🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
อำนาจเจริญอยู่ภาคอีสานตอนล่าง เป็นจังหวัดเล็กที่มีวัดสวยและเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดอีสานที่มีชายแดนติดแม่น้ำโขง (ที่ อ.ชานุมาน) ไฮไลต์คือพระมงคลมิ่งเมืองพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่กลางพุทธอุทยานบนลานหิน วัดพระเหลาเทพนิมิต อ.พนา ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะลาวล้านช้างที่คนยกให้งามที่สุดในอีสาน วัดถ้ำแสงเพชรวัดป่าบนเขาสายหลวงปู่ชา แก่งคันสูงแก่งหินริมโขงที่ชานุมาน และเกาะจิตรกูฏเกาะรูปหัวใจในอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป จุดเที่ยวส่วนใหญ่เป็นวัดและธรรมชาติที่เข้าฟรี กระจายหลายอำเภอควรมีรถ แก่งคันสูงริมโขงเห็นแก่งหินชัดช่วงน้ำน้อย (พ.ย.–พ.ค.) ส่วนวนอุทยานดอนเจ้าปู่มีลิงที่ควรชมแบบสังเกตการณ์ ไม่ป้อนอาหาร-ไม่เข้าใกล้ เพราะมีปัญหาลิงเยอะและคุ้นคน
พระมงคลมิ่งเมืองและพุทธอุทยาน (เขาดานพระบาท)
พระมงคลมิ่งเมืองคือพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอำนาจเจริญ ที่คนในพื้นที่มักเรียกสั้น ๆ ว่า "พระใหญ่" องค์พระประดิษฐานอยู่บนลานหินธรรมชาติของเขาดานพระบาท ตำบลบุ่ง ห่างจากตัวเมืองราวสามกิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 212 สายอำนาจเจริญ-ยโสธร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อปี พ.ศ. 2508 หน้าตักกว้างราวสิบเอ็ดเมตร ความสูงจากฐานถึงยอดเปลวรัศมีราวยี่สิบเมตร ทั้งองค์ประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองที่สะท้อนแดดจนเห็นได้แต่ไกล พุทธลักษณะได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดียเหนือสมัยราชวงศ์ปาละ ทำให้พระพักตร์และสัดส่วนดูต่างจากพระพุทธรูปไทยทั่วไปที่คุ้นตา รอบองค์พระเป็นพุทธอุทยานที่ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่นานาพันธุ์ เดินเล่นได้สบายในวันที่แดดไม่แรงจัด
พื้นที่เขาดานพระบาทมีร่องรอยว่าเป็นสถานที่ทางศาสนามายาวนาน เคยพบพระพุทธรูปหินทรายแดงศิลปะทวารวดีในบริเวณนี้ สะท้อนว่าผู้คนเคารพนับถือจุดนี้มาก่อนจะสร้างองค์พระใหญ่ในปัจจุบัน คนอำนาจเจริญนิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องความสุขความเจริญและความสำเร็จ และทุกปีในวันมาฆบูชาจะมีประเพณีเวียนเทียนและนมัสการพระมงคลมิ่งเมืองเป็นงานใหญ่ประจำจังหวัด การเข้าชมไม่มีค่าธรรมเนียม เปิดให้เข้าไหว้ได้ในช่วงกลางวันราวแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ใครขับรถผ่านอำนาจเจริญไปมุกดาหารหรือยโสธรมักแวะจุดนี้เป็นหมุดพักสั้น ๆ เพราะอยู่ริมทางหลวงสายหลัก เข้าถึงง่าย มีลานจอดรถกว้าง และมองเห็นองค์พระตั้งแต่ยังไม่เข้าถึงประตู
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นแลนด์มาร์กประจำจังหวัดเล็ก ๆ ไม่ใช่แหล่งเที่ยวใหญ่ที่มีกิจกรรมทั้งวัน ส่วนใหญ่ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงก็ครบทั้งไหว้พระและถ่ายรูป องค์พระประดิษฐานบนลานหินกลางแจ้ง ช่วงเที่ยงถึงบ่ายแดดค่อนข้างแรงและร้อน ควรไปช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายตัวกว่า พื้นลานหินบางจุดขรุขระและอาจลื่นตอนเปียกฝน ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวกนัก ส่วนใหญ่ต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถจากตัวเมือง และเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง และปฏิบัติตามธรรมเนียมการไหว้พระเช่นเดียวกับวัดทั่วไป ใครมาช่วงงานมาฆบูชาจะได้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ แต่คนก็เยอะและที่จอดรถแน่นกว่าปกติ
- พระใหญ่คู่เมืองอำนาจเจริญ องค์สูงราว 20 เมตร หน้าตักกว้าง 11 เมตร ประดับโมเสกสีทองทั้งองค์ เห็นเด่นแต่ไกลและถ่ายรูปสวย
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม อยู่ริมทางหลวง 212 ห่างตัวเมืองแค่ราว 3 กม. มีลานจอดรถกว้าง แวะง่ายระหว่างทาง
- พุทธลักษณะได้อิทธิพลศิลปะอินเดียเหนือสมัยปาละ ต่างจากพระพุทธรูปไทยทั่วไป และตั้งอยู่บนเขาดานพระบาทที่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มายาวนาน
- รอบองค์พระเป็นพุทธอุทยานร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ เดินเล่นสบาย เหมาะทั้งสายทำบุญและครอบครัว
- เป็นแลนด์มาร์กแวะสั้น ๆ ราว 1 ชั่วโมง ไม่ใช่แหล่งเที่ยวที่มีกิจกรรมทั้งวัน
- องค์พระอยู่บนลานหินกลางแจ้ง ช่วงเที่ยงถึงบ่ายแดดแรงและร้อน พื้นหินบางจุดขรุขระและลื่นตอนเปียก
- ขนส่งสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ส่วนใหญ่ต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถจากตัวเมือง
วัดพระเหลาเทพนิมิต (พระเหลาเทพนิมิต พระพุทธรูปงามแบบล้านช้าง) อ.พนา
วัดพระเหลาเทพนิมิตเป็นวัดเก่าแก่คู่อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ที่มีประวัติย้อนไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2254 หัวใจของวัดคือ พระเหลาเทพนิมิต พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่หลายคนยกให้เป็นพระพุทธรูปที่งามที่สุดองค์หนึ่งของภาคอีสาน พุทธลักษณะเป็นแบบล้านช้างสมัยเวียงจันทน์ ที่ผสมความอ่อนช้อยของศิลปะลาวเข้ากับความเรียบง่ายของงานช่างอีสาน ใบหน้าสงบนิ่ง เค้าโครงองค์พระได้สัดส่วน คนที่มาไหว้พระมักบอกว่ายืนมองได้นานเพราะความงามที่ต่างจากพระพุทธรูปทั่วไปในภาคกลาง วัดแห่งนี้จึงเป็นหมุดหมายของคนที่ผ่านมาทางอำนาจเจริญและอยากเห็นงานพุทธศิลป์ของแท้ในบรรยากาศที่ยังเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนวัดดังในเมืองใหญ่
นอกจากองค์พระประธานแล้ว ตัวอุโบสถและงานประดับรอบวัดก็มีรายละเอียดให้เดินชม ทั้งลวดลายปูนปั้นและงานช่างพื้นถิ่นที่สะท้อนฝีมือช่างอีสานในอดีต การมาที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชม ใครอยากทำบุญก็หยอดตู้บริจาคตามศรัทธา เหมาะกับการแวะสั้น ๆ ราวครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ไหว้พระ ถ่ายรูปงานศิลป์ แล้วเดินชมบรรยากาศรอบวัด ทำเลอยู่ในตัวอำเภอพนา ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญราวสี่สิบกิโลเมตร เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปตามทางหลวงสายอำนาจเจริญ-พนา คนที่วางแผนเที่ยวอำนาจเจริญมักจับคู่วัดนี้กับที่เที่ยวสายวัดและธรรมชาติในจังหวัดในทริปเดียว เพราะแต่ละจุดอยู่ไม่ไกลกันนัก
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นวัดจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเท่าจุดเที่ยวใหญ่ ร้านค้าและร้านอาหารรอบวัดมีจำกัด ควรเผื่อน้ำดื่มและของว่างไปเอง ข้อสองคือการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเข้าถึงยาก รถประจำทางเข้าอำเภอพนามีไม่บ่อย ทางที่สะดวกที่สุดคือขับรถเองหรือเช่ารถจากตัวเมือง ข้อสามคืออุโบสถอาจเปิด-ปิดเป็นเวลาหรือมีศาสนกิจในบางช่วง หากอยากเข้าไปไหว้องค์พระประธานด้านในควรไปช่วงกลางวันและเผื่อเวลาไว้ ข้อสี่คือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ และสำรวมกิริยาระหว่างที่มีคนมาสวดมนต์ทำบุญ เท่านี้ก็เที่ยววัดได้อย่างสบายใจและได้เห็นงานพุทธศิลป์ที่เป็นของดีประจำจังหวัด
- พระเหลาเทพนิมิตเป็นพระพุทธรูปแบบล้านช้างที่หลายคนยกให้งามที่สุดองค์หนึ่งของภาคอีสาน ยืนมองได้นาน
- วัดเก่าแก่มีประวัติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2254 มีงานปูนปั้นและงานช่างพื้นถิ่นอีสานให้เดินชมรอบวัด
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา แวะสั้น ๆ ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงก็เที่ยวได้ครบ
- บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน จับคู่กับที่เที่ยวสายวัดจุดอื่นในอำนาจเจริญได้ในทริปเดียว
- เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเข้าถึงยาก รถประจำทางเข้าอำเภอพนามีไม่บ่อย สะดวกสุดคือขับรถเอง
- เป็นวัดจริงไม่ใช่จุดเที่ยวเชิงพาณิชย์ ร้านค้าและร้านอาหารรอบวัดมีจำกัด ควรเตรียมน้ำดื่มไปเอง
- อุโบสถอาจเปิด-ปิดเป็นเวลาหรือมีศาสนกิจในบางช่วง ควรไปช่วงกลางวันและเผื่อเวลาไว้
วัดถ้ำแสงเพชร (ภูเขาขาม) — วัดป่าบนภูเขา สายหลวงปู่ชา พระนอนโมเสกสีขาว 19 เมตร
วัดถ้ำแสงเพชรตั้งอยู่บนภูเขาขาม นอกตัวเมืองอำนาจเจริญไปทางเสนางคนิคมราว 18-20 กิโลเมตร เป็นวัดป่าสายหลวงปู่ชา สุภัทโท ที่บรรยากาศร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และก้อนหินธรรมชาติ จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) องค์สีขาวประดับกระเบื้องโมเสกยาวราว 19 เมตร ที่ตั้งอยู่กลางลานหินให้กราบไหว้ได้ใกล้ ๆ นอกจากพระนอนแล้วยังมีถ้ำหลายถ้ำภายในกลุ่มหินที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และมี 'พันห้อง' หรือช่องหินซอกซอยเชื่อมต่อกันให้เดินลอดชมได้ทีละช่วง ชื่อ 'ถ้ำแสงเพชร' มาจากเกล็ดแร่ควอตซ์ในเนื้อหินที่พอต้องแดดแล้วจะระยิบระยับคล้ายเพชร เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้การเดินชมหินที่นี่ต่างจากวัดทั่วไป
เสน่ห์ของที่นี่คือความสงบและพื้นที่กว้างให้เดินได้เรื่อย ๆ หลายคนที่รีวิวไว้บอกตรงกันว่าคนไม่พลุกพล่าน เดินไหว้พระและมุดถ้ำได้แบบไม่ต้องรีบ มีมุมถ่ายรูปทั้งลานพระนอน อุโมงค์หิน และช่วงต้นไม้ที่ร่มรื่น เปิดให้เข้าชมทุกวันประมาณ 08.00-17.00 น. และไม่มีค่าเข้า ใครอยากทำบุญก็หยอดตู้บริจาคตามศรัทธา การเดินทางสะดวกที่สุดคือขับรถหรือเช่ารถส่วนตัวจากตัวเมืองอำนาจเจริญ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยากและวัดอยู่บนเนินเขา แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงครึ่งเพื่อเดินให้ทั่วทั้งพระนอน กลุ่มถ้ำ พันห้อง และจุดชมวิวด้านบนที่มองเห็นทุ่งนาและป่ารอบ ๆ
ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือทางเดินขึ้นเขาและเข้าถ้ำบางช่วงเป็นหินธรรมชาติ พื้นไม่เรียบและอาจลื่นถ้าเพิ่งมีฝน ควรใส่รองเท้าที่เดินเกาะพื้นได้ดีและระวังศีรษะตอนมุดช่องหินเตี้ย ๆ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงเพราะลานพระนอนเป็นที่โล่ง ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะสบายตัวกว่า ในฐานะวัดปฏิบัติธรรมควรแต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง และสำรวมเมื่ออยู่ในเขตถ้ำและลานพระ สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้าและห้องน้ำมีจำกัดตามแบบวัดป่า จึงควรเตรียมของจำเป็นไปเอง ใครมองหาที่พักค้างคืนแนะนำให้กลับไปนอนในตัวเมืองอำนาจเจริญที่มีตัวเลือกโรงแรมมากกว่า แล้วค่อยขับรถมาช่วงเช้า
- พระพุทธไสยาสน์สีขาวประดับโมเสกยาวราว 19 เมตร กับกลุ่มถ้ำและ 'พันห้อง' ให้เดินลอดชมได้จริง เป็นวัดที่มีอะไรให้ดูมากกว่าไหว้พระอย่างเดียว
- บรรยากาศสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ คนไม่พลุกพล่าน เดินชมและถ่ายรูปได้แบบไม่ต้องรีบ ตามที่หลายรีวิวพูดถึง
- เข้าชมฟรี เปิดทุกวันประมาณ 08.00-17.00 น. เหมาะแวะครึ่งวันสำหรับคนที่ขับรถผ่านอำนาจเจริญ
- เกล็ดแร่ควอตซ์ในเนื้อหินระยิบระยับเมื่อโดนแดด เป็นจุดเด่นเฉพาะตัวที่มาของชื่อ 'ถ้ำแสงเพชร'
- อยู่บนเนินเขานอกเมือง รถสาธารณะเข้าถึงยาก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- ทางเดินขึ้นเขาและเข้าถ้ำบางช่วงเป็นหินธรรมชาติ พื้นไม่เรียบและลื่นได้หลังฝน ต้องระวังศีรษะตอนมุดช่องหินเตี้ย
- ลานพระนอนเป็นที่โล่ง กลางวันแดดแรง และสิ่งอำนวยความสะดวก (ร้านค้า-ห้องน้ำ) มีจำกัดตามแบบวัดป่า
แก่งคันสูง ริมโขง อ.ชานุมาน — แพลอยริมน้ำ นั่งกินจุ่มเท้าเล่นน้ำโขงหน้าแล้ง
อำนาจเจริญเป็นจังหวัดอีสานเพียงไม่กี่แห่งที่มีแนวแม่น้ำโขงเป็นของตัวเองจริง ๆ โดยฝั่งไทยในเขตอำเภอชานุมานทอดยาวเลียบโขงราว 38 กิโลเมตร ตรงข้ามคือฝั่ง สปป.ลาว จุดที่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวแวะกันคือช่วงที่มีแก่งหินโผล่กลางลำน้ำ ซึ่งจะเห็นชัดเฉพาะหน้าแล้งตอนน้ำโขงลด ราวเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม พอน้ำลงต่ำ โขดหินและแก่งที่ปกติจมอยู่ใต้น้ำจะโผล่ขึ้นมาเป็นลานหินริมตลิ่ง กลายเป็นที่นั่งเล่น จุ่มเท้า และถ่ายรูปวิวลำน้ำกว้าง ๆ ได้สบาย ๆ ไม่ต้องเสียค่าเข้า เป็นการเที่ยวแบบเรียบง่ายที่ได้บรรยากาศริมโขงเต็ม ๆ
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่วิถีริมน้ำ หลายจุดมีแพลอยผูกไว้ริมตลิ่งให้ลงไปนั่งกินข้าวกินปลากลางลำน้ำ เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคือปลาแม่น้ำโขงสด ๆ ทั้งต้ม ทอด นึ่ง หรือลาบปลา กินคู่กับส้มตำและข้าวเหนียวร้อน ๆ พลางฟังเสียงน้ำไหลและมองฝั่งลาวไปเรื่อย ๆ ราคาอาหารต่อหัวไม่แพง อยู่ราวหลักร้อยต้น ๆ ต่อคน บางแพคิดค่ามัดจำโต๊ะหรือเสื่อแยกจากค่าอาหาร ควรถามให้ชัดก่อนสั่ง ช่วงบ่ายแก่ ๆ ต่อเย็นเป็นเวลาที่แดดไม่แรงและได้เห็นแสงพระอาทิตย์ตกทาบผิวน้ำ เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพริมโขงสวย ๆ กลับบ้าน แนะนำให้พกหมวก แว่นกันแดด และรองเท้าที่เปียกน้ำหรือเดินบนหินได้ เพราะลานหินริมแก่งบางช่วงลื่นและขรุขระ
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือแก่งคันสูงเป็นจุดพักผ่อนตามธรรมชาติ ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ห้องน้ำและร้านค้าขึ้นอยู่กับแต่ละแพ บางช่วงนอกฤดูอาจปิดหรือคนน้อย ควรโทรถามร้านหรือแพที่ตั้งใจไปล่วงหน้า ระดับน้ำโขงเปลี่ยนตามการปล่อยน้ำเหนือลำน้ำและฝนต้นน้ำ บางปีแก่งโผล่มากบางปีน้อย จึงไม่การันตีว่าจะเห็นลานหินกว้างเสมอ หน้าฝนน้ำขึ้นสูงและไหลแรง แพหลายเจ้าจะหยุดให้บริการเพื่อความปลอดภัย ส่วนเรื่องเล่นน้ำควรอยู่ริมตลิ่งตื้น ๆ ไม่ลงไปกลางลำน้ำเพราะกระแสน้ำโขงแรงและมีวังน้ำวน การมาช่วงหน้าแล้งที่น้ำนิ่งกว่าและแก่งโผล่ชัดจะได้ทั้งความปลอดภัยและวิวที่คุ้มค่าเดินทางที่สุด
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้าจุดชมแก่ง ได้นั่งริมโขงจริง ๆ ในจังหวัดอีสานที่มีแนวโขงเป็นของตัวเอง
- มีแพลอยริมน้ำให้ลงไปนั่งกินปลาแม่น้ำโขงสด ส้มตำ ลาบ กลางลำน้ำ ราคาต่อหัวไม่แพง
- หน้าแล้งน้ำลดจะเห็นแก่งหินโผล่เป็นลานกว้าง เดินเล่น จุ่มเท้า และถ่ายรูปวิวลำน้ำได้สวย
- บ่ายแก่ต่อเย็นได้บรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมโขงและมองเห็นฝั่งลาวตรงข้าม
- เป็นจุดพักผ่อนตามธรรมชาติ ห้องน้ำ-ร้านค้าขึ้นอยู่กับแต่ละแพ นอกฤดูบางเจ้าปิดหรือคนน้อย
- ระดับน้ำโขงเปลี่ยนตามการปล่อยน้ำและฝนต้นน้ำ บางปีแก่งโผล่มากบางปีน้อย ไม่การันตีทุกครั้ง
- หน้าฝนน้ำขึ้นสูงและไหลแรง แพหลายเจ้าหยุดให้บริการ และกระแสน้ำกลางลำน้ำอันตรายเกินจะลงเล่น
เกาะจิตรกูฏ (เกาะสัญญารัก) อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน อำนาจเจริญ
เกาะจิตรกูฏ หรือที่คนแถวนี้เรียกกันติดปากว่าเกาะสัญญารัก เป็นเกาะที่คนสร้างขึ้นกลางอ่างเก็บน้ำในพุทธอุทยาน ตัวเมืองอำนาจเจริญ จุดที่ทำให้หลายคนตั้งใจแวะมาถ่ายรูปคือรูปทรงของเกาะที่มองจากมุมสูงแล้วเป็นรูปหัวใจ ขนาดราว 42 ไร่ ตั้งอยู่เยื้องกับพระมงคลมิ่งเมือง พระพุทธรูปองค์ใหญ่ประจำจังหวัดที่เป็นเหมือนหมุดหมายของเมือง การเข้าเกาะทำได้ด้วยการเดินข้ามสะพานปูนที่ทอดข้ามผืนน้ำเข้าไป บนเกาะมีศาลเล็ก ๆ ให้กราบไหว้และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คนท้องถิ่นให้ความเคารพ บรรยากาศโดยรวมเป็นแนวสงบ ๆ เดินเล่นได้เรื่อย ๆ ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคึกคักแบบเมืองใหญ่ จึงเหมาะกับคนที่อยากหามุมเงียบ ๆ ริมน้ำมากกว่าจะมาหาความบันเทิง
เสน่ห์จริง ๆ ของที่นี่อยู่ที่การได้มาไหว้พระ ทำบุญ และเก็บภาพสวย ๆ ในทริปเดียว หลายคนที่มาเที่ยวอำนาจเจริญมักจัดให้เกาะจิตรกูฏกับพระมงคลมิ่งเมืองเป็นแพ็กเกจเดียวกัน เพราะอยู่ในบริเวณพุทธอุทยานติดกัน เดินหรือขับรถต่อกันได้ในไม่กี่นาที ช่วงเช้าและช่วงเย็นแดดไม่แรงเป็นเวลาที่เดินสบายที่สุด และแสงก็กำลังสวยสำหรับถ่ายรูป คู่รักหลายคู่ชอบมาถ่ายรูปที่นี่เพราะชื่อเกาะสัญญารักและรูปทรงหัวใจเข้ากับธีมพอดี ส่วนใครที่อยากได้ภาพมุมสูงให้เห็นรูปหัวใจเต็ม ๆ อาจต้องใช้โดรนถ่ายจากด้านบน เพราะถ้ายืนถ่ายจากพื้นริมน้ำจะเห็นเป็นแค่เกาะกับสะพานทั่วไป จุดนี้เป็นเรื่องที่ควรเข้าใจก่อนมา จะได้ไม่ผิดหวังกับความคาดหวังเรื่องมุมภาพ
เรื่องที่อยากบอกกันตรง ๆ คือเกาะจิตรกูฏเป็นสถานที่แบบเข้าฟรี ไม่มีค่าบัตรและไม่ต้องจองล่วงหน้า จึงไม่ใช่สินค้าแบบทัวร์หรือตั๋วที่ซื้อออนไลน์ได้โดยตรง สิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะมีไม่มาก ห้องน้ำและร้านค้าอยู่แถบริมอ่างมากกว่าบนตัวเกาะ ควรเตรียมน้ำดื่มและหมวกกันแดดไปเอง เพราะร่มเงาบนสะพานและบนเกาะค่อนข้างน้อย ช่วงกลางวันแดดจัดจะร้อนพอสมควร นอกจากนี้เกาะนี้เป็นพื้นที่ทำบุญและมีศาลให้กราบไหว้ จึงควรแต่งกายสุภาพและสำรวมเมื่ออยู่ในบริเวณศักดิ์สิทธิ์ ถ้าวางแผนเที่ยวอำนาจเจริญแบบครบวัน แนะนำให้จับคู่เกาะจิตรกูฏกับกิจกรรมและทริปที่จองผ่านแพลตฟอร์มได้ในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้ทริปคุ้มค่ากับการเดินทางมาถึงเมืองเล็ก ๆ ที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านแห่งนี้
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร เดินข้ามสะพานเข้าเกาะได้เลย เหมาะกับทริปประหยัดงบ
- เกาะรูปหัวใจกลางน้ำเป็นมุมถ่ายรูปที่แปลกตา เข้ากับธีมคู่รักและชื่อเกาะสัญญารัก
- อยู่ติดพระมงคลมิ่งเมือง พระใหญ่ประจำจังหวัด ไหว้พระ ทำบุญ และถ่ายรูปได้ในทริปเดียว
- บรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน เดินเล่นชิล ๆ ได้สบาย
- ต้องใช้โดรนถ่ายจากมุมสูงถึงจะเห็นเป็นรูปหัวใจ ถ้ายืนถ่ายจากพื้นจะเห็นแค่เกาะกับสะพานทั่วไป
- สิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะมีน้อย ร่มเงาไม่มาก ช่วงกลางวันแดดจัดค่อนข้างร้อน ต้องเตรียมน้ำและหมวกไปเอง
- เป็นสถานที่เข้าฟรี จองออนไลน์ไม่ได้โดยตรง และเมืองอำนาจเจริญค่อนข้างไกล ต้องวางแผนเดินทางเผื่อเวลา
อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน — จุดเดินเล่นริมน้ำ ชมพระอาทิตย์ตก อ.เมืองอำนาจเจริญ
อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่กลางเมืองอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ริมถนนชยางกูรฝั่งตรงข้ามกับพระมงคลมิ่งเมืองหรือพระใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด คนในพื้นที่นิยมมาเดินเล่นและออกกำลังกายช่วงเช้ากับช่วงเย็น เพราะมีลมพัดจากผิวน้ำตลอดวันทำให้อากาศเย็นสบายกว่าที่อื่นในเมือง รอบอ่างมีทางเดินและถนนเลียบน้ำให้เดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานได้สบาย ๆ วิวเปิดโล่งมองเห็นผืนน้ำกว้างไปจนสุดขอบฟ้า เหมาะกับคนที่อยากหามุมสงบ ๆ พักจากการเที่ยววัดหรือเดินตลาด และเป็นจุดที่จับคู่กับการไปไหว้พระใหญ่ฝั่งตรงข้ามได้ในทริปเดียว
จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงสีส้มทองจะสะท้อนผิวน้ำและฉากหลังเป็นองค์พระใหญ่ ทำให้ได้ภาพที่สวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ หลายคนมานั่งริมน้ำรอชมพระอาทิตย์ตก ซื้อของกินจากรถเข็นหรือร้านริมทางมานั่งกินรับลม บรรยากาศเป็นกันเองแบบเมืองเล็ก ไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม จอดรถได้ริมถนนและลานจอดใกล้พระใหญ่ ใครมาเที่ยวอำนาจเจริญแบบผ่านทางก็แวะได้ง่ายเพราะอยู่ติดถนนสายหลักที่วิ่งผ่านตัวเมืองพอดี ระยะเวลาที่เหมาะกำลังดีคือราวหนึ่งถึงสองชั่วโมง เดินเล่นรอบอ่าง แวะไหว้พระ แล้วรอเก็บภาพพระอาทิตย์ตกก่อนกลับ
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือที่นี่เป็นสวนสาธารณะและอ่างเก็บน้ำ ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ บางช่วงของทางเดินอาจไม่ได้ร่มรื่นมากและแดดตอนกลางวันค่อนข้างแรง จึงควรมาช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายตัวกว่า ห้องน้ำและร้านค้ามีไม่มากและกระจายอยู่แถวฝั่งพระใหญ่เป็นหลัก ช่วงหน้าแล้งระดับน้ำในอ่างอาจลดลงจนวิวไม่เต็มตาเท่าหน้าฝนหรือหลังฝน และตอนเย็นมียุงพอสมควรจึงควรเตรียมยากันยุงไปด้วย ที่นี่เหมาะเป็นจุดแวะพักผ่อนเสริมในทริปมากกว่าจะเป็นไฮไลต์หลัก แต่ถ้าจับจังหวะมาช่วงพระอาทิตย์ตกก็ถือว่าเป็นมุมที่คุ้มค่ากับการแวะและไม่ต้องเสียเงินสักบาท
- เข้าชมฟรี อยู่กลางเมืองติดถนนสายหลัก แวะง่ายและจับคู่กับการไหว้พระใหญ่มิ่งเมืองฝั่งตรงข้ามได้ในทริปเดียว
- มีลมเย็นจากผิวน้ำตลอดวัน เหมาะเดินเล่น วิ่ง หรือปั่นจักรยานริมน้ำช่วงเช้าและเย็น
- วิวเปิดโล่งเห็นผืนน้ำกว้าง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ได้ภาพสวยคู่กับองค์พระใหญ่
- บรรยากาศเงียบสงบเป็นกันเองแบบเมืองเล็ก ไม่พลุกพล่าน เหมาะพักจากการเที่ยววัดหรือเดินตลาด
- เป็นสวนสาธารณะริมอ่าง สิ่งอำนวยความสะดวกมีน้อย ห้องน้ำและร้านค้ากระจุกอยู่แถวฝั่งพระใหญ่
- แดดกลางวันแรงและบางช่วงทางเดินไม่ร่มรื่น ควรมาช่วงเช้าหรือเย็น
- หน้าแล้งระดับน้ำลดลงจนวิวไม่เต็มตา และตอนเย็นมียุงพอสมควร ควรเตรียมยากันยุง
วนอุทยานดอนเจ้าปู่ (ดงลิงดอนเจ้าปู่) อ.พนา — ป่าชุมชนศักดิ์สิทธิ์กับฝูงลิงแสมและศาลเจ้าปู่
วนอุทยานดอนเจ้าปู่ หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันว่าดงลิงดอนเจ้าปู่ อยู่ที่อำเภอพนา ห่างจากตัวอำเภอราว 3 กิโลเมตร เป็นผืนป่าดงดิบผสมเนื้อที่ประมาณ 170–300 ไร่ (ตัวเลขต่างกันไปตามแหล่งอ้างอิง) ที่ชาวบ้านดูแลรักษาไว้เป็นป่าชุมชนศักดิ์สิทธิ์มานาน จุดที่ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักคือฝูงลิงแสม (ลิงกังหางยาว) จำนวนมากที่อาศัยอยู่ในดงนี้มาหลายชั่วอายุคน คนพนาถือว่าลิงเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและผูกพันกับความเชื่อเรื่องเจ้าปู่ ภายในดงมีศาลเจ้าปู่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของวิญญาณพรานผู้พิทักษ์ป่า และมีพระพุทธรูปหลายปาง ทำให้ที่นี่รวมเอาทั้งธรรมชาติ ความเชื่อ และวิถีชุมชนไว้ในที่เดียว เปิดให้เข้าชมทุกวันช่วงกลางวันโดยไม่มีค่าเข้าอย่างเป็นทางการ ใครอยากทำบุญก็ทำได้ตามศรัทธาที่ศาล
เสน่ห์ของที่นี่คือได้เห็นลิงป่าในถิ่นอาศัยจริง ไม่ใช่ลิงในกรง เดินชมรอบดงเงียบ ๆ ก็จะเจอลิงกระโดดตามกิ่งไม้ นั่งเลียขน หรือดูแลลูกลิงตามธรรมชาติ ช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาที่ลิงออกมาหากินและเคลื่อนไหวให้เห็นชัด เหมาะกับคนที่ชอบสังเกตพฤติกรรมสัตว์และถ่ายภาพแบบใช้เลนส์ซูมโดยไม่ต้องเข้าใกล้ อย่างไรก็ตาม ควรเที่ยวแบบ 'ดูอย่างเดียว ไม่ให้อาหาร' เพราะการให้อาหารริมถนนที่พบเห็นได้ทั่วไปเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชากรลิงขยายตัวเร็วจนเกินสมดุล เกิดปัญหาลิงล้นพื้นที่และกระทบชาวบ้านรอบ ๆ จนทางจังหวัดต้องเข้ามาทำหมันเพื่อคุมจำนวน การไม่ให้อาหารจึงเป็นการช่วยลดปัญหาระยะยาว ไม่ใช่ความใจร้าย
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือลิงที่นี่คุ้นคนและกล้าเข้าหา โดยเฉพาะถ้าเห็นถุงพลาสติกหรืออาหารในมือ ลิงจะรีบเข้ามาคว้าทันที จึงควรเก็บของกินให้มิดชิด ถือกระเป๋าไว้ด้านหน้าเสมอ ถอดแว่นตา หมวก และของเล่นเด็กที่ลิงชอบฉวยไว้ก่อน ไม่ควรจ้องตาลิงตรง ๆ หรือยิ้มเห็นฟันเพราะลิงตีความว่าเป็นการข่มขู่ ถ้าลิงเข้ามาใกล้ให้ค่อย ๆ ถอยและอย่าวิ่งหนี ดูแลเด็กเล็กใกล้ชิดตลอด และหลีกเลี่ยงการยื่นมือไปสัมผัสลิงเพราะเสี่ยงถูกกัดหรือข่วน ซึ่งอาจต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สภาพทางเป็นดินและป่า จึงควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและระวังพื้นลื่นช่วงฝนตก มาที่นี่แบบเคารพทั้งสัตว์ ป่า และความเชื่อของชุมชน แล้วจะได้ประสบการณ์ที่ต่างจากที่เที่ยวทั่วไป
- ได้ดูลิงแสมป่าจำนวนมากในถิ่นอาศัยจริง ไม่ใช่ลิงในกรง ช่วงเช้า-เย็นเห็นพฤติกรรมตามธรรมชาติชัด
- รวมธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องเจ้าปู่ และวิถีชุมชนไว้ในที่เดียว มีศาลและพระพุทธรูปให้แวะไหว้
- ไม่มีค่าเข้าอย่างเป็นทางการ แวะได้สะดวกระหว่างเส้นทางผ่านอำเภอพนา
- เหมาะกับสายถ่ายภาพและสังเกตสัตว์ที่รักษาระยะห่างและใช้เลนส์ซูมได้
- ลิงคุ้นคนและกล้าฉวยของ ต้องเก็บอาหาร แว่นตา หมวก และกระเป๋าให้มิดชิดตลอดเวลา
- มีปัญหาประชากรลิงล้นพื้นที่และความขัดแย้งกับชาวบ้าน จังหวัดต้องทำหมันคุมจำนวน จึงไม่ควรให้อาหาร
- เสี่ยงถูกกัดหรือข่วนถ้าเข้าใกล้เกินไป โดยเฉพาะเด็กเล็ก และอาจต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง (เดินป่า-ชมวิว-กางเต็นท์บนเนินหินทราย)
วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้งอยู่ที่ตำบลสร้างนกทา อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ห่างจากตัวเมืองไม่ไกล ขับรถไปได้สบาย จุดเด่นคือกลุ่มเนินหินทรายสูงราว 200-300 เมตร ที่โผล่ขึ้นมากลางป่าเต็งรัง มีทั้งลานหินกว้าง ก้อนหินรูปทรงแปลกตาที่ถูกลมและฝนกัดเซาะมานาน และเส้นทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนสันเขาที่มองเห็นที่ราบเบื้องล่างเป็นแนวยาว เดินขึ้นไม่ชันมาก ใช้เวลาราว 20-40 นาทีต่อขา คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายประจำก็ค่อย ๆ เดินขึ้นไปได้ ระหว่างทางมีป่าให้ร่มเงาและได้ดูพรรณไม้พื้นถิ่นไปด้วย เหมาะกับคนที่อยากได้ที่เที่ยวธรรมชาติเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งท่องเที่ยวดัง
คนที่มาส่วนใหญ่นิยมขึ้นไปช่วงเช้าตรู่หรือเย็นเพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตกบนลานหิน แสงช่วงนั้นสวยและอากาศเย็นสบายกว่าตอนกลางวัน หลายคนเลือกกางเต็นท์ค้างคืนบนพื้นที่ที่วนอุทยานจัดไว้ เพื่อจะได้ตื่นมาดูทะเลหมอกบาง ๆ ในหน้าหนาว การเข้าชมเป็นแบบวนอุทยานที่กรมป่าไม้ดูแล เข้าได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมเหมือนอุทยานแห่งชาติ ถ้าจะกางเต็นท์ก็เสียค่าพื้นที่เพียงหลักสิบบาทต่อคน และเช่าอุปกรณ์เพิ่มได้ในราคาไม่แพง สิ่งอำนวยความสะดวกมีแบบพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำและลานจอดรถ แต่ไม่มีร้านอาหารประจำ จึงควรเตรียมน้ำและอาหารขึ้นไปเอง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นวนอุทยานขนาดเล็กที่การประชาสัมพันธ์และป้ายบอกทางยังไม่มากนัก บางช่วงถนนเข้าเป็นทางลูกรังหรือทางแคบ ควรเช็กเส้นทางในแผนที่และสอบถามชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่ก่อน ช่วงหน้าฝนทางเดินขึ้นหินอาจลื่น ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเป็นพิเศษ ส่วนหน้าแล้งกลางวันแดดจัดและร้อน แนะนำให้ขึ้นช่วงเช้าหรือเย็น พกน้ำให้พอ หมวก และครีมกันแดด บนลานหินไม่มีร่มเงามากนัก ที่สำคัญคือช่วยกันเก็บขยะกลับลงมาและไม่ขีดเขียนบนก้อนหิน เพราะเป็นธรรมชาติที่ก่อตัวมานานและเปราะบางกว่าที่คิด มาที่นี่ได้บรรยากาศสงบ ต้นทุนต่ำ และวิวที่คุ้มค่ากับการเดินขึ้นไป
- เข้าฟรี ต้นทุนเที่ยวต่ำ เหมาะกับคนงบไม่เยอะ กางเต็นท์เสียค่าพื้นที่แค่หลักสิบบาท
- จุดชมวิวบนลานหินทรายมองเห็นที่ราบเบื้องล่าง สวยเป็นพิเศษช่วงพระอาทิตย์ขึ้น-ตก
- เดินขึ้นไม่ชันมาก ใช้เวลาไม่นาน คนไม่ได้ออกกำลังกายประจำก็ค่อย ๆ เดินขึ้นได้
- ธรรมชาติเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ได้ดูก้อนหินรูปทรงแปลกตาและป่าเต็งรังพื้นถิ่น
- เป็นวนอุทยานขนาดเล็ก ป้ายบอกทางและข้อมูลยังน้อย บางช่วงถนนเข้าเป็นทางลูกรังหรือทางแคบ
- ไม่มีร้านอาหารประจำ ต้องเตรียมน้ำและอาหารขึ้นไปเอง สิ่งอำนวยความสะดวกมีแบบพื้นฐาน
- หน้าฝนทางเดินขึ้นหินลื่น ส่วนหน้าแล้งกลางวันแดดจัดและบนลานหินไม่มีร่มเงา
จุดชมวิวทิวทัศน์ริมโขง อ.ชานุมาน (ลานริมโขงชานุมาน มองข้ามไปฝั่งลาว)
ชานุมานเป็นอำเภอเหนือสุดของอำนาจเจริญ วางตัวเลียบแม่น้ำโขงยาวราว 38 กิโลเมตร โดยมีแม่น้ำเป็นเส้นแบ่งพรมแดนไทยกับลาว จุดชมวิวริมโขงในตัวอำเภอเป็นลานเปิดโล่งริมตลิ่งที่คนในพื้นที่มาเดินเล่นและถ่ายรูปกันเป็นประจำ มองออกไปจะเห็นสายน้ำกว้างไหลเอื่อย ๆ กับแนวป่าและหมู่บ้านฝั่งลาวอยู่อีกฟาก เสน่ห์ของที่นี่คือความเงียบและไม่พลุกพล่านเหมือนจุดชมวิวริมโขงชื่อดังในจังหวัดอื่น มาแล้วได้บรรยากาศชายแดนแบบเรียบง่าย นั่งรับลมริมน้ำ ดูเรือประมงเล็ก ๆ แล่นผ่าน และเห็นวิถีชีวิตริมโขงที่ยังคงเดินไปช้า ๆ ตามจังหวะของแม่น้ำ
ช่วงเวลาที่คนนิยมมามากที่สุดคือเช้าตรู่ เพราะชานุมานหันหน้าไปทางทิศที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแม่น้ำได้สวย ดวงอาทิตย์จะค่อย ๆ โผล่พ้นแนวฝั่งลาวขึ้นมา สะท้อนแสงลงบนผิวน้ำเป็นทางยาว บางเช้ามีหมอกบาง ๆ ลอยเหนือน้ำเพิ่มความนุ่มให้ภาพ ส่วนช่วงเย็นแม้แดดจะไม่ตกลงน้ำตรง ๆ แต่ฟ้าหลังพระอาทิตย์ตกก็เปลี่ยนสีสวยไม่แพ้กัน เหมาะกับคนที่ขับรถผ่านมาแล้วอยากแวะยืดเส้นยืดสายสัก 30-60 นาที เพราะที่นี่เข้าได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม จอดรถริมทางแล้วเดินลงไปที่ลานริมตลิ่งได้เลย บริเวณใกล้เคียงมีร้านกาแฟและร้านอาหารตามสั่งริมโขงให้แวะนั่งต่อได้
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นจุดชมวิวธรรมชาติของท้องถิ่น ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่จัดเต็มเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก บางช่วงตลิ่งอาจไม่มีราวกั้นหรือไฟส่องสว่างตอนกลางคืน จึงควรระวังเวลาเดินใกล้ขอบน้ำ โดยเฉพาะพาเด็กเล็กมาด้วย ระดับน้ำและหน้าตาของตลิ่งเปลี่ยนไปตามฤดู หน้าฝนน้ำจะขึ้นสูงและขุ่น ส่วนหน้าแล้งน้ำลดจนเห็นหาดทรายและเกาะแก่งกลางน้ำ ทิวทัศน์จึงต่างกันมากในแต่ละช่วงปี การเดินทางมาชานุมานสะดวกสุดคือมีรถส่วนตัว เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่ถี่นัก และควรกางแผนที่เผื่อไว้เพราะจุดจอดริมโขงในตัวอำเภอมีหลายจุด ลองถามคนในพื้นที่ว่าลานไหนวิวเปิดโล่งและเห็นพระอาทิตย์ขึ้นชัดที่สุดจะช่วยได้มาก
- เข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม จอดรถริมทางแล้วเดินลงไปชมวิวได้เลย เหมาะแวะระหว่างทางสาย Isan ริมโขง
- วิวแม่น้ำโขงเปิดโล่งมองข้ามไปเห็นฝั่งลาว บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนจุดชมวิวริมโขงในจังหวัดอื่น
- เป็นจุดดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแม่น้ำที่คนท้องถิ่นนิยม เช้าที่มีหมอกบาง ๆ ลอยเหนือน้ำได้ภาพสวย
- มีร้านกาแฟและร้านอาหารริมโขงใกล้เคียงให้นั่งชิลต่อ ได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำแบบเรียบง่าย
- เป็นจุดชมวิวท้องถิ่น สิ่งอำนวยความสะดวกน้อย บางช่วงตลิ่งไม่มีราวกั้นหรือไฟส่องสว่างตอนกลางคืน ต้องระวังเวลาพาเด็กเล็ก
- วิวและระดับน้ำเปลี่ยนตามฤดูมาก หน้าฝนน้ำขึ้นสูงและขุ่น มาผิดช่วงอาจไม่ได้ภาพอย่างที่คิด
- รถสาธารณะเข้าถึงไม่ถี่ มารถส่วนตัวสะดวกกว่า และจุดริมโขงในตัวอำเภอมีหลายจุด ควรกางแผนที่หรือถามคนในพื้นที่
ประเพณีแห่ยักษ์คุ อ.ชานุมาน (ขบวนแห่ยักษ์ตามตำนานรามเกียรติ์ริมแม่น้ำโขง, ต้นเดือนมีนาคม)
ประเพณีแห่ยักษ์คุเป็นงานประเพณีพื้นถิ่นของชาวอำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ที่หาดูได้แห่งเดียวในประเทศไทย จัดปีละครั้งช่วงต้นเดือนมีนาคม (มักเป็นวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์แรกของเดือน เช่นปี 2569 ราววันที่ 6-8 มีนาคม) ที่บริเวณลานเทศบาลตำบลชานุมาน ริมแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว คำว่า ยักษ์คุ หรือยักษ์คุกเข่า มาจากตำนานปรัมปราของท้องถิ่นที่ผูกโยงกับเรื่องรามเกียรติ์ ทั้งทศกัณฐ์ พระราม และพระลักษณ์ ชาวบ้านสืบทอดความเชื่อนี้กันมานานกว่าร้อยปี แล้วนำมาทำเป็นขบวนแห่ยักษ์ตัวใหญ่ที่ตกแต่งอย่างวิจิตร เดินไปตามถนนในเขตเทศบาล เป็นภาพที่ผสมความเชื่อ ตำนาน และงานฝีมือชุมชนเข้าด้วยกัน
ในงานมีหลายกิจกรรมให้เดินชม ทั้งขบวนแห่ยักษ์คุ การประกวดขบวนแห่ยักษ์และธิดายักษ์ การแสดงแสงสีเสียงเล่าตำนานยักษ์คุชานุมาน หมู่บ้านยักษ์ที่จำลองบรรยากาศตามเรื่องเล่า และกิจกรรมพาแลงกินข้าวแบบพื้นบ้านพร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน จุดที่คนพูดถึงกันมากคือช่วงกลางคืนที่มีการแสดงแสงสีเสียง เพราะได้เห็นตัวยักษ์ประกอบไฟและเรื่องราวถูกเล่าเป็นฉาก บรรยากาศต่างจากงานวัดทั่วไป งานนี้ไม่เก็บค่าเข้าชม เดินดูได้ฟรี ค่าใช้จ่ายจริงจึงเป็นเรื่องเดินทาง ที่พัก และค่ากินของในงานเป็นหลัก เหมาะกับคนที่วางแผนเที่ยวอีสานตอนล่างแถบอำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหาร แล้วอยากแวะงานประเพณีที่ไม่เหมือนที่อื่น
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนวางแผนแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคืองานนี้จัดปีละครั้งและผูกกับวันต้นเดือนมีนาคม ถ้ามาผิดช่วงจะไม่เจออะไรเลยนอกจากตัวอำเภอเงียบ ๆ ริมโขง จึงต้องเช็กกำหนดการปีนั้นจากประกาศของจังหวัดหรือเทศบาลก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพราะวันอาจขยับได้ ข้อสองคือชานุมานเป็นอำเภอเล็กไกลตัวเมือง ที่พักในอำเภอมีจำกัด คนส่วนใหญ่จึงพักในตัวเมืองอำนาจเจริญหรือฝั่งมุกดาหารแล้วขับรถเข้ามา ควรจองที่พักล่วงหน้าเพราะช่วงงานคนเยอะกว่าปกติ ข้อสามคือเดือนมีนาคมเป็นหน้าร้อนของอีสาน กลางวันแดดจัดมาก แนะนำให้มาเน้นช่วงเย็นถึงค่ำที่อากาศเย็นลงและเป็นเวลาที่ขบวนแห่กับการแสดงแสงสีเสียงจัดพอดี เตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบายเพราะต้องยืนและเดินตามขบวนพอสมควร
- งานประเพณีที่หาดูได้แห่งเดียวในไทย ขบวนแห่ยักษ์ตามตำนานรามเกียรติ์และวัฒนธรรมชานุมานที่สืบทอดกันมากว่าร้อยปี
- ชมฟรี ไม่มีค่าเข้า มีหลายกิจกรรมในงานเดียว ทั้งขบวนแห่ ประกวดธิดายักษ์ หมู่บ้านยักษ์ และพาแลงแบบอีสาน
- การแสดงแสงสีเสียงเล่าตำนานยักษ์คุช่วงกลางคืนให้บรรยากาศต่างจากงานวัดทั่วไป ได้เห็นตัวยักษ์ประกอบไฟและฉากเล่าเรื่อง
- อยู่ริมแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว รวมทริปกับเที่ยวอีสานตอนล่างแถบอำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหารได้ในคราวเดียว
- จัดปีละครั้งและผูกกับวันต้นเดือนมีนาคมเท่านั้น มาผิดช่วงจะไม่เจองาน ต้องเช็กกำหนดการปีนั้นก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
- ชานุมานเป็นอำเภอเล็กไกลตัวเมือง ที่พักในอำเภอมีจำกัด ส่วนใหญ่ต้องพักในตัวเมืองอำนาจเจริญหรือมุกดาหารแล้วขับรถเข้ามา
- เดือนมีนาคมเป็นหน้าร้อนของอีสาน กลางวันแดดจัดมาก ต้องเลี่ยงมาช่วงเที่ยงและเตรียมหมวกกับน้ำดื่มให้พร้อม
เที่ยวอำนาจเจริญ พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักในเมืองอำนาจเจริญใกล้พุทธอุทยาน เดินทางเที่ยวรอบจังหวัดสะดวก เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
จุดเที่ยวกระจายหลายอำเภอ ริมโขงอยู่ที่ชานุมานไกลจากเมือง จองรถหรือแพ็กเกจไว้จะสะดวก
💡 รู้ก่อนเที่ยวอำนาจเจริญ
พระมงคลมิ่งเมืองเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่กลางพุทธอุทยานบนลานหิน ห่างเมืองราว 3 กม. บริเวณเดียวกันมีอ่างเก็บน้ำและเกาะจิตรกูฏรูปหัวใจ เที่ยวเป็นจุดเดียวกันได้ ควรแต่งกายสุภาพ ไปช่วงเช้า-เย็นเลี่ยงแดด
วัดพระเหลาเทพนิมิต อ.พนา ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะลาวล้านช้างที่คนยกให้งามที่สุดในอีสาน ห่างเมืองพอสมควร ควรเผื่อเวลาเดินทางและแวะดอนเจ้าปู่-หมู่บ้านใกล้เคียงในเส้นเดียวกัน
แก่งคันสูง อ.ชานุมาน เป็นแก่งหินริมแม่น้ำโขง เห็นแก่งหินโผล่ชัดช่วงน้ำน้อย (พ.ย.–พ.ค.) มีร้านอาหารแพริมโขงให้นั่งชิล ควรระวังริมน้ำและเช็กระดับน้ำก่อนลงเล่น
วนอุทยานดอนเจ้าปู่ อ.พนา มีลิงแสมฝูงใหญ่ตามธรรมชาติและมีปัญหาลิงเยอะ-คุ้นคน ควรชมแบบสังเกตการณ์ ไม่ป้อนอาหารและไม่เข้าใกล้ เก็บของมีค่าและถุงอาหารให้มิดชิดเพื่อเลี่ยงถูกลิงแย่ง
จัดทริปอำนาจเจริญยังไงให้คุ้ม
อำนาจเจริญเที่ยว 1–2 วันได้สบาย วันแรกเที่ยวรอบเมือง เช้าไหว้พระมงคลมิ่งเมืองที่พุทธอุทยาน เดินอ่างเก็บน้ำและถ่ายรูปเกาะจิตรกูฏรูปหัวใจ บ่ายขึ้นวัดถ้ำแสงเพชรชมพระนอนและถ้ำ วันที่สองออกนอกเมือง ไหว้พระเหลาเทพนิมิต อ.พนา แวะดอนเจ้าปู่ (ชมลิงแบบสังเกตการณ์) ถ้ามีเวลาต่อไปริมโขงที่ชานุมานชมแก่งคันสูงและนั่งแพกินข้าวริมน้ำ อำนาจเจริญเที่ยวรวมกับอุบลฯ-ยโสธร-มุกดาหารได้
พร้อมเที่ยวอำนาจเจริญแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย
ดูที่พักอำนาจเจริญ →