หน้าแรก จุดหมาย ร้อยเอ็ด 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยร้อยเอ็ดทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งนากว้าง แหล่งข้าวหอมมะลิอีสาน
🌾 ที่เที่ยวร้อยเอ็ด

ทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งนากว้าง แหล่งข้าวหอมมะลิอีสาน

ชื่อฟังดูเศร้า แต่ ทุ่งกุลาร้องไห้ วันนี้คือที่ราบนาเขียวสุดสายตา และเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่หลายคนยกให้หอมที่สุดของเมืองไทย มาร้อยเอ็ดทั้งที ขับออกนอกเมืองมานั่งดูทุ่งกว้าง ๆ ฟังลมพัดผ่านรวงข้าว เป็นอะไรที่หาดูยากในเมืองใหญ่ เรารวมมาให้ครบว่าไปจุดไหน ช่วงไหนสวย และเที่ยวยังไงให้คุ้มทาง

🌾 ทุ่งนากว้างสุดสายตา🍚 ข้าวหอมมะลิ GI📷 จุดถ่ายรูปวิถีอีสาน
ทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งนากว้าง แหล่งข้าวหอมมะลิอีสาน

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ทุ่งกุลาร้องไห้ไม่ใช่สวนสาธารณะที่มีประตูเก็บค่าเข้า แต่เป็นที่ราบนาผืนใหญ่ที่กินพื้นที่ถึง 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร ศรีสะเกษ และสุรินทร์ รวมกันราว 2.1 ล้านไร่ ส่วนที่อยู่ในเขตร้อยเอ็ดเองก็เกือบล้านไร่ กระจายในอำเภอเกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ ปทุมรัตต์ โพนทราย และหนองฮี การมาเที่ยวที่นี่จึงเป็นแบบขับรถผ่านทุ่ง แวะจอดถ่ายรูปตามจุดที่ถูกใจ มากกว่าจะเดินชมในรั้วเดียว

ชื่อ "ทุ่งกุลาร้องไห้" มาจากตำนานเล่าว่า มีพ่อค้าเร่ชาว "กุลา" เดินขายของผ่านทุ่งนี้ เดินเท่าไรก็ยังไม่พ้นทุ่งกว้างสักที จนเหนื่อยล้าถึงกับร้องไห้ เดิมแถบนี้แห้งแล้งและเค็มจัดจนทำนาแทบไม่ขึ้น แต่หลังมีโครงการพัฒนาดินและระบบน้ำ ทุ่งที่เคยร้องไห้กลับกลายเป็นนาข้าวหอมมะลิที่สร้างชื่อให้ร้อยเอ็ดไปทั่วประเทศ

ทำไมข้าวที่นี่ถึงมีชื่อ

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตั้งแต่ปี 2549 หมายความว่าต้องเป็นข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 หรือ กข15 ที่ปลูกในเขตทุ่งกุลาเท่านั้น ความพิเศษมาจากดินที่เคยเค็มแต่อุดมแร่ธาตุ บวกกับสภาพอากาศที่ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีกลางวันร้อนกลางคืนเย็น ทำให้เมล็ดข้าวสะสมความหอมได้ดี หลายคนที่กินข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาบอกว่าหุงแล้วหอมตั้งแต่ยังไม่เปิดหม้อ

  • พันธุ์ข้าว — ขาวดอกมะลิ 105 และ กข15 ปลูกได้ปีละครั้งตามฤดูนาปี
  • ฤดูปลูก — เริ่มดำนาช่วงฝนราวมิถุนายน–สิงหาคม เกี่ยวข้าวปลายพฤศจิกายน–ธันวาคม
  • ของฝาก — ข้าวสารหอมมะลิ GI ถุงสวย ๆ หาซื้อได้ตามสหกรณ์และร้านของฝากในเกษตรวิสัยและตัวเมือง
🎟️

อยากเที่ยว ร้อยเอ็ด ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ร้อยเอ็ด ทั้งหมด (Klook)

ช่วงไหนสวยที่สุด

ทุ่งกุลาเปลี่ยนสีตามฤดู ถ้าจะให้เลือกช่วงที่ภาพออกมาดีและอากาศสบาย แนะนำสองช่วงนี้

  • ปลายฝนต้นหนาว (ตุลาคม–ต้นธันวาคม) — ต้นข้าวเขียวจัดตั้งทุ่ง บางช่วงเริ่มออกรวงเหลืองทอง อากาศเย็น มีหมอกบาง ๆ ตอนเช้า ภาพทุ่งเขียวสุดสายตาสวยที่สุดในรอบปี
  • ฤดูเกี่ยวข้าว (ปลายพฤศจิกายน–ธันวาคม) — ทุ่งกลายเป็นสีทอง ได้เห็นชาวนาเกี่ยวข้าว ฟ่อนข้าวกองในนา เป็นภาพวิถีชนบทที่หาดูยาก
  • หลังเกี่ยว (มกราคม–กุมภาพันธ์) — เหลือตอซังและฟางสีทอง ฟ้าใส เหมาะถ่ายภาพแนวมินิมอลและพระอาทิตย์ตก
  • หน้าแล้งจัด (มีนาคม–พฤษภาคม) — ทุ่งโล่งแห้ง แดดแรง ถ้าไม่ติดแสงเช้าเย็นจะร้อนมาก ช่วงนี้ภาพจะดูแห้ง ๆ

เวลาทองสำหรับถ่ายรูป

ไปช่วงเช้าตรู่ราว 6 โมงครึ่งถึง 8 โมง หรือเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก แสงนุ่มและไม่ร้อน ทุ่งกว้างแบบนี้แสงกลางวันจะแข็งและไม่มีร่มเงาเลย

จุดเช็คอินและที่เที่ยวรอบทุ่งกุลา

เพราะทุ่งกุลากว้างมาก คนส่วนใหญ่จะยึดเอาแลนด์มาร์กหรือวัดเป็นหมุดหมาย แล้วถ่ายทุ่งนารอบ ๆ ระหว่างทาง นี่คือจุดที่คนนิยมแวะกัน

โบราณสถาน

กู่พระโกนา (อ.สุวรรณภูมิ)

ปราสาทหินขอมเก่าแก่กลางทุ่งกุลา อยู่ห่างที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิราว 6 กิโล เป็นหมุดหมายคลาสสิกที่คนมาทุ่งกุลามักแวะ ได้ทั้งโบราณสถานและวิวนารอบ ๆ

ธรรมชาติ + ความเชื่อ

บ่อพันขัน (อ.หนองฮี)

ลานหินทรายแดงกว้างกลางทุ่ง มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานที่ตักเท่าไรก็ไม่หมด มีวัดบ่อพันขันรัตนโสภณอยู่ใกล้ ๆ ช่วงหลังจังหวัดผลักดันเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่

ทุ่งนา + ของฝาก

นาแปลงใหญ่เกษตรวิสัย

ใจกลางพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา มีศูนย์เรียนรู้และจุดชมทุ่งนาเป็นแปลง ๆ เหมาะถ่ายภาพทุ่งเขียว ๆ และซื้อข้าวสารตรงจากกลุ่มเกษตรกร

จุดถ่ายรูป

ถนนเลียบทุ่ง อ.สุวรรณภูมิ–ปทุมรัตต์

เส้นทางขับผ่านนาทั้งสองข้างยาว ๆ เหมาะจอดถ่ายภาพถนนตัดกลางทุ่ง เป็นมุมยอดฮิตของคนที่ขับรถเที่ยวเอง

บอกตามตรง

ทุ่งกุลาไม่ใช่จุดเที่ยวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่มีร้านกาแฟวิวทุ่งเรียงรายเหมือนบางที่ เสน่ห์อยู่ที่ความเงียบและทุ่งกว้างจริง ๆ ถ้าคาดหวังคาเฟ่หรู ๆ อาจผิดหวัง แต่ถ้าชอบบรรยากาศชนบทแท้ ๆ ที่นี่ให้ได้เต็มที่

วิถีชนบทอีสานที่ได้เห็น

เสน่ห์ของทุ่งกุลาอยู่ที่ภาพชีวิตคนทำนาที่ยังเป็นแบบดั้งเดิม ขับรถผ่านจะเห็นควายเดินในนา ชาวบ้านนั่งพักใต้เถียงนา ช่วงเกี่ยวข้าวมีการลงแขกช่วยกัน บางหมู่บ้านยังทำเกลือสินเธาว์จากดินเค็มของทุ่งกุลา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ของพื้นที่นี้ ถ้าจังหวะดีอาจได้เจอตลาดวัฒนธรรมที่ขายข้าว ปลา เกลือ ของพื้นถิ่นแถวบ่อพันขัน

  • ทักทายชาวบ้านก่อนถ่ายรูปคนหรือเข้าไปในนา หลายแปลงเป็นที่ของชาวบ้านจริง ๆ
  • ช่วงเกี่ยวข้าวเป็นจังหวะที่ได้ภาพวิถีชีวิตดีที่สุด แต่ระวังอย่าเหยียบรวงข้าวที่ยังไม่เกี่ยว
  • ลองอุดหนุนของพื้นถิ่นอย่างข้าวสาร เกลือสินเธาว์ หรือของกินท้องถิ่นจากชาวบ้านโดยตรง

วิธีเดินทางมาทุ่งกุลา

ทุ่งกุลาฝั่งร้อยเอ็ดที่คนนิยมไปจะอยู่แถบอำเภอสุวรรณภูมิ–เกษตรวิสัย ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60–70 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ทางหลวงดี วิ่งสบาย วิธีที่สะดวกที่สุดคือขับรถเองหรือเช่ารถ เพราะจุดต่าง ๆ กระจายและไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงทุ่งโดยตรง

  • รถยนต์ส่วนตัว/เช่ารถ — สะดวกที่สุด จากตัวเมืองใช้เส้นไปสุวรรณภูมิ–เกษตรวิสัย แวะถ่ายรูปได้ตามใจ
  • รถตู้/รถโดยสาร — มีสายเข้าอำเภอสุวรรณภูมิและเกษตรวิสัย แต่ลงแล้วต้องต่อรถในพื้นที่เอง เหมาะกับคนที่นัดคนรู้จักรับ
  • มอเตอร์ไซค์ — เหมาะคนชอบลุย ขับเลียบทุ่งได้อิสระ แต่แดดแรงและไม่มีร่มเงา เตรียมกันแดดให้พร้อม

เตรียมตัวก่อนไป

เติมน้ำมันและเตรียมน้ำดื่มไปจากตัวอำเภอ เพราะระหว่างทุ่งร้านค้าน้อย พกหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด เพราะแทบไม่มีที่หลบแดดเลย

วางแผนเที่ยวร้อยเอ็ดทั้งทุ่งกุลา วัด และของกินอีสานในทริปเดียว

ดูคู่มือเที่ยวร้อยเอ็ด →

คำถามที่พบบ่อย

ทุ่งกุลาร้องไห้อยู่จังหวัดอะไร ไปทางไหน?

ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นที่ราบนาขนาดใหญ่ครอบคลุม 5 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ฝั่งที่คนนิยมเที่ยวจะอยู่เขตร้อยเอ็ด แถบอำเภอสุวรรณภูมิและเกษตรวิสัย ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60–70 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

ทุ่งกุลาร้องไห้ช่วงไหนสวยที่สุด?

ช่วงปลายฝนต้นหนาว ราวตุลาคมถึงต้นธันวาคม ทุ่งจะเขียวสดสุดสายตาและอากาศเย็นสบาย ถ้าอยากเห็นทุ่งสีทองและชาวนาเกี่ยวข้าว ให้ไปช่วงปลายพฤศจิกายนถึงธันวาคม ส่วนเวลาถ่ายรูปที่สวยที่สุดคือเช้าตรู่หรือเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก

ทำไมข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาถึงมีชื่อเสียง?

เพราะดินในทุ่งกุลาเคยเค็มแต่อุดมแร่ธาตุ บวกกับอากาศปลายฝนต้นหนาวที่กลางวันร้อนกลางคืนเย็น ทำให้ข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข15 ที่ปลูกที่นี่สะสมความหอมได้ดี จนได้ขึ้นทะเบียน GI ตั้งแต่ปี 2549 และเป็นข้าวหอมมะลิที่หลายคนยกให้หอมที่สุดของไทย

ไปทุ่งกุลาต้องเสียค่าเข้าไหม มีที่จอดรถหรือเปล่า?

ตัวทุ่งนาไม่มีค่าเข้า เพราะเป็นพื้นที่นาเปิดโล่ง คนนิยมจอดถ่ายรูปตามริมถนนหรือจุดแลนด์มาร์กอย่างกู่พระโกนาและบ่อพันขันที่มีลานจอด ถ้าจะเข้าไปในแปลงนาควรเป็นจุดที่เปิดให้เข้าหรือขออนุญาตเจ้าของนาก่อน

ไปทุ่งกุลาแวะเที่ยวอะไรต่อได้บ้าง?

ใกล้ ๆ มีกู่พระโกนา ปราสาทหินกลางทุ่งที่สุวรรณภูมิ และบ่อพันขันที่หนองฮี ถ้ามีเวลาเหลือสามารถวนกลับเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ดไปไหว้พระมหาเจดีย์ชัยมงคล บึงพลาญชัย และชิมของกินอีสานในเมืองต่อได้

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ