The Athenee Hotel Bangkok — แกรนด์เดมถนนวิทยุ ที่ดินวังเก่ารัชกาลที่ 5 · Royal Club Lounge · The House of Smooth Curry
The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok คือโรงแรม 5 ดาวที่มีเรื่องราวเบื้องหลังที่น้อยคนจะรู้ — ตัวอาคารตั้งอยู่บนที่ดินของวังกัณฑะวาส ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าหญิงวลัยอลงกรณ์ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) · เปิดเป็นโรงแรมปี 2543 ปรับปรุงครั้งใหญ่ปี 2559 และเข้าสู่ทำเนียบ Marriott Luxury Collection ปี 2560 · 374 ห้องและสวีทตกแต่งสไตล์ไทย-โคโลเนียลผสมผสานความร่วมสมัย เต็มไปด้วยโทนไม้และผ้าไทยที่เงียบสงบกว่าโรงแรมหรูส่วนใหญ่ในกรุงเทพ · ไฮไลท์คือ Royal Club Lounge ชั้น 26 ที่รีวิวพูดถึงซ้ำว่าเป็นหนึ่งในเลาจน์โรงแรมที่ดีที่สุดในกรุงเทพ รวมอาหารเช้า น้ำชายามบ่าย และค็อกเทลเย็นทุกวัน บวกกับ Rain Tree Café บุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ได้รับคำชมเรื่องความหลากหลายและ The House of Smooth Curry ร้านอาหารไทยหลวงที่ใช้ข้าวอินทรีย์จากเกษตรกรภาคอีสาน · Athenee Spa ได้รับการรับรอง Forbes Travel Guide · สระว่ายน้ำแบบลากูนชั้น 4 มีวิวเมือง · คะแนน 9.0/10 จาก 1,416 รีวิว Agoda และ 8.9 จาก Booking.com · ราคาเริ่มประมาณ ฿6,800/คืน ในช่วงนอก high season
ก่อนจะเป็นโรงแรม พื้นที่แปลงนี้บนถนนวิทยุเคยเป็นวังกัณฑะวาส ที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าวลัยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 — ทำเลนี้จึงไม่ได้มีดีเพียงแค่ 'ย่านสถานทูต' แต่มีรากทางประวัติศาสตร์ที่หยั่งลึกกว่าโรงแรมหรูส่วนใหญ่ในกรุงเทพมหานคร · The Athenee Hotel เปิดปี 2543 ปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ปี 2559 จนได้รับรางวัล Five Star Asia Pacific Property Award ในหมวด Best Hotel Interior Thailand ก่อนจะเข้าร่วมทำเนียบ Marriott Luxury Collection อย่างเป็นทางการในปี 2560
374 ห้องและสวีทกระจายอยู่ใน 30 ชั้น — ห้องมาตรฐาน Royal Room มีขนาด 44 ตร.ม. ติดตั้ง illy Coffee Machine มินิบาร์ Smart TV ห้องน้ำแยกอ่างแช่และฝักบัว และสิ่งอำนวยความสะดวก Byredo amenities ระดับ luxury · ห้อง Royal Club Room ขนาดเดียวกันแต่ได้สิทธิ์เข้า Royal Club Lounge ชั้น 26 ซึ่งรีวิวชี้ว่าคุ้มมากถ้าคิดรวมสิ่งที่ได้ทุกวัน · สวีทใหญ่สุดคือ Royal Pimai Suite 178 ตร.ม. และ Ruen Thai Suite 190 ตร.ม. ที่ตกแต่งสไตล์ไทยอย่างเต็มรูปแบบ · หลายรีวิวชมเรื่องความเงียบสงบของห้อง เสียงจากถนนไม่รบกวน และความโอ่อ่าของห้องน้ำที่ 'ใหญ่กว่าที่คิดสำหรับระดับราคานี้'
"บริการที่นี่ทำให้รู้สึกเหมือนมีเพื่อนดูแล ไม่ใช่แค่พนักงานโรงแรม — เดือนเกิดของเราได้รับตุ๊กตาหมีพร้อมการ์ดส่วนตัว เพิ่มผลไม้เขตร้อนทั้งจานวางรอในห้อง อาหารเช้าที่ Rain Tree Café หลากหลายมากจนไม่รู้จะเลือกอะไรดี"
ทำเลที่ 61 ถนนวิทยุอยู่ในย่านสถานทูต — สงบกว่า Sukhumvit แต่เชื่อมต่อได้สะดวก · BTS เพลินจิต (สายสีเขียว) อยู่ห่างออกไปราว 8 นาทีเดินไม่มีทางเดินมีหลังคาเชื่อม ซึ่งเป็นจุดที่รีวิวหลายรายพูดถึงว่าเป็นข้อเสียเปรียบเมื่อเปรียบกับโรงแรมหรูในย่าน Ratchaprasong ที่มีสกายวอล์กเชื่อมตรง · ถึงกระนั้น Central Embassy เดินถึงได้ราว 10 นาที · สวนลุมพินีอยู่ห่างออกไปประมาณ 15 นาทีเดิน · ย่านสถานทูตโดยรอบเงียบสงบ ร้านอาหารท้องถิ่นคุณภาพดีไม่ไกลนัก โดยเฉพาะร้านใกล้ถนนสาทรและซอยต่าง ๆ
Royal Club Lounge ชั้น 26 คือสิ่งที่รีวิวพูดถึงมากที่สุด — เลาจน์เปิด 3 รอบ คือมื้อเช้า (เต็มรูปแบบ รวมสถานีไข่สด ส่วน sparkling wine) น้ำชายามบ่าย (ของหวานและของว่างหลายประเภท) และค็อกเทลเย็น 17.30–19.30 น. พร้อมอาหารว่างร้อน · รีวิวบางรายบอกว่า lounge food รอบบ่ายและค็อกเทลเย็น 'ค่อนข้างธรรมดา ไม่ถึงกับ wow' เมื่อเทียบกับเลาจน์ระดับเดียวกัน แต่โดยรวมยังได้รับคะแนนดีกว่าค่าเฉลี่ย · สำหรับผู้ที่ไม่ได้จอง Club Room Rain Tree Café มีบุฟเฟ่ต์อาหารเช้านานาชาติที่ได้รับเสียงชมสม่ำเสมอ รวมสถานีไข่สด น้ำผลไม้คั้นสด และข้าวต้มกึ่งอิสระสไตล์ไทย
ด้านอาหาร 5 ร้านหลักใน The Athenee Hotel ได้แก่ Rain Tree Café (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ) · The House of Smooth Curry (อาหารไทยหลวงที่ใช้ข้าวอินทรีย์จากเกษตรกรภาคอีสานโดยตรง รีวิวชมว่าเป็นไฮไลท์ F&B ของที่นี่) · The Silk Road (อาหารจีนกวางตุ้ง) · The Glaz Bar (บาร์ล็อบบี้สำหรับนัดพบและค็อกเทลยามเย็น) · และ The Bakery สำหรับขนมและกาแฟ · Athenee Spa ได้รับการรับรองจาก Forbes Travel Guide ให้บริการตั้งแต่ Thai Massage แบบดั้งเดิมไปจนถึง Ayurvedic treatment · สระลากูนชั้น 4 ล้อมด้วยสวนสีเขียวและศาลาไทย ให้ความรู้สึก 'resort ใจกลางเมือง' ที่หาไม่ค่อยได้ในกรุงเทพ
สิ่งที่รีวิวพูดถึงในแง่ที่ต้องพิจารณา: ไม่มีทางเดินมีหลังคาเชื่อม BTS — 8 นาทีบนถนนวิทยุอาจยากลำบากช่วงฝนหนัก · รีวิวบางรายระบุว่าระบบไฟในห้องบางส่วน 'ค่อนข้างสลัว' โดยเฉพาะข้างเตียง · เวลา check-in บางรีวิวพบว่าต้องรอห้องนานกว่าที่นัด (มากถึง 17.00–18.00 น. ในกรณีที่มีการปรับเปลี่ยนห้อง) · F&B นอกจาก Rain Tree Café และ The House of Smooth Curry ได้รับคะแนนรีวิวในระดับ 'ดี' แต่ไม่ถึง 'ยอดเยี่ยม' เมื่อเทียบกับภาพรวมระดับ Luxury Collection · ราคาเริ่มประมาณ ฿6,800–10,000/คืน สำหรับ Royal Room นอก high season และอาจขึ้นถึง ฿12,000–18,000 ช่วง high season (พ.ย.–ก.พ.) · Royal Pimai Suite เริ่มประมาณ ฿25,000 ขึ้นไป
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ บริการพนักงานดีมากอย่างสม่ำเสมอ — หลายรีวิวระบุว่าพนักงานจดจำชื่อ เข้าใจความต้องการ และ proactive อย่างแท้จริง
- ✓ Rain Tree Café อาหารเช้าบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ครบถ้วนมาก มีทั้งสถานีไข่สด น้ำผลไม้คั้นสด และตัวเลือกอาหารไทย-อินเดีย-ญี่ปุ่น
- ✓ ห้องพักเงียบมาก เสียงรบกวนจากถนนน้อยกว่าคาด ความสะอาดระดับ Luxury Collection จริง
- ✓ Athenee Spa Forbes-certified และสระลากูนชั้น 4 ให้ความรู้สึก resort ที่แท้จริงกลางเมือง
- ! ไม่มีทางเดินมีหลังคาเชื่อม BTS เพลินจิต — ต้องเดิน 8 นาทีบนถนนโดยไม่มีร่ม ลำบากช่วงฝนหรือแดดจัด
- ! เวลา check-in บางรีวิวพบความล่าช้า ห้องไม่พร้อมจนถึงช่วงเย็น แม้ check-in กำหนด 15.00 น.
- ! F&B นอกเหนือจาก Rain Tree Café และ The House of Smooth Curry อยู่ในระดับ 'ดี' แต่ไม่ได้โดดเด่นพิเศษสำหรับโรงแรมระดับนี้
- ✓ Royal Club Lounge ชั้น 26 ได้รับคะแนนสูงมาก อาหารเช้าครบเกินคาด sparkling wine ฟรีทุกวัน น้ำชายามบ่ายหลากหลาย
- ✓ The House of Smooth Curry อาหารไทยหลวงระดับคุณภาพ ใช้ข้าวอินทรีย์จากเกษตรกรโดยตรง รสชาติแตกต่างจากอาหารไทยโรงแรมทั่วไป
- ✓ บรรยากาศโรงแรมสงบ เป็นส่วนตัว ตกแต่งสไตล์ไทย-โคโลเนียลที่มีเอกลักษณ์ ไม่ได้ดีไซน์แบบ generic luxury
- ✓ Complimentary laundry service 2 ชิ้น/วัน เป็นสิทธิพิเศษที่รีวิวชมว่า 'ไม่คาดคิดจะได้รับ'
- ! 8 นาทีถึง BTS โดยไม่มีทางเดินมีหลังคา — ข้อเสียเปรียบชัดเจนเมื่อเทียบกับ Grand Hyatt Erawan หรือ Conrad ที่มีสกายวอล์ก
- ! Club Lounge รอบค็อกเทลเย็นและของว่างได้รับรีวิวว่า 'ธรรมดา เมื่อเทียบกับราคา Royal Club Room'
- ! ห้องบางห้องแสงสว่างข้างเตียงไม่เพียงพอสำหรับการอ่านหนังสือ สวิตช์ไฟหลายจุดหาตำแหน่งได้ไม่ง่าย
- 💡ถ้าคุณแพ้ฝนหรือแดดกรุงเทพ — ไม่มีทางเดินมีหลังคาถึง BTS เพลินจิต (8 นาทีเดินบนถนน) ควรเตรียมร่ม หรือพิจารณาใช้ Grab/taxi สำหรับการเดินทางในเมือง โรงแรมมีบริการรถรับส่งแต่มีค่าใช้จ่าย
- 💡ถ้า F&B สำคัญกว่าบรรยากาศ — The House of Smooth Curry ดีจริง แต่โดยรวม F&B ของ The Athenee ยังห่างจากระดับ Mandarin Oriental หรือ Peninsula · ถ้า F&B คือเรื่องหลัก ควรพิจารณาโรงแรมอื่นในกลุ่มเดียวกัน
- 💡ถ้าต้องการ connectivity สูงสุดกลางเมือง — Grand Hyatt Erawan (สกายวอล์กถึง BTS ชิดลม) หรือ Conrad Bangkok (ใกล้ BTS เพลินจิตกว่า) อาจเหมาะกว่าถ้า mobility คือเรื่องสำคัญ · แต่ถ้าสิ่งที่ต้องการคือความเป็นส่วนตัว บรรยากาศ และบริการระดับสูง The Athenee ยังเป็นตัวเลือกยากที่จะหาอะไรมาแทนในย่านนี้