🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
ฉะเชิงเทราหรือแปดริ้วอยู่ภาคตะวันออกติดกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกและเที่ยวได้แบบวันเดย์ทริป เสน่ห์คือสายมู-สายวัดริมแม่น้ำบางปะกง — หลวงพ่อโสธรที่วัดโสธรวรารามที่คนไทยศรัทธา พระพิฆเนศองค์ใหญ่หลากปางที่วัดสมานรัตนารามและวัดโพรงอากาศ วัดโพธิ์บางคล้าที่มีค้างคาวแม่ไก่อาศัย ตลาดเก่าริมน้ำอย่างตลาดบ้านใหม่ร้อยปีที่ขึ้นชื่อของกิน และล่องเรือชมวิถีริมบางปะกง
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป วัดและปูชนียสถานควรแต่งกายสุภาพ ตลาดบ้านใหม่คึกคักช่วงวันหยุด อยู่ใกล้กรุงเทพฯ จึงเที่ยวครึ่งวัน-หนึ่งวันได้สบาย และรวมทริปกับปราจีนบุรี/ชลบุรีได้
วัดโสธรวรารามวรวิหาร — นมัสการหลวงพ่อโสธร (Wat Sothon Wararam Worawihan)
วัดโสธรวรารามวรวิหารเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทราหรือที่คนเรียกติดปากว่าเมืองแปดริ้ว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงในตัวเมือง เดินทางจากกรุงเทพฯ ราวชั่วโมงเศษก็ถึง จุดหมายหลักของคนที่มาที่นี่คือการเข้าไปนมัสการหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพนับถือมายาวนาน ตามตำนานเล่าว่าเป็นหนึ่งในสามพี่น้องพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาตามแม่น้ำบางปะกง แล้วชาวบ้านอัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ จุดเด่นที่เห็นแต่ไกลคือพระอุโบสถหลังใหม่ทรงจตุรมุขบุด้วยหินอ่อนสีขาวประดับลวดลายสีทอง สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิมเอาไว้ ทำให้ตัวอาคารดูสง่างามและเป็นแลนด์มาร์กที่ถ่ายรูปสวย ภายในประดิษฐานองค์หลวงพ่อโสธรให้ผู้คนเข้ากราบไหว้ขอพร
คนที่มาวัดโสธรส่วนใหญ่มาด้วยแรงศรัทธา หลายคนมาบนบานขอเรื่องสุขภาพ การงาน การเรียน หรือเรื่องในชีวิต แล้วกลับมาแก้บนเมื่อสมหวัง ของแก้บนยอดนิยมที่เห็นได้ทั่วไปคือไข่ต้ม ละครรำ และดอกไม้ ทำให้บรรยากาศหน้าวัดคึกคักด้วยร้านขายเครื่องสักการะ ของแก้บน และของฝากเมืองแปดริ้ว การเข้าชมและไหว้พระไม่เสียค่าเข้า มีเพียงค่าดอกไม้ธูปเทียนและของถวายตามกำลังศรัทธา รอบ ๆ วัดยังเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมและวิวริมแม่น้ำบางปะกงได้ ใครมาช่วงวันหยุด วันพระ หรือช่วงงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธรควรทำใจว่าคนจะเยอะเป็นพิเศษ เพราะที่นี่เป็นวัดที่มีผู้มาเยือนต่อปีจำนวนมากติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ก่อนไปมีเรื่องควรรู้ไว้ตามตรง วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การแต่งกายจึงควรสุภาพเรียบร้อย งดกางเกงหรือกระโปรงสั้น เสื้อสายเดี่ยว และเสื้อเปิดไหล่ เพื่อความเหมาะสมและเข้าในพระอุโบสถได้สะดวก ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลรถติดและที่จอดรถเต็มเร็ว บางคนเลือกจอดลานไกลแล้วเดินเข้า หรือมาแต่เช้าเพื่อเลี่ยงคนแน่น ภายในบริเวณวัดมีทั้งจุดไหว้พระ จุดทำบุญ และร้านค้า ควรระวังทรัพย์สินในที่คนพลุกพล่าน ส่วนใครขับรถมาเองสามารถต่อโปรแกรมเที่ยวแปดริ้วในวันเดียวได้สบาย เช่น ตลาดบ้านใหม่ริมน้ำ หรือวัดอื่นในเส้นทาง ทำให้วัดโสธรเป็นจุดเริ่มต้นทริปไหว้พระเมืองฉะเชิงเทราที่ลงตัวสำหรับทั้งสายบุญและสายเที่ยว
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้าชม เป็นวัดคู่เมืองแปดริ้วที่ผู้คนศรัทธามาไหว้หลวงพ่อโสธรตลอดทั้งปี
- พระอุโบสถทรงจตุรมุขหินอ่อนสีขาวประดับทองสวยงามและเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปได้สวย
- เดินทางจากกรุงเทพฯ สะดวก ราวชั่วโมงเศษ เหมาะทำเป็นวันเดย์ทริปไหว้พระเมืองฉะเชิงเทรา
- หน้าวัดมีร้านของแก้บน เครื่องสักการะ และของฝากแปดริ้วให้เลือกครบในจุดเดียว
- วันหยุด วันพระ และช่วงงานเทศกาลคนแน่นมาก รถติดและที่จอดรถเต็มเร็ว
- เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องแต่งกายสุภาพ งดเสื้อผ้าสั้นหรือเปิดไหล่
- บริเวณคนพลุกพล่านและมีร้านค้าเยอะ ควรระวังทรัพย์สินและเลี่ยงร้านที่เร่งขาย
วัดสมานรัตนาราม — พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขสีชมพูองค์ใหญ่ริมบางปะกง (Wat Saman Rattanaram, ฉะเชิงเทรา)
วัดสมานรัตนารามอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากตัวเมืองแปดริ้วไม่ไกล จุดที่ทำให้คนแวะกันไม่ขาดคือองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขสีชมพูขนาดใหญ่ที่ยาวหลายสิบเมตร ถือเป็นพระพิฆเนศปางนอนที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของเมืองไทย รอบฐานองค์พระมีรูปปั้นหนูหลากสีวางเรียงตามวันเกิด คนที่มาขอพรจะเลือกหนูให้ตรงกับวันเกิดของตัวเอง แล้วป้องปากกระซิบคำอธิษฐานที่หูหนูตามความเชื่อว่าคำขอจะไปถึงเร็วขึ้น เป็นภาพที่เห็นได้ตลอดทั้งวันโดยเฉพาะสายมู-สายขอพรที่ตั้งใจมาไหว้องค์พระโดยเฉพาะ
นอกจากองค์พระพิฆเนศปางนอนแล้ว ในวัดยังมีเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ให้กราบไหว้ ทั้งพระพิฆเนศปางอื่น พระพรหม และศาลเทพต่าง ๆ กระจายอยู่ในพื้นที่ริมน้ำที่ร่มรื่น มีลมพัดเย็นสบายเกือบทั้งวัน รอบวัดมีตลาดของฝาก ร้านอาหาร และซุ้มขายดอกไม้ธูปเทียนสำหรับบูชา บางช่วงมีบริการล่องเรือชมวิวริมแม่น้ำบางปะกงให้ได้มองวัดจากอีกมุมหนึ่ง การเข้าชมวัดไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าเครื่องบูชาหรือทำบุญตามศรัทธา ทำให้เป็นจุดหมายที่แวะได้ง่ายทั้งสายบุญ สายถ่ายรูป และครอบครัวที่พาผู้ใหญ่มาไหว้พระ บนทริปอาเซอร์อย่าง Tripadvisor วัดได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.2 เต็ม 5 จากรีวิวหลายร้อยราย เสียงส่วนใหญ่ชมเรื่องความสวยขององค์พระ สีสันสดใส และบรรยากาศริมน้ำ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาวคนเยอะมาก ทั้งลานจอดรถและจุดไหว้องค์พระแน่น บางช่วงต้องต่อคิวถ่ายรูปกับองค์พระพิฆเนศปางนอน ถ้าอยากได้บรรยากาศสบาย ๆ และภาพที่คนไม่บังกัน ควรไปวันธรรมดาหรือไปตั้งแต่เช้าก่อนแดดจะแรง ข้อสองคือพื้นที่วัดค่อนข้างเปิดโล่งและมีร่มเงาเป็นบางจุด กลางวันแดดร้อน ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย ในบริเวณมีจุดติดแอร์ไม่มากนัก ข้อสามคือการเดินทางด้วยรถสาธารณะไม่สะดวก หลายรีวิวบอกว่ากว่าจะต่อรถจากกรุงเทพฯ มาถึงใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่งและต้องต่อรถสองแถว คนที่ไม่มีรถส่วนตัวมักเลือกจองรถหรือแพ็กเกจทัวร์ไหว้พระแปดริ้วที่แวะหลายวัดในวันเดียวจะสะดวกกว่า และควรแต่งกายสุภาพเข้าไว้เพราะเป็นสถานที่ทางศาสนา
- องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขสีชมพูขนาดใหญ่ที่สวยและถ่ายรูปได้สวย เป็นพระพิฆเนศปางนอนที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของไทย
- เข้าชมฟรี จ่ายเฉพาะค่าเครื่องบูชาหรือทำบุญตามศรัทธา แวะได้ง่ายทั้งสายบุญ สายถ่ายรูป และครอบครัว
- มีเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ให้ไหว้ พร้อมพิธีขอพรกระซิบที่หูหนูตามวันเกิดที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด
- ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงที่ร่มรื่นลมเย็น มีตลาดของฝาก ร้านอาหาร และล่องเรือชมวิวริมน้ำในบางช่วง
- วันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาวคนเยอะมาก ลานจอดรถและจุดไหว้องค์พระแน่น ต้องต่อคิวถ่ายรูป
- พื้นที่วัดเปิดโล่ง กลางวันแดดร้อน มีร่มเงาและจุดติดแอร์เป็นบางจุด ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม
- การเดินทางด้วยรถสาธารณะไม่สะดวก จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่งและต้องต่อรถสองแถว คนไม่มีรถควรจองทัวร์
วัดโพรงอากาศ — พระพิฆเนศองค์ใหญ่ปางประทานพร + เจดีย์ทอง (บางน้ำเปรี้ยว)
วัดโพรงอากาศอยู่ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว คนละอำเภอกับวัดสมานที่ใครมาแปดริ้วก็มักแวะกัน จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือองค์พระพิฆเนศขนาดใหญ่ปางนั่งประทานพร ตั้งอยู่ในลานกว้าง มองเห็นได้ตั้งแต่ยังขับรถเข้ามาไม่ถึง คู่กับพระอุโบสถและเจดีย์สีทองอร่ามที่หลวงพ่อเจ้าอาวาสตั้งใจสร้างให้เป็นหมุดหมายของเมือง สายมูที่เดินทางมาไหว้ขอพรเรื่องการงาน การเรียน และความสำเร็จมักถือดอกไม้ ธูปเทียน และของบูชาสีแดง-เหลืองมาสักการะกัน บรรยากาศโดยรวมเป็นวัดที่กว้างโล่ง เดินสบาย และคนไม่แน่นเท่าวัดพระพิฆเนศชื่อดังหลายแห่งในย่านนี้ จึงเหมาะกับคนที่อยากมาไหว้แบบเงียบ ๆ ไม่ต้องต่อคิวนาน
เสน่ห์อีกอย่างที่คนรีวิวถึงบ่อยคือพื้นที่รอบวัดที่จัดไว้ให้เดินเล่นได้จริง มีลานจอดรถกว้างรองรับได้เยอะ มีบ่อปลาขนาดใหญ่ให้ซื้ออาหารปลามาโปรยเล่น ปลาชุกมากจนเด็ก ๆ ชอบ และมักมีแผงของกินของฝากจากชาวบ้านแถวนั้นมาตั้งขายให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน หลายคนวางแผนมาที่นี่คู่กับวัดสายมูอื่นในฉะเชิงเทราในทริปเดียว เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัดพระพิฆเนศหลายองค์หลายปาง การมาวัดโพรงอากาศเพิ่มอีกจุดจึงช่วยให้เส้นทางไหว้พระครบขึ้นโดยไม่ต้องขับไกลมากนัก ช่วงวันหยุดยาวและวันสำคัญทางศาสนาคนจะเยอะกว่าปกติ แต่ด้วยลานที่กว้างก็ยังเดินได้ทั่วถึง
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือวัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นเหนือเข่าหรือเสื้อสายเดี่ยว เผื่อผ้าคลุมไหล่ไว้จะอุ่นใจกว่า ตัวองค์พระและลานส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กลางแจ้ง แดดช่วงกลางวันค่อนข้างแรง แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ พกหมวกและร่มไปด้วย ที่ตั้งอยู่นอกตัวเมืองพอสมควร การเดินทางสะดวกที่สุดคือขับรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวกและมีไม่บ่อย ใครไม่มีรถอาจใช้วิธีเหมารถหรือจองทัวร์ไหว้พระวัดในฉะเชิงเทราแบบไปเช้าเย็นกลับจากกรุงเทพฯ ที่แวะหลายวัดในทริปเดียวก็สบายกว่า และควรเผื่อเวลาเดินทางระหว่างวัดแต่ละแห่งไว้ด้วยเพราะอยู่กันคนละอำเภอ
- องค์พระพิฆเนศปางประทานพรขนาดใหญ่ตั้งเด่นในลานกว้าง คู่กับเจดีย์สีทองที่มองเห็นแต่ไกล ถ่ายรูปสวย
- คนไม่แน่นเท่าวัดพระพิฆเนศชื่อดังหลายแห่งในย่านนี้ เหมาะกับคนที่อยากไหว้ขอพรแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องต่อคิว
- ลานจอดรถกว้างรองรับได้เยอะ พื้นที่วัดเดินสบาย มีบ่อปลาให้อาหารปลาและแผงของกินของฝากชาวบ้าน
- จับคู่กับวัดสายมูอื่นในฉะเชิงเทราได้ในทริปเดียว ช่วยให้เส้นทางไหว้พระพิฆเนศครบขึ้นโดยไม่ต้องขับไกลมาก
- อยู่นอกตัวเมืองและคนละอำเภอกับวัดสมาน รถสาธารณะเข้าไม่สะดวก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ
- องค์พระและลานส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กลางแจ้ง แดดช่วงกลางวันแรง ควรพกหมวก-ร่มและเลี่ยงมาช่วงเที่ยง
- เป็นวัดที่เน้นสักการะ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ วันธรรมดาค่อนข้างเงียบ
วัดโพธิ์บางคล้า — ชมค้างคาวแม่ไก่ริมแม่น้ำบางปะกง (Wat Pho Bang Khla flying fox colony)
วัดโพธิ์บางคล้าเป็นวัดเก่าริมแม่น้ำบางปะกงในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ห่างจากตัวเมืองราวยี่สิบสามกิโลเมตรและอยู่ใกล้ตลาดน้ำบางคล้า สันนิษฐานว่าวัดมีมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงธนบุรี เชื่อกันว่าเคยเป็นที่พักทัพในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน จุดที่ทำให้คนแวะกันไม่ขาดคือฝูงค้างคาวแม่ไก่ซึ่งเป็นค้างคาวกินผลไม้ตัวใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่ง เกาะห้อยตัวอยู่ตามกิ่งไม้สูงในเขตวัดนับร้อยนับพันตัวให้เห็นชัดในเวลากลางวัน ตัวเต็มวัยกางปีกได้กว้างเกือบหนึ่งเมตรและหนักได้ถึงราวแปดร้อยกรัม ที่นี่จึงเป็นแหล่งชมค้างคาวแม่ไก่ตามธรรมชาติที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องเสียค่าเข้า
เสน่ห์ของที่นี่คือได้ดูสัตว์ป่าใกล้ชิดโดยไม่ต้องรบกวนหรือให้อาหาร ค้างคาวจะเกาะพักตามยอดไม้ในตอนกลางวันและบินออกไปหากินผลไม้ในสวนรอบ ๆ ตอนพลบค่ำจนถึงเช้ามืด ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจึงเป็นจังหวะที่ค้างคาวเริ่มขยับตัว กางปีก และทยอยบินออกเป็นฝูงให้เห็นการเคลื่อนไหวมากกว่าตอนกลางวันที่เกาะนิ่ง ภายในวัดยังมีวิหารเก่าที่ประดิษฐานพระนอนให้เข้าไปไหว้พระทำบุญ มีท่าน้ำริมแม่น้ำบางปะกงให้นั่งพักและให้อาหารปลา บรรยากาศโดยรวมร่มรื่นและเงียบสงบ เดินชมได้สบายในเวลาไม่นาน จากรีวิวจริงบน Tripadvisor วัดโพธิ์บางคล้าได้คะแนนราว 4.3 เต็ม 5 และติดอันดับ 4 จาก 18 สิ่งน่าทำในฉะเชิงเทรา หลายคนบอกว่าฝูงค้างคาวเป็นภาพที่หาดูได้ยากและคุ้มค่าที่จะแวะ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือช่วงเวลา ถ้าอยากเห็นค้างคาวขยับตัวและบินออกหากิน ให้ไปช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น ส่วนตอนกลางวันค้างคาวจะเกาะนิ่งเป็นก้อนดำตามกิ่งไม้ ข้อสองคือเรื่องความสะอาดและกลิ่น เพราะมีค้างคาวจำนวนมาก บางจุดใต้ต้นไม้อาจมีมูลและมีกลิ่นอยู่บ้าง ควรระวังเวลายืนใต้ต้นไม้ที่ค้างคาวเกาะและใส่หมวกหรือกางร่มเผื่อไว้ ข้อสามคือไม่ควรส่งเสียงดัง ใช้แฟลชถ่ายรูป หรือปารปาขว้างสิ่งของเพื่อให้ค้างคาวบิน เพราะเป็นการรบกวนและทำให้สัตว์เครียด การชมแบบเงียบ ๆ อยู่ห่าง ๆ คือวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยกับทั้งคนและค้างคาว ข้อสุดท้ายคือการเดินทาง วัดอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควรและรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวกนัก ถ้าไม่ได้ขับรถมาเองควรเหมารถหรือตุ๊กตุ๊กจากตัวเมืองหรือจากตลาดบางคล้า และเผื่อเวลาแวะเที่ยวจุดใกล้เคียงอย่างตลาดน้ำบางคล้าไปในทริปเดียว
- ได้เห็นค้างคาวแม่ไก่ตัวใหญ่นับร้อยเกาะต้นไม้แบบใกล้ชิดตามธรรมชาติ เป็นภาพที่หาดูได้ยากในที่อื่น
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร ทำบุญตามศรัทธา และอยู่ใกล้ตลาดน้ำบางคล้าที่แวะต่อได้ในทริปเดียว
- เป็นการชมสัตว์แบบไม่รบกวน ไม่มีการจับหรือให้อาหาร ค้างคาวอาศัยและหากินตามธรรมชาติของมันเอง
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนราว 4.3 เต็ม 5 ติดอันดับ 4 จาก 18 สิ่งน่าทำในฉะเชิงเทรา มีวิหารพระนอนและท่าน้ำริมแม่น้ำบางปะกงให้เที่ยวเสริม
- ตอนกลางวันค้างคาวเกาะนิ่งเป็นก้อนดำ ต้องไปช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นถึงจะเห็นขยับตัวและบินออกหากิน
- มีค้างคาวจำนวนมาก บางจุดใต้ต้นไม้อาจมีมูลและกลิ่นอยู่บ้าง ควรระวังเวลายืนใต้ต้นไม้
- วัดอยู่ห่างตัวเมืองราว 23 กม. รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ถ้าไม่มีรถต้องเหมารถหรือตุ๊กตุ๊ก
ตลาดบ้านใหม่ร้อยปี (ตลาดเก่าริมน้ำบางปะกง)
ตลาดบ้านใหม่ร้อยปีเป็นตลาดเก่าริมแม่น้ำบางปะกงในตัวเมืองฉะเชิงเทรา หรือที่คนแถวนี้เรียกกันว่าเมืองแปดริ้ว ตัวตลาดเป็นห้องแถวไม้เรียงยาวสองฝั่งทางเดินที่ยังคงกลิ่นอายบ้านเรือนสมัยเก่าไว้เกือบครบ หลายห้องยังมีคนอาศัยและเปิดค้าขายกันจริงมาหลายชั่วอายุคน จุดที่คนพูดถึงกันมากคือได้เดินย้อนเวลาไปในบรรยากาศตลาดริมน้ำแบบดั้งเดิม เห็นป้ายไม้ ตู้ไม้เก่า และร้านกาแฟโบราณที่ยังชงแบบเดิม เดินเรื่อย ๆ จากต้นตลาดถึงท้ายตลาดใช้เวลาไม่นาน แต่ระหว่างทางมีของให้แวะดูแวะชิมเยอะจนเพลิน เข้าตลาดไม่มีค่าเข้า เดินชมได้ตามสบาย
ของกินคือพระเอกของที่นี่ มีตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว หมูสะเต๊ะ ขนมไทยโบราณ ไปจนถึงกาแฟโบราณและขนมเปี๊ยะเจ้าเก่า ราคาส่วนใหญ่ยังเป็นราคาตลาดพื้นบ้าน กินเล่นได้หลายอย่างในงบไม่กี่ร้อย หลายร้านเป็นสูตรที่ขายกันมานาน คนท้องถิ่นก็ยังมาซื้อ ไม่ได้ทำมาเพื่อนักท่องเที่ยวอย่างเดียว บรรยากาศทำให้ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ทั้งมุมห้องแถวไม้ ตรอกเล็ก และวิวแม่น้ำที่ปลายตลาด ใครมาไหว้พระที่วัดโสธรวรารามอยู่แล้วมักแวะต่อที่นี่เพราะอยู่ห่างกันแค่ราวสิบนาที และหลายจุดในตลาดมีท่าเรือให้ลงเรือชมสองฝั่งบางปะกงต่อได้เลย
ก่อนไปมีบางอย่างที่ควรเผื่อใจไว้ ตลาดนี้จะมีชีวิตชีวาที่สุดเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดยาว ร้านเปิดกันเยอะและคนคึกคัก ส่วนวันธรรมดาหลายร้านปิด บางช่วงเงียบจนเหมือนตลาดร้าง คนที่ตั้งใจมาชิมของกินจึงควรเลือกมาวันหยุดและมาช่วงสายถึงบ่าย เพราะร้านมักทยอยปิดตอนเย็น ทางเดินในตลาดค่อนข้างแคบ วันที่คนเยอะจะเดินเบียดกันพอสมควร และพื้นไม้เก่าบางจุดต่างระดับ ควรระวังการก้าวเดิน ที่จอดรถในตัวตลาดมีจำกัด วันหยุดหาที่จอดยากและอาจต้องจอดไกลแล้วเดินเข้ามา เตรียมเงินสดไปด้วยเพราะร้านเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่รับโอนหรือบัตร วันที่อากาศร้อนจัดควรมีหมวกหรือพัดติดตัว เพราะบางช่วงของตลาดอากาศค่อนข้างอบ
- ตลาดเก่าห้องแถวไม้ริมน้ำที่ยังมีคนอาศัยและค้าขายจริง บรรยากาศย้อนยุคเป็นธรรมชาติ ไม่ได้จัดฉากเพื่อนักท่องเที่ยว
- ของกินท้องถิ่นหลากหลาย ทั้งของคาว ขนมไทยโบราณ และกาแฟโบราณเจ้าเก่า ราคาย่อมเยา กินเล่นได้ในงบเบา ๆ
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า และเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ทั้งมุมห้องแถวไม้ ตรอกเล็ก และวิวริมแม่น้ำบางปะกง
- อยู่ใกล้วัดโสธรวราราม จัดทริปเดียวเที่ยวต่อกันได้ และมีท่าเรือให้ล่องเรือชมสองฝั่งบางปะกงต่อ
- คึกคักเฉพาะวันหยุด วันธรรมดาหลายร้านปิดและบางช่วงเงียบจนเหมือนตลาดร้าง
- ทางเดินแคบ วันคนเยอะเดินเบียดกัน และพื้นไม้เก่าบางจุดต่างระดับต้องระวังการก้าว
- ที่จอดรถในตัวตลาดจำกัด วันหยุดหายาก และร้านเล็กส่วนใหญ่ยังรับแต่เงินสด
ล่องเรือแม่น้ำบางปะกง ชมวิถีริมน้ำ-วัดริมน้ำ-พระอาทิตย์ตก (แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา)
แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านกลางเมืองแปดริ้ว การล่องเรือชมแม่น้ำสายนี้ต่างจากการเที่ยวบนบกตรงที่ได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำแบบใกล้ชิด ทั้งบ้านไม้เก่าที่ปลูกยื่นลงน้ำ เรือประมงลำเล็กที่จอดเรียงราย สวนผลไม้และท้องนาสองฝั่ง รวมถึงวัดริมน้ำที่เป็นหมุดหมายสำคัญของจังหวัด จุดที่คนนิยมกันมากคือช่วงหน้าวัดโสธรวราราม ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มองจากในเรือแล้วเห็นอุโบสถสีขาวเด่นริมน้ำ หลายทริปจึงจับคู่การล่องเรือเข้ากับการไหว้พระที่วัดโสธรและวัดสมานรัตนารามในวันเดียว สายมูที่มาแปดริ้วอยู่แล้วมักถือโอกาสลงเรือชมวิวสั้น ๆ เพิ่มบรรยากาศให้ทริป
รูปแบบการลงเรือมีให้เลือกหลายระดับตามงบและเวลา แบบที่ประหยัดที่สุดคือเรือชมวิวรอบสั้นที่บางท่าจัดให้ เช่น ที่ท่าอิฐหน้าวัดไชยภูมิธาราม ค่าเรือเริ่มราวหลักร้อยต่อคน นั่งชมสองฝั่งราวชั่วโมงเดียวก็กลับ ส่วนใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวหรือมากันเป็นกลุ่มก็มีเรือเหมาลำแบบมีเบาะนั่งสบาย ล่องได้ราวสองถึงสามชั่วโมง บางเจ้ามีน้ำดื่มและผลไม้ให้ระหว่างทาง ช่วงเวลาที่คนชอบจองกันมากคือรอบเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแดดอ่อนลง ลมริมน้ำเย็นสบาย และได้เก็บภาพแสงสีทองสะท้อนผิวน้ำก่อนฟ้ามืด การจองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้เทียบได้ว่ารอบไหนออกกี่โมง ใช้เวลาเท่าไร และราคารวมอะไรบ้าง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือประสบการณ์นี้เน้นความเรียบง่ายและบรรยากาศริมน้ำ ไม่ใช่กิจกรรมตื่นเต้นหวือหวา คนที่คาดหวังวิวอลังการอาจรู้สึกเฉย ๆ เพราะสองฝั่งเป็นบ้านเรือนและธรรมชาติแบบเมืองริมแม่น้ำทั่วไป คะแนนรีวิวบน Tripadvisor ของแม่น้ำบางปะกงอยู่ราว 3.7 เต็ม 5 จากรีวิวจำนวนไม่มาก สะท้อนว่าคนที่ชอบก็ชมว่าสงบและได้เห็นมุมที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวพลุกพล่าน ส่วนคนที่เฉย ๆ ก็มองว่าเป็นการนั่งเรือดูวิวธรรมดา ข้อควรระวังคือช่วงน้ำขึ้นน้ำลงและกระแสน้ำอาจแรง เรือลำเล็กควรใส่เสื้อชูชีพและนั่งให้มั่น แดดช่วงกลางวันแรงมากจึงควรเตรียมหมวกกับครีมกันแดด และควรเช็กสภาพอากาศก่อนจอง เพราะหน้าฝนบางรอบอาจงดหรือเลื่อน อีกทั้งบางท่าเป็นเรือชุมชนที่ไม่มีตารางแน่นอน โทรสอบถามล่วงหน้าจะช่วยไม่ให้ไปแล้วไม่มีรอบออก
- ได้เห็นวิถีชีวิตริมแม่น้ำแบบใกล้ชิด ทั้งบ้านไม้เก่า เรือประมง สวนและท้องนาสองฝั่ง เป็นมุมที่ไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งเที่ยวยอดนิยม
- จับคู่กับไหว้พระวัดโสธรวรารามและวัดสมานรัตนารามให้เป็นทริปวันเดียวได้ง่าย เหมาะกับสายมูที่มาแปดริ้วอยู่แล้ว
- มีให้เลือกหลายระดับราคา ตั้งแต่เรือชมวิวรอบสั้นหลักร้อยต่อคน ไปจนถึงเรือเหมาลำแบบมีเบาะที่ล่องได้ 2-3 ชม.
- รอบเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกอากาศเย็นสบาย ลมริมน้ำดี และเก็บภาพแสงทองสะท้อนผิวน้ำได้สวย
- เน้นบรรยากาศเรียบง่ายและความสงบ ไม่ใช่กิจกรรมตื่นเต้น คนที่คาดหวังวิวอลังการอาจรู้สึกเฉย ๆ
- บางท่าเป็นเรือชุมชนที่ไม่มีตารางรอบแน่นอน ควรโทรสอบถามล่วงหน้า และหน้าฝนบางรอบอาจงดหรือเลื่อน
- แดดช่วงกลางวันแรงมากและกระแสน้ำขึ้นลงอาจแรง เรือลำเล็กต้องใส่เสื้อชูชีพและระวังการทรงตัว
วัดหงษ์ทอง — เจดีย์กลางทะเล + สะพานซีวอล์คยื่นทะเลบางปะกง (Wat Hong Thong, บางปะกง)
วัดหงษ์ทองอยู่ริมทะเลปากอ่าวบางปะกง ในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดที่คนรู้จักในชื่อวัดกลางน้ำ เพราะมีเจดีย์และอาคารตั้งอยู่ริมทะเล มีสะพานทางเดินยื่นออกไปในทะเลให้เดินรับลมและถ่ายรูปได้เต็มที่ จุดที่คนแวะกันมากคือเจดีย์สีทองหลายชั้นที่ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปและมีภาพวาดเรื่องพุทธศาสนา ชั้นบนสุดขึ้นไปไหว้พระและมองวิวทะเลได้รอบทิศ อีกจุดคืออาคารกตัญญูที่เป็นตึกสูงหลายชั้น มีลิฟต์ขึ้นไปชมวิวทะเล ป่าชายเลน และตัววัดจากมุมสูงแบบเห็นได้กว้าง ๆ ส่วนที่เพิ่มเข้ามาช่วงหลังคือสะพานซีวอล์คพื้นกระจกใสยื่นลงไปในทะเล เดินแล้วมองเห็นน้ำและพื้นเลนด้านล่าง เป็นมุมถ่ายรูปที่คนต่อคิวกันเยอะในวันหยุด
เสน่ห์ของที่นี่คือได้ทั้งไหว้พระและได้บรรยากาศทะเลในที่เดียว ลมริมทะเลพัดเย็นสบายเกือบทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเช้ากับช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แดดไม่แรงจัด เดินสะพานได้ไม่ร้อนเกินไป หน้าวัดมีร้านอาหารทะเลและของกินเล่นให้แวะเติมพลัง เดินทางจากกรุงเทพฯ ก็ไม่ไกล ขับรถราวหนึ่งชั่วโมงกว่าก็ถึง เหมาะกับทริปวันเดียวที่อยากออกไปเปลี่ยนบรรยากาศแบบไม่ต้องค้างคืน หลายคนจับคู่วัดหงษ์ทองกับที่เที่ยวอื่นในฉะเชิงเทรา เช่น วัดโสธรวรารามหรือตลาดน้ำ ทำเป็นทริปไหว้พระเที่ยวตลาดในวันเดียวกันได้สบาย ๆ สิ่งที่ต้องเช็กก่อนไปคือช่วงน้ำ เพราะบรรยากาศริมสะพานจะต่างกันมากระหว่างตอนน้ำขึ้นกับน้ำลง
ข้อที่ควรรู้ไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือทะเลแถบปากอ่าวบางปะกงเป็นทะเลโคลนสีน้ำตาลขุ่นตามธรรมชาติ ไม่ใช่ทะเลใสสีฟ้า คนที่คาดหวังภาพน้ำทะเลใสอาจผิดหวังได้ ถ้าไปตอนน้ำลงจะเห็นเป็นพื้นเลนกว้าง ๆ แทนผืนน้ำ บรรยากาศจึงขึ้นกับจังหวะน้ำพอสมควร ควรเช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงล่วงหน้าและเลี่ยงไปตอนน้ำลงสุด วันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันพระคนเยอะ ที่จอดรถและสะพานซีวอล์คต้องต่อคิว บางช่วงแดดแรงและร่มเงาน้อย ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดไปด้วย พื้นสะพานบางจุดอาจลื่นเวลาเปียก เดินระวังโดยเฉพาะถ้าพาเด็กหรือผู้สูงอายุ เปิดให้เข้าราว 08.00-17.00 น. จึงควรไปช่วงเช้าถึงบ่ายเพื่อให้มีเวลาเดินครบทุกจุด
- ได้ทั้งไหว้พระที่เจดีย์กลางน้ำและเดินสะพานยื่นทะเลรับลมในที่เดียว บรรยากาศริมทะเลลมเย็นสบาย
- มีอาคารกตัญญูตึกสูงพร้อมลิฟต์ ขึ้นไปชมวิวทะเล ป่าชายเลน และตัววัดจากมุมสูงได้กว้าง
- ใกล้กรุงเทพฯ ขับรถราวชั่วโมงกว่าก็ถึง เหมาะกับทริปไหว้พระเที่ยววันเดียวแบบไม่ต้องค้างคืน
- หน้าวัดมีร้านอาหารทะเลและของกินเล่น จับคู่กับวัดโสธรฯ หรือตลาดในฉะเชิงเทราได้ในวันเดียว
- ทะเลปากอ่าวบางปะกงเป็นทะเลโคลนสีขุ่นตามธรรมชาติ ไม่ใช่ทะเลใสสีฟ้าตามที่บางคนคาดหวัง
- บรรยากาศขึ้นกับช่วงน้ำมาก ตอนน้ำลงจะเห็นเป็นพื้นเลนแทนผืนน้ำ ต้องเช็กตารางน้ำก่อนไป
- วันหยุดคนเยอะ ที่จอดรถและสะพานซีวอล์คต้องต่อคิว บางช่วงแดดแรงและร่มเงาน้อย
ตลาดคลองสวน 100 ปี — ตลาดเก่าริมคลอง วิถีไทย-จีน รอยต่อฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ
ตลาดคลองสวน 100 ปี เป็นตลาดเก่าริมคลองประเวศบุรีรมย์ที่มีอายุร่วมร้อยปี เล่ากันว่าเริ่มเป็นชุมชนการค้าตั้งแต่ราวปี 2444 จากกลุ่มชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากค้าขายริมคลอง เสน่ห์ที่ทำให้คนตั้งใจขับรถมาเที่ยวคือเรือนไม้ชั้นเดียวเก่าแก่ที่เรียงยาวขนาบสองข้างทางเดิน ยังคงบรรยากาศตลาดโบราณแบบไทยปนจีนไว้เกือบครบ ทั้งป้ายร้านตัวหนังสือเก่า ตู้ไม้ โต๊ะสังกะสี และของใช้ย้อนยุคที่หาดูได้ยากในเมืองใหญ่ จุดที่แปลกและคนชอบพูดถึงคือตลาดแห่งนี้คร่อมพรมแดนสองจังหวัด เดินอยู่ฝั่งหนึ่งคือ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พอข้ามสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามคลองก็เข้าเขต อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทราทันที เท่ากับมาที่เดียวได้เที่ยวถึงสองจังหวัดในทริปเดียว
ของเด่นของที่นี่คือของกินย้อนยุคที่ทำกันมานาน ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ กาแฟโบราณชงมือ ขนมไทยและขนมแบบจีนอย่างซาลาเปา ขนมเปี๊ยะ ขนมกุยช่าย เป็ดพะโล้ ปลาสลิดแดดเดียว รวมถึงของฝากพื้นบ้านที่ตั้งราคาไม่แพง เดินชิมไปเรื่อย ๆ ได้ทั้งของคาวของหวานในงบไม่กี่ร้อย หลายร้านเป็นเจ้าเก่าที่ขายต่อกันมาหลายรุ่น จึงได้บรรยากาศแบบตลาดชุมชนจริง ไม่ใช่ตลาดที่จัดฉากขึ้นใหม่ นอกจากเดินกินเดินช้อป ยังนั่งพักริมคลองชมเรือนไม้และวิถีชีวิตริมน้ำได้เพลิน ๆ ใครมากับผู้ใหญ่ในบ้านมักถูกใจเพราะได้กลิ่นอายตลาดสมัยก่อน ส่วนสายถ่ายรูปก็เก็บมุมเรือนไม้และแสงลอดหลังคาได้หลายจุด การเข้าตลาดไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของที่ซื้อกินเท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือตลาดคึกคักเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาว ร้านเปิดครบและมีคนพลุกพล่าน ส่วนวันธรรมดาหลายร้านปิดหรือของน้อย ถ้าอยากได้บรรยากาศเต็มควรเลือกไปวันหยุด ข้อสองคือทางเดินเป็นไม้และค่อนข้างแคบ ช่วงบ่ายวันหยุดคนเยอะจนเดินเบียดกัน คนที่พารถเข็นเด็กหรือผู้สูงอายุควรเผื่อเวลาและเลี่ยงชั่วโมงพีค ข้อสามคือที่จอดรถมีจำกัดและอยู่กระจายหลายจุดทั้งสองฝั่งจังหวัด วันหยุดที่คนแน่นอาจต้องวนหาที่จอดและเดินเข้าไกลหน่อย ข้อสี่คือหลายร้านรับเงินสดเป็นหลัก ควรพกเงินสดย่อยไปให้พอ และเผื่อใจว่าบางร้านของหมดเร็วในช่วงบ่าย แดดกลางวันค่อนข้างร้อนแม้จะมีหลังคาคลุม ควรไปช่วงเช้าถึงสายจะเดินสบายกว่าและของยังครบ
- ตลาดเก่าริมคลองอายุร่วมร้อยปี เรือนไม้และของใช้ย้อนยุคยังอยู่ครบ ได้บรรยากาศตลาดชุมชนจริงไม่ใช่จัดฉากใหม่
- เที่ยวที่เดียวได้สองจังหวัด เดินข้ามสะพานจากฝั่งสมุทรปราการไปฝั่งฉะเชิงเทราได้เลย
- เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า ของกินย้อนยุคทั้งคาวหวานราคาไม่แพง เดินชิมได้ในงบไม่กี่ร้อย
- เหมาะทั้งครอบครัวและสายถ่ายรูป ผู้ใหญ่ถูกใจกลิ่นอายตลาดสมัยก่อน มุมเรือนไม้ให้เก็บภาพหลายจุด
- คึกคักเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาว วันธรรมดาหลายร้านปิดหรือของน้อย
- ทางเดินไม้ค่อนข้างแคบ ช่วงบ่ายวันหยุดคนเยอะจนเดินเบียด และที่จอดรถมีจำกัดกระจายหลายจุด
- หลายร้านรับเงินสดเป็นหลัก บางร้านของหมดเร็วช่วงบ่าย ต้องพกเงินสดและเผื่อเวลาไปเอง
วัดปากน้ำโจ้โล้ — อุโบสถสีทองริมแม่น้ำบางปะกง (บางคล้า)
วัดปากน้ำโจ้โล้เป็นวัดเก่าแก่ในอำเภอบางคล้า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง จุดที่คนแวะกันมากที่สุดคืออุโบสถหลังใหม่ซึ่งปิดทองทั้งหลังทั้งภายในและภายนอก เมื่อโดนแสงแดดจะเปล่งประกายสีทองอร่ามตัดกับสายน้ำและท้องฟ้า เป็นภาพที่หาชมได้ไม่บ่อยในวัดไทยทั่วไป จึงกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของทริปบางคล้า หลายคนที่ไปมาแล้วเล่าตรงกันว่าตัวอุโบสถสวยกว่าที่คิดจากในรูป และบรรยากาศริมน้ำช่วยให้มุมถ่ายรูปดูโปร่งสบายตา ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่แสงจะนวลกำลังดี ได้ภาพที่สีทองไม่จ้าจนเกินไป
อีกจุดที่คนพูดถึงคือทางเดินลอดใต้ฐานพระประธานภายในอุโบสถ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการเดินเพื่อความเป็นสิริมงคล มีบทสวดและป้ายอธิบายให้ทำตามระหว่างเดิน นอกจากอุโบสถสีทองแล้ว ภายในวัดยังมีพระปางป่าเลไลยก์ ศาลและอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินให้กราบไหว้ ทำให้แวะได้ทั้งสายทำบุญและสายถ่ายรูปในที่เดียว วัดอยู่ไม่ไกลจากตลาดบางคล้าและจุดชมค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์บางคล้า จึงนิยมจัดไว้ในเส้นทางเดียวกันเป็นทริปเที่ยวบางคล้าครึ่งวันถึงหนึ่งวัน
ก่อนไปมีเรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรง วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีป้ายขอความร่วมมือเรื่องการแต่งกาย ควรแต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นหรือเสื้อสายเดี่ยว และถอดรองเท้าก่อนขึ้นอุโบสถตามธรรมเนียม ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนค่อนข้างเยอะ การถ่ายรูปมุมสวย ๆ อาจต้องรอคิวหรือหลบคนบ้าง พื้นที่ริมน้ำมีแดดจัดในตอนกลางวัน ควรเตรียมหมวกหรือร่มและดื่มน้ำให้พอ การเดินทางสะดวกที่สุดคือรถส่วนตัว เพราะรถสาธารณะเข้าถึงจุดนี้ไม่บ่อยนัก และควรเช็กเวลาเปิด-ปิดของวัดก่อนออกเดินทาง เพราะบางช่วงอาจมีศาสนกิจทำให้เข้าชมภายในอุโบสถไม่ได้
- อุโบสถปิดทองทั้งหลังริมแม่น้ำบางปะกง เป็นภาพที่หาชมยากและถ่ายรูปออกมาสวยกว่าที่คิดจากในรูป
- มีทางเดินลอดใต้ฐานพระประธานพร้อมบทสวด เป็นจุดที่คนไปแล้วประทับใจและถือเป็นการทำบุญเสริมสิริมงคล
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา และอยู่ในเส้นทางเดียวกับตลาดบางคล้าและจุดชมค้างคาวแม่ไก่ จัดทริปครึ่งวันได้ลงตัว
- มีทั้งอุโบสถสีทอง พระปางป่าเลไลยก์ และอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน เหมาะทั้งสายทำบุญและสายถ่ายรูป
- ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนขึ้นอุโบสถตามธรรมเนียม คนแต่งตัวไม่พร้อมอาจเข้าชมภายในไม่สะดวก
- พื้นที่ริมน้ำแดดจัดตอนกลางวันและวันหยุดคนเยอะ การถ่ายรูปมุมสวยอาจต้องรอคิวหรือหลบคน
- รถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อย เดินทางสะดวกสุดคือรถส่วนตัว และบางช่วงมีศาสนกิจทำให้เข้าชมภายในอุโบสถไม่ได้
วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) — ไหว้เทพเจ้าจีนในวัดสถาปัตยกรรมจีนกลางเมืองฉะเชิงเทรา
วัดจีนประชาสโมสร หรือที่คนเรียกติดปากว่า วัดเล่งฮกยี่ เป็นวัดจีนเก่าแก่ที่สุดของฉะเชิงเทรา สร้างมาตั้งแต่ปี 2449 และเคยได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ–ฉะเชิงเทรา ชื่อ เล่งฮกยี่ หมายถึงส่วน "ท้องมังกร" ตามความเชื่อที่ว่าวัดจีนสามแห่งเรียงต่อกันเป็นตัวมังกร โดยหัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่กรุงเทพฯ ท้องอยู่ที่ฉะเชิงเทราแห่งนี้ และหางอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่จันทบุรี คนจึงมาไหว้ขอโชคลาภและความมั่งคั่งกันเยอะ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมจีนแท้ หลังคาโค้งประดับมังกร งานปูนปั้นและสีสันจัดจ้าน ถ่ายรูปได้สวยแทบทุกมุม เหมาะทั้งสายมูและคนชอบงานสถาปัตยกรรม
ภายในวัดมีศาลและองค์เทพเจ้าจีนให้กราบไหว้หลายจุด ทั้งพระประธานสามองค์ (ซำปอฮุกโจ้ว) เจ้าแม่กวนอิม ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ และเทพเจ้าจีนองค์อื่น ๆ จุดที่คนนิยมทำคือลูบหนวดมังกรด้วยธนบัตรเพื่อเสริมโชค จุดตะเกียงน้ำมัน ทำบุญ และไหว้แก้ปีชงกับองค์ไท้ส่วยเอี๊ยะ ทางวัดมีป้ายอธิบายวิธีไหว้แต่ละองค์ไว้ให้อ่านตาม คนที่ไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมจีนจึงทำตามได้ไม่ยาก การเข้าชมไม่เสียค่าเข้า มีเพียงค่าธูปเทียน น้ำมันตะเกียง และเงินทำบุญตามศรัทธา เปิดให้เข้าราว 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นทุกวัน มีที่จอดรถในวัด เดินทางสะดวก อยู่ในตัวเมืองห่างจากวัดโสธรวรารามฯ เพียงสิบกว่านาที จึงนิยมจัดไว้ในทริปไหว้พระฉะเชิงเทราวันเดียวคู่กัน
ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และยังมีการก่อสร้างอาคารด้านหลังต่อเนื่อง บางมุมจึงยังไม่เรียบร้อยและอาจมีนั่งร้านหรือวัสดุก่อสร้างให้เห็น ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง และขออนุญาตก่อนถ่ายรูปองค์เทพหรือคนที่กำลังไหว้อยู่ ช่วงเทศกาลจีน วันตรุษจีน สารทจีน และวันหยุดยาว คนจะแน่นและควันธูปหนา คนที่แพ้ควันหรือพาเด็กเล็กมาควรเผื่อใจและเลี่ยงชั่วโมงพีค แดดกลางวันในลานวัดค่อนข้างร้อน ควรมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เตรียมเงินสดแบงก์ย่อยไว้สำหรับค่าธูปเทียนและทำบุญ เพราะบางจุดไม่มีให้แลกหรือรับโอน และควรเคารพธรรมเนียมการไหว้ของแต่ละศาลตามป้ายที่วัดติดไว้
- วัดจีนเก่าแก่ที่สุดของฉะเชิงเทรา สถาปัตยกรรมจีนแท้ หลังคาประดับมังกรและงานปูนปั้นสวย ถ่ายรูปได้แทบทุกมุม
- มีองค์เทพเจ้าจีนให้ไหว้หลายจุด ทั้งเจ้าแม่กวนอิม พระประธานสามองค์ และจุดแก้ปีชง เหมาะกับสายมูขอโชคลาภ
- เข้าชมฟรี มีที่จอดรถ อยู่ในตัวเมือง เดินทางสะดวก จับคู่ทริปกับวัดโสธรวรารามฯ ในวันเดียวได้
- มีป้ายอธิบายวิธีไหว้แต่ละองค์ คนที่ไม่คุ้นธรรมเนียมจีนก็ทำตามได้ไม่ยาก
- ยังมีการก่อสร้างอาคารด้านหลังต่อเนื่อง บางมุมจึงยังไม่เรียบร้อยและอาจมีนั่งร้านหรือวัสดุก่อสร้าง
- ช่วงเทศกาลจีนและวันหยุดยาวคนแน่นและควันธูปหนา คนแพ้ควันหรือพาเด็กเล็กควรเลี่ยงชั่วโมงพีค
- ลานวัดกลางแจ้งแดดร้อนช่วงกลางวัน และบางจุดไม่มีให้แลกแบงก์ย่อยหรือรับโอน ต้องเตรียมเงินสดไปเอง
เที่ยวฉะเชิงเทรา พักที่ไหนดี?
เลือกโรงแรมในเมืองฉะเชิงเทราใกล้วัดโสธร-ตลาดบ้านใหม่ เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ทริปฉะเชิงเทราเที่ยวได้แบบวันเดย์ทริปจากกรุงเทพฯ จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวก
💡 รู้ก่อนเที่ยวฉะเชิงเทรา
วัดโสธรวรารามเป็นวัดที่คนศรัทธามาก มีคนมาไหว้ตลอดวัน ควรแต่งกายสุภาพและเผื่อเวลาช่วงวันหยุดที่คนเยอะ
พระพิฆเนศองค์ใหญ่มีหลายจุด ทั้งวัดสมานรัตนาราม (องค์ชมพูปางนอน) และวัดโพรงอากาศ ควรวางเส้นทางให้ดีเพราะอยู่คนละอำเภอ
วัดโพธิ์บางคล้ามีค้างคาวแม่ไก่อาศัยบนต้นไม้ ช่วงเย็นจะเห็นบินออกหากิน ควรรักษาความเงียบและไม่รบกวนสัตว์
ตลาดบ้านใหม่ร้อยปีเป็นตลาดเก่าริมน้ำ ขึ้นชื่อของกิน คึกคักช่วงวันหยุด มีล่องเรือชมวิถีริมบางปะกงให้ต่อได้
จัดทริปฉะเชิงเทรายังไงให้คุ้ม
ทริปวันเดียวสายบุญ-สายมู เช้าไหว้หลวงพ่อโสธร ต่อวัดสมานรัตนารามขอพรพระพิฆเนศ เที่ยงเดินตลาดบ้านใหม่ร้อยปีกินของอร่อยและล่องเรือบางปะกง บ่ายแวะวัดโพธิ์บางคล้าดูค้างคาวแม่ไก่ช่วงเย็น จะได้ครบทั้งสายวัด สายมู และของกิน ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้
พร้อมเที่ยวฉะเชิงเทราแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย
ดูที่พักฉะเชิงเทรา →