🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางอีสานตอนกลางและเมืองการศึกษา เดินทางสะดวกมากทั้งเที่ยวบินหลายเที่ยวต่อวัน รถไฟทางคู่ และรถทัวร์ จุดเด่นคือความหลากหลาย — แหล่งไดโนเสาร์ระดับประเทศ วัดและเจดีย์ชมวิวเมือง ทะเลสาบกลางเมือง งานคราฟต์ผ้าไหม และของกินอีสานรสจัด
กิจกรรมด้านล่างเป็นตัวที่นักท่องเที่ยวรีวิวถึงมากที่สุด เราสรุปให้ว่าแต่ละอย่างเหมาะกับใคร จุดเด่นคืออะไร และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนไป — อ้างอิงจากรีวิวจริงทั้งฝั่งที่ชอบและฝั่งที่ติงไว้ บางจุดอยู่นอกเมือง (ภูเวียง เขื่อนอุบลรัตน์) ควรมีรถ
ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง (พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง)
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นจุดตั้งต้นของเรื่องราวไดโนเสาร์ไทยตัวจริง เพราะพื้นที่ภูเวียงในอำเภอเวียงเก่าคือที่ที่พบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศไทย และเป็นแหล่งที่ตั้งชื่อไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทยหลายชนิด เช่น ไซอะโมซอรัส สุธีธรนี และภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ตัวพิพิธภัณฑ์บริหารโดยกรมทรัพยากรธรณี จัดแสดงตั้งแต่กำเนิดโลก ยุคทางธรณีวิทยา ไปจนถึงซากดึกดำบรรพ์ที่ขุดพบจริงในพื้นที่ ป้ายข้อมูลมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ อ่านเข้าใจง่าย เดินชมในอาคารปรับอากาศได้สบายแม้อากาศข้างนอกจะร้อน จึงเป็นที่เที่ยวขอนแก่นที่พาเด็ก ๆ มาเรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์ได้ทั้งครอบครัว
ไฮไลต์ที่คนรีวิวถึงบ่อยคือหุ่นไดโนเสาร์เท่าตัวจริงที่ขยับได้และมีเสียง รวมถึงสวนไดโนเสาร์ด้านนอกที่จำลองสายพันธุ์ที่ค้นพบในพื้นที่จริง ทำให้เห็นภาพว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้มีขนาดใหญ่แค่ไหน ภายในยังมีห้องฉายวีดิทัศน์ ส่วนจัดแสดงโครงกระดูก และมุมเกี่ยวกับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์งานศึกษาไดโนเสาร์ไทย พิพิธภัณฑ์เคยได้รางวัลแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหลายปี ค่าเข้าถือว่าย่อมเยามาก เดินดูจนทั่วใช้เวลาราวหนึ่งถึงสองชั่วโมง เหมาะจับคู่กับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียงและรอยเท้าไดโนเสาร์ในวันเดียวกัน
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมา คือพิพิธภัณฑ์อยู่ไกลจากตัวเมืองขอนแก่นพอสมควร ขับรถทางเดียวราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านถนนท้องถิ่น การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะสะดวกที่สุด เพราะขนส่งสาธารณะเข้าถึงลำบาก ตัวพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างกะทัดรัด คนที่คาดหวังพื้นที่ใหญ่โตอาจรู้สึกว่าเดินจบไว หุ่นแอนิเมทรอนิกส์บางตัวมีเสียงและการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้เด็กเล็กตกใจได้ ควรดูจังหวะลูกด้วย และเนื่องจากปิดวันจันทร์กับมีเวลาเปิด-ปิดชัดเจน ควรวางแผนให้ไปถึงช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ จะได้มีเวลาเดินชมทั้งในอาคารและสวนไดโนเสาร์ด้านนอกโดยไม่ต้องรีบ อากาศแถบนี้ร้อนและแดดจัด เตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบายไปด้วย
- เป็นจุดค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของไทยและแหล่งตั้งชื่อสายพันธุ์ไทยหลายชนิด มีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้
- ป้ายข้อมูลสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) จัดแสดงเป็นระบบตั้งแต่กำเนิดโลกถึงซากดึกดำบรรพ์จริง คนรีวิวชมว่าอ่านเข้าใจง่าย
- มีหุ่นไดโนเสาร์เท่าตัวจริงที่ขยับได้และสวนไดโนเสาร์ด้านนอก เด็ก ๆ ชอบ ถ่ายรูปสนุก
- ค่าเข้าถูกมากและเดินชมในอาคารปรับอากาศได้สบายแม้อากาศข้างนอกจะร้อน
- อยู่ไกลจากตัวเมืองขอนแก่นราว 85 กม. ขับรถทางเดียวราว 1.5 ชม. ขนส่งสาธารณะเข้าถึงลำบาก ควรมีรถส่วนตัว
- ตัวพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างกะทัดรัด คนที่คาดหวังพื้นที่ใหญ่อาจรู้สึกว่าเดินจบเร็ว
- หุ่นแอนิเมทรอนิกส์บางตัวมีเสียงและการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้เด็กเล็กตกใจ และพิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์
บึงแก่นนคร + สวนสาธารณะกลางเมืองขอนแก่น (ปั่นจักรยาน-เดินเล่นรอบทะเลสาบ)
บึงแก่นนครเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กลางเมืองขอนแก่น มีถนนและทางเดินเลียบน้ำวนรอบบึงยาวประมาณ 4 กิโลเมตร กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายที่คนขอนแก่นใช้กันเป็นประจำ จุดเด่นคือเส้นทางรอบบึงที่ค่อนข้างราบเรียบ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเป็นช่วง ๆ จึงเหมาะกับการปั่นจักรยาน เดินเล่น หรือวิ่งเบา ๆ โดยไม่ต้องเป็นนักกีฬา ริมบึงมีร้านให้เช่าจักรยานและจักรยานถีบน้ำรูปเป็ดสำหรับปั่นเล่นในน้ำ เด็ก ๆ มักชอบ ส่วนผู้ใหญ่ที่อยากได้บรรยากาศสบาย ๆ ก็นั่งพักตามศาลาและม้านั่งริมน้ำได้ ทั้งหมดนี้เข้าได้ฟรี จ่ายเฉพาะค่าเช่าจักรยานหรือของกินเท่านั้น
ช่วงเวลาที่คนนิยมมามากที่สุดคือตอนเช้าตรู่กับตอนเย็นหลังสี่โมง เพราะอากาศเย็นลงและแดดไม่แรง ตอนเย็นบรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ มีทั้งคนมาเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก พาสุนัขมาเดิน และมีรถเข็นขายของกินตั้งเรียงริมทางให้ซื้อหาได้สะดวก ทำเลของบึงอยู่กลางเมืองพอดี เดินหรือขับรถจากย่านที่พักในตัวเมืองมาได้ไม่นาน และอยู่ติดกับวัดหนองแวงที่มีเจดีย์พระมหาธาตุแก่นนครเก้าชั้น ซึ่งขึ้นไปชมวิวเมืองและมองลงมาเห็นบึงได้ จึงจับคู่เที่ยวสองที่ในทริปเดียวได้ง่าย ใครที่พักแถวใจกลางเมืองแล้วอยากหาที่เดินย่อยอาหารตอนเย็นหรือเริ่มเช้าด้วยการออกกำลังกาย ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ลงตัว
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่คนรีวิวพูดถึงตรง ๆ คือรอบบึงเป็นถนนที่รถวิ่งได้ด้วย บางช่วงจึงมีรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ปนกับคนเดินและคนปั่นจักรยาน ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและอย่าปั่นเพลินจนลืมดูรถ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่คนเยอะ บางจุดของสวนและทางเดินมีร่องรอยการดูแลที่ไม่สม่ำเสมอ พื้นบางส่วนไม่เรียบและมีงานก่อสร้างเป็นช่วง ๆ ตามรอบทางเดินไม่ได้มีร่มเงาตลอดทั้งเส้น ช่วงกลางวันแดดแรงจึงร้อนพอสมควร ควรเลี่ยงมาปั่นหรือเดินตอนเที่ยงวัน เตรียมน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดดไปด้วย และถ้าจะเช่าจักรยานควรลองเช็กสภาพเบรกกับยางก่อนออกตัว เพราะจักรยานเช่าริมบึงมีหลายเจ้าและสภาพต่างกันไป
- เส้นทางรอบบึงยาวราว 4 กม. ค่อนข้างราบเรียบ เหมาะทั้งปั่นจักรยาน เดิน และวิ่งเบา ๆ โดยไม่ต้องเป็นนักกีฬา
- เข้าฟรี อยู่กลางเมืองพอดี เดินทางจากที่พักในตัวเมืองขอนแก่นสะดวก จ่ายแค่ค่าเช่าจักรยานหรือของกิน
- ตอนเย็นบรรยากาศคึกคัก มีคนออกกำลังกาย จักรยานถีบน้ำรูปเป็ดให้เด็กเล่น และรถเข็นขายของกินริมทาง
- อยู่ติดวัดหนองแวง (เจดีย์พระมหาธาตุแก่นนคร) จับคู่เที่ยวสองที่ในทริปเดียวและขึ้นชมวิวบึงจากเจดีย์ได้
- เส้นทางรอบบึงเป็นถนนที่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์วิ่งได้ด้วย ต้องคอยระวังรถขณะปั่นหรือเดิน
- บางจุดของสวนและทางเดินดูแลไม่สม่ำเสมอ พื้นไม่เรียบและมีงานก่อสร้างเป็นช่วง ๆ
- ทางเดินไม่มีร่มเงาตลอดเส้น ช่วงกลางวันแดดแรงร้อนพอสมควร ควรเลี่ยงมาตอนเที่ยงวัน
วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร — เจดีย์ 9 ชั้น จุดชมวิวเมืองขอนแก่น
วัดหนองแวงเป็นพระอารามหลวงกลางเมืองขอนแก่น จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือพระมหาธาตุแก่นนคร เจดีย์ 9 ชั้นสูงราว 80 เมตร สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปีเมืองขอนแก่น ตัวเจดีย์เป็นทรงอีสานประยุกต์สีขาวมองเห็นได้แต่ไกล ตั้งอยู่ริมบึงแก่นนครซึ่งเป็นสวนสาธารณะกลางเมือง เดินทางสะดวกเพราะอยู่ในตัวเมือง ห่างสถานีรถไฟและย่านตลาดเพียงไม่กี่นาที เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา จึงเป็นหมุดหมายที่คนแวะได้ง่ายทั้งช่วงเช้าและเย็น ภายในแต่ละชั้นจัดแสดงพระพุทธรูป คัมภีร์ใบลาน ข้าวของเครื่องใช้เก่า และเรื่องราวประวัติเมืองขอนแก่น เดินขึ้นทีละชั้นแล้วค่อย ๆ ดูของจัดแสดงไปเรื่อย ๆ ได้เหมือนเดินพิพิธภัณฑ์ในตัว
ไฮไลต์ที่คนรีวิวชอบมากคือการเดินขึ้นบันไดจนถึงชั้นบนสุด แล้วออกไประเบียงรอบเจดีย์เพื่อชมวิวเมืองขอนแก่นแบบเกือบรอบทิศ มองเห็นบึงแก่นนครทอดยาว หลังคาวัดวาอาราม และเส้นขอบฟ้าของเมืองได้ในคราวเดียว ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่แสงสวยและอากาศไม่ร้อนจัด เหมาะกับการถ่ายรูปและนั่งพักรับลมริมบึง อีกจุดที่หลายคนประทับใจคือจิตรกรรมฝาผนังภายในที่เล่าเรื่องวิถีอีสาน ฮีตสิบสองคองสิบสี่ และตำนานท้องถิ่นด้วยลายเส้นและสีสันแบบพื้นบ้าน ใครสนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีสานจะได้อะไรกลับไปเยอะ เพราะที่นี่ทำหน้าที่เป็นทั้งวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจและแหล่งเรียนรู้ของเมืองไปพร้อมกัน
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือการขึ้นชมวิวต้องเดินบันไดวนขึ้นทั้ง 9 ชั้น ไม่มีลิฟต์ ผู้สูงอายุหรือคนที่เดินขึ้นบันไดไม่ไหวอาจต้องพิจารณา แต่ระหว่างทางมีของจัดแสดงให้แวะพักดูเป็นช่วง ๆ จึงไม่ได้เหนื่อยรวดเดียว เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า และถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด ช่วงวันหยุดยาวหรือวันสำคัญทางศาสนาคนค่อนข้างเยอะ ทั้งบันไดและระเบียงชั้นบนอาจแน่นและถ่ายรูปยากขึ้น หน้าร้อนกลางวันแดดจัดและระเบียงชั้นบนค่อนข้างร้อน แนะนำให้เลี่ยงมาช่วงเช้าหรือเย็น พกน้ำและหมวกไปด้วย และเผื่อเวลาเดินเล่นรอบบึงแก่นนครต่อได้อีก เพราะอยู่ติดกันพอดี
- ขึ้นชั้น 9 แล้วเห็นวิวเมืองขอนแก่นและบึงแก่นนครแบบเกือบรอบทิศ เป็นจุดชมวิวกลางเมืองที่หาได้ยาก
- เข้าชมฟรี อยู่ในตัวเมือง เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟ ตลาด และบึงแก่นนคร แวะได้ง่าย
- แต่ละชั้นจัดแสดงพระพุทธรูป คัมภีร์ใบลาน ของเก่า และประวัติเมือง เดินชมได้เหมือนพิพิธภัณฑ์ในตัว
- สถาปัตยกรรมเจดีย์อีสานประยุกต์และจิตรกรรมฝาผนังเล่าวิถีอีสานสวยงาม ถ่ายรูปได้หลายมุม
- ไม่มีลิฟต์ ต้องเดินบันไดวนขึ้นทั้ง 9 ชั้น ผู้สูงอายุหรือคนเดินบันไดไม่ไหวอาจลำบาก
- ช่วงวันหยุดยาวและวันสำคัญทางศาสนาคนเยอะ บันไดและระเบียงชั้นบนแน่น ถ่ายรูปยากขึ้น
- หน้าร้อนกลางวันแดดจัดและระเบียงชั้นบนค่อนข้างร้อน ต้องเลี่ยงมาช่วงเช้าหรือเย็น
วัดไชยศรี บ้านสาวะถี — ชมสิมอีสานโบราณและฮูปแต้มสินไซ
วัดไชยศรีอยู่ที่บ้านสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น ห่างจากตัวเมืองราว 20 กิโลเมตร จุดที่คนตั้งใจมาดูคือ “สิม” หรืออุโบสถอีสานหลังเก่าอายุร่วมร้อยห้าสิบปี สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนหลังเล็ก หลังคาซ้อนชั้นเตี้ย มีเสารับชายคาโดยรอบตามแบบสิมอีสานโบราณ ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร สิ่งที่ทำให้วัดนี้ต่างจากวัดทั่วไปคือ “ฮูปแต้ม” หรือจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนไว้ทั้งด้านนอกและด้านในของสิม ช่างพื้นบ้านเขียนด้วยสีฝุ่นโทนคราม เหลือง และขาว เล่าเรื่องสังข์สินไซ (สินไซ) วรรณกรรมพื้นบ้านของอีสานและลาว สลับกับเรื่องพระเวสสันดรชาดก พุทธประวัติ และภาพนรกภูมิ ภาพเหล่านี้เป็นทั้งงานศิลป์และสื่อสอนธรรมที่คนสมัยก่อนใช้เล่าเรื่องให้ชาวบ้านฟัง
เสน่ห์ของฮูปแต้มที่นี่อยู่ที่ลายเส้นแบบชาวบ้านที่ดูสนุกและมีชีวิต ตัวละครแต่งกายแบบท้องถิ่น มีทั้งฉากรบกับยักษ์กุมภัณฑ์ ฉากสินไซถูกพี่น้องทั้งหกผลักตกน้ำตก และฉากชีวิตประจำวันที่แทรกอารมณ์ขันเข้าไป บางภาพมีมุมแฝงคติธรรมและภาพเชิงสัญลักษณ์ที่ชวนตีความ คนที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์หรืออยากเข้าใจวัฒนธรรมอีสานจะได้อะไรกลับไปเยอะ การเข้าชมไม่มีค่าเข้า เป็นวัดที่ยังใช้งานจริง ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าสิม และสำรวมเสียงเพราะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในสิมค่อนข้างมืดและพื้นที่แคบ การไปช่วงกลางวันที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามาจะช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของภาพได้ชัดขึ้น
การเดินทางมาที่นี่สะดวกที่สุดคือขับรถหรือเช่ารถจากตัวเมืองขอนแก่น ใช้เวลาราว 30-40 นาที ไม่มีรถสาธารณะตรงถึงหน้าวัด บางคนเลือกเหมารถหรือใช้บริการนำเที่ยวที่จัดรวมกับจุดอื่นในเส้นทางวัฒนธรรมรอบขอนแก่น สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือ วัดไชยศรีเป็นวัดชุมชนขนาดเล็ก ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ป้ายอธิบายภาพมีไม่มาก ถ้าไม่มีไกด์หรือไม่ได้อ่านข้อมูลมาก่อน อาจดูภาพไม่เข้าใจเรื่องราวเท่าไร บางช่วงสิมอาจปิดหรือมีงานบุญของชุมชน ควรเผื่อเวลาและสอบถามล่วงหน้า ช่วงที่เหมาะไปคือฤดูหนาว (พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์) อากาศไม่ร้อนจัด เดินชมได้สบายกว่าหน้าร้อน และควรจับคู่กับสถานที่ใกล้เคียงในเส้นทางเดียวกันเพื่อให้คุ้มกับการเดินทางออกนอกเมือง
- สิมอีสานโบราณอายุร่วมร้อยห้าสิบปีที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ยังคงสภาพและบรรยากาศดั้งเดิมให้เห็น
- ฮูปแต้มเล่าเรื่องสังข์สินไซและพระเวสสันดรชาดกด้วยลายเส้นชาวบ้านที่มีชีวิตชีวา ทั้งด้านนอกและด้านในสิม
- เข้าชมฟรี เป็นวัดชุมชนที่ยังใช้งานจริง ได้สัมผัสวิถีและงานช่างพื้นถิ่นแบบไม่ปรุงแต่ง
- เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ศิลป์และถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม จับคู่กับจุดอื่นรอบเมืองในทริปเดียวได้
- อยู่นอกเมืองราว 20 กม. ไม่มีรถสาธารณะตรงถึงหน้าวัด ต้องขับรถหรือเหมารถเอง
- ป้ายอธิบายภาพมีน้อย ถ้าไม่มีไกด์หรือไม่อ่านข้อมูลมาก่อนอาจดูภาพไม่เข้าใจเรื่องราว
- ภายในสิมมืดและพื้นที่แคบ บางช่วงอาจปิดหรือมีงานบุญของชุมชน ควรสอบถามเวลาก่อนไป
หมู่บ้านผ้าไหมชนบท — เดินเลือกผ้าไหมมัดหมี่ + ลองทอผ้าที่อำเภอชนบท (Chonnabot Silk Village)
อำเภอชนบทอยู่ทางใต้ของตัวเมืองขอนแก่นราว 55 กิโลเมตร เป็นแหล่งผ้าไหมมัดหมี่ที่คนอีสานรู้จักกันมานาน เสน่ห์ของที่นี่คือได้เดินเข้าไปในชุมชนที่ทอผ้าไหมกันจริงตามบ้าน ไม่ใช่แค่ร้านขายของ หลายบ้านยังนั่งทอผ้าอยู่หน้าเรือน มีศูนย์รวมผ้าไหมและพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่เป็นจุดตั้งต้นให้ทำความเข้าใจกระบวนการก่อนออกเดินเลือกซื้อ ตั้งแต่การเลี้ยงไหม สาวไหม มัดลาย ย้อมสี ไปจนถึงทอบนกี่ทอมือ คนที่ชอบงานฝีมือจะเพลินกับการดูลายมัดหมี่ที่ต้องมัดเส้นไหมเป็นลายก่อนย้อมทีละสี ซึ่งเป็นงานที่ใช้เวลาและความอดทนสูง ผ้าแต่ละผืนจึงมีลายไม่ซ้ำกันเป๊ะ ๆ
สิ่งที่ทำให้การมาชนบทต่างจากการซื้อผ้าไหมในห้างคือได้คุยกับคนทอโดยตรง ถามที่มาของลาย เลือกเนื้อผ้าและสีได้ตามใจ และมักได้ราคาที่ยุติธรรมกว่าเพราะซื้อจากมือคนทำ บางกลุ่มบ้านเปิดให้ลองนั่งทอหรือลองมัดหมี่เองในเวิร์กช็อปสั้น ๆ ได้ลองสัมผัสว่ากว่าจะได้ผ้าหนึ่งผืนต้องผ่านอะไรบ้าง เด็ก ๆ และคนที่ไม่เคยเห็นการทอผ้ามาก่อนมักตื่นเต้นกับเสียงกี่และการสอดกระสวย ผ้าไหมมัดหมี่ผืนเล็กเริ่มต้นหลักร้อยปลายถึงหลักพัน ส่วนผ้าลายพิเศษที่ทอนานเป็นเดือนก็มีราคาหลักหมื่นขึ้นไป ควรเผื่อเวลาเดินหลายร้านเพื่อเทียบลายและราคาก่อนตัดสินใจ
ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือชนบทเป็นชุมชนกระจายตัว ไม่ใช่จุดเดียวจบ การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะสะดวกที่สุดเพราะขนส่งสาธารณะเข้าถึงยากและร้านอยู่ห่างกัน หลายบ้านเป็นร้านเล็กที่เปิดตามเวลาชาวบ้าน ช่วงวันธรรมดาบางบ้านอาจปิดหรือคนไม่อยู่ ควรไปช่วงกลางวันและเผื่อว่าบางจุดอาจไม่ได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบเต็มรูปแบบ การสาธิตการทอไม่ได้มีตลอดเวลาและขึ้นกับว่าช่างว่างหรือไม่ ถ้าอยากดูขั้นตอนเต็มหรือลงเวิร์กช็อปควรติดต่อกลุ่มทอผ้าล่วงหน้า ผ้าไหมแท้ราคาสูงกว่าผ้าใยสังเคราะห์มาก ถ้าไม่ชำนาญให้ซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้และขอดูใบรับรองหรือตรานกยูงพระราชทานเพื่อกันซื้อผ้าปนเส้นใยสังเคราะห์ในราคาผ้าไหมแท้
- ได้เห็นขั้นตอนผ้าไหมมัดหมี่ของจริงตั้งแต่มัดลาย ย้อมสี ถึงทอบนกี่ทอมือ ไม่ใช่แค่ร้านขายของ
- เลือกซื้อผ้าจากมือคนทอโดยตรง คุยที่มาของลายได้ และมักได้ราคายุติธรรมกว่าซื้อในห้าง
- บางกลุ่มบ้านเปิดให้ลองนั่งทอหรือลองมัดหมี่เอง เหมาะกับครอบครัวและคนชอบงานคราฟต์
- ลายมัดหมี่แต่ละผืนไม่ซ้ำกัน ได้ของติดไม้ติดมือที่มีเรื่องราว มีทั้งผืนเล็กหลักร้อยถึงผ้าลายพิเศษ
- ชุมชนกระจายตัว ขนส่งสาธารณะเข้าถึงยาก ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- หลายบ้านเป็นร้านเล็กเปิดตามเวลาชาวบ้าน บางวันอาจปิดหรือไม่มีการสาธิตการทอ
- ผ้าไหมแท้ราคาสูง ต้องระวังผ้าปนใยสังเคราะห์ที่ขายในราคาผ้าไหมแท้ ควรขอดูตรารับรอง
เขื่อนอุบลรัตน์ (จุดชมวิว-พระอาทิตย์ตกริมอ่างเก็บน้ำ) จ.ขอนแก่น
เขื่อนอุบลรัตน์เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกของภาคอีสาน ตั้งอยู่ที่อำเภออุบลรัตน์ ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นราวห้าสิบกิโลเมตร ขับรถไปสบาย ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมง จุดที่ทำให้คนแวะเวียนกันมาไม่ใช่ตัวเขื่อนอย่างเดียว แต่เป็นอ่างเก็บน้ำผืนใหญ่ที่ทอดยาวสุดสายตา มีแนวภูเขาของอุทยานแห่งชาติน้ำพองเป็นฉากหลัง พอถึงช่วงบ่ายแก่จนถึงเย็น แสงอาทิตย์จะค่อย ๆ ลดองศาลงมาทาบผืนน้ำจนเป็นสีส้มทอง หลายคนขับรถขึ้นมานั่งเล่นบนสันเขื่อนหรือหามุมริมน้ำเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตก ถ่ายรูป และรับลมเย็น ๆ ที่พัดมาจากอ่าง เป็นกิจกรรมฟรีที่ทำได้ง่ายในวันเดียวกับการเที่ยวรอบขอนแก่น
บรรยากาศรอบเขื่อนค่อนข้างกว้างและมีหลายมุมให้เดินสำรวจ ทั้งสันเขื่อนที่มองเห็นวิวสองฝั่ง ลานริมน้ำที่ชาวบ้านมานั่งพักผ่อน และร้านอาหารแพลอยน้ำที่ให้ได้นั่งกินปลาสด ๆ พร้อมชมวิวอ่างเก็บน้ำไปด้วย ใครอยากออกไปกลางน้ำก็มีบริการเรือและแพให้เช่าล่องชมทิวทัศน์ ส่วนคนที่ชอบธรรมชาติเต็มรูปแบบ ฝั่งอุทยานแห่งชาติน้ำพองมีจุดกางเต็นท์ เส้นทางเดินป่า และจุดชมวิวบนเนินที่มองลงมาเห็นผืนน้ำกับเกาะแก่งกลางอ่างได้กว้างขึ้นอีก การมาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาวจะได้เห็นน้ำในอ่างเต็มและอากาศเย็นสบาย ต่างจากหน้าแล้งที่ระดับน้ำลดลงจนเห็นตอไม้และสันดินโผล่ ซึ่งบางคนก็ชอบเพราะได้ภาพแปลกตาไปอีกแบบ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงสะดวก ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจากตัวเมืองขอนแก่น เพราะระยะทางค่อนข้างไกลและจุดเที่ยวรอบอ่างกระจายห่างกัน ข้อสองคือช่วงกลางวันแดดแรงและร่มเงาน้อยเพราะเป็นพื้นที่โล่งริมน้ำ การไปช่วงบ่ายแก่เพื่อรอแสงเย็นจึงสบายตัวกว่าและได้แสงถ่ายรูปสวยกว่า ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ข้อสามคือระดับน้ำในอ่างขึ้นลงตามฤดูกาลและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อน บางช่วงหน้าแล้งน้ำลดลงมากจนวิวไม่เต็มอิ่มเท่าหน้าน้ำ ถ้าตั้งใจมาเก็บภาพผืนน้ำกว้างควรเลี่ยงช่วงแล้งจัด ข้อสุดท้ายคือถ้าเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำพองจะมีค่าธรรมเนียมแยกต่างหากและแยกอัตราไทยกับต่างชาติ ควรเตรียมเงินสดไว้จ่ายหน้าด่าน และเช็กเวลาปิดของโซนอุทยานฯ ก่อนขึ้นไปชมวิวตอนเย็น เพื่อไม่ให้ลงเขาช่วงมืดสนิท
- จุดชมพระอาทิตย์ตกริมอ่างเก็บน้ำผืนกว้างที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง แสงเย็นทาบผืนน้ำสวยและได้ลมเย็นสบาย
- เข้าชมสันเขื่อนได้ฟรี อยู่ห่างตัวเมืองขอนแก่นแค่ราว 50 กม. ขับรถเที่ยวได้ในครึ่งวัน
- มีกิจกรรมให้เลือกหลายแบบ ทั้งเดินสันเขื่อน นั่งร้านแพลอยน้ำกินปลาสด เช่าเรือ-แพล่องชมวิว และกางเต็นท์ในเขตอุทยานฯ
- มีหลายมุมถ่ายรูป ทั้งผืนน้ำ เกาะแก่งกลางอ่าง และจุดชมวิวบนเนินฝั่งอุทยานแห่งชาติน้ำพอง
- ไม่มีขนส่งสาธารณะเข้าถึงสะดวก ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะระยะทางไกลและจุดเที่ยวรอบอ่างกระจายห่างกัน
- พื้นที่โล่งริมน้ำ ร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดแรง ควรเลี่ยงมากลางวันและเตรียมกันแดดไปด้วย
- ระดับน้ำขึ้นลงตามฤดูกาล หน้าแล้งจัดน้ำลดลงมากจนวิวไม่เต็มอิ่ม และถ้าเข้าเขตอุทยานฯ มีค่าธรรมเนียมแยกอัตราไทย-ต่างชาติ
อุทยานแห่งชาติภูเวียง — เดินป่าตามรอยเท้าไดโนเสาร์และแหล่งขุดฟอสซิล (Phu Wiang National Park)
อุทยานแห่งชาติภูเวียงคือจุดกำเนิดของการค้นพบไดโนเสาร์ครั้งแรกในไทย เมื่อมีการเจอกระดูกต้นขาสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ในหุบเขาภูเวียงช่วงปี 2519 ก่อนจะขุดพบฟอสซิลและรอยเท้าไดโนเสาร์อีกหลายจุดตามมา ตัวหุบเขาเป็นวงแหวนภูเขาล้อมรอบแอ่งกลาง เดินเข้าไปในเขตอุทยานจะเจอเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่พาไปยังหลุมขุดฟอสซิลหลายแห่ง แต่ละหลุมมีหลังคาคลุมและป้ายอธิบายว่ากระดูกหรือรอยเท้าที่เห็นเป็นของไดโนเสาร์สายพันธุ์ไหน อายุเท่าไร จุดที่คนพูดถึงมากคือรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็กที่ยังเห็นเป็นรอยกดบนหินชัดเจน และหลุมกระดูกที่จัดแสดงไว้ในสภาพเดิมที่ขุดเจอ ทำให้ได้เห็นของจริงในบริบทที่มันถูกฝังอยู่ ไม่ใช่แค่ตัวอย่างในตู้กระจก
การเที่ยวที่นี่เหมาะกับคนที่อยากผสมเดินป่ากับการเรียนรู้ ทางเดินระหว่างหลุมขุดบางช่วงเป็นทางลูกรังและทางชันขึ้นเนิน รถเข้าไม่ถึงทุกจุด จึงต้องเดินเองเป็นระยะ ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า เตรียมหมวก น้ำดื่ม และของว่างไปด้วยเพราะร้านค้าในเขตอุทยานมีจำกัด ก่อนเข้าเส้นทางแวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอแผนที่และสอบถามว่าหลุมไหนเปิดให้เข้าชมบ้าง เพราะบางจุดปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ ใครมาแบบเที่ยวครบวันมักจับคู่กับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งมีโครงกระดูกจำลองและนิทรรศการอธิบายไทม์ไลน์ยุคครีเทเชียสให้ปูพื้นก่อนหรือหลังเดินหลุมจริง ทำให้เข้าใจภาพรวมของสิ่งที่เห็นมากขึ้น
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่คนไปมาจริงบอกไว้ คือการเดินทางค่อนข้างไกลจากตัวเมืองขอนแก่นและรถสาธารณะเข้าถึงยาก การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะสะดวกกว่ามาก เส้นทางเดินป่าบางช่วงชันและร้อนในหน้าแล้ง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กอาจเหนื่อยได้ จึงควรเริ่มเดินแต่เช้าเลี่ยงแดดกลางวันและวางแผนพักเป็นระยะ ช่วงหน้าฝนทางเดินลื่นและบางจุดอาจปิด ควรเช็กสภาพอากาศและโทรถามอุทยานก่อนออกเดินทาง ป้ายและข้อมูลบางจุดเป็นภาษาไทยเป็นหลัก ผู้เยี่ยมชมต่างชาติอาจต้องอาศัยไกด์หรือแอปแปลภาษาช่วย โดยรวมเป็นแหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยาที่ได้เห็นของจริงในธรรมชาติ เหมาะกับคนที่สนใจไดโนเสาร์และไม่รังเกียจการเดินระยะสั้นกลางป่า
- ได้เห็นรอยเท้าและกระดูกฟอสซิลไดโนเสาร์ของจริงในหลุมขุด พร้อมป้ายอธิบายแต่ละจุด ไม่ใช่แค่ตัวอย่างในตู้
- เป็นจุดกำเนิดการค้นพบไดโนเสาร์ครั้งแรกในไทย มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และธรณีวิทยาสูง คนรีวิวชมว่าให้ความรู้ดี
- อุทยานได้รับคำชมว่าดูแลรักษาสภาพดี เส้นทางเดินไม่ยาวเกินไปแต่มีวิวหุบเขาสวยระหว่างทาง
- จับคู่เที่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงที่อยู่ไม่ไกลได้ในวันเดียว ทำให้เข้าใจภาพรวมมากขึ้น
- อยู่ไกลจากตัวเมืองขอนแก่นและรถสาธารณะเข้าถึงยาก แทบจำเป็นต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- เส้นทางเดินบางช่วงชันและร้อนในหน้าแล้ง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กอาจเดินลำบาก
- ป้ายและข้อมูลบางจุดเป็นภาษาไทยเป็นหลัก ผู้เยี่ยมชมต่างชาติอาจต้องพึ่งไกด์หรือแอปแปลภาษา
พระธาตุขามแก่น (วัดเจติยภูมิ) — เจดีย์โบราณคู่เมืองขอนแก่น อ.น้ำพอง
พระธาตุขามแก่นตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ อ.น้ำพอง ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นไปทางเหนือราว 25 กิโลเมตร เป็นเจดีย์เก่าแก่ที่ถือกันว่าเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ถูกกล่าวถึงในคำขวัญประจำจังหวัด ตำนานเล่าว่าองค์พระธาตุสร้างครอบต้นมะขามใหญ่ที่แห้งตายแล้วกลับผลิใบขึ้นใหม่ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ขามแก่น" องค์เจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำสีขาวยอดทอง ตั้งเด่นอยู่กลางลานกว้าง ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วและพระพุทธรูปประจำวันให้คนได้กราบไหว้ ด้านหลังเป็นบริเวณวัดที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา เดินเล่นได้สบายในตอนเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรง
คนที่มาส่วนใหญ่เป็นสายบุญที่แวะมาไหว้พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งคนขอนแก่นเองและคนต่างจังหวัดที่ผ่านทางไปอุดรธานีหรือหนองคาย ภายในลานวัดสงบและสะอาด มีจุดจุดธูปเทียนและถวายดอกไม้ให้เวียนเทียนรอบองค์พระธาตุตามธรรมเนียม ถ้ามาช่วงงานเทศกาลบุญเดือนหกหรืองานนมัสการพระธาตุประจำปีจะคึกคักเป็นพิเศษ มีตลาดและกิจกรรมทางศาสนา ส่วนวันธรรมดาจะเงียบ เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศสงบ นั่งพักใจ หรือถ่ายรูปองค์เจดีย์แบบไม่ต้องแย่งมุมกับใคร การเข้าชมไม่เสียค่าเข้า เพียงทำบุญตามศรัทธาที่ตู้บริจาคหรือซื้อดอกไม้ธูปเทียนจากร้านหน้าวัด
ข้อที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่อยู่นอกเมืองพอสมควร ไม่มีรถประจำทางเข้าถึงสะดวกนัก การเดินทางจึงเหมาะกับคนที่มีรถส่วนตัว เช่ารถ หรือเหมาแท็กซี่/รถรับจ้างไป-กลับ ตัววัดเป็นสถานที่ทางศาสนา จึงควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นมาก ถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตที่กำหนด และสำรวมเสียงในบริเวณที่คนกำลังสวดมนต์ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงเพราะลานเปิดโล่ง ควรพกหมวกกับน้ำดื่มและเลี่ยงมาช่วงเที่ยง สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้าและห้องน้ำมีให้ แต่ไม่ได้หรูหรา วางแผนแวะเป็นจุดสั้น ๆ ราวชั่วโมงเดียวแล้วไปต่อจุดอื่นในเส้นทางเดียวกันได้ลงตัวกว่าตั้งใจมาเที่ยวเต็มวัน
- พระธาตุคู่เมืองขอนแก่นที่กล่าวถึงในคำขวัญจังหวัด มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ เหมาะสายบุญ
- บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ลานกว้างสะอาด รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องความสงบและเหมาะนั่งพักใจ
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา ไม่มีค่าใช้จ่ายบังคับ
- ใช้เวลาไม่นาน แวะเป็นจุดสั้น ๆ ระหว่างทางไปอุดรธานี/หนองคายได้พอดี
- อยู่นอกตัวเมืองราว 25 กม. ไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงสะดวก ต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ
- ตัววัดค่อนข้างเล็ก ใช้เวลาราวชั่วโมงเดียว อาจไม่คุ้มถ้าตั้งใจมาที่เดียวโดยไม่แวะจุดอื่น
- ลานเปิดโล่ง ช่วงกลางวันแดดแรงร้อน สิ่งอำนวยความสะดวกมีพอใช้แต่ไม่หรูหรา
เดินเมืองขอนแก่นสายวัฒนธรรม-ของกิน: ถนนคนเดินต้นตาล (เสาร์) + พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น + ชิมอาหารอีสาน
ทริปนี้เป็นการเดินเที่ยวเมืองขอนแก่นแบบจัดเองในหนึ่งวัน โดยจับคู่สองจุดที่เข้ากันได้ดี คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นในช่วงกลางวัน แล้วต่อด้วยถนนคนเดินต้นตาลในเย็นวันเสาร์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บโบราณวัตถุของอีสานตอนบน ไฮไลต์ที่คนพูดถึงบ่อยคือใบเสมาหินสมัยทวารวดีที่สลักภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติและชาดก รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและข้าวของยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตัวอาคารไม่ใหญ่มาก เดินชมสบาย ๆ ราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะเป็นการปูพื้นให้เข้าใจรากของภูมิภาคก่อนออกไปเจอชีวิตจริงบนถนน จากนั้นพอตกเย็นก็ย้ายไปย่านถนนต้นตาลที่กลายเป็นถนนคนเดินเฉพาะคืนวันเสาร์ มีร้านรวงตั้งเรียงยาวสองฝั่งให้เดินชิลไปเรื่อย ๆ
เสน่ห์ของถนนคนเดินต้นตาลอยู่ที่ของกินอีสานแท้ ๆ ที่หาชิมได้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว หมูปิ้ง ไส้กรอกอีสาน แจ่วฮ้อน ไปจนถึงขนมพื้นบ้านและกาแฟสดเจ้าเล็ก ๆ ราคาเป็นมิตร สั่งทีละไม้ทีละถุงแล้วเดินกินไปเรื่อยได้ นอกจากอาหารก็ยังมีโซนงานคราฟต์ เสื้อผ้าพื้นเมือง ผ้าไหมมัดหมี่ ของแฮนด์เมด และมุมดนตรีสดที่ศิลปินท้องถิ่นมาเล่นให้ฟัง บรรยากาศออกแนวเป็นกันเองแบบเมืองอีสาน ไม่ได้จัดใหญ่เหมือนถนนคนเดินเมืองท่องเที่ยว แต่ได้กลิ่นอายชีวิตคนขอนแก่นจริง ใครพักอยู่กลางเมืองเดินหรือนั่งวินมาได้ในไม่กี่นาที ส่วนพิพิธภัณฑ์อยู่ย่านถนนหลังเมือง ห่างกันแค่ช่วงรถสั้น ๆ จึงจัดสองจุดนี้ไว้ในวันเดียวกันได้ลงตัว
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือถนนคนเดินต้นตาลเปิดเฉพาะคืนวันเสาร์ ถ้ามาขอนแก่นวันธรรมดาจะไม่เจอ ควรวางแผนวันให้ตรง ข้อสองคือช่วงหัวค่ำคนค่อนข้างแน่นและร้อน เพราะเป็นถนนกลางเมือง ควรมาตอนแดดร่มลมตกจะเดินสบายกว่า ข้อสามคือพิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์บางช่วง อีกทั้งมีเวลาเปิด-ปิดชัดเจนราวเก้าโมงถึงสี่โมงเย็น จึงต้องเผื่อเวลาไปช่วงกลางวันก่อนไปถนนคนเดิน ข้อสี่คือร้านริมทางส่วนใหญ่รับเงินสดและมีแบบพร้อมเพย์บ้าง ควรพกเงินสดย่อยไว้ให้พอ และของกินบางเจ้าขายดีจนหมดเร็ว ถ้าอยากได้เจ้าดังควรมาแต่หัวค่ำ สุดท้ายคือค่าเข้าพิพิธภัณฑ์แยกราคาคนไทยกับต่างชาติชัดเจน เตรียมบัตรและเงินสดไว้จ่ายหน้างาน
- จับคู่สองประสบการณ์ในวันเดียว ได้ทั้งของโบราณสมัยทวารวดีและบ้านเชียงในพิพิธภัณฑ์ กับชีวิตริมถนนตอนเย็น เหมาะกับสายกินและสายวัฒนธรรม
- ของกินอีสานแท้หาชิมได้ครบในที่เดียว ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว หมูปิ้ง ไส้กรอกอีสาน ราคาเริ่มต้นหลักสิบ สั่งทีละไม้เดินกินได้
- อยู่กลางเมือง คนพักย่านตัวเมืองเดินหรือนั่งวินมาได้ในไม่กี่นาที ไม่ต้องเช่ารถหรือออกนอกเมือง
- มีโซนงานคราฟต์ ผ้าไหมมัดหมี่ ของแฮนด์เมด และดนตรีสดจากศิลปินท้องถิ่น ได้กลิ่นอายชีวิตคนขอนแก่นจริง ไม่ใช่ตลาดจัดฉาก
- ถนนคนเดินต้นตาลเปิดเฉพาะคืนวันเสาร์ ถ้ามาวันธรรมดาจะไม่เจอ ต้องวางแผนวันให้ตรง
- พิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์-อังคารและมีเวลาเปิด-ปิดชัดเจน อีกทั้งค่าเข้าต่างชาติแพงกว่าคนไทยหลายเท่า
- ช่วงหัวค่ำคนค่อนข้างแน่นและร้อนเพราะเป็นถนนกลางเมือง ร้านดังบางเจ้าขายหมดเร็ว
เที่ยวขอนแก่น พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักกลางเมือง/ใกล้บึงแก่นนคร เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ทัวร์เมืองและรถรับส่งช่วยประหยัดเวลาเพราะจุดเที่ยวกระจาย
💡 รู้ก่อนเที่ยวขอนแก่น
ภูเวียงเป็นแหล่งค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทยแห่งแรก มีทั้งพิพิธภัณฑ์และรอยเท้าจริงในอุทยาน อยู่นอกเมือง ~80 กม.
ในเมือง Grab/แท็กซี่ใช้ได้ (เมืองใหญ่) แต่ภูเวียง เขื่อนอุบลรัตน์ ชนบทอยู่ไกล ควรเช่ารถ
วัดหนองแวงมีพระมหาธาตุแก่นนคร 9 ชั้น ขึ้นไปชมวิวเมืองและบึงแก่นนครได้ แต่งกายสุภาพ
ขอนแก่นเป็นเมืองของกิน เผื่อท้องไว้ชิมส้มตำ ไก่ย่าง และร้านคาเฟ่ในเมือง
เลือกกิจกรรมยังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวในเมือง — วัดหนองแวงเจดีย์ 9 ชั้น บึงแก่นนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แล้วเย็นเดินถนนคนเดินกินของอร่อย วันที่สองออกนอกเมืองสายไดโนเสาร์ที่ภูเวียง หรือสายวัฒนธรรมไปวัดไชยศรีดูจิตรกรรมสินไซ + ผ้าไหมชนบท ปิดท้ายพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนอุบลรัตน์ จะได้ครบทั้งเรียนรู้ วัฒนธรรม และธรรมชาติ
พร้อมเที่ยวขอนแก่นแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักกลางเมืองก่อนเลย
ดูที่พักขอนแก่น →