🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ย่านเมืองเก่าสงขลาอยู่ฝั่งบ่อยาง ริมทะเลสาบสงขลา เป็นชุมชนที่มีอายุกว่า 200 ปี เดิมมีถนนแค่สองสาย คือ ถนนนครนอก ที่เป็นเส้นนอกติดทะเลสาบ กับ ถนนนครใน ที่เป็นเส้นในเมือง ต่อมาตัดถนนสายที่สามชื่อ "ถนนเก้าห้อง" เพราะตอนแรกมีตึกแค่ 9 คูหา จนปี 2478 มีการประกวดนางงามสงขลา แล้วนางงามคนแรกอาศัยอยู่บนถนนสายนี้ คนสงขลาเลยเรียกติดปากว่า ถนนนางงาม มาจนทุกวันนี้ พ่อค้าจีนฮกเกี้ยนที่ร่ำรวยจากการค้าทางเรือสร้างตึกแถวสไตล์ผสมจีน-ยุโรปไว้ ทุกวันนี้หลายหลังกลายเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร และพื้นที่เรียนรู้ แต่ยังเก็บหน้าตาเดิมไว้ครบ
ช่วงที่เดินสบายที่สุดคือเช้า ราว 8.00–10.00 น. แดดยังไม่แรง ตึกได้แสงนุ่ม ถ่ายรูปสวย และร้านโบราณกำลังเปิด หรือช่วงเย็นหลังบ่ายสามที่แดดเริ่มลด ส่วนเสาร์อาทิตย์และวันหยุดยาวคนจะเยอะกว่ามาก ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปโล่ง ๆ มาวันธรรมดาหรือมาแต่เช้าจะสบายกว่า
สามถนนเก่า — เดินยังไงให้ครบ
หัวใจของเมืองเก่าคือสามถนนที่ขนานกัน เชื่อมถึงกันด้วยซอยสั้น ๆ จอดรถที่เดียวแล้วเดินวนได้ครบ แต่ละเส้นมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง รู้ไว้ก่อนจะเดินได้ตรงใจขึ้น
- ถนนนางงาม — เส้นที่ร้านหนาแน่นและคึกคักที่สุด รวมของกินโบราณ คาเฟ่ และสตรีทอาร์ตหลายจุด เหมาะเดินเป็นเส้นหลัก
- ถนนนครใน — ตึกชิโนยูโรเปียนสวย ๆ อยู่เส้นนี้เยอะ มีบ้านนครใน คาเฟ่ และพื้นที่เรียนรู้ คนน้อยกว่านางงามนิดหน่อย
- ถนนนครนอก — เส้นริมทะเลสาบ ปลายถนนมีโรงสีแดงหับโห้หิ้นและท่าน้ำ เดินจบที่นี่แล้วได้วิวทะเลสาบเป็นของแถม
อยากเที่ยว สงขลา ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ตึกชิโนยูโรเปียน — เดินดูสถาปัตยกรรม
เสน่ห์แรกที่สะดุดตาคือแนวตึกแถวสองข้างทาง ที่นี่มีทั้งห้องแถวไม้แบบจีนดั้งเดิม ตึกแถวจีนโบราณของชาวฮกเกี้ยน และตึกคลาสสิกสไตล์ชิโนยูโรเปียนที่ผสมลายปูนปั้นแบบยุโรปเข้ากับโครงตึกจีน หลายหลังยังมีป้ายชื่อร้านเก่า บานประตูไม้ และกระเบื้องลายเดิม จุดที่ตึกสวยและถ่ายรูปได้เด่นที่สุดอยู่บนถนนนครในและช่วงกลางถนนนางงาม เดินช้า ๆ เงยหน้าดูชั้นบนของตึกด้วย เพราะรายละเอียดสวย ๆ มักอยู่เหนือระดับสายตา
- บ้านนครใน — บนถนนนครใน อาคารสีขาวสไตล์ชิโนยูโรเปียน ปรับเป็นพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมถิ่นสงขลา จัดแสดงของเก่าและภาพถ่าย ตัวอาคารเองเป็นจุดถ่ายรูปที่ดี
- ตึกแถวช่วงกลางถนนนางงาม — แนวตึกหลากสีติดกันยาว เหมาะถ่ายมุมเฉียงให้เห็นแนวเสาและซุ้มทางเดิน
- ตึกริมถนนนครนอก — บางหลังหันหน้าเข้าทะเลสาบ ได้บรรยากาศย่านการค้าทางเรือสมัยก่อน
สตรีทอาร์ต — ตามเก็บตามกำแพง
เทศบาลนครสงขลาและศิลปินท้องถิ่นช่วยกันเติมงานสตรีทอาร์ตไว้ตามกำแพงและหัวมุมตึก กระจายอยู่ทั้งสามถนน จุดที่ภาพหนาแน่นสุดคือบริเวณถนนนางงามตัดถนนยะหริ่งและรอบ ๆ ย่านนางงาม งานส่วนใหญ่เล่าวิถีชีวิตคนสงขลาในอดีต ทั้งภาพเด็กเล่นน้ำ แม่ค้าหาบของ และฉากริมทะเลสาบ เดินตามเก็บได้สนุก เป็นกิจกรรมฟรีที่แทรกระหว่างชมตึก แนะนำเดินตามแผนที่สตรีทอาร์ตที่ติดอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในย่าน จะไม่พลาดภาพเด่น
เคล็ดลับถ่ายรูป
สตรีทอาร์ตหลายจุดอยู่บนผนังที่แดดส่องตรงตอนเที่ยง ถ่ายแล้วภาพจะแข็งและมีเงาแรง แนะนำมาช่วงเช้าก่อน 10 โมงหรือเย็นหลังบ่ายสาม แสงเฉียงนุ่มกว่า สีของภาพวาดและตึกออกมาสวยกว่า
โรงสีแดง ศาลเจ้า และจุดเช็กอินสำคัญ
นอกจากเดินดูตึกกับสตรีทอาร์ต ย่านนี้ยังมีจุดที่มีเรื่องราวให้แวะ ส่วนใหญ่อยู่ในระยะเดินถึงกัน ใช้เวลาแต่ละจุดไม่นาน แต่ช่วยให้เข้าใจที่มาของเมืองมากขึ้น
- โรงสีแดง (หับ โห้ หิ้น) — โรงสีข้าวเก่าอายุราวร้อยปีริมทะเลสาบ ปลายถนนนครนอก อาคารทาสีแดงเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปยอดนิยม ปัจจุบันเป็นที่ทำการกลุ่มอนุรักษ์ ด้านนอกถ่ายรูปได้ตลอด
- ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา — บนถนนนางงาม สถาปัตยกรรมจีนผสมไทยที่งดงาม ภายในประดิษฐานเสาหลักเมือง เป็นที่เคารพของคนสงขลา เข้าไหว้และชมตัวอาคารได้
- พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ — บ้านเกิด พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ จัดแสดงข้าวของและภาพถ่าย เปิด 08.30–16.30 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- ท่าน้ำและริมทะเลสาบนครนอก — ทางเดินอิฐริมน้ำมีร่มไม้และสตรีทอาร์ต เหมาะนั่งพักรับลมปิดท้ายการเดิน
บอกตรง ๆ
พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์เป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก เดินดูจบเร็ว เหมาะคนที่สนใจประวัติ พล.อ. เปรม และบ้านเก่าจริง ๆ ถ้าเวลาน้อยและเน้นเดินถ่ายรูปตึกกับสตรีทอาร์ต ข้ามไปก่อนได้ไม่เสียดาย ส่วนโรงสีแดงกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองคือสองจุดที่ไม่ควรพลาด
ของกินโบราณบนถนนนางงาม
ถนนนางงามคือสวรรค์ของของกินโบราณ หลายร้านขายมาหลายชั่วอายุคนและยังเปิดอยู่จริง เดินกินไปถ่ายรูปไปได้สบาย เราคัดร้านที่คนพูดถึงเยอะและยังเปิดตอนนี้มาให้ เรียงจากร้านที่อยากให้ลองก่อน ราคาเป็นช่วงโดยประมาณจากที่ลูกค้ารีวิว อาจขยับได้ตามเมนู
ข้าวสตูเกียดฟั่ง
ตำนานถนนนางงามที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2480 สืบทอดถึงรุ่นที่ 3–4 เคยได้เลือกเป็นเมนูเชิดชูอาหารถิ่น เด่นที่ข้าวสตูหมู-ไก่-เครื่องในในน้ำซุปหอมเครื่องเทศ ข้าวหมูแดงหมูกรอบ และซาลาเปาลูกโต กินในห้องไม้เก่ากลิ่นอายดั้งเดิม เป็นจุดเริ่มเช้าที่ได้บรรยากาศเมืองเก่าเต็ม ๆ
ไอติมโอ่ง ถนนนางงาม
ของซิกเนเจอร์ที่มาถนนนางงามต้องชิม ไอศกรีมกะทิตักจากโอ่งดิน รสดั้งเดิมหวานมันกลมกล่อม ใส่ถ้วยหรือขนมปังก็ได้ หวานเย็นชื่นใจระหว่างเดินกลางแดด ราคาเบามาก เป็นที่รู้จักของคนสงขลามานาน
เต้าคั่วป้าจวบ
เต้าคั่วเจ้าเก่าที่คนสงขลาการันตี เป็นยำคล้ายสลัดใต้ ใส่เส้นหมี่ เต้าหู้ทอด หมูสามชั้น ไข่ต้ม กุ้ง ราดน้ำจิ้มหวานอมเปรี้ยว เครื่องมาเยอะ คลุกกินพร้อมกันรสกลมกล่อม เป็นจานพื้นถิ่นที่หากินที่อื่นยาก
ขนมไข่ป้ามล (เตาถ่าน)
ขนมไข่ไส้เนยอบเตาถ่านต้นตำรับชาวสงขลา หอมกลิ่นเตาถ่านที่หากินยากแล้ว ซื้อกินคู่กาแฟร้อนระหว่างเดินได้ลงตัว หรือหิ้วเป็นของฝากกลับบ้านก็ดี ทำสด ๆ ให้เห็นกันหน้าร้าน
ไก่ทอดแฮมเมอร์
ไก่ทอดร้านดังย่านนางงามที่คนต่อคิวเพราะแป้งกรอบหอมและเนื้อในฉ่ำ กินเล่นระหว่างเดินหรือซื้อกลับก็ได้ เป็นของกินสตรีทที่คนรีวิวกันบ่อยในย่านนี้
เกี๊ยมอี๋–ของหวานพื้นเมือง
ของหวานพื้นเมืองหากินยากอย่างเกี๊ยมอี๋และน้ำเชื่อมแบบดั้งเดิม มีขายเป็นจุด ๆ ในย่าน เป็นรสชาติที่คนสงขลารุ่นเก่าคิดถึง เหมาะลองชิมระหว่างเดินสำรวจถนนนางงาม
ร้านใต้ถุน (คาเฟ่โทสต์)
คาเฟ่น้องใหม่ในย่านที่คนพูดถึงเรื่องโทสต์ชุ่มฉ่ำและเครื่องดื่มเย็น ๆ บรรยากาศสบาย เหมาะแวะพักคลายร้อนระหว่างเดินเมืองเก่า
Café Amazon เมืองเก่าสงขลา
ไม่ใช่สาขาธรรมดา ตั้งในบ้านจีนโบราณที่ได้รางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ปรับใหม่แต่เก็บโครงเก่าไว้สวย เหมาะคนอยากได้เมนูคุ้นเคยในตึกที่มีเรื่องราว นั่งสบายมีแอร์
เคล็ดลับกินเที่ยว
ร้านโบราณหลายเจ้าเปิดเช้าและของหมดก่อนเที่ยง อยากกินข้าวสตูเกียดฟั่งหรือขนมไข่ป้ามลให้ไปก่อน 11 โมง ส่วนของกินเล่นอย่างไอติมโอ่งกับไก่ทอดมีตลอดสาย เก็บไว้กินตอนเดินบ่ายได้ พกเงินสดไว้ด้วย เพราะร้านโบราณหลายเจ้ารับแต่เงินสด
เดินเมืองเก่าแบบเก็บครบ — แพลนตามเวลา
ถ้ามีครึ่งวันถึงเต็มวัน เดินเมืองเก่าได้ครบทั้งตึก สตรีทอาร์ต ของกิน และคาเฟ่แบบไม่ต้องรีบ จัดให้เป็นสองช่วงตามจังหวะแดดและเวลาเปิดของร้าน
เดินตึก-สตรีทอาร์ต + ของกินโบราณ
หลบแดดในคาเฟ่ + เที่ยวเสริม
คาเฟ่ในตึกเก่า — อยากนั่งยาวอ่านต่อ
เสน่ห์อีกอย่างของย่านนี้คือคาเฟ่หลายร้านที่เปิดในตึกเก่าซ่อมใหม่ ได้นั่งจิบกาแฟในห้องที่ผนังยังเป็นปูนเก่า บางร้านเป็นโกปี้เตาถ่านรุ่นเก๋า บางร้านเพิ่งเปิดแต่งตึกเก่าให้กลับมามีชีวิต ถ้าตั้งใจมาเดินจิบกาแฟเป็นหลัก เรามีคู่มือคาเฟ่เมืองเก่าสงขลาแยกอีกบทที่คัดร้านที่ยังเปิดจริงไว้ครบ
สายกาแฟโบราณ-โกปี้
ชงด้วยถุงผ้า รสเข้มหวานมัน แก้วละ 20–40 บาท เปิดเช้ามาก บรรยากาศดั้งเดิมจริง เหมาะคนอยากสัมผัสวิถีคนสงขลาแบบที่ยังไม่ถูกแต่ง
คาเฟ่ใหม่ในตึกเก่า
กาแฟสมัยใหม่ เอสเพรสโซ ลาเต้ มีเค้กและขนม แต่งตึกเก่าให้ถ่ายรูปสวย ราคา 50–110 บาท เปิดสายไปเย็น เหมาะนั่งหลบแดดบ่าย
เดินทางไป-มา & ข้อควรรู้
- จากหาดใหญ่ ราว 30–40 นาทีด้วยรถ · จากสนามบินหาดใหญ่ราว 45 นาที · จากหาดสมิหลาในตัวเมืองสงขลาราว 10 นาที
- ที่จอดรถ ในย่านหายากและถนนแคบ แนะนำจอดที่ลานจอดรอบนอกย่านแล้วเดินเข้า สามถนนเดินถึงกันหมด
- เงินสด ร้านโบราณหลายเจ้ารับแต่เงินสด คาเฟ่ใหม่ส่วนใหญ่สแกนจ่ายได้ พกเงินสดสำรองไว้จะคล่องกว่า
- ใส่รองเท้าเดินสบาย ทางเดินเป็นพื้นปูน เดินเยอะ พกร่มหรือหมวกกันแดด อากาศสงขลาร้อนชื้นเกือบทั้งปี
วางแผนเที่ยวสงขลาให้ครบทั้งเมืองเก่า ทะเล และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวสงขลา →