หน้าแรก จุดหมาย นราธิวาส 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยนราธิวาสป่าพรุโต๊ะแดง ป่าพรุผืนสุดท้ายของไทย
🌳 ที่เที่ยวนราธิวาส

ป่าพรุโต๊ะแดง
ป่าพรุผืนสุดท้ายของไทย

ป่าพรุโต๊ะแดง หรือชื่อทางการว่า ป่าพรุสิรินธร ที่อำเภอสุไหงโก-ลก คือป่าพรุน้ำจืดผืนใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในไทย เดินสะพานไม้ยกระดับลัดเลาะกลางป่าได้แบบไม่เปียกเท้า สองข้างเป็นพรรณไม้พรุหายาก ต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปี และเป็นแหล่งดูนกที่นักส่องนกตั้งใจมาเฝ้า นี่คือสิ่งที่ควรรู้ก่อนไปจริง

🌳 ป่าพรุผืนสุดท้าย🐦 ดูนกเงือกดำ🪵 สะพานไม้ 1,200 เมตร
ป่าพรุโต๊ะแดง ป่าพรุผืนสุดท้ายของไทย

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ถ้าใครลงมาเที่ยวนราธิวาสแล้วอยากเจออะไรที่หาที่อื่นไม่ได้ ป่าพรุโต๊ะแดงคือคำตอบ มันคือป่าพรุน้ำจืดผืนใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยยังเหลืออยู่ ผืนป่าจริงครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ทั้งสุไหงโก-ลก ตากใบ สุไหงปาดี และเมืองนราธิวาส แต่ส่วนที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเดินศึกษาได้คือบริเวณ ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ที่ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จุดนี้เขาทำทางเดินสะพานไม้ไว้อย่างดี เดินเข้าไปกลางป่าได้โดยไม่ต้องลุยโคลน

ป่าพรุต่างจากป่าทั่วไปตรงที่พื้นเป็นน้ำขังตลอดปี ดินเป็นซากพืชทับถมจนกลายเป็นพีต (peat) ลึกลงไปหลายเมตร สภาพแบบนี้ทำให้เกิดพรรณไม้และสัตว์เฉพาะถิ่นที่ปรับตัวมาอยู่ในน้ำเปรี้ยวได้ ป่าพรุที่ยังสมบูรณ์ขนาดนี้หายากมากในเมืองไทย เดินเข้าไปแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าอากาศชื้น เย็น และเงียบกว่าข้างนอก

อ่านก่อนเดินทาง

นราธิวาสอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ก่อนไปจริงควรเช็กข่าวสารและประกาศด้านความปลอดภัยล่าสุดจากทางราชการ และวางแผนเดินทางช่วงกลางวัน ที่นี่เป็นเมืองมุสลิม-มลายูเป็นหลัก แต่งกายสุภาพมิดชิดและทำตามคำแนะนำของคนพื้นที่ จะช่วยให้เที่ยวได้สบายใจและเป็นการให้เกียรติเจ้าถิ่น

ทางเดินสะพานไม้กลางป่าพรุ

ไฮไลต์ของที่นี่คือทางเดินศึกษาธรรมชาติ เป็นสะพานไม้ยกระดับเหนือผืนน้ำพรุ เส้นทางหลักยาวประมาณ 1,200 เมตร เดินวนเป็นวงกลับมาที่เดิม พื้นเรียบ เดินสบาย พาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปได้ ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เป็นช่วง ๆ บอกชื่อพรรณไม้และเล่าเรื่องระบบนิเวศป่าพรุ บางช่วงทำเป็นหอสูงให้ขึ้นไปมองเรือนยอดไม้และทิวทัศน์ป่าจากด้านบน เป็นมุมที่ดูนกได้ดีและถ่ายรูปสวย

  • เส้นทางหลัก — สะพานไม้ราว 1,200 เมตร เดินวนกลับจุดเริ่ม ใช้เวลาเดินชิล ๆ ราว 45 นาที–1 ชั่วโมง
  • หอชมเรือนยอด/หอดูนก — บางช่วงมีหอสูงให้ขึ้นไปมองยอดไม้และส่องนกจากมุมสูง
  • เส้นทางเสริม — ยังมีเส้นทางสมุนไพรและเส้นพิพิธภัณฑ์สาคูให้เดินเพิ่ม ถ้ามีเวลา
  • เดินคนเดียวได้ — เส้นทางชัดเจน ไม่หลง แต่ถ้าอยากได้ความรู้ลึก ลองถามเจ้าหน้าที่ศูนย์เรื่องไกด์นำชม
🎟️

อยากเที่ยว นราธิวาส ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม นราธิวาส ทั้งหมด (Klook)

พรรณไม้พรุและต้นไม้ใหญ่ที่ได้เจอ

ในป่าพรุโต๊ะแดงมีพรรณไม้มากกว่า 400 ชนิด หลายชนิดเป็นไม้พรุเฉพาะถิ่นที่ไม่ค่อยเห็นในป่าแบบอื่น เดินไปตามสะพานจะเห็นต้นไม้ใหญ่ลำต้นตรง รากค้ำยันแผ่ออกมาช่วยพยุงต้นในดินอ่อน ๆ สลับกับพืชพื้นล่างที่ขึ้นแน่นเป็นชั้น ๆ บรรยากาศร่มครึ้มเขียวทั้งผืน

  • หลุมพี — ปาล์มพรุที่ลูกเอามากินและทำของหวานได้ เป็นพืชคู่ป่าพรุภาคใต้
  • สาคู — ปาล์มพรุที่คนพื้นที่ใช้แป้งจากลำต้นมาทำอาหาร ในศูนย์มีเส้นทางเล่าเรื่องสาคูโดยเฉพาะ
  • กะพ้อแดง — ปาล์มพื้นล่างใบสวย เป็นพรรณไม้ที่พบในป่าพรุแถบนี้
  • หว้าหิน มะฮัง และไม้ยืนต้นพรุอื่น ๆ — ไม้ใหญ่ที่ขึ้นได้ในดินพรุเปียก ให้ร่มเงาตลอดทาง

สังเกตให้ดี

พื้นป่าพรุเป็นน้ำสีชาเข้มเพราะมีสารแทนนินจากซากพืช ไม่ใช่น้ำสกปรก เป็นลักษณะธรรมชาติของป่าพรุ ลองมองลงไปใต้สะพานจะเห็นปลาและสัตว์น้ำเล็ก ๆ ที่อยู่ในน้ำเปรี้ยวแบบนี้ได้

ดูนกและสัตว์ป่า — ทำไมนักส่องนกถึงตั้งใจมา

ป่าพรุโต๊ะแดงเป็นแหล่งดูนกที่คนเล่นกล้องส่องนกให้ค่ามาก ที่นี่พบนกเกือบ 200 ชนิด ดาวเด่นคือ นกเงือกดำ นกเงือกขนาดเล็กที่เป็น 1 ใน 13 ชนิดนกเงือกที่พบในไทย และพบได้ในป่าพรุแถบนี้เป็นหลัก หลายคนเดินทางไกลมาเพื่อรอเห็นมันโดยเฉพาะ นอกจากนกเงือกดำยังมีนกป่าพรุอีกหลายชนิดให้เฝ้าดูตามเรือนยอด

นอกจากนกแล้ว ป่าพรุผืนนี้ยังมีสัตว์ป่ามากกว่า 200 ชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์น้ำ รวมถึงสัตว์หายากอย่างตะโขง (จระเข้ปากยาว) ที่อาศัยในพื้นที่ป่าพรุลึก แม้คนเดินทั่วไปจะไม่ได้เห็นสัตว์ใหญ่พวกนี้ตรง ๆ แต่ก็สะท้อนว่าระบบนิเวศที่นี่ยังสมบูรณ์จริง

  • ช่วงดูนกดีที่สุด — เช้าตรู่หลังศูนย์เปิด อากาศเย็น นกออกหากินและส่งเสียงมากที่สุด
  • พกกล้อง/กล้องส่องทางไกล — นกอยู่บนเรือนยอดสูง เลนส์ซูมหรือไบนอคิวลาร์ช่วยได้มาก
  • เดินเงียบ ๆ — ลดเสียงพูดคุย จะมีโอกาสเห็นนกและสัตว์มากกว่า

เวลาเปิด ค่าเข้า และข้อมูลติดต่อ

  • เวลาเปิด — เปิดให้เข้าชมทุกวัน ประมาณ 8.00–16.00 น. (บางช่วงปิดรับเข้าราว 15.30 น. เผื่อเวลาเดินกลับ)
  • ค่าเข้า — ไม่เก็บค่าเข้าชม เป็นศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติของราชการ
  • ที่ตั้ง — ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
  • สิ่งอำนวยความสะดวก — มีอาคารนิทรรศการให้ความรู้ก่อนเดินป่า ห้องน้ำ ที่จอดรถ
  • สอบถามก่อนไป — ศูนย์ฯ โทร 098-010-5736 หรือ ททท.นราธิวาส 0-7352-2411

โทรเช็กก่อนถ้าไปไกล

เวลาเปิด-ปิดและเส้นทางเดินบางช่วงอาจปรับตามฤดูน้ำหรืองานซ่อมบำรุง ถ้าขับมาไกลแนะนำโทรเช็กกับศูนย์ฯ หรือ ททท.นราธิวาสก่อนออกเดินทาง จะได้ไม่เสียเที่ยว

การเดินทางและการวางแผนเที่ยว

ศูนย์ฯ อยู่ในเขตอำเภอสุไหงโก-ลก ห่างจากตัวอำเภอราว 10 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองนราธิวาสประมาณ 60–70 กิโลเมตร การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะสะดวกที่สุด เพราะรถสาธารณะเข้าถึงจุดนี้ไม่สะดวก ใครที่พักในสุไหงโก-ลกอยู่แล้วถือว่าได้เปรียบ ขับออกมาแป๊บเดียวก็ถึง เหมาะจับคู่เที่ยวกับการเดินเมืองสุไหงโก-ลกในวันเดียวกัน

  • จากสุไหงโก-ลก — ขับราว 10 กม. ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที เหมาะออกเช้าก่อนอากาศร้อน
  • จากตัวเมืองนราธิวาส — ราว 60–70 กม. เผื่อเวลาขับประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
  • จับคู่เที่ยว — เช้าเดินป่าพรุ บ่าย-เย็นเดินเมืองสุไหงโก-ลก ดูสตรีทอาร์ต กินมื้อใต้
  • เตรียมตัว — ใส่รองเท้าเดินสบาย พกยากันยุง น้ำดื่ม และหมวก ป่าพรุชื้นและมีแมลงพอสมควร

เดินป่าพรุครึ่งวันแบบไม่รีบ

ถ้าอยากได้บรรยากาศเต็ม ๆ จัดเป็นทริปครึ่งวันเช้าจะกำลังดี เริ่มจากแวะอาคารนิทรรศการทำความเข้าใจป่าพรุก่อน แล้วค่อยออกเดินสะพานไม้ตอนแดดยังไม่แรง

ครึ่งวันเช้า

เดินป่าพรุ + เมืองสุไหงโก-ลก

8.00–8.30
ถึงศูนย์วิจัยฯ ป่าพรุสิรินธร เดินชมอาคารนิทรรศการทำความเข้าใจระบบนิเวศป่าพรุก่อนเข้าป่า
8.30–10.00
เดินสะพานไม้ 1,200 เมตร ขึ้นหอชมเรือนยอด ส่องนกเช้าตรู่นกออกเยอะ อากาศเย็นสบายที่สุด
10.00–10.30
เดินเส้นสมุนไพร/พิพิธภัณฑ์สาคูเพิ่ม ถ้ายังมีแรงเส้นสั้นกว่า เก็บความรู้เพิ่มได้
เที่ยง
กลับเข้าเมืองสุไหงโก-ลก กินมื้อเที่ยงอาหารใต้-มลายูในเมืองมีร้านของกินและตลาดให้เลือกเยอะ

ถ้ามีอีกครึ่งวัน ต่อด้วยเดินเมืองสุไหงโก-ลก ดูสตรีทอาร์ตตามกำแพงแถวใกล้ด่าน หาคาเฟ่นั่งพัก หรือเก็บของฝากก่อนเดินทางกลับ

อยากได้เส้นทางเที่ยวนราธิวาสแบบเต็มทริป จุดไหนคู่กับอะไร

ดูคู่มือเที่ยวนราธิวาส →

คำถามที่พบบ่อย

ป่าพรุโต๊ะแดงเปิดกี่โมง เก็บค่าเข้าไหม?

ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธรเปิดให้เข้าชมทุกวัน ประมาณ 8.00–16.00 น. (บางช่วงปิดรับเข้าราว 15.30 น. เพื่อเผื่อเวลาเดินกลับ) ไม่เก็บค่าเข้าชม เพราะเป็นศูนย์วิจัยของราชการ แนะนำโทรเช็กก่อนถ้าขับมาไกล

ทางเดินป่าพรุโต๊ะแดงยาวแค่ไหน เดินยากไหม?

เส้นทางหลักเป็นสะพานไม้ยกระดับยาวประมาณ 1,200 เมตร เดินวนกลับจุดเริ่ม พื้นเรียบ เดินสบาย ใช้เวลาราว 45 นาที–1 ชั่วโมง เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บางช่วงมีหอสูงให้ขึ้นไปชมเรือนยอดและส่องนก

ป่าพรุโต๊ะแดงมีนกอะไรให้ดูบ้าง?

ที่นี่พบนกเกือบ 200 ชนิด ดาวเด่นคือนกเงือกดำ นกเงือกขนาดเล็กที่เป็น 1 ใน 13 ชนิดนกเงือกที่พบในไทย นักส่องนกหลายคนตั้งใจมาเฝ้าดูโดยเฉพาะ ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่เห็นนกได้ดีที่สุด ควรพกกล้องส่องทางไกลหรือเลนส์ซูมไปด้วย

ไปป่าพรุโต๊ะแดงเดินทางยังไง อยู่ห่างเมืองแค่ไหน?

ศูนย์ฯ อยู่ที่ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก ห่างจากตัวอำเภอราว 10 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองนราธิวาสประมาณ 60–70 กิโลเมตร การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะสะดวกที่สุด ใครพักในสุไหงโก-ลกขับออกมาไม่ถึง 20 นาทีก็ถึง

เที่ยวป่าพรุโต๊ะแดงต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

ใส่รองเท้าเดินสบาย พกยากันยุง น้ำดื่ม และหมวก เพราะป่าพรุชื้นและมีแมลงพอสมควร ไปช่วงเช้าจะเย็นสบายและดูนกได้ดีกว่า เนื่องจากนราธิวาสอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ควรเช็กข่าวสารและประกาศด้านความปลอดภัยล่าสุดก่อนเดินทาง และแต่งกายสุภาพให้เกียรติคนพื้นที่

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ