หน้าแรก จุดหมาย ร้อยเอ็ด 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยร้อยเอ็ดเตรียมตัวเที่ยวร้อยเอ็ด ช่วงไหนดี งบเท่าไหร่ แต่งตัวยังไง
🌾 เตรียมตัวเที่ยวร้อยเอ็ด

เตรียมตัวเที่ยวร้อยเอ็ด
ช่วงไหนดี งบเท่าไหร่ แต่งตัวยังไง

ร้อยเอ็ดเป็นเมืองอีสานที่เที่ยวสบาย ตัวเมืองเล็ก เดินถึงกันหมด มีทั้งหอโหวด 101 หอชมเมืองสูง 35 ชั้น บึงพลาญชัยกลางเมือง และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาที่เป็นของขึ้นชื่อ แต่จะให้ทริปลงตัวควรเตรียมตัวนิดหน่อย โดยเฉพาะเรื่องช่วงเวลา เพราะอากาศอีสานแต่ละหน้าต่างกันมาก เราสรุปให้ครบ ทั้งฤดูเที่ยวที่ดีที่สุด งานบุญผะเหวดเดือนมีนาคม งบประมาณต่อคน และการแต่งตัวเข้าวัด อ่านจบวางแผนได้เลย

🗓️ หน้าหนาว พ.ย.–ก.พ. ดีสุด🎉 บุญผะเหวด มีนาคม💰 งบเบา เที่ยวคุ้ม
เตรียมตัวเที่ยวร้อยเอ็ด ช่วงไหนดี งบเท่าไหร่ แต่งตัวยังไง

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ร้อยเอ็ดอยู่กลางอีสาน ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 500 กิโลเมตร และห่างจากขอนแก่นแค่ราวชั่วโมงครึ่ง คนส่วนใหญ่มาเที่ยว 2 วัน 1 คืนก็เก็บแลนด์มาร์กในเมืองได้ทั่ว เรื่องที่ต้องคิดก่อนออกเดินทางจริง ๆ มีไม่กี่อย่าง คือจะมาหน้าไหน เตรียมงบเท่าไหร่ และแต่งตัวอย่างไรให้เข้าวัดและขึ้นหอชมเมืองได้สบาย นี่คือสิ่งที่ควรรู้ก่อนไป

เที่ยวร้อยเอ็ดช่วงไหนดีที่สุด

หน้าหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) คือช่วงที่ดีที่สุด อากาศเย็นสบาย กลางวันแดดไม่แรงเท่าหน้าร้อน ตอนเช้าและกลางคืนเย็นกำลังดี เดินบึงพลาญชัยตอนเย็นหรือขึ้นหอโหวดชมวิวกลางแจ้งได้โดยไม่ทรมาน อุณหภูมิช่วงนี้มักอยู่ราว 17–32 องศา เช้ามืดบางวันลงไปต่ำกว่านั้นอีก เป็นช่วงที่ทุ่งนาเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิเสร็จพอดี วิวทุ่งกุลาร้องไห้สวยที่สุดในรอบปี

หน้าร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม) แดดอีสานแรงมาก กลางวันแตะ 35–40 องศาได้ ถ้ามาช่วงนี้ควรเที่ยวกลางแจ้งเฉพาะเช้ากับเย็น แล้วหลบแดดช่วงบ่าย ส่วนหน้าฝน (มิถุนายน–ตุลาคม) ต้นไม้เขียว นาเริ่มเขียวสวย คนน้อยกว่า แต่ต้องเผื่อใจเรื่องฝนตกบ่าย พกร่มไปด้วย ข้อดีคือที่พักถูกลงและไม่ต้องแย่งคิวที่ไหน

เคล็ดลับเรื่องเวลา

ถ้าเลือกได้ จัดทริปช่วงหน้าหนาวธรรมดา ๆ ที่ไม่ใช่วันหยุดยาวจะสบายที่สุด อากาศดี คนไม่แน่น ห้องพักไม่แพง ส่วนใครอยากดูประเพณีให้มาเดือนมีนาคมช่วงงานบุญผะเหวด แต่ต้องแลกกับอากาศที่เริ่มร้อนและห้องพักที่เต็มเร็ว

งานบุญผะเหวด เดือนมีนาคม มาดูดีไหม

ถ้าอยากเห็นร้อยเอ็ดในวันที่คึกคักที่สุดของปี ต้องมาช่วง งานบุญผะเหวด (บุญเดือนสี่) งานประเพณีใหญ่ประจำจังหวัดที่จัดต่อเนื่องมาหลายสิบปี ปี 2569 จัดเป็นปีที่ 36 ในชื่อ "มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด" ระหว่างวันที่ 6–8 มีนาคม 2569 กระจายตามจุดหลักกลางเมือง ทั้งสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เกาะกลางบึงพลาญชัย และสนามหน้าศาลากลางจังหวัด

ไฮไลต์ของงานคือ ขบวนแห่พระเวสสันดรชาดก ที่จำลองเรื่องราวครบทั้ง 13 กัณฑ์ ริ้วขบวนตกแต่งสวย มีการฟ้อนรำแบบอีสาน หมอลำ และพิธีตักบาตรข้าวพันก้อนตอนเช้ามืด คนในพื้นที่เรียกกันว่า "มากินข้าวปุ้น มาเอาบุญผะเหวด" เพราะมีข้าวปุ้น (ขนมจีน) เลี้ยงฟรีตามโรงทานในงาน บรรยากาศเป็นงานบุญแท้ ๆ ไม่ใช่งานจัดโชว์ ใครชอบประเพณีพื้นถิ่นจะได้ภาพร้อยเอ็ดที่หาดูยาก

  • ช่วงเวลา — รอบงานคือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี (ปี 2569 ตรงกับ 6–8 มีนาคม) เช็กวันอีกทีกับเพจจังหวัดก่อนเดินทาง เพราะวันจัดขยับตามปฏิทินจันทรคติ
  • จองที่พักล่วงหน้า — ช่วงงานห้องพักในเมืองเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ราคาห้องช่วงนี้ก็ขยับขึ้นกว่าวันปกติ
  • ไปงานเช้าหรือเย็น — พิธีตักบาตรข้าวพันก้อนอยู่เช้ามืด ส่วนขบวนแห่และการแสดงมักเริ่มช่วงสาย ๆ ถึงค่ำ เลี่ยงแดดเที่ยงที่เริ่มร้อนแล้ว
  • เผื่อเรื่องที่จอดรถ — กลางเมืองรอบบึงพลาญชัยรถจะแน่นช่วงงาน เผื่อเวลาเดินเข้า หรือพักโรงแรมที่เดินถึงงานได้จะสะดวกกว่า

มางานบุญผะเหวดแต่งตัวยังไง

ถ้าตั้งใจร่วมพิธีในวัดหรือใส่บาตร แต่งสุภาพแบบเข้าวัด ผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมืองยิ่งเข้ากับบรรยากาศ ส่วนถ้าแค่ไปเดินดูขบวนและโรงทาน แต่งสบาย ๆ ระบายอากาศได้ก็พอ เพราะเดือนมีนาคมกลางวันเริ่มร้อน

สภาพอากาศร้อยเอ็ดแต่ละหน้า

ร้อยเอ็ดเป็นที่ราบสูงอีสาน อากาศแบ่งชัดเป็นสามหน้า แต่ละหน้าให้ประสบการณ์ต่างกันมาก รู้ก่อนจะเตรียมเสื้อผ้าและจัดเวลาเที่ยวได้ถูก

  • หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) — เย็นสบาย ราว 17–32 องศา เช้ามืดและกลางคืนเย็น กลางวันแดดอ่อน เที่ยวกลางแจ้งได้ทั้งวัน เป็นช่วงที่ดีที่สุด
  • หน้าร้อน (มี.ค.–พ.ค.) — แดดแรง กลางวันแตะ 35–40 องศา ต้องหลบแดดบ่าย เที่ยวเช้า–เย็นแทน ดื่มน้ำเยอะ ๆ
  • หน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) — ฝนตกเป็นช่วง ๆ มักตกบ่ายถึงค่ำ ต้นไม้เขียว นาเขียวสวย คนน้อย ที่พักถูก แต่ต้องพกร่มและเผื่อแผนสำรองในร่ม

หน้าหนาวเตรียมเสื้อกันหนาวบาง ๆ

หลายคนคิดว่าอีสานร้อนตลอด แต่หน้าหนาวเช้ามืดร้อยเอ็ดเย็นจริง ถ้าตั้งใจขึ้นหอโหวดดูวิวเช้าหรือไปทุ่งกุลาตอนพระอาทิตย์ขึ้น พกเสื้อแขนยาวหรือเสื้อคลุมบาง ๆ ไปด้วยจะสบายกว่า

งบเที่ยวร้อยเอ็ดเท่าไหร่

ข้อดีของร้อยเอ็ดคือเที่ยวประหยัด แลนด์มาร์กหลักหลายที่เข้าฟรีหรือค่าเข้าหลักสิบ ของกินอีสานราคาเป็นกันเอง ค่าใช้จ่ายหลักจึงเป็นค่าเดินทางมาถึงเมืองกับค่าที่พัก นี่คือประมาณการต่อคนสำหรับทริป 2 วัน 1 คืนแบบไม่หรูไม่ประหยัดเกินไป

1

ค่าเดินทางมาถึงร้อยเอ็ด (ไป-กลับ)

รถทัวร์ราว ฿900–1,300 ต่อคน · เครื่องบินแล้วแต่รอบ

รถทัวร์จากหมอชิตไป-กลับ หรือตั๋วเครื่องบินดอนเมือง–ร้อยเอ็ดถ้าจองล่วงหน้าได้ราคาดี ถ้าขับรถเองหารค่าน้ำมันจะถูกลงอีก

เดินทาง
2

ที่พัก 1 คืน

ราว ฿300–700 ต่อคน (หารห้องคู่)

โรงแรมท้องถิ่นในเมืองเริ่มหลักร้อยปลาย ๆ ถึงพันต้น ๆ ต่อห้อง ถ้าไป 2 คนหารห้องตกคนละไม่กี่ร้อย พักรอบบึงพลาญชัยหรือใกล้หอโหวดสะดวกสุด

ที่พัก
3

ค่าอาหาร 4–5 มื้อ

ราว ฿300–500 ต่อคน

ส้มตำ ลาบ ไก่ย่าง ขนมจีน ข้าวแกง ราคาเป็นมิตร เผื่อคาเฟ่กับของกินเล่นริมบึงตอนเย็นอีกหน่อย

อาหาร
4

ค่าเข้าชม + เดินทางในเมือง

ราว ฿100–300 ต่อคน

หอโหวด 101 ค่าเข้าราว 50 บาท (ซิปไลน์เพิ่ม 101/201/301 บาทถ้าอยากลอง) บึงพลาญชัยและวัดส่วนใหญ่เข้าฟรี บวกค่าวินหรือเรียกรถในเมือง

ค่าเข้า
5

ของฝาก

ราว ฿150–400 ต่อคน

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาตรา GI ของฝากที่ต้องซื้อ บวกของกินพื้นเมืองและของที่ระลึกอีกนิดหน่อย

ของฝาก

รวมแล้ว ทริปร้อยเอ็ด 2 วัน 1 คืน งบราว ฿1,500–3,000 ต่อคนก็เที่ยวได้สบาย (ยังไม่รวมค่าเช่ารถถ้าอยากออกนอกเมือง) ถ้าขับรถมากันเองและหารค่าน้ำมัน จะคุมงบให้ต่ำกว่านี้ได้อีก ถือเป็นเมืองที่เที่ยวคุ้มค่าเงินมาก เพราะของเด่นหลายอย่างแทบไม่มีค่าเข้า

แต่งตัวเที่ยวร้อยเอ็ดยังไงให้เหมาะ

ทริปร้อยเอ็ดมีทั้งเดินกลางแดด ขึ้นหอชมวิว และเข้าวัด เพราะฉะนั้นการแต่งตัวต้องเผื่อสองอย่าง คือกันแดดให้สบาย และสุภาพพอจะเข้าเขตวัดได้ หลักง่าย ๆ คือเสื้อผ้าระบายอากาศดี แต่ยังปิดไหล่ปิดเข่าได้เมื่อต้องเข้าวัด

  • เสื้อ — เนื้อผ้าบางระบายอากาศ มีแขน (แขนสั้นได้) เลี่ยงสายเดี่ยวหรือเกาะอกถ้าจะเข้าวัด สีอ่อนช่วยให้ไม่ร้อนกลางแดด
  • กางเกง / กระโปรง — ขายาวหรือคลุมเข่าจะเข้าวัดได้ทุกที่ ถ้าใส่ขาสั้นมาเที่ยวเมือง พกผ้าคลุมไว้เผื่อเข้าโบสถ์
  • รองเท้า — เลือกแบบเดินสบายและถอดง่าย เพราะต้องถอดก่อนเข้าวิหารและเดินเที่ยวพอสมควร รองเท้าผ้าใบหรือแตะรัดส้นกำลังดี
  • หน้าหนาว — พกเสื้อคลุมบาง ๆ เผื่อเช้ามืดและกลางคืนเย็น โดยเฉพาะถ้าออกไปทุ่งกุลาตอนเช้า

พกผ้าคลุมไว้ใบหนึ่ง

ถ้าวันนั้นแต่งตัวสบาย ๆ มาเที่ยวเมืองแล้วอยากแวะวัด ให้พกผ้าคลุมไหล่หรือผ้าถุงผืนเล็กติดกระเป๋า เอาไว้คลุมตอนเข้าวิหาร จะได้ไม่ต้องเสียเที่ยว วัดหลายแห่งในเมืองอย่างวัดบูรพาภิรามเดินเข้าง่าย แต่ก็ควรแต่งให้เรียบร้อยเข้าไว้

ของที่ควรเตรียมไปด้วย

เพราะร้อยเอ็ดเที่ยวกลางแจ้งเยอะ ทั้งหอชมเมือง สวนน้ำ และทุ่งนา ของพวกนี้ช่วยให้ทริปสบายขึ้น โดยเฉพาะถ้ามาหน้าร้อน

  • หมวก + แว่นกันแดด + ครีมกันแดด — แดดอีสานแรง โดยเฉพาะบนสกายวอล์กหอโหวดและกลางทุ่งกุลาที่ไม่มีร่มเงา
  • ร่มพับ — กันแดดได้ กันฝนได้ หน้าฝนยิ่งต้องมี
  • น้ำดื่ม — พกขวดติดตัว เดินกลางแดดเสียเหงื่อง่าย
  • เงินสด + แบงก์ย่อย — ร้านท้องถิ่นและตลาดหลายที่รับเงินสดหรือสแกนจ่าย พกเงินสดและแบงก์ย่อยไว้เผื่อร้านเล็กและตู้ทำบุญ
  • เสื้อคลุมบาง — หน้าหนาวเช้ามืดและกลางคืนเย็น มีติดกระเป๋าไว้อุ่นใจกว่า
  • แอปเรียกรถ / เบอร์วินมอเตอร์ไซค์ — ในเมืองไม่มีรถเมล์เป็นเรื่องเป็นราว เตรียมวิธีเดินทางไว้ก่อนสะดวกกว่า

ตัวอย่างแพลนเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

ถ้าจะให้ทริปลื่นไหล ลองไล่เตรียมตามนี้ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็นช่วงล่วงหน้ากับวันเดินทางจริง

ล่วงหน้า 1–2 สัปดาห์

จองและวางแผน

เลือกช่วง
เช็กว่าจะมาหน้าหนาวธรรมดาหรือช่วงงานบุญผะเหวดต้นมีนาคมถ้าจะมางานบุญผะเหวด เช็กวันจัดกับเพจจังหวัดให้ชัวร์ก่อน
จองที่พัก
จองโรงแรมรอบบึงพลาญชัยหรือใกล้หอโหวดช่วงงานบุญหรือวันหยุดยาวห้องเต็มเร็ว จองล่วงหน้า
จองเดินทาง
จองตั๋วรถทัวร์/เครื่องบิน หรือเตรียมรถเช่าถ้าจะออกนอกเมืองตั๋วเครื่องบินดอนเมือง–ร้อยเอ็ดจองเร็วได้ราคาดีกว่า
ก่อนออกเดินทาง 1 วัน

จัดกระเป๋า

เสื้อผ้า
จัดชุดเที่ยวเมืองสบาย ๆ + ชุดสุภาพเข้าวัด + เสื้อคลุมบางถ้าหน้าหนาวเผื่อผ้าคลุมไหล่ผืนเล็กไว้เข้าวิหาร
กันแดด
หมวก แว่น ครีมกันแดด ร่มพับ ใส่กระเป๋าให้ครบหอโหวดและทุ่งกุลาแดดแรง ไม่มีร่มเงา
เงิน + แอป
เตรียมเงินสด แบงก์ย่อย และโหลดแอปเรียกรถไว้ร้านเล็กและตู้ทำบุญหลายที่ใช้เงินสดสะดวกกว่า

เตรียมแค่นี้ก็พร้อมแล้ว ที่เหลือไปสนุกกับเมืองได้เลย ร้อยเอ็ดไม่ใช่เมืองที่ต้องวางแผนละเอียดยิบ ตัวเมืองเล็ก คนเป็นมิตร ถามทางได้ทั่ว ขอแค่มาถูกหน้าและเตรียมของกันแดดให้พอก็เที่ยวสบายแล้ว

อยากได้แพลนเที่ยวร้อยเอ็ดแบบละเอียด ดูคู่มือเมืองฉบับเต็ม

ดูคู่มือเที่ยวร้อยเอ็ด →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวร้อยเอ็ดช่วงไหนดีที่สุด?

หน้าหนาว ประมาณพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ดีที่สุด อากาศเย็นสบาย ราว 17–32 องศา แดดไม่แรง เที่ยวกลางแจ้งได้ทั้งวัน และเป็นช่วงที่ทุ่งนาข้าวหอมมะลิสวย ส่วนหน้าร้อนเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมแดดจัด ควรเที่ยวเช้าและเย็น

งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดจัดเดือนไหน?

จัดช่วงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี (บุญเดือนสี่) สำหรับปี 2569 ตรงกับวันที่ 6–8 มีนาคม จัดกลางเมืองรอบสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เกาะกลางบึงพลาญชัย และหน้าศาลากลางจังหวัด ไฮไลต์คือขบวนแห่พระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ ถ้าจะมาควรจองที่พักล่วงหน้าเพราะห้องเต็มเร็ว

เที่ยวร้อยเอ็ด 2 วัน 1 คืนงบเท่าไหร่?

ราว 1,500–3,000 บาทต่อคนก็เที่ยวได้สบาย รวมค่าเดินทางมาถึงเมือง ที่พัก 1 คืน ค่าอาหาร และของฝาก เพราะแลนด์มาร์กหลักหลายที่เข้าฟรีหรือค่าเข้าหลักสิบ ถ้าขับรถมากันเองและหารค่าน้ำมันจะถูกลงอีก

เที่ยวร้อยเอ็ดต้องแต่งตัวยังไง?

แต่งสบายระบายอากาศได้เพราะเที่ยวกลางแจ้งเยอะ แต่เผื่อชุดสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าไว้เข้าวัด และพกผ้าคลุมไหล่ผืนเล็กติดไว้ ถ้ามาหน้าหนาวควรมีเสื้อคลุมบาง ๆ เพราะเช้ามืดและกลางคืนเย็นกว่าที่คิด

หน้าหนาวร้อยเอ็ดหนาวจริงไหม?

หน้าหนาวร้อยเอ็ดเย็นสบายจริง โดยเฉพาะเช้ามืดและกลางคืน อุณหภูมิช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์มักอยู่ราว 17–32 องศา บางวันเช้ามืดลงต่ำกว่านั้น ถ้าออกไปทุ่งกุลาหรือขึ้นหอโหวดตอนเช้าควรมีเสื้อแขนยาวติดตัว ส่วนกลางวันแดดอ่อนเที่ยวสบาย

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ