🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
มุกดาหารอยู่ภาคอีสานริมแม่น้ำโขงตรงข้ามแขวงสะหวันนะเขตของลาว เป็นเมืองการค้าชายแดนที่มีวิวริมโขงสวย ไฮไลต์คือหอแก้วมุกดาหารหอชมเมืองริมโขง อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบที่มีกลุ่มหินทรายรูปทรงแปลกตาถูกกัดเซาะ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์กับองค์พญานาคและพระใหญ่ริมโขง ตลาดอินโดจีนที่ขายของเวียดนาม-ลาว-จีน และสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ริมโขงและวัดชมวิวสวยช่วงเช้า-เย็น อากาศดีหน้าหนาว ภูผาเทิบมีดอกไม้ป่าบานหน้าฝน จุดเที่ยวธรรมชาติกระจายนอกเมือง ควรมีรถ
หอแก้วมุกดาหาร (หอชมเมืองริมโขง) — ขึ้นชมวิวเมืองมุกดาหารและแม่น้ำโขงฝั่งลาว
หอแก้วมุกดาหารเป็นหอชมเมืองทรงสูงที่กลายเป็นแลนด์มาร์กประจำจังหวัดมุกดาหาร ตัวหอสูงราว 65 เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2539 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี จุดขายหลักคือชั้นบนสุดที่เป็นจุดชมวิวแบบเปิดโล่งรอบทิศ มองเห็นตัวเมืองมุกดาหาร แนวแม่น้ำโขง และฝั่งลาว (แขวงสะหวันนะเขต) ได้ในมุมกว้าง วันที่ฟ้าใสจะเห็นสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 และทิวเมืองสองฝั่งโขงชัดเจน เหมาะกับคนที่แวะเมืองมุกดาหารแล้วอยากได้ภาพรวมของเมืองในเวลาไม่นาน ขึ้นลิฟต์ไปด้านบนสะดวก ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้น
นอกจากจุดชมวิวด้านบน ชั้นล่าง ๆ ของหอยังจัดเป็นนิทรรศการเล่าเรื่องเมืองมุกดาหาร ทั้งประวัติท้องถิ่นและวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์หลายเผ่าที่อยู่ในจังหวัด มีข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย และป้ายคำอธิบายที่หลายจุดมีภาษาอังกฤษกำกับ ทำให้เดินดูเพลินก่อนขึ้นไปชมวิว รอบหอเป็นสวนที่ดูแลค่อนข้างเรียบร้อย มีที่จอดรถกว้าง เข้าออกสะดวกเพราะอยู่ในตัวเมือง ค่าเข้าถือว่าไม่แพง คนไทยจ่ายราว 50 บาท ส่วนต่างชาติราว 80 บาท เปิดให้ขึ้นตั้งแต่เช้าถึงเย็นราว 08.00-18.00 น. ช่วงบ่ายแก่ ๆ ใกล้พระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่หลายคนชอบเพราะแสงสวยและอากาศไม่ร้อนจัด
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่คนรีวิวพูดถึงตรง ๆ คือรอบนอกบางมุมยังดูรกและมีอาคารเก่าที่ไม่ได้ใช้งานปะปนอยู่ ทำให้บรรยากาศโดยรอบไม่เนี้ยบเท่าตัวหอและสวน อีกอย่างคือกิจกรรมที่นี่ค่อนข้างจำกัด เหมาะเป็นจุดแวะสั้น ๆ มากกว่าใช้เวลาทั้งวัน ป้ายแปลภาษาอังกฤษบางจุดสำนวนแปลก ๆ อยู่บ้าง ระบบราคาต่างชาติกับคนไทยคิดคนละอัตราซึ่งเป็นเรื่องปกติของสถานที่ราชการหลายแห่ง ควรเตรียมเงินสดไปจ่ายค่าเข้า และเช็กเวลาปิดก่อนไปเพราะถ้าไปสายเกินอาจไม่ทันขึ้นชมวิว ใครมากับครอบครัวหรือผู้สูงอายุสบายใจได้เพราะมีลิฟต์ ไม่ต้องปีนบันได
- จุดชมวิวด้านบนเห็นเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และฝั่งลาวแบบ 360 องศา วันฟ้าใสเห็นสะพานมิตรภาพชัด
- นิทรรศการชั้นล่างเล่าประวัติเมืองและวิถีชนเผ่าหลายกลุ่ม มีป้ายภาษาอังกฤษกำกับหลายจุด
- ค่าเข้าไม่แพง มีลิฟต์ขึ้นด้านบน สวนรอบหอดูแลเรียบร้อย เหมาะพาครอบครัวและผู้สูงอายุ
- อยู่ในตัวเมือง เข้าออกสะดวก มีที่จอดรถกว้าง เป็นจุดแวะสั้น ๆ ที่ต่อทริปริมโขงได้ง่าย
- พื้นที่รอบนอกบางมุมยังดูรกและมีอาคารเก่าไม่ได้ใช้งานปะปนอยู่ บรรยากาศไม่เนี้ยบเท่าตัวหอ
- กิจกรรมค่อนข้างจำกัด เหมาะเป็นจุดแวะสั้น ๆ มากกว่าใช้เวลาทั้งวัน
- คิดค่าเข้าต่างชาติกับคนไทยคนละอัตรา และป้ายแปลภาษาอังกฤษบางจุดสำนวนแปลก
อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ — ลานเสาหินรูปทรงแปลก ดอกไม้ป่า และจุดชมวิว (มุกดาหาร)
ภูผาเทิบเป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ใกล้ตัวเมืองมุกดาหารที่สุด ขับรถจากในเมืองไปตามทางหลวง 2034 ราว 15–17 กิโลเมตรก็ถึง จุดที่คนพูดถึงกันมากคือลานหินกว้างที่มีกลุ่มก้อนหินทรายอายุหลายล้านปีถูกลม ฝน และแดดกัดเซาะจนกลายเป็นรูปทรงแปลกตา บางก้อนตั้งบนฐานแคบคล้ายดอกเห็ด บางก้อนซ้อนกันเป็นชั้นเหมือนคนตั้งใจวาง เดินชมได้รอบลานตามทางที่อุทยานทำไว้ ระยะไม่ไกลและไม่ชันมาก เด็กกับผู้ใหญ่เดินไหว เสน่ห์อีกอย่างคือช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้ป่าเล็ก ๆ ขึ้นแซมตามซอกหิน ทำให้ลานหินสีน้ำตาลดูมีชีวิตขึ้นมา เป็นมุมถ่ายรูปที่หลายคนตั้งใจมาเก็บภาพโดยเฉพาะ
นอกจากลานหิน ในเขตอุทยานยังมีจุดชมวิวมองลงไปเห็นทุ่งและทิวเขาไกล ๆ เป็นจุดที่คนนิยมมารอชมพระอาทิตย์ตกช่วงเย็น และมีเส้นทางเดินต่อไปดูน้ำตกและเพิงผาที่มีภาพเขียนสีโบราณสำหรับคนที่อยากเดินไกลขึ้น การเข้าเที่ยวจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานตามอัตราของกรมอุทยานฯ คนไทยกับต่างชาติจ่ายคนละราคา บวกค่ารถอีกเล็กน้อย ไม่ต้องจองทัวร์หรือมีไกด์ เดินชมเองได้ตามสบาย จุดจอดรถอยู่ใกล้ทางเข้าลานหิน เดินไม่กี่นาทีก็ถึงกลุ่มหินกลุ่มแรก ใครมากับครอบครัวหรือผู้สูงอายุก็วางแผนเดินสั้น ๆ เฉพาะช่วงลานหินได้ ส่วนสายเดินป่าค่อยต่อเส้นทางยาวเอาตามแรง
ข้อที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่คนไปมาบอกต่อกัน คือลานหินเป็นที่โล่งแทบไม่มีร่มเงา กลางวันแดดแรงและร้อนมากจริง ๆ เจ้าหน้าที่เองก็แนะนำให้มาเที่ยวช่วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมหรือเลี่ยงมาช่วงเช้ากับเย็นจะสบายกว่า ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และน้ำดื่มติดตัวมาให้พอ พื้นหินบางช่วงขรุขระและลื่นตอนเปียก รองเท้าที่เกาะพื้นดีจะเดินถ่ายรูปได้มั่นใจกว่า ร้านค้าและห้องน้ำมีบ้างแต่ไม่มาก ถ้าตั้งใจอยู่รอพระอาทิตย์ตกควรเตรียมของกินน้ำดื่มมาเอง และเช็กเวลาปิดของอุทยานก่อนไป เพราะช่วงเย็นทางลงค่อนข้างมืดและไม่มีไฟส่องตลอดเส้นทาง
- กลุ่มหินทรายรูปทรงแปลกและลานหินกว้างเป็นมุมถ่ายรูปที่หาดูยาก อยู่ใกล้ตัวเมืองมุกดาหารแค่ 15–17 กม. ไปเช้ากลับเย็นได้
- เดินชมเองได้ตามสบาย ระยะไม่ไกลและไม่ชันมาก เหมาะทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ และเด็ก โดยไม่ต้องจองทัวร์
- ค่าเข้าถูก จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมอุทยานตามอัตรากรมอุทยานฯ บวกค่ารถเล็กน้อยเท่านั้น
- มีจุดชมวิวรอพระอาทิตย์ตก และช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้ป่าขึ้นแซมตามซอกหินให้เก็บภาพ
- ลานหินเป็นที่โล่งแทบไม่มีร่มเงา กลางวันแดดแรงและร้อนมาก ควรเลี่ยงช่วงเที่ยง
- พื้นหินบางช่วงขรุขระและลื่นตอนเปียก ต้องระวังและใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี
- ร้านค้า ห้องน้ำ และไฟส่องทางมีจำกัด ช่วงเย็นทางลงค่อนข้างมืด ควรเตรียมของและเช็กเวลาปิด
เดินริมโขง + ตลาดอินโดจีนมุกดาหาร (ถนนสำราญชายโขง หน้าวัดศรีมงคลใต้)
ตลาดอินโดจีนมุกดาหารทอดยาวไปตามถนนสำราญชายโขง เลียบเขื่อนริมแม่น้ำโขงหน้าวัดศรีมงคลใต้ ตัวตลาดยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตร ถือเป็นแหล่งช้อปปิงริมน้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากตลาดทั่วไปคือสินค้าเป็นของนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านฝั่งลุ่มน้ำโขง ทั้งลาว เวียดนาม และจีน ปนกับสินค้ารัสเซียและของพื้นเมืองมุกดาหาร เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอทั้งเสื้อผ้า ผ้าปัก กระเป๋า เครื่องครัวสเตนเลส เซรามิก เครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง ไปจนถึงของกินแห้งอย่างเมล็ดทานตะวัน หมูยอ กาแฟลาว และขนมเวียดนาม ราคาของส่วนใหญ่ต่อรองได้ และมีทั้งขายปลีกขายส่ง คนที่ชอบเดินหาของแปลก ๆ ที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่มักเพลินจนลืมเวลา
เสน่ห์อีกครึ่งหนึ่งของที่นี่อยู่ที่ทำเลริมโขงเอง เพราะตลาดวางตัวขนานไปกับตลิ่งแม่น้ำ เดินช้อปไปได้ก็แวะออกมานั่งพักริมเขื่อน มองข้ามแม่น้ำโขงไปเห็นฝั่งเมืองสะหวันนะเขตของ สปป.ลาว และเห็นสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 อยู่ไกล ๆ ช่วงเวลาที่คนนิยมมาคือตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะอากาศเริ่มเย็นลง แดดอ่อน และแสงริมน้ำสวย หลายคนมาเดินตลาดจบแล้วก็นั่งกินลูกชิ้นปิ้งหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ ริมโขงต่อ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบสบาย ๆ การเข้าตลาดและเดินริมโขงไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของที่ซื้อ จึงเหมาะกับทริปที่อยากได้บรรยากาศดี ๆ โดยไม่ต้องเสียงบเยอะ
ก่อนไปมีบางเรื่องที่ควรเผื่อใจแบบตรง ๆ อย่างแรกคือช่วงกลางวันแดดริมน้ำค่อนข้างแรงและร้อน เพราะทางเดินส่วนใหญ่เป็นที่โล่ง ควรเลี่ยงมาช่วงเย็นหรือพกหมวกกับร่มไปด้วย อย่างที่สองคือสินค้าเป็นของนำเข้าและของมือสองปะปนกัน คุณภาพไม่เท่ากันทุกเจ้า โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าและของก็อป ควรดูของให้ละเอียดและต่อราคาก่อนตัดสินใจซื้อ ร้านหลายร้านรับเงินสดเป็นหลัก ควรพกเงินสดย่อยติดตัวไว้ วันธรรมดาบางช่วงร้านเปิดไม่ครบและดูเงียบกว่าวันหยุด ถ้าอยากได้บรรยากาศคึกคักและร้านเปิดเยอะแนะนำให้ไปเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดยาว และเผื่อเวลาหาที่จอดรถ เพราะช่วงเย็นวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ
- เข้าฟรี เดินริมแม่น้ำโขงชมวิวฝั่งลาวและสะพานมิตรภาพได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้า
- ของฝากและของกินนำเข้าจากลาว-เวียดนาม-จีนหลากหลาย หลายอย่างหาไม่ได้ในเมืองใหญ่ และต่อราคาได้
- ตลาดยาวเกือบ 1 กม. ติดริมน้ำ เดินช้อปสลับนั่งพักชมวิวได้ในที่เดียว เหมาะทั้งครอบครัวและคู่รัก
- ช่วงเย็นบรรยากาศดี แดดอ่อน อากาศเย็น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกริมโขงที่เดินทางสะดวกกลางเมือง
- กลางวันแดดริมน้ำแรงและร้อน ทางเดินส่วนใหญ่เป็นที่โล่ง ควรเลี่ยงมาช่วงเย็น
- สินค้าเป็นของนำเข้าและของมือสองปะปนกัน คุณภาพไม่เท่ากันทุกเจ้า ควรดูของและต่อราคาก่อนซื้อ
- วันธรรมดาร้านเปิดไม่ครบและดูเงียบ ส่วนวันหยุดคนเยอะและหาที่จอดรถยากขึ้น
วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ (พญาศรีมุกดามหามุนี องค์พญานาคใหญ่ + พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ + จุดชมวิวแม่น้ำโขง)
วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ตั้งอยู่บนเขาภูมโนรมย์ ต.นาสีนวน ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารราวห้ากิโลเมตร เป็นหมุดหมายที่คนมาเที่ยวมุกดาหารมักแวะกันก่อนเป็นอันดับต้น ๆ จุดที่ทำให้คนพูดถึงมากที่สุดคือองค์พญานาคขนาดใหญ่สีฟ้าอมเขียวชื่อ พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช ตัวยาวเลื้อยไปตามสันเขา หันหน้ามองลงไปทางแม่น้ำโขง เป็นประติมากรรมพญานาคที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ถัดขึ้นไปบนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ พระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ที่มองเห็นได้จากในเมือง รวมถึงพระธาตุภูมโนรมย์สีขาวและรอยพระพุทธบาทจำลอง ทั้งหมดอยู่ในบริเวณเดียวกัน คนที่มาสายบุญจึงได้กราบพระ ไหว้พญานาค และขอพรครบในที่เดียว
อีกเหตุผลที่ทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมคือวิว จากลานบนเขามองลงไปเห็นตัวเมืองมุกดาหาร แนวแม่น้ำโขงที่คดโค้ง และฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นแขวงสะหวันนะเขตของ สปป.ลาว ได้ในเฟรมเดียว บางจุดปีนขึ้นไปในฐานพระพุทธรูปที่ทำเป็นชั้นได้ถึงดาดฟ้าเพื่อชมวิวรอบทิศ ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่หลายคนบอกว่าแสงสวยและอากาศเย็นสบายกว่ากลางวัน การขึ้นเขาใช้รถขับตามถนนที่ไต่ขึ้นไปได้เลย ไม่ต้องเดินบันไดยาว ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่คนเยอะทางวัดจะให้จอดรถด้านล่างแล้วนั่งสองแถวรับส่งขึ้นไป โดยบริจาคค่ารถตามศรัทธาราวยี่สิบบาท ตัววัดเองเข้าชมฟรี
เนื่องจากเป็นศาสนสถานบนที่โล่งแจ้ง สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงหรือกระโปรงสั้น เพราะเป็นที่กราบไหว้ ข้อสองคือกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาน้อย เดินถ่ายรูปนาน ๆ จะร้อน ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย หรือเลือกมาช่วงเช้ากับช่วงเย็นที่แดดอ่อนกว่า ข้อสามคือบางช่วงยังมีการก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์เพิ่มเติม สิ่งอำนวยความสะดวกในบางมุมยังไม่เต็มร้อย ข้อสี่คือช่วงวันหยุดยาวคนเยอะและที่จอดรถด้านบนจำกัด จึงต้องเผื่อเวลารอสองแถวรับส่ง ใครอยากได้บรรยากาศสงบและถ่ายรูปสบาย ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าวันธรรมดาจะเจอคนน้อยกว่ามาก
- รวมของสายมูไว้ในที่เดียว ทั้งองค์พญานาคใหญ่ พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ พระธาตุภูมโนรมย์ และรอยพระพุทธบาทจำลอง กราบพระ-ไหว้พญานาค-ขอพรได้ครบ
- จุดชมวิวมองเห็นเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และฝั่งลาว (สะหวันนะเขต) ได้ในเฟรมเดียว บางจุดขึ้นดาดฟ้าฐานพระชมวิวรอบทิศได้
- เข้าชมฟรี ขับรถขึ้นเขาได้เลยไม่ต้องเดินบันไดยาว อยู่ห่างตัวเมืองแค่ราว 5 กม. แวะได้ง่ายในครึ่งวัน
- รีวิวจริงบน Google Maps ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.7 เต็ม 5 จากรีวิวกว่าสี่พันราย หลายคนชมว่าองค์ใหญ่ตระการตาและวิวสวย
- กลางวันแดดแรงและร่มเงาน้อย เดินถ่ายรูปนาน ๆ จะร้อน ต้องเตรียมหมวกและน้ำดื่ม หรือเลี่ยงมาช่วงเช้า-เย็น
- ช่วงวันหยุดยาวคนเยอะและที่จอดรถด้านบนจำกัด ต้องจอดด้านล่างแล้วรอสองแถวรับส่งขึ้นไป
- บางช่วงยังมีการก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์ สิ่งอำนวยความสะดวกในบางมุมยังไม่เต็มร้อย
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) — จุดข้ามแดนเดย์ทริปไปสะหวันนะเขต ลาว
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ทอดข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมตัวเมืองมุกดาหารกับเมืองสะหวันนะเขตของลาว เปิดใช้มาตั้งแต่ปี 2550 ตัวสะพานยาวราว 1,600 เมตร สองช่องจราจร เป็นเส้นทางบกที่คนฝั่งมุกดาหารนิยมใช้ข้ามไปเที่ยวลาวแบบเดย์ทริป จุดที่หลายคนตั้งใจมาไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสะพาน แต่คือการได้ข้ามพรมแดนไปเดินตลาดสิงคโปร์ที่สะหวันนะเขต ชิมกาแฟลาว ดูสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสเก่า ๆ และได้ตราประทับพาสปอร์ตกลับมาเป็นที่ระลึก เสน่ห์ของทริปนี้คือความรู้สึกว่าข้ามประเทศได้ง่ายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่ต้องนั่งเครื่องบิน
วิธีข้ามที่ง่ายและถูกที่สุดคือใช้รถบัสประจำทางระหว่างประเทศที่วิ่งจากด่านพรมแดนมุกดาหารข้ามสะพานไปฝั่งสะหวันนะเขต เพราะคนเดินเท้าและรถส่วนตัวบางประเภทข้ามสะพานเองไม่ได้ ขั้นตอนคือขับรถหรือนั่งรถมาที่ด่านพรมแดนมุกดาหารก่อน ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองขาออกฝั่งไทย แล้วซื้อตั๋วรถบัสข้ามสะพาน พอถึงฝั่งลาวก็เข้าคิวตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าอีกรอบ คนไทยใช้พาสปอร์ตข้ามได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ทั้งหมดนี้ควรเผื่อเวลาเรื่องคิวหน้าด่านไว้ด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าและวันหยุดยาวที่คนข้ามเยอะ ฝั่งลาวขับรถชิดขวาต่างจากไทยที่ชิดซ้าย จุดสลับเลนอยู่บนสะพานฝั่งไทย ใครขับรถข้ามเองต้องระวังจุดนี้
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือด่านมีเวลาเปิด-ปิดชัดเจน ควรเช็กเวลาทำการล่าสุดของทั้งด่านฝั่งไทยและฝั่งลาวก่อนออกเดินทาง เพราะถ้าไปสายเกินอาจข้ามกลับไม่ทันในวันเดียว ข้อสองคือต้องพกพาสปอร์ตตัวจริงที่มีอายุเหลือมากพอ บัตรประชาชนใบเดียวข้ามไม่ได้ ข้อสามคือมักมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยฝั่งลาวช่วงวันหยุดหรือนอกเวลาราชการ ควรเตรียมเงินสดทั้งเงินบาทและเงินกีบไว้ ข้อสี่คือตัวสะพานเป็นทางสัญจร ไม่ใช่จุดชมวิวที่จอดถ่ายรูปกลางสะพานได้ ถ้าอยากได้ภาพสวย ๆ ให้ถ่ายจากมุมริมโขงฝั่งมุกดาหารหรือช่วงหัวสะพานแทน และข้อสุดท้าย เงื่อนไขการข้ามแดนกับเวลาด่านปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศราชการ ควรยึดข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากด่านเป็นหลักเสมอ
- ข้ามไปเที่ยวสะหวันนะเขต ลาว แบบเดย์ทริปได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ได้ตราประทับพาสปอร์ตเป็นที่ระลึก
- คนไทยใช้พาสปอร์ตข้ามได้เลยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ขั้นตอนไม่ยุ่งยากถ้าเตรียมเอกสารพร้อม
- รถบัสประจำทางข้ามสะพานราคาถูกเที่ยวละไม่กี่สิบบาท ไม่ต้องขับรถเองก็ข้ามได้สบาย
- ด่านพรมแดนอยู่ห่างตัวเมืองมุกดาหารแค่ราว 7 กม. เดินทางมาง่าย เหมาะพ่วงกับเที่ยวมุกดาหารในทริปเดียว
- ด่านมีเวลาเปิด-ปิดชัดเจน ถ้าไปสายเกินอาจข้ามกลับไม่ทันในวันเดียว ควรเช็กเวลาทำการล่าสุดก่อนไป
- คิวหน้าด่านช่วงเช้าและวันหยุดยาวยาว ต้องเผื่อเวลา และมักมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยฝั่งลาวช่วงวันหยุด
- ตัวสะพานเป็นทางสัญจร คนเดินเท้าข้ามเองไม่ได้และจอดถ่ายรูปกลางสะพานไม่ได้ ต้องข้ามด้วยรถบัสหรือรถ
แก่งกะเบา — แก่งหินริมโขง จุดชมวิว-กินหมูหัน-ไหว้พญานาค (อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร)
แก่งกะเบาเป็นแก่งหินยาวเหยียดริมแม่น้ำโขง อยู่ที่ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ห่างตัวเมืองมุกดาหารราว 35 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 3015 และอยู่ต่อเขตอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม บนฝั่งมีลานหินกว้างให้เดินเล่นและมองข้ามน้ำโขงไปเห็นฝั่งลาว เสน่ห์ของที่นี่คือช่วงหน้าแล้งราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน น้ำโขงลดจนเห็นแก่งหินและหาดทรายโผล่ขึ้นมาเป็นวงกว้าง คนที่มาส่วนใหญ่ลงไปเดินบนแก่งหิน ถ่ายรูปกับสายน้ำ และนั่งรับลมเย็น ๆ ริมฝั่ง เป็นจุดพักผ่อนที่คนมุกดาหารและนักท่องเที่ยวสายขับรถเที่ยวริมโขงแวะกันเรื่อย ๆ โดยไม่มีค่าเข้าชม จอดรถได้ฟรี และเปิดให้เข้าตลอด
อีกเหตุผลที่คนแวะแก่งกะเบาคือของกิน ร้านริมน้ำที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องหมูหันกับส้มตำหมูหัน ตัวหมูย่างหนังกรอบ เนื้อนุ่ม สั่งครึ่งตัวก็แบ่งกันกินได้หลายคน นั่งกินไปมองวิวแม่น้ำโขงไป เป็นบรรยากาศแบบอีสานริมโขงที่หากินได้ยากในเมืองใหญ่ นอกจากเรื่องกินแล้ว ด้านบนยังมีองค์พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช รูปปั้นพญานาคหินอ่อนสีขาวหันหน้าลงสู่ลำน้ำโขงให้คนแวะไหว้ขอพร มีลานนักษัตร 12 ราศี ลานวัฒนธรรม 8 ชนเผ่า ระฆังใบใหญ่ และสกายวอล์กเล็ก ๆ ให้เดินชมวิวมุมสูง ระยะหลังมีการปรับปรุงทัศนียภาพและจัดระเบียบร้านค้าใหม่ให้เดินเที่ยวสะดวกขึ้น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือความสวยของแก่งหินขึ้นกับฤดูอย่างชัดเจน ถ้ามาหน้าฝนหรือช่วงน้ำโขงขึ้นสูง แก่งหินและหาดทรายจะจมน้ำ เหลือแค่วิวแม่น้ำกว้าง ๆ ให้ชม อยากเห็นแก่งหินเต็มตาต้องมาหน้าแล้ง ข้อสองคือแก่งกะเบาเป็นจุดแวะพักผ่อนแบบท้องถิ่น ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ กิจกรรมหลักคือชมวิว กิน และไหว้พระ ใครคาดหวังกิจกรรมผจญภัยอาจรู้สึกว่าน้อยไป ข้อสามคือช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาน้อย ควรมาช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นที่ลมริมโขงพัดเย็นสบายและได้เห็นแสงเย็นสวย ๆ ข้อสี่คือหินริมน้ำและบนแก่งลื่น โดยเฉพาะจุดที่เพิ่งพ้นน้ำ ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเวลาเดินลงไปใกล้สายน้ำ เพราะกระแสน้ำโขงเชี่ยวและลึกกว่าที่เห็น การเดินทางสะดวกที่สุดคือมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก
- เข้าชมฟรี จอดรถฟรี เปิดตลอด เป็นจุดชิลริมโขงที่ลงไปเดินบนแก่งหินและถ่ายรูปได้จริงในหน้าแล้ง
- ร้านริมน้ำขึ้นชื่อหมูหันและส้มตำหมูหัน สั่งครึ่งตัวแบ่งกันกินได้หลายคน นั่งกินไปชมวิวแม่น้ำโขงไป
- มีองค์พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราชให้ไหว้ขอพร พร้อมลานนักษัตร 12 ราศี ลานวัฒนธรรม 8 ชนเผ่า และสกายวอล์กชมวิวมุมสูง
- อยู่ต่อเขตอำเภอธาตุพนม แวะเสริมทริปวันเดียวมุกดาหาร-นครพนมได้สบาย ๆ
- ความสวยขึ้นกับฤดู หน้าฝนหรือช่วงน้ำโขงสูงแก่งหินและหาดทรายจะจมน้ำ เหลือแค่วิวแม่น้ำกว้าง ๆ
- เป็นจุดแวะพักผ่อนแบบท้องถิ่น กิจกรรมหลักคือชมวิว-กิน-ไหว้พระ ใครอยากได้กิจกรรมผจญภัยอาจรู้สึกว่าน้อย
- รถสาธารณะเข้าถึงยาก แดดกลางวันแรงร่มน้อย และหินบนแก่งลื่นต้องระวังเวลาเดินลงใกล้สายน้ำที่กระแสเชี่ยว
สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี สองคอน (วัดสองคอน — โบสถ์คริสต์ริมแม่น้ำโขง)
สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันสั้น ๆ ว่า วัดสองคอน เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในบ้านสองคอน ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารขึ้นเหนือไปตามถนนเลียบโขงราว 35 กิโลเมตร ตัวอาคารสร้างในแนวสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เส้นสายเรียบคม ผนังโทนสีอิฐเข้ม และเคยได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นเหรียญทองจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเป็นจุดที่คนสายสถาปัตย์และคนชอบถ่ายภาพอาคารมักตั้งใจแวะมาดูของจริง โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสานและของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่มาของโบสถ์ผูกกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ในช่วงกรณีพิพาทอินโดจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อชาวคาทอลิกกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านยืนหยัดในความเชื่อของตนจนต้องสละชีวิต ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็นบุญราศีมรณสักขีทั้งเจ็ด สักการสถานจึงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ภายในจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของบุญราศีทั้งเจ็ดไว้ในหีบแก้ว และด้านนอกมีไม้กางเขนเจ็ดต้นแทนแต่ละคน บรรยากาศโดยรวมสงบเงียบ เหมาะกับการเดินชมช้า ๆ มากกว่าการเที่ยวแบบรีบ ๆ ใครที่สนใจเรื่องราวศรัทธาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะได้อะไรกลับไปมากเป็นพิเศษ ส่วนคนที่แค่ผ่านมาก็ยังเพลินกับวิวแม่น้ำโขงและตัวอาคารได้สบาย ๆ
การมาที่นี่ไม่มีค่าเข้าชม เปิดให้เข้าได้เกือบทั้งวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น มีพิธีบูชามิสซาในเช้าวันอาทิตย์ และมีงานรำลึกบุญราศีประจำปีช่วงเดือนตุลาคมและธันวาคม เพราะเป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจและอนุสรณ์สถาน จึงควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยเบา ๆ และเคารพผู้ที่มาสวดภาวนา ที่นี่ไม่มีระบบจองตั๋วออนไลน์เพราะเข้าชมฟรี แต่การเดินทางค่อนข้างไกลและรถสาธารณะน้อย หลายคนจึงเลือกเช่ารถหรือจองรถพร้อมคนขับ หรือรวมวัดสองคอนไว้ในทริปเที่ยวมุกดาหารที่แวะจุดริมโขงอื่น ๆ ในวันเดียว ช่วงเช้าและช่วงเย็นแดดไม่แรงและได้แสงสวยที่สุดสำหรับถ่ายภาพตัวโบสถ์กับสายน้ำ
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดเกือบทั้งวัน เหมาะแวะระหว่างทางเที่ยวเส้นริมโขงหว้านใหญ่
- สถาปัตยกรรมสมัยใหม่เส้นสายสวย เคยได้รางวัลเหรียญทองสถาปนิกสยาม เป็นจุดถ่ายภาพที่ดี
- บรรยากาศสงบริมแม่น้ำโขง เหมาะกับคนสายประวัติศาสตร์-ศรัทธาที่อยากเที่ยวเงียบ ๆ
- มีเรื่องราวบุญราศีมรณสักขีทั้งเจ็ดและหุ่นขี้ผึ้งในหีบแก้วให้ชม ได้ทั้งความรู้และความประทับใจ
- อยู่ไกลตัวเมืองราว 35 กม. รถสาธารณะน้อย เดินทางเองไม่สะดวกถ้าไม่มีรถ
- เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และประกอบศาสนกิจ ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวม ไม่ใช่ที่เที่ยวคึกคัก
- สิ่งอำนวยความสะดวกและร้านค้ารอบ ๆ มีจำกัด ควรเตรียมน้ำและของกินติดตัวมาเอง
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว — เดินป่าลานหินทราย สระน้ำธรรมชาติบนภู และจุดชมวิว
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวเป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 75 ของไทย ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อสามจังหวัดคือมุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ รวมกว่า 144,000 ไร่ วางตัวอยู่บนปลายเทือกเขาภูพาน จุดขายของที่นี่คือภูมิประเทศแบบเทือกเขาหินทราย มีลานหินกว้างกระจายทั่วยอดภู และแอ่งหินหรือ "สระ" ที่เกิดจากน้ำกัดเซาะหินทรายมานานจนกลายเป็นบ่อธรรมชาติ ในบางฤดูจะมีดอกบัวและพืชน้ำขึ้นในแอ่งเหล่านี้ อันเป็นที่มาของชื่อภูสระดอกบัว ระหว่างทางเดินยังผ่านป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่เปลี่ยนสีไปตามฤดู ทำให้แต่ละช่วงเวลาของปีเห็นภาพไม่เหมือนกัน
กิจกรรมหลักคือการเดินป่าระยะสั้นถึงปานกลาง เส้นศึกษาธรรมชาติภูผาแต้มยาวราว 500 เมตร พาไปดูภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อย่างลายฝ่ามือแดงบนหน้าผา ผ่านผามะเกลือ ไปจบที่ลานหินจุดชมวิวที่คนแถวนี้เรียกว่าลานเบิกฟ้าคว้าตะวัน เป็นลานหินกว้างสูงจากระดับน้ำทะเลราว 268 เมตร มองลงไปเห็นป่าเขาทั้งฝั่งดอนตาลของมุกดาหารและฝั่งเลิงนกทาของยโสธร ใครมีเวลามากก็เดินต่อไปยังจุดชมวิวและลานหินอื่น ๆ ได้อีกหลายจุด บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ นักท่องเที่ยวไม่แน่นเหมือนอุทยานฯ ดัง ทำให้ได้เดินช้า ๆ ฟังเสียงป่าแบบไม่ต้องแย่งพื้นที่กับใคร ทางอุทยานฯ มีลานกางเต็นท์และบ้านพักให้ค้างคืนสำหรับคนที่อยากดูพระอาทิตย์ขึ้น-ตกบนลานหิน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือรีวิวบนแพลตฟอร์มต่างชาติให้คะแนนกลาง ๆ หลายคนบอกว่าเป็นอุทยานฯ ที่เรียบง่าย ไม่มีไฮไลต์หวือหวา ถ้าคาดหวังภาพอลังการอาจรู้สึกเฉย ๆ ป้ายบอกทางบางช่วงไม่ชัด และตามเส้นทางแทบไม่มีร้านค้าหรือจุดพักที่มีร่มเงาต่อเนื่อง จึงควรพกน้ำดื่มและของกินไปเอง อีกเรื่องที่มีคนติงคือค่าธรรมเนียมของต่างชาติแพงกว่าคนไทยหลายเท่า สภาพแอ่งน้ำและดอกบัวขึ้นอยู่กับฤดูมาก ช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาวป่าเขียวและมีน้ำในสระ ส่วนหน้าแล้งจะแห้งและร้อน จึงควรเช็กสภาพเส้นทางกับที่ทำการอุทยานฯ ก่อนออกเดินทาง สวมรองเท้าที่เกาะพื้นหินได้ดี เตรียมหมวกและครีมกันแดด เพราะลานหินเปิดโล่งแดดแรงในช่วงกลางวัน
- ลานหินทรายและสระน้ำธรรมชาติบนภูเป็นภูมิประเทศเฉพาะตัว มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ให้ดูระหว่างทาง
- เดินป่าได้ทั้งเส้นสั้น ~500 ม. และเส้นยาวหลายจุด เลือกได้ตามแรงและเวลา
- จุดชมวิวลานหินกว้างมองเห็นป่าเขาสองจังหวัด บรรยากาศเงียบ คนไม่แน่น
- มีลานกางเต็นท์และบ้านพักให้ค้างคืน เหมาะกับคนอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น-ตกบนภู
- รีวิวต่างชาติให้คะแนนกลาง ๆ หลายคนมองว่าเรียบง่าย ไม่มีไฮไลต์หวือหวา
- ป้ายบอกทางบางช่วงไม่ชัด ตามเส้นทางแทบไม่มีร้านค้า น้ำ หรือร่มเงา ต้องเตรียมไปเอง
- ค่าธรรมเนียมต่างชาติแพงกว่าคนไทยหลายเท่า และสภาพสระน้ำ-ดอกบัวขึ้นกับฤดูมาก
ภูนางหงส์ / จุดชมวิวธรรมชาติมุกดาหาร (เขาชมวิว-ทะเลหมอกหน้าหนาว)
ภูนางหงส์และจุดชมวิวธรรมชาติของมุกดาหารเป็นที่ที่คนชอบตื่นเช้าขึ้นไปรอทะเลหมอกกัน เสน่ห์ของฝั่งนี้คือเป็นภูริมแม่น้ำโขง พอถึงหน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นลงจนเกิดหมอกลอยคลุมหุบเขาและผืนน้ำโขงตอนเช้ามืด หลายคนขับรถขึ้นไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อรอแสงแรกของพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นเหนือฝั่งลาว บรรยากาศเงียบ อากาศเย็นสบาย และวิวเปิดโล่งกว้าง เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายไปนั่งดูธรรมชาติแบบอีสานริมโขงจริง ๆ จุดชมวิวแถบนี้อยู่ในโซนเดียวกับอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องลานหินและก้อนหินรูปทรงแปลกตาที่ธรรมชาติปั้นมาเป็นล้านปี เดินเล่นถ่ายรูปได้เพลิน ๆ ต่อจากช่วงชมหมอกตอนเช้า
การไปชมทะเลหมอกที่นี่ขึ้นอยู่กับฤดูและสภาพอากาศเป็นหลัก หมอกจะหนาและสวยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็นจัด ส่วนหน้าฝนกับหน้าร้อนโอกาสเจอหมอกน้อยลงมาก การเดินทางส่วนใหญ่ต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะจุดชมวิวอยู่บนภูและไม่มีรถสาธารณะขึ้นตรง เส้นทางบางช่วงเป็นทางลาดชันและคดเคี้ยว ควรเช็กสภาพถนนกับสภาพอากาศล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้าไปหลังฝนตกที่ถนนอาจลื่นหรือมีดินสไลด์ ค่าเข้าเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบคิดแยกระหว่างคนไทยกับต่างชาติ และบางจุดชมวิวธรรมชาติรอบนอกเข้าได้ฟรี แนะนำเตรียมเสื้อกันหนาว น้ำดื่ม และเงินสดติดตัวไป เพราะร้านค้าบนภูมีน้อยและช่วงเช้ามืดยังไม่เปิด
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมา คือทะเลหมอกเป็นเรื่องของดวงและอากาศ บางเช้าขึ้นไปแล้วหมอกบางหรือไม่มีเลยก็มี ยิ่งถ้าคืนก่อนหน้าอากาศไม่เย็นพอ ควรวางแผนเผื่อหลายเช้าถ้าตั้งใจมาเพื่อถ่ายหมอกจริง ๆ การขับรถขึ้นภูตอนกลางคืนหรือฟ้ายังมืดต้องระวังเป็นพิเศษ ทั้งทางแคบ โค้งเยอะ และอาจมีสัตว์ข้ามถนน คนที่ไม่ชินทางภูควรออกให้เผื่อเวลาและขับช้า ๆ ช่วงหน้าหนาววันหยุดยาวคนจะเยอะขึ้น จุดจอดรถและจุดถ่ายรูปยอดนิยมอาจแน่น ไปถึงแต่เช้าจะได้มุมดีและคนน้อยกว่า เตรียมไฟฉายหรือไฟหน้าจากมือถือไว้เดินตอนมืด และเก็บขยะกลับลงมาด้วยเพราะเป็นเขตธรรมชาติที่ควรช่วยกันรักษา
- ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแม่น้ำโขงช่วงหน้าหนาวสวยและบรรยากาศเงียบสงบ
- อยู่โซนเดียวกับอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ เดินเล่นชมลานหินและก้อนหินรูปทรงแปลกตาต่อได้
- อากาศเช้าเย็นสบาย วิวเปิดโล่งกว้าง เหมาะกับสายถ่ายรูปธรรมชาติและคนอยากหนีความวุ่นวาย
- ค่าเข้าถูก บางจุดชมวิวธรรมชาติรอบนอกเข้าได้ฟรี ทริปประหยัดงบ
- ทะเลหมอกขึ้นกับฤดูและอากาศ หน้าฝน-หน้าร้อนโอกาสเจอน้อย บางเช้าไปแล้วไม่มีหมอก
- ต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ ไม่มีรถสาธารณะขึ้นตรง ทางขึ้นภูลาดชันคดเคี้ยว หลังฝนอาจลื่น
- ร้านค้าบนภูน้อยและช่วงเช้ามืดยังไม่เปิด ต้องเตรียมของและเงินสดไปเอง
เดินเที่ยวเมืองเก่ามุกดาหารริมโขง (หอแก้วมุกดาหาร-วัดศรีมงคลใต้-ตลาดอินโดจีน-ถนนสองฝั่งโขง)
มุกดาหารเป็นเมืองชายแดนริมแม่น้ำโขงที่มองข้ามไปเห็นเมืองสะหวันนะเขตของลาว เสน่ห์ของที่นี่คือย่านเมืองเก่าริมโขงที่เดินไล่จุดต่าง ๆ ต่อกันได้ในระยะใกล้ ๆ เริ่มจากหอแก้วมุกดาหาร หอคอยชมวิวสูงกลางเมืองที่ขึ้นไปเห็นทั้งตัวเมือง แม่น้ำโขง และสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 แบบพาโนรามา ด้านล่างมีนิทรรศการเรื่องราวชนเผ่าและวิถีคนสองฝั่งโขงให้ดูประกอบ จากนั้นเดินลงมาทางริมน้ำ แวะวัดศรีมงคลใต้ที่ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่คนมุกดาหารเคารพนับถือ วัดตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขง มองออกไปเห็นสายน้ำและฝั่งลาวได้ในมุมสงบ ๆ
จุดที่คนมักไม่พลาดคือตลาดอินโดจีน ตลาดริมโขงที่รวมสินค้านำเข้าจากลาว เวียดนาม จีน และรัสเซีย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ เซรามิก ของแห้ง และของฝากพื้นเมือง เดินเล่นดูของ ต่อราคา และหาของกินได้เพลิน ๆ บรรยากาศคึกคักเป็นเมืองการค้าชายแดนจริง ๆ ถัดจากตลาดเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำโขงที่ช่วงเย็นลมเย็นสบาย เหมาะนั่งพักดูพระอาทิตย์ตกและเรือข้ามฟาก ของกินแถวนี้ผสมกลิ่นอายอีสานกับเวียดนาม ทั้งแหนมเนือง หมูยอ ข้าวเปียก และขนมพื้นเมือง ราคาไม่แพง เดินชิมไปเรื่อย ๆ ได้ทั้งวัน การเดินเที่ยวย่านนี้ไม่มีค่าเข้าจุดหลัก จ่ายเฉพาะค่าขึ้นหอแก้วกับค่าของกินของฝากตามจริง
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือหลายจุดเดินกลางแดด ช่วงกลางวันของหน้าร้อนอากาศอีสานร้อนจัด ควรเลี่ยงมาเดินช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็น เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย ตลาดอินโดจีนช่วงกลางวันวันธรรมดาบางร้านยังไม่เปิดครบ ถ้าอยากได้บรรยากาศคึกคักและของกินเยอะควรมาช่วงเย็นหรือวันหยุด สินค้าในตลาดหลายอย่างเป็นของนำเข้าราคาไม่ตายตัว ควรเทียบราคาหลายร้านและต่อราคาก่อนซื้อ ทางเดินริมโขงบางช่วงพื้นไม่เรียบ ใส่รองเท้าที่เดินสบายจะดีกว่า และเวลาไหว้พระในวัดควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า ถ้าไม่อยากเดินเองทั้งหมด แถวนี้มีรถสามล้อและมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาวนจุดสำคัญได้ ตกลงราคากันก่อนขึ้นจะสบายใจกว่า
- จุดเที่ยวหลักอยู่ใกล้กันในย่านเมืองเก่าริมโขง เดินไล่ต่อกันได้ในครึ่งวันโดยไม่ต้องเดินทางไกล
- เดินเที่ยวย่านเมืองเก่า วัด และริมโขงเข้าฟรี จ่ายเฉพาะค่าขึ้นหอแก้วกับของกินของฝากตามจริง
- ตลาดอินโดจีนมีของนำเข้าจากลาว เวียดนาม จีน และของกินสองฝั่งโขงให้เดินชิม-หาของฝากได้เพลิน
- หอแก้วมุกดาหารขึ้นไปเห็นเมือง แม่น้ำโขง และสะพานมิตรภาพไทย-ลาวในมุมพาโนรามาจุดเดียว
- หลายจุดเดินกลางแดด หน้าร้อนอากาศอีสานร้อนจัด ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงและเตรียมหมวก ร่ม น้ำดื่ม
- ตลาดอินโดจีนช่วงกลางวันวันธรรมดาบางร้านยังไม่เปิดครบ ต้องมาช่วงเย็นหรือวันหยุดถึงจะคึกคัก
- สินค้าในตลาดหลายอย่างราคาไม่ตายตัว ต้องเทียบราคาและต่อราคาเอง และทางเดินริมโขงบางช่วงพื้นไม่เรียบ
เที่ยวมุกดาหาร พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักริมโขงวิวแม่น้ำ หรือโรงแรมในเมืองใกล้ตลาดอินโดจีน เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ทริปมุกดาหารเที่ยวริมโขงและธรรมชาติภูเขา จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวก
💡 รู้ก่อนเที่ยวมุกดาหาร
หอแก้วมุกดาหารเป็นหอชมเมืองสูง มองเห็นเมืองและแม่น้ำโขง-ฝั่งลาว มีค่าขึ้น ควรไปช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตก
อุทยานฯ ภูผาเทิบมีลานหินและดอกไม้ป่า-หญ้าเปราะบานสวยช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว ทางเดินสบายเหมาะครอบครัว มีค่าเข้าอุทยาน
วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์มีองค์พญานาคและพระใหญ่ริมโขง เป็นสายมู-จุดชมวิว ควรแต่งกายสุภาพและระวังทางขึ้นเขา
สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 ข้ามไปสะหวันนะเขตได้ คนไทยใช้พาสปอร์ต/บอเดอร์พาส ควรเช็กเอกสารและเวลาเปิด-ปิดด่านก่อนไป
จัดทริปมุกดาหารยังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน วันแรกขึ้นหอแก้ว ไหว้พญานาควัดภูมโนรมย์ เย็นเดินริมโขง-ตลาดอินโดจีน วันที่สองเที่ยวอุทยานฯ ภูผาเทิบและแก่งกะเบา หรือข้ามไปสะหวันนะเขต จะได้ครบทั้งเมือง ธรรมชาติ และวิถีริมโขง มุกดาหารรวมทริปกับนครพนม-สกลนครได้
พร้อมเที่ยวมุกดาหารแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักริมโขงก่อนเลย
ดูที่พักมุกดาหาร →