หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย จันทบุรี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยจันทบุรี10 กิจกรรมน่าทำ ใน จันทบุรี
📍 จันทบุรี · ภาคตะวันออก · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

10 กิจกรรมน่าทำ
ใน จันทบุรี

จันทบุรีเป็นเมืองชายทะเลภาคตะวันออกที่มีครบทั้งน้ำตกในป่าดิบ หาดเงียบริมอ่าวไทย เมืองเก่าริมน้ำที่ยังมีชีวิต และเป็นเมืองผลไม้กับเมืองพลอยของไทย ขับรถจากกรุงเทพฯ ราว 3-4 ชั่วโมง เที่ยวได้ทั้งสายธรรมชาติ สายวัฒนธรรม และสายกิน

🌊 น้ำตกพลิ้ว🏖️ หาดคุ้งวิมาน🏘️ ชุมชนริมน้ำจันทบูร💎 ตลาดพลอย
เลื่อนดูทั้ง 10 กิจกรรม ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY-SA 4.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

จันทบุรีอยู่ภาคตะวันออก ห่างกรุงเทพฯ ราว 245 กิโลเมตร ขับรถ 3-4 ชั่วโมง เสน่ห์คือความหลากหลายในจังหวัดเดียว — น้ำตกในเขตอุทยานอย่างน้ำตกพลิ้วและน้ำตกกระทิง ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน หาดเงียบอย่างคุ้งวิมานกับถนนเลียบทะเลเนินนางพญา ไปจนถึงชุมชนริมน้ำจันทบูรและอาสนวิหารเก่าแก่ริมแม่น้ำ

ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย เรียงให้เลือกได้ตามสไตล์ พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะ ค่าเข้าโดยประมาณ และข้อควรรู้ก่อนไป ช่วงหน้าผลไม้ (เม.ย.–มิ.ย.) และเทศกาลนมัสการเขาคิชฌกูฏ (ม.ค.–มี.ค.) คนเยอะ ควรจองที่พักและกิจกรรมล่วงหน้า

1

น้ำตกพลิ้ว (อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว) — เจดีย์อลงกรณ์กลางน้ำ + ฝูงปลาพลวง

📍 ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี · ห่างตัวเมืองจันทบุรีราว 14 กม. ริมถนนสุขุมวิท (ทางไปตราด) 🧭 แหลมสิงห์-ชานเมืองจันทบุรี ⭐ 4.4 (Tripadvisor (Namtok Phlio National Park, 225 รีวิว))
น้ำตกพลิ้วไหลลงแอ่งน้ำใสกลางป่าเขียวชอุ่ม อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เดินเข้า-ออกราว 15 นาทีต่อขา รวมเวลานั่งเล่นน้ำและให้อาหารปลา)
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ ~฿40 คนไทยผู้ใหญ่ / ~฿20 เด็ก · ต่างชาติผู้ใหญ่ ~฿200 / เด็ก ~฿100 · ค่ารถแยกต่างหาก (รถเก๋ง ~฿30) · จอดรถฟรี
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากเดินป่าระยะสั้นสบาย ๆ เข้าไปดูน้ำตกใหญ่ที่มีเจดีย์กลางน้ำและฝูงปลาพลวงว่ายเป็นร้อยตัว เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และผู้สูงอายุที่ไม่อยากลุยหนัก
น้ำตกเข้าถึงง่ายฝูงปลาพลวงหินเจดีย์อลงกรณ์กลางน้ำ

น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกขึ้นชื่อที่สุดของจันทบุรี อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เขตอำเภอแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองราวสิบสี่กิโลเมตร เดินทางง่ายเพราะทางเข้าอยู่ติดถนนสายหลักที่มุ่งไปตราด เสน่ห์ของที่นี่คือเป็นน้ำตกใหญ่ที่มีน้ำไหลเกือบตลอดปี น้ำใสจนมองเห็นฝูงปลาพลวงหินตัวโตว่ายรวมกันเป็นร้อยตัวในแอ่งน้ำด้านล่าง จากลานจอดรถเดินเท้าตามทางร่มรื่นเลียบลำธารเข้าไปเพียงราวสิบห้านาทีก็ถึงตัวน้ำตก ระหว่างทางมีปลาให้ดูเป็นระยะ ทำให้เป็นน้ำตกที่พาผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กเข้าไปได้โดยไม่เหนื่อยเกินไป

จุดที่ทำให้น้ำตกพลิ้วต่างจากน้ำตกทั่วไปคือมีโบราณสถานสองแห่งอยู่กลางป่า ได้แก่ เจดีย์อลงกรณ์ที่รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้าง และพระนางเรือล่ม (อนุสรณ์สถานพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์) ตั้งอยู่ริมธารน้ำใกล้ตัวน้ำตก เดินชมต่อเนื่องได้ในทริปเดียว หลายคนที่มาจะนั่งพักริมน้ำ ให้อาหารปลาที่ทางอุทยานอนุญาต และลงเล่นน้ำในจุดที่กำหนด บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor น้ำตกพลิ้วได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 จากรีวิวกว่าสองร้อยยี่สิบห้าราย ถูกจัดเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรทำอันดับต้น ๆ ของจันทบุรี เสียงส่วนใหญ่ชมว่าน้ำใส ป่าเขียว เดินเข้าไม่ไกล และประทับใจฝูงปลาที่ว่ายเข้ามาใกล้ตัว

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือปริมาณน้ำขึ้นกับฤดู ช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว (ราวมิถุนายนถึงมกราคม) น้ำจะเต็มและไหลแรงสวยที่สุด ส่วนหน้าแล้งปลายฤดูน้ำอาจลดลงบ้าง ข้อสองคือค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานเก็บแยกราคาชัดเจนระหว่างคนไทยกับต่างชาติ และคิดค่ารถเพิ่มต่างหาก ควรเตรียมเงินสดจ่ายหน้าด่าน ข้อสามคือทางเดินและโขดหินริมน้ำลื่นเมื่อเปียก ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเวลาปีนป่ายถ่ายรูป ข้อสี่คือช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนค่อนข้างเยอะ แอ่งน้ำและลานพักอาจแน่น ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบควรไปวันธรรมดาหรือช่วงเช้า และการให้อาหารปลาควรใช้อาหารที่ทางอุทยานจัดไว้ ไม่ควรให้ขนมหรือของที่เป็นอันตรายต่อปลา

💡
เคล็ดลับ: อยากเห็นน้ำตกเต็มแรงและน้ำใสให้ไปช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว (มิ.ย.-ม.ค.) ไปวันธรรมดาหรือช่วงเช้าจะเจอคนน้อยกว่าและได้ถ่ายรูปฝูงปลาสบาย ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีเพราะโขดหินริมน้ำลื่นมากตอนเปียก เตรียมเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมอุทยานที่แยกราคาไทย-ต่างชาติและค่ารถ อย่าลืมเดินเลยไปชมเจดีย์อลงกรณ์และอนุสรณ์พระนางเรือล่มที่อยู่ในทริปเดียวกัน และให้อาหารปลาเฉพาะอาหารที่ทางอุทยานจัดไว้
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • น้ำตกใหญ่เข้าถึงง่ายที่สุดของจันทบุรี เดินจากลานจอดแค่ราว 15 นาทีตามทางร่มรื่น เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ และคนไม่อยากลุยหนัก
  • น้ำใสจนเห็นฝูงปลาพลวงหินตัวโตว่ายรวมกันเป็นร้อยตัว ให้อาหารปลาในจุดที่อนุญาตได้ เป็นจุดเด่นที่รีวิวชมกันมาก
  • มีโบราณสถานอย่างเจดีย์อลงกรณ์และอนุสรณ์พระนางเรือล่มอยู่กลางป่าใกล้น้ำตก เดินชมต่อเนื่องได้ในทริปเดียว
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 จากกว่า 225 ราย จัดเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรทำอันดับต้น ๆ ของจังหวัด
⚠️ ข้อสังเกต
  • ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานที่แยกราคาชัดเจนระหว่างคนไทยกับต่างชาติ และคิดค่ารถเพิ่มต่างหาก ควรเตรียมเงินสดจ่ายหน้าด่าน
  • ปริมาณน้ำขึ้นกับฤดู หน้าแล้งปลายฤดูน้ำอาจลดลง ไม่เต็มแรงเท่าช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว
  • ทางเดินและโขดหินริมน้ำลื่นเมื่อเปียก อีกทั้งช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนเยอะ แอ่งน้ำและลานพักอาจแน่น
2

ทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน + ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ (สะพานไม้ป่าชายเลน · สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ)

📍 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี · อยู่ในเขตศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีราว 30-40 นาทีโดยรถ 🧭 อ่าวคุ้งกระเบน-ท่าใหม่
สะพานไม้ทอดยาวผ่านกลางป่าชายเลนริมน้ำ ให้ภาพเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติแบบเดียวกับอ่าวคุ้งกระเบน (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: FilmRapeepat.A · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5-2 ชม. (เดินสะพานไม้วนรอบราว 1.6-1.8 กม. บวกเวลาแวะศาลาสื่อความหมายและสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมเดินสะพานป่าชายเลนและเข้าชมศูนย์ · ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าเดินทาง/ค่าน้ำมัน หรือค่าเช่ารถ-มอเตอร์ไซค์จากตัวเมือง
👍 เหมาะสุดสำหรับครอบครัวและคนที่อยากเดินชิลรับอากาศชายทะเล ดูระบบนิเวศป่าชายเลนจริงบนสะพานไม้ที่เดินง่าย เหมาะทั้งพาเด็กมาเรียนรู้ธรรมชาติและคนชอบถ่ายรูปวิวป่าโกงกาง
สะพานไม้ป่าชายเลนเดินง่ายเข้าฟรีเรียนรู้ระบบนิเวศ

ทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนเป็นสะพานไม้ทอดยาวผ่านกลางป่าโกงกางในเขตศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ที่อำเภอท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีราวสามสิบถึงสี่สิบนาทีโดยรถ ตัวสะพานสร้างจากไม้และทางเดินหินเกล็ดวนเป็นวงยาวประมาณหนึ่งจุดหกถึงหนึ่งจุดแปดกิโลเมตร มีศาลาสื่อความหมายกระจายอยู่ตลอดเส้นทางให้นั่งพักและอ่านข้อมูลเรื่องระบบนิเวศป่าชายเลน จุดที่คนชอบคือทางเดินราบ เดินง่าย ไม่ต้องปีนป่าย เข็นรถเข็นเด็กหรือพาผู้สูงอายุมาได้บางช่วง สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นโกงกางและแสมที่ขึ้นหนาแน่น มองลงไปเห็นปูก้ามดาบ ปลาตีน และรากไม้ที่ชูขึ้นจากเลน เป็นห้องเรียนธรรมชาติกลางแจ้งที่ได้ทั้งความรู้และอากาศดี

เสน่ห์อีกอย่างคือกิจกรรมในบริเวณเดียวกันมีให้ทำหลายอย่างโดยไม่ต้องเสียค่าเข้า ทั้งการเดินสะพานป่าชายเลน แวะสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงปลาและสัตว์ทะเลของอ่าวคุ้งกระเบน และเดินดูแปลงสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของศูนย์ฯ หลายคนวางแผนมาช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แดดไม่แรงแล้วเดินชมได้สบายกว่า ปลายสะพานบางช่วงเปิดออกสู่ปากอ่าวให้เห็นวิวน้ำกว้างและป่าชายเลนสุดลูกหูลูกตา เป็นมุมถ่ายรูปที่คนแวะเก็บภาพกันเยอะ ใครมาเที่ยวจันทบุรีสายธรรมชาติและอยากได้ที่เดินเล่นเบา ๆ ระหว่างวัน ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ลงตัว เพราะรวมทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ และการถ่ายรูปไว้ในที่เดียว โดยไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชม

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางเดินกลางแจ้ง แม้จะมีต้นไม้ให้ร่มแต่ช่วงกลางวันแดดยังแรงและร้อนชื้น ควรพกน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดดไปด้วย ข้อสองคือป่าชายเลนมียุงและริ้นค่อนข้างชุกโดยเฉพาะช่วงเย็นและหลังฝนตก ควรเตรียมยากันยุงไปเผื่อ ข้อสามคือการเดินทางมาไม่มีรถสาธารณะตรง ต้องขับรถเองหรือเช่ารถ-มอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองจันทบุรี ควรเช็กเส้นทางและเวลาเปิดปิดของศูนย์ฯ ก่อนออกเดินทาง ข้อสี่คือช่วงน้ำลงมากบางมุมจะเห็นเป็นเลนโล่งมากกว่าน้ำเต็มอ่าว วิวจะต่างจากภาพที่หลายคนคาดไว้ ถ้าอยากได้บรรยากาศน้ำเต็มควรดูตารางน้ำขึ้นน้ำลงประกอบ และควรเดินอยู่บนสะพานที่จัดไว้ ไม่ลงไปเหยียบเลนหรือรบกวนสัตว์ในป่าชายเลน เพื่อรักษาระบบนิเวศให้คนรุ่นหลังได้มาเดินต่อ

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ที่แดดไม่แรงจะเดินสบายกว่า พกยากันยุงเพราะป่าชายเลนยุงและริ้นชุกโดยเฉพาะตอนเย็นและหลังฝน เตรียมน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดดไปด้วย เดินทางมาไม่มีรถสาธารณะตรง ให้ขับรถเองหรือเช่ารถจากตัวเมืองจันทบุรี และเช็กเวลาเปิดปิดของศูนย์ฯ ก่อนไป อยากได้วิวน้ำเต็มอ่าวให้ดูตารางน้ำขึ้นน้ำลงประกอบ เผื่อเวลาแวะสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่อยู่บริเวณเดียวกันได้อีกจุด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมทั้งเดินสะพานป่าชายเลนและเข้าชมศูนย์ฯ คุ้มค่าเที่ยวสำหรับครอบครัว
  • ทางเดินเป็นสะพานไม้ราบ เดินง่าย ไม่ต้องปีนป่าย เหมาะพาเด็กและผู้สูงอายุมาชมธรรมชาติ
  • ได้เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนจริง เห็นปูก้ามดาบ ปลาตีน รากโกงกาง พร้อมศาลาสื่อความหมายตลอดทาง
  • รวมหลายกิจกรรมในที่เดียว ทั้งสะพานป่าชายเลน สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และมุมถ่ายรูปวิวปากอ่าว
⚠️ ข้อสังเกต
  • เดินทางมาไม่มีรถสาธารณะตรง ต้องขับรถเองหรือเช่ารถจากตัวเมืองจันทบุรีราว 30-40 นาที
  • เส้นทางเป็นทางเดินกลางแจ้งเป็นหลัก ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อนชื้น อีกทั้งยุงและริ้นชุกช่วงเย็นและหลังฝน
  • ช่วงน้ำลงมากบางมุมจะเห็นเป็นเลนโล่งมากกว่าน้ำเต็มอ่าว วิวอาจต่างจากภาพที่คาดไว้
3

วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี (วัดบนเขา มีรถราง/ลิฟต์ขึ้น + พิพิธภัณฑ์ของเก่าและหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิ)

📍 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี · ห่างตัวเมืองจันทบุรีราว 25-30 กม. ตั้งอยู่บนไหล่เขาสุกิม มองเห็นวิวสวนผลไม้และภูเขาโดยรอบ 🧭 ท่าใหม่-เขาบายศรี (นอกเมืองจันทบุรี) ⭐ 4.2 (Tripadvisor (Wat Khao Sukim, 93 รีวิว))
วัดไทยกลางบรรยากาศจังหวัดจันทบุรี ให้ภาพรวมของศาสนสถานในพื้นที่ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5-2.5 ชม. (รวมขึ้นเขา ไหว้พระ เดินชมพิพิธภัณฑ์ และถ่ายรูปวิว)
ราคาโดยประมาณเข้าวัดไม่เสียค่าเข้า · ทำบุญตามศรัทธา · ค่าโดยสารลิฟต์/รถรางขึ้นเขาราว ฿10-20 ต่อคน (มีเปลี่ยนแปลงได้) · พิพิธภัณฑ์บางส่วนอาจมีค่าบำรุงเล็กน้อย
👍 เหมาะสุดสำหรับสายทำบุญไหว้พระที่อยากได้วิวเขาสวย ๆ ควบพิพิธภัณฑ์ในทริปเดียว เดินทางสะดวกเพราะมีรถราง/ลิฟต์ขึ้น เหมาะทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ และคนที่แวะระหว่างทางไปเที่ยวจันทบุรี
วัดบนเขาวิวกว้างมีลิฟต์/รถรางขึ้นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง

วัดเขาสุกิมตั้งอยู่บนไหล่เขาในตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีราวยี่สิบห้าถึงสามสิบกิโลเมตร เป็นวัดสายปฏิบัติที่คนในพื้นที่เคารพนับถือ จุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวแวะกันเยอะคือตัวอาคารวัดตั้งอยู่บนที่สูง มองลงมาเห็นสวนผลไม้และแนวภูเขาเขียวชอุ่มได้กว้างไกล ใครที่เดินขึ้นบันไดไม่ไหวก็ไม่ต้องกังวล เพราะทางวัดมีรถรางและลิฟต์ให้ขึ้นไปด้านบน ทำให้ผู้สูงอายุและครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาด้วยเที่ยวได้สบาย ภายในบริเวณวัดมีทั้งพระอุโบสถ พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ให้สักการะ และพื้นที่สงบสำหรับนั่งพักชมวิว เป็นวัดที่รวมทั้งการทำบุญและการชมทิวทัศน์ไว้ในที่เดียว

อีกส่วนที่ทำให้วัดเขาสุกิมต่างจากวัดทั่วไปคือพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของเก่า ของสะสม และหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป รวมถึงเรื่องราวของหลวงปู่สมชายซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งวัด คนที่สนใจงานพุทธศิลป์และประวัติพระสายกรรมฐานมักใช้เวลาเดินชมส่วนนี้นานพอสมควร บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor วัดเขาสุกิมได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.2 เต็ม 5 จากรีวิวหลักสิบราย เสียงส่วนใหญ่ชมเรื่องวิวสวย บรรยากาศเงียบสงบ และความสะดวกที่มีลิฟต์กับรถรางขึ้น การมาที่นี่จึงเหมาะกับการแวะระหว่างทางไปเที่ยวจุดอื่นในจันทบุรี หรือจัดเป็นครึ่งวันสำหรับสายทำบุญที่อยากได้ทั้งความสงบและวิวเขา

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือวัดเขาสุกิมเป็นวัดสายปฏิบัติ ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อกล้ามหรือกางเกงขาสั้นเกินไป และสำรวมกิริยาวาจาระหว่างอยู่ในเขตวัด เพราะยังมีพระและผู้มาปฏิบัติธรรมใช้พื้นที่จริง ข้อสองคือด้านบนเขาแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาน้อยในบางจุด ควรพกหมวก น้ำดื่ม และเลี่ยงช่วงเที่ยงที่ร้อนจัด ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะสบายกว่าและได้แสงถ่ายรูปสวย ข้อสามคือเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์และการให้บริการลิฟต์หรือรถรางอาจปรับเปลี่ยนตามวันและช่วงเทศกาล ควรเผื่อเวลาและสอบถามหน้างานอีกครั้ง ข้อสี่คือที่นี่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมีจำกัด จึงควรเตรียมของใช้ที่จำเป็นมาเอง และวางแผนเรื่องอาหารไว้ล่วงหน้าหากตั้งใจอยู่นาน

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะเจอแดดน้อยกว่าและได้แสงถ่ายรูปวิวเขาสวยกว่าช่วงเที่ยง แต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัดสายปฏิบัติที่ยังมีพระและผู้ปฏิบัติธรรมใช้พื้นที่จริง ใครเดินบันไดไม่ไหวให้ใช้ลิฟต์หรือรถรางขึ้น พกหมวกกับน้ำดื่มเพราะด้านบนร่มเงาน้อย และเผื่อเวลาสอบถามรอบเปิดของพิพิธภัณฑ์กับบริการลิฟต์/รถรางหน้างานอีกครั้ง เพราะอาจปรับตามวันและเทศกาล
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • วัดบนเขาวิวกว้าง มองเห็นสวนผลไม้และแนวภูเขาของจันทบุรี บรรยากาศเงียบสงบเหมาะทำบุญและนั่งพักชมทิวทัศน์
  • มีลิฟต์และรถรางขึ้นเขา ผู้สูงอายุและครอบครัวที่พาเด็กเล็กเที่ยวได้สบาย ไม่ต้องเดินบันไดขึ้นทั้งหมด
  • มีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของเก่าและหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิอาจารย์ ได้ทั้งไหว้พระและชมพุทธศิลป์ในทริปเดียว
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.2 เต็ม 5 หลายคนชมวิวสวยและความสะดวกในการขึ้นเขา
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นวัดสายปฏิบัติ ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยา ไม่เหมาะกับการแต่งตัวหรือถ่ายรูปแบบเน้นความสนุกจนเกินงาม
  • ด้านบนเขาแดดแรงและร่มเงาน้อยในบางจุด ช่วงเที่ยงร้อนจัด ควรพกหมวกกับน้ำดื่มไปเอง
  • รอบเปิดพิพิธภัณฑ์และบริการลิฟต์/รถรางอาจปรับเปลี่ยนตามวันและเทศกาล อีกทั้งร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมีจำกัด
4

เดินเที่ยวชุมชนริมน้ำจันทบูร + ไกด์ท้องถิ่นเล่าตึกเก่ากว่า 100 ปี (Chanthaboon Waterfront Community walking tour, ตรงข้ามอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล)

📍 ถนนสุขาภิบาล ริมแม่น้ำจันทบุรี ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี · เดินข้ามสะพานนิรมลไปอาสนวิหารฝั่งตรงข้ามได้ 🧭 เมืองเก่าริมน้ำจันทบุรี
อาคารไม้และตึกเก่าเรียงรายริมแม่น้ำจันทบุรีในย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Travelpleb · Public domain
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เดินชมตลอดสายราว 1 กม. แวะร้าน แวะถ่ายรูป และข้ามไปอาสนวิหารฝั่งตรงข้าม)
ราคาโดยประมาณเดินชมเองฟรี (จ่ายเฉพาะค่าของกิน ~฿100-400 / คน) · ทัวร์เดินเมืองมีไกด์ท้องถิ่นราว ฿300-800 / คน แล้วแต่โปรแกรมและจำนวนคน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินเที่ยวย่านเก่าแบบสบาย ๆ ชิมของกินท้องถิ่น ดูสถาปัตยกรรมตึกไม้-ตึกปูนผสมจีน-ญวน-ฝรั่ง อายุร้อยกว่าปี เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป
ย่านเก่ากว่า 100 ปีเดินชิมของกินท้องถิ่นอาสนวิหารฝั่งตรงข้าม

ชุมชนริมน้ำจันทบูรเป็นย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำจันทบุรีที่มีอายุกว่าร้อยปี ทอดยาวตามถนนสุขาภิบาลราวหนึ่งกิโลเมตร เสน่ห์ของที่นี่คือตึกแถวไม้และตึกปูนสไตล์ผสมทั้งจีน ญวน และตะวันตกที่ยังคงสภาพเดิมไว้ได้ดี หลายหลังเปิดเป็นบ้านพักอาศัย ร้านกาแฟ ร้านของฝาก และพิพิธภัณฑ์ชุมชนเล็ก ๆ ให้เดินแวะเข้าไปดูได้ ย่านนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าและที่อยู่ของชาวจีน-ญวนที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เดินไปตามทางจะเห็นลายฉลุไม้ที่หน้าต่างและระเบียงบ้าน ป้ายชื่อร้านเก่า และซอกซอยเล็ก ๆ ที่ทอดลงไปหาริมน้ำ เป็นบรรยากาศที่หาดูได้ยากในเมืองอื่น

จุดที่คนมักเดินไปคู่กันคืออาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ เดินข้ามสะพานนิรมลไปไม่กี่นาทีก็ถึง ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมทรงกอทิกที่ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ภายในมีกระจกสีและงานประดับที่ประณีต การเดินเที่ยวย่านนี้ทำได้สองแบบ แบบแรกคือเดินชมเองตามอัธยาศัย ไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของกินและของฝากที่ซื้อ เหมาะกับคนที่ชอบเดินเรื่อย ๆ ตามใจตัวเอง อีกแบบคือจองทัวร์เดินเมืองที่มีไกด์ท้องถิ่นพาเดินและเล่าประวัติของแต่ละหลัง ซึ่งช่วยให้เข้าใจที่มาของย่านและได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เดินเองอาจมองข้าม ของกินที่คนแวะชิมกันบ่อยมีทั้งก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ ไอศกรีมโบราณ ขนมควยลิง และกาแฟโบราณตามร้านเก่าแก่

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือย่านนี้คึกคักที่สุดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ร้านค้าและร้านกาแฟหลายแห่งเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดยาว ถ้ามาวันธรรมดาบางร้านปิดและบรรยากาศจะเงียบกว่าที่เห็นในรูป ข้อสองคือทางเดินเป็นถนนคอนกรีตแคบ ๆ ที่ยังมีรถและมอเตอร์ไซค์วิ่งสวนได้ ควรเดินชิดข้างและระวังเด็กเล็ก ข้อสามคืออากาศจันทบุรีร้อนชื้น ช่วงกลางวันแดดแรง แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะเดินสบายกว่าและแสงถ่ายรูปสวยกว่า ข้อสี่คือที่จอดรถริมย่านมีจำกัด วันหยุดที่คนเยอะอาจต้องจอดไกลแล้วเดินเข้ามา และควรเคารพว่าหลายหลังยังเป็นบ้านที่มีคนอาศัยอยู่จริง ไม่ควรเปิดประตูหรือถ่ายรูปในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ขออนุญาต

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดยาวจะได้เห็นย่านคึกคักและร้านเปิดครบ ถ้ามาวันธรรมดาให้เช็กก่อนว่าร้านที่อยากไปเปิดไหม เลือกเดินช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เลี่ยงแดดกลางวัน แสงถ่ายรูปสวยกว่าด้วย เดินข้ามสะพานนิรมลไปอาสนวิหารฝั่งตรงข้ามให้ครบในทริปเดียว ใส่รองเท้าเดินสบายเพราะทางยาวราว 1 กม. และเผื่อท้องไว้ชิมก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ ไอศกรีมโบราณ กับกาแฟตามร้านเก่า ระวังรถมอเตอร์ไซค์ในทางแคบ และเคารพว่าหลายหลังยังมีคนอาศัยอยู่จริง
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ย่านเมืองเก่าริมน้ำอายุกว่า 100 ปี ตึกไม้-ตึกปูนสไตล์จีน-ญวน-ตะวันตกยังคงสภาพเดิม เดินชมเพลินตลอดสายราว 1 กม.
  • เดินชมเองได้ฟรี จ่ายเฉพาะค่าของกิน หรือจะจองทัวร์ไกด์ท้องถิ่นพาเดินเล่าประวัติแต่ละหลังก็ได้ตามงบ
  • มีของกินท้องถิ่นให้แวะชิมเยอะ ทั้งก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ ไอศกรีมโบราณ ขนมควยลิง และกาแฟโบราณตามร้านเก่า
  • อยู่ตรงข้ามอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เดินข้ามสะพานนิรมลไม่กี่นาที เที่ยวสองที่ได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • คึกคักสุดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ร้านหลายแห่งเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ มาวันธรรมดาบางร้านปิดและเงียบกว่าในรูป
  • ทางเดินเป็นถนนแคบที่ยังมีรถและมอเตอร์ไซค์วิ่งสวน ต้องเดินชิดข้างและระวัง ที่จอดรถริมย่านมีจำกัด
  • อากาศร้อนชื้น กลางวันแดดแรง และหลายหลังยังเป็นบ้านที่มีคนอาศัยอยู่จริง ต้องเคารพพื้นที่ส่วนตัว
5

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล (โบสถ์คริสต์สไตล์โกธิกริมน้ำจันทบูร)

📍 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี · ฝั่งตรงข้ามชุมชนริมน้ำจันทบูร ข้ามสะพานนิรมลจากตลาดเก่า 🧭 ชุมชนริมน้ำจันทบูร-จันทนิมิต
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์สไตล์โกธิกยอดแหลมสองหอคอยริมน้ำจันทบูร จ.จันทบุรี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: KittipatBoyd · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาราว 45 นาที - 1.5 ชม. (เดินชมภายใน-ภายนอก ถ่ายรูป และเดินต่อเข้าชุมชนริมน้ำที่อยู่ติดกัน)
ราคาโดยประมาณเข้าชมไม่เสียค่าธรรมเนียม (ยินดีรับบริจาคบำรุงโบสถ์) · ทัวร์เดินเมืองเก่าจันทบุรีที่รวมโบสถ์และชุมชนริมน้ำ ~฿300-900 / คน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบสถาปัตยกรรมและถ่ายรูป อยากเดินชมโบสถ์คริสต์สไตล์โกธิกที่ใหญ่ที่สุดในไทย ควบกับเดินเล่นชุมชนริมน้ำจันทบูรในทริปเดียว เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายประวัติศาสตร์
โบสถ์โกธิกใหญ่สุดในไทยริมน้ำจันทบูรจุดถ่ายรูปสถาปัตยกรรม

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลคือโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจันทบูร ฝั่งตรงข้ามกับชุมชนริมน้ำจันทบูรที่เป็นย่านเมืองเก่าของจังหวัด ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกที่ได้ชื่อว่าใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย จุดที่คนมาเห็นแล้วประทับใจคือหอคอยยอดแหลมคู่ด้านหน้า แนวหน้าต่างโค้งเรียงยาว และกระจกสีที่กรองแสงเข้ามาภายใน ตัวอาคารปัจจุบันสร้างขึ้นแทนโบสถ์หลังเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยที่ชาวคาทอลิกเชื้อสายเวียดนามอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานริมน้ำจันทบูรเมื่อกว่าสองร้อยปีก่อน ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่โบสถ์สวย แต่ยังเป็นหลักฐานของชุมชนหลากวัฒนธรรมที่อยู่คู่เมืองจันท์มายาวนาน

เสน่ห์ของการมาที่นี่คือได้เดินชมได้ทั้งภายนอกและภายในโดยไม่เสียค่าเข้า ทางวัดเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในเวลาที่ไม่มีพิธี ขอเพียงแต่งกายสุภาพและสำรวมเมื่ออยู่ด้านใน ภายในโบสถ์มีเพดานสูงโปร่ง เสาเรียงเป็นแถว และรูปเคารพที่ประดับด้วยอัญมณีซึ่งเป็นที่พูดถึงกันมาก เพราะจันทบุรีเป็นเมืองพลอย จึงมีการนำพลอยมาประดับองค์แม่พระจนกลายเป็นจุดเด่นที่หาดูได้ยาก คนที่มามักถ่ายรูปด้านหน้าโบสถ์กับสะพานข้ามแม่น้ำ แล้วเดินข้ามไปต่อที่ชุมชนริมน้ำจันทบูรซึ่งมีบ้านไม้เก่า ร้านกาแฟ และของกินพื้นเมืองให้ลองอีกฝั่ง ทำให้เที่ยวสองจุดนี้ต่อกันได้สบายในครึ่งวัน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นศาสนสถานที่ยังใช้ประกอบพิธีจริง ช่วงมีมิสซาหรือพิธีสำคัญอาจไม่เปิดให้เดินชมภายใน ควรเช็กเวลาก่อนไปและหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้มาสวดภาวนา ข้อสองคือการถ่ายรูปด้านในบางจุดอาจมีข้อจำกัด โดยเฉพาะบริเวณแท่นบูชาและองค์แม่พระประดับพลอย ควรสังเกตป้ายและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน ข้อสามคือที่จอดรถบริเวณหน้าโบสถ์ค่อนข้างจำกัด ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลคริสต์มาสที่คนมาเยอะรถอาจแน่น การจอดฝั่งชุมชนริมน้ำแล้วเดินข้ามสะพานมาเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า ข้อสี่คือแดดริมน้ำช่วงกลางวันค่อนข้างแรงและร้อน ถ้าอยากได้แสงสวยสำหรับถ่ายรูปตัวอาคารควรมาช่วงเช้าหรือเย็น อากาศกำลังดีและผู้คนไม่พลุกพล่านเท่ากลางวัน

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าหรือเย็นจะได้แสงสวยสำหรับถ่ายตัวโบสถ์และเจอคนน้อยกว่ากลางวัน เช็กเวลามิสซาก่อนไปเพราะช่วงมีพิธีอาจไม่เปิดให้เดินชมภายใน แต่งกายสุภาพและสำรวมเมื่ออยู่ด้านใน สังเกตป้ายเรื่องการถ่ายรูปบริเวณแท่นบูชาและองค์แม่พระประดับพลอย จอดรถฝั่งชุมชนริมน้ำจันทบูรแล้วเดินข้ามสะพานมาจะสะดวกกว่าเพราะที่จอดหน้าโบสถ์จำกัด แล้วเดินเที่ยวชุมชนริมน้ำต่อในทริปเดียว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • โบสถ์คริสต์สไตล์โกธิกที่ใหญ่และยาวที่สุดในไทย หอคอยยอดแหลมคู่และแนวหน้าต่างโค้งสวยเป็นจุดถ่ายรูปที่คนชอบกัน
  • เข้าชมได้ทั้งภายนอกและภายในโดยไม่เสียค่าเข้า (ยินดีรับบริจาคบำรุงโบสถ์)
  • อยู่ติดชุมชนริมน้ำจันทบูรที่เป็นเมืองเก่า เดินข้ามสะพานไปเที่ยวบ้านไม้เก่า ร้านกาแฟ และของกินพื้นเมืองต่อได้เลย
  • มีองค์แม่พระประดับพลอยซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์เมืองพลอยจันทบุรี เป็นรายละเอียดที่หาดูได้ยาก
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นศาสนสถานที่ยังใช้ประกอบพิธีจริง ช่วงมีมิสซาหรือพิธีสำคัญอาจไม่เปิดให้เดินชมภายใน ควรเช็กเวลาก่อนไป
  • การถ่ายรูปภายในบางจุดมีข้อจำกัด โดยเฉพาะบริเวณแท่นบูชาและองค์แม่พระประดับพลอย
  • ที่จอดรถหน้าโบสถ์จำกัด ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลคริสต์มาสรถแน่น และแดดริมน้ำช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน
6

ตลาดพลอยจันทบุรี ถนนอัญมณี (ย่านศรีจันทร์–ตรอกกระจ่าง) — ตลาดค้าพลอยเปิดศุกร์-อาทิตย์

📍 ถนนศรีจันทร์และตรอกกระจ่าง ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี · อยู่ในย่านเมืองเก่าใกล้ริมน้ำจันทบูร เดินถึงกันได้ 🧭 เมืองเก่าจันทบุรี (ศรีจันทร์–ตรอกกระจ่าง) ⭐ 3.8 (Tripadvisor (Gems Market, Chanthaburi · 16 รีวิว))
แหวนประดับพลอยไพลินสีน้ำเงินเม็ดใหญ่ ให้ภาพชนิดอัญมณีที่ซื้อขายกันในตลาดพลอยจันทบุรี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Stanislav Doronenko · CC BY 3.0
ระยะเวลาราว 1–2 ชม. (เดินชมตลอดสายถนนอัญมณีและตรอกกระจ่าง แวะร้านและดูการซื้อขาย)
ราคาโดยประมาณเดินชมฟรี ไม่มีค่าเข้า · ราคาพลอยขึ้นกับชนิด สี น้ำหนักกะรัต และคุณภาพ ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นหลักแสนบาทต่อเม็ด
👍 เหมาะสุดสำหรับคนสนใจพลอยและอัญมณี อยากดูบรรยากาศตลาดค้าพลอยจริงที่คนซื้อคนขายนั่งเจรจากันริมถนน หรือมองหาพลอยไพลิน-ทับทิม-บุษราคัมไว้ทำเครื่องประดับ เดินชมฟรีได้ทั้งคนที่ตั้งใจซื้อและคนที่แค่อยากมาดู
ตลาดค้าพลอยเปิดศุกร์-อาทิตย์ไพลิน ทับทิม บุษราคัมเดินชมฟรีย่านเมืองเก่า

ตลาดพลอยจันทบุรีเป็นแหล่งค้าพลอยและอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดของไทย กระจุกตัวอยู่บนถนนศรีจันทร์และตรอกกระจ่างในย่านเมืองเก่า อ.เมืองจันทบุรี ตลาดจะคึกคักเฉพาะช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เปิดตั้งแต่สายราวสิบโมงไปจนถึงบ่ายสามโมง วันธรรมดาถนนสายนี้เงียบและร้านหลายร้านปิด ภาพที่เห็นคือคนซื้อคนขายนั่งกันตามโต๊ะเล็ก ๆ ริมถนนและในร้านห้องแถว ยกพลอยขึ้นส่องกับแสงและกล้องขยายเพื่อดูสีและตำหนิ มีอาชีพที่เรียกว่าคนเดินพลอยคอยถือห่อพลอยเดินเสนอขายให้พ่อค้าตามร้าน เป็นวัฒนธรรมการค้าเฉพาะถิ่นที่หาดูที่อื่นได้ยาก จังหวัดจันทบุรีมีชื่อเรื่องการทำเหมืองพลอยและการเจียระไนมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แม้ทุกวันนี้พลอยส่วนหนึ่งจะนำเข้ามาจากต่างประเทศแล้วมาเจียระไนและปรับปรุงคุณภาพที่นี่ก็ตาม

พลอยที่ซื้อขายกันมีทั้งพลอยดิบและพลอยเจียระไนแล้ว ชนิดที่พบบ่อยคือไพลินสีน้ำเงิน ทับทิมสีแดง และบุษราคัมสีเหลืองทอง รวมถึงพลอยเนื้ออ่อนอีกหลายชนิด ราคาขึ้นกับชนิด สี ความใส น้ำหนักกะรัต และว่าผ่านการเผาปรับสีมาหรือไม่ จึงมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสนบาทต่อเม็ด การเดินชมตลาดไม่มีค่าเข้า ใครไม่ได้ตั้งใจซื้อก็เดินดูบรรยากาศการค้าได้ตามสบาย บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor แหล่งนี้ได้คะแนนเฉลี่ยราว 3.8 เต็ม 5 คนที่สนใจอัญมณีมักบอกว่ามาดูอย่างเดียวก็คุ้มแล้ว เพราะได้เห็นการซื้อขายพลอยจริงแบบที่ในเมืองใหญ่ไม่มี ส่วนใครอยากเข้าใจที่มาที่ไปของพลอยก่อนเดินตลาด สามารถแวะพิพิธภัณฑ์อัญมณีที่อยู่ในย่านเดียวกันได้

ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือถ้าตั้งใจซื้อควรมีความรู้เรื่องพลอยมาบ้าง เพราะมีทั้งพลอยแท้ พลอยเผา และพลอยสังเคราะห์ปะปนกัน คนที่ดูไม่เป็นมีโอกาสจ่ายแพงเกินจริงหรือได้ของไม่ตรงปก รีวิวหลายรายเตือนให้ระวังการหลอกขายและควรซื้อจากร้านที่มีใบรับรองหรือออกใบเสร็จให้ ข้อสองคือตลาดเปิดแค่ศุกร์ถึงอาทิตย์และช่วงกลางวันเท่านั้น มาผิดวันจะเจอถนนเงียบ ควรวางแผนวันให้ตรง ข้อสามคือที่นี่เป็นตลาดค้าจริงไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่จัดไว้ให้ถ่ายรูป การยกกล้องถ่ายพ่อค้าหรือพลอยใกล้ ๆ ควรขออนุญาตก่อนเพื่อความสุภาพ ข้อสี่คือช่วงกลางวันแดดแรงและที่จอดรถในย่านเมืองเก่าหายาก แนะนำให้จอดรอบนอกแล้วเดิน และถ้ามาช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวคนจะแน่นเป็นพิเศษ

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าสายวันศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์ ราวสิบโมงถึงบ่ายสาม ตลาดถึงจะเปิดและคึกคัก มาวันธรรมดาถนนจะเงียบ ถ้าตั้งใจซื้อพลอยให้ศึกษาชนิดและราคาไว้ก่อน เลือกร้านที่ออกใบรับรองหรือใบเสร็จ และอย่ารีบตัดสินใจกับราคาที่ดูถูกผิดปกติ อยากเข้าใจพลอยก่อนเดินให้แวะพิพิธภัณฑ์อัญมณีในย่านเดียวกัน จอดรถรอบนอกย่านเมืองเก่าแล้วเดินเข้ามาจะสะดวกกว่า และขออนุญาตก่อนถ่ายรูปพ่อค้าหรือพลอยใกล้ ๆ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ตลาดค้าพลอยที่ใหญ่ที่สุดของไทย ได้เห็นการซื้อขายพลอยจริงและวัฒนธรรมคนเดินพลอยที่หาดูที่อื่นไม่ได้
  • เดินชมฟรี ไม่มีค่าเข้า เหมาะทั้งคนตั้งใจซื้อและคนที่แค่อยากมาดูบรรยากาศ
  • มีพลอยหลากชนิดให้เลือกทั้งไพลิน ทับทิม บุษราคัม ทั้งพลอยดิบและเจียระไนแล้ว ราคามีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสน
  • อยู่ในย่านเมืองเก่าใกล้ริมน้ำจันทบูรและพิพิธภัณฑ์อัญมณี เดินเที่ยวต่อได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • เปิดเฉพาะวันศุกร์ถึงอาทิตย์ช่วงกลางวันราวสิบโมงถึงบ่ายสาม มาผิดวันจะเจอถนนเงียบและร้านปิด
  • มีทั้งพลอยแท้ พลอยเผา และพลอยสังเคราะห์ปะปนกัน คนที่ดูไม่เป็นเสี่ยงจ่ายแพงเกินจริงหรือถูกหลอกขาย
  • เป็นตลาดค้าจริงไม่ใช่จุดท่องเที่ยวจัดฉาก ที่จอดรถในย่านเมืองเก่าหายากและควรขออนุญาตก่อนถ่ายรูป
7

หาดคุ้งวิมาน + จุดชมวิวเนินนางพญา (ถนนเลียบทะเลเฉลิมบูรพาชลทิต จ.จันทบุรี)

📍 ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี · เลียบถนนเฉลิมบูรพาชลทิต (สาย 4002) ต่อเนื่องกับหาดเจ้าหลาว-หาดแหลมเสด็จ · ห่างตัวเมืองจันทบุรีราว 30-40 นาทีโดยรถ 🧭 ชายทะเลนายายอาม-ท่าใหม่ (เฉลิมบูรพาชลทิต)
หาดคุ้งวิมานทอดยาวเลียบชายฝั่งจันทบุรี น้ำทะเลใสและเนินเขาริมอ่าว (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Paniti Silpi · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-4 ชม. (นับรวมขับเลียบทะเล แวะเนินนางพญาถ่ายรูป และลงเดินเล่นที่หาดคุ้งวิมาน)
ราคาโดยประมาณฟรี — ไม่มีค่าเข้าหาดและจุดชมวิว · ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าน้ำมัน/ค่าเช่ารถ ~฿800-1,200 ต่อวัน และค่าอาหารทะเลริมหาด ~฿150-400 / คน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากได้หาดเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่าน ขับรถเลียบทะเลชมวิวโค้งอ่าว และแวะถ่ายรูปจุดชมวิวเนินนางพญาแบบไม่ต้องเสียค่าเข้า เที่ยวได้ทั้งคู่รัก ครอบครัว และสายขับรถเที่ยว
หาดเงียบไม่พลุกพล่านขับเลียบทะเลชมวิวจุดชมวิวเนินนางพญา

หาดคุ้งวิมานเป็นชายหาดเงียบทางฝั่งอำเภอนายายอาม จันทบุรี วางตัวอยู่บนถนนเลียบทะเลเฉลิมบูรพาชลทิต เส้นทางเดียวกับหาดเจ้าหลาวและหาดแหลมเสด็จ จุดที่ทำให้คนแวะกันเยอะไม่ใช่แค่ตัวหาด แต่เป็นบรรยากาศของการขับรถเลียบชายฝั่งที่มองเห็นทะเลตลอดสองข้างทาง ต่างจากหาดพัทยาหรือหาดหัวหินที่คนแน่นและมีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น ที่นี่ยังรักษาความเป็นหาดท้องถิ่นไว้ได้ ทรายค่อนข้างละเอียด น้ำทะเลใสพอควรในช่วงหน้าแล้ง มีร้านอาหารทะเลและที่พักเล็ก ๆ กระจายอยู่ริมทาง เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งฟังเสียงคลื่นแบบไม่ต้องเบียดกับใคร

ไฮไลต์ที่คู่กับหาดคุ้งวิมานคือจุดชมวิวเนินนางพญา เนินสูงริมถนนที่มองลงไปเห็นถนนเลียบทะเลทอดโค้งไปตามแนวอ่าว เป็นวิวที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดของภาคตะวันออก ช่วงเช้าและเย็นแสงจะนวลกำลังดี เหมาะกับการถ่ายรูปเก็บภาพถนนที่คดเคี้ยวคู่กับเส้นขอบฟ้าทะเล จุดจอดรถมีพื้นที่ให้แวะถ่ายรูปได้ ไม่มีค่าเข้า เดินขึ้นไปยืนบนจุดชมวิวได้เลย ทั้งหาดและจุดชมวิวอยู่ห่างกันไม่กี่นาทีโดยรถ จึงเที่ยวต่อเนื่องกันในทริปเดียวได้สบาย และมักถูกจับคู่กับการแวะศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนที่อยู่ใกล้กัน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เที่ยวสะดวกที่สุดเมื่อมีรถส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะจุดต่าง ๆ กระจายตามถนนเลียบทะเลและไม่มีขนส่งสาธารณะเข้าถึงโดยตรง ข้อสองคือสภาพน้ำทะเลขึ้นกับฤดูอย่างชัดเจน ช่วงหน้าฝนราวพฤษภาคมถึงตุลาคมคลื่นแรงและน้ำมักขุ่น ทะเลจะใสและเล่นน้ำได้สบายที่สุดในหน้าแล้งราวพฤศจิกายนถึงเมษายน ข้อสามคือจุดชมวิวเนินนางพญาเป็นเนินริมถนนที่รถวิ่งผ่าน ควรจอดในพื้นที่ที่จัดไว้และระวังรถขณะข้ามถนนไปถ่ายรูป โดยเฉพาะเวลาพาเด็กไปด้วย ข้อสี่คือช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนไทยนิยมมาเที่ยวกันมาก รถอาจติดและที่จอดเต็ม หากอยากได้บรรยากาศเงียบควรเลี่ยงวันหยุดนักขัตฤกษ์ และมาช่วงเช้าตรู่จะได้ทั้งแสงสวยและคนน้อย

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงหน้าแล้ง (พ.ย.-เม.ย.) น้ำทะเลจะใสและเล่นน้ำได้สบายกว่า มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะสะดวกที่สุดเพราะจุดต่าง ๆ กระจายตามถนนเลียบทะเล เก็บภาพเนินนางพญาช่วงเช้าหรือเย็นที่แสงนวลกำลังดี จอดในพื้นที่ที่จัดไว้และระวังรถตอนข้ามถนนไปถ่ายรูป จับคู่ทริปเดียวกับหาดเจ้าหลาว หาดแหลมเสด็จ และศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนที่อยู่ใกล้กัน เลี่ยงวันหยุดยาวถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • หาดเงียบไม่พลุกพล่าน ยังรักษาความเป็นหาดท้องถิ่น ทรายละเอียด น้ำใสพอควรในหน้าแล้ง เหมาะกับคนอยากหนีความวุ่นวาย
  • ถนนเลียบทะเลเฉลิมบูรพาชลทิตขับชมวิวได้เพลิน เห็นทะเลตลอดสองข้างทาง ต่อเนื่องกับหาดเจ้าหลาวและหาดแหลมเสด็จ
  • จุดชมวิวเนินนางพญามองลงไปเห็นถนนโค้งคู่แนวอ่าว เป็นมุมถ่ายรูปที่หลายคนยกให้สวยที่สุดจุดหนึ่งของภาคตะวันออก
  • เที่ยวฟรี ไม่มีค่าเข้าหาดและจุดชมวิว มีร้านอาหารทะเลริมทางให้แวะ และอยู่ใกล้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวสะดวกที่สุดเมื่อมีรถส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะจุดต่าง ๆ กระจายตามถนนเลียบทะเลและไม่มีขนส่งสาธารณะเข้าถึงตรง
  • สภาพน้ำทะเลขึ้นกับฤดู ช่วงหน้าฝนราวพฤษภาคมถึงตุลาคมคลื่นแรงและน้ำมักขุ่น เล่นน้ำได้ไม่เต็มที่
  • ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนมาเที่ยวมาก รถติดและที่จอดเต็ม อีกทั้งจุดชมวิวอยู่ริมถนนที่รถวิ่งผ่าน ต้องระวังเวลาข้ามถ่ายรูป
8

นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ (เดินขึ้นเขาสายบุญ เปิดเฉพาะฤดูกาล ราว ม.ค.–มี.ค.)

📍 อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี · ห่างตัวเมืองจันทบุรีราว 30 กม. ทางเหนือ · ขึ้นจากวัดพลวงต่อรถสองแถว 4WD ถึงจุดพักบน แล้วเดินเท้าต่อ 🧭 เขาคิชฌกูฏ (เหนือเมืองจันทบุรี) ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Khao Khitchakut National Park, 46 รีวิว))
รอยพระพุทธบาทพลวงบนยอดเขาคิชฌกูฏ จุดหมายของผู้แสวงบุญ จ.จันทบุรี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: DanMTaylor · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวันถึงเต็มวัน (นั่งรถ 4WD ขึ้น-ลงราว 30–40 นาทีต่อขา + เดินเท้าช่วงสุดท้ายและไหว้จุดต่าง ๆ อีกหลายชั่วโมง ขึ้นกับปริมาณคน)
ราคาโดยประมาณค่ารถสองแถว 4WD ~฿100 ต่อคนต่อเที่ยว (ไป-กลับ ~฿200) · ค่ารถต่อช่วงบนบางจุดและทำบุญตามศรัทธาแยกต่างหาก · ควรเตรียมเงินสดย่อย
👍 เหมาะสุดสำหรับสายบุญที่อยากขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงบนยอดเขาช่วงเปิดฤดูกาลปีละครั้ง และคนแข็งแรงที่รับการเดินขึ้นเขากลางคืนกับสภาพคนแออัดได้
แสวงบุญยอดเขาเปิดเฉพาะฤดูกาลเดินขึ้นกลางคืน

รอยพระพุทธบาทพลวงบนยอดเขาคิชฌกูฏเป็นหนึ่งในจุดแสวงบุญที่คนไทยตั้งใจไปให้ได้สักครั้ง เพราะเปิดให้ขึ้นนมัสการเพียงปีละครั้งในช่วงสั้น ๆ ราวเดือนมกราคมถึงมีนาคม (ปี 2569 กำหนดวันที่ 19 ม.ค. ถึง 19 มี.ค. เปิดตลอด 24 ชั่วโมง) นอกช่วงนี้ทางอุทยานจะปิดเส้นทางเพื่อให้ป่าได้ฟื้นตัวและดูแลความปลอดภัย จุดหมายหลักคือรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่บนลานหินยอดเขา และยังมีก้อนหินศักดิ์สิทธิ์อย่างหินลูกพระบาท หินที่เชื่อกันว่าเป็นบาตรพระ รวมถึงจุดผูกผ้าแดงอธิษฐานที่ผู้แสวงบุญนิยมแวะไหว้ตามทาง คนที่ตั้งใจมาส่วนใหญ่มาเพื่อทำบุญและขอพรให้ครอบครัว ไม่ได้มาเพื่อวิวหรือความสะดวกสบาย

การขึ้นเขาต้องนั่งรถสองแถวขับเคลื่อนสี่ล้อจากด้านล่างขึ้นไปยังจุดพักบน เพราะเส้นทางเป็นถนนภูเขาชันและคดเคี้ยวมาก จากนั้นยังต้องเดินเท้าต่อในช่วงสุดท้ายเพื่อขึ้นถึงลานรอยพระพุทธบาท หลายคนเลือกขึ้นตอนกลางคืนหรือก่อนรุ่งสางเพื่อเลี่ยงแดดและไปให้ทันไหว้พระตอนเช้า แต่กลางคืนก็มืดและอากาศเย็น ควรพกไฟฉายและเสื้อกันหนาว บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor เขาคิชฌกูฏได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากผู้มาเยือนกว่า 40 ราย เสียงส่วนใหญ่ประทับใจบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และความตั้งใจของผู้คน แต่ก็มีหลายรายเตือนตรงกันเรื่องคนเยอะและการรอคิวรถที่นานในวันหยุด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือช่วงเปิดจะมีผู้แสวงบุญหลายหมื่นคนต่อวัน โดยเฉพาะวันหยุดและวันพระใหญ่ คิวรถ 4WD อาจรอนานเป็นชั่วโมง และทางเดินช่วงบนแออัดจนเดินได้ช้า ข้อสองคือการนั่งรถขึ้นเขาโยกแรงเหมือนนั่งรถไฟเหาะ คนเมารถหรือมีปัญหาหลัง เข่า หัวใจ ควรพิจารณาให้ดีและจับราวให้แน่น ข้อสามคือช่วงสุดท้ายต้องเดินเท้าขึ้นทางชันและเป็นหินสลับดิน หากฝนตกหรือมีน้ำค้างจะลื่น ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี ข้อสี่คืออากาศกลางคืนบนเขาเย็นและมืด ควรเตรียมไฟฉาย เสื้อกันหนาว น้ำดื่ม และของกินติดตัว เพราะร้านค้าด้านบนราคาสูงกว่าปกติ และเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพและสำรวมตลอดทาง

💡
เคล็ดลับ: เช็กวันเปิด-ปิดของปีนั้นก่อนวางแผน เพราะเปิดเฉพาะราวมกราคมถึงมีนาคมปีละครั้ง เลี่ยงวันหยุดยาวและวันพระใหญ่ที่คิวรถ 4WD รอนานและคนแออัดที่สุด ถ้าไปกลางคืนให้พกไฟฉาย เสื้อกันหนาว และน้ำดื่มไปเอง ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่เกาะพื้นดีเพราะทางชันและลื่น เตรียมเงินสดย่อยสำหรับค่ารถและทำบุญ คนที่มีปัญหาหลัง เข่า หรือหัวใจควรประเมินร่างกายก่อน เพราะทั้งนั่งรถโยกแรงและต้องเดินขึ้นทางชัน แต่งกายสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • จุดแสวงบุญที่คนไทยศรัทธา เปิดให้ขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเพียงปีละครั้งราวมกราคมถึงมีนาคม ทำให้รู้สึกพิเศษกว่าที่เที่ยวทั่วไป
  • มีจุดสักการะหลายแห่งบนยอดเขา ทั้งรอยพระพุทธบาท หินลูกพระบาท และจุดผูกผ้าแดงอธิษฐาน ครบในการขึ้นครั้งเดียว
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 หลายคนประทับใจบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และแรงศรัทธาของผู้คน
  • มีรถสองแถว 4WD บริการรับส่งขึ้นเขาให้ ไม่ต้องเดินขึ้นเองทั้งหมด และเปิดให้ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงงาน
⚠️ ข้อสังเกต
  • เปิดเฉพาะฤดูกาลราวมกราคมถึงมีนาคมปีละครั้งเท่านั้น นอกช่วงนี้ปิดเส้นทาง ต้องวางแผนวันให้ตรงและเช็กกำหนดการของปีนั้นก่อน
  • ช่วงเปิดคนแออัดมากโดยเฉพาะวันหยุด คิวรถ 4WD รอนานเป็นชั่วโมง และทางเดินช่วงบนเบียดเสียดจนเดินได้ช้า
  • เหนื่อยและต้องใช้แรง ทั้งนั่งรถขึ้นเขาที่โยกแรงและเดินเท้าช่วงสุดท้ายบนทางชันลื่น คนมีปัญหาหลัง เข่า หรือหัวใจต้องระวัง
9

น้ำตกกระทิง อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ (Krathing Waterfall, Khao Khitchakut National Park)

📍 ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี · ห่างตัวเมืองจันทบุรีราว 30 กม. 🧭 เขาคิชฌกูฏ-พลวง
ธารน้ำและป่าเขียวชอุ่มในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ให้บรรยากาศเส้นทางน้ำตกกระทิง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: JannyDavison · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~3-4 ชม. (เดินขึ้นชมชั้นล่าง ๆ และเล่นน้ำ) หรือค้างคืนกางเต็นท์ 1 คืน
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยาน ~฿40 คนไทย / ~฿200 ต่างชาติ (เด็กถูกกว่า) · ที่จอดรถฟรี · ค่ากางเต็นท์/เช่าอุปกรณ์แยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากเดินป่าระยะสั้นไปเล่นน้ำในน้ำตกหลายชั้นกลางป่าเขียว เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายกางเต็นท์ที่อยากค้างคืนในอุทยาน
น้ำตกหลายชั้นเล่นน้ำหน้าฝนกางเต็นท์ในอุทยาน

น้ำตกกระทิงเป็นน้ำตกประจำอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต้นน้ำไหลลงมาจากยอดเขาคิชฌกูฏ ทำให้เกิดน้ำตกลดหลั่นกันหลายชั้น รวมแล้วนับได้กว่าสิบชั้น แต่ละชั้นมีแอ่งน้ำและโขดหินให้แวะพัก ทางอุทยานเปิดให้เดินขึ้นชมได้ถึงราวชั้นที่ 9 เส้นทางช่วงต้นเดินสบายเหมาะกับครอบครัว แต่ยิ่งขึ้นสูงทางยิ่งชันและลื่น จุดที่คนนิยมเล่นน้ำมากที่สุดคือชั้นล่าง ๆ ที่มีแอ่งน้ำกว้างและน้ำไม่ลึกจนน่ากลัว บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าดิบร่มครึ้ม อากาศเย็นสบายตลอดวัน เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาแช่น้ำเย็นใต้ร่มไม้แบบไม่ต้องเดินทางไกลจากตัวเมืองจันทบุรี

ช่วงเวลาที่น้ำตกสวยและน้ำเยอะที่สุดคือหน้าฝนต่อเนื่องถึงต้นหนาว ราวเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม เพราะน้ำหลากเต็มทุกชั้นและแอ่งน้ำใสพอให้ลงเล่นได้ ส่วนหน้าแล้งน้ำจะน้อยลงมากจนบางชั้นเหลือเพียงธารเล็ก ๆ ค่าเข้าอุทยานคิดตามอัตรามาตรฐานของกรมอุทยานฯ คนไทยกับต่างชาติจ่ายคนละราคา เด็กได้ส่วนลด มีที่จอดรถฟรี ห้องน้ำ และโซนร้านค้าสวัสดิการขายอาหารกับเครื่องดื่มอยู่บริเวณด้านหน้า ใครอยากค้างคืนก็มีลานกางเต็นท์ให้จองผ่านระบบของอุทยาน มีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ให้สะอาดและคอยแนะนำเส้นทางได้

ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือหน้าฝนหินตามทางและริมน้ำตกลื่นมาก ควรใส่รองเท้ากันลื่นที่เกาะพื้นดีและระวังเป็นพิเศษเวลาปีนข้ามโขดหิน ช่วงฝนตกหนักติดต่อกันอาจมีน้ำป่าไหลหลากเฉียบพลัน ให้เชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำเมื่อน้ำขุ่นหรือไหลแรงผิดปกติ วันหยุดยาวและช่วงเทศกาลคนค่อนข้างเยอะ ทั้งลานจอดรถและแอ่งน้ำชั้นล่างอาจแน่น ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ ควรไปวันธรรมดาหรือไปถึงแต่เช้า สัญญาณโทรศัพท์ในเขตอุทยานมีจำกัด ควรเตรียมน้ำดื่ม ของกิน และเก็บขยะกลับออกมาด้วยเพื่อรักษาความสะอาดของพื้นที่

💡
เคล็ดลับ: ไปหน้าฝนถึงต้นหนาว (ก.ค.-ธ.ค.) น้ำเยอะและแอ่งน้ำใสสุด ใส่รองเท้ากันลื่นเพราะหินริมน้ำตกลื่นมาก ถ้าฝนตกหนักติดต่อกันให้เลี่ยงลงเล่นน้ำเพราะเสี่ยงน้ำป่าหลาก เตรียมเงินสดค่าธรรมเนียมอุทยานและน้ำดื่มไปเอง อยากได้ที่เงียบให้ไปวันธรรมดาหรือไปถึงแต่เช้า และเก็บขยะกลับออกมาด้วย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • น้ำตกหลายชั้น เดินขึ้นชมได้ถึงราวชั้นที่ 9 มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำในชั้นล่าง ๆ ที่ไม่ลึกน่ากลัว
  • อยู่ใกล้ตัวเมืองจันทบุรีราว 30 กม. เที่ยวเช้าเย็นกลับได้ในครึ่งวัน
  • ป่าดิบร่มครึ้ม อากาศเย็นสบาย มีที่จอดรถฟรี ห้องน้ำ และโซนร้านค้าสวัสดิการ
  • มีลานกางเต็นท์ในอุทยานสำหรับคนอยากค้างคืน มีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า
⚠️ ข้อสังเกต
  • หน้าแล้งน้ำน้อยมากจนบางชั้นเหลือเพียงธารเล็ก ๆ ต้องเลือกช่วงเวลาไปให้ดี
  • หินริมน้ำตกลื่น ทางช่วงบนชันขึ้น และหน้าฝนเสี่ยงน้ำป่าหลากเฉียบพลัน
  • วันหยุดยาวคนเยอะ ลานจอดรถและแอ่งน้ำชั้นล่างแน่น สัญญาณโทรศัพท์ในเขตอุทยานมีจำกัด
10

ทัวร์สวนผลไม้ + บุฟเฟต์ผลไม้ตามฤดูจันทบุรี (ทุเรียน มังคุด เงาะ)

📍 สวนผลไม้ในเขต อ.เมืองจันทบุรี · อ.มะขาม · อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี (เช่น สวนแถบเนินสูง เขาบายศรี ตามผู้ให้บริการแต่ละเจ้า) 🧭 เมืองจันทบุรีและอำเภอรอบนอก
ทุเรียนผ่าเปิดให้เห็นเนื้อสีเหลือง ผลไม้ขึ้นชื่อของจันทบุรีที่มีให้ชิมในบุฟเฟต์สวนผลไม้ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Rod Waddington · CC BY-SA 2.0
ระยะเวลาครึ่งวัน–เต็มวัน ~3–5 ชม. (เดินชมสวน นั่งรถราง ชิมบุฟเฟต์ผลไม้ บางเจ้ารวมมื้อกลางวันพื้นเมือง)
ราคาโดยประมาณ~฿250–500 / คน (บุฟเฟต์ผลไม้ตามฤดูในสวน) · บางเจ้ารวมมื้ออาหารกลางวันจะขยับไป ~฿500–700 / คน · เด็กมักคิดครึ่งราคา
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบผลไม้ที่อยากเดินชิมทุเรียน มังคุด เงาะ สด ๆ จากสวนแบบไม่อั้นในหน้าผลไม้ เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
บุฟเฟต์ผลไม้ตามฤดูทุเรียน-มังคุด-เงาะเที่ยวสวนได้ทั้งครอบครัว

จันทบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองผลไม้ของภาคตะวันออก พอเข้าหน้าผลไม้ราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายน สวนหลายแห่งในอำเภอเมือง มะขาม และท่าใหม่ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเดินชมและชิมผลไม้สด ๆ จากต้นแบบบุฟเฟต์ไม่อั้น พระเอกของแต่ละสวนคือทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์พื้นเมือง ตามด้วยมังคุด เงาะ ลองกอง และสละที่ผลัดกันสุกตามช่วงเดือน โปรแกรมส่วนใหญ่จะให้เดินชมสวน ฟังเจ้าของเล่าวิธีปลูกและดูวิธีเก็บผล บางเจ้ามีรถรางพาชมรอบสวน แล้วปิดท้ายด้วยโต๊ะบุฟเฟต์ผลไม้ที่ตัดสด ๆ มาให้ชิมกันเต็มที่

ราคาต่อคนของบุฟเฟต์ผลไม้ในสวนมักอยู่ในช่วงหลักร้อยต้น ๆ ซึ่งถือว่าคุ้มสำหรับคนที่ชอบผลไม้ เพราะได้กินทั้งทุเรียน มังคุด และเงาะแบบไม่จำกัดจำนวนภายในเวลาที่กำหนด บางสวนคิดค่าเข้าแยกกับค่าบุฟเฟต์ บางแห่งรวมมื้อกลางวันเป็นอาหารพื้นเมืองจันทบุรีอย่างหมูชะมวงหรือก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ไว้ในแพ็กเกจ ทำให้ราคาขยับสูงขึ้นอีกหน่อย จุดที่ควรถามให้ชัดก่อนจองคือช่วงเวลาที่เปิด เพราะแต่ละสวนเปิดไม่พร้อมกันและผูกกับฤดูผลไม้ล้วน ๆ ถ้าไปนอกฤดูจะไม่มีผลไม้บนต้นให้ชิม เหลือแค่เดินชมสวนเท่านั้น การจองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้เทียบได้ว่าราคานั้นรวมค่าเข้า ค่าบุฟเฟต์ และมื้ออาหารหรือไม่ และสวนไหนมีรถรับส่งจากตัวเมือง

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมา คือกิจกรรมนี้เป็นของตามฤดูกาลจริง ๆ ช่วงพีคของทุเรียนกับมังคุดสั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ และปีที่ฝนมาผิดจังหวะผลไม้อาจออกช้าหรือน้อยกว่าปกติ ทำให้บางสวนเลื่อนเปิดหรือลดชนิดผลไม้ในบุฟเฟต์ลง วันหยุดยาวและช่วงเทศกาลผลไม้คนจะแน่นเป็นพิเศษ โต๊ะบุฟเฟต์อาจต้องรอคิวและผลไม้ยอดนิยมอย่างทุเรียนหมดเร็ว อีกเรื่องคือกลิ่นทุเรียนที่แรงมากในพื้นที่ปิด คนที่ไม่ชินอาจต้องทำใจ และควรกินแต่พอดีเพราะทุเรียนให้พลังงานสูง เดินในสวนช่วงกลางวันอากาศร้อนและชื้น ควรเตรียมหมวก ร่ม รองเท้าที่เดินดินได้ และยากันยุงไปด้วย เช็กสภาพอากาศและโทรยืนยันกับสวนอีกครั้งก่อนออกเดินทางจะช่วยกันผิดหวังได้มาก

💡
เคล็ดลับ: กิจกรรมนี้เป็นตามฤดูกาล ช่วงผลไม้ออกดีที่สุดคือราวเมษายนถึงมิถุนายน ควรโทรยืนยันกับสวนก่อนไปว่าเปิดและมีผลไม้บนต้นจริง เลี่ยงวันหยุดยาวถ้าไม่อยากเจอคนแน่นและทุเรียนหมดเร็ว ถามให้ชัดว่าราคารวมค่าเข้า ค่าบุฟเฟต์ และมื้ออาหารหรือไม่ กินทุเรียนแต่พอดีเพราะให้พลังงานสูง เตรียมหมวก ร่ม และยากันยุงสำหรับเดินในสวน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ชิมทุเรียน มังคุด เงาะ สด ๆ จากสวนแบบบุฟเฟต์ไม่อั้น ในราคาต่อคนหลักร้อยต้น ๆ ถือว่าคุ้มสำหรับคนชอบผลไม้
  • ได้เดินชมสวนจริง ฟังเจ้าของเล่าวิธีปลูกและเก็บผล บางเจ้ามีรถรางพาชมรอบสวน
  • เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน เด็กมักคิดครึ่งราคา และหลายสวนรวมมื้ออาหารพื้นเมืองจันทบุรี
  • อยู่ไม่ไกลตัวเมืองจันทบุรี จับคู่กับเที่ยวในเมืองหรือทะเลได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นกิจกรรมตามฤดูกาลล้วน ๆ ไปนอกช่วงเมษายนถึงมิถุนายนอาจไม่มีผลไม้บนต้นให้ชิม บางสวนปิด
  • วันหยุดยาวและช่วงเทศกาลผลไม้คนแน่น ต้องรอคิวและผลไม้ยอดนิยมอย่างทุเรียนหมดเร็ว
  • กลิ่นทุเรียนแรงในพื้นที่ปิด คนไม่ชินอาจต้องทำใจ และเดินในสวนกลางวันอากาศร้อนชื้น

เที่ยวจันทบุรี พักที่ไหนดี?

เลือกที่พักในเมืองจันท์ใกล้ชุมชนริมน้ำ หรือรีสอร์ตติดทะเลหาดเจ้าหลาว-คุ้งวิมาน เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ทัวร์และรถเช่าในจันทบุรีเต็มไวช่วงวันหยุดยาวและหน้าผลไม้ จองล่วงหน้าสบายกว่า

ดูกิจกรรมจันทบุรีทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวจันทบุรี

🚗
รถส่วนตัวสะดวกสุด

ที่เที่ยวกระจายทั้งเมือง ชายทะเล และเขา ขนส่งสาธารณะในจังหวัดมีจำกัด เช่ารถหรือขับไปเองคล่องกว่า

🌧️
เลี่ยงหน้าฝนถ้าจะลงทะเล

ภาคตะวันออกฝนชุก พ.ค.–ต.ค. ทะเลและหาดสวยช่วง พ.ย.–ก.พ. ส่วนน้ำตกน้ำเยอะช่วงปลายฝน

🥭
หน้าผลไม้ราว เม.ย.–มิ.ย.

ทุเรียน มังคุด เงาะ ออกช่วงนี้ สวนผลไม้หลายแห่งเปิดบุฟเฟต์ ควรจองสวนและที่พักล่วงหน้า

🙏
เขาคิชฌกูฏเปิดตามฤดู

นมัสการรอยพระพุทธบาทเปิดเฉพาะราว ม.ค.–มี.ค. คนเยอะมาก เตรียมแรงและเผื่อเวลาเดินขึ้น

จัดทริปจันทบุรียังไงให้คุ้ม

ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวสายน้ำตก-ธรรมชาติ (น้ำตกพลิ้ว + อ่าวคุ้งกระเบน) แล้วนอนในเมืองเดินชุมชนริมน้ำจันทบูรตอนเย็น วันที่สองลงทะเลฝั่งหาดเจ้าหลาว-คุ้งวิมาน แวะจุดชมวิวเนินนางพญา ถ้ามาหน้าผลไม้เพิ่มสวนผลไม้อีกครึ่งวัน จะได้ครบทั้งเขา ทะเล เมืองเก่า และของกิน

พร้อมเที่ยวจันทบุรีแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักทำเลดีก่อนเลย

ดูที่พักจันทบุรี →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวจันทบุรีทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

ยอดนิยมคือเที่ยวน้ำตกพลิ้วและน้ำตกกระทิงในเขตอุทยาน เดินสะพานป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ลงทะเลหาดเจ้าหลาว-คุ้งวิมานและแวะจุดชมวิวเนินนางพญา เดินชุมชนริมน้ำจันทบูรกับอาสนวิหารริมน้ำ ช้อปตลาดพลอย ขึ้นวัดเขาสุกิม และช่วง ม.ค.–มี.ค. นมัสการเขาคิชฌกูฏ ส่วนหน้าผลไม้ (เม.ย.–มิ.ย.) มีสวนบุฟเฟต์ผลไม้

เที่ยวจันทบุรีกี่วันดี?

2 วัน 1 คืนกำลังพอดีสำหรับเที่ยวหลัก ๆ วันแรกสายน้ำตก-ธรรมชาติและเมืองเก่า วันที่สองลงทะเล ถ้ามาหน้าผลไม้หรืออยากไปเขาคิชฌกูฏเพิ่มควรเผื่อเป็น 3 วัน

ไปจันทบุรีช่วงไหนดี?

พ.ย.–ก.พ. อากาศดีที่สุด เหมาะลงทะเลและเที่ยวกลางแจ้ง หน้าฝน (พ.ค.–ต.ค.) น้ำตกน้ำเยอะแต่ทะเลมักมีคลื่น ส่วนหน้าผลไม้ราว เม.ย.–มิ.ย. เหมาะสายกิน

เขาคิชฌกูฏเปิดให้ขึ้นช่วงไหน?

งานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงเขาคิชฌกูฏเปิดเป็นช่วงตามประกาศแต่ละปี ราว ม.ค.–มี.ค. เท่านั้น ช่วงนั้นคนขึ้นเยอะมาก มีรถบริการขึ้น-ลง ควรเผื่อเวลาและเตรียมร่างกายให้พร้อม

ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวจันทบุรีได้ไหม?

ได้ แต่ที่เที่ยวกระจายและขนส่งสาธารณะในจังหวัดมีจำกัด ทางสะดวกคือเช่ารถขับเอง เหมารถ/แท็กซี่ท้องถิ่นเป็นวัน หรือจองทัวร์แบบมีรถรับส่ง อ่านรายละเอียดในคู่มือการเดินทางของเรา

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →