🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของไทย ครอบคลุมเกาะกว่า 50 เกาะในทะเลอันดามันตอนใต้ของจังหวัดสตูล ตัว เกาะตะรุเตา เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ใกล้ฝั่งที่สุด จุดใต้สุดของเกาะห่างจากเกาะลังกาวีของมาเลเซียแค่ไม่กี่กิโลเมตร เกาะนี้ต่างจากหลีเป๊ะตรงที่ยังเป็นป่าดิบเกือบทั้งเกาะ คนมาที่นี่เพื่อความเงียบ ธรรมชาติดิบ และประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ปาร์ตี้ริมหาด
ไปเกาะตะรุเตายังไง
ประตูสู่ตะรุเตาคือ ท่าเรือปากบารา อำเภอละงู ซึ่งเป็นท่าเรือเดียวกับที่ลงเรือไปหลีเป๊ะ จากตัวเมืองสตูลขับรถหรือนั่งรถตู้มาปากบาราราว 1 ชั่วโมง พอถึงท่าเรือก็ซื้อตั๋วเรือสปีดโบ๊ตได้ที่เคาน์เตอร์ เรือจากปากบาราถึงอ่าวพันเตมะละกาใช้เวลาราว 30 นาที
- สปีดโบ๊ตจากปากบารา — เรือไปหลีเป๊ะหลายรอบต่อวัน (ราว 09.30, 11.30, 13.30, 15.30) ส่วนใหญ่แวะส่งที่ตะรุเตาได้ถ้าแจ้งล่วงหน้าตอนซื้อตั๋ว ค่าโดยสารช่วงปากบารา–ตะรุเตาประมาณ 200–300 บาทต่อเที่ยว
- ขากลับ — ต้องเช็กรอบเรือที่ผ่านตะรุเตาให้ดี เพราะเรือไม่ได้จอดทุกรอบ แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานหรือบริษัทเรือไว้ล่วงหน้าจะปลอดภัยกว่า
- ค่าธรรมเนียมท่าเรือปากบารา — เก็บแยกจากค่าเรือ คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
- มาจากตัวเมืองสตูล — มีรถตู้/รถสองแถววิ่งสตูล–ปากบารา หรือเหมารถ/ขับเองมาจอดที่ลานจอดท่าเรือได้
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนไป
เกาะตะรุเตา ปิดช่วงมรสุมทุกปี ราวกลางพฤษภาคมถึงกลางตุลาคม ทะเลคลื่นแรงและเรือไม่วิ่ง ช่วงเที่ยวได้คือเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เช็กกับอุทยานก่อนวางแผนทุกครั้ง เพราะวันเปิด-ปิดขยับได้ตามสภาพอากาศ
อยากเที่ยว สตูล ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ค่าเข้าอุทยานและที่พัก
ตั๋วเข้าอุทยานตะรุเตาใช้ได้ครอบคลุมทุกเกาะในเขตอุทยาน (รวมอาดัง-ราวีฝั่งหลีเป๊ะด้วย) และใช้ได้หลายวัน เก็บตั๋วไว้ให้ดีเพราะต้องโชว์ตอนเข้าเกาะอื่น
- ค่าเข้าอุทยาน — คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท · ต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท (ตั๋วใช้ข้ามไปเกาะอื่นในอุทยานได้ภายในไม่กี่วัน)
- บ้านพักอุทยาน — ที่อ่าวพันเตมะละกามีบ้านพักของกรมอุทยานให้จอง ราคาประมาณ 600–1,000 บาทขึ้นไปต่อหลัง/คืน ตามขนาดและจำนวนคน ช่วงไฮซีซันเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าผ่านระบบจองออนไลน์ของกรมอุทยาน
- เต็นท์ — เช่าเต็นท์ของอุทยานได้ราว 225 บาท/คืน หรือกางเต็นท์ของตัวเองเสียค่าพื้นที่ราว 30 บาท/คน/คืน ลานกางเต็นท์อยู่ติดหาดพันเตมะละกา
- อาหาร — มีร้านอาหาร/โรงครัวของอุทยานที่อ่าวพันเตมะละกา แต่เมนูจำกัด เปิดเป็นเวลา ควรพกขนมและน้ำสำรองไปเอง
อ่าวพันเตมะละกา หัวใจของเกาะ
อ่าวพันเตมะละกาอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ เป็นจุดที่เรือเทียบท่าและเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน บ้านพัก ลานกางเต็นท์ และร้านอาหาร หาดที่นี่ทรายขาวละเอียด มีลำคลองน้ำจืดไหลออกทะเล ฉากหลังเป็นหน้าผาหินและป่าเขียวทึบ ตอนเช้าและเย็นจะเห็นลิงแสมและหมูป่าออกหากินแถวชายหาด เป็นบรรยากาศเกาะที่ยังดิบจริง
ผาโต๊ะบู (จุดชมวิว)
เดินขึ้นบันไดจากอ่าวพันเตมะละการาว 15–20 นาทีถึงหน้าผาที่มองเห็นอ่าวโค้ง หาดขาว และคลองน้ำจืดจากมุมสูง เป็นจุดถ่ายรูปและชมพระอาทิตย์ตกที่คนมาตะรุเตาแทบทุกคนขึ้นไป
ถ้ำจระเข้
นั่งเรือเล็กเข้าไปตามลำคลองพันเตมะละกาสู่ถ้ำหินงอกหินย้อยกลางป่าโกงกาง ชื่อมาจากตำนานจระเข้ที่เคยอยู่แถบนี้ ต้องเช่าเรือและไปกับเจ้าหน้าที่ ขึ้นกับระดับน้ำ
อ่าวสน
หาดยาวเงียบสงบทางใต้ของอ่าวพันเตมะละกา มีดงสนทะเลร่มรื่น เป็นจุดกางเต็นท์อีกแห่งและเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลในบางฤดู เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวาย
น้ำตกลูดู
น้ำตกเล็กกลางป่าดิบของเกาะ ต้องเดินป่าเข้าไป มีน้ำมากช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นจุดแวะของสายเดินป่าที่อยากเห็นอีกมุมของตะรุเตาที่ไม่ใช่ทะเล
เรือนจำเก่าอ่าวตะโละวาว ประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลือ
สิ่งที่ทำให้ตะรุเตาต่างจากเกาะสวยทั่วไปคือประวัติศาสตร์ ปี พ.ศ. 2479 กรมราชทัณฑ์เลือกเกาะนี้ตั้งเป็นทัณฑสถาน เพราะอยู่ไกลฝั่งและล้อมด้วยทะเลคลื่นแรง นักโทษทั่วไปถูกขังที่อ่าวตะโละวาวทางเหนือ ส่วนนักโทษการเมืองถูกส่งไปอ่าวตะโละอุดังทางใต้ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเสบียงขาดแคลน เกิดโรคระบาดและความอดอยาก จนผู้คุมกับนักโทษบางส่วนหันไปเป็นโจรสลัดปล้นเรือในช่องแคบมะละกา จนต้องส่งทหารเข้าปราบในที่สุด
ทุกวันนี้ที่ อ่าวตะโละวาว ยังเหลือร่องรอยฐานอาคาร เตาเผา และอนุสรณ์ให้เดินดู มีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ เล่าเรื่องราวสมัยเป็นคุก อ่าวตะโละวาวอยู่คนละฝั่งกับอ่าวพันเตมะละกา ต้องนั่งเรือหรือใช้รถของอุทยานข้ามไป ระยะทางบนเกาะประมาณ 12 กิโลเมตร สอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องรถ/เรือก่อน เพราะไม่ได้มีบริการตลอดเวลา
บอกตรง ๆ
เรือนจำเก่าไม่ใช่สิ่งก่อสร้างใหญ่โต เหลือเป็นฐานรากและป้ายเล่าเรื่องเป็นหลัก คนที่สนใจประวัติศาสตร์จะรู้สึกขนลุกกับเรื่องราว แต่ถ้ามาหวังเห็นตึกคุกสมบูรณ์อาจเฉย ๆ คุณค่าอยู่ที่เรื่องเล่ามากกว่าตัวอาคาร
เที่ยวตะรุเตาแบบไหนดี
ตะรุเตาเที่ยวได้สองแบบ คือไปเช้าเย็นกลับเป็นจุดแวะระหว่างทางไปหลีเป๊ะ หรือค้างคืนบนเกาะเพื่อซึมบรรยากาศจริง ๆ สองแพลนนี้ให้ความรู้สึกต่างกันมาก
แวะตะรุเตาครึ่งวัน (เดย์ทริป)
ค้างคืนบนเกาะ ซึมบรรยากาศเต็ม ๆ
เตรียมตัวก่อนขึ้นเกาะ
- เงินสด — ทั้งเกาะไม่มีตู้เอทีเอ็ม ร้านค้ารับแต่เงินสด เตรียมไปให้พอทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเรือ
- สัญญาณมือถือ — แทบไม่มีสัญญาณทั่วเกาะ บอกคนที่บ้านไว้ก่อนว่าจะติดต่อไม่ได้ และโหลดแผนที่/ตั๋วเรือไว้ออฟไลน์
- ไฟฉาย — กลางคืนเกาะมืดมาก ไฟมีจำกัดและดับเป็นเวลา พกไฟฉายหรือไฟคาดหัวไปด้วย
- ยากันยุงและของใช้ส่วนตัว — เป็นป่าดิบ ยุงและแมลงเยอะช่วงเย็น พกยากันยุง ยาสามัญ และของใช้ไปเอง เพราะหาซื้อบนเกาะไม่ได้
- ระวังลิงและสัตว์ป่า — ลิงแสมชอบคุ้ยกระเป๋าและอาหาร เก็บของกินให้มิดชิด อย่าให้อาหารลิง
- จองที่พักล่วงหน้า — ช่วงไฮซีซัน (พฤศจิกายน–เมษายน) บ้านพักและเต็นท์เต็มเร็ว จองผ่านระบบกรมอุทยานก่อนเดินทาง
เหมาะกับใคร
ตะรุเตาเหมาะกับคนที่อยากได้เกาะเงียบ ธรรมชาติดิบ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ ถ้าอยากได้น้ำใสฟ้าจัด ดำน้ำดูปะการังสวย ๆ หลีเป๊ะกับเกาะอาดัง-ราวีตอบได้ดีกว่า หลายคนเลยใช้ตะรุเตาเป็นจุดแวะหนึ่งคืนระหว่างทางไปหลีเป๊ะ ได้ทั้งสองบรรยากาศในทริปเดียว
อยากต่อทริปไปเกาะหลีเป๊ะหรือเที่ยวสตูลแบบเต็มอิ่ม ดูคู่มือเที่ยวสตูลของเราต่อ
ดูคู่มือเที่ยวสตูล →