใกล้โป่งแยงซิปไลน์ราว 10 นาที
Mori Natural Farm มีกี่หลัง · ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?
ที่พักมีเพียง 4 หลัง ได้แก่ บ้านเรียวคัง บ้านหลองข้าว บ้านคอทเทจ และบ้านวาบิซาบิ · ราคาเริ่มประมาณ ฿3,300/หลัง และขยับขึ้นตามประเภทบ้านและช่วงเวลา · ทุกหลังตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น มีอ่างแช่น้ำร้อนและชุดยูกาตะ · เทียบหลายแพลตฟอร์มก่อนจองเสมอ
อ่างแช่น้ำร้อนที่นี่เป็นออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติหรือไม่?
ไม่ใช่ · ที่นี่เป็น อ่างแช่น้ำอุ่นขนาดใหญ่ในห้องพัก ที่ให้บรรยากาศการแช่น้ำแบบญี่ปุ่น พร้อมชุดยูกาตะ แต่ไม่ใช่ออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติ · ถ้าต้องการออนเซ็นแร่จริง ๆ ควรเลือกที่พักประเภทเรียวกังออนเซ็นโดยเฉพาะ เช่นในโซนแม่ริมเดียวกัน
Mori Natural Farm เหมาะกับใครมากที่สุด?
เหมาะมากสำหรับ คู่รัก สายธรรมชาติ และคนที่อยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นในงบประหยัด · เน้นความสงบ ส่วนตัว และให้ฟาร์มเป็นจุดหมายของทริป · มีบ้าน Dog-Friendly สำหรับคนพาน้องหมามาด้วย · ไม่เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวในเมืองทุกวัน หรือต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบรีสอร์ตหรู
พักที่นี่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ?
เตรียม เสื้อกันหนาว เพราะบนดอยอากาศเย็นกว่าในเมือง โดยเฉพาะเช้าและกลางคืนหน้าหนาว · เผื่อเวลาเดินทางขึ้นลงดอย · ทางเดินขึ้นบ้านลาดชัน ถ้ามากับผู้สูงอายุให้สอบถามฟาร์มล่วงหน้า · เผื่องบค่าอาหารในฟาร์มเพราะร้านนอกมีน้อย และถ้าต้องการมื้อค่ำควรแจ้งล่วงหน้า
ควรจองล่วงหน้านานแค่ไหน?
เพราะมีเพียง 4 หลัง ช่วง ไฮซีซัน (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) และวันหยุดยาวควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ เพราะห้องเต็มเร็ว · ช่วงอื่น ๆ จองล่วงหน้า 1–2 สัปดาห์มักพอ · ทุกแพลตฟอร์มมักมี Free Cancellation ให้เลือก ถ้าแผนยังไม่แน่นอนให้ล็อกราคาแบบยกเลิกได้ไว้ก่อน
💰 เริ่ม ฿3,300 /หลังราคาอ้างอิง · กดดูราคาจริง
aAgodaเช็คดีลสมาชิก → B.Booking.comดูห้องว่างล่าสุด → TTrip.comเทียบราคา จ่ายทีหลัง →