หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย ยโสธร 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยยโสธรกิจกรรมน่าทำ ใน ยโสธร
📍 ยโสธร · ภาคอีสาน · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

กิจกรรมน่าทำ
ใน ยโสธร

ยโสธรเป็นจังหวัดเล็กในอีสานที่มีเสน่ห์เรื่องประเพณีและวิถีเก่า จุดขายคือบุญบั้งไฟงานประเพณีระดับประเทศช่วงเดือนพฤษภาคม พระธาตุก่องข้าวน้อยตามตำนานลูกฆ่าแม่ พิพิธภัณฑ์พญาคันคากรูปคางคกยักษ์ ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าตึกเก่าชิโน-โปรตุกีส และหมู่บ้านหมอนขิดบ้านศรีฐาน เที่ยวได้ทั้งสายประเพณี สายวัด และสายเมืองเก่า

🎆 บุญบั้งไฟ🛕 ก่องข้าวน้อย🏘️ บ้านสิงห์ท่า🐸 พญาคันคาก
เลื่อนดูทั้ง 9 กิจกรรม ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

ยโสธรเป็นจังหวัดเล็กในภาคอีสานที่คนรู้จักจากประเพณีบุญบั้งไฟ งานจุดบั้งไฟขอฝนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ไฮไลต์ของเมืองคือพระธาตุก่องข้าวน้อยเจดีย์เล็กทรงก่องข้าวตามตำนานพื้นบ้าน สวนสาธารณะพญาแถนกับพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก (คางคก) รูปทรงแปลกตา ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าที่มีตึกแถวชิโน-โปรตุกีสอายุร่วมร้อยปี และหมู่บ้านหมอนขิดบ้านศรีฐานที่ทำหมอนขวานลายขิดขึ้นชื่อ

ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ยโสธรเป็นเมืองเล็ก จุดเที่ยวส่วนใหญ่เป็นวัด ประเพณี และวิถีชุมชนที่เข้าฟรี บุญบั้งไฟจัดเฉพาะสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม (ปี 2569 ราว 8–10 พ.ค.) ถ้ามาช่วงอื่นจุดเที่ยวหลักคือพระธาตุก่องข้าวน้อย พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และบ้านสิงห์ท่าที่มีถนนคนเดินเย็นวันพุธ

1

พระธาตุก่องข้าวน้อย (บ้านตาดทอง เมืองยโสธร)

📍 วัดพระธาตุก่องข้าวน้อย กลางทุ่งนา ต.ตาดทอง อ.เมือง จ.ยโสธร · ห่างตัวเมืองราว 9-12 กม. ตามถนนหลวงหมายเลข 23 (ยโสธร-อุบลราชธานี) 🧭 ตาดทอง-นอกเมืองยโสธร ⭐ 3.6 (Tripadvisor (Phra That Kong Khao Noi, 15 รีวิว))
พระธาตุก่องข้าวน้อย เจดีย์เก่าทรงคล้ายก่องข้าวตั้งอยู่กลางทุ่งนา ต.ตาดทอง จ.ยโสธร (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาแวะสั้น ~30-45 นาที (เดินชมเจดีย์ ถ่ายรูป และไหว้พระ)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร · มีตู้ทำบุญตามศรัทธา · ค่าเดินทางจากตัวเมืองด้วยรถเช่า/มอเตอร์ไซค์ ~฿50-150 ต่อเที่ยว
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเที่ยวสายวัฒนธรรมและตำนานพื้นบ้าน อยากแวะไหว้เจดีย์เก่ากลางทุ่งนาระหว่างทางเข้าเมืองยโสธร ใช้เวลาไม่นาน เหมาะทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ และคนที่มาทำบุญระลึกถึงพ่อแม่
เจดีย์เก่ากลางทุ่งตำนานลูกฆ่าแม่แวะไหว้ระหว่างทาง

พระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นเจดีย์เก่าแก่สมัยขอมต่อเนื่องถึงอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่กลางทุ่งนาในตำบลตาดทอง ห่างตัวเมืองยโสธรราว 9-12 กิโลเมตร ไปตามถนนหลวงหมายเลข 23 ทิศทางอุบลราชธานี จุดที่คนจำได้แม่นคือรูปทรงของเจดีย์ที่ดูคล้ายก่องข้าว (ภาชนะใส่ข้าวเหนียวของคนอีสาน) ซึ่งผูกโยงกับตำนานพื้นบ้านเรื่องลูกชายที่หิวจัดจนบันดาลโทสะทำร้ายแม่เพราะข้าวที่แม่เอามาส่งดูน้อยเกินไป แต่พอกินจริงกลับกินไม่หมด เมื่อรู้สำนึกจึงสร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่อไถ่บาปและระลึกถึงแม่ ด้วยเหตุนี้หลายคนที่มาเยือนจึงถือโอกาสมาไหว้เพื่อขอขมาและระลึกถึงพระคุณพ่อแม่ ทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าโบราณสถานทั่วไป

ตัวเจดีย์เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดไม่ใหญ่ ตั้งเด่นอยู่กลางลานโล่งมีทุ่งนาล้อมรอบ บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะกับการแวะพักสั้น ๆ ระหว่างทางเข้าเมืองยโสธรมากกว่าจะตั้งใจมาเที่ยวทั้งวัน โดยทั่วไปใช้เวลาเดินชมและถ่ายรูปราวครึ่งชั่วโมงถึงสี่สิบห้านาทีก็ทั่ว การเข้าชมไม่มีค่าบัตร มีเพียงตู้รับบริจาคสำหรับคนที่อยากทำบุญตามศรัทธา รอบบริเวณมักมีแผงร้านค้าชาวบ้านขายของกินและของฝากพื้นเมืองให้แวะซื้อ ช่วงที่บรรยากาศสวยคือเช้าและเย็นที่แดดไม่แรง ทุ่งนารอบ ๆ เขียวสดในหน้าฝนและออกสีทองในช่วงข้าวใกล้เกี่ยว การมาด้วยรถส่วนตัว รถเช่า หรือมอเตอร์ไซค์จะสะดวกที่สุดเพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อยนัก

ข้อที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นสถานที่เล็กและเรียบง่าย ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือกิจกรรมมากมาย บางช่วงป้ายให้ข้อมูลและการดูแลรักษายังไม่สม่ำเสมอนัก ตามที่นักท่องเที่ยวบางส่วนเคยติงไว้ในรีวิว คนที่คาดหวังแลนด์มาร์กอลังการอาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด แต่ถ้ามองในแง่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าพื้นบ้าน ที่นี่ก็เป็นจุดแวะที่มีเสน่ห์และให้แง่คิดเรื่องความกตัญญู เพราะอยู่ริมเส้นทางหลักจึงรวมเข้ากับแผนเที่ยวเมืองยโสธรได้ง่าย เช่น แวะก่อนเข้าเมืองไปต่อที่วัดในตัวเมืองหรือย่านเมืองเก่า ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วยเพราะลานกลางทุ่งค่อนข้างโล่งและแดดแรงในช่วงกลางวัน แต่งกายสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนท้องถิ่นยังมากราบไหว้

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรง จะถ่ายรูปเจดีย์คู่ทุ่งนาได้สวยและเดินชมสบายกว่ากลางวัน เพราะลานค่อนข้างโล่ง เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย ที่นี่เข้าฟรีมีแค่ตู้ทำบุญตามศรัทธา แนะนำมารวมกับแผนเที่ยวตัวเมืองยโสธรในวันเดียวเพราะอยู่ริมถนนหลวงหมายเลข 23 มาด้วยรถส่วนตัว รถเช่า หรือมอเตอร์ไซค์จะสะดวกสุด และแต่งกายสุภาพเพราะยังเป็นสถานที่ที่คนท้องถิ่นมากราบไหว้
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร อยู่ริมถนนหลวงหมายเลข 23 แวะรวมกับแผนเที่ยวเมืองยโสธรได้ง่าย
  • เจดีย์เก่าสมัยขอม-อยุธยาตอนปลาย มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และตำนานพื้นบ้านเรื่องความกตัญญูที่คนจำได้
  • บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น มีทุ่งนาล้อมรอบ ถ่ายรูปสวยโดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น
  • ใช้เวลาแวะไม่นาน เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ และคนที่มาไหว้ระลึกถึงพ่อแม่
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นสถานที่เล็กและเรียบง่าย ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือกิจกรรมมาก คนที่คาดหวังแลนด์มาร์กใหญ่อาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด
  • ป้ายให้ข้อมูลและการดูแลรักษาบางช่วงยังไม่สม่ำเสมอ ตามที่นักท่องเที่ยวบางส่วนติงไว้ในรีวิว
  • รถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อย ต้องมีรถส่วนตัว รถเช่า หรือมอเตอร์ไซค์ และลานกลางทุ่งค่อนข้างโล่งแดดแรงช่วงกลางวัน
2

ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร — ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม + จุดบั้งไฟแข่งขันที่สวนสาธารณะพญาแถน

📍 ตัวเมืองยโสธร (ถนนแจ้งสนิท ขบวนแห่ในเขตเทศบาล) และสวนสาธารณะพญาแถน อ.เมือง จ.ยโสธร · จุดบั้งไฟที่ลานพญาแถน 🧭 เมืองยโสธร-สวนสาธารณะพญาแถน
การจุดบั้งไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในงานประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Takeaway · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาจัด 3 วันช่วงสุดสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม (ปี 2026 ตรงกับราว 8-10 พ.ค.) · เที่ยวได้ทั้งวัน ขบวนแห่วันเสาร์ จุดบั้งไฟวันอาทิตย์
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร · ค่าใช้จ่ายอยู่ที่เดินทาง ที่พัก และอาหารในเมือง (ที่พักช่วงงานราคาขยับขึ้นและเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าหลายเดือน)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากดูวัฒนธรรมอีสานแท้ ๆ ขบวนแห่บั้งไฟตกแต่งลวดลาย รำเซิ้ง และการจุดบั้งไฟแข่งขัน เหมาะกับสายวัฒนธรรม สายถ่ายภาพ และครอบครัวที่ไปช่วงกลางพฤษภาคม
ขบวนแห่บั้งไฟวัฒนธรรมอีสานเฉพาะกลางพฤษภาคม

บุญบั้งไฟคืองานประเพณีที่ผูกกับยโสธรจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เป็นความเชื่อเก่าแก่ของคนอีสานที่ทำบั้งไฟจุดขึ้นฟ้าเพื่อขอฝนจากพญาแถน เทพแห่งฝนตามตำนานท้องถิ่น ก่อนเข้าฤดูทำนา งานนี้จัดกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนแห่บั้งไฟที่ชาวบ้านแต่ละคุ้มช่วยกันตกแต่งลวดลายวิจิตร ทั้งบั้งไฟเอ้ที่ประดับกระดาษสีและลายไทยอีสาน มีการรำเซิ้งบั้งไฟ ฟ้อนพื้นบ้าน และริ้วขบวนที่เดินไปตามถนนกลางเมือง จากนั้นวันสุดท้ายจะย้ายไปที่สวนสาธารณะพญาแถนเพื่อจุดบั้งไฟจริงแข่งขันกันว่าบั้งของใครพุ่งสูงและอยู่บนฟ้าได้นานที่สุด ใครทำบั้งไฟแล้วไม่ขึ้นก็มีธรรมเนียมโยนลงโคลนกันสนุกสนาน เป็นบรรยากาศที่หาดูได้ยากในงานประเพณีทั่วไป

สิ่งที่ต้องพูดกันตรง ๆ คืองานนี้จัดปีละครั้งช่วงสั้น ๆ เท่านั้น โดยยึดสุดสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ปี 2026 ตรงกับราววันที่ 8-10 พฤษภาคม ถ้ามายโสธรนอกช่วงนี้จะไม่เจอขบวนแห่หรือการจุดบั้งไฟ แต่ยังพอสัมผัสกลิ่นอายได้ที่สวนสาธารณะพญาแถนซึ่งมีพญาคางคก หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องบั้งไฟเปิดให้ชมทั้งปี รวมถึงวัดมหาธาตุและย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าที่เดินเที่ยวได้ทุกฤดู ใครวางแผนมาช่วงงานควรจองที่พักล่วงหน้าหลายเดือน เพราะโรงแรมในตัวเมืองมีจำนวนไม่มากและเต็มเร็ว ราคาห้องช่วงเทศกาลก็ขยับขึ้นจากปกติพอสมควร การเดินทางจากกรุงเทพฯ มีทั้งรถทัวร์ รถไฟลงอุบลฯ แล้วต่อรถ หรือบินลงสนามบินอุบลราชธานีหรือร้อยเอ็ดแล้วขับต่อเข้ายโสธร

เข้าชมงานไม่มีค่าบัตร เดินดูขบวนและร่วมงานได้ฟรี ค่าใช้จ่ายหลักอยู่ที่การเดินทาง ที่พัก และอาหาร วันที่มีขบวนแห่คนจะแน่นมากโดยเฉพาะสองข้างถนนสายหลัก ควรไปจับจองมุมถ่ายภาพแต่เช้า เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มเพราะกลางพฤษภาคมอากาศร้อนและแดดจัด ส่วนวันจุดบั้งไฟที่ลานพญาแถนต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ยืนดูในเขตที่เจ้าหน้าที่กำหนดและอย่าเข้าใกล้ฐานยิง เพราะบั้งไฟบางลูกอาจตกหรือระเบิดผิดทิศได้ พาเด็กเล็กไปควรดูแลใกล้ชิดและอยู่ห่างจุดยิง โดยรวมถือเป็นงานที่ได้เห็นทั้งฝีมือช่างทำบั้งไฟ ศิลปะขบวนแห่ และวิถีความเชื่อของคนอีสานในที่เดียว เหมาะกับคนที่อยากเจอเทศกาลไทยแบบที่ยังมีชีวิตจริง ไม่ได้จัดเพื่อโชว์นักท่องเที่ยวอย่างเดียว

💡
เคล็ดลับ: งานจัดปีละครั้งช่วงสุดสัปดาห์ที่สองของพฤษภาคม (ปี 2026 ราว 8-10 พ.ค.) วางแผนล่วงหน้าและจองที่พักในเมืองยโสธรก่อนหลายเดือนเพราะห้องน้อยและเต็มเร็ว วันขบวนแห่คนแน่น ให้ไปจับมุมถ่ายภาพริมถนนสายหลักแต่เช้า เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มสู้แดดกลางเดือนพฤษภาคม วันจุดบั้งไฟที่สวนพญาแถนให้ยืนดูในเขตปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่กำหนด อย่าเข้าใกล้ฐานยิง มาช่วงนอกเทศกาลก็ยังเที่ยวสวนพญาแถน พิพิธภัณฑ์บั้งไฟ และย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าได้ทั้งปี
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้ดูวัฒนธรรมอีสานแท้ ทั้งขบวนแห่บั้งไฟเอ้ตกแต่งลวดลายวิจิตร รำเซิ้ง และการจุดบั้งไฟแข่งขันในที่เดียว
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร เดินดูขบวนและร่วมบรรยากาศงานได้ทุกคน
  • เป็นเทศกาลที่ยังมีชีวิตจริงของชุมชน ไม่ได้จัดเพื่อโชว์นักท่องเที่ยวอย่างเดียว เหมาะกับสายวัฒนธรรมและสายถ่ายภาพ
  • มายโสธรนอกช่วงงานก็ยังเที่ยวสวนพญาแถน พิพิธภัณฑ์บั้งไฟ และย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าได้ทั้งปี
⚠️ ข้อสังเกต
  • จัดปีละครั้งช่วงสั้น ๆ กลางพฤษภาคมเท่านั้น มานอกช่วงนี้จะไม่เจอขบวนแห่หรือการจุดบั้งไฟ
  • ที่พักในเมืองมีน้อยและเต็มเร็ว ราคาช่วงเทศกาลขยับขึ้น ต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน
  • วันขบวนแห่คนแน่นและแดดร้อนจัด ส่วนวันจุดบั้งไฟต้องระวังความปลอดภัย อยู่ห่างฐานยิงตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
3

สวนสาธารณะพญาแถน + พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก (พิพิธภัณฑ์คางคก) ริมลำทวน เมืองยโสธร

📍 สวนสาธารณะพญาแถน ริมอ่างเก็บน้ำลำทวน (แม่น้ำชี) ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร · ห่างตัวเมืองราว 3 กม. 🧭 ริมลำทวน-ตัวเมืองยโสธร
อาคารพิพิธภัณฑ์พญาคันคากรูปคางคกยักษ์สูงห้าชั้นในสวนสาธารณะพญาแถน เมืองยโสธร (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5-2.5 ชม. (ชมพิพิธภัณฑ์ราว 1 ชม. รวมขึ้นจุดชมวิว แล้วเดินเล่นในสวนสาธารณะต่อ)
ราคาโดยประมาณตัวสวนสาธารณะเข้าฟรี · พิพิธภัณฑ์พญาคันคากเก็บค่าเข้าราว ฿20-40 (เด็ก/นักเรียนถูกกว่า) · ปิดวันอังคาร
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากถ่ายรูปกับแลนด์มาร์กรูปคางคกยักษ์ เดินชมพิพิธภัณฑ์เรื่องตำนานพญาคันคากกับบุญบั้งไฟแบบเข้าใจง่าย และเดินเล่นริมน้ำตอนเย็น เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและสายถ่ายรูป
แลนด์มาร์กรูปคางคกจุดชมวิวในปากคางคกเดินเล่นริมน้ำ

สวนสาธารณะพญาแถนเป็นสวนริมน้ำกลางเมืองยโสธร ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำลำทวนที่เชื่อมกับแม่น้ำชี จุดที่คนมากันเยอะที่สุดคือพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่าพิพิธภัณฑ์คางคก อาคารเป็นรูปคางคกยักษ์นั่งชันตัวสูงราวห้าชั้น (ประมาณ 19 เมตร) มองเห็นแต่ไกล ข้างในเล่าเรื่องตำนานพญาคันคากกับพญาแถน ที่มาของประเพณีบุญบั้งไฟขอฝนของชาวอีสาน และเรื่องราวของเมืองยโสธร ไล่ขึ้นบันไดทีละชั้นไปจนถึงจุดชมวิวในปากคางคกที่มองเห็นสวนกับลำน้ำด้านล่างได้กว้าง ๆ ตัวสวนสาธารณะรอบอาคารร่มรื่น มีทางเดิน มีที่นั่งริมน้ำ และเป็นสถานที่หลักที่ใช้จัดงานบุญบั้งไฟยโสธรในเดือนพฤษภาคมของทุกปี

การเที่ยวที่นี่ทำได้แบบสบาย ๆ ตัวสวนสาธารณะเข้าได้ฟรี ส่วนพิพิธภัณฑ์พญาคันคากเก็บค่าเข้าไม่กี่สิบบาท ซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์หน้าอาคาร เด็กและนักเรียนจ่ายถูกกว่าผู้ใหญ่ ข้างในติดแอร์เย็นสบาย เดินชมได้ราวหนึ่งชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะแวะระหว่างทางเข้าหรือออกเมืองยโสธร หรือจับคู่กับการเดินเล่นในสวนตอนเย็นที่แดดร่มลมเย็น ควรเช็กก่อนไปว่าพิพิธภัณฑ์ปิดวันอังคาร และช่วงบ่ายแดดค่อนข้างแรงเพราะลานรอบอาคารเป็นพื้นเปิดโล่ง หลายคนจึงเลือกมาช่วงเช้าหรือใกล้เย็น เดินทางสะดวกด้วยรถส่วนตัวหรือมอเตอร์ไซค์ มีที่จอดรถกว้าง

ที่ควรบอกกันตรง ๆ คือขนาดของพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่มาก ส่วนจัดแสดงเน้นป้ายข้อมูล หุ่นจำลอง และมุมถ่ายรูป มากกว่าของสะสมชิ้นใหญ่ ใครหวังพิพิธภัณฑ์แบบอลังการอาจรู้สึกว่าเนื้อหาไม่เยอะ แต่ถ้ามองเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปกับจุดแวะเรียนรู้ตำนานท้องถิ่นก็คุ้มกับค่าเข้าที่ไม่แพง บันไดขึ้นชั้นบนค่อนข้างชันและไม่มีลิฟต์ ผู้สูงอายุหรือคนเดินขึ้นบันไดลำบากต้องเผื่อใจ ป้ายข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย คำอธิบายภาษาอังกฤษมีไม่มาก ช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลคนจะเยอะและคิวถ่ายรูปหน้าอาคารยาว มาช่วงวันธรรมดาจะสบายกว่า เตรียมหมวกกับน้ำดื่มไว้ตอนเดินในลานกลางแดด แล้วค่อยเข้าไปพักในอาคารที่เย็นสบาย

💡
เคล็ดลับ: พิพิธภัณฑ์ปิดวันอังคาร มาช่วงเช้าหรือใกล้เย็นจะเลี่ยงแดดแรงกลางลานได้ ค่าเข้าไม่กี่สิบบาทซื้อตั๋วหน้าอาคาร ข้างในติดแอร์เย็น เดินขึ้นไปถ่ายรูปจุดชมวิวในปากคางคกให้ถึงชั้นบนสุด บันไดชันและไม่มีลิฟต์ ผู้สูงอายุเผื่อเวลาและแรง จับคู่กับเดินเล่นในสวนสาธารณะริมน้ำตอนเย็นได้ฟรี เตรียมหมวกกับน้ำดื่มไว้ตอนเดินกลางแดด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • แลนด์มาร์กรูปคางคกยักษ์สูงห้าชั้นที่เด่นและถ่ายรูปสวย เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองยโสธร
  • ค่าเข้าถูกไม่กี่สิบบาท ข้างในติดแอร์เย็นสบาย เล่าตำนานพญาคันคากกับบุญบั้งไฟให้เข้าใจง่าย
  • มีจุดชมวิวในปากคางคกชั้นบนสุดมองเห็นสวนกับลำน้ำได้กว้าง
  • ตัวสวนสาธารณะพญาแถนริมน้ำเข้าฟรี ร่มรื่น เดินเล่นตอนเย็นได้ ที่จอดรถกว้าง
⚠️ ข้อสังเกต
  • ตัวพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่มาก เน้นป้ายข้อมูลและมุมถ่ายรูป ใครหวังของจัดแสดงเยอะอาจรู้สึกว่าเนื้อหาน้อย
  • บันไดขึ้นชั้นบนชันและไม่มีลิฟต์ ผู้สูงอายุหรือคนเดินบันไดลำบากต้องเผื่อใจ
  • ป้ายข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย คำอธิบายภาษาอังกฤษมีน้อย และลานกลางแดดร้อนช่วงบ่าย
4

ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า (ถนนคนเดินวันพุธ) — ตึกแถวชิโน-โปรตุกีสริมน้ำ กลางเมืองยโสธร

📍 กลางเขตเทศบาลเมืองยโสธร อ.เมือง จ.ยโสธร · ครอบคลุมถนนศรีสุนทร นครทุ่ง อุทัยรามฤทธิ์ และวิถีธรรมรุ่ง เดินถึงกันได้ทั้งย่าน 🧭 ย่านเมืองเก่ากลางเมืองยโสธร
อาคารเก่าสไตล์อาณานิคมกลางเมืองยโสธร ให้ภาพบรรยากาศย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Pawyilee · Public domain
ระยะเวลา1-2 ชม. เดินชมย่าน (ถ้ามาเย็นวันพุธที่มีถนนคนเดินเผื่อ 2-3 ชม.)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (เดินชมย่านไม่มีค่าเข้า) · ค่ากินของถิ่นและกาแฟตามร้านราว ฿20-150 / คน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินเล่นย่านตึกเก่า ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส และสายกินของถิ่นแบบสโลว์ไลฟ์ เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และคนเดินทางคนเดียว
ตึกเก่าชิโน-โปรตุกีสถนนคนเดินวันพุธเดินเล่นถ่ายรูป

ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าเป็นหัวใจเก่าแก่ของเมืองยโสธร ตั้งอยู่กลางเขตเทศบาลริมแม่น้ำชี ย้อนไปเดิมชื่อ "เมืองสิงห์ท่า" ซึ่งเป็นย่านการค้ามาแต่โบราณ พอถึงยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ ย่านนี้ก็เจริญขึ้นเป็นแหล่งค้าขายสำคัญ เสน่ห์ที่คนเดินทางมาตามหาคือตึกแถวไม้ผสมปูนอายุร่วมร้อยปีที่เรียงรายสองฝั่งถนน หลายหลังเป็นสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส คุมโทนสีพาสเทล บานประตูเป็นบานเฟี้ยมแบบเก่า บางหลังยังได้ช่างจากเวียดนามมาช่วยสร้างในสมัยนั้น เดินไปตามถนนศรีสุนทร นครทุ่ง อุทัยรามฤทธิ์ และวิถีธรรมรุ่ง จะเห็นทั้งตึกที่บูรณะสวยและตึกที่ทิ้งร่องรอยกาลเวลาไว้ ตัดกันเป็นบรรยากาศแบบที่หาไม่ได้ง่าย ๆ

สิ่งที่คนมักทำกันที่นี่คือเดินเล่นชิล ๆ เก็บภาพตึกเก่า แวะร้านกาแฟและร้านของถิ่นที่แทรกตัวอยู่ในย่าน ของขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดคือปลาส้มยโสธรและลอดช่องสูตรเก่า ระหว่างทางยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสไตล์จีนให้แวะไหว้ ทำให้ย่านนี้รวมกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย จีน และฝรั่งเศสไว้ในที่เดียว ไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาให้ตรงคือช่วงเย็นวันพุธ ซึ่งเทศบาลจัดถนนสายวัฒนธรรมหรือถนนคนเดิน มีแผงอาหารถิ่น งานคราฟต์ และการแสดงมาลงตามแนวถนน บรรยากาศจะคึกคักขึ้นกว่าวันธรรมดามาก เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งภาพตึกเก่ายามเย็นและได้ลองกินของพื้นเมืองไปพร้อมกัน

ข้อดีของที่นี่คือเข้าชมฟรีและอยู่กลางเมือง เดินต่อไปวัดหรือตลาดใกล้ ๆ ได้สบาย เหมาะทำเป็นจุดแวะครึ่งวันในทริปยโสธร แต่มีบางอย่างที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรง ย่านนี้เป็นชุมชนที่คนยังอยู่อาศัยและทำมาหากินจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่จัดฉากไว้ ร้านรวงจึงไม่ได้เปิดครบทุกหลังทุกวัน วันธรรมดาช่วงกลางวันจะเงียบและเงียบจริง ถ้าอยากเห็นย่านมีชีวิตชีวาควรเล็งมาเย็นวันพุธที่มีถนนคนเดิน อากาศอีสานช่วงกลางวันร้อนแดดจัด เดินถ่ายรูปช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายตัวกว่า ที่จอดรถริมถนนในย่านมีจำกัด ถ้ามาวันที่มีงานควรเผื่อเวลาหาที่จอด และเพราะเป็นบ้านคนอยู่จริง การถ่ายรูปหน้าบ้านหรือตัวเจ้าของบ้านควรขออนุญาตและให้เกียรติเจ้าของพื้นที่ด้วย

💡
เคล็ดลับ: อยากเห็นย่านคึกคักที่สุดให้มาเย็นวันพุธที่มีถนนคนเดิน-ถนนสายวัฒนธรรม จะมีแผงอาหารถิ่นและการแสดง วันธรรมดากลางวันย่านจะเงียบและร้านเปิดไม่ครบ เดินถ่ายรูปช่วงเช้าหรือเย็นเลี่ยงแดดจัด อย่าลืมลองปลาส้มยโสธรกับลอดช่องของถิ่น และเพราะเป็นชุมชนที่คนอยู่อาศัยจริง ถ่ายรูปหน้าบ้านหรือตัวคนในย่านควรขออนุญาตก่อน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ตึกแถวชิโน-โปรตุกีสอายุร่วมร้อยปีเรียงยาวสองฝั่งถนน มีทั้งหลังที่บูรณะสวยและหลังเก่าที่ให้บรรยากาศคลาสสิก เหมาะถ่ายรูปมาก
  • เข้าชมฟรีและอยู่กลางเมือง เดินต่อไปวัด ตลาด และศาลเจ้าพ่อหลักเมืองใกล้ ๆ ได้ ทำเป็นจุดแวะครึ่งวันได้สบาย
  • เย็นวันพุธมีถนนคนเดิน-ถนนสายวัฒนธรรม รวมแผงอาหารถิ่น งานคราฟต์ และการแสดง บรรยากาศคึกคักกว่าวันธรรมดา
  • รวมกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย จีน และฝรั่งเศสไว้ในย่านเดียว มีของถิ่นอย่างปลาส้มและลอดช่องให้ลอง
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นชุมชนที่คนยังอยู่อาศัยจริง ร้านเปิดไม่ครบทุกหลังทุกวัน วันธรรมดากลางวันค่อนข้างเงียบ
  • อากาศอีสานกลางวันร้อนแดดจัด เดินถ่ายรูปกลางวันจะเหนื่อยกว่าช่วงเช้าหรือเย็น
  • ที่จอดรถริมถนนในย่านมีจำกัด วันที่มีถนนคนเดินควรเผื่อเวลาหาที่จอด
5

บ้านศรีฐาน หมู่บ้านหมอนขิด — ดูขั้นตอนทอผ้าขิด เย็บหมอนขวาน แล้วซื้อตรงจากช่างทำ

📍 ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร · ห่างตัวเมืองยโสธรราว 20 กม. ริมทางหลวง 202 (เส้นยโสธร–อำนาจเจริญ) 🧭 อ.ป่าติ้ว (ริมทางหลวง 202)
ป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้านทำหมอนขิดบ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน จ.ยโสธร (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Pawyilee · Public domain
ระยะเวลาราว 1–2 ชม. (เดินดูบ้านที่เปิดให้ชม เลือกซื้อ และถ่ายรูป) · แวะระหว่างทางเข้า-ออกเมืองได้
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี · หมอนสามเหลี่ยมใบเล็กเริ่มราว ฿150–400 · หมอนขวานอิงหลายชั้นและชุดใหญ่ ~฿800–3,000 ขึ้นไปตามขนาดและจำนวนชั้น
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบงานคราฟต์ท้องถิ่นและอยากเห็นวิธีทำหมอนขวานผ้าขิดจริง ๆ ตั้งแต่ทอลายขิดจนถึงยัดนุ่น เหมาะทั้งครอบครัว คนหาของฝากประจำจังหวัด และสายที่อยากอุดหนุนช่างชุมชนโดยตรง
หัตถกรรมประจำจังหวัดดูขั้นตอนทำจริงซื้อตรงจากช่าง

บ้านศรีฐานคือหมู่บ้านทำหมอนขิดที่เป็นเหมือนของขึ้นชื่อประจำจังหวัดยโสธร อยู่ในตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว ห่างจากตัวเมืองราว 20 กิโลเมตรไปตามทางหลวงหมายเลข 202 เส้นยโสธร–อำนาจเจริญ ขับรถแวะได้สบายระหว่างเข้าหรือออกเมือง จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากการเดินซื้อของฝากตามร้านทั่วไป คือเกือบทั้งหมู่บ้านทำหมอนขิดกันเป็นอาชีพ หลายบ้านเปิดให้เดินเข้าไปดูขั้นตอนได้ตั้งแต่ทอผ้าลายขิดบนกี่ไม้ ตัดเย็บเป็นช่อง แล้วยัดนุ่นทีละชั้นจนขึ้นรูปเป็นหมอนสามเหลี่ยมหรือหมอนขวานอิงหลังที่คุ้นตา ลายขิดเป็นลายทอยกดอกที่ต้องเก็บเส้นด้ายทีละแถว จึงใช้เวลาและฝีมือมากกว่าที่คิด

ของที่วางขายมีตั้งแต่หมอนสามเหลี่ยมใบเล็กสำหรับพิงเล่นหรือเป็นของฝาก ไปจนถึงหมอนขวานหลายชั้นแบบที่ใช้อิงหลังนั่งพื้น ที่นอนพับ และชุดหมอนขนาดใหญ่สำหรับปูรับแขก ราคาขึ้นกับขนาดและจำนวนชั้น ใบเล็กเริ่มหลักร้อย ส่วนชุดใหญ่หลายชั้นขยับขึ้นไปหลักพัน การซื้อตรงจากบ้านที่ทำเองทำให้เลือกลายและสีได้ตามชอบ และเงินถึงมือช่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่าซื้อผ่านคนกลาง หลายบ้านยินดีอธิบายว่าลายไหนชื่ออะไร ผ้าฝ้ายกับใยสังเคราะห์ต่างกันอย่างไร และหมอนแบบไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ถ้าอยากได้ของคุณภาพดีลองจับเนื้อผ้า กดดูความแน่นของนุ่น และเทียบตะเข็บหลายบ้านก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นหมู่บ้านทำมาหากินจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่จัดโซนไว้พร้อม ป้ายบอกทางในหมู่บ้านมีไม่มาก บางบ้านทำงานเงียบ ๆ อยู่ใต้ถุน ควรทักทายขออนุญาตก่อนเดินเข้าไปดูหรือถ่ายรูป ช่วงที่เห็นการทำงานคึกคักที่สุดคือกลางวันวันธรรมดา ส่วนวันหยุดหรือช่วงเทศกาลบางบ้านอาจปิดหรือออกไปขายที่งาน หมอนใบใหญ่มีน้ำหนักและกินพื้นที่พอสมควร ถ้าเดินทางด้วยเครื่องบินหรือรถทัวร์ควรวางแผนเรื่องขนกลับหรือสอบถามร้านเรื่องส่งพัสดุไว้ก่อน และเนื่องจากเป็นสินค้าทำมือ สีและลายของแต่ละใบอาจไม่เหมือนกันเป๊ะ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของงานคราฟต์มากกว่าข้อเสีย

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงกลางวันวันธรรมดาจะเห็นการทอและเย็บหมอนจริง ๆ มากที่สุด ทักทายขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อนถ่ายรูป เทียบเนื้อผ้า ความแน่นของนุ่น และตะเข็บหลายบ้านก่อนซื้อ หมอนใบใหญ่หนักและกินที่ ถ้าไปเครื่องบินหรือรถทัวร์ให้ถามร้านเรื่องส่งพัสดุกลับบ้าน และเตรียมเงินสดไว้เพราะหลายบ้านยังไม่รับโอน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้เห็นขั้นตอนทำหมอนขิดจริงตั้งแต่ทอลายขิดบนกี่ไม้จนถึงยัดนุ่นขึ้นรูป ไม่ใช่แค่เดินซื้อของสำเร็จ
  • ซื้อตรงจากบ้านที่ทำเอง เลือกลาย สี และขนาดได้ตามชอบ เงินถึงมือช่างชุมชนเต็มที่
  • เป็นของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ประจำยโสธร มีให้เลือกหลายขนาดหลายราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน
  • อยู่ริมทางหลวง 202 ห่างเมืองแค่ราว 20 กม. แวะระหว่างทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นหมู่บ้านทำมาหากินจริง ไม่มีโซนจัดไว้พร้อม ป้ายบอกทางน้อย ต้องทักทายขออนุญาตก่อนเดินดู
  • บางบ้านอาจปิดหรือออกไปขายที่งานในวันหยุดและช่วงเทศกาล ควรมาวันธรรมดาช่วงกลางวัน
  • หมอนใบใหญ่หนักและกินพื้นที่ ต้องวางแผนเรื่องขนกลับหรือส่งพัสดุถ้าเดินทางไกล
6

วัดมหาธาตุ (พระธาตุอานนท์) — วัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธร

📍 ถนนวารีราชเดช เขตเทศบาลเมืองยโสธร อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร · ใจกลางเมืองเก่า ใกล้ศาลหลักเมืองและตลาดในตัวเมือง 🧭 ตัวเมืองยโสธร (เขตเทศบาลเมือง)
พระธาตุอานนท์ เจดีย์สีขาว-ทองทรงล้านช้างภายในวัดมหาธาตุ กลางเมืองยโสธร (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาราว 45 นาที–1.5 ชม. (เดินชมพระธาตุอานนท์ หอไตรกลางน้ำ และพระอุโบสถ)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ไม่มีค่าเข้า) · ตู้บริจาคทำบุญตามศรัทธา · ดอกไม้ธูปเทียนชุดละ ~฿20-50 หากซื้อสักการะ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเที่ยววัดเก่า สายไหว้พระ ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมล้านช้าง และคนอยากเข้าใจรากเมืองยโสธรผ่านพระธาตุกลางเมือง เดินชมได้ทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ และคนเดินทางคนเดียว
พระธาตุกลางเมืองสถาปัตยกรรมล้านช้างหอไตรกลางน้ำ

วัดมหาธาตุคือวัดเก่าแก่ที่สุดและเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาตั้งแต่ครั้งตั้งเมือง ตั้งอยู่ใจกลางเขตเทศบาลเมือง เดินจากตลาดและย่านเมืองเก่าถึงได้สบาย จุดที่ทำให้คนตั้งใจแวะคือพระธาตุอานนท์ เจดีย์ทรงล้านช้างสีขาวตัดทองสูงราวยี่สิบห้าเมตร ฐานสี่เหลี่ยมสอบขึ้นไปหายอดฉัตร เชื่อกันว่าภายในบรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์ พระอรหันตสาวกผู้เป็นพุทธอุปัฏฐาก ซึ่งว่ากันว่าเป็นพระธาตุที่บรรจุอัฐิของพระอานนท์แห่งเดียวในไทย องค์พระธาตุจึงเป็นทั้งหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของคนยโสธรและหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่ารากวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงได้ในตัว

นอกจากพระธาตุ ในเขตวัดยังมีของเก่าให้เดินดูอีกหลายอย่าง หอไตรกลางน้ำเป็นเรือนไม้เก่าตั้งอยู่บนเสากลางสระ ใช้เก็บรักษาคัมภีร์ใบลานให้พ้นจากปลวกและความชื้น เป็นงานช่างไม้พื้นถิ่นที่หาดูได้ไม่บ่อยแล้ว ถัดไปเป็นพระอุโบสถและวิหารที่ยังคงรูปทรงแบบอีสาน-ล้านช้าง คนที่ชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรมมักใช้เวลาเดินวนรอบองค์พระธาตุเพื่อเก็บแสงเช้าและแสงเย็นที่กระทบผิวปูนสีขาว ส่วนคนที่มาไหว้พระก็มักจุดธูปเทียนสักการะแล้วเดินประทักษิณรอบพระธาตุตามความเชื่อ วัดเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ไม่มีค่าเข้า มีเพียงตู้รับบริจาคให้ทำบุญตามกำลังศรัทธา

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นวัดที่คนในพื้นที่ใช้จริง จึงควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และสำรวมกิริยาเวลาอยู่ในเขตพุทธาวาส ตัวองค์พระธาตุชมได้จากภายนอกเป็นหลัก ไม่ได้เปิดให้ขึ้นด้านใน คนที่คาดหวังกิจกรรมหวือหวาอาจรู้สึกว่าที่นี่เงียบและใช้เวลาไม่นาน เพราะจุดเด่นอยู่ที่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และความสงบมากกว่าความบันเทิง ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและลานวัดโล่ง ร่มเงาน้อย ควรมาช่วงเช้าหรือเย็นจะเดินสบายกว่าและได้แสงถ่ายรูปสวยกว่า ที่จอดรถมีจำกัดในวันงานบุญหรือเทศกาล โดยเฉพาะช่วงงานบุญบั้งไฟที่เมืองยโสธรคนเยอะเป็นพิเศษ วางแผนเวลาเผื่อไว้จะได้ไม่เร่งรีบ

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าหรือเย็นจะเดินสบายกว่าเพราะลานวัดโล่งแดดแรงตอนกลางวัน และได้แสงถ่ายรูปองค์พระธาตุสวยกว่า แต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าเพราะเป็นวัดที่คนในพื้นที่ใช้จริง อย่าลืมเดินไปดูหอไตรกลางน้ำที่อยู่ในเขตวัดด้วย เพราะเป็นเรือนไม้เก่าที่หาดูยาก จับคู่เที่ยวกับย่านเมืองเก่ายโสธรและตลาดในตัวเมืองที่อยู่ใกล้กันได้ในทริปเดียว ถ้ามาช่วงงานบุญบั้งไฟให้เผื่อเวลาและที่จอดรถไว้เยอะ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • พระธาตุอานนท์เป็นเจดีย์ทรงล้านช้างที่งดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่าบรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์แห่งเดียวในไทย
  • อยู่ใจกลางเมืองยโสธร เดินจากตลาดและย่านเมืองเก่าถึงง่าย จับคู่เที่ยวจุดอื่นในทริปเดียวได้สะดวก
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า เหมาะกับทุกวัยและทุกงบ เดินชมได้ทั้งครอบครัวและผู้สูงอายุ
  • มีของเก่าให้ดูมากกว่าองค์พระธาตุ ทั้งหอไตรกลางน้ำและพระอุโบสถแบบอีสาน-ล้านช้างที่ถ่ายรูปสวย
⚠️ ข้อสังเกต
  • จุดเด่นอยู่ที่ความสงบและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กิจกรรมหวือหวา คนคาดหวังความบันเทิงอาจรู้สึกว่าใช้เวลาไม่นาน
  • ลานวัดโล่งและร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง ควรเลี่ยงมาช่วงเที่ยง
  • ที่จอดรถมีจำกัดในวันงานบุญหรือเทศกาล โดยเฉพาะช่วงงานบุญบั้งไฟที่คนเยอะเป็นพิเศษ
7

พระธาตุกู่จาน (วัดกู่จาน) อ.คำเขื่อนแก้ว ยโสธร — เจดีย์เก่าทรงคล้ายพระธาตุพนม

📍 บ้านกู่จาน ต.กู่จาน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร · ห่างตัวเมืองยโสธรราว 25-30 กม. ไปทางทิศตะวันออก 🧭 อ.คำเขื่อนแก้ว (ชนบทนอกเส้นทางท่องเที่ยวหลัก)
พระธาตุเจดีย์เก่าสีขาวทรงสูงในวัดของจังหวัดยโสธร ให้ภาพบรรยากาศพระธาตุเก่าแบบอีสาน (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาราว 30-45 นาที (เดินชมองค์พระธาตุ ไหว้พระ ถ่ายรูป) · แวะระหว่างทางไป-กลับตัวเมืองยโสธรได้สบาย
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม (ตู้บริจาคทำบุญตามศรัทธา) · ค่าน้ำมัน/เช่ารถส่วนตัวเผื่อไว้เพราะไม่มีรถประจำทางตรงถึง
👍 เหมาะสุดสำหรับสายไหว้พระธาตุและคนชอบโบราณสถานเงียบ ๆ นอกเส้นทางท่องเที่ยว อยากเห็นเจดีย์ทรงคล้ายพระธาตุพนมในบรรยากาศหมู่บ้านอีสานแท้
พระธาตุเก่าทรงพระธาตุพนมเข้าชมฟรีนอกเส้นทางท่องเที่ยว

พระธาตุกู่จานตั้งอยู่ในวัดกู่จาน บ้านกู่จาน ตำบลกู่จาน อำเภอคำเขื่อนแก้ว ห่างจากตัวเมืองยโสธรไปทางตะวันออกราว 25-30 กิโลเมตร เป็นพระธาตุเจดีย์เก่าสูงราว 15 เมตร ทรงสี่เหลี่ยมยอดแหลม ที่ชาวบ้านมองว่ามีเค้าโครงคล้ายพระธาตุพนมที่นครพนม จุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษในสายตาคนท้องถิ่นคือตำนานที่เล่าสืบกันมาว่าองค์พระธาตุเกี่ยวพันกับการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน ทำให้ชาวกู่จานและอำเภอใกล้เคียงถือเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่น มีงานบุญและประเพณีสรงน้ำพระธาตุในช่วงเดือนห้าตามปฏิทินอีสาน คนที่ไปเยือนมักเป็นคนในพื้นที่และสายบุญที่ตั้งใจตามรอยพระธาตุอีสาน มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป จึงได้บรรยากาศเงียบสงบแบบวัดหมู่บ้านจริง ๆ ไม่มีความพลุกพล่านของแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก

การไปพระธาตุกู่จานเหมาะกับคนที่มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเอง เพราะไม่มีรถประจำทางวิ่งตรงถึงหน้าวัด เส้นทางจากตัวเมืองยโสธรใช้ถนนสายไปอำเภอคำเขื่อนแก้วแล้วเลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้าน สภาพถนนช่วงท้ายเป็นทางชนบท ควรเผื่อเวลาและดูแผนที่ให้ดีเพราะป้ายบอกทางมีไม่มาก เมื่อถึงวัดจะเห็นองค์พระธาตุตั้งอยู่ในลานกว้าง เดินชมรอบองค์ได้สบาย ใช้เวลาไม่นานราวครึ่งชั่วโมงก็ทั่ว เข้าชมฟรีไม่เก็บค่าธรรมเนียม มีเพียงตู้รับบริจาคทำบุญตามกำลังศรัทธา ช่วงเวลาที่เหมาะไปคือเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรง เพราะลานพระธาตุค่อนข้างโล่งและร่มเงาน้อย การแต่งกายควรสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นวัดที่ชาวบ้านใช้ประกอบพิธีจริง

สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือพระธาตุกู่จานเป็นจุดหมายสำหรับคนที่ชอบโบราณสถานและการไหว้พระเป็นทุนเดิม ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบหรือกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง รอบวัดเป็นหมู่บ้านชนบท ร้านค้าและร้านอาหารมีไม่มาก ควรเตรียมน้ำดื่มไปเองและวางแผนมื้ออาหารในตัวอำเภอหรือตัวเมืองยโสธร เนื่องจากยังไม่ใช่จุดที่จองตั๋วหรือแพ็กเกจทัวร์ได้โดยตรง การวางแผนจึงเป็นแบบเที่ยวเอง จับคู่กับที่เที่ยวอื่นในเส้นทางเดียวกันอย่างวัดในตัวเมืองยโสธรหรือพระธาตุและวัดเก่าใกล้เคียงจะได้เที่ยวคุ้มค่ากว่าไปจุดเดียว ใครวางแผนไปช่วงงานบุญบั้งไฟยโสธรเดือนพฤษภาคมก็ถือโอกาสแวะพระธาตุกู่จานเสริมเส้นทางสายบุญได้ในทริปเดียว

💡
เคล็ดลับ: ใช้รถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเอง เพราะไม่มีรถประจำทางตรงถึง เปิด Google Maps นำทางไว้เพราะป้ายบอกทางช่วงท้ายมีน้อย ไปช่วงเช้าหรือเย็นเลี่ยงแดดแรงเพราะลานพระธาตุร่มน้อย แต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัดที่ชาวบ้านใช้จริง เตรียมน้ำดื่มไปเองและวางแผนมื้ออาหารในตัวอำเภอคำเขื่อนแก้วหรือตัวเมืองยโสธร จับคู่กับวัดหรือพระธาตุเก่าใกล้เคียงในเส้นทางเดียวกันจะเที่ยวคุ้มกว่า
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • พระธาตุเจดีย์เก่าทรงสูงราว 15 เมตร มีเค้าโครงคล้ายพระธาตุพนม ให้บรรยากาศพระธาตุอีสานแท้
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม เดินชมรอบองค์พระธาตุได้สบายในเวลาไม่นาน
  • เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ได้บรรยากาศวัดหมู่บ้านและตำนานพระบรมสารีริกธาตุประจำถิ่น
  • จับคู่กับวัดในตัวเมืองยโสธรหรืองานบุญบั้งไฟเดือนพฤษภาคมเป็นเส้นทางสายบุญได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • ไม่มีรถประจำทางตรงถึง ต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ และป้ายบอกทางช่วงท้ายมีน้อย
  • ลานพระธาตุค่อนข้างโล่ง ร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดแรง
  • สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า และร้านอาหารรอบวัดมีน้อย ควรเตรียมน้ำและวางแผนมื้ออาหารเอง
8

ภูถ้ำพระ อ.เลิงนกทา — วนอุทยานถ้ำพระในป่า พระนอนองค์ยาวและพระพุทธรูปเก่าสองชั้นถ้ำ (Phu Tham Phra, ยโสธร)

📍 ต.กุดเชียงหมี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร · อยู่ในเขตวนอุทยานภูถ้ำพระ ห่างตัวเมืองยโสธรราว 85-100 กม. ไปทางเหนือของจังหวัด 🧭 เลิงนกทา (ตอนเหนือของยโสธร)
พระนอนองค์ยาวประดิษฐานภายในถ้ำหินของวัดถ้ำในประเทศไทย ให้ภาพบรรยากาศพระนอนในถ้ำแบบภูถ้ำพระ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Pavel from Sydney, AU · CC BY 2.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. ที่ตัวถ้ำ (เดินขึ้น-สำรวจสองชั้นถ้ำ) · รวมขับรถไป-กลับจากตัวเมืองยโสธรเผื่อทั้งวัน
ราคาโดยประมาณตัววนอุทยานเข้าฟรี/ทำบุญตามศรัทธา · ค่าน้ำมันรถไป-กลับจากตัวเมืองราว ฿300-600 ต่อคัน แล้วแต่ระยะทางและจำนวนคนหาร
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบธรรมชาติสายวัด อยากเดินเข้าถ้ำในป่าร่มเย็นไหว้พระนอนองค์ยาวและพระพุทธรูปเก่า เที่ยวเงียบ ๆ เลี่ยงที่คนแน่น มีรถส่วนตัวและพร้อมขับออกนอกเมืองไกลหน่อย
ถ้ำในป่าร่มเย็นพระนอนองค์ยาวเที่ยวเงียบไกลเมือง

ภูถ้ำพระเป็นวนอุทยานเล็ก ๆ ในเขตอำเภอเลิงนกทา ตอนเหนือของยโสธร ห่างจากตัวเมืองไปราวแปดสิบห้าถึงหนึ่งร้อยกิโลเมตร จุดที่คนตั้งใจมาไกลถึงนี่คือถ้ำในป่าที่มีพระนอนองค์ยาวและพระพุทธรูปเก่าหลายองค์กระจายอยู่ตามชั้นถ้ำสองระดับ บรรยากาศต่างจากวัดในเมืองตรงที่เดินอยู่ใต้ร่มไม้กับผนังหินตลอดทาง อากาศในถ้ำเย็นกว่าข้างนอกชัดเจน แสงลอดเข้ามาเป็นช่วง ๆ ทำให้พระพุทธรูปในถ้ำดูขรึมและสงบ คนที่มาส่วนใหญ่มาไหว้พระ นั่งพักในความเย็นของถ้ำ และเดินสำรวจโพรงหินที่เชื่อมกันไปเรื่อย ๆ เป็นที่เที่ยวธรรมชาติผสมสายบุญที่ถือเป็นหมุดหมายหลักด้านนี้ของจังหวัด

การเที่ยวที่นี่เน้นเดินขึ้นและสำรวจตัวถ้ำเป็นหลัก จากลานจอดต้องเดินเท้าขึ้นไปตามทางที่เป็นหินสลับบันได แล้วค่อย ๆ ไล่ดูพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ตามชั้นถ้ำ ใช้เวลาราวสองถึงสามชั่วโมงก็ทั่ว ถ้ามีเวลาน้อยเดินเฉพาะชั้นล่างก็เห็นพระนอนองค์เด่นแล้ว จุดที่ควรวางแผนล่วงหน้าคือระยะทางจากตัวเมือง เพราะไกลพอสมควรและระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงยาก คนที่ไม่มีรถส่วนตัวมักลำบากในการไป การมีรถขับเองหรือเช่ารถจากตัวเมืองยโสธรจะสะดวกที่สุด และควรเผื่อเวลาไป-กลับทั้งวัน ช่วงที่เที่ยวสบายคือหน้าหนาวถึงต้นฤดูร้อนที่อากาศไม่ชื้นเกินและทางเดินไม่ลื่น ส่วนหน้าฝนทางในป่าอาจแฉะและลื่นกว่าปกติ ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี

สิ่งที่อยากบอกตรง ๆ ก่อนตัดสินใจไป คือที่นี่ไกลจากตัวเมืองมากและอยู่ค่อนไปทางปลายจังหวัด ถ้าพักในเมืองยโสธรแล้วอยากแวะที่เดียวจบอาจไม่คุ้มค่าเดินทาง แต่ถ้าวางเส้นทางผ่านเลิงนกทาหรือต่อไปมุกดาหาร-อำนาจเจริญก็แวะได้พอดี ภายในถ้ำบางช่วงแคบและมืด ควรพกไฟฉายหรือใช้ไฟจากมือถือ ระวังหัวและพื้นที่ต่างระดับ คนกลัวที่แคบหรือค้างคาวควรเตรียมใจไว้บ้าง สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้าและห้องน้ำมีจำกัดตามแบบวนอุทยานชนบท ควรเตรียมน้ำดื่มและของกินติดตัวไปเอง และเพราะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและมีพระพุทธรูป ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมเสียง และไม่ปีนป่ายหรือแตะต้ององค์พระ เก็บขยะกลับออกมาด้วยเพื่อรักษาความสะอาดของป่าและถ้ำ

💡
เคล็ดลับ: ที่นี่ไกลจากตัวเมืองยโสธรมาก ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถและเผื่อเวลาไป-กลับทั้งวัน เที่ยวสบายช่วงหน้าหนาวถึงต้นฤดูร้อนที่ทางเดินไม่ลื่น ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีเพราะทางเป็นหินสลับบันได พกไฟฉายหรือใช้ไฟมือถือเพราะในถ้ำบางช่วงแคบและมืด เตรียมน้ำดื่มและของกินไปเองเพราะร้านค้าและห้องน้ำมีจำกัด แต่งกายสุภาพ สำรวมเสียง ไม่แตะต้ององค์พระ และเก็บขยะกลับออกมาด้วย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ถ้ำในป่าร่มเย็น อากาศเย็นกว่าข้างนอกชัดเจน เดินไหว้พระนอนองค์ยาวและพระพุทธรูปเก่าตามชั้นถ้ำสองระดับ
  • บรรยากาศเงียบสงบแบบสายบุญผสมธรรมชาติ ต่างจากวัดในเมือง เหมาะนั่งพักและถ่ายรูป
  • เป็นหมุดหมายหลักด้านธรรมชาติผสมวัดของยโสธร เที่ยวได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา
  • เที่ยวได้เร็วในครึ่งวัน เดินชั้นล่างก็เห็นพระนอนองค์เด่น แวะระหว่างทางไปเลิงนกทา-มุกดาหารได้พอดี
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ไกลตัวเมืองยโสธรมาก (ราว 85-100 กม.) และค่อนไปทางปลายจังหวัด ระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงยาก แทบต้องมีรถส่วนตัว
  • ในถ้ำบางช่วงแคบและมืด ต้องพกไฟฉาย ระวังหัวและพื้นต่างระดับ คนกลัวที่แคบหรือค้างคาวต้องเตรียมใจ
  • สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า และห้องน้ำมีจำกัด หน้าฝนทางในป่าแฉะและลื่นกว่าปกติ
9

วัดพระพุทธบาทยโสธร (รอยพระพุทธบาทจำลอง · พระพุทธรูปหยกขาว · เจดีย์มหาชนะชัย)

📍 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร · ริมแม่น้ำชี ห่างตัวเมืองยโสธรราว 40 กม. (ขับรถ ~45 นาที) 🧭 อ.มหาชนะชัย (ยโสธรตอนใต้ ริมแม่น้ำชี) ⭐ 4.6 (Google Maps (วัดพระพุทธบาทยโสธร, 63 รีวิว))
ระยะเวลา~45 นาที – 1.5 ชม. (ไหว้พระในศาลา เดินรอบเจดีย์ และถ่ายรูปริมแม่น้ำชี)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ตู้บริจาคทำบุญตามศรัทธา) · ค่าน้ำมันรถจากตัวเมืองยโสธรไป-กลับ ~฿150-250
👍 เหมาะสุดสำหรับสายบุญและคนชอบสถาปัตยกรรมวัด อยากแวะไหว้รอยพระพุทธบาทจำลอง ชมพระพุทธรูปหยกขาวองค์ใหญ่ในศาลา และเดินชมเจดีย์ทรงสูงริมแม่น้ำชี เหมาะเสริมในเส้นทางเที่ยววัดของยโสธร
รอยพระพุทธบาทจำลองพระพุทธรูปหยกขาวเจดีย์ริมแม่น้ำชี

วัดพระพุทธบาทยโสธรตั้งอยู่ที่ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย ทางตอนใต้ของจังหวัดยโสธร ริมแม่น้ำชี ห่างจากตัวเมืองยโสธรราว 40 กิโลเมตร จุดที่คนแวะมากราบไหว้คือรอยพระพุทธบาทจำลองที่ประดิษฐานอยู่ในวัด ซึ่งเป็นที่เคารพของคนในพื้นที่และผู้เดินทางสายบุญที่ผ่านเส้นทางฝั่งนี้ ภายในศาลามีพระพุทธรูปหยกขาวองค์ใหญ่สูงราว 3.7 เมตร ที่หลายคนตั้งใจมาชมโดยเฉพาะ เพราะเนื้อหยกสีขาวนวลตัดกับแสงในศาลาแล้วดูสงบตา เป็นองค์พระที่ถ่ายรูปสวยและให้ความรู้สึกร่มเย็นเวลาเข้าไปกราบ

อีกจุดที่เห็นเด่นแต่ไกลคือเจดีย์ทรงสูงหลายชั้นสีขาว ที่คนแถวนั้นเรียกกันว่าเจดีย์มหาชนะชัย ความสูงราว 45 เมตรทำให้มองเห็นได้ตั้งแต่ยังไม่ถึงตัววัด เดินรอบฐานเจดีย์แล้วมีมุมถ่ายรูปกับท้องฟ้ากว้างและวิวแม่น้ำชีที่อยู่ไม่ไกล บรรยากาศโดยรวมเป็นวัดต่างจังหวัดที่เงียบสงบ คนไม่พลุกพล่านเหมือนวัดดังในเมืองใหญ่ จึงเดินชมได้เรื่อย ๆ ตามจังหวะของตัวเอง วัดนี้เข้าชมฟรี มีเพียงตู้รับบริจาคให้ทำบุญตามกำลังศรัทธา เหมาะกับคนที่อยากได้ที่ไหว้พระเงียบ ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าเข้า

ในแง่การวางแผนเที่ยว วัดพระพุทธบาทยโสธรเหมาะเป็นจุดแวะเสริมในเส้นทางไหว้พระของยโสธรมากกว่าจะเป็นจุดหมายเดี่ยว เพราะอยู่ค่อนไปทางใต้ของจังหวัด การขับรถส่วนตัวหรือเช่ารถสะดวกที่สุด เนื่องจากรถสาธารณะเข้าถึงลำบากและไม่มีรอบแน่นอน แนะนำจับคู่กับวัด สถานที่ หรือของกินฝั่งอำเภอมหาชนะชัยในทริปเดียวกันเพื่อให้คุ้มค่าเดินทาง ควรแต่งกายสุภาพเข้าเขตวัดตามธรรมเนียม ถอดรองเท้าก่อนขึ้นศาลา และถ้าอยากได้แสงสวยสำหรับถ่ายรูปเจดีย์กับพระหยกขาว ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะได้แสงนุ่มกว่ากลางวันที่แดดแรง

💡
เคล็ดลับ: วัดอยู่ทางใต้ของจังหวัด (อ.มหาชนะชัย) ห่างตัวเมืองราว 40 กม. ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถเพราะรถสาธารณะเข้าถึงลำบาก จัดให้อยู่ในเส้นทางเดียวกับวัดหรือจุดเที่ยวฝั่งมหาชนะชัยจะคุ้มเวลา แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นศาลาที่ประดิษฐานพระหยกขาว และถ่ายรูปเจดีย์ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะได้แสงนุ่มกว่ากลางวัน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าชมฟรี มีทั้งรอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธรูปหยกขาวองค์ใหญ่ และเจดีย์ทรงสูง ครบในวัดเดียว
  • เจดีย์สูงราว 45 เมตรมองเห็นแต่ไกล มีมุมถ่ายรูปกับท้องฟ้ากว้างและวิวฝั่งแม่น้ำชี
  • บรรยากาศเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน เดินไหว้พระและชมได้ตามจังหวะของตัวเอง
  • เหมาะเสริมในเส้นทางไหว้พระของยโสธร จับคู่กับจุดเที่ยวฝั่งมหาชนะชัยได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ทางใต้ของจังหวัด ห่างตัวเมืองยโสธรราว 40 กม. เสียเวลาเดินทางพอสมควร
  • รถสาธารณะเข้าถึงลำบากและไม่มีรอบแน่นอน แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
  • เป็นวัดชมได้เร็ว ถ้ามาเดี่ยว ๆ อาจรู้สึกไม่คุ้มเวลาเดินทาง ควรจัดรวมกับจุดอื่น

เที่ยวยโสธร พักที่ไหนดี?

เลือกที่พักในเมืองยโสธรใกล้ย่านเมืองเก่าและสวนพญาแถน เดินทางเที่ยวสะดวก เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ยโสธรเป็นเมืองเล็ก จองรถหรือแพ็กเกจไว้จะเที่ยววัดและหมู่บ้านหัตถกรรมนอกเมืองได้สะดวก

ดูกิจกรรมยโสธรทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวยโสธร

🎆
บุญบั้งไฟจัดเฉพาะเดือนพฤษภาคม

งานบุญบั้งไฟจัดสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม (ปี 2569 ราว 8–10 พ.ค.) ที่สวนพญาแถน มีขบวนแห่บั้งไฟสวยงามและการจุดบั้งไฟแข่งขัน ช่วงงานคนเยอะ ควรจองที่พักล่วงหน้าและระวังเรื่องความปลอดภัยรอบจุดจุดบั้งไฟ

🛕
พระธาตุก่องข้าวน้อยตามตำนาน

พระธาตุก่องข้าวน้อยอยู่นอกเมืองราว 9–12 กม. เป็นเจดีย์เล็กทรงก่องข้าวผูกกับตำนานลูกฆ่าแม่เพราะหิวข้าว คนนิยมมาไหว้ขอขมาต่อพ่อแม่ ควรแต่งกายสุภาพ

🏘️
บ้านสิงห์ท่ามีถนนคนเดินวันพุธ

ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่ามีตึกแถวชิโน-โปรตุกีสและเรือนไม้เก่าให้เดินถ่ายรูป เย็นวันพุธมีถนนคนเดินขายของกิน-งานคราฟต์ เดินเล่นชิลล์ ๆ ได้บรรยากาศเมืองเก่า

🧵
หมอนขิดบ้านศรีฐานซื้อตรงจากชุมชน

บ้านศรีฐาน อ.ป่าติ้ว ห่างเมืองราว 20 กม. เป็นหมู่บ้านทำหมอนขวานลายขิด แวะดูการเย็บ-ยัดนุ่นและซื้อตรงจากชาวบ้านได้ถูกกว่าที่อื่น มีแบบไม่ยัดนุ่นเป็นของฝากพกง่าย

จัดทริปยโสธรยังไงให้คุ้ม

ยโสธรเที่ยว 1–2 วันก็ทั่ว ถ้ามาช่วงต้นพฤษภาคมจับงานบุญบั้งไฟที่สวนพญาแถนเป็นไฮไลต์ ช่วงปกติจัดวันเดียวเที่ยวในเมือง ไหว้พระธาตุก่องข้าวน้อย ชมพิพิธภัณฑ์พญาคันคากและสวนพญาแถน เดินย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า (เย็นวันพุธมีถนนคนเดิน) ถ้ามีวันที่สองต่อวัดมหาธาตุ (พระธาตุอานนท์) และหมู่บ้านหมอนขิดบ้านศรีฐาน ยโสธรเที่ยวรวมกับอุบลฯ-ร้อยเอ็ด-อำนาจเจริญได้

พร้อมเที่ยวยโสธรแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย

ดูที่พักยโสธร →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวยโสธรทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

ยอดนิยมคือชมงานบุญบั้งไฟ (เดือนพฤษภาคม) ไหว้พระธาตุก่องข้าวน้อยตามตำนาน ชมพิพิธภัณฑ์พญาคันคากรูปคางคกยักษ์และสวนพญาแถน เดินย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ไหว้พระธาตุอานนท์วัดมหาธาตุ เที่ยวหมู่บ้านหมอนขิดบ้านศรีฐาน และวัดพระพุทธบาทยโสธร

บุญบั้งไฟยโสธรจัดช่วงไหน?

จัดช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมทุกปี (ปี 2569 ราว 8–10 พ.ค.) ที่สวนสาธารณะพญาแถน มีขบวนแห่บั้งไฟตกแต่งสวยงาม การแสดงพื้นบ้านอีสาน และการจุดบั้งไฟแข่งขัน เข้าชมฟรี ช่วงงานคนเยอะควรจองที่พักล่วงหน้า

ไปยโสธรช่วงไหนดี?

ถ้าอยากดูบุญบั้งไฟต้องต้นเดือนพฤษภาคม ส่วนเที่ยวทั่วไปหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) อากาศดีเดินเมืองเก่าและไหว้พระสบายที่สุด วัด พิพิธภัณฑ์ และหมู่บ้านหัตถกรรมเที่ยวได้ทั้งปี

เที่ยวยโสธรกี่วันดี?

ยโสธรเป็นเมืองเล็ก 1–2 วันก็เที่ยวจุดหลักได้ครบ วันเดียวเน้นในเมือง (ก่องข้าวน้อย พญาคันคาก บ้านสิงห์ท่า) ถ้ามีวันที่สองต่อหมู่บ้านหมอนขิดและวัดนอกเมือง หลายคนแวะยโสธรระหว่างทางอุบลฯ-ร้อยเอ็ด

ไปยโสธรไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?

ตัวเมืองมีรถทัวร์ถึงและเที่ยวในเมืองด้วยรถรับจ้างได้ แต่พระธาตุก่องข้าวน้อยและหมู่บ้านหมอนขิดอยู่นอกเมือง ควรเช่ารถ เหมารถท้องถิ่น หรือจองทัวร์ที่มีรถรับส่งจะสะดวกกว่า

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →