🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
หินสามวาฬอยู่ในเขตป่าสงวนภูสิงห์ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นหินทรายอายุหลายล้านปีที่ยื่นออกจากขอบหน้าผาสูง สามก้อนเรียงจากใหญ่ไปเล็ก คนเลยตั้งชื่อให้เป็นวาฬพ่อ วาฬแม่ และวาฬลูก จุดที่ทุกคนมาถ่ายรูปกันคือการปีนไปยืนหรือนั่งบนหลังวาฬ มองออกไปเห็นผืนป่าเขียวกับสายแม่น้ำโขงไกล ๆ ฝั่งลาว ภาพมุมนี้คือสิ่งที่ทำให้บึงกาฬดังขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีนี้
เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าขับรถไปจอดแล้วเดินถึงเลย จริง ๆ แล้วต้องนั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบนภูก่อน เพราะทางขึ้นชันและเป็นทางป่า รถเก๋งทั่วไปขึ้นเองไม่ได้ ส่วนคนที่อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นต้องไปถึงตั้งแต่ฟ้ายังมืด เรื่องเวลากับการจองจึงสำคัญมาก เดี๋ยวเล่าให้ครบ
ทำไมต้องมาหินสามวาฬ
จุดขายหลักคือก้อนหินรูปวาฬสามตัวที่ยื่นออกจากหน้าผา ภาพยอดฮิตคือยืนหรือนั่งบนหลังวาฬแล้วมีฉากหลังเป็นทะเลป่ากว้างสุดตา ตอนเช้ามืดถ้าอากาศเป็นใจจะมีหมอกลอยอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง พอพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาแสงทองจะกระทบหินกับทะเลหมอกพร้อมกัน เป็นช่วงเวลาที่หลายคนยอมตื่นตีสี่ตีห้ามาเพื่อภาพนี้โดยเฉพาะ
นอกจากหินสามวาฬแล้ว บนภูสิงห์ยังมีจุดอื่นให้แวะถ่ายรูประหว่างทางอีกหลายแห่ง รถนำเที่ยวจะพาวนไปตามจุดต่าง ๆ ให้ครบในรอบเดียว ไม่ได้พาไปแค่หินสามวาฬจุดเดียว
หินสามวาฬ
ไฮไลต์ของภูสิงห์ ก้อนหินยักษ์สามก้อนรูปวาฬพ่อ แม่ ลูก ยื่นออกจากหน้าผา จุดถ่ายรูปและชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทุกคนมาเพื่อสิ่งนี้
หินช้าง / หินหัวช้าง
ก้อนหินสีออกชมพูแดงรูปทรงคล้ายช้าง เดินจากจุดจอดไปไม่ไกล เป็นอีกมุมถ่ายรูปยอดนิยมบนภู
กำแพงภูสิงห์
ผนังหินสูงใหญ่ลวดลายธรรมชาติ มองดูเหมือนกำแพงหินตั้งตระหง่าน เป็นจุดที่รถมักพาแวะระหว่างทาง
ลานธรรม
ลานหินกว้างมีหินรูปร่างคล้ายสิงโตหมอบและพระพุทธรูปประดิษฐาน เป็นจุดพักและสักการะของคนพื้นที่
จุดชมวิวถ้ำฤๅษี
จุดชมวิวที่มองเห็นแม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้กว้าง เป็นมุมที่ได้วิวสายน้ำชัดที่สุดบนภู
ส้างร้อยบ่อ
แอ่งน้ำธรรมชาติเล็ก ๆ จำนวนมากบนลานหินริมหน้าผา เป็นจุดที่หลายคนนิยมมาชมตอนพระอาทิตย์ตก
อยากเที่ยว บึงกาฬ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วิธีขึ้นด้วยรถนำเที่ยว ค่าเข้า และเวลา
การขึ้นหินสามวาฬทำได้ทางเดียวคือนั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่ขึ้นไป ไม่ได้ให้ขับรถส่วนตัวขึ้นเอง (ยกเว้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อบางคันที่บางช่วงอนุญาต แต่เพื่อความชัวร์ใช้รถบริการดีกว่า) เมื่อขับมาถึงด้านล่าง ให้นำรถไปจอดที่ลานจอด แล้วไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่จุดบริการ จ่ายค่าเข้าและค่ารถ จากนั้นขึ้นหลังกระบะไปได้เลย ไม่ต้องจองล่วงหน้า มาถึงลงทะเบียนหน้างานได้ทันที
- ค่าเข้าป่าสงวน — คนละ 20 บาท (มีส่วนยกเว้นสำหรับพระภิกษุ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็กต่ำกว่า 18 ปี)
- ค่ารถกระบะนำเที่ยว — คันละ 500 บาท นั่งได้ราว 10–12 คน ถ้ามากันไม่ครบคันก็จ่าย 500 เท่าเดิม คุ้มที่สุดถ้ามากันเป็นกลุ่ม
- เวลาเปิด — ราว 05:00–17:00 น. รอบรถสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นเริ่มประมาณ 05:00–05:30 น. และมีรอบสุดท้ายขึ้นช่วงบ่าย
- การจอง — ปกติไม่ต้องจอง ลงทะเบียนหน้างานได้ แต่ช่วงไฮซีซันหน้าหนาวคนเยอะ ควรไปแต่เช้าเพื่อไม่ต้องรอคิวรถ
บอกตรง ๆ เรื่องค่ารถ
ค่ารถ 500 บาทคิดเป็นต่อคัน ไม่ใช่ต่อคน ถ้ามากันสองสามคนแล้วจ่ายคนเดียวจะรู้สึกแพง วิธีที่คนนิยมคือไปรวมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่จุดลงทะเบียนเพื่อแชร์ค่ารถให้เต็มคัน หรือถ้ามากันเป็นแก๊ง 8–10 คนก็คุ้มเลย คนขับมักทำหน้าที่เป็นไกด์พาวนจุดถ่ายรูปและช่วยถ่ายรูปให้ด้วย
มาดูพระอาทิตย์ขึ้นต้องเตรียมตัวยังไง
พระอาทิตย์ที่หินสามวาฬขึ้นประมาณ 6 โมงเช้า แต่กว่าจะขับรถมาถึง ลงทะเบียน และนั่งกระบะขึ้นไปถึงจุดชม ต้องเผื่อเวลาพอสมควร แนะนำให้มาถึงจุดลงทะเบียนราว 05:00–05:30 น. เพื่อขึ้นรอบแรกแล้วทันแสงแรก ช่วงนั่งกระบะตอนฟ้ายังมืดอากาศจะเย็นและลมแรง โดยเฉพาะหน้าหนาว ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย
- ออกจากเมืองตั้งแต่ตี 4 กว่า ๆ — ที่พักในตัวเมืองบึงกาฬอยู่ห่างจากภูสิงห์ราว 1 ชั่วโมง เผื่อเวลาขับรถในความมืด
- เสื้อกันหนาว + ผ้าพันคอ — นั่งหลังกระบะตอนเช้ามืดลมเย็นจัด หน้าหนาวยิ่งหนาว
- รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ายางที่เกาะพื้น — ต้องเดินบนลานหินที่บางจุดลื่นและไม่เรียบ อย่าใส่รองเท้าแตะหูคีบ
- ไฟฉายหรือไฟมือถือ — เผื่อเดินในจุดที่ฟ้ายังไม่สว่าง
- น้ำดื่ม + ของกินรองท้อง — บนภูไม่มีร้านค้า ควรเตรียมไปเอง
เรื่องทะเลหมอกที่ต้องเข้าใจ
ทะเลหมอกไม่ได้มีทุกวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความชื้น โอกาสเจอหมอกสวยมากที่สุดคือหน้าหนาวช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ หลังคืนที่อากาศเย็นและฟ้าใส ถ้ามาแล้วไม่เจอหมอกก็อย่าเพิ่งผิดหวัง วิวพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลป่าก็ยังสวยอยู่ดี ถือเป็นโชคของแต่ละวัน
ฤดูไหนเหมาะ และเรื่องหน้าฝนที่ต้องรู้
ช่วงที่ดีที่สุดคือหน้าหนาว ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็น ฟ้าใส มีโอกาสเจอทะเลหมอก และทางขึ้นไม่ลื่นมาก เป็นไฮซีซันที่คนเยอะที่สุด ส่วนหน้าฝน (ราวมิถุนายนถึงตุลาคม) ป่าจะเขียวชอุ่มสวยอีกแบบ แต่ทางขึ้นเป็นดินแฉะและลื่น บางช่วงเจ้าหน้าที่อาจปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ก่อนไปหน้าฝนควรโทรเช็กกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง
เบอร์ติดต่อสอบถามที่คนนิยมใช้คือเจ้าหน้าที่ดูแลจุดบริการภูสิงห์ ลองโทร 086-759-7066 หรือ 098-097-1049 เพื่อเช็กว่าวันนั้นเปิดให้ขึ้นไหม โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือหลังฝนตกหนัก เพราะเมืองเล็กข้อมูลออนไลน์อัปเดตช้า โทรถามตรงชัวร์กว่า
ข้อควรระวังริมหน้าผา
หินสามวาฬอยู่ริมหน้าผาสูงและไม่มีราวกั้นกั้นทุกจุด การถ่ายรูปบนหลังวาฬดูสวยในภาพ แต่ของจริงต้องระวังมาก โดยเฉพาะตอนเช้ามืดที่หินอาจมีน้ำค้างเกาะลื่น เดินช้า ๆ ดูทางให้ดี อย่าเข้าใกล้ขอบเกินไป และดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด เสน่ห์ของที่นี่คือความดิบของธรรมชาติ ซึ่งแปลว่าความปลอดภัยขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วย
- อย่ายืนหรือนั่งบนขอบหินตอนลมแรงหรือพื้นเปียก ความสวยของภาพไม่คุ้มกับความเสี่ยง
- ทำตามคำแนะนำของคนขับรถและเจ้าหน้าที่ เขารู้จุดไหนปลอดภัยจุดไหนอันตราย
- เก็บขยะกลับลงมาด้วย บนภูไม่มีถังขยะและเป็นพื้นที่ป่าสงวน
- ไม่ขีดเขียนหรือทำลายก้อนหิน หินเหล่านี้ก่อตัวมานานหลายล้านปี
เที่ยวหินสามวาฬครึ่งวันแล้วไปต่อที่ไหน
ขึ้นรถกระบะวนชมจุดต่าง ๆ บนภูสิงห์ใช้เวลาราว 2–3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ลงมาถึงด้านล่างก็ราวสายถึงเที่ยง ยังเหลือเวลาครึ่งวันให้เที่ยวต่อในบึงกาฬได้สบาย หลายคนจับคู่หินสามวาฬกับภูทอกหรือถ้ำนาคาในทริปเดียว เพราะเป็นไฮไลต์สายธรรมชาติและสายมูของจังหวัด
- ภูทอก — ภูเขาหินที่มีสะพานไม้เวียนขึ้นเจ็ดชั้น เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสายผจญภัยของบึงกาฬ
- ถ้ำนาคา — หินรูปทรงคล้ายเกล็ดพญานาคที่ดังในหมู่สายมู ต้องลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้า
- คาเฟ่ริมโขงในเมือง — ลงจากภูมาแวะนั่งจิบกาแฟริมแม่น้ำโขงตอนบ่าย แก้เพลียจากการตื่นเช้า
วางแผนทริปบึงกาฬให้ครบทั้งเที่ยว กิน และที่พัก
ดูคู่มือเที่ยวบึงกาฬ →