🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนเริ่ม บอกตรง ๆ ว่าทริปนี้เหมาะกับคนมีรถ เพราะทั้งบึงเกลือ (อ.เสลภูมิ) และทุ่งกุลาร้องไห้ (อ.เกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ) อยู่คนละทิศกับตัวเมืองร้อยเอ็ด รถสาธารณะไปลำบาก ถ้าไม่มีรถส่วนตัวแนะนำเช่ารถในตัวเมืองหรือจ้างเหมารถตู้ท้องถิ่นจะคล่องกว่ามาก ทริปนี้ตั้งต้นจากตัวเมืองร้อยเอ็ดเป็นฐาน
ภาพรวมทริปก่อนออกเดินทาง
วันแรกเราจะพุ่งไปทางตะวันออกที่ บึงเกลือ ทะเลอีสาน ใช้เวลาเล่นน้ำเล่นหาดทรายและกินข้าวริมบึงให้เต็มที่ แล้วกลับมานอนในตัวเมือง วันที่สองเปลี่ยนทิศไปทางใต้ ขับลงทุ่งกุลาร้องไห้ ชมทุ่งนาข้าวหอมมะลิและแวะปราสาทขอมกู่กาสิงห์ ก่อนวนกลับเข้าเมือง
- ระยะทางคร่าว ๆ — เมืองร้อยเอ็ด ไปบึงเกลือราว 50–55 กม. (ราว 1 ชม.) · ไปทุ่งกุลา/กู่กาสิงห์ราว 60–70 กม. (ราว 1 ชม. 15 นาที)
- ฤดูที่สวย — บึงเกลือเล่นน้ำสนุกช่วงหน้าร้อน–ต้นฝน (มี.ค.–มิ.ย.) · ทุ่งกุลานาเขียวสุดช่วงสิงหา–กันยา และทองอร่ามช่วงเกี่ยวข้าวพ.ย.–ธ.ค.
- งบโดยประมาณ — ต่อคน 2 วัน 1 คืนแบบสบาย ๆ ราว 1,200–1,800 บาท (ยังไม่รวมที่พักและน้ำมัน)
- การแต่งตัว — เตรียมชุดเล่นน้ำกับครีมกันแดด ทุ่งกลางแจ้งแดดแรงมาก หมวกกับแว่นช่วยได้เยอะ
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ร้อยเอ็ด ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — บึงเกลือ ทะเลอีสาน เล่นน้ำกินลม
บึงเกลือเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ราว 7,500 ไร่ ในเขตตำบลบึงเกลือ อำเภอเสลภูมิ จุดที่คนไปเที่ยวคือริมบึงฝั่งตะวันตกที่มีหาดทรายขาวทอดยาวเกือบ 1 กิโลเมตร น้ำตื้นค่อย ๆ ลาด เด็กลงเล่นได้ บรรยากาศคล้ายไปทะเลจริงทั้งที่อยู่กลางอีสาน เลยได้ชื่อเล่นว่าทะเลอีสาน
เมืองร้อยเอ็ด → บึงเกลือ → กลับเข้าเมือง
เรื่องควรรู้ก่อนเล่นน้ำบึงเกลือ
เป็นน้ำจืดธรรมชาติ ไม่มีไลฟ์การ์ดประจำเหมือนสระว่ายน้ำ ดูแลเด็กใกล้ชิดและเล่นในเขตน้ำตื้น ช่วงวันหยุดยาวคนเยอะ ร้านแพอาจต้องรอคิว ไปถึงก่อนเที่ยงจะจองแพได้ทำเลดีกว่า
วันที่ 2 — ทุ่งกุลาร้องไห้ กับปราสาทขอมกู่กาสิงห์
ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นทุ่งราบกว้างกว่า 2 ล้านไร่ คร่อมพื้นที่ 5 จังหวัด ฝั่งร้อยเอ็ดอยู่แถบอำเภอเกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ ปทุมรัตต์ และโพนทราย ที่นี่คือถิ่นปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ชื่อเสียงไปไกลถึงต่างประเทศ จุดเที่ยวหลักของฝั่งนี้คือชมทุ่งนาเป็นพื้นหลัง แล้วแวะชุมชนปราสาทขอมกู่กาสิงห์ที่เกษตรวิสัย
เมืองร้อยเอ็ด → ทุ่งกุลาร้องไห้ → กู่กาสิงห์ → กลับเข้าเมือง
ถ่ายรูปทุ่งกุลาให้สวย
แสงดีที่สุดคือเช้าก่อน 9 โมงกับเย็นหลังบ่ายสามที่แดดเฉียง กลางวันแดดตรงจะแบนและร้อนมาก จอดรถถ่ายรูปให้เลือกไหล่ทางที่กว้างและปลอดภัย อย่าจอดบนถนนหลักที่รถวิ่งเร็ว
ที่เที่ยวธรรมชาติเสริม ถ้ามีเวลาเพิ่ม
ถ้าอยากต่อทริปอีกวันหรือสลับจุด มีที่เที่ยวสายธรรมชาติและกึ่งประวัติศาสตร์ในร้อยเอ็ดให้เลือกเสริมได้อีกหลายแห่ง เลือกตามเส้นทางที่ผ่านสะดวก
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (วัดผาน้ำทิพย์ฯ)
เจดีย์ขาวทององค์ใหญ่บนเขาเขตอำเภอหนองพอก วิวมองลงมาเห็นป่าและทุ่งกว้าง เหมาะเสริมสายธรรมชาติ–ทำบุญ อยู่คนละทิศกับทุ่งกุลา เผื่อเวลาขับไกลหน่อย
ปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่)
ปราสาทขอมแบบบาปวน ที่ ต.มะอี อ.ธวัชบุรี อยู่ใกล้ตัวเมือง แวะได้ง่ายระหว่างเข้า–ออกเมือง เหมาะเสริมให้ทริปมีมิติประวัติศาสตร์
บึงพลาญชัย
สวนสาธารณะเกาะกลางน้ำใจกลางเมือง เดินเล่นปั่นจักรยานน้ำ ตอนเย็นบรรยากาศดี เป็นที่พักผ่อนปิดท้ายวันแบบไม่ต้องขับไกล
ของฝากสายธรรมชาติติดมือกลับบ้าน
- ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ — ซื้อจากชุมชนหรือร้านในเกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ ได้ของแท้ราคาต้นทาง หอมกว่าซื้อในห้าง
- ผ้าไหมพื้นบ้านกู่กาสิงห์ — กลุ่มแม่บ้านทอเอง มีลายเต่าทองและผ้าคลุมไหล่ เหมาะเป็นของฝากที่มีเรื่องเล่า
- ปลาส้ม–ปลาแดดเดียว — ของกินพื้นถิ่นแถบบึงน้ำ ซื้อกลับไปทอดกินที่บ้านได้ บอกร้านให้แพ็กแบบเดินทางไกล
อยากได้แพลนเที่ยวร้อยเอ็ดแบบเต็มทุกสาย ดูคู่มือเมืองรวมไว้ให้แล้ว
ดูคู่มือเที่ยวร้อยเอ็ด →