🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
อุทัยธานีอยู่ภาคเหนือตอนล่าง เป็นเมืองเล็กที่มีเสน่ห์เงียบและวิถีริมน้ำ ไฮไลต์คือหุบป่าตาดหุบเขาปิดที่มีต้นตาดและพืชป่าดึกดำบรรพ์ วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) กับวิหารแก้วและมณฑปที่ประดับงดงาม วิถีเรือนแพและการล่องเรือชมชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรัง เขาสะแกกรังที่มีวัดสังกัสรัตนคีรีและระฆังใหญ่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งผืนป่ามรดกโลก
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป หุบป่าตาดและล่องเรือสะแกกรังเที่ยวได้ทั้งปี วัดท่าซุงคนเยอะช่วงวันหยุด ส่วนห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่อนุรักษ์เข้มงวด ควรศึกษากฎก่อนไป อุทัยธานีเที่ยวสบายและเงียบ เหมาะทริปสโลว์ไลฟ์
หุบป่าตาด — เดินลอดถ้ำเข้าหุบเขาป่าดึกดำบรรพ์ (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน อ.ลานสัก)
หุบป่าตาดเป็นหุบเขาปิดกลางเทือกเขาหินปูนที่อำเภอลานสัก การจะเข้าไปต้องเดินลอดอุโมงค์ถ้ำสั้น ๆ ที่มืดสลัวราวสิบเมตร พอพ้นปากถ้ำอีกฝั่งจะเจอโลกอีกใบที่ผนังเขาสูงล้อมรอบทุกด้าน แสงแดดส่องลงมาได้เฉพาะช่วงกลางวัน ทำให้ในหุบมีต้นตาดขึ้นหนาแน่น ปะปนกับเฟินและพืชโบราณที่ชอบความชื้น บรรยากาศจึงชวนให้นึกถึงป่ายุคดึกดำบรรพ์ พื้นที่ตรงนี้ถูกค้นพบโดยพระอาจารย์รูปหนึ่งเมื่อราวปี 2522 ก่อนจะกลายเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติที่คนอุทัยธานีภูมิใจ เพราะเป็นสภาพป่าที่หาดูได้ยากและยังรักษาไว้ได้ค่อนข้างสมบูรณ์
เส้นทางเดินในหุบเป็นทางไม้กระดานและทางปูนวนรอบราว 700 เมตร ทางค่อนข้างราบ เดินสบาย ไม่ต้องปีนป่ายหรือใช้แรงมาก เด็กเล็กกับผู้สูงอายุก็เดินได้ ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เรื่องต้นตาด เฟิน และพันธุ์ไม้ที่พบเฉพาะในหุบ อากาศในหุบเย็นและชื้นกว่าด้านนอกเพราะโดนเงาเขาบังแดดเกือบทั้งวัน ช่วงที่คนนิยมไปมากคือปลายฝนต้นหนาว ราวเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน เพราะเป็นจังหวะที่อาจได้เห็นกิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์ตัวเล็กสีสดที่พบได้เฉพาะถิ่นแถบนี้ นอกจากนั้นยังมีนก ไก่ป่า และผีเสื้อให้ดูตามฤดูกาล ค่าเข้าถูกมาก คนไทยผู้ใหญ่ราวสามสิบบาท เก็บเพื่อดูแลสถานที่ เปิดให้เข้าตั้งแต่แปดโมงครึ่งถึงบ่ายสี่โมงครึ่งทุกวัน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือช่วงลอดถ้ำเข้าไปค่อนข้างมืดและพื้นอาจลื่นจากความชื้น ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังหัวเวลาก้มลอด บางช่วงมีมูลค้างคาวและกลิ่นอับตามธรรมชาติของถ้ำ คนที่ไม่ชอบที่แคบหรือมืดอาจต้องทำใจนิดหน่อย ในหุบมียุงและแมลงพอสมควรโดยเฉพาะหน้าฝน ควรเตรียมยากันยุงและเสื้อแขนยาวไปด้วย ทางเดินบางจุดเปียกและมีตะไคร่ จึงต้องเดินระวัง ช่วงหน้าแล้งต้นตาดจะดูโปร่งกว่าและแมลงน้อยกว่า แต่จะไม่ได้เจอกิ้งกือมังกรสีชมพูเหมือนหน้าฝน ที่นี่เป็นแหล่งธรรมชาติที่เปราะบาง จึงไม่ควรเก็บพืช หักกิ่ง หรือส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ และควรเดินตามทางที่จัดไว้เท่านั้น รอบตัวอำเภอลานสักยังมีเขาปลาร้าและถ้ำอื่น ๆ ให้แวะต่อในวันเดียวกันได้
- ประสบการณ์แปลกไม่เหมือนที่อื่น ได้ลอดถ้ำเข้าไปเจอหุบเขาปิดที่มีป่าดึกดำบรรพ์ต้นตาดขึ้นหนาแน่น
- ทางเดินเป็นไม้กระดานราบ ระยะสั้นราว 700 เมตร เดินสบาย เหมาะกับเด็ก ผู้สูงอายุ และมือใหม่
- ค่าเข้าถูกมาก คนไทยผู้ใหญ่ราวสามสิบบาท จอดรถฟรี ใช้เวลาเที่ยวแค่ครึ่งวัน
- อากาศในหุบเย็นชื้นตลอดวัน ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีลุ้นเจอกิ้งกือมังกรสีชมพูที่พบเฉพาะถิ่น
- ช่วงลอดถ้ำเข้าไปค่อนข้างมืดและพื้นลื่น คนกลัวที่แคบหรือมืดอาจอึดอัด
- หน้าฝนมียุงและแมลงเยอะ ทางเดินบางจุดเปียกและมีตะไคร่ ต้องเดินระวัง
- อยู่ไกลตัวเมือง เดินทางเข้าถึงสะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัว รถสาธารณะเข้าถึงยาก
วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) — วิหารแก้ว 100 เมตร และมณฑปแก้ว วัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
วัดท่าซุง หรือชื่อทางการว่าวัดจันทาราม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี เป็นวัดเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แล้วมาเจริญรุ่งเรืองในยุคของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หรือพระราชพรหมยาน พระเกจิที่คนไทยทั่วประเทศเคารพนับถือ จุดที่คนตั้งใจมากันมากที่สุดคือวิหารแก้ว 100 เมตร ซึ่งเป็นอาคารยาวที่ผนังและเสาประดับด้วยกระจกและโมเสกสีขาวทั้งหลัง เมื่อแสงส่องเข้ามาจะสะท้อนระยิบระยับไปทั้งห้อง ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลองให้กราบไหว้ และยังเป็นที่ประดิษฐานสรีระของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในโลงแก้ว ให้ผู้ศรัทธาได้มากราบ นอกจากวิหารแก้วยังมีมณฑปแก้วและอาคารอื่นที่ตกแต่งด้วยงานประดับกระจกในสไตล์เดียวกัน เดินชมได้เพลินทั้งบริเวณ
การมาวัดท่าซุงเหมาะกับคนสายบุญที่อยากมากราบพระและชมงานพุทธศิลป์ที่ตั้งใจทำอย่างประณีต บรรยากาศในวิหารแก้วเงียบสงบ เย็นสบาย และสว่างด้วยแสงที่สะท้อนจากกระจกรอบตัว หลายคนที่มาเล่าตรงกันว่าเดินเข้าไปแล้วรู้สึกทึ่งกับความละเอียดของการประดับ ทั้งเพดานที่แขวนโคมระย้าและเสาที่เรียงเป็นแนวยาว วัดอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองอุทัยธานี ขับรถหรือเหมารถจากในเมืองราวสิบถึงสิบห้านาทีก็ถึง จึงมักถูกจัดเป็นจุดแวะครึ่งวันคู่กับตลาดริมน้ำและวัดอื่นในเมือง ใครไม่มีรถส่วนตัวสามารถเหมารถสองแถวหรือรถรับจ้างจากตัวเมืองไป-กลับได้ และควรตกลงราคากับเวลารอให้ชัดก่อนออกเดินทาง เพราะรถสาธารณะประจำทางเข้าถึงไม่สะดวกนัก
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือวิหารแก้วเปิดเป็นรอบ ช่วงเช้าราว 09.00 ถึง 11.45 น. และช่วงบ่ายราว 14.00 ถึง 16.00 น. ถ้าไปผิดช่วงเวลาอาจเจอประตูปิดและอดเข้าชมส่วนที่สวยที่สุด ควรเผื่อเวลาให้ตรงรอบ ข้อสองเรื่องการแต่งกาย ที่นี่เป็นวัดที่ให้ความสำคัญกับความสุภาพ ควรใส่เสื้อมีแขน ไม่ใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นเข้าไปในวิหาร บางช่วงมีการตรวจการแต่งกายค่อนข้างเข้มงวด ข้อสามคือต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร พื้นในวิหารเป็นกระจกและหินขัดที่ค่อนข้างลื่น ควรเดินระวังโดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ข้อสี่คือช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนจะแน่นมาก การถ่ายรูปให้ได้มุมโล่งอาจต้องรอจังหวะ แนะนำให้ไปช่วงเช้าวันธรรมดาจะเดินชมได้สบายกว่า พื้นที่วัดกว้าง มีจุดจอดรถและห้องน้ำรองรับ เตรียมน้ำดื่มและหมวกไว้เพราะบางช่วงต้องเดินกลางแดด
- วิหารแก้ว 100 เมตร ประดับกระจกและโมเสกขาวทั้งหลัง แสงสะท้อนระยิบระยับ เป็นงานพุทธศิลป์ที่ทำอย่างประณีต
- เป็นวัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่คนศรัทธาทั่วประเทศ ได้กราบพระพุทธชินราชจำลองและสรีระหลวงพ่อในโลงแก้ว
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา และอยู่ใกล้ตัวเมืองอุทัยธานีราว 10-15 นาที แวะเป็นครึ่งวันได้ง่าย
- บริเวณวัดกว้าง มีมณฑปแก้วและอาคารตกแต่งสวยหลายจุด มีที่จอดรถและห้องน้ำรองรับนักท่องเที่ยว
- วิหารแก้วเปิดเป็นรอบเช้า-บ่าย ถ้าไปผิดเวลาจะเจอประตูปิดและอดเข้าชมส่วนที่สวยที่สุด
- มีการตรวจการแต่งกายค่อนข้างเข้มงวด ต้องแต่งตัวสุภาพและถอดรองเท้า พื้นในวิหารลื่นต้องเดินระวัง
- รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ และวันหยุดยาว-เทศกาลคนแน่นมาก
ล่องเรือชมเรือนแพแม่น้ำสะแกกรัง + ตักบาตรเช้าริมน้ำ (เรือหางยาว วิถีเรือนแพ-กระชังปลา อ.เมืองอุทัยธานี)
แม่น้ำสะแกกรังคือลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงเมืองอุทัยธานีมาเนิ่นนาน และการล่องเรือหางยาวชมวิถีเรือนแพก็เป็นกิจกรรมที่คนมาเที่ยวเมืองนี้แทบทุกคนไม่พลาด เสน่ห์ของที่นี่คือเรือนแพที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริง หาเลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงปลาในกระชัง โดยเฉพาะปลาแรดที่เป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด เรือจะออกจากท่าหน้าตลาดเช้าริมน้ำ ใกล้กับวัดอุโบสถารามหรือที่คนท้องถิ่นเรียกวัดโบสถ์ แล้วแล่นเลียบไปตามสองฝั่งที่เรียงรายด้วยแพไม้เก่า ๆ กระชังปลา และบ้านเรือนริมน้ำ เป็นภาพวิถีชีวิตที่ยังคงกลิ่นอายเมืองริมน้ำสมัยก่อนไว้ได้มาก คนที่มาส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และเห็นวิถีชาวบ้านแบบที่หาดูยากในเมืองใหญ่
ไฮไลต์ที่ทำให้หลายคนตั้งใจตื่นเช้าคือการตักบาตรริมน้ำ ในตอนเช้ามืดพระจะพายเรือหรือข้ามเรือมารับบาตรที่ท่าน้ำหน้าตลาด นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเตรียมของและร่วมใส่บาตรพระได้เหมือนคนในชุมชน เป็นภาพที่อบอุ่นและได้บุญไปพร้อมกับสัมผัสวัฒนธรรมจริง หลังตักบาตรก็เดินเล่นตลาดเช้าริมน้ำต่อ เลือกซื้อของกินพื้นถิ่นและอาหารสด ๆ ได้สบาย ส่วนใครไม่ได้ตื่นเช้าก็เลือกล่องเรือช่วงเย็นราวสี่โมงถึงหกโมงเย็นได้ เพราะเป็นช่วงที่แดดอ่อนลงและได้เห็นพระอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำ ค่าเรือรอบสั้นชมเรือนแพตกราวคนละร้อยบาทถ้าไปรวมกลุ่ม ส่วนถ้าอยากเหมาลำเที่ยวเป็นส่วนตัว เรือหางยาวมีหลังคานั่งได้สิบถึงสิบสองคน คิดราวห้าร้อยบาทต่อชั่วโมง และถ้าล่องไกลออกไปถึงมโนรมย์ราคาจะขยับขึ้นเป็นหลักพัน
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือกิจกรรมนี้เน้นความเรียบง่ายและวิถีชีวิต ไม่ได้หวือหวาแบบทัวร์ทะเล ใครคาดหวังกิจกรรมตื่นเต้นอาจรู้สึกเฉย ๆ แต่ถ้ามาแบบเปิดใจชมวิถีก็จะได้บรรยากาศที่ดี ข้อสองคือเรือส่วนใหญ่เป็นเรือชาวบ้าน ต้องตกลงราคาและเส้นทางกับคนขับให้ชัดก่อนลงเรือ เพราะไม่มีเคาน์เตอร์ตายตัว ราคาต่อคนกับต่อลำต่างกัน ควรถามให้แน่ใจว่ารอบที่จ่ายครอบคลุมระยะไหน ข้อสามคือช่วงเวลามีผลมาก อยากตักบาตรต้องไปถึงท่าน้ำก่อนราวหกโมงครึ่งถึงเจ็ดโมงเช้า มาสายพระรับบาตรเสร็จแล้วจะพลาด ข้อสี่คือควรเตรียมหมวก ร่ม และครีมกันแดด เพราะเรือเปิดโล่งและแดดริมน้ำแรงในช่วงกลางวัน ช่วงหน้าฝนน้ำอาจขุ่นและมีช่วงฝนตกกะทันหัน เช็กสภาพอากาศก่อนออกเรือจะปลอดภัยกว่า
- เห็นวิถีเรือนแพและกระชังปลาที่ยังมีคนอาศัยจริง เป็นภาพเมืองริมน้ำแบบดั้งเดิมที่หาดูยากในเมืองใหญ่
- ได้ตักบาตรเช้าริมน้ำร่วมกับชุมชนแบบพื้นถิ่น อบอุ่นและได้สัมผัสวัฒนธรรมจริง ไม่ใช่โชว์จัดฉาก
- บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงวัย และคู่รักสายชิลที่อยากเที่ยวแบบช้า ๆ
- ค่าเรือรอบสั้นเริ่มต้นย่อมเยาราวคนละร้อยบาท เหมาลำก็ไม่แพง เลือกได้ทั้งรอบเช้าตักบาตรและรอบเย็นชมพระอาทิตย์ตก
- เน้นความเรียบง่ายและวิถีชีวิต ไม่มีกิจกรรมหวือหวา คนที่หวังความตื่นเต้นแบบทัวร์ทะเลอาจรู้สึกเฉย ๆ
- เรือส่วนใหญ่เป็นเรือชาวบ้าน ไม่มีเคาน์เตอร์ตายตัว ต้องตกลงราคาและเส้นทางกับคนขับเองก่อนลงเรือ
- ต้องตื่นเช้ามากถ้าอยากตักบาตร (ไปถึงก่อนราว 6.30-7.00 น.) และเรือเปิดโล่งแดดริมน้ำแรงช่วงกลางวัน
เขาสะแกกรัง (วัดสังกัสรัตนคีรี · มณฑปรอยพระพุทธบาท · ระฆังใหญ่ · จุดชมวิวเมืองอุทัยธานี)
เขาสะแกกรังเป็นเนินเขาเตี้ยกลางเมืองอุทัยธานี ยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี มณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และระฆังใบใหญ่ที่ถือเป็นสัญลักษณ์คู่เมือง ทางขึ้นมีสองแบบ คือเดินบันไดนาคราว 449 ขั้นจากลานวัดด้านล่างที่มีองค์พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ หรือขับรถ ขี่มอเตอร์ไซค์วนขึ้นทางถนนไปจอดใกล้ยอดแล้วเดินต่ออีกไม่กี่ขั้น คนที่ชอบออกกำลังมักเลือกเดินบันไดเพื่อไหว้พระไปเรื่อย ๆ ส่วนครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กเลือกขึ้นรถสะดวกกว่า จุดนี้เที่ยวได้ทั้งสายทำบุญและสายชมวิว เพราะบนยอดเห็นตัวเมืองอุทัยธานี แม่น้ำสะแกกรัง และทุ่งนาโดยรอบเป็นมุมกว้าง
ธรรมเนียมของคนอุทัยฯ คือขึ้นไปตีระฆังใบใหญ่บนยอดเขาเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงระฆังดังกังวานไปทั่วเมือง หลายคนไหว้รอยพระพุทธบาทในมณฑป แล้วเดินชมวิวรอบระเบียงก่อนลงมา ช่วงเวลาที่คนนิยมขึ้นมากที่สุดคือตอนเช้าที่อากาศยังเย็นสบาย และตอนเย็นใกล้พระอาทิตย์ตกที่แสงสวยและถ่ายรูปเมืองได้สวยกว่ากลางวันแดดจัด บริเวณลานวัดด้านล่างมีที่จอดรถกว้างและมักมีร้านขายของไหว้พระ ของกินเล่นอยู่บ้าง เดินไหว้พระเก็บบรรยากาศได้เพลิน ๆ ก่อนจะไปต่อที่ตลาดริมน้ำหรือถนนคนเดินในตัวเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกล การมาที่นี่จึงมักถูกจัดรวมไว้ในโปรแกรมเที่ยวเมืองอุทัยธานีแบบครึ่งวัน
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรง ๆ คือที่นี่เป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นเหนือเข่า และถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตมณฑปตามป้ายกำหนด บันไดนาคค่อนข้างชันและมีหลายขั้น คนที่เข่าไม่ดีหรือมากับผู้สูงอายุแนะนำให้ขึ้นทางรถแล้วเดินต่อช่วงสั้น ๆ แทน ช่วงกลางวันแดดแรงและบนยอดเขาร่มเงาน้อย ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มติดตัว วันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลคนจะเยอะและที่จอดรถด้านบนมีจำกัด มาช่วงเช้าจะสบายกว่า ที่นี่ไม่มีค่าเข้าชม เป็นการเข้าไหว้พระตามศรัทธา หากต้องการความสะดวกเรื่องรถรับส่งและเที่ยวจุดอื่นในเมืองต่อ การจองทัวร์เที่ยวเมืองอุทัยธานีแบบมีคนขับพาไปช่วยประหยัดเวลาและไม่ต้องหาที่จอดรถเอง
- ขึ้นไปได้ทั้งเดินบันไดนาคไหว้พระและขับรถขึ้นยอด เลือกได้ตามสภาพร่างกายและคนที่มาด้วย
- บนยอดเห็นตัวเมืองอุทัยธานี แม่น้ำสะแกกรัง และทุ่งนาโดยรอบเป็นมุมกว้าง สวยทั้งเช้าและเย็น
- ได้ทั้งไหว้รอยพระพุทธบาทในมณฑปและตีระฆังใบใหญ่เอาฤกษ์ตามธรรมเนียมคนอุทัยฯ
- ไม่มีค่าเข้าชม อยู่ในเมือง เที่ยวต่อตลาดริมน้ำหรือถนนคนเดินได้ในทริปเดียว
- บันไดนาคชันและมีหลายขั้น คนเข่าไม่ดีหรือผู้สูงอายุเดินขึ้นลำบาก ควรเลือกขึ้นทางรถแทน
- บนยอดเขาร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรเลี่ยงมาตอนเที่ยง
- วันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลคนเยอะและที่จอดรถด้านบนมีจำกัด
เดินเมืองเก่าอุทัยธานี + ตรอกโรงยา + ตลาดริมน้ำสะแกกรัง (Uthai Thani old town, Trok Rong Ya walking street & Sakae Krang riverside market)
ตัวเมืองอุทัยธานีเป็นเมืองเล็กริมแม่น้ำสะแกกรังที่ยังเก็บกลิ่นอายวันวานไว้ได้ครบ จุดที่คนชอบมาเดินกันมีสามส่วนอยู่ใกล้กันในระยะเดินถึง เริ่มจากตลาดเช้าริมน้ำสะแกกรังที่ชาวบ้านมาตั้งแผงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ขายทั้งผักสด ปลาสด ปลาแห้ง กับข้าว และขนมพื้นบ้าน คนที่ตื่นเช้ามักมาตักบาตรพระที่พายเรือรับบาตรริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นภาพวิถีชีวิตที่หาดูได้ยากขึ้นทุกวัน ถัดมาไม่ไกลคือตรอกโรงยา ตรอกสายสั้น ๆ ที่แต่ก่อนเคยเป็นย่านการค้าและโรงยาเก่าแก่ ปัจจุบันถูกฟื้นให้กลายเป็นถนนคนเดินที่มีตึกไม้เก่า ภาพวาดสตรีทอาร์ตตามผนัง ร้านของกินท้องถิ่น และคาเฟ่เล็ก ๆ ให้แวะนั่งพัก เดินเก็บบรรยากาศและถ่ายรูปได้เพลิน ๆ ทั้งเช้าและเย็น
เสน่ห์ของย่านนี้คือความเป็นเมืองเก่าที่ยังมีชีวิตจริง ไม่ได้จัดฉากขึ้นมาเพื่อการท่องเที่ยวล้วน ๆ บ้านไม้ริมน้ำหลายหลังยังมีคนอาศัยและทำมาหากินตามปกติ วัดเก่าแก่อย่างวัดอุโบสถารามตั้งอยู่ริมแม่น้ำในย่านเมืองเก่า ส่วนวัดเขาสะแกกรังอยู่บนเนินเขาที่ขึ้นไปมองลงมาเห็นตัวเมืองและสายน้ำได้ทั้งเมือง คนที่มาเดินตรอกโรงยาและตลาดริมน้ำจึงมักต่อด้วยการแวะไหว้พระตามวัดเหล่านี้ในทริปเดียว การเดินเที่ยวย่านเมืองเก่าไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของกินและกาแฟที่อยากลอง ตรอกโรงยาจะคึกคักที่สุดในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ร้านรวงเปิดกันเต็มที่ ส่วนวันธรรมดายังเดินได้แต่ร้านจะบางตากว่า ถ้าอยากได้บรรยากาศตลาดสด ให้มาช่วงเช้าตรู่ที่คนท้องถิ่นออกมาจับจ่าย
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือช่วงเวลาสำคัญมาก ตลาดเช้าริมน้ำวายเร็ว ถ้ามาสายเกินแปดเก้าโมงร้านหลายเจ้าเก็บแผงไปแล้ว ส่วนตรอกโรงยาช่วงกลางวันวันธรรมดาอาจเงียบและร้านปิดเยอะจนรู้สึกว่าเดินแล้วโหรงเหรง ควรวางแผนให้ตรงกับเช้าตรู่หรือเย็นวันเสาร์ ข้อสองคือย่านนี้เป็นเมืองเล็ก พื้นที่เดินไม่กว้างมาก ใช้เวลาราวสองถึงสามชั่วโมงก็ทั่ว คนที่คาดหวังแหล่งเที่ยวใหญ่โตอาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด เสน่ห์อยู่ที่การเดินชิลและซึมซับบรรยากาศมากกว่าความอลังการ ข้อสามคืออากาศกลางวันร้อน ทางเดินริมน้ำและตรอกมีร่มเงาไม่มาก ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม ข้อสี่คือที่จอดรถในตัวเมืองมีจำกัดโดยเฉพาะช่วงถนนคนเดินวันเสาร์ ควรมาแต่เนิ่น ๆ หรือจอดห่างหน่อยแล้วเดินเข้า และร้านค้าเล็ก ๆ หลายเจ้ารับแต่เงินสด ควรพกเงินสดย่อยติดตัวไว้เผื่อ
- เดินเที่ยวเมืองเก่าริมน้ำได้ครบสามส่วนในระยะเดินถึงกัน ทั้งตลาดเช้าริมน้ำ ตรอกโรงยา และตึกไม้โบราณ ไม่ต้องขับรถวน
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้าย่านเมืองเก่า จ่ายเฉพาะค่าของกินและกาแฟที่อยากลอง เที่ยวได้สบายงบ
- ได้บรรยากาศเมืองเก่าที่ยังมีชีวิตจริง ตักบาตรริมน้ำยามเช้า สตรีทอาร์ต บ้านไม้ริมน้ำ และคาเฟ่ให้นั่งพัก ถ่ายรูปสวย
- ตลาดริมน้ำสะแกกรังได้คะแนนรีวิวจริงบน Wongnai ราว 4.5 เต็ม 5 คนชมของกินเยอะและบรรยากาศริมน้ำดี
- ต้องมาให้ตรงเวลา ตลาดเช้าวายเร็ว มาสายร้านเก็บแผง ส่วนตรอกโรงยากลางวันวันธรรมดาอาจเงียบและร้านปิดเยอะ
- เป็นเมืองเล็ก พื้นที่เดินไม่กว้าง ใช้เวลาราว 2-3 ชม.ก็ทั่ว คนคาดหวังแหล่งเที่ยวใหญ่โตอาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด
- กลางวันร้อนและทางเดินร่มเงาน้อย ที่จอดรถในเมืองจำกัดช่วงถนนคนเดินวันเสาร์ และร้านเล็ก ๆ หลายเจ้ารับแต่เงินสด
วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) — วัดเก่าริมสะแกกรัง จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ + เสาหงส์
วัดอุโปสถาราม หรือที่คนอุทัยธานีเรียกกันติดปากว่า วัดโบสถ์ เป็นวัดเก่าริมแม่น้ำสะแกกรัง ตั้งอยู่บนเกาะเทโพฝั่งตรงข้ามตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี ข้ามสะพานคนเดินเล็ก ๆ เข้าไปก็ถึง เดิมชื่อวัดโบสถ์มโนรมย์ สร้างมาตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จุดที่คนตั้งใจมาดูคือจิตรกรรมฝาผนังของจริงในอุโบสถและวิหาร เขียนเล่าพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน ฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ยังเห็นรายละเอียดสีและลายเส้นได้ชัด นอกจากภาพเขียนแล้วยังมีเสาหงส์คู่หน้าวัดซึ่งเป็นสัญลักษณ์เก่าแก่ และมณฑปแปดเหลี่ยมทรงผสมไทย-ตะวันตกที่หน้าตาไม่เหมือนวัดทั่วไป เดินดูรอบ ๆ ได้เพลิน ๆ ในบรรยากาศริมน้ำที่เงียบและร่มรื่น
เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นวัดชุมชนริมน้ำที่ยังใช้งานจริง ไม่ใช่โบราณสถานที่ปิดตาย มาถึงแล้วเดินชมโบสถ์ วิหาร แล้วออกไปยืนริมแม่น้ำสะแกกรังดูวิถีชีวิตเรือนแพและเรือหาปลาได้ในทริปเดียว หลายคนนิยมมาช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรง แสงสวยและอากาศสบายกว่ากลางวัน เข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เปิดราว 8 โมงเช้าถึงบ่ายสี่ครึ่ง ใครที่เที่ยวตัวเมืองอุทัยธานีอยู่แล้วแวะได้สะดวกเพราะอยู่ติดตลาดและวัดสำคัญอื่น ๆ ในระยะเดินถึงหรือนั่งรถไม่กี่นาที เหมาะจับคู่กับการล่องเรือแม่น้ำสะแกกรังหรือตักบาตรเรือช่วงเช้าให้ครบสายวัฒนธรรม
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นวัดเงียบ ๆ ขนาดไม่ใหญ่ ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือร้านค้าเยอะเหมือนวัดดัง ใครคาดหวังความคึกคักอาจรู้สึกว่าเรียบง่ายไปหน่อย จิตรกรรมฝาผนังบางส่วนมีร่องรอยเลือนตามอายุ และภายในอุโบสถอาจปิดเป็นบางเวลา ควรสอบถามหรือดูป้ายเวลาเปิดก่อน การไปวันธรรมดาหรือช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสงบและถ่ายรูปได้สบายกว่าวันหยุดยาว แต่งกายสุภาพเข้าเขตโบสถ์ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคาร และไม่ใช้แฟลชถ่ายภาพจิตรกรรมเพื่อช่วยถนอมภาพเขียนเก่าให้อยู่ได้นาน ๆ
- ดูจิตรกรรมฝาผนังของจริงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เล่าพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติถึงปรินิพพาน เห็นสีและลายเส้นได้ชัด
- มีเสาหงส์คู่หน้าวัดและมณฑปแปดเหลี่ยมทรงผสมไทย-ตะวันตกที่หาดูยาก สถาปัตยกรรมต่างจากวัดทั่วไป
- ทำเลริมแม่น้ำสะแกกรังติดตัวเมือง เดินข้ามสะพานจากตลาดเข้ามาได้ บรรยากาศเงียบร่มรื่น
- เข้าชมฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม จับคู่กับล่องเรือหรือตักบาตรเรือช่วงเช้าได้ครบในทริปเดียว
- เป็นวัดเงียบขนาดไม่ใหญ่ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือร้านค้าเยอะ คนคาดหวังความคึกคักอาจรู้สึกเรียบง่าย
- จิตรกรรมฝาผนังบางส่วนมีร่องรอยเลือนตามอายุ และอุโบสถอาจปิดเป็นบางเวลา ควรเช็กก่อน
- สะพานเข้าวัดเป็นทางคนเดินและรถสองล้อ รถยนต์เข้าไม่ถึงตัววัด ต้องจอดฝั่งตลาดแล้วเดินข้าม
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง — ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ + อนุสรณ์สืบ นาคะเสถียร (มรดกโลก)
ห้วยขาแข้งเป็นผืนป่าที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทยร่วมกับทุ่งใหญ่นเรศวรเมื่อปี 2534 เป็นหัวใจของผืนป่าตะวันตกที่ยังสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตหวงห้ามเพื่อรักษาถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าอย่างเสือโคร่ง ช้างป่า กระทิง วัวแดง และนกอีกหลายร้อยชนิด นักท่องเที่ยวทั่วไปจึงเข้าไม่ได้ทั้งหมด ส่วนที่เปิดให้คนภายนอกได้สัมผัสคือบริเวณที่ทำการเขตฯ และศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งจัดไว้ให้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศป่าและงานอนุรักษ์แบบเป็นเรื่องเป็นราว มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น นิทรรศการ และจุดที่เล่าถึงคุณสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตฯ ที่สละชีวิตเพื่อปลุกให้สังคมหันมาใส่ใจการปกป้องผืนป่านี้
สิ่งที่ทำให้ห้วยขาแข้งต่างจากที่เที่ยวธรรมชาติทั่วไปคือมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกหรือถ่ายรูปสวย แต่ถูกจัดการเพื่อให้ป่าและสัตว์อยู่ได้ก่อนเป็นอันดับแรก การมาที่นี่จึงเหมือนได้เข้าเรียนบทเรียนเรื่องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติแบบมีขอบเขต จุดที่คนส่วนใหญ่แวะคืออนุสรณ์สืบ นาคะเสถียร บริเวณที่ทำการเขตฯ ฝั่งลานสัก มีรูปปั้นและบ้านพักเดิมที่เก็บเรื่องราวการทำงานของท่านไว้ อ่านแล้วเข้าใจว่าทำไมป่าผืนนี้ถึงมีความหมายกับคนไทยมากกว่าแค่พื้นที่สีเขียวบนแผนที่ ส่วนศูนย์ศึกษาธรรมชาติฝั่งบ้านไร่จะเน้นเส้นทางเดินและฐานเรียนรู้เรื่องต้นไม้ ร่องรอยสัตว์ และการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เหมาะพาเด็กและครอบครัวไปเปิดโลก
เพราะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ กฎระเบียบจึงเข้มกว่าที่หลายคนคุ้นเคย การเข้าเส้นทางลึกหรือค้างแรมต้องทำเรื่องขออนุญาตล่วงหน้ากับทางเขตฯ และต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามให้อาหารสัตว์ ห้ามเก็บของป่าหรือทิ้งขยะเด็ดขาด การเดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัวเพราะรถสาธารณะเข้าไม่ถึง ช่วงหน้าฝนถนนบางช่วงลื่นและอาจปิดเส้นทางบางเส้น ควรโทรเช็กกับที่ทำการเขตฯ ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เตรียมน้ำดื่ม รองเท้าเดินป่า และเผื่อเวลาให้ถึงก่อนบ่ายสามเพราะที่ทำการปิดเย็น การมาแบบเคารพกฎและมาด้วยใจที่อยากเรียนรู้จะได้ประสบการณ์ที่ต่างจากที่เที่ยวทั่วไปมาก และเป็นการสนับสนุนให้ผืนป่านี้อยู่ต่อไปได้จริง
- ได้สัมผัสผืนป่ามรดกโลกของจริงในส่วนที่เปิดให้ศึกษา พร้อมเส้นทางธรรมชาติและฐานเรียนรู้ที่จัดไว้ให้เข้าใจระบบนิเวศป่าอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
- อนุสรณ์สืบ นาคะเสถียร เล่าเรื่องงานอนุรักษ์ได้กินใจ ทำให้เข้าใจคุณค่าของผืนป่าและงานพิทักษ์ป่ามากขึ้น เหมาะพาเด็กและครอบครัวไปเรียนรู้
- บรรยากาศเงียบสงบ ธรรมชาติสมบูรณ์ ไม่พลุกพล่านเหมือนที่เที่ยวกระแสหลัก เหมาะกับสายธรรมชาติที่อยากอยู่กับป่าจริง ๆ
- การมาเยือนอย่างเคารพกฎเท่ากับได้สนับสนุนงานอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกโดยตรง
- กฎระเบียบเข้มงวดกว่าอุทยานทั่วไป การเข้าเส้นทางลึกหรือค้างแรมต้องขออนุญาตล่วงหน้าและมีเจ้าหน้าที่นำ ไม่ใช่ที่ที่เดินเข้าไปเที่ยวเองได้ตามใจ
- เดินทางไกลจากตัวเมืองและรถสาธารณะเข้าไม่ถึง ต้องมีรถส่วนตัว หน้าฝนถนนบางช่วงลื่นและอาจปิดเส้นทาง
- ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสนุกหรือถ่ายรูปสวย โอกาสเจอสัตว์ป่าใหญ่แบบชัด ๆ มีน้อย คนที่คาดหวังซาฟารีอาจผิดหวัง
บ้านไร่ + คาเฟ่ริมเขาวิวนาข้าว อ.บ้านไร่ (GoodView CafeHouse · Loom Cafe · คำตาคาเฟ่ ฯลฯ)
อำเภอบ้านไร่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของอุทัยธานี เป็นย่านชายป่าที่มีไร่ นาข้าว และแนวเขาสลับกันไปทั้งอำเภอ ช่วงหลังมีคาเฟ่กับที่พักฟาร์มเปิดใหม่กระจายตัวอยู่ตามเนินและริมทุ่ง เสน่ห์ของที่นี่คือความช้าและความเงียบ คนที่ขับรถมาจากกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่มักแวะเป็นจุดพักสายตา นั่งจิบกาแฟมองวิวเขากับนาข้าวเขียว ๆ แบบไม่ต้องรีบไปไหน ร้านที่คนพูดถึงกันบ่อยมีทั้ง GoodView CafeHouse ที่เป็นคาเฟ่รวมกับที่พักและลานกางเต็นท์วิวเขา, Loom Cafe คาเฟ่กลางหุบเขาที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง และคำตาคาเฟ่ ร้านบ้านไม้โฮมมี่ที่มองเห็นไร่กับภูเขา แต่ละร้านคาแรกเตอร์ต่างกัน จึงแวะได้หลายร้านในทริปเดียว
สไตล์การเที่ยวย่านนี้เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศมากกว่าจำนวนกิจกรรม ตอนกลางวันนั่งคาเฟ่จิบเครื่องดื่มถ่ายรูปวิว ตอนเย็นหลายจุดกลายเป็นที่ชมพระอาทิตย์ตกหลังแนวเขา ใครอยากได้เต็มบรรยากาศก็ค้างคืนที่พักฟาร์มสักคืน ตื่นเช้ามาลุ้นหมอกบาง ๆ ลอยเหนือทุ่งในหน้าหนาว การเดินทางสะดวกที่สุดคือมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะร้านและที่พักอยู่กระจายตามถนนชนบท ห่างจากตัวเมืองอุทัยธานีพอสมควร ควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้าและเช็กเวลาเปิด-ปิดของแต่ละร้าน เพราะบางร้านปิดเร็วช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือหยุดบางวันในสัปดาห์ ช่วงที่วิวสวยที่สุดคือปลายฝนถึงต้นหนาว ราวตุลาคมถึงมกราคม ที่นาข้าวยังเขียวหรือเริ่มเป็นสีทอง อากาศเย็นสบาย และมีโอกาสเจอหมอกยามเช้า
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือวิวและบรรยากาศขึ้นอยู่กับฤดูอย่างมาก หน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคมนาข้าวอาจแห้งเป็นสีน้ำตาลและอากาศร้อน วิวจะต่างจากภาพสวย ๆ ในหน้าฝนถึงหน้าหนาวพอสมควร ข้อต่อมาคือร้านดัง ๆ อย่าง GoodView คนแน่นในวันหยุดยาวและช่วงเทศกาล บางรีวิวบอกว่าที่นั่งเต็มจนนั่งนานไม่ได้และต้องรอคิว ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบจริงควรเลี่ยงวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือไปช่วงเช้าของวันธรรมดา ข้อสุดท้ายคือถนนเข้าบางร้านเป็นทางชนบทแคบและบางช่วงเป็นทางขึ้นเนิน คนขับรถเก๋งเตี้ยหรือไม่ชินทางลาดควรขับช้าและระวัง โดยเฉพาะหลังฝนตกที่ถนนอาจลื่นหรือมีดินโคลน เตรียมเงินสดไปด้วยเพราะบางร้านเล็กในชนบทอาจรับแต่เงินสดหรือสัญญาณโอนเงินไม่เสถียร
- ได้บรรยากาศสโลว์ไลฟ์ริมเขาและนาข้าวแบบเงียบสงบ เหมาะหนีเมืองมาพักสายตาโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากภาคกลาง
- มีคาเฟ่กับที่พักฟาร์มหลายร้านให้เลือกและแวะได้หลายจุดในทริปเดียว แต่ละร้านคาแรกเตอร์และวิวต่างกัน
- หลายจุดเป็นที่ชมพระอาทิตย์ตกหลังแนวเขา และค้างคืนที่พักฟาร์มเพื่อลุ้นหมอกยามเช้าในหน้าหนาวได้
- ราคาเครื่องดื่มและอาหารในระดับคาเฟ่ต่างจังหวัดทั่วไป ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับวิวและบรรยากาศที่ได้
- วิวขึ้นกับฤดูมาก หน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคมนาข้าวแห้งเป็นสีน้ำตาลและอากาศร้อน ต่างจากภาพในหน้าฝน-หน้าหนาว
- ร้านดังอย่าง GoodView คนแน่นในวันหยุดยาวและเทศกาล บางรีวิวบอกที่นั่งเต็มจนนั่งนานไม่ได้และต้องรอคิว
- ร้านและที่พักอยู่กระจายตามถนนชนบท เดินทางสะดวกสุดต้องมีรถส่วนตัว บางเส้นทางแคบและเป็นทางขึ้นเนิน
เขาปฐวี — เขาหินปูนถ้ำ-วัดถ้ำ ฝูงลิง และจุดชมวิว (อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี)
เขาปฐวีเป็นเทือกเขาหินปูนขนาดเล็กในอำเภอทัพทัน ยาวราว 750 เมตร สูงประมาณ 253 เมตร ตัวเขาเป็นหินซ้อนเป็นยอดค่อนข้างชัน จุดเด่นคือมีถ้ำเรียงรายรอบเขานับได้หลายสิบถ้ำ เช่น ถ้ำประทุน ถ้ำบันได ถ้ำช่องลม ถ้ำพุทธประวัติ ถ้ำปลา และถ้ำค้างคาว หลายถ้ำเชื่อมเข้ากับวัดเขาปฐวี จึงกลายเป็นวัดถ้ำที่คนแวะมาไหว้พระและเดินชมหินงอกหินย้อยไปในตัว บริเวณลานหน้าเขามีร่มไม้ใหญ่และฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก เป็นภาพที่คนมาเที่ยวมักถ่ายรูปเก็บไว้ ใครขึ้นไปถึงจุดชมวิวด้านบนจะเห็นทุ่งนาและหมู่บ้านรอบเขากว้างไกล เหมาะกับคนที่อยากได้ที่เที่ยวเงียบ ๆ แบบท้องถิ่นที่ยังไม่พลุกพล่าน
การเที่ยวเขาปฐวีทำได้แบบครึ่งวันสบาย ๆ เริ่มจากเดินชมถ้ำรอบเขาซึ่งบางถ้ำเดินทะลุถึงกัน แล้วเข้าไปกราบพระในถ้ำที่จัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป จากนั้นค่อยปีนบันไดขึ้นไปยังจุดชมวิว ตัวเขาไม่ได้สูงมากแต่ทางขึ้นบางช่วงชันและเป็นหิน จึงควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี พกน้ำดื่มติดตัว และเผื่อเวลาให้ไม่ต้องรีบ ที่นี่เป็นวัดจึงเข้าชมได้โดยไม่มีค่าเข้า มีเพียงตู้ทำบุญตามศรัทธา เดินทางจากตัวเมืองอุทัยธานีมาทางอำเภอทัพทันตามทางหลวงหมายเลข 3013 ระยะทางราว 18 กิโลเมตร มีที่จอดรถบริเวณหน้าวัด เที่ยวคู่กับที่เที่ยวอื่นในทัพทันหรือแวะระหว่างทางไปหุบป่าตาดก็ได้
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือฝูงลิงหน้าเขาค่อนข้างคุ้นคนและซนพอสมควร ควรเก็บถุงอาหาร ขวดน้ำ แว่นตา และของมันวาวให้มิดชิด อย่าถือถุงพลาสติกเดินโชว์เพราะลิงมักเข้ามาฉวย และไม่ควรยื่นมือให้อาหารโดยตรงเพราะอาจถูกกัดหรือข่วนได้ หากพาเด็กเล็กไปให้จับมือไว้ใกล้ตัวตลอด ภายในถ้ำบางช่วงแสงน้อยและพื้นลื่น ควรเตรียมไฟฉายหรือเปิดไฟจากมือถือ เดินระวังหัวและระวังพื้นต่างระดับ ช่วงหน้าฝนหินจะลื่นเป็นพิเศษจึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง ส่วนเวลาที่เที่ยวสบายที่สุดคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ที่แดดไม่แรงและอากาศไม่ร้อนจัด จะได้เดินชมถ้ำและขึ้นจุดชมวิวได้เต็มที่
- เที่ยวได้หลายอย่างในที่เดียว ทั้งเดินชมถ้ำรอบเขา ไหว้พระในวัดถ้ำ ดูฝูงลิง และขึ้นจุดชมวิวทุ่งนา
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า เหมาะกับทริปประหยัดและครอบครัว
- บรรยากาศท้องถิ่นเงียบสงบ ยังไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งเที่ยวยอดนิยม
- อยู่ไม่ไกลตัวเมืองอุทัยธานี (~18 กม.) เที่ยวคู่กับที่อื่นในทัพทันหรือระหว่างทางไปหุบป่าตาดได้
- ฝูงลิงคุ้นคนและซน มีโอกาสถูกฉวยของหรือถูกกัด-ข่วนถ้าประมาท ต้องเก็บของมิดชิดตลอด
- ทางขึ้นบางช่วงชันและเป็นหิน พื้นในถ้ำลื่นและแสงน้อย ต้องเตรียมรองเท้าและไฟฉาย โดยเฉพาะหน้าฝน
- เป็นที่เที่ยวธรรมชาติแบบท้องถิ่น สิ่งอำนวยความสะดวกและร้านค้ามีน้อย ควรเตรียมน้ำดื่มไปเอง
น้ำตกและธารน้ำเชิงเขาโซนลานสัก–ห้วยคต (ผาแรด / ป่าเขาเขียวชอุ่มฝั่งตะวันตกอุทัยธานี) เล่นน้ำ–เดินป่าหน้าฝน
ฝั่งตะวันตกของอุทัยธานีในเขตอำเภอลานสักและรอยต่ออำเภอห้วยคตเป็นแนวเทือกเขาเขียวชอุ่มที่ต่อเนื่องไปถึงเขตป่าอนุรักษ์ผืนใหญ่ของภาคกลางตอนบน โซนนี้มีธารน้ำเชิงเขาและน้ำตกเล็กใหญ่หลายจุดกระจายอยู่ตามชายป่า เช่น สายน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาหินแล้วรวมเป็นแอ่งให้ลงแช่ได้ คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติมักขับรถขึ้นมาหาที่เล่นน้ำเย็น ๆ เดินเล่นในป่าร่มรื่น และหามุมกางเต็นท์หรือปูเสื่อกินข้าวริมน้ำ จุดเด่นของที่นี่คือความเงียบและบรรยากาศที่ยังเป็นธรรมชาติจริง ไม่ได้ถูกจัดเป็นแหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์เต็มตัว จึงเหมาะกับคนที่อยากหนีฝูงชนมาอยู่กับต้นไม้ สายน้ำ และเสียงนกในป่าแบบไม่ต้องแย่งที่กับใคร
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนวางแผนมาคือ ธารน้ำและน้ำตกในโซนลานสัก–ห้วยคตขึ้นกับฤดูอย่างชัดเจน ช่วงที่น้ำเยอะและสวยที่สุดคือหน้าฝนราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม สายน้ำจะไหลแรงเต็มแอ่งและป่ารอบ ๆ เขียวสด ส่วนหน้าแล้งราวกุมภาพันธ์ถึงเมษายนหลายจุดน้ำแห้งหรือเหลือน้อยจนเล่นน้ำไม่ได้ ถ้าตั้งใจมาเล่นน้ำควรเลือกช่วงฝนหรือปลายฝนต้นหนาว การเดินทางส่วนใหญ่ต้องมีรถส่วนตัวหรือจ้างรถ เพราะจุดต่าง ๆ อยู่กระจายตามเชิงเขาและถนนเข้าบางเส้นเป็นทางลูกรังหรือทางแคบ ระบบขนส่งสาธารณะเข้าไม่ถึง คนที่มาจากตัวเมืองอุทัยธานีควรเผื่อเวลาขับรถราวหนึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่งต่อขา และเช็กเส้นทางกับสภาพถนนล่วงหน้าเพราะสัญญาณโทรศัพท์ในป่าบางช่วงอาจไม่มี
เรื่องที่ควรบอกกันตรง ๆ คือโซนนี้ไม่ใช่แหล่งเที่ยวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเหมือนน้ำตกดัง ๆ บางจุดไม่มีห้องน้ำ ร้านค้า หรือเจ้าหน้าที่ประจำ ควรเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และถุงขยะมาเอง แล้วเก็บกลับทุกอย่างไม่ทิ้งไว้ในป่า หินริมน้ำและโขดหินในธารลื่นมากโดยเฉพาะตอนเปียก ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเวลาปีนป่าย ช่วงหน้าฝนที่น้ำแรงต้องดูกระแสน้ำและระดับน้ำให้ดีก่อนลง เพราะน้ำป่าหลากมาได้เร็วเมื่อฝนตกหนักบนเขา ไม่ควรลงเล่นตอนน้ำขุ่นหรือไหลเชี่ยว และหลังฝนตกอาจมีทากตามเส้นทางเดินป่า ให้ใส่รองเท้าหุ้มและเลี่ยงนั่งบนพื้นชื้นนาน ๆ ใครพาเด็กมาควรดูแลใกล้ชิดและเลือกเฉพาะแอ่งน้ำตื้นที่นิ่ง จะได้เที่ยวสนุกและปลอดภัยตลอดวัน
- ธารน้ำและน้ำตกเชิงเขาให้ลงเล่นน้ำเย็น ๆ ได้จริงในช่วงหน้าฝน บรรยากาศป่าเขียวร่มรื่นและเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งเที่ยวดัง
- เหมาะกับสายธรรมชาติทุกแบบ ทั้งครอบครัวที่พาเด็กมาแช่น้ำตื้น กลุ่มเพื่อนสายแคมป์ปูเสื่อกินข้าวริมน้ำ และคู่รักที่ชอบความเงียบ
- ค่าใช้จ่ายเข้าพื้นที่ถูกหรือแทบไม่มี เที่ยวเชิงธรรมชาติแบบประหยัดได้ ต้นทุนหลักคือค่ารถเดินทางเข้าพื้นที่เท่านั้น
- อยู่ในโซนเดียวกับป่าเขาฝั่งตะวันตกของอุทัยธานี รวมกับจุดเที่ยวธรรมชาติอื่นในลานสัก–ห้วยคตเป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวันได้
- ปริมาณน้ำขึ้นกับฤดูอย่างชัดเจน หน้าแล้งราวกุมภาพันธ์ถึงเมษายนหลายจุดน้ำแห้งหรือเหลือน้อยจนเล่นน้ำไม่ได้
- ต้องมีรถส่วนตัวหรือจ้างรถ เพราะจุดต่าง ๆ อยู่กระจายตามเชิงเขา ถนนบางเส้นเป็นลูกรัง สัญญาณโทรศัพท์ขาดช่วง และขนส่งสาธารณะเข้าไม่ถึง
- สิ่งอำนวยความสะดวกน้อย บางจุดไม่มีห้องน้ำ ร้านค้า หรือเจ้าหน้าที่ หินริมน้ำลื่น และหน้าฝนต้องระวังน้ำป่าหลากกับทากตามทาง
เที่ยวอุทัยธานี พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักในเมืองอุทัยธานีใกล้แม่น้ำสะแกกรัง-ตลาดเมืองเก่า เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ทริปอุทัยธานีเที่ยวธรรมชาติและวิถีริมน้ำ จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวก
💡 รู้ก่อนเที่ยวอุทัยธานี
หุบป่าตาดเป็นหุบเขาปิดที่ต้องเดินลอดถ้ำสั้น ๆ เข้าไป ทางเดินสบายเหมาะทุกวัย มีค่าเข้าเล็กน้อย ควรเตรียมไฟฉาย/มือถือช่วงลอดถ้ำ
ล่องเรือแม่น้ำสะแกกรังชมวิถีเรือนแพและเลี้ยงปลาในกระชัง เย็น ๆ อากาศดี ควรสอบถามรอบเรือและราคากับผู้ให้บริการก่อนลง
วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) มีวิหารแก้วและมณฑปที่ประดับงดงาม เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามระเบียบของวัด
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นผืนป่ามรดกโลกที่เข้มงวดเรื่องการเข้าพื้นที่ ส่วนที่เปิดให้ศึกษาธรรมชาติมีจำกัด ควรติดต่อและศึกษากฎล่วงหน้า
จัดทริปอุทัยธานียังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวหุบป่าตาดและวัดท่าซุง เย็นขึ้นเขาสะแกกรังไหว้พระ-ชมวิว วันที่สองล่องเรือแม่น้ำสะแกกรังชมเรือนแพ เดินตลาดเมืองเก่าและตักบาตรเช้าริมน้ำ ถ้าสนใจธรรมชาติลึก ๆ ค่อยศึกษาการเข้าห้วยขาแข้ง จะได้ครบทั้งธรรมชาติ วัด และวิถีริมน้ำ อุทัยธานีรวมทริปกับนครสวรรค์-กำแพงเพชรได้
พร้อมเที่ยวอุทัยธานีแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักริมสะแกกรังก่อนเลย
ดูที่พักอุทัยธานี →