🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
อุทยานธรณีโลกสตูล (Satun UNESCO Global Geopark) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,597 ตารางกิโลเมตร พาดผ่าน 4 อำเภอ คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และเมืองสตูล หัวใจของที่นี่คือหินปูนยุคพาลีโอโซอิกที่เคยเป็นพื้นทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน เก็บฟอสซิลของสัตว์ทะเลโบราณอย่างไทรโลไบต์ นอติลอยด์ และสาหร่ายหินไว้เต็มไปหมด แล้วต่อมาก็ทับซ้อนด้วยฟอสซิลสัตว์บกยุคน้ำแข็งอย่างช้างสเตโกดอน แรด และกวาง ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ที่เที่ยวสวย แต่เป็นห้องเรียนธรณีวิทยากลางแจ้งที่จับต้องได้
ข่าวดีคือจุดเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลกันนัก ขับรถวนเที่ยวได้ในวันเดียวถึงสองวัน และหลายจุดบริหารโดยวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ เงินที่จ่ายค่าเรือค่าไกด์จึงตกถึงคนท้องถิ่นจริง เราจัดกลุ่มจุดเที่ยวตามประเภทให้ก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละจุด พร้อมราคาและการจองที่อ้างอิงจากวิสาหกิจชุมชนและ ททท. สำนักงานสตูล ก่อนไปแนะนำโทรเช็กอีกรอบ เพราะบางจุดเปิดตามระดับน้ำและฤดูกาล
จุดเที่ยวสายธรณีในสตูลมีกี่แบบ
- ถ้ำลอดน้ำ พายเรือ — ถ้ำเลสเตโกดอนที่ทุ่งหว้า เป็นถ้ำธารลอดใต้เขาหินปูน นั่งคายัคลอดเข้าไปดูหินงอกหินย้อยและฟอสซิลในผนังถ้ำ
- หินปูนกลางทะเล — ปราสาทหินพันยอดที่เกาะเขาใหญ่ เป็นกำแพงหินปูนยอดแหลมเป็นพันยอด ล่องเรือหางยาวจากปากบาราไปชม
- น้ำตกหินปูน — น้ำตกวังสายทองที่ละงู เป็นน้ำตกหินปูน (travertine) ลดหลั่นเป็นชั้น น้ำใสไหลผ่านหินปูนสีครีม
- แหล่งฟอสซิลและผาหินโบราณ — เขาโต๊ะหงายที่ปากน้ำ ละงู มีรอยเลื่อนและชั้นหินสองยุคชนกันให้ดูชัด ๆ และดงฟอสซิลเขาน้อยที่ทุ่งหว้า
- พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ — พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า เล่าเรื่องการค้นพบฟอสซิลช้างสเตโกดอนที่เป็นจุดกำเนิดของชื่อถ้ำ
อยากเที่ยว สตูล ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ถ้ำเลสเตโกดอน — ไฮไลต์สายธรณีของสตูล
ถ้ำเลสเตโกดอน ตำบลทุ่งหว้า คือจุดที่ทำให้สตูลดังในฐานะแหล่งฟอสซิล ชื่อ "สเตโกดอน" มาจากช้างดึกดำบรรพ์ที่พบฟอสซิลขากรรไกรและฟันกรามอายุราว 1.8 ล้านปีในพื้นที่ ตัวถ้ำเป็นถ้ำธารลอดใต้เขาหินปูนยาวประมาณ 3.4–4 กิโลเมตร ของเดิมชาวบ้านเรียก "ถ้ำวังกล้วย" การเที่ยวคือนั่งเรือคายัคลอดเข้าไปในถ้ำ ผ่านหินงอกหินย้อย ค้างคาว และผนังถ้ำที่ยังมีร่องรอยฟอสซิลทะเลโบราณฝังอยู่ ช่วงท้ายถ้ำมีจุดที่แสงลอดเข้ามาเป็นรูปคล้ายหัวใจที่หลายคนตั้งใจไปถ่ายรูป
เรื่องการจองถ้ำเลสเตโกดอน ต้องอ่าน
ถ้ำนี้ลอดได้เฉพาะช่วงน้ำขึ้นเท่านั้น จึงเปิดวันละรอบเดียวตามตารางน้ำ รับนักท่องเที่ยวจำกัด (ราว 80 คนต่อรอบ) และต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพายเรือถ้ำเลสเตโกดอน โทร 074-789-317 หรือ 062-298-8928 เพราะรอบขึ้นกับน้ำ เวลาเข้าถ้ำจึงเปลี่ยนทุกวัน อย่าขับไปถึงแล้วค่อยถาม ให้โทรจองและถามรอบน้ำก่อนเสมอ
ปราสาทหินพันยอด — กำแพงหินปูนกลางทะเล
ปราสาทหินพันยอด อยู่ที่เกาะเขาใหญ่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ห่างจากท่าเรือปากบาราราว 3 กิโลเมตร เป็นแนวหินปูนยุคออร์โดวิเชียนอายุหลายร้อยล้านปีที่ถูกน้ำและคลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นยอดแหลมเรียงกันเป็นพันยอดเหมือนปราสาทในเทพนิยาย ทริปทั่วไปจะนั่งเรือหางยาวออกจากปากบารา แวะอ่าวหินงาม ชายหาดกรวดหินกลมมันวาว ก่อนพายคายัคลอดช่องหินแคบเข้าไปในลากูนกลางเกาะที่เป็นจุดถ่ายรูปปราสาทหินพันยอด
ราคาทริปเกาะเขาใหญ่–ปราสาทหินพันยอดแบบร่วมเรือเริ่มราว 800 บาทต่อคน มักมี 2 รอบคือรอบเช้าราว 9:00 น. และรอบบ่ายราว 14:00 น. ใช้เวลาเที่ยวประมาณครึ่งวัน เหมาะจับคู่กับการนั่งเล่นปากบาราหรือต่อเรือไปตะรุเตา ช่วงเวลาเข้าลากูนต้องสัมพันธ์กับระดับน้ำเช่นกัน ผู้ให้บริการจะจัดรอบให้พอดีกับน้ำอยู่แล้ว
น้ำตกวังสายทองและเขาโต๊ะหงาย
ถ้าอยากเห็นว่าหินปูนสร้างทิวทัศน์ได้สวยแค่ไหน แวะ น้ำตกวังสายทอง ที่ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู เป็นน้ำตกหินปูนไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขา ลดหลั่นเป็นชั้นราว 6 ชั้น ชั้นบนสุดสูงราว 8 เมตร เนื้อหินปูนสีครีมที่น้ำไหลผ่านสะสมแคลเซียมจนเป็นแอ่งทรงโค้งสวยตามธรรมชาติ น้ำใสเย็นเล่นได้ เข้าฟรีหรือมีค่าบำรุงเล็กน้อยตามจุด เหมาะแวะพักช่วงบ่ายหลังเที่ยวถ้ำ
อีกจุดที่สายธรณีไม่ควรพลาดคือ เขาโต๊ะหงาย ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู เป็นจุดที่เห็นชั้นหินสองยุคต่างกันมาเรียงชนกันเพราะรอยเลื่อนของเปลือกโลก มีสะพานเดินเลียบผาหินริมทะเลให้เดินชมวิวอ่าวและก้อนหินปูนรูปทรงแปลกตา เป็นจุดเรียนรู้ธรณีแบบเดินสบาย ไม่ต้องลงเรือ เหมาะแวะระหว่างทางไปหรือกลับจากปากบารา
อันดับจุดเที่ยวสายธรณีในอุทยานธรณีโลกสตูล
สำหรับคนที่มีเวลาจำกัดและอยากรู้ว่าควรจัดลำดับเที่ยวจุดไหนก่อน นี่คือจุดเที่ยวสายธรณีที่เปิดให้เข้าชมจริงตอนนี้ เรียงตามความน่าสนใจและความสะดวกในการไป พร้อมทำเลและราคาประมาณ
ถ้ำเลสเตโกดอน
ถ้ำธารลอดใต้เขาหินปูนยาวราว 3.4–4 กม. นั่งคายัคลอดเข้าไปดูหินงอกหินย้อย ฟอสซิลในผนังถ้ำ และจุดแสงลอดรูปหัวใจช่วงท้ายถ้ำ เป็นไฮไลต์สายธรณีของจังหวัดที่ไม่ควรพลาด
ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่
แนวหินปูนยอดแหลมเป็นพันยอดกลางทะเล นั่งเรือหางยาวจากปากบารา แวะอ่าวหินงาม แล้วพายคายัคลอดช่องหินเข้าลากูนถ่ายรูป เป็นภาพจำสายธรณีของสตูล
น้ำตกวังสายทอง
น้ำตกหินปูนไหลออกจากถ้ำ ลดหลั่น 6 ชั้น เนื้อหินสีครีม น้ำใสเย็นเล่นได้ เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าหินปูนสร้างภูมิทัศน์สวยอย่างไร เดินถึงง่าย เหมาะพักช่วงบ่าย
เขาโต๊ะหงาย
จุดชมชั้นหินสองยุคชนกันจากรอยเลื่อนเปลือกโลก มีสะพานเดินเลียบผาหินริมทะเล ชมวิวอ่าวและก้อนหินปูนรูปทรงแปลก เป็นจุดเรียนรู้ธรณีแบบไม่ต้องลงเรือ
พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า
ศูนย์เรียนรู้ที่เล่าเรื่องการค้นพบฟอสซิลช้างสเตโกดอน ต้นกำเนิดชื่อถ้ำ มีโครงจำลองและข้อมูลธรณีของสตูลให้เข้าใจภาพรวมก่อนออกไปเที่ยวจริง
ดงฟอสซิลเขาน้อย
เส้นทางเดินชมฟอสซิลสัตว์ทะเลโบราณอย่างนอติลอยด์และไทรโลไบต์ที่ฝังอยู่ในชั้นหินปูนริมทาง เป็นจุดที่ได้แตะฟอสซิลยุค 400–500 ล้านปีแบบใกล้ ๆ
ถ้ำภูผาเพชร
ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในเขตมะนัง มีหลายห้องโถง หินงอกหินย้อยประกายคล้ายเพชรเมื่อต้องแสง เป็นถ้ำเดินชมบนบกที่อลังการ เหมาะคนอยากเห็นถ้ำแห้งคู่กับถ้ำลอดน้ำ
เกาะหินงาม (ในทริปทะเล)
หาดหินกรวดกลมสีดำมันวาวที่เกิดจากหินกัดเซาะ เป็นจุดธรณีในทริปทะเลตะรุเตา-หลีเป๊ะ มีตำนานคำสาปห้ามเก็บหินกลับ เหมาะคนเที่ยวเกาะอยากแตะธรณีไปด้วย
บอกตรงเรื่องฟอสซิลและหิน
ฟอสซิลกับก้อนหินทุกจุดในอุทยานธรณีโลกสตูลห้ามเก็บกลับ ทั้งผิดกฎหมายและผิดกติกาของ UNESCO Geopark ที่เน้นการอนุรักษ์ ดูได้ ถ่ายรูปได้ แตะได้เบา ๆ ตามที่ไกด์อนุญาต แต่ปล่อยให้มันอยู่ที่เดิม คนหลังจะได้เห็นด้วย ที่เกาะหินงามยังมีตำนานคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตาห้ามเก็บหินกลับเป็นเครื่องเตือนใจอีกชั้น
เดินทางไปอุทยานธรณีโลกสตูลยังไง
จุดเที่ยวกระจายใน 4 อำเภอ การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะคล่องที่สุด จากตัวเมืองสตูลไปทุ่งหว้า (ถ้ำเลสเตโกดอน) ราว 1.5–2 ชั่วโมง ไปปากบารา (ขึ้นเรือปราสาทหินพันยอด) ราว 1 ชั่วโมง ส่วนน้ำตกวังสายทองและเขาโต๊ะหงายอยู่แถบละงูระหว่างทาง ถ้าไม่มีรถ ใช้บริการทัวร์ชุมชนหรือรถเช่าพร้อมคนขับจะสะดวกกว่า เพราะรถสาธารณะเข้าจุดเที่ยวเหล่านี้ไม่สะดวก
- สนามบินใกล้สุด — สนามบินหาดใหญ่ จากนั้นต่อรถราว 2 ชั่วโมงเข้าตัวเมืองสตูล หรือบินลงตรังแล้วต่อรถลงมาทุ่งหว้าก็ได้
- ฐานที่พัก — พักในเมืองสตูลหรือแถบละงู/ปากบาราจะเที่ยววนจุดธรณีสะดวกที่สุด เพราะอยู่กลางระหว่างทุ่งหว้ากับท่าเรือ
- ฤดูที่เหมาะ — ราวพฤศจิกายน–เมษายนเป็นช่วงแล้ง ฟ้าใส น้ำทะเลสงบ เหมาะลงเรือ ส่วนหน้าฝนถ้ำลอดน้ำและทริปเรืออาจงดตามสภาพอากาศ
เที่ยวอุทยานธรณีโลกสตูลใน 2 วัน
ถ้าอยากเก็บทั้งถ้ำ ฟอสซิล น้ำตก และปราสาทหินกลางทะเลให้ครบในทริปเดียว จัดสองวันแบบนี้ได้ วันแรกบุกฝั่งทุ่งหว้าสายถ้ำและฟอสซิล วันที่สองลงเรือสายทะเลที่ปากบารา ทุกจุดที่ลงเรือควรโทรจองล่วงหน้าและถามรอบน้ำก่อน
ทุ่งหว้า สายถ้ำและฟอสซิล
ปากบารา สายทะเลและหินปูน
สายธรณีจริงจัง
เน้นถ้ำเลสเตโกดอน ดงฟอสซิลเขาน้อย และพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ เก็บเรื่องราว 500 ล้านปีให้ครบ ควรมีไกด์ชุมชนช่วยอธิบาย
สายถ่ายรูปธรรมชาติ
ปราสาทหินพันยอด อ่าวหินงาม และน้ำตกวังสายทอง ภาพสวยเก็บง่าย เหมาะคนอยากได้ทั้งธรณีและรูปสวย
สายชิลพาครอบครัว
เขาโต๊ะหงายเดินสะพานสบาย น้ำตกวังสายทองเล่นน้ำได้ และพิพิธภัณฑ์ในร่ม เหมาะพาเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่อยากลุยมาก
วางแผนเที่ยวสตูลให้เต็มอิ่มทั้งทะเล เกาะ และอุทยานธรณี
ดูคู่มือเที่ยวสตูล →