หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย อุบลราชธานี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยอุบลราชธานี10 กิจกรรมน่าทำ ใน อุบลราชธานี
📍 อุบลราชธานี · ภาคอีสาน · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

10 กิจกรรมน่าทำ
ใน อุบลราชธานี

อุบลราชธานีคือเมืองชายแดนอีสานใต้ริมแม่น้ำโขงที่มีธรรมชาติและวัฒนธรรมเด่น — ผาแต้มจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยามพร้อมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ สามพันโบกแกรนด์แคนยอนกลางน้ำโขง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าวที่เรืองแสงยามค่ำ เมืองเก่าเขมราฐริมโขง และงานแห่เทียนพรรษาที่เลื่องชื่อ จะสายธรรมชาติ สายวัด หรือสายวัฒนธรรมก็ได้ครบ เราคัดมาให้ตามสไตล์ พร้อมสรุปจุดเด่นและข้อสังเกตจากรีวิวจริง ของคนที่ไปมาแล้ว

🌄 ผาแต้ม🏜️ สามพันโบก🌟 วัดเรืองแสง🕯️ เทียนพรรษา
เลื่อนดูทั้ง 10 กิจกรรม ภาพ: Alabama Martin Künzel, Berlin, 2012 · CC BY-SA 3.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

อุบลราชธานีอยู่สุดชายแดนอีสานใต้ติดลาวและกัมพูชา ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูล เดินทางสะดวกทั้งเครื่องบิน (หลายเที่ยวต่อวัน) รถไฟ และรถทัวร์ จุดขายหลักคือธรรมชาติริมโขงที่แปลกตา อารยธรรมเก่าแก่ และวัฒนธรรมบุญประเพณีที่เข้มข้น โดยเฉพาะงานแห่เทียนพรรษาระดับประเทศ

กิจกรรมด้านล่างเป็นตัวที่นักท่องเที่ยวรีวิวถึงมากที่สุด เราสรุปให้ว่าแต่ละอย่างเหมาะกับใคร จุดเด่นคืออะไร และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนไป — อ้างอิงจากรีวิวจริงทั้งฝั่งที่ชอบและฝั่งที่ติงไว้ หลายจุดขึ้นกับฤดู เช่น สามพันโบกเที่ยวได้เฉพาะหน้าแล้งที่น้ำโขงลด และเทียนพรรษาจัดปีละครั้งช่วงเข้าพรรษา (ก.ค.) ควรวางแผนตามฤดู

01

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม — ชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม + ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ริมโขง

📍 อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี · หน้าผาริมแม่น้ำโขงจุดตะวันออกสุดของไทย มองข้ามไปเห็นฝั่งลาว · ห่างตัวเมืองอุบลฯ ราว 90–100 กม. 🧭 โขงเจียม-ริมแม่น้ำโขง ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Pha Taem National Park, 156 รีวิว))
ระยะเวลาครึ่งวันเช้า ~3–4 ชม. (ไปถึงก่อนฟ้าสางเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติเลียบผาชมภาพเขียนสีราว 1.5–4 กม.)
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ ~฿40 คนไทย / ~฿400 ต่างชาติ (เด็กถูกกว่า) · ค่ารถ/เช่ารถจากตัวเมืองอุบลฯ แยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับสายธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่อยากตื่นเช้ามืดไปยืนรับแสงแรกของประเทศริมหน้าผา แล้วเดินเลียบผาชมภาพเขียนสีอายุกว่า 3,000 ปี เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และคนเดินทางคนเดียว
พระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครภาพเขียนสีโบราณหน้าผาริมโขง

ผาแต้มเป็นหน้าผาหินทรายสูงชันริมแม่น้ำโขงในเขตอำเภอโขงเจียม ปลายสุดด้านตะวันออกของจังหวัดอุบลราชธานีและของประเทศไทย จุดที่ทำให้ที่นี่มีชื่อคือเป็นแผ่นดินแรกที่รับแสงพระอาทิตย์ขึ้นก่อนพื้นที่อื่นของสยาม คนจำนวนมากจึงตั้งใจมาค้างคืนหรือขับรถออกจากตัวเมืองตั้งแต่ตีสามตีสี่ เพื่อมายืนบนลานหินริมผาก่อนฟ้าสาง รอดูดวงอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นสันเขาฝั่งลาวขึ้นมาเหนือสายน้ำโขงที่ทอดกว้างอยู่เบื้องล่าง ช่วงปีใหม่คนจะแน่นเป็นพิเศษเพราะถือเป็นการรับแสงแรกของปี แต่เช้าวันธรรมดาทั่วไปบรรยากาศจะเงียบสงบและได้พื้นที่ยืนถ่ายรูปสบายกว่ามาก

อีกหัวใจของผาแต้มคือภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000–4,000 ปี ที่เขียนไว้บนผนังหน้าผายาวต่อเนื่องหลายร้อยเมตร รวมกว่า 300 ภาพ ทั้งรูปคน ฝ่ามือ สัตว์ และปลาบึกแม่น้ำโขง สะท้อนวิถีชีวิตของคนยุคก่อนที่อาศัยอยู่ริมน้ำสายนี้ เส้นทางศึกษาธรรมชาติจะเป็นทางเดินเลียบหน้าผาให้เดินชมภาพเขียนสีทีละกลุ่มไปเรื่อย ๆ ระยะทางเลือกได้ตั้งแต่ช่วงสั้นราวหนึ่งกิโลเมตรครึ่งไปจนถึงเส้นเต็มราวสี่กิโลเมตร ระหว่างทางยังผ่านจุดชมวิวโขงหลายมุมและกลุ่มเสาเฉลียงหินรูปทรงคล้ายดอกเห็ดที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำ ทำให้ครึ่งวันเช้าที่นี่ได้ทั้งวิว ประวัติศาสตร์ และการเดินเบา ๆ ในป่า

ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือผาแต้มอยู่ไกลจากตัวเมืองอุบลฯ ราวเก้าสิบถึงหนึ่งร้อยกิโลเมตร ไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงสะดวก ส่วนใหญ่ต้องขับรถเองหรือเช่ารถพร้อมคนขับ และถ้าจะดูพระอาทิตย์ขึ้นต้องออกเดินทางกลางดึก จึงควรวางแผนที่พักในโขงเจียมไว้ล่วงหน้า ทางเดินเลียบผาบางช่วงเป็นหินและไม่มีราวกั้นตลอด ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเป็นพิเศษเวลาเข้าใกล้ขอบผาโดยเฉพาะตอนมืดหรือพื้นเปียก ช่วงหน้าฝนหินลื่นและอาจมีหมอกบังพระอาทิตย์ ฤดูที่เหมาะที่สุดคือปลายฝนต้นหนาวถึงหน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ที่อากาศเย็นสบายและท้องฟ้าเปิด บนผาแทบไม่มีร้านค้า จึงควรเตรียมน้ำดื่ม เสื้อกันหนาวหรือกันลม และไฟฉายไปเองสำหรับช่วงก่อนฟ้าสาง

💡
เคล็ดลับ: พักค้างในโขงเจียมคืนก่อนหน้า แล้วออกจากที่พักก่อนตีห้าเพื่อไปถึงลานหินริมผาก่อนฟ้าสาง จะได้ที่ยืนถ่ายรูปสวยและไม่ต้องรีบ · เตรียมไฟฉายหรือใช้ไฟจากมือถือสำหรับเดินตอนมืด เสื้อกันลม และน้ำดื่มไปเอง เพราะบนผาแทบไม่มีร้าน · สวมรองเท้าเกาะพื้นดีและอยู่ห่างขอบผาตอนพื้นเปียก · เผื่อเวลาเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติต่อหลังพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อชมภาพเขียนสีและเสาเฉลียง · ไปช่วง พ.ย.–ก.พ. ฟ้าเปิดและอากาศเย็นสบายที่สุด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เป็นจุดที่รับแสงพระอาทิตย์ขึ้นก่อนพื้นที่อื่นของไทย ยืนดูดวงอาทิตย์โผล่เหนือแม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้จากลานหินริมผา
  • มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อายุกว่า 3,000 ปี กว่า 300 ภาพเรียงยาวบนหน้าผา เดินชมได้ใกล้ชิดตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
  • เที่ยวได้หลายอย่างในที่เดียว ทั้งจุดชมวิวโขง เสาเฉลียงหินรูปดอกเห็ด และการเดินป่าเบา ๆ เลือกระยะทางได้ตามกำลัง
  • ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานสำหรับคนไทยถูกมาก และรีวิวส่วนใหญ่ชมว่าดูแลจัดการดี เส้นทางเป็นระเบียบ
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ไกลตัวเมืองอุบลฯ ราว 90–100 กม. ไม่มีรถสาธารณะสะดวก ต้องขับรถเองหรือเช่ารถ และต้องออกกลางดึกถ้าจะดูพระอาทิตย์ขึ้น
  • ทางเดินเลียบผาบางช่วงเป็นหินและไม่มีราวกั้นตลอด ต้องระวังเป็นพิเศษตอนมืดหรือพื้นเปียก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน
  • หน้าฝนหินลื่นและอาจมีหมอกบังพระอาทิตย์ อีกทั้งบนผาแทบไม่มีร้านค้า ต้องเตรียมน้ำดื่มและของกินไปเอง
02

สามพันโบก — แกรนด์แคนยอนเมืองไทย แอ่งหินกลางแม่น้ำโขง (อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี)

📍 บ้านสองคอน ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี · ริมแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว ห่างตัวเมืองอุบลฯ ราว 100-110 กม. (ขับรถ ~2-2.5 ชม.) 🧭 ริมโขง อ.โพธิ์ไทร (อุบลฯ ตอนเหนือ) ⭐ 4.6 (Tripadvisor (130 รีวิว))
ทิวทัศน์แก่งหินสามพันโบกที่โผล่พ้นน้ำในหน้าแล้ง กลางแม่น้ำโขง จ.อุบลราชธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. เดินสำรวจ (แนะนำช่วงเย็นเลี่ยงแดด) · ถ้ารวมล่องเรือชมแก่งหินริมโขงเพิ่มอีก ~1 ชม.
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม · ค่ารถรับจ้าง/สกายแล็บจากจุดจอดเข้าแก่ง ~฿20-50 / คน · ล่องเรือชมแก่งริมโขงเหมาลำ ~฿300-600 / ลำ (นั่งได้หลายคน)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายถ่ายรูปและสายธรรมชาติที่อยากเดินสำรวจแอ่งหินรูปทรงแปลกตากลางลำโขง โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน (ต้องมาหน้าแล้งเท่านั้น)
แอ่งหินรูปทรงแปลกตาจุดชมพระอาทิตย์ตกเที่ยวได้เฉพาะหน้าแล้ง

สามพันโบกคือแก่งหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำโขงในเขตอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ที่ถูกยกให้เป็นแกรนด์แคนยอนเมืองไทย จุดเด่นคือลานหินกว้างที่มีหลุมและแอ่งกลม ๆ นับพันหลุมกระจายอยู่เต็มพื้นที่ เกิดจากกระแสน้ำวนของแม่น้ำโขงพัดพากรวดทรายมากัดเซาะหินทรายให้เป็นโพรงลึกทีละน้อยมานานนับล้านปี คำว่า สามพันโบก มาจากภาษาถิ่นที่แปลว่าสามพันหลุม สื่อถึงจำนวนแอ่งหินที่มีอยู่มากมายจนนับแทบไม่ไหว บางแอ่งเล็กแค่ฝ่ามือ บางแอ่งลึกและกว้างจนเรียกกันว่ากุมภลักษณ์ หลายจุดถูกตั้งชื่อตามรูปทรงที่คล้ายสิ่งของ เช่น หินหัวสุนัข แอ่งรูปหัวใจ และแอ่งที่คนนิยมถ่ายรูปคล้ายหน้ามิกกี้เมาส์ ทำให้เดินสำรวจได้เพลินเหมือนตามหารูปทรงในเขาวงกตหิน

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนวางแผนมาคือ สามพันโบกเที่ยวได้เฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น ช่วงที่เหมาะที่สุดคือราวเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ระดับน้ำโขงลดลงจนลานหินโผล่พ้นน้ำให้เดินได้เต็มพื้นที่ พอเข้าหน้าฝนน้ำจะท่วมแก่งหินทั้งหมดจนมองไม่เห็น กลายเป็นแม่น้ำกว้างตามเดิม การเข้าชมไม่มีค่าธรรมเนียม เดินลงจากจุดจอดรถได้เลย หรือจะนั่งรถรับจ้างและสกายแล็บของชาวบ้านเข้าไปใกล้แก่งเพื่อประหยัดแรงก็ได้ อีกวิธีที่คนนิยมคือล่องเรือชมแก่งหินริมโขงจากหาดสลึงหรือจุดใกล้เคียง ค่อย ๆ ผ่านเสาเฉลียงและแก่งหินรูปทรงแปลกตาไปจนถึงสามพันโบก ได้เห็นมุมที่เดินเท้าเข้าไม่ถึงและเพลิดเพลินกับบรรยากาศสองฝั่งไทย-ลาว

เสน่ห์อีกอย่างที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือช่วงพระอาทิตย์ตก แสงเย็นสาดกระทบลานหินและแอ่งน้ำที่ขังอยู่ตามหลุม สะท้อนเป็นภาพที่หลายคนบอกว่าเหมือนอยู่คนละโลก จึงแนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเพื่อเลี่ยงแดดกลางวันที่ร้อนจัดและได้เก็บภาพแสงสวย ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดีเพราะต้องเดินบนหินที่บางจุดขรุขระและอาจลื่น พกน้ำดื่มและหมวกไปเผื่อ เพราะกลางแก่งไม่มีร่มเงาและร้านค้าน้อย ระยะทางจากตัวเมืองอุบลฯ ราวสองชั่วโมงกว่าอาจดูไกล แต่คนที่ไปมาส่วนใหญ่ลงความเห็นตรงกันว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง โดยเฉพาะคนที่ชอบธรรมชาติแบบที่ยังไม่พลุกพล่านและนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไปไม่มาก

💡
เคล็ดลับ: วางแผนมาช่วงหน้าแล้ง (ม.ค.-พ.ค.) เท่านั้น หน้าฝนน้ำท่วมแก่งจนเที่ยวไม่ได้ · เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม · มาช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเพื่อเลี่ยงแดดและเก็บภาพพระอาทิตย์ตก · สวมรองเท้าเกาะพื้นดีเพราะหินบางจุดลื่นและขรุขระ · พกน้ำดื่มกับหมวกไปเอง กลางแก่งไม่มีร่มเงาและร้านค้าน้อย · อยากได้มุมที่เดินไม่ถึงให้ลองล่องเรือชมแก่งริมโขงจากหาดสลึงเพิ่ม
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • แอ่งหินและร่องหินรูปทรงแปลกตานับพันหลุม เดินสำรวจถ่ายรูปได้เพลินหลายจุด เช่น แอ่งรูปหัวใจและจุดคล้ายหน้ามิกกี้เมาส์
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม เดินลงจากจุดจอดรถได้เลย หรือมีรถรับจ้างและสกายแล็บของชาวบ้านคอยรับเข้าแก่ง
  • ช่วงพระอาทิตย์ตกแสงกระทบลานหินและแอ่งน้ำสวยมาก เป็นจุดถ่ายภาพที่รีวิวชมกันมากที่สุด
  • ธรรมชาติยังไม่พลุกพล่าน นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไปไม่มาก ได้บรรยากาศเงียบสงบและกว้างขวาง
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวได้เฉพาะหน้าแล้ง (ราว ม.ค.-พ.ค.) หน้าฝนน้ำโขงท่วมแก่งหินทั้งหมดจนมองไม่เห็น
  • อยู่ไกลตัวเมืองอุบลฯ ต้องขับรถ ~2-2.5 ชม. และไม่มีขนส่งสาธารณะตรงถึง
  • ต้องเดินบนลานหินที่บางจุดขรุขระและลื่น กลางแก่งไม่มีร่มเงาและร้านค้าน้อย ไม่เหมาะกับคนเดินลำบาก
03

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง) — ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงยามค่ำคืน

📍 ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี · บนเนินภูพร้าว มองเห็นทะเลสาบสิรินธรและแนวเขาชายแดนไทย-ลาว 🧭 อ.สิรินธร (ใกล้ด่านช่องเม็ก) ⭐ 4.7 (Tripadvisor (Sirindhorn Wararam Phu Prao Temple, 96 รีวิว · อันดับ 1 ใน 9 ที่เที่ยวของ อ.สิรินธร))
อุโบสถวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี บนเนินเขามองเห็นวิวโดยรอบ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาครึ่งวันช่วงบ่ายแก่ถึงค่ำ ~2-3 ชม. (ไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อชมวิวทะเลสาบ แล้วรอจนฟ้ามืดจึงเห็นต้นไม้เรืองแสงชัด)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า (วัดเปิดให้เข้าถึงราว 2 ทุ่ม) · ค่าเดินทางจากตัวเมืองอุบลฯ ราว 80 กม. เช่ารถ/แท็กซี่เหมา ~฿1,200-2,000 ต่อวัน หรือรวมในทัวร์เที่ยวรอบอุบลฯ-ช่องเม็ก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบถ่ายรูปวัดสวยและอยากเห็นภาพต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงบนผนังหลังอุโบสถ เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายภาพที่ไม่รังเกียจการรอถึงหัวค่ำ
ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงจุดชมวิวทะเลสาบสิรินธรเที่ยวหัวค่ำ-ถ่ายภาพ

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่คนเรียกติดปากว่า “วัดเรืองแสง” ตั้งอยู่บนเนินภูพร้าวใน อ.สิรินธร ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีราว 80 กิโลเมตร ใกล้ด่านช่องเม็กชายแดนไทย-ลาว จุดที่ทำให้วัดนี้เป็นที่รู้จักคือภาพต้นกัลปพฤกษ์ขนาดใหญ่บนผนังด้านหลังอุโบสถ ซึ่งทำจากกระเบื้องโมเสกเคลือบสารเรืองแสงหรือสารฟลูออเรสเซนต์ กลางวันจะเห็นเป็นลวดลายต้นไม้สีเงินธรรมดา แต่พอฟ้ามืดสนิทตัวต้นไม้และดวงดาวรอบ ๆ จะค่อย ๆ เปล่งแสงสีเขียวอมฟ้าออกมา กลายเป็นภาพที่หลายคนตั้งใจขับรถไกลมาถ่ายโดยเฉพาะ งานชิ้นนี้เป็นฝีมือออกแบบของช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ที่ลงมือติดโมเสกทีละชิ้นด้วยตัวเอง

เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่ต้นไม้เรืองแสง เพราะตัววัดตั้งอยู่บนที่สูง เดินขึ้นไปด้านบนจะเห็นวิวทะเลสาบสิรินธรและแนวเขาฝั่งลาวเปิดกว้างสุดสายตา ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจึงเป็นเวลาที่คนนิยมมากที่สุด เพราะได้ทั้งวิวพระอาทิตย์ลับเขาและอยู่รอต่อจนมืดเพื่อดูต้นไม้เรืองแสงในทีเดียว วัดเปิดให้เข้าชมฟรีไม่มีค่าเข้า และเปิดให้อยู่ถึงราวสองทุ่ม แต่การเรืองแสงจะเห็นชัดที่สุดในคืนเดือนมืดหรือคืนที่ท้องฟ้าไม่มีเมฆบัง แสงจากต้นไม้จะเด่นขึ้นเมื่อรอบข้างมืดสนิทและตาเริ่มปรับกับความมืด บางคนที่ไปช่วงพระจันทร์เต็มดวงหรือฟ้ายังไม่มืดพออาจรู้สึกว่าแสงจาง ๆ ไม่เท่ากับภาพที่เห็นในโปสการ์ด

ในแง่การเดินทาง ควรเผื่อใจไว้ว่าวัดอยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควรและถนนช่วงท้ายเป็นทางขึ้นเนิน หากไม่มีรถส่วนตัวมักต้องเช่ารถหรือเหมาแท็กซี่ไปกลับ และเพราะจุดขายคือช่วงหัวค่ำ ขากลับจึงเป็นการขับรถกลางคืนบนถนนต่างจังหวัด ควรวางแผนคนขับและเวลาไว้ให้ดี ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนจะเยอะ ที่จอดรถและบริเวณถ่ายรูปหลังอุโบสถค่อนข้างแน่น อาจต้องต่อคิวเพื่อถ่ายภาพมุมต้นไม้เรืองแสงแบบไม่มีคนบัง อีกทั้งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงควรแต่งกายสุภาพ สำรวมเสียง และไม่ใช้แฟลชหรือไฟส่องรบกวนคนอื่นที่กำลังตั้งกล้องถ่ายภาพยาว

💡
เคล็ดลับ: ไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อเก็บวิวทะเลสาบสิรินธรก่อน แล้วรอจนฟ้ามืดสนิทค่อยดูต้นไม้เรืองแสง เลือกไปคืนเดือนมืดหรือคืนฟ้าใสไม่มีเมฆจะเห็นแสงชัดที่สุด · อยากได้ภาพต้นกัลปพฤกษ์คมชัดควรพาขาตั้งกล้องไปเพราะต้องเปิดหน้ากล้องนาน และปิดแฟลชเพื่อไม่รบกวนคนอื่น · วัดเข้าฟรีแต่ปิดราวสองทุ่ม เผื่อเวลาและวางแผนคนขับสำหรับขากลับกลางคืน · แต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ภาพต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงบนผนังหลังอุโบสถเป็นภาพที่หาดูที่อื่นได้ยาก คนรีวิวส่วนใหญ่บอกว่าคุ้มค่ากับการรอถึงหัวค่ำ
  • ตั้งอยู่บนที่สูง วิวทะเลสาบสิรินธรและแนวเขาชายแดนไทย-ลาวช่วงพระอาทิตย์ตกสวยเป็นของแถม
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า เหมาะรวมไว้ในทริปเที่ยวฝั่งช่องเม็กหรือแวะก่อน/หลังข้ามด่าน
  • บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เดินชมได้ทั้งครอบครัวและคู่รัก เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของอุบลฯ
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ไกลจากตัวเมืองอุบลฯ ราว 80 กม. ถ้าไม่มีรถส่วนตัวต้องเช่ารถหรือเหมาแท็กซี่ และขากลับต้องขับกลางคืน
  • การเรืองแสงเห็นชัดเฉพาะเมื่อฟ้ามืดสนิทและคืนเดือนมืด คืนพระจันทร์สว่างหรือฟ้ายังไม่มืดพอแสงจะจาง
  • ช่วงวันหยุดยาวคนแน่น ที่จอดรถและมุมถ่ายรูปหลังอุโบสถต้องต่อคิว ถ่ายภาพไม่มีคนบังได้ยาก
04

เสาเฉลียง + ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (เสาหินธรรมชาติ + จุดชมวิวโขงและพระอาทิตย์ขึ้น)

📍 อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี · ห่างตัวเมืองอุบลฯ ราว 90–100 กม. (ขับรถราว 1.5–2 ชม.) 🧭 โขงเจียม-ริมแม่น้ำโขง (สุดชายแดนตะวันออกของไทย)
เสาหินธรรมชาติรูปทรงคล้ายดอกเห็ดที่เสาเฉลียง อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Traveling1081009 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวันถึงเต็มวัน (เสาเฉลียงเดินชมราว 30–45 นาที · ผาชะนะไดขับต่ออีกช่วงหนึ่งแล้วเดินชมวิวราว 1 ชม. · สายดูพระอาทิตย์ขึ้นควรถึงก่อนฟ้าสาง)
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยาน ~฿40 คนไทย / ~฿400 ต่างชาติ (เด็กถูกกว่า) · ค่ารถ/มอเตอร์ไซค์เข้าเพิ่มเล็กน้อย · ทัวร์เหมารถจากตัวเมืองอุบลฯ ราว ฿1,500–3,000 ต่อคัน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบธรรมชาติและวิวกว้าง อยากเห็นเสาหินรูปทรงแปลกตากับหน้าผาริมโขง ทั้งสายถ่ายรูป สายตื่นเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในไทย และครอบครัวที่อยากเดินเล่นชิล ๆ
เสาหินธรรมชาติจุดชมวิวริมโขงพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในไทย

เสาเฉลียงกับผาชะนะไดเป็นสองไฮไลต์ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม สุดชายแดนตะวันออกของประเทศไทยติดแม่น้ำโขง เสาเฉลียงคือกลุ่มเสาหินธรรมชาติที่ถูกลมและน้ำกัดเซาะมานานหลายล้านปีจนเหลือรูปทรงคล้ายดอกเห็ดขนาดใหญ่ ส่วนบนแผ่กว้างกว่าฐานด้านล่าง ยืนเรียงรายกลางลานหินให้เดินชมและถ่ายรูปได้ใกล้ ๆ อยู่ไม่ไกลจากทางเข้าอุทยาน เดินสำรวจสบาย ๆ ไม่ต้องปีนป่ายหนัก ถัดจากเสาเฉลียงคือหน้าผาผาแต้มที่มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อายุหลายพันปีอยู่บนผนังหินริมโขง เป็นร่องรอยของคนยุคโบราณที่ทำให้ที่นี่มีทั้งความงามทางธรรมชาติและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในที่เดียว

ส่วนผาชะนะไดคือจุดชมวิวบนหน้าผาสูงที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มองข้ามแม่น้ำโขงไปเห็นแผ่นดินฝั่งลาว และเป็นหนึ่งในจุดที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นที่แรก ๆ ของประเทศไทย นักท่องเที่ยวสายตื่นเช้ามักตั้งใจขับรถขึ้นมาให้ทันก่อนฟ้าสาง นั่งรอดวงอาทิตย์โผล่พ้นสันเขาฝั่งลาวเหนือสายน้ำ บรรยากาศเย็นสบายและเงียบสงบ ทางเข้าผาชะนะไดต้องขับรถต่อจากโซนเสาเฉลียงเข้าไปอีกช่วงหนึ่งบนถนนในป่า แล้วเดินเท้าไปตามทางชมวิวอีกเล็กน้อย ระหว่างทางยังมีจุดชมวิวย่อย ๆ และลานหินให้แวะพักถ่ายรูปเป็นระยะ เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปธรรมชาติแบบไม่ต้องเบียดเสียดเหมือนแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตทั่วไป

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือระยะทางจากตัวเมืองอุบลฯ ค่อนข้างไกล ราว 90 ถึง 100 กิโลเมตร ถ้าไม่มีรถส่วนตัวควรเช่ารถหรือจองทัวร์เหมารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงลำบากและจุดต่าง ๆ ในอุทยานอยู่ห่างกัน ข้อสองคือช่วงหน้าร้อนแดดแรงและร้อนจัดมาก บนลานหินไม่ค่อยมีร่มเงา ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด น้ำดื่ม และครีมกันแดดไปให้พร้อม ข้อสามคือถ้าจะดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะไดต้องออกจากที่พักตั้งแต่ดึกหรือค้างใกล้ ๆ อุทยาน เพราะกว่าจะขับถึงจุดชมวิวใช้เวลาพอสมควร ข้อสี่คือเส้นทางเดินริมผาบางช่วงไม่มีราวกั้นตลอด ควรระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะเวลาพาเด็กเล็กหรือช่วงหินเปียกลื่นหลังฝน และอย่าลืมว่าค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติแพงกว่าคนไทยหลายเท่า ควรเตรียมเงินสดไว้จ่ายหน้าด่าน

💡
เคล็ดลับ: อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะไดให้ค้างคืนแถวโขงเจียมหรือใกล้อุทยาน แล้วออกตั้งแต่ฟ้ายังมืดเพราะต้องขับต่อเข้าไปอีกช่วง เที่ยวเสาเฉลียงตอนเช้าหรือเย็นจะเลี่ยงแดดจัดกลางลานหินได้ เตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เกาะพื้นดีเพราะหินลื่นหลังฝน ถ้าไม่มีรถส่วนตัวให้จองทัวร์เหมารถจากตัวเมืองอุบลฯ เพราะจุดต่าง ๆ อยู่ห่างกันและรถสาธารณะเข้าถึงยาก และเตรียมเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมอุทยานที่แยกราคาไทย-ต่างชาติ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้เห็นเสาหินธรรมชาติรูปทรงคล้ายดอกเห็ดที่เกิดจากการกัดเซาะนับล้านปี เดินชมและถ่ายรูปใกล้ ๆ ได้โดยไม่ต้องปีนป่ายหนัก
  • ผาชะนะไดเป็นจุดชมวิวริมโขงและเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นที่แรก ๆ ของไทย บรรยากาศเงียบสงบ ไม่เบียดเสียดเหมือนแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต
  • อยู่ในอุทยานเดียวกับภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ริมหน้าผา ได้ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในทริปเดียว
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับคนไทยไม่แพง เหมาะกับครอบครัวและทริปธรรมชาติแบบประหยัด
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ไกลจากตัวเมืองอุบลฯ ราว 90–100 กม. ไม่มีรถส่วนตัวเดินทางลำบาก จุดต่าง ๆ ในอุทยานก็อยู่ห่างกันต้องขับต่อ
  • หน้าร้อนแดดแรงมากและลานหินแทบไม่มีร่มเงา ต้องเตรียมกันแดดและน้ำดื่มไปเอง
  • เส้นทางเดินริมผาบางช่วงไม่มีราวกั้นตลอด ต้องระวังเป็นพิเศษกับเด็กเล็กและช่วงหินเปียกลื่นหลังฝน อีกทั้งค่าธรรมเนียมต่างชาติแพงกว่าคนไทยหลายเท่า
05

น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกลอดรู) โขงเจียม — น้ำตกที่ไหลลอดรูหิน

📍 บ้านทุ่งนาเมือง ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี · อยู่ในเขตป่าฝั่งอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ห่างตัวอำเภอโขงเจียมราว 40 นาทีโดยรถ 🧭 โขงเจียม-ผาแต้ม
ทิวทัศน์ธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พื้นที่ป่าที่น้ำตกแสงจันทร์ตั้งอยู่ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Sakateka · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1-2 ชม. (เดินจากลานจอดรถถึงตัวน้ำตกราว 5-10 นาที รวมเวลาถ่ายรูปและชมรอบ ๆ)
ราคาโดยประมาณค่าเข้าชมน้ำตกเอง ~ฟรี ถึงหลักสิบบาท · หากรวมค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติผาแต้มโซนอื่น คนไทยผู้ใหญ่ ~฿40 ต่างชาติ ~฿200 (เด็กถูกกว่า) · ค่ารถ/ทัวร์วนเที่ยวโขงเจียมทั้งวันแยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบธรรมชาติที่อยากเห็นน้ำตกทรงแปลกตาที่ไหลลอดรูหินลงมาเป็นลำแสง เที่ยวสบาย ๆ ครึ่งวัน เดินไม่ไกล เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และคนที่แวะเที่ยวโขงเจียม-ผาแต้มในทริปเดียว
น้ำตกไหลลอดรูหินสวยหน้าฝน-ต้นหนาวเที่ยวคู่ผาแต้ม-โขงเจียม

น้ำตกแสงจันทร์ หรือที่คนแถวนั้นเรียกว่าน้ำตกลอดรู อยู่ที่บ้านทุ่งนาเมือง ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ในเขตป่าฝั่งอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จุดที่ทำให้น้ำตกนี้ต่างจากน้ำตกทั่วไปคือสายน้ำไม่ได้ไหลลงมาตามหน้าผาตรง ๆ แต่ไหลลอดผ่านช่องหรือรูบนแผ่นหินด้านบนก่อนจะตกลงมาเป็นลำ พอแสงส่องผ่านสายน้ำที่ลอดรูลงมาก็เห็นเป็นประกายคล้ายแสงจันทร์ จนกลายเป็นที่มาของชื่อ ช่วงที่สวยที่สุดคือหน้าฝนต่อต้นหนาว ราวเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน เพราะมีน้ำมากพอให้เห็นลำน้ำที่ลอดรูชัดเจน ส่วนหน้าแล้งน้ำจะน้อยหรือแทบแห้ง มาแล้วอาจไม่เห็นน้ำตกอย่างที่หวัง

ทางเดินเข้าน้ำตกไม่ไกลและไม่ชันมาก จากลานจอดรถเดินเข้าไปราว 5-10 นาทีก็ถึงตัวน้ำตก จึงเที่ยวได้สบาย ๆ ทั้งครอบครัวและคนที่ไม่ได้เดินป่าเก่ง หลายคนนิยมมาเที่ยวน้ำตกแสงจันทร์ควบกับจุดอื่นในโซนโขงเจียม-ผาแต้มในวันเดียว เช่น เสาเฉลียงที่ผาแต้ม ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ริมหน้าผา และแม่น้ำสองสีที่ตัวอำเภอโขงเจียม เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกัน สิ่งที่ควรรู้ไว้อย่างหนึ่งคือใกล้ ๆ กันมีน้ำตกทุ่งนาเมืองซึ่งบางคนก็เรียกว่าน้ำตกลอดรูเหมือนกัน ห่างกันราว 2 กิโลเมตร ทำให้สับสนได้ ก่อนไปควรเช็กพิกัดและถามทางให้ชัดว่าจะไปน้ำตกไหน

เรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือน้ำตกแห่งนี้ขึ้นกับปริมาณน้ำตามฤดูกาลมาก ถ้ามานอกหน้าฝนอาจเจอสายน้ำบางหรือแทบไม่มีน้ำ ทำให้ไม่เห็นลักษณะน้ำลอดรูที่เป็นจุดขาย เส้นทางจากตัวเมืองอุบลฯ มาโขงเจียมค่อนข้างไกลและบางช่วงเป็นถนนในเขตอำเภอ ควรเผื่อเวลาเดินทางและเติมน้ำมันให้พอ ไม่ค่อยมีรถสาธารณะเข้าถึงจุดนี้โดยตรง ส่วนใหญ่ต้องขับรถเองหรือเช่ารถพร้อมคนขับ ช่วงหน้าฝนหินรอบน้ำตกลื่น ควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดีและเดินระวัง สิ่งอำนวยความสะดวกในจุดนี้มีจำกัด ร้านค้าและห้องน้ำไม่ได้มีมากเหมือนแหล่งเที่ยวใหญ่ จึงควรเตรียมน้ำดื่มและของกินติดตัวไปเอง และเก็บขยะกลับออกมาด้วยเพื่อรักษาสภาพป่า

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว (ก.ค.-พ.ย.) จะเห็นสายน้ำลอดรูหินชัดที่สุด หน้าแล้งน้ำน้อยอาจไม่เห็นน้ำตก ระวังสับสนกับน้ำตกทุ่งนาเมืองที่อยู่ห่างราว 2 กม. และคนก็เรียกน้ำตกลอดรูเหมือนกัน เช็กพิกัดก่อนออกเดินทาง จัดเที่ยวควบกับผาแต้ม แม่น้ำสองสี และแก่งตะนะในเส้นทางเดียวกันได้ในวันเดียว เตรียมน้ำดื่มไปเอง ใส่รองเท้ายึดเกาะดีเพราะหินลื่นช่วงหน้าฝน และเก็บขยะกลับออกมาด้วย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • รูปทรงน้ำตกแปลกตา สายน้ำไหลลอดผ่านรูหินลงมาเป็นลำคล้ายแสงจันทร์ หาดูได้ไม่บ่อยในน้ำตกทั่วไป
  • เดินเข้าถึงง่าย จากลานจอดรถถึงตัวน้ำตกราว 5-10 นาที ทางไม่ชัน เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคู่รัก
  • อยู่ในเส้นทางเดียวกับผาแต้ม แม่น้ำสองสี และแก่งตะนะ จัดทริปเที่ยวโขงเจียมได้หลายจุดในวันเดียว
  • ค่าเข้าชมถูกหรือแทบไม่มี เป็นจุดเที่ยวธรรมชาติที่ประหยัดงบเมื่อเทียบกับกิจกรรมแบบเสียเงิน
⚠️ ข้อสังเกต
  • สวยเฉพาะหน้าฝนถึงต้นหนาว หน้าแล้งน้ำน้อยหรือแทบแห้ง มาผิดฤดูอาจไม่เห็นน้ำตกอย่างที่หวัง
  • ชื่อน้ำตกลอดรูซ้ำกับน้ำตกทุ่งนาเมืองที่อยู่ใกล้กันราว 2 กม. ทำให้สับสนได้ ต้องเช็กพิกัดก่อนไป
  • อยู่ไกลจากตัวเมืองอุบลฯ ไม่ค่อยมีรถสาธารณะเข้าถึง ส่วนใหญ่ต้องขับรถเองหรือเช่ารถ และสิ่งอำนวยความสะดวกมีจำกัด
06

ถนนคนเดินเขมราฐ (เมืองเก่าเขมราษฎร์ธานี ริมโขง — เรือนไม้เก่า ถนนสายวัฒนธรรม)

📍 ถนนสายวัฒนธรรมกลางเมืองเก่าเขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี · ริมแม่น้ำโขง ห่างตัวเมืองอุบลฯ ราว 100 กม. (ขับรถ ~1.5–2 ชม.) 🧭 เมืองเก่าเขมราฐ (ริมโขง) ⭐ 4.8 (Tripadvisor (Khemarat Walking Street, #1 of 3 things to do in Khemarat · 9 รีวิว))
แม่น้ำโขงกว้างในเขตจังหวัดอุบลราชธานี บรรยากาศริมน้ำแบบเดียวกับเมืองเก่าเขมราฐ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Oatz · Public domain
ระยะเวลาครึ่งค่ำ ~2–3 ชม. (เปิดเฉพาะเย็นวันเสาร์ ราว 17.00 น. เป็นต้นไปจนค่ำ)
ราคาโดยประมาณเดินชมฟรี · ค่าอาหารและของกินพื้นบ้าน ~฿20–80 / อย่าง, ของฝากผ้าฝ้ายทอมือ ~฿150–600 (แล้วแต่ชิ้น)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินเที่ยวเมืองเก่าริมน้ำแบบช้า ๆ ดูเรือนไม้เก่าอายุร้อยปี ชิมอาหารพื้นบ้านอีสาน ฟังฟ้อนรำพื้นเมือง และถ่ายรูปมุมย้อนยุค เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และสายเที่ยวเนิบ ๆ
เมืองเก่าริมโขงเรือนไม้เก่าร้อยปีถนนคนเดินเย็นวันเสาร์

เขมราฐเป็นเมืองเก่าริมแม่น้ำโขงทางเหนือสุดของจังหวัดอุบลราชธานี ชื่อเต็มเดิมคือเขมราษฎร์ธานี ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองท่าค้าขายริมโขงที่คึกคัก จึงเหลือมรดกเป็นเรือนไม้เก่าและอาคารพาณิชย์โบราณเรียงรายตามถนนกลางเมือง บางหลังมีอายุใกล้สองร้อยปี ทุกเย็นวันเสาร์ทางชุมชนและเทศบาลจะปิดถนนสายวัฒนธรรมทำเป็นถนนคนเดิน เริ่มราวห้าโมงเย็นไปจนค่ำ กลุ่มฮักนะเขมราฐริเริ่มงานนี้ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อชุบชีวิตย่านเมืองเก่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในบรรยากาศย้อนยุค ตลอดสองข้างทางมีร้านขายอาหารพื้นบ้านอีสาน ขนมโบราณ ผ้าฝ้ายทอมือ เสื้อผ้าพื้นเมือง ของที่ระลึก และคาเฟ่ในเรือนไม้เก่าให้แวะนั่งพัก คั่นด้วยเวทีการแสดงฟ้อนรำพื้นเมืองที่คนในชุมชนช่วยกันจัดเอง

เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นเมืองเล็กที่ยังไม่ถูกการท่องเที่ยวกลืนจนเสียตัวตน คนเดินส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่กับนักท่องเที่ยวสายชิลที่ตั้งใจแวะ ไม่แน่นและไม่วุ่นวายเหมือนถนนคนเดินเมืองใหญ่ เดินชมได้เรื่อย ๆ พร้อมถ่ายรูปหน้าเรือนไม้เก่าและซุ้มประตูโบราณ ราคาของกินย่อมเยาแบบตลาดชุมชน จ่ายไม่กี่สิบบาทก็อิ่ม เดินไปสุดถนนก็ถึงริมแม่น้ำโขงที่มองข้ามไปเห็นฝั่งลาว ช่วงพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่แสงสวยที่สุด หลายคนนิยมมาถึงก่อนมืดเพื่อเก็บภาพริมน้ำแล้วค่อยวนกลับเข้ามาเดินตลาดตอนไฟเริ่มติด บรรยากาศจะอบอุ่นแบบเมืองเก่าที่ยังมีคนอยู่จริง ไม่ใช่ฉากจัดขึ้นเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือถนนคนเดินเปิดเฉพาะเย็นวันเสาร์เท่านั้น ถ้ามาวันธรรมดาจะเจอเมืองเงียบ ๆ ร้านปิดเกือบหมด จึงต้องวางแผนวันให้ตรง เขมราฐอยู่ไกลจากตัวเมืองอุบลฯ พอสมควร ขับรถราวชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนต่างจังหวัด ควรออกเดินทางแต่หัววันและเผื่อเวลาขากลับตอนกลางคืน ที่พักในตัวอำเภอมีไม่มากและเป็นเกสต์เฮาส์หรือโฮมสเตย์เล็ก ๆ เป็นหลัก ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวอาจเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า ของกินบางร้านหมดไว ถ้าอยากชิมเมนูเด่นให้มาช่วงต้น ๆ ก่อนคนแน่น และควรพกเงินสดไปด้วยเพราะร้านชุมชนหลายเจ้ายังไม่รับจ่ายผ่านแอปหรือบัตร

💡
เคล็ดลับ: ถนนคนเดินเขมราฐเปิดเฉพาะเย็นวันเสาร์ ราว 17.00 น. เป็นต้นไป มาวันอื่นจะเจอเมืองเงียบ ให้เช็กวันให้ตรงก่อนออกเดินทาง เขมราฐอยู่ห่างตัวเมืองอุบลฯ ~1.5–2 ชม. ควรออกแต่หัววันเพื่อไปทันแสงเย็นริมโขงช่วงพระอาทิตย์ตก แล้วค่อยวนกลับมาเดินตลาดตอนไฟติด พกเงินสดไปด้วยเพราะหลายร้านยังไม่รับจ่ายผ่านแอป และถ้าอยากค้างคืนให้จองที่พักในอำเภอล่วงหน้าเพราะมีจำกัด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เมืองเก่าริมแม่น้ำโขงที่ยังมีเรือนไม้เก่าและอาคารพาณิชย์โบราณอายุเป็นร้อยปีให้เดินชมและถ่ายรูป
  • บรรยากาศเนิบ ๆ ไม่แน่นเหมือนถนนคนเดินเมืองใหญ่ คนเดินส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ สัมผัสวิถีชุมชนจริง
  • ของกินพื้นบ้านอีสานและของฝากผ้าฝ้ายทอมือราคาย่อมเยา จ่ายไม่กี่สิบบาทก็อิ่ม พร้อมการแสดงฟ้อนรำพื้นเมือง
  • เดินสุดถนนถึงริมโขงมองเห็นฝั่งลาว ช่วงพระอาทิตย์ตกแสงสวย เก็บภาพริมน้ำได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • เปิดเฉพาะเย็นวันเสาร์ มาวันธรรมดาจะเจอเมืองเงียบและร้านปิดเกือบหมด
  • อยู่ไกลจากตัวเมืองอุบลฯ ขับรถ ~1.5–2 ชม. ต้องเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับตอนกลางคืน
  • ที่พักในอำเภอมีจำกัดและเป็นที่พักเล็ก ๆ ร้านชุมชนหลายเจ้ายังรับแต่เงินสด
07

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ — แก่งหินกลางลำโขง + สะพานแขวนข้ามแม่น้ำมูล (โขงเจียม อุบลราชธานี)

📍 อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี · จุดที่แม่น้ำมูลไหลมาบรรจบแม่น้ำโขง ห่างตัวเมืองอุบลฯ ราว 75-90 กม. (ขับรถ ~1.5 ชม.) 🧭 โขงเจียม-สิรินธร (อีสานใต้ริมโขง) ⭐ 4.2 (Tripadvisor (Kaeng Tana National Park, 35 รีวิว))
แก่งหินโผล่กลางลำน้ำที่แก่งตะนะช่วงหน้าแล้ง อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: ::::=UT=:::: · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เดินชมแก่ง + สะพานแขวน + จุดชมวิว) หรือค้างเต็มวันถ้ากางเต็นท์
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยานฯ ผู้ใหญ่ไทย ~฿40 เด็กไทย ~฿20 · ต่างชาติผู้ใหญ่ ~฿400 เด็ก ~฿200 · รถยนต์ ~฿30 · ลานกางเต็นท์/บ้านพักคิดแยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบธรรมชาติแบบเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่าน อยากเห็นแก่งหินกลางลำน้ำหน้าแล้ง เดินสะพานแขวนยาวข้ามแม่น้ำมูล และถ่ายรูปวิวจุดบรรจบสองแม่น้ำ เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและสายขับรถเที่ยวอีสาน
แก่งหินกลางลำโขงสะพานแขวนข้ามแม่น้ำมูลธรรมชาติเงียบไม่พลุกพล่าน

แก่งตะนะเป็นอุทยานแห่งชาติเล็ก ๆ ในอำเภอโขงเจียม จุดที่แม่น้ำมูลไหลลงไปบรรจบแม่น้ำโขงก่อนออกสู่ฝั่งลาว จุดเด่นคือ "แก่งตะนะ" แก่งหินกลางลำน้ำที่มีเกาะดอนตะนะคั่นกลาง ทำให้น้ำแยกเป็นสองสายแล้วไหลผ่านซอกหินเป็นแก่งเชี่ยว ช่วงหน้าแล้งราวเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนน้ำลด หินโผล่ขึ้นมาเป็นลานกว้างให้เดินเล่นและถ่ายรูปได้เต็มที่ อีกไฮไลต์คือสะพานแขวนยาวข้ามแม่น้ำมูลที่เดินข้ามไปยังอีกฝั่งได้ ระหว่างเดินจะเห็นวิวแก่งและสายน้ำอยู่ใต้เท้า เป็นมุมถ่ายรูปที่คนมาแล้วมักพูดถึง นอกจากนี้ยังมีน้ำตกตาดโตนขนาดเล็ก เส้นทางเดินป่าระยะสั้น และจุดชมวิวผาแต้มฝั่งตรงข้ามให้แวะต่อได้ในทริปเดียว

การมาที่นี่เหมาะกับคนที่อยากได้ธรรมชาติแบบสงบ ไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูปกับใครมาก เพราะคนน้อยกว่าอุทยานดัง ๆ ทางภาคเหนือหรือภาคใต้ ส่วนใหญ่ขับรถมาเองจากตัวเมืองอุบลราชธานีราวชั่วโมงครึ่ง หรือรวมไว้ในเส้นทางเที่ยวโขงเจียม-ผาแต้ม-สามพันโบก ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานคิดแยกอัตราคนไทยกับต่างชาติ และมีค่ารถยนต์เพิ่มอีกเล็กน้อย ภายในมีลานกางเต็นท์และบ้านพักของอุทยานให้จองค้างคืนสำหรับคนที่อยากตื่นมารับอากาศเช้าริมน้ำ ร้านอาหารและร้านค้ามีบ้างแต่ไม่มาก ควรเตรียมน้ำดื่มและของกินติดตัวไปเผื่อ โดยเฉพาะถ้ามากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือช่วงหน้าฝนราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม น้ำในแม่น้ำมูลจะขึ้นสูงจนท่วมแก่งหินมิด มองไม่เห็นแก่งตามที่หลายคนตั้งใจมาดู ถ้าอยากเห็นลานหินเต็มตาต้องเลือกมาหน้าแล้ง อากาศอีสานช่วงกลางวันร้อนและแดดจัด บนลานหินไม่มีร่มเงา ควรมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ พกหมวก แว่นกันแดด และรองเท้าที่เดินบนหินลื่นได้ เพราะบางจุดหินเปียกและมีตะไคร่ สะพานแขวนจะแกว่งเล็กน้อยเวลามีคนเดินพร้อมกันหลายคน คนกลัวความสูงอาจต้องทำใจนิดหน่อย ห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกมีจำกัดและดูแลได้ไม่ทั่วถึงเท่าอุทยานใหญ่ ส่วนการลงเล่นน้ำในแก่งไม่แนะนำเพราะกระแสน้ำเชี่ยวและมีบันทึกอุบัติเหตุจมน้ำมาก่อน ควรดูอยู่บนฝั่งและตามป้ายเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

💡
เคล็ดลับ: มาหน้าแล้ง (พ.ย.-เม.ย.) จะเห็นแก่งหินเต็มตา หน้าฝนน้ำท่วมแก่งจนมองไม่เห็น · เลี่ยงแดดเที่ยงเพราะบนลานหินไม่มีร่มเงา มาเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ดีกว่า · ใส่รองเท้ากันลื่นเพราะหินริมน้ำมีตะไคร่ · อย่าลงเล่นน้ำในแก่ง กระแสน้ำเชี่ยวและเคยมีอุบัติเหตุ · จัดรวมทริปกับผาแต้ม สามพันโบก และโขงเจียมได้ในวันเดียว เตรียมน้ำดื่มและของกินไปเผื่อเพราะร้านค้าในอุทยานมีน้อย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เห็นแก่งหินกลางลำน้ำจุดบรรจบแม่น้ำมูล-โขง และเดินสะพานแขวนยาวข้ามแม่น้ำมูลได้ในที่เดียว
  • คนน้อย บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบที่เที่ยวพลุกพล่าน
  • ค่าเข้าคนไทยถูก จัดรวมเส้นทางกับผาแต้ม-สามพันโบก-โขงเจียมได้ในทริปเดียว
  • มีลานกางเต็นท์และบ้านพักอุทยานให้ค้างคืนริมน้ำสำหรับคนอยากพักใกล้ธรรมชาติ
⚠️ ข้อสังเกต
  • หน้าฝน (มิ.ย.-ต.ค.) น้ำขึ้นสูงท่วมแก่งจนมองไม่เห็นหิน ต้องเลือกมาหน้าแล้ง
  • บนลานหินแดดจัดไม่มีร่มเงา ห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกมีจำกัด
  • กระแสน้ำในแก่งเชี่ยวและเคยมีอุบัติเหตุจมน้ำ ห้ามลงเล่นน้ำ ต้องระวังเด็กเป็นพิเศษ
08

แม่น้ำสองสี โขงเจียม — จุดบรรจบแม่น้ำโขง-แม่น้ำมูล + หาดทรายริมโขง

📍 อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี · จุดชมวิวปากแม่น้ำมูลบรรจบแม่น้ำโขง ริมตัวอำเภอโขงเจียม ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ราว 75-80 กม. 🧭 โขงเจียม (ปากมูล-ริมโขง) ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Two Colour River / Mae Nam Song Si, โขงเจียม))
มุมสูงเห็นแม่น้ำมูลไหลมาบรรจบแม่น้ำโขงที่โขงเจียม อุบลราชธานี น้ำสองสายมาเจอกัน (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Sakateka · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (ชมวิวจุดบรรจบ นั่งเรือหางยาวราว 30-45 นาที และเดินหาดทราย) เหมาะไปช่วงเช้าตรู่
ราคาโดยประมาณเข้าชมจุดชมวิวฟรี · เช่าเรือหางยาววนชมจุดบรรจบ ~฿300-600 / ลำ (นั่งได้หลายคน แล้วแต่ต่อรองและช่วงเวลา)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบวิวแม่น้ำเงียบ ๆ อยากเห็นน้ำสองสีตัดกันช่วงเช้าหน้าแล้ง นั่งเรือหางยาวชมจุดบรรจบ และเดินเล่นหาดทรายริมโขงแบบสบาย ๆ เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูป
น้ำสองสีบรรจบโขง-มูลนั่งเรือหางยาวชมวิวหาดทรายริมโขง

แม่น้ำสองสีที่โขงเจียมคือจุดที่แม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง เกิดเป็นภาพน้ำสองสายที่สีต่างกันไหลมาเจอกันตรงปากแม่น้ำ ฝั่งแม่น้ำมูลมักออกสีครามอมเขียว ส่วนแม่น้ำโขงจะขุ่นข้นออกสีน้ำตาลแดงจากตะกอนที่พัดพามา ช่วงที่เห็นเส้นแบ่งสองสีชัดที่สุดคือหน้าแล้งราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เพราะน้ำนิ่งและตะกอนน้อยลง ทำให้เส้นแบ่งคมกว่าหน้าฝนที่น้ำหลากจนกลืนเป็นสีเดียว จุดชมวิวหลักอยู่ริมตัวอำเภอโขงเจียม เดินจากลานจอดรถไปยืนดูได้เลย ไม่ต้องเสียค่าเข้า และมีศาลาให้นั่งพักมองแม่น้ำแบบสบาย ๆ

วิธีที่เห็นน้ำสองสีได้ใกล้และชัดที่สุดคือลงเรือหางยาวที่จอดรับนักท่องเที่ยวอยู่ริมตลิ่ง เรือจะพาวนเข้าไปตรงเส้นแบ่งของน้ำสองสายให้เห็นสีที่ตัดกันแบบเต็มตา แล้ววนชมวิวสองฝั่งที่อีกฝั่งเป็นแผ่นดินลาว ค่าเช่าเรือคิดเป็นลำ นั่งได้หลายคน ควรถามราคาและตกลงเส้นทางให้ชัดก่อนลงเรือ ช่วงหน้าแล้งที่ระดับน้ำลด แม่น้ำโขงจะเผยหาดทรายกว้างริมตลิ่งให้ลงไปเดินเล่นถ่ายรูปได้ บางช่วงมีร้านอาหารริมน้ำและแพให้นั่งกินปลาแม่น้ำมองวิวไปด้วย รอบ ๆ โขงเจียมยังมีที่เที่ยวต่อเนื่องอย่างอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่มีภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในไทย จึงจัดเที่ยวรวมกันในทริปเดียวได้

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือความชัดของน้ำสองสีขึ้นอยู่กับฤดูและปริมาณน้ำมาก ถ้าไปหน้าฝนหรือช่วงน้ำหลากอาจเห็นเส้นแบ่งไม่ชัดเท่าที่หวังเพราะน้ำขุ่นทั้งสองสาย และควรไปช่วงเช้าที่แดดยังไม่แรงและน้ำนิ่ง แสงจะช่วยขับสีให้เห็นต่างกันง่ายขึ้น เรื่องเรือหางยาวควรตกลงราคาและเวลาก่อนออกเรือทุกครั้ง เพราะไม่มีป้ายราคาตายตัว บางลำอาจบวกเพิ่มถ้าให้วนนาน สวมเสื้อชูชีพที่เรือมีให้และระวังตอนขึ้นลงเรือเพราะตลิ่งลื่น ตัวอำเภอโขงเจียมอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ พอสมควร ทางเป็นถนนต่างจังหวัดที่ขับสบายแต่ควรเผื่อเวลาเดินทางและเติมน้ำมันให้พร้อม ร้านค้าและปั๊มระหว่างทางมีเป็นช่วง ๆ ไม่หนาแน่นเท่าในเมือง

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าตรู่หน้าแล้ง (มี.ค.-พ.ค.) น้ำนิ่งและตะกอนน้อย เส้นแบ่งน้ำสองสีจะเห็นชัดที่สุด · อยากเห็นใกล้ให้ลงเรือหางยาว ตกลงราคาและเส้นทางก่อนออกเรือทุกครั้ง (คิดเป็นลำ นั่งได้หลายคน) และสวมเสื้อชูชีพ · หน้าแล้งน้ำลดจะมีหาดทรายริมโขงให้เดินเล่น · จัดทริปรวมกับผาแต้มไปดูพระอาทิตย์ขึ้นในทริปเดียวได้ · เผื่อเวลาเดินทางจากตัวเมืองอุบลฯ ราว 1.5 ชม. และเติมน้ำมันให้พร้อม
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เห็นภาพน้ำสองสีของแม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขงมาบรรจบกันแบบหาดูยากในที่อื่น เป็นเอกลักษณ์ของโขงเจียม
  • จุดชมวิวหลักเข้าฟรี เดินจากลานจอดรถไปดูได้เลย มีศาลานั่งพักมองแม่น้ำสบาย ๆ
  • ลงเรือหางยาววนชมจุดบรรจบได้ใกล้ ราคาต่อลำไม่แพงเมื่อหารกันหลายคน
  • เที่ยวต่อเนื่องกับผาแต้มและจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในทริปเดียวได้ หน้าแล้งมีหาดทรายริมโขงให้เดินเล่น
⚠️ ข้อสังเกต
  • ความชัดของน้ำสองสีขึ้นกับฤดูมาก หน้าฝน/น้ำหลากอาจเห็นเส้นแบ่งไม่ชัดเพราะน้ำขุ่นทั้งสองสาย
  • เรือหางยาวไม่มีป้ายราคาตายตัว ต้องต่อรองและตกลงเวลากันเองก่อนออกเรือ
  • อยู่ห่างตัวเมืองอุบลฯ พอสมควร ต้องขับรถเผื่อเวลา ร้านค้าและปั๊มระหว่างทางไม่หนาแน่น
09

เดินเมืองเก่าอุบล — ทุ่งศรีเมือง วัดทุ่งศรีเมือง และก๋วยจั๊บอุบลย่านเมืองเก่า

📍 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี · เริ่มที่สวนสาธารณะทุ่งศรีเมืองใจกลางเมือง ต่อวัดทุ่งศรีเมืองที่มุมสวน แล้ววนออกไปหาก๋วยจั๊บอุบลตามร้านย่านถนนเก่ารอบ ๆ 🧭 เมืองเก่าอุบล (ทุ่งศรีเมือง)
หอไตรกลางน้ำไม้เก่าของวัดทุ่งศรีเมือง เมืองเก่าอุบลราชธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Xiengyod~commonswiki · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~3–4 ชม. (เดินชมทุ่งศรีเมืองและวัดราว 1.5–2 ชม. แล้วต่อด้วยมื้อก๋วยจั๊บอุบล)
ราคาโดยประมาณเดินชมฟรี (สวนและวัดไม่เก็บค่าเข้า) · ก๋วยจั๊บอุบลชามละ ~฿40–70 · ทริปครึ่งวันรวมของกิน ~฿100–250 / คน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินเมืองแบบสบาย ๆ เก็บวัด สวนสาธารณะ และของกินขึ้นชื่อในทริปเดียว เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และคนเที่ยวคนเดียวที่มีเวลาครึ่งวัน
เดินเมืองเก่าวัดกลางเมืองก๋วยจั๊บอุบล

ทุ่งศรีเมืองคือสวนสาธารณะกลางเมืองอุบลราชธานีที่คนอุบลใช้เดินเล่น ออกกำลังกาย และจัดงานประจำปี รอบสวนมีเสาเทียนพรรษาจำลองและซุ้มประตูที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ช่วงงานแห่เทียนพรรษาเดือนกรกฎาคมที่นี่จะกลายเป็นลานจัดแสดงต้นเทียนแกะสลักขนาดใหญ่ที่คนทั้งเมืองมารวมตัวกัน ส่วนวันธรรมดาก็เดินชิลได้เรื่อย ๆ ใต้ร่มไม้ เดินจากมุมสวนไม่กี่ก้าวก็ถึงวัดทุ่งศรีเมือง ซึ่งมีของเด่นเป็นหอไตรกลางน้ำที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ตั้งอยู่กลางสระเพื่อกันปลวกกันมด เป็นงานช่างผสมอิทธิพลไทย ลาว และพม่า ถือเป็นหอไตรกลางน้ำที่เก่าและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ในวัดยังมีสิม (โบสถ์) เก่าและจิตรกรรมฝาผนังให้ดูเงียบ ๆ อีกด้วย

เสน่ห์ของการเดินย่านนี้อยู่ที่ระยะทางที่กระชับ ทุ่งศรีเมือง วัดทุ่งศรีเมือง และร้านของกินเก่าแก่อยู่ในรัศมีเดินถึงกันได้เกือบทั้งหมด ไม่ต้องขับรถวนหาที่จอดหลายรอบ เดินออกจากวัดไปตามถนนย่านเมืองเก่าจะเจอร้านก๋วยจั๊บอุบล ซึ่งเป็นก๋วยจั๊บสูตรอีสานที่หน้าตาต่างจากก๋วยจั๊บน้ำข้นแบบกรุงเทพฯ ชัดเจน เส้นเป็นเส้นกลมเหนียวหนึบทำจากแป้งข้าว น้ำซุปใสสีเข้มออกเครื่องพริกไทยและกระเทียมเจียว ใส่หมูสับ หมูสามชั้น เครื่องในต้มนุ่ม และบางร้านโรยแคบหมูให้กรอบ ๆ ตัดกับน้ำร้อน ๆ กินคู่กับผักชีต้นหอมและพริกป่นตามชอบ หลายร้านเปิดมานานเป็นสิบปีจนกลายเป็นร้านที่คนอุบลพาแขกไปกิน ราคายังย่อมเยาชามละไม่กี่สิบบาท

ช่วงเวลาที่เดินสบายที่สุดคือเช้าก่อนแดดแรงหรือช่วงเย็นที่อากาศเริ่มเย็นลง กลางวันของอีสานร้อนจัด ควรพกน้ำ หมวก และครีมกันแดดไปด้วย ร้านก๋วยจั๊บชื่อดังหลายร้านเป็นร้านเช้า เปิดตั้งแต่เช้ามืดและมักขายหมดก่อนเที่ยง ถ้าตั้งใจไปกินร้านเจ้าดังควรไปช่วงสายไม่เกินเที่ยงเพื่อไม่ให้พลาด การแต่งกายเข้าวัดควรสุภาพ งดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นเหนือเข่า เพราะวัดทุ่งศรีเมืองยังเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาและมีคนมาทำบุญจริง เดินย่านนี้ไม่ต้องรีบ เก็บบรรยากาศเมืองเก่า ถ่ายรูปหอไตร แล้วปิดท้ายด้วยก๋วยจั๊บร้อน ๆ สักชาม ก็ได้ภาพเมืองอุบลแบบที่คนท้องถิ่นใช้ชีวิตจริง

💡
เคล็ดลับ: ร้านก๋วยจั๊บอุบลเจ้าดังส่วนใหญ่เป็นร้านเช้า เปิดเช้ามืดและมักขายหมดก่อนเที่ยง ตั้งใจกินร้านดังให้ไปก่อนเที่ยง เดินทุ่งศรีเมืองกับวัดช่วงเช้าหรือเย็นเลี่ยงแดดจัด แต่งกายสุภาพเข้าวัด (งดเสื้อกล้าม-ขาสั้นเหนือเข่า) และถ้ามาช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ทุ่งศรีเมืองจะเป็นลานจัดงานแห่เทียนพรรษา คนแน่นแต่ได้เห็นต้นเทียนแกะสลักเต็มลาน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • จุดเที่ยวเดินถึงกันได้ในรัศมีสั้น ๆ ทุ่งศรีเมือง วัดทุ่งศรีเมือง และร้านของกินเก่าอยู่ใกล้กัน ไม่ต้องขับรถวนหาที่จอด
  • วัดทุ่งศรีเมืองมีหอไตรกลางน้ำไม้ทั้งหลัง งานช่างผสมไทย-ลาว-พม่า เป็นของหายากและถ่ายรูปสวย
  • ก๋วยจั๊บอุบลเป็นสูตรอีสานเส้นกลมเหนียว น้ำใสหอมพริกไทย-กระเทียมเจียว รสจัดจ้านต่างจากก๋วยจั๊บน้ำข้น ราคาย่อมเยา
  • เดินชมสวนและวัดไม่มีค่าเข้า เหมาะกับทริปงบประหยัดและเที่ยวได้ทุกวัย
⚠️ ข้อสังเกต
  • กลางวันอีสานร้อนจัด เดินกลางแดดเหนื่อย ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงและพกน้ำ-หมวกไปด้วย
  • ร้านก๋วยจั๊บเจ้าดังหลายร้านเป็นร้านเช้า ขายหมดก่อนเที่ยง ไปสายเสี่ยงพลาด
  • ช่วงงานแห่เทียนพรรษาต้นเดือนกรกฎาคมคนแน่นมากและหาที่จอดรถยาก
10

งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี + วัดพระธาตุหนองบัว (เจดีย์ทรงพุทธคยา)

📍 งานแห่เทียนจัดที่ทุ่งศรีเมือง ใจกลางเมืองอุบลราชธานี · วัดพระธาตุหนองบัวอยู่ทางเหนือของตัวเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี ห่างทุ่งศรีเมืองราว 4 กม. 🧭 ในเมืองอุบลราชธานี (ทุ่งศรีเมือง-วัดพระธาตุหนองบัว) ⭐ 4.6 (Tripadvisor (Wat Phra That Nong Bua, 4.6 จาก 267 รีวิว))
ต้นเทียนพรรษาแกะสลักลวดลายวิจิตรบนขบวนรถในงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Plenz · CC BY 3.0
ระยะเวลางานแห่เทียนดูขบวนครึ่งวัน-เต็มวันช่วงวันแห่ (เช้าถึงบ่าย) · วัดพระธาตุหนองบัวเดินชม ~1-1.5 ชม.
ราคาโดยประมาณงานแห่เทียนพรรษาชมฟรี (อัฒจันทร์ที่นั่งพิเศษบางจุดมีบัตร) · วัดพระธาตุหนองบัวเข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา · ทัวร์เที่ยวเมืองครึ่งวันรวมรถรับส่ง ~฿700-1,500 / คน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากดูขบวนแห่เทียนพรรษาแกะสลักฝีมือช่างอุบลช่วงเข้าพรรษา และสายวัด-สถาปัตยกรรมที่อยากไหว้พระเจดีย์ทรงพุทธคยาหนึ่งเดียวของไทย เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคนเดินทางคนเดียว
เทียนพรรษาแกะสลักเจดีย์ทรงพุทธคยาเที่ยวในเมืองอุบล

อุบลราชธานีขึ้นชื่อเรื่องงานแห่เทียนพรรษาที่จัดต่อเนื่องมายาวนานทุกช่วงเข้าพรรษาราวเดือนกรกฎาคม จุดเด่นคือต้นเทียนขนาดใหญ่ที่ช่างท้องถิ่นแกะสลักและติดพิมพ์ลวดลายเป็นเรื่องราวทางพุทธศาสนาอย่างประณีต แล้วตั้งบนขบวนรถแห่ไปตามถนนรอบทุ่งศรีเมืองใจกลางเมือง มีทั้งประเภทแกะสลักและประเภทติดพิมพ์ให้เทียบฝีมือกัน ช่วงกลางวันจะเห็นรายละเอียดของลายเทียนชัด ส่วนบางปีมีการจัดแสดงและประดับไฟให้ชมช่วงค่ำด้วย งานนี้เป็นงานประจำปีที่คนอุบลภูมิใจ และดึงคนจากทั่วประเทศมาชมขบวน จึงควรวางแผนที่พักและการเดินทางล่วงหน้าเพราะโรงแรมในเมืองมักเต็มเร็ว

คู่กับงานเทียนที่มาเที่ยวได้เฉพาะฤดู อีกหมุดที่เที่ยวได้ทั้งปีคือวัดพระธาตุหนองบัว ทางเหนือของตัวเมือง จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์สีขาว ซึ่งจำลองรูปทรงมาจากเจดีย์พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย ทำให้รูปทรงต่างจากเจดีย์ไทยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด รอบองค์เจดีย์มีลวดลายปูนปั้นและซุ้มประดับให้เดินชมรอบด้าน ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ บริเวณวัดกว้าง เดินถ่ายรูปสบาย และเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าเข้า ทำบุญได้ตามศรัทธา หากมาช่วงเทศกาลเทียนก็จับคู่แวะวัดในทริปเดียวกันได้พอดี เพราะอยู่ในเมืองเดียวกันและขับรถถึงกันไม่ไกล

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมาคือ งานแห่เทียนพรรษามาชมได้เฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น ช่วงวันแห่หลักคนจะแน่นมาก แดดแรง และหาที่จอดรถยาก ควรไปถึงแต่เช้า เตรียมหมวกกับน้ำดื่ม และเผื่อเวลาเดินหาจุดชมขบวนที่เห็นชัด ส่วนที่นั่งอัฒจันทร์ตำแหน่งดีบางจุดต้องจองหรือมีบัตร จึงควรเช็กผังงานของปีนั้นก่อน สำหรับวัดพระธาตุหนองบัวเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตที่กำหนด และสำรวมเสียงเพราะมีคนมาสวดมนต์ทำบุญ ช่วงกลางวันเจดีย์สีขาวสะท้อนแดดค่อนข้างจ้า ถ่ายรูปสวยกว่าในช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดนุ่มกว่า ทั้งสองที่ไม่มีค่าเข้าชมโดยตรง แต่หากไม่สะดวกขับรถเอง การจองทัวร์เที่ยวเมืองครึ่งวันที่รวมรถรับส่งจะช่วยให้แวะได้หลายจุดสะดวกขึ้น

💡
เคล็ดลับ: งานแห่เทียนพรรษาอุบลมีเฉพาะช่วงเข้าพรรษา (ราวเดือน ก.ค.) เท่านั้น จองที่พักในเมืองล่วงหน้าหลายเดือนเพราะเต็มเร็ว วันแห่หลักไปถึงแต่เช้าเพื่อหาจุดชมขบวนและเลี่ยงแดดเที่ยง เช็กผังงานว่าจุดไหนต้องมีบัตร ส่วนวัดพระธาตุหนองบัวเที่ยวได้ทั้งปีและเข้าฟรี แต่งกายสุภาพ ถ่ายรูปเจดีย์สีขาวสวยสุดช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดนุ่ม ถ้าไม่ขับรถเองเลือกทัวร์เที่ยวเมืองครึ่งวันที่รวมรถรับส่งจะแวะหลายจุดง่ายกว่า
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • งานแห่เทียนพรรษาเป็นเทศกาลประจำปีที่มีเอกลักษณ์ ต้นเทียนแกะสลักฝีมือช่างอุบลประณีต ชมขบวนได้ฟรีกลางเมือง
  • วัดพระธาตุหนองบัวมีเจดีย์ทรงพุทธคยาที่รูปทรงต่างจากเจดีย์ไทยทั่วไป ได้รีวิวชื่นชมเรื่องความงามและสถาปัตยกรรม
  • ทั้งสองที่เข้าชมฟรี งานเทียนดูขบวนไม่เสียเงิน วัดทำบุญตามศรัทธา คุ้มค่าสำหรับงบจำกัด
  • อยู่ในเมืองเดียวกันและขับรถถึงกันไม่ไกล จับคู่เที่ยวในทริปเดียวช่วงเทศกาลได้พอดี
⚠️ ข้อสังเกต
  • งานแห่เทียนพรรษาชมได้เฉพาะช่วงเข้าพรรษาราวเดือนกรกฎาคมเท่านั้น ไม่ใช่กิจกรรมที่มาได้ทั้งปี
  • ช่วงวันแห่หลักคนแน่นมาก แดดแรง และหาที่จอดรถยาก ที่นั่งอัฒจันทร์จุดดีบางที่ต้องมีบัตร
  • วัดพระธาตุหนองบัวเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวม ช่วงเที่ยงเจดีย์สีขาวสะท้อนแดดจ้าถ่ายรูปยาก

เที่ยวอุบล พักที่ไหนดี?

เลือกที่พักกลางเมือง/ใกล้ทุ่งศรีเมือง เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ทัวร์ริมโขง (ผาแต้ม-สามพันโบก) และรถรับส่งช่วยประหยัดเวลาเพราะจุดเที่ยวไกล

ดูกิจกรรมอุบลทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวอุบล

🌅
ผาแต้มไปเช้ามืด

ถ้าอยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยามต้องออกจากเมืองแต่เช้ามืด (ผาแต้มห่าง ~90 กม.)

🏜️
สามพันโบกเที่ยวหน้าแล้ง

แอ่งหินโผล่เฉพาะช่วงน้ำโขงลด ~ม.ค.-พ.ค. หน้าฝนจมน้ำ ควรเช็กระดับน้ำก่อนไป

🚗
จุดเที่ยวไกลกัน

โขงเจียม-ผาแต้ม-สามพันโบก อยู่ห่างเมือง 80-100 กม. มีรถหรือจอยทัวร์จะสะดวกสุด

🕯️
เทียนพรรษาช่วงเข้าพรรษา

งานแห่เทียนพรรษาจัดปีละครั้งราวเดือน ก.ค. (วันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา) ที่พักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า

เลือกกิจกรรมยังไงให้คุ้ม

ถ้ามี 2 วัน แนะนำวันแรกบุกโซนโขงเจียม-ผาแต้ม (ไปเช้ามืดรับพระอาทิตย์ที่ผาแต้ม + เสาเฉลียง + แม่น้ำสองสี + น้ำตกแสงจันทร์) วันที่สองต่อสามพันโบก (หน้าแล้ง) หรือแก่งตะนะ แล้วแวะวัดสิรินธรฯ ภูพร้าวช่วงค่ำดูวัดเรืองแสง ถ้ามาช่วงเข้าพรรษาอย่าพลาดงานแห่เทียนที่ทุ่งศรีเมือง จะได้ครบทั้งธรรมชาติ ศิลปะ และประเพณี

พร้อมเที่ยวอุบลแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักกลางเมืองก่อนเลย

ดูที่พักอุบลราชธานี →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวอุบลราชธานีควรทำกิจกรรมอะไรบ้าง?

ยอดนิยมคือผาแต้ม (ชมพระอาทิตย์ขึ้น+ภาพเขียนสี) สามพันโบก (แกรนด์แคนยอน หน้าแล้ง) วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง) เมืองเก่าเขมราฐ แก่งตะนะ แม่น้ำสองสีโขงเจียม น้ำตกแสงจันทร์ เดินเมืองเก่าอุบล-ทุ่งศรีเมือง และงานแห่เทียนพรรษา (ช่วงเข้าพรรษา) เลือกผสมธรรมชาติกับวัฒนธรรมจะลงตัว

สามพันโบกเที่ยวได้ช่วงไหน?

เที่ยวได้เฉพาะหน้าแล้งที่ระดับน้ำโขงลดจนเห็นแอ่งหิน (ราว ม.ค.-พ.ค.) ส่วนหน้าฝนแอ่งหินจมอยู่ใต้น้ำ ควรเช็กระดับน้ำและสภาพอากาศก่อนไป และมักเที่ยวรวมกับหาดหงส์/หาดสลึงในโซนเดียวกัน

เที่ยวอุบลเดินทางยังไง?

มีเที่ยวบินตรงลงสนามบินอุบลราชธานีหลายเที่ยวต่อวัน รถไฟสายอีสานลงสถานีอุบล (วารินชำราบ) และรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ในเมืองมีสองแถว แท็กซี่ และ Grab ส่วนจุดเที่ยวธรรมชาติที่โขงเจียม-ผาแต้ม-สามพันโบกอยู่ไกล ควรเช่ารถหรือจอยทัวร์

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง) ไปตอนไหนดี?

ไปช่วงหัวค่ำหลังพระอาทิตย์ตกจะเห็นภาพต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงสีเขียวเด่นชัดที่ผนังด้านหลังอุโบสถ ควรเผื่อเวลาเดินขึ้นและแต่งกายสุภาพ วันหยุดคนเยอะ

จองทัวร์/รถล่วงหน้าดีกว่าไปหน้างานไหม?

ดีกว่าสำหรับโซนริมโขงที่จุดเที่ยวไกลและต้องต่อเรือ/รถท้องถิ่น การจอยทัวร์หรือเช่ารถช่วยประหยัดเวลาและวางแผนพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแต้มได้ ส่วนในเมืองและวัดไปเองสะดวกถ้ามีรถ ช่วงงานเทียนพรรษาควรจองที่พักล่วงหน้า

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →