หน้าแรก จุดหมาย ร้อยเอ็ด 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยร้อยเอ็ดเที่ยวร้อยเอ็ด 3 วัน 2 คืน เมือง + เจดีย์ + บึงเกลือ + ทุ่งกุลา
🗺️ แผนเที่ยวร้อยเอ็ด

เที่ยวร้อยเอ็ด 3 วัน 2 คืน
เมือง + เจดีย์ + บึงเกลือ + ทุ่งกุลา

ร้อยเอ็ดเป็นเมืองอีสานที่หลายคนขับผ่านแต่ไม่ค่อยแวะ ทั้งที่ในจังหวัดเดียวมีให้เที่ยวหลายแบบ ทั้งบึงกลางเมืองกับหอชมวิว ๓๖๐ องศา พระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่บนยอดเขา บึงน้ำจืดกว้างที่คนเรียกว่าทะเลอีสาน และทุ่งกุลาร้องไห้ที่ปลูกข้าวหอมมะลิดีที่สุดของประเทศ นี่คือแพลน 3 วัน 2 คืน แบบขับรถเที่ยวเอง จัดเวลาให้พอดี ไม่เร่ง เก็บได้ทั้งเมือง เจดีย์ และธรรมชาติ

🚗 ขับรถเที่ยวเอง🛕 เจดีย์ + วัดในเมือง🌾 ทุ่งกุลา + บึงเกลือ
เที่ยวร้อยเอ็ด 3 วัน 2 คืน เมือง + เจดีย์ + บึงเกลือ + ทุ่งกุลา

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ทริปนี้วางมาให้คนขับรถไปเอง เพราะจุดเที่ยวร้อยเอ็ดกระจายคนละทิศ ตัวเมืองอยู่ตรงกลาง พระมหาเจดีย์ชัยมงคลกับบึงเกลืออยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ (อำเภอเสลภูมิ–หนองพอก) ส่วนทุ่งกุลาร้องไห้อยู่ทางใต้ (อำเภอสุวรรณภูมิ–เกษตรวิสัย) เราเลยจัดวันแรกอยู่ในเมืองให้พักจากการเดินทาง วันสองวิ่งสายเหนือไปบึงเกลือกับพระมหาเจดีย์ และวันสามลงใต้แวะทุ่งกุลากับปรางค์กู่ก่อนกลับ ถ้านั่งรถทัวร์หรือเครื่องบินมาลงร้อยเอ็ด แนะนำเช่ารถขับเอง เพราะรถสาธารณะไปจุดนอกเมืองมีน้อยและไม่ยืดหยุ่น

ก่อนออกเดินทาง

ช่วงที่เที่ยวร้อยเอ็ดสบายสุดคือปลายฝนต้นหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) อากาศเย็น ทุ่งนาเขียวก่อนเกี่ยว ส่วนหน้าร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม) จะร้อนจัดและทุ่งกุลาแห้ง · ร้อยเอ็ดมีสนามบินเล็ก มีไฟลท์จากกรุงเทพไม่กี่เที่ยวต่อวัน จองล่วงหน้าจะได้ราคาดีกว่า · ถ้าขับรถจากกรุงเทพใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง หลายคนเลยบินมาแล้วเช่ารถที่สนามบินหรือในเมือง

วันที่ 1 — ในเมืองร้อยเอ็ด: บึงพลาญชัย หอโหวด ๑๐๑ หลวงพ่อใหญ่

วันแรกอยู่ในเมืองเป็นหลัก จุดเที่ยวเดินถึงกันหรือขับไม่กี่นาที เริ่มที่บึงพลาญชัยกลางเมือง ขึ้นหอโหวด ๑๐๑ ชมวิวรอบเมือง ไหว้หลวงพ่อใหญ่ที่วัดบูรพาภิราม แล้วปิดท้ายด้วยของกินตลาดเย็น ถ้ามาถึงช่วงเที่ยงก็เริ่มจากมื้อกลางวันได้เลย

วันที่ 1

เมืองร้อยเอ็ด

11:30
ถึงเมือง เช็คอินที่พักย่านกลางเมือง ใกล้บึงพลาญชัยเลือกที่พักในเมืองจะเดินกินของเย็นและขึ้นหอโหวดได้สะดวก
12:00
มื้อเที่ยงอาหารอีสานพื้นถิ่น ลองร้านตำกระเทย เมนูส้มตำ ลาบ ต้มไก่บ้านรสจัดแบบอีสานแท้ ส้มตำจานละราว 50–70 บาท สั่งเผ็ดได้ตามชอบ
13:30
เดินเล่นบึงพลาญชัย เกาะกลางบึงใจกลางเมือง ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเข้าฟรี เปิด 04:00–21:00 มีสวนดอกไม้ ร่มรื่น เดินถ่ายรูปสบาย ๆ
14:30
ขึ้นหอโหวด ๑๐๑ หอชมเมืองสูง 35 ชั้น วิว 360 องศา มีสกายวอล์กพื้นกระจกค่าเข้าราว 50 บาท ลดให้นักเรียน–ผู้สูงอายุ จำหน่ายตั๋วชั้น 2 ราว 10:00–18:00 ชั้นบนสุดมีพระบรมสารีริกธาตุ
16:00
ไหว้หลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี) ที่วัดบูรพาภิราม พระยืนปางประทานพรองค์ใหญ่องค์พระสูงราว 59 เมตร (รวมฐานเกือบ 68 เมตร) เป็นพระยืนปางประทานพรที่สูงที่สุดในไทย อยู่ในตัวเมือง ถนนผดุงพานิช
17:30
พักจิบกาแฟคาเฟ่ในเมือง เช่น Four Lover The Baker หรือคาเฟ่ย่านกลางเมืองร้อยเอ็ดมีคาเฟ่เปิดใหม่หลายร้าน เครื่องดื่มราว 60–90 บาท นั่งพักก่อนมื้อเย็น
18:30
มื้อเย็นสตรีทฟู้ดย่านตลาดเย็นในเมือง หรือร้านอีสานเลียปาก ของย่างอีสานตลาดเย็นมีของกินพื้นถิ่นครบ ทั้งของย่าง ส้มตำ ขนมจีน ราคาเป็นกันเอง

เรื่องที่อยากบอกตรง ๆ

หอโหวด ๑๐๑ วิวสวยจริง แต่ช่วงบ่ายแดดจะแรงและร้อนบนสกายวอล์ก ถ้าอยากได้แสงสวยและไม่ร้อน ลองไปช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก จะเห็นไฟเมืองค่อย ๆ ติด · ส่วนซิปไลน์มีเปิดเป็นรอบ (ราว 09:30–17:30) ถ้าสนใจให้เช็กรอบหน้างานอีกที เพราะบางวันปิดซ่อมบำรุง

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ร้อยเอ็ด ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ร้อยเอ็ด ทั้งหมด (Klook)

วันที่ 2 — สายเหนือ: บึงเกลือทะเลอีสาน + พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

วันนี้วิ่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ออกจากเมืองไปทางอำเภอเสลภูมิแวะบึงเกลือ บึงน้ำจืดกว้างที่คนเรียกว่าทะเลอีสาน แล้วขับต่อขึ้นอำเภอหนองพอกไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลบนยอดเขา สองจุดนี้อยู่ทิศเดียวกัน เก็บได้ในวันเดียว แต่ระยะทางรวมไม่ใกล้ (พระมหาเจดีย์ห่างเมืองราว 80 กิโล) แนะนำออกเช้าหน่อย

วันที่ 2

บึงเกลือ + พระมหาเจดีย์

08:00
กินมื้อเช้าแล้วออกจากเมือง มุ่งหน้าอำเภอเสลภูมิ ไปบึงเกลือขับราว 40 นาที–1 ชั่วโมง ทางเรียบ เติมน้ำมันให้เต็มก่อนออกนอกเมือง
09:00
เที่ยวบึงเกลือ (ทะเลอีสาน) บึงน้ำจืดกว้าง มีหาดทราย ร้านอาหารริมน้ำเล่นน้ำ พายเรือ หรือนั่งร้านริมบึงได้ ช่วงเช้าลมเย็นสบาย คนยังไม่เยอะ
11:00
ออกจากบึงเกลือ ขับต่อขึ้นอำเภอหนองพอก ไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลขับราว 1 ชั่วโมง ทางช่วงท้ายขึ้นเขาเล็กน้อย ขับระวังโค้ง
12:30
กินมื้อเที่ยงร้านอาหารแถบเชิงเขาหนองพอก หรือเตรียมเสบียงขึ้นไปกินด้านบนร้านบนเขามีจำกัด เตรียมน้ำดื่มขึ้นไปด้วย อากาศบนเขาเย็นกว่าด้านล่าง
13:30
ขึ้นพระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดผาน้ำทิพย์ฯ เจดีย์กว้าง–ยาว–สูงด้านละ 101 เมตร บนยอดภูเขาเขียวเดินขึ้นชมภายในเจดีย์หลายชั้น มีจิตรกรรมและพระบรมสารีริกธาตุ วิวเทือกเขาภูพานกว้างไกล แต่งกายสุภาพ
15:30
แวะจุดชมวิวผาน้ำย้อยใกล้ ๆ มองทุ่งและแนวเขา ก่อนลงจากเขาผาน้ำย้อยเป็นหน้าผาที่มีน้ำซึมตลอดปี เป็นที่มาของชื่อ ถ่ายรูปวิวสวย
16:30
ขับกลับเข้าเมืองร้อยเอ็ด พักผ่อนขับกลับราว 1.5 ชั่วโมง ถึงเมืองก่อนค่ำ เก็บแรงไว้เที่ยววันสุดท้าย
18:30
มื้อเย็นในเมือง ลองหมูกระทะหรือร้านอีสานบรรยากาศสบาย ๆร้านหมูกระทะในเมืองมีหลายร้าน ราคาเป็นกันเอง อิ่มคุ้มหลังเที่ยวทั้งวัน
สายชิลริมน้ำ

ถ้าชอบธรรมชาติ–เล่นน้ำ

ทุ่มเวลาที่บึงเกลือให้นานขึ้น เล่นน้ำ พายเรือ นั่งร้านริมบึงยาว ๆ แล้วค่อยขึ้นพระมหาเจดีย์ช่วงบ่ายแก่

สายทำบุญ

ถ้าสายบุญ–สายวัด

ขึ้นพระมหาเจดีย์ก่อนช่วงสาย แสงสวย คนน้อย แล้วค่อยแวะบึงเกลือขากลับช่วงบ่าย

เก็บไฮไลต์

ถ้าเวลาน้อย

เลือกพระมหาเจดีย์เป็นหลัก ตัดบึงเกลือออก แล้วเอาเวลาที่เหลือกลับมาเที่ยวคาเฟ่ในเมือง

วันที่ 3 — สายใต้: ทุ่งกุลาร้องไห้ + ปรางค์กู่ ก่อนกลับ

วันสุดท้ายลงใต้ไปทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งกว้างที่เคยแห้งแล้งจนเล่ากันว่าพ่อค้ากุลาเดินผ่านยังร้องไห้ แต่วันนี้กลายเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของไทย ระหว่างทางแวะปรางค์กู่ ปราสาทขอมเก่าแก่ใกล้เมือง เก็บสองจุดนี้แล้วค่อยมุ่งหน้ากลับ

วันที่ 3

ทุ่งกุลา + ปรางค์กู่

08:00
เช็คเอาต์ ออกจากเมือง แวะปรางค์กู่ที่อำเภอธวัชบุรีก่อนปรางค์กู่อยู่ห่างเมืองราว 14 กิโล ขับราว 20 นาที ตามทางหลวง 23 ทางไปยโสธร
08:40
ชมปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่) ปราสาทขอมโบราณ อโรคยาศาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7ปราสาทศิลาแลงเล็ก ๆ ร่มรื่น เดินชมราว 30–40 นาที เข้าฟรี ถ่ายรูปสวย
09:30
ขับลงใต้มุ่งหน้าอำเภอสุวรรณภูมิ–เกษตรวิสัย เข้าสู่เขตทุ่งกุลาร้องไห้ขับราว 1–1.5 ชั่วโมง สองข้างทางเป็นทุ่งนากว้างสุดสายตา
11:00
เที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้ ถ่ายรูปทุ่งนากว้าง แวะแหล่งเรียนรู้ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาช่วงนาเขียว (สิงหาคม–ตุลาคม) หรือใกล้เกี่ยว (พฤศจิกายน–ธันวาคม) ทุ่งสวยที่สุด หน้าแล้งจะเป็นทุ่งโล่งสีน้ำตาล
12:30
กินมื้อเที่ยงข้าวหอมมะลิทุ่งกุลากับอาหารอีสานพื้นถิ่นในอำเภอสุวรรณภูมิข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาขึ้นชื่อเรื่องหอมและนุ่ม ลองสั่งคู่ลาบ ก้อย ส้มตำ
13:30
แวะซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาเป็นของฝาก ก่อนขึ้นทางกลับข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาเป็นสินค้า GI ของฝากที่ติดมือกลับได้ มีขายตามร้านในอำเภอ
14:30
ออกเดินทางกลับ ถ้าบินกลับให้เผื่อเวลาไปสนามบินร้อยเอ็ดถ้าขับรถกลับกรุงเทพเผื่อเวลา 7–8 ชั่วโมง ออกบ่ายจะถึงดึก พิจารณานอนแวะระหว่างทาง

เคล็ดลับเรื่องฤดู

ทุ่งกุลาร้องไห้สวยไม่เท่ากันทั้งปี ถ้าอยากเห็นทุ่งนาเขียวให้มาช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว (สิงหาคม–ธันวาคม) ส่วนหน้าแล้ง (มีนาคม–พฤษภาคม) ทุ่งจะโล่งแห้งและร้อนจัด เที่ยวได้แต่ภาพจะต่างจากที่เห็นในรีวิวมาก · ถ้ามาหน้าเกี่ยวข้าว บางพื้นที่มีงานบุญและตลาดข้าวใหม่ให้แวะด้วย

งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน (3 วัน 2 คืน)

  • ที่พัก 2 คืน — โรงแรมในเมืองร้อยเอ็ด ราว 1,000–2,500 บาทต่อคืน แล้วแต่ระดับ (หารกันถ้าไปหลายคน)
  • ค่าอาหาร — มื้อพื้นถิ่นจานละ 50–150 บาท รวมทั้งทริปราว 900–1,300 บาท
  • ค่าเข้าชม — หอโหวด ๑๐๑ ราว 50 บาท · บึงพลาญชัย ปรางค์กู่ พระมหาเจดีย์ ทุ่งกุลา เข้าฟรี (เจดีย์อาจมีตู้บริจาคทำบุญ)
  • ค่าน้ำมัน — วิ่งในจังหวัดทั้งสามวัน (เมือง–เสลภูมิ–หนองพอก–สุวรรณภูมิ) ราว 800–1,200 บาทต่อคัน
  • รวมประมาณ — เดินทางเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก ตกราว 2,500–4,000 บาทต่อคน (ยังไม่รวมค่าเดินทางมาร้อยเอ็ดและค่าเช่ารถ)

เที่ยวร้อยเอ็ดแบบไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม

ในเมืองร้อยเอ็ดเที่ยวแบบไม่มีรถได้ บึงพลาญชัย หอโหวด ๑๐๑ และวัดบูรพาภิรามอยู่ใกล้กัน เรียกแกร็บหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเดินทางสะดวก แต่จุดนอกเมืองอย่างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล บึงเกลือ และทุ่งกุลาร้องไห้อยู่ไกลและรถสาธารณะไปถึงน้อยมาก แทบต้องมีรถส่วนตัว ทางเลือกคือเช่ารถขับเอง (มีบริการในเมืองและที่สนามบิน) หรือเหมารถตู้พร้อมคนขับเป็นวัน ถ้าไม่อยากขับเอง การเหมารถวันต่อวันคุ้มกว่าและไม่ต้องกังวลเรื่องทาง

อยากได้ที่พักร้อยเอ็ดทำเลดี ราคาคุ้ม ดูที่เราคัดมาให้

ดู 10 โรงแรมร้อยเอ็ด →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวร้อยเอ็ด 3 วัน 2 คืน ควรนอนที่ไหน?

แนะนำนอนในเมืองร้อยเอ็ดทั้งสองคืน เพราะจุดเที่ยวกระจายคนละทิศและไม่มีย่านที่พักนอกเมืองที่สะดวก นอนในเมืองจะเดินกินของเย็น ขึ้นหอโหวด ๑๐๑ และไหว้หลวงพ่อใหญ่ได้สบาย แล้วใช้เมืองเป็นฐานขับออกไปบึงเกลือ–พระมหาเจดีย์ในวันสอง และทุ่งกุลาในวันสาม

หอโหวด ๑๐๑ ค่าเข้าเท่าไหร่ เปิดกี่โมง?

ค่าเข้าหอโหวด ๑๐๑ ราว 50 บาท มีส่วนลดให้นักเรียนและผู้สูงอายุ ชั้น 2 จำหน่ายตั๋วราว 10:00–18:00 หอสูง 35 ชั้น ชมวิวเมืองร้อยเอ็ดได้ 360 องศา มีสกายวอล์กพื้นกระจกและซิปไลน์ (เปิดเป็นรอบราว 09:30–17:30) ควรเช็กรอบซิปไลน์หน้างานอีกครั้ง

พระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่ไกลจากตัวเมืองไหม?

อยู่ที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม อำเภอหนองพอก ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 80 กิโลเมตร ขับราว 1.5 ชั่วโมง องค์เจดีย์กว้าง ยาว และสูงด้านละ 101 เมตร ตั้งอยู่บนยอดภูเขาเขียว ควรเผื่อเวลาเดินชมภายในและแต่งกายสุภาพ

ทุ่งกุลาร้องไห้เที่ยวช่วงไหนสวย?

ทุ่งกุลาสวยที่สุดช่วงนาเขียวถึงใกล้เกี่ยวข้าว ราวสิงหาคมถึงธันวาคม ทุ่งจะเขียวขจีหรือเหลืองทองสวยงาม ส่วนหน้าแล้ง (มีนาคม–พฤษภาคม) ทุ่งจะโล่งแห้งและอากาศร้อนจัด ทุ่งกุลาเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของไทย อย่าลืมซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาเป็นของฝาก

บึงเกลือคือที่ไหน ทำไมเรียกทะเลอีสาน?

บึงเกลืออยู่ที่อำเภอเสลภูมิ เป็นบึงน้ำจืดขนาดกว้างที่มีหาดทรายและร้านอาหารริมน้ำ คนเลยเรียกเล่นว่าทะเลอีสาน มาเล่นน้ำ พายเรือ หรือนั่งกินอาหารริมบึงได้ อยู่ทางเดียวกับพระมหาเจดีย์ชัยมงคล จึงเที่ยวต่อกันในวันเดียวได้

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ