หน้าแรก จุดหมาย ร้อยเอ็ด 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยร้อยเอ็ดแผนเที่ยวร้อยเอ็ดสายธรรมชาติ บึงเกลือ–ทุ่งกุลาร้องไห้
🌾 แผนเที่ยวร้อยเอ็ด · สายธรรมชาติ

แผนเที่ยวร้อยเอ็ดสายธรรมชาติ
บึงเกลือ–ทุ่งกุลาร้องไห้

ร้อยเอ็ดไม่ได้มีแค่บึงพลาญชัยกลางเมือง ถ้าออกนอกตัวเมืองสักหน่อย จะเจอธรรมชาติสองแบบที่ต่างกันสุดขั้ว แบบหนึ่งคือ บึงเกลือ ทะเลน้ำจืดที่มีหาดทรายขาวจนคนแถวนี้เรียกว่า "ทะเลอีสาน" อีกแบบคือ ทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตาที่ปลูกข้าวหอมมะลิดีที่สุดของประเทศ เราจัดให้เป็นแพลน 2 วัน 1 คืน ขับรถเองได้สบาย แบ่งเป็นบล็อกรายวันพร้อมเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

🏖️ หาดทรายน้ำจืด🌾 ทุ่งนาข้าวหอมมะลิ🚗 ขับรถเที่ยวเอง
แผนเที่ยวร้อยเอ็ดสายธรรมชาติ บึงเกลือ–ทุ่งกุลาร้องไห้

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ก่อนเริ่ม บอกตรง ๆ ว่าทริปนี้เหมาะกับคนมีรถ เพราะทั้งบึงเกลือ (อ.เสลภูมิ) และทุ่งกุลาร้องไห้ (อ.เกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ) อยู่คนละทิศกับตัวเมืองร้อยเอ็ด รถสาธารณะไปลำบาก ถ้าไม่มีรถส่วนตัวแนะนำเช่ารถในตัวเมืองหรือจ้างเหมารถตู้ท้องถิ่นจะคล่องกว่ามาก ทริปนี้ตั้งต้นจากตัวเมืองร้อยเอ็ดเป็นฐาน

ภาพรวมทริปก่อนออกเดินทาง

วันแรกเราจะพุ่งไปทางตะวันออกที่ บึงเกลือ ทะเลอีสาน ใช้เวลาเล่นน้ำเล่นหาดทรายและกินข้าวริมบึงให้เต็มที่ แล้วกลับมานอนในตัวเมือง วันที่สองเปลี่ยนทิศไปทางใต้ ขับลงทุ่งกุลาร้องไห้ ชมทุ่งนาข้าวหอมมะลิและแวะปราสาทขอมกู่กาสิงห์ ก่อนวนกลับเข้าเมือง

  • ระยะทางคร่าว ๆ — เมืองร้อยเอ็ด ไปบึงเกลือราว 50–55 กม. (ราว 1 ชม.) · ไปทุ่งกุลา/กู่กาสิงห์ราว 60–70 กม. (ราว 1 ชม. 15 นาที)
  • ฤดูที่สวย — บึงเกลือเล่นน้ำสนุกช่วงหน้าร้อน–ต้นฝน (มี.ค.–มิ.ย.) · ทุ่งกุลานาเขียวสุดช่วงสิงหา–กันยา และทองอร่ามช่วงเกี่ยวข้าวพ.ย.–ธ.ค.
  • งบโดยประมาณ — ต่อคน 2 วัน 1 คืนแบบสบาย ๆ ราว 1,200–1,800 บาท (ยังไม่รวมที่พักและน้ำมัน)
  • การแต่งตัว — เตรียมชุดเล่นน้ำกับครีมกันแดด ทุ่งกลางแจ้งแดดแรงมาก หมวกกับแว่นช่วยได้เยอะ
🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ร้อยเอ็ด ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ร้อยเอ็ด ทั้งหมด (Klook)

วันที่ 1 — บึงเกลือ ทะเลอีสาน เล่นน้ำกินลม

บึงเกลือเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ราว 7,500 ไร่ ในเขตตำบลบึงเกลือ อำเภอเสลภูมิ จุดที่คนไปเที่ยวคือริมบึงฝั่งตะวันตกที่มีหาดทรายขาวทอดยาวเกือบ 1 กิโลเมตร น้ำตื้นค่อย ๆ ลาด เด็กลงเล่นได้ บรรยากาศคล้ายไปทะเลจริงทั้งที่อยู่กลางอีสาน เลยได้ชื่อเล่นว่าทะเลอีสาน

วันที่ 1

เมืองร้อยเอ็ด → บึงเกลือ → กลับเข้าเมือง

08:00
ออกจากตัวเมืองร้อยเอ็ด มุ่งหน้า อ.เสลภูมิเติมน้ำมันให้เต็มก่อนออก ปั๊มแถวบึงเกลือมีน้อย กินข้าวเช้าในเมืองหรือซื้อข้าวจี่ติดรถไปกินก็ได้
09:00
ถึงบึงเกลือ จอดรถริมหาด เดินเล่นชายหาดทรายที่จอดรถกว้าง ไม่เสียค่าเข้า ช่วงเช้าแดดยังไม่จัด เดินถ่ายรูปหาดทรายได้สวย
10:00
เล่นน้ำ–เช่าห่วงยาง หรือนั่งบานานาโบ๊ทมีร้านให้เช่าห่วงยางราว 20–30 บาท บานานาโบ๊ท/เจ็ตสกีคิดเป็นรอบ ราคาตกลงกับผู้ให้บริการก่อนเล่น
12:00
กินข้าวเที่ยงบนแพร้านอาหารริมบึงแพลอยน้ำเสิร์ฟอาหารอีสานกับเมนูปลา ปลาเผา ก้อยปลา ส้มตำ ไก่ย่าง มื้อกลางวันกันลมเย็นสบาย งบราว 150–250 บาท/คน
14:00
นั่งชิลใต้ร่ม ดูนกเป็ดน้ำริมบึงบึงเกลือเป็นแหล่งอนุรักษ์นกเป็ดน้ำ ช่วงบ่ายลมเย็น เหมาะนอนเปลใต้ร่มพักท้อง
16:00
เก็บของ ออกเดินทางกลับตัวเมืองร้อยเอ็ดถึงเมืองราว 17:00 อาบน้ำพัก เย็นออกมาเดินกินที่ตลาดในเมือง
18:30
มื้อเย็นในเมือง + เดินเล่นบึงพลาญชัยบึงพลาญชัยตอนเย็นเปิดไฟสวน คนท้องถิ่นมาออกกำลังกาย เดินย่อยอาหารปิดท้ายวันได้ดี

เรื่องควรรู้ก่อนเล่นน้ำบึงเกลือ

เป็นน้ำจืดธรรมชาติ ไม่มีไลฟ์การ์ดประจำเหมือนสระว่ายน้ำ ดูแลเด็กใกล้ชิดและเล่นในเขตน้ำตื้น ช่วงวันหยุดยาวคนเยอะ ร้านแพอาจต้องรอคิว ไปถึงก่อนเที่ยงจะจองแพได้ทำเลดีกว่า

วันที่ 2 — ทุ่งกุลาร้องไห้ กับปราสาทขอมกู่กาสิงห์

ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นทุ่งราบกว้างกว่า 2 ล้านไร่ คร่อมพื้นที่ 5 จังหวัด ฝั่งร้อยเอ็ดอยู่แถบอำเภอเกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ ปทุมรัตต์ และโพนทราย ที่นี่คือถิ่นปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ชื่อเสียงไปไกลถึงต่างประเทศ จุดเที่ยวหลักของฝั่งนี้คือชมทุ่งนาเป็นพื้นหลัง แล้วแวะชุมชนปราสาทขอมกู่กาสิงห์ที่เกษตรวิสัย

วันที่ 2

เมืองร้อยเอ็ด → ทุ่งกุลาร้องไห้ → กู่กาสิงห์ → กลับเข้าเมือง

07:30
กินข้าวเช้าในเมือง เช็กเอาต์ที่พักออกเช้าหน่อยจะได้เจอทุ่งนาตอนแสงนุ่มและแดดยังไม่ร้อนจัด
08:30
ขับมุ่งหน้า อ.เกษตรวิสัย เข้าเขตทุ่งกุลาร้องไห้ระหว่างทางสองข้างเป็นทุ่งนาสุดสายตา หาจุดจอดข้างทางปลอดภัยถ่ายรูปทุ่งได้ตามใจ
10:00
เดินชมปราสาทกู่กาสิงห์ ที่วัดบูรพากู่กาสิงห์ปราสาทหินทรายสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่เสียค่าเข้า แต่งกายสุภาพเพราะอยู่ในเขตวัด
11:00
แวะกลุ่มชุมชน ดูผ้าไหมลายพื้นบ้านและของฝากชุมชนกู่กาสิงห์ทอผ้าไหมและขายข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ซื้อข้าวสารกลับเป็นของฝากได้ราคาต้นทาง
12:00
มื้อเที่ยงอาหารพื้นบ้านในเขตเกษตรวิสัยเมนูเด่นแถบนี้เป็นอาหารอีสานรสจัด ปลาส้ม ก้อย ลาบ ส้มตำ ข้าวที่หุงก็เป็นหอมมะลิทุ่งกุลาแท้ งบราว 120–200 บาท/คน
13:30
ออกชมทุ่งนา หาจุดถ่ายรูปวิวทุ่งกุลาถ้ามาหน้านาเขียว (ส.ค.–ก.ย.) ทุ่งเขียวขจี ถ้ามาหน้าเกี่ยว (พ.ย.–ธ.ค.) ทุ่งเหลืองทองทั้งผืน ทั้งสองช่วงถ่ายรูปสวยคนละแบบ
15:30
เก็บของ ขับกลับตัวเมืองร้อยเอ็ดแวะปั๊มเติมน้ำมันก่อนเข้าเมือง ถึงเมืองราวบ่ายแก่ ๆ ทันเดินตลาดเย็นหรือนั่งคาเฟ่ปิดทริป

ถ่ายรูปทุ่งกุลาให้สวย

แสงดีที่สุดคือเช้าก่อน 9 โมงกับเย็นหลังบ่ายสามที่แดดเฉียง กลางวันแดดตรงจะแบนและร้อนมาก จอดรถถ่ายรูปให้เลือกไหล่ทางที่กว้างและปลอดภัย อย่าจอดบนถนนหลักที่รถวิ่งเร็ว

ที่เที่ยวธรรมชาติเสริม ถ้ามีเวลาเพิ่ม

ถ้าอยากต่อทริปอีกวันหรือสลับจุด มีที่เที่ยวสายธรรมชาติและกึ่งประวัติศาสตร์ในร้อยเอ็ดให้เลือกเสริมได้อีกหลายแห่ง เลือกตามเส้นทางที่ผ่านสะดวก

หนองพอก

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (วัดผาน้ำทิพย์ฯ)

เจดีย์ขาวทององค์ใหญ่บนเขาเขตอำเภอหนองพอก วิวมองลงมาเห็นป่าและทุ่งกว้าง เหมาะเสริมสายธรรมชาติ–ทำบุญ อยู่คนละทิศกับทุ่งกุลา เผื่อเวลาขับไกลหน่อย

ธวัชบุรี

ปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่)

ปราสาทขอมแบบบาปวน ที่ ต.มะอี อ.ธวัชบุรี อยู่ใกล้ตัวเมือง แวะได้ง่ายระหว่างเข้า–ออกเมือง เหมาะเสริมให้ทริปมีมิติประวัติศาสตร์

ในเมือง

บึงพลาญชัย

สวนสาธารณะเกาะกลางน้ำใจกลางเมือง เดินเล่นปั่นจักรยานน้ำ ตอนเย็นบรรยากาศดี เป็นที่พักผ่อนปิดท้ายวันแบบไม่ต้องขับไกล

ของฝากสายธรรมชาติติดมือกลับบ้าน

  • ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ — ซื้อจากชุมชนหรือร้านในเกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ ได้ของแท้ราคาต้นทาง หอมกว่าซื้อในห้าง
  • ผ้าไหมพื้นบ้านกู่กาสิงห์ — กลุ่มแม่บ้านทอเอง มีลายเต่าทองและผ้าคลุมไหล่ เหมาะเป็นของฝากที่มีเรื่องเล่า
  • ปลาส้ม–ปลาแดดเดียว — ของกินพื้นถิ่นแถบบึงน้ำ ซื้อกลับไปทอดกินที่บ้านได้ บอกร้านให้แพ็กแบบเดินทางไกล

อยากได้แพลนเที่ยวร้อยเอ็ดแบบเต็มทุกสาย ดูคู่มือเมืองรวมไว้ให้แล้ว

ดูคู่มือเที่ยวร้อยเอ็ด →

คำถามที่พบบ่อย

บึงเกลือกับทุ่งกุลาร้องไห้เที่ยวรวมในวันเดียวได้ไหม?

ได้แบบรีบ ๆ แต่ไม่แนะนำ เพราะสองที่อยู่คนละทิศของตัวเมืองร้อยเอ็ด ขับรวมกันวันเดียวจะเหนื่อยและเล่นน้ำไม่เต็มที่ จัดเป็น 2 วัน 1 คืนแบบในแพลนนี้จะสบายกว่ามาก วันแรกบึงเกลือ วันที่สองทุ่งกุลา

บึงเกลือเล่นน้ำได้จริงไหม น้ำสะอาดหรือเปล่า?

เล่นได้ เป็นน้ำจืดธรรมชาติ ริมหาดน้ำตื้นค่อย ๆ ลาด เด็กลงเล่นได้ มีห่วงยางและบานานาโบ๊ทให้เช่า แต่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติไม่มีไลฟ์การ์ดประจำ ควรดูแลเด็กใกล้ชิดและเล่นในเขตน้ำตื้น

ไปทุ่งกุลาร้องไห้ช่วงไหนสวยที่สุด?

ขึ้นกับชอบแบบไหน หน้านาเขียวช่วงสิงหาคม–กันยายน ทุ่งเขียวขจีทั้งผืน ส่วนหน้าเกี่ยวข้าวพฤศจิกายน–ธันวาคม ทุ่งเหลืองทองอร่าม ทั้งสองช่วงถ่ายรูปสวยคนละอารมณ์ หลีกเลี่ยงหน้าแล้งจัดที่นาว่างเปล่า

ไม่มีรถส่วนตัว เที่ยวแพลนนี้ได้ไหม?

ได้แต่ลำบาก เพราะทั้งบึงเกลือและทุ่งกุลาอยู่นอกเมือง รถสาธารณะเข้าถึงน้อย ทางที่คล่องสุดคือเช่ารถในตัวเมืองร้อยเอ็ด หรือจ้างเหมารถตู้/รถท้องถิ่นแบบรายวัน ตกลงราคาและจุดแวะกับคนขับล่วงหน้า

พักที่ไหนดีสำหรับทริปนี้?

แนะนำพักในตัวเมืองร้อยเอ็ดเป็นฐาน เพราะอยู่กึ่งกลางระหว่างบึงเกลือ (ตะวันออก) กับทุ่งกุลา (ใต้) มีโรงแรมและที่กินครบ ขับออกไปเที่ยวแล้ววนกลับมานอนสะดวกทั้งสองวัน

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ