🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
สระแก้วอยู่ห่างจากกรุงเทพราว 200–230 กิโลเมตร ขับรถผ่านมอเตอร์เวย์ M7 ต่อถนนสาย 33 (สุวรรณศร) ราว 3 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมงก็ถึง ทริปสามวันสองคืนกำลังพอดีกับการเก็บทั้งสี่ไฮไลต์โดยไม่ต้องเร่ง เพราะจุดเที่ยวกระจายตัวอยู่คนละทิศของจังหวัด หัวใจของแพลนนี้คือ แบ่งของเป็นโซนตามวัน วันแรกอยู่ฝั่งอรัญประเทศ–ตะวันออก ทั้งตลาดโรงเกลือและปราสาทขอม วันสองวกกลับมาทางตัวเมืองเข้าอุทยานปางสีดา และวันสามค่อยขยับไปอำเภอตาพระยาเพื่อชมละลุก่อนกลับ จะได้ไม่ต้องวิ่งรถวนไปวนมา
ทริปนี้แทบจำเป็นต้องมีรถส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะจุดเที่ยวอยู่นอกเขตเทศบาลและรถสาธารณะเข้าถึงได้จำกัด ถ้าไม่ได้ขับรถมาเอง สามารถนั่งรถทัวร์หรือรถตู้สายกรุงเทพ–อรัญประเทศมาก่อน แล้วเช่ารถหรือเหมารถท้องถิ่นต่อในจังหวัด โดยเฉพาะช่วงเข้าปางสีดาและละลุที่ต้องอาศัยรถนำเที่ยวของพื้นที่
เรื่องชายแดนต้องอ่านก่อน
ช่วงปี 2025–2026 จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก (อรัญประเทศ–ปอยเปต) มีการปรับเวลาและจำกัดการข้ามแดนเป็นระยะ บางช่วงปิดไม่ให้บุคคลทั่วไปข้ามไปฝั่งกัมพูชา แพลนนี้จึงวางให้เที่ยว ฝั่งไทยทั้งหมด ตลาดโรงเกลืออยู่ฝั่งไทยช้อปได้ปกติ แต่ อย่าวางแผนข้ามไปปอยเปต ถ้าตั้งใจจะข้ามแดนจริง ต้องเช็กสถานการณ์ล่าสุด เวลาเปิด-ปิดด่าน และเอกสารที่ต้องใช้กับหน่วยงานก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
วันแรก — ช้อปตลาดโรงเกลือ ตามรอยปราสาทขอม
วันแรกมุ่งตรงไปฝั่งอรัญประเทศก่อน เพราะตลาดโรงเกลือคึกคักตั้งแต่เช้าถึงบ่าย และของมือสองที่คนตามหาต้องไปคุ้ยแต่เช้าถึงจะได้ของดี พอช้อปและกินเที่ยงเสร็จ ค่อยขยับไปปราสาทสด๊กก๊อกธมในอำเภอโคกสูง ซึ่งไม่ไกลจากตัวอรัญมากนัก ปิดท้ายวันด้วยปราสาทเขาน้อยสีชมพูก่อนเข้าที่พัก
อรัญประเทศ + ปราสาทขอม
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว สระแก้ว ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ปราสาทขอมในสระแก้วที่ควรแวะ
สระแก้วเคยเป็นเส้นทางอารยธรรมขอมโบราณ จึงมีปราสาทหินกระจายอยู่หลายจุด เราคัดมาให้ตามความสำคัญและความสะดวกในการเข้าถึง ปราสาทเหล่านี้ เข้าชมฟรีทั้งหมด แต่อยู่ห่างกันพอควร เลือกแวะตามเวลาที่มี ไม่จำเป็นต้องเก็บครบในทริปเดียว
ปราสาทสด๊กก๊อกธม (อ.โคกสูง)
ปราสาทหินขอมที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออก สร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง บูรณะเรียบร้อย มีบาราย คูน้ำ และจารึกสำคัญทางประวัติศาสตร์ ชื่อเป็นภาษาเขมรแปลว่าบึงต้นกกใหญ่ ปัจจุบันมีศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์ให้ศึกษาเพิ่ม เป็นไฮไลต์ของสายปราสาทในจังหวัดนี้
ปราสาทเขาน้อยสีชมพู (อ.อรัญประเทศ)
ปราสาทก่ออิฐบนเนินเขาเตี้ยใกล้ชายแดน เป็นโบราณสถานคติฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก ต้องเดินขึ้นบันไดเล็กน้อย ด้านบนมองเห็นวิวที่ราบกว้าง เหมาะมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ
ปราสาทเขาโล้น (อ.ตาพระยา)
ปราสาทขอมขนาดเล็กบนเขาในเขตอำเภอตาพระยา บรรยากาศเงียบ คนน้อย เหมาะกับสายชอบโบราณสถานเงียบ ๆ ระหว่างทางไปละลุในวันสามแวะได้พอดี ถนนช่วงท้ายเป็นทางขึ้นเขาเล็กน้อย เช็กเส้นทางก่อนไป
เคล็ดลับเที่ยวปราสาท
ปราสาทส่วนใหญ่เป็นที่โล่งกลางแดด แนะนำไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เลี่ยงเที่ยงวัน พกหมวก ครีมกันแดด และน้ำดื่ม รองเท้าควรเป็นแบบเดินสบายเพราะบางจุดต้องเดินขึ้นเนินหรือบันได เปิดแอปแผนที่นำทางไว้เพราะบางปราสาทป้ายบอกทางน้อย
วันที่สอง — อุทยานปางสีดา น้ำตกและผีเสื้อ
วันสองเน้นธรรมชาติเต็มวันที่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา ป่าผืนตะวันออกที่อยู่ใกล้ตัวเมืองสระแก้ว ที่ทำการอุทยานอยู่ห่างตัวเมืองราว 25–30 กิโลเมตร ใช้เวลาขับราว 30–40 นาที ค่าเข้าผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์อีก 30 บาท ไฮไลต์คือ น้ำตกปางสีดา ที่เดินถึงง่ายจากลานจอด และช่วง ฤดูฝนราวมิถุนายน–กรกฎาคม จะเป็นช่วงผีเสื้อออกชุกที่สุด มีผีเสื้อหลายร้อยชนิดมาดูดน้ำตามลำธารและถนนในป่า ถ้ามาตรงฤดูถือว่าคุ้มค่ามาก
อุทยานแห่งชาติปางสีดา
เช็กก่อนเข้าปางสีดา
อุทยานเปิดบางเส้นทางเป็นช่วงตามฤดูและสภาพอากาศ ช่วงฝนตกหนักบางเส้นทางอาจปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ก่อนไปควรเช็กเพจอุทยานแห่งชาติปางสีดาหรือโทรสอบถามที่ทำการล่วงหน้า ถ้าตั้งใจมาดูผีเสื้อให้ตรงฤดูฝน (ราวมิถุนายน–กรกฎาคม) จะได้เห็นชุกที่สุด
วันที่สาม — ชมละลุ ซื้อของฝากก่อนกลับ
วันสามปิดทริปด้วย ละลุ ในอำเภอตาพระยา ปรากฏการณ์ดินที่ถูกน้ำฝนและลมกัดเซาะมานานปีจนกลายเป็นแท่งและหน้าผาดินรูปทรงคล้ายปราสาท หลายคนเรียกว่าแกรนด์แคนยอนเมืองไทยฉบับย่อม ละลุเปิดราว 08:00–18:00 ช่วงสวยคือเช้าก่อนแดดแรง การเข้าพื้นที่จริงต้องนั่ง รถอีแต๊กของชาวบ้าน เข้าไปอีกทอด ค่าบริการประมาณคันละ 200 บาท (นั่งได้ราว 6 คน) เพราะช่วงท้ายเป็นถนนลูกรัง
ละลุ ตาพระยา + ของฝากกลับบ้าน
ถ้าอยากปรับให้เบาลง ละลุอยู่ไกลในอำเภอตาพระยาและต้องต่อรถอีแต๊กเข้าไป ถ้าวันสามมีเวลาไม่พอหรือเจอฝน สามารถสลับเป็นเที่ยวจุดใกล้ตัวเมือง เช่น เขาฉกรรจ์ (ภูเขาหินปูนกับฝูงลิงและถ้ำ) หรือคาเฟ่และตลาดในเมืองก่อนกลับ จะคุมเวลาได้สบายกว่า
ทางเลือกปรับแผน เผื่อความสนใจต่างกัน
เขาฉกรรจ์ ฝูงลิงและถ้ำ
ภูเขาหินปูนลูกใหญ่ในอำเภอเขาฉกรรจ์ มีวัด ถ้ำ และฝูงลิงจำนวนมาก มีบันไดขึ้นจุดชมวิว อยู่ใกล้ตัวเมือง เหมาะสลับแทนละลุถ้าวันสามอยากเที่ยวใกล้ ๆ ระวังของในมือเพราะลิงคว้าได้
วังน้ำเย็น เมล่อนและไร่ผลไม้
อำเภอวังน้ำเย็นขึ้นชื่อเรื่องเมล่อนและไร่ผลไม้ แวะซื้อของฝากหรือเดินไร่ได้ตามฤดู เหมาะปิดทริปด้วยของติดไม้ติดมือกลับบ้าน
สกายวอล์ควัดเขาสิงโต
จุดเช็กอินวิวสูงในตัวเมืองสระแก้ว มีทางเดินกระจกชมวิวเมืองและภูเขา เหมาะแวะถ่ายรูปช่วงเย็น ใช้เวลาไม่นาน เสริมเข้าทริปได้ง่าย
วางเส้นทางให้ฉลาด
จุดเที่ยวสระแก้วกระจายตัวและบางจุดอยู่ติดแนวชายแดน เปิดแผนที่นำทางและเช็กระยะทางก่อนทุกครั้ง เติมน้ำมันให้เต็มก่อนออกนอกเมือง เพราะปั๊มในเขตอำเภอรอบนอกมีห่างกัน และพกเงินสดติดตัวไว้ ทั้งค่ารถอีแต๊กเข้าละลุ ค่าเข้าอุทยาน และร้านท้องถิ่นหลายแห่งยังรับแต่เงินสด
สรุปงบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน
- ค่าเข้าจุดเที่ยว — ปราสาทขอมเข้าชมฟรีทั้งหมด ปางสีดาค่าเข้าผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์ 30 บาท ละลุมีค่ารถอีแต๊กเข้าพื้นที่ราว 200 บาทต่อคัน (หารกันราว 6 คน) รวมค่าจุดเที่ยวทั้งทริปไม่กี่ร้อยบาทต่อคน
- ค่าน้ำมัน/เดินทาง — ขับรถไป-กลับกรุงเทพ–สระแก้วและวิ่งในจังหวัดสามวัน เผื่อค่าน้ำมันราว 1,500–2,200 บาทต่อคัน (หารกันตามจำนวนคน) บวกค่าทางด่วน/มอเตอร์เวย์
- ค่าอาหาร — ร้านพื้นถิ่นและตามสั่งราคาย่อมเยา อิ่มได้ในงบ 80–200 บาทต่อมื้อ เผื่อทั้งทริปราว 900–1,400 บาท
- ที่พัก 2 คืน — โรงแรม/รีสอร์ตในตัวเมืองสระแก้วและอรัญประเทศเริ่มหลักร้อยปลาย ๆ ถึงหลักพันต้น ๆ ต่อคืน สองคืนเผื่อราว 1,000–2,500 บาทต่อคน ขึ้นกับระดับและช่วงเทศกาล
ดูที่พักทำเลดีสำหรับทริปนี้ — ในตัวเมืองสระแก้วหรือใกล้ตลาดโรงเกลือ
ดู Top 10 โรงแรมสระแก้ว →