🔄 ตรวจสอบล่าสุด 25 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถามคนชอบนั่งคาเฟ่ในกรุงเทพว่าย่านไหนมีคาเฟ่หลากแนวที่สุดในรัศมีเดินถึงกัน หลายคนตอบ "เยาวราช-ตลาดน้อย" — ย่านเก่าแก่ที่สุดของไชน่าทาวน์กรุงเทพ ที่ตึกแถวจีนอายุร้อยปี อู่ซ่อมเครื่องยนต์เซียงกง และศาลเจ้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ กลายเป็นฉากหลังของคาเฟ่รุ่นใหม่ เสน่ห์ของมันคือความปะปนของยุคสมัย — เดินออกจาก MRT วัดมังกรหรือหัวลำโพงไม่กี่ก้าว ก็เจอตั้งแต่สภากาแฟโบราณที่อากงอาม่านั่งจิบโอเลี้ยงมาตั้งแต่เช้ามืด ไปจนบาร์กาแฟ specialty ที่บาริสต้าดีกรี Q-grader คั่วเมล็ดเองหลังร้าน ในซอยนานา ซอยวานิช 2 และตรอกเล็ก ๆ ของตลาดน้อย จึงมีทั้งคาเฟ่ถ่ายรูปสวย คาเฟ่จีนแต่งวินเทจ และร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่นั่งรับลมเย็นได้ทั้งบ่าย เปลี่ยนแนวกาแฟได้ทุกร้านโดยแทบไม่ต้องขึ้นรถ
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยกาลเวลาและชื่อเสียงจริง ๆ — เอี๊ยะแซ (Ear Sae) สภากาแฟโบราณที่อยู่คู่เยาวราชกว่า 90 ปี ขึ้นชื่อเรื่องสังขยาไข่ทั้งหม้อที่กวนด้วยไข่ล้วนนานหลายชั่วโมง และ เอ็กเต็งผู่กี่ (益生甫記) ร้านกาแฟโบราณอายุกว่าร้อยปีที่เปิดตั้งแต่ตีสี่ ส่วนสายกาแฟพิเศษก็มี La Cabra โรงคั่วชื่อดังจากโคเปนเฮเกนที่มาเปิดสาขาในตึกเก่าตลาดน้อย, CHATA คาเฟ่เรือนกระจกในตึกอายุร้อยปี และ Coffee Room ที่เจ้าของเป็น Q-grader คั่วเมล็ดเองในร้าน ฝั่งคาเฟ่ถ่ายรูปก็มี Wallflowers Cafe บาร์กาแฟในร้านดอกไม้ที่ซ่อนชั้นสองตึกเก่าซอยนานา, Lhong Tou Cafe คาเฟ่จีนกับซาลาเปาทอดลาวาไข่เค็มสุดฮิต, Hong Sieng Kong และ Mother Roaster สอง slow bar ริมน้ำในบ้านเซียงกงเก่าของตลาดน้อย ปิดท้ายด้วย As.is คาเฟ่โรงคั่วลอฟต์ปูนเปลือยกับคุกกี้ Nutella ลาวาไหล — เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มแก้วแรกที่ไหน
Wallflowers Cafe
ถ้าเดินอยู่ในซอยนานา (เจริญกรุง 38–40) ขอบเยาวราช-ไชน่าทาวน์ แล้วเจอประตูที่รกไปด้วยดอกไม้กับต้นไม้ นั่นแหละ Wallflowers Cafe คาเฟ่ในตำนานของย่านนี้ที่ซ่อนอยู่ชั้นบนของร้านจัดดอกไม้ Oneday Wallflowers จุดเริ่มมาจากการจับมือกันระหว่างสไตลิสต์เจ้าของร้านดอกไม้กับเจ้าของ Nana Coffee Roasters เลยได้ทั้งมุมสวยระดับนิตยสารและกาแฟที่เอาจริง เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอปที่อยากได้ทั้งภาพและรสชาติ คนชอบถ่ายรูป และคนที่อยากหนีความวุ่นวายของเยาวราชมานั่งชิล ๆ ในตึกเก่าที่ตกแต่งสไตล์ English Cottage Garden ทุกมุมเต็มไปด้วยดอกไม้แห้ง เฟอร์นิเจอร์วินเทจ และแสงสวยจากหน้าต่างบานเก่า
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Dirty ช็อตเอสเพรสโซเข้ม ๆ จากเฮาส์เบลนด์ Nana Coffee Roasters ราดลงบนนมเย็น ได้รสกาแฟคั่วเข้มตัดกับนมหวานมันแบบที่คอกาแฟชอบ ส่วนของหวานพระเอกคือเค้กดาร์กเบียร์ (ราว 260 บาท) เนื้อชุ่มกลิ่นมอลต์อ่อน ๆ และเครื่องดื่มแต่งดอกไม้กินได้ที่ยกมาแล้วสวยจนต้องถ่ายก่อนกิน รีวิวจริงบอกตรงกันว่ากาแฟหอม เค้กสดและอร่อย แต่ก็มีบางคนติว่าราคาออกแนวคาเฟ่ในเมือง อเมริกาโน่แก้วเดียวแตะ 130 บาท ถือว่าไม่ถูก แลกกับบรรยากาศและมุมถ่ายรูปก็พอเข้าใจได้
ราคาต่อหัวประมาณ 101–250 บาท เค้กชิ้นละ 190 บาทขึ้นไป เครื่องดื่มราว 130–250 บาท เปิดทุกวัน 10:00–18:00 ส่วนชั้นบน Wallflowers Upstairs เป็นรูฟท็อปบาร์เปิดช่วงเย็นยาวถึงเที่ยงคืน บางคืนมีดีเจ-ดนตรีสด ทำเลเดินจาก MRT หัวลำโพงได้สบาย ไม่มีที่จอดรถ แนะนำมารถสาธารณะ ข้อสังเกตคือที่นั่งจำกัดและช่วงสุดสัปดาห์คนเยอะ ถ้าอยากได้มุมสวยควรมาช่วงร้านเพิ่งเปิด ที่ร้านมีน้องแมวน้องหมาเดินเล่นอยู่ด้วย ใครแพ้ขนสัตว์เผื่อใจไว้นิดหน่อย ที่คนยังแห่มาไม่หยุดเพราะมันคือคาเฟ่ที่ให้ครบทั้งกาแฟดี ของหวานสวย และบรรยากาศสวนลับกลางไชน่าทาวน์ที่หาที่ไหนไม่ค่อยได้
Lhong Tou Cafe (หลงโถว คาเฟ่)
ถ้าจะหาคาเฟ่ที่ "เยาวราชที่สุด" สักร้าน หลงโถว คาเฟ่ (Lhong Tou Cafe) คือชื่อแรก ๆ ที่คนนึกถึง เป็นคาเฟ่ติ่มซำสไตล์จีนร่วมสมัยในตึกแถวเก่าก่อนถึงแยกเฉลิมบุรี จุดที่ทุกคนถ่ายรูปกันคือที่นั่งสองชั้นแบบ "ลอยฟ้า" ติดผนัง ต้องปีนบันไดขึ้นไปนั่ง คล้ายตู้นอนรถไฟ ดีไซน์นี้ดังจนคาเฟ่อื่นในเอเชียเอาไปทำตามเพียบ เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้ทั้งรูปสวยและของกินจีน ๆ อร่อย ๆ ในมื้อเดียว มากันคู่หรือกลุ่มเล็กกำลังดี
เมนูที่ต้องสั่งคือ "ซาลาเปาทอดลาวาไข่เค็ม" (Egg Lava Bun) ตัวชูโรงของร้าน ทอดมาเปลือกกรอบ ๆ พอบิไส้ลาวาไข่เค็มไหลเยิ้ม รสเค็มหวานเข้มข้น รีวิวจริงหลายเสียงยกให้อันนี้ "เด็ดจริง" อีกจานที่คนสั่งเยอะคือเซตข้าวต้มหลงโถว เสิร์ฟในเข่งไม้ไผ่จิ๋วพร้อมกับข้าวจีนหลายอย่าง ถ่ายรูปสวยมาก ตามด้วยติ่มซำอย่างซาลาเปาหมูแดงไซซ์มินิ ขนมจีบหลงโถว และไก่ทอดมาลา ปิดท้ายด้วยชานมหลงโถวเย็น ๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์อีกตัว
ราคาอยู่ราว 101–250 บาทต่อคน ถือว่าจับต้องได้สำหรับคาเฟ่ทำเลเยาวราชและของที่ได้ ติ่มซำชิ้นละ 29–89 บาท ชานมแก้วละ 95 บาท คนรีวิวชมเรื่องถ้วยชามสวย เสิร์ฟไว และราคาสมเหตุสมผล ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือร้านเล็ก คนเยอะ ช่วงพีคอาจต้องรอคิวหรือรอโต๊ะ และที่นั่งชั้นบนต้องปีนบันไดพอสมควร ใครกลัวสูงหรือมากับผู้ใหญ่เลือกโต๊ะชั้นล่างได้
ทำเลอยู่เลขที่ 538 ถนนเยาวราช ใกล้ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ เดินจาก MRT วัดมังกร ทางออก 1 ย้อนมาทางแยกเฉลิมบุรีราว 300 เมตร เปิดทุกวันประมาณ 09:00–20:00 (เสาร์–อาทิตย์ยาวถึง 21:00) ไม่มีที่จอดรถ มาด้วย MRT สบายสุด ที่ยอดนิยมเพราะรวมทุกอย่างที่คนมาเยาวราชอยากได้ไว้ครบ ทั้งบรรยากาศจีนเก่าผสมใหม่ มุมถ่ายรูปไม่เหมือนใคร และติ่มซำที่อร่อยจริง เลยกลายเป็นหมุดหมายของอาตี๋อาหมวยยุคใหม่ที่พลาดยาก
CHATA Specialty Coffee
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของเยาวราชแบบไม่ต้องไปไกล CHATA Specialty Coffee (ชะตา) คือคำตอบที่หลายคนหลงรัก ร้านซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปหลังโรงแรมบ้าน ๒๔๕๙ ตึกชิโน-โปรตุกีสอายุร่วมร้อยปี เปิดประตูเข้าไปจะเจอเรือนกระจก (glasshouse) โปร่งแสง แดดส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นเงา มีกำแพงอิฐเก่าของวัดสัมพันธวงศ์เป็นฉากหลัง บรรยากาศเงียบสงบจนแทบลืมว่ายืนอยู่กลางไชน่าทาวน์ เหมาะมากสำหรับสายคาเฟ่ที่อยากนั่งจิบกาแฟชิล ๆ ถ่ายรูปสวย หรือหาที่นั่งทำงานเงียบ ๆ ช่วงเช้า
พระเอกของร้านคือกาแฟเบลนด์เฉพาะที่ผสมเมล็ดจาก 4 ประเทศ (อินโดนีเซีย เอธิโอเปีย บราซิล และอินเดีย) คั่วระดับกลาง ๆ ไม่เข้มไม่อ่อนเกินไป เมนูต้องลองคือ Dirty ที่เทช็อตเอสเพรสโซเข้ม ๆ ทับลงบนนมสดเย็นจัดผสมน้ำตาลดอกมะพร้าว ได้กลิ่นหอมนัวตัดกับความขมกำลังดี ใครไม่ดื่มกาแฟก็มี Cha-Coco (ชาไทยผสมโกโก้) กับมัทฉะเย็นสูตรญี่ปุ่นแท้ที่หลายรีวิวบอกว่าหอมกลมกล่อม และห้ามพลาดเค้กมะพร้าวสามชั้นฐานทาร์ตกรอบ ไส้ครีมมะพร้าว หน้าเมอแรงก์ ชิ้นเล็กแต่อร่อยลงตัว
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันว่ากาแฟดีจริง บรรยากาศสวยถ่ายรูปขึ้น พนักงานใส่ใจ ราคาเครื่องดื่มเริ่มราว 100-150 บาท เค้กชิ้นละ 65 บาท ส่วน single-origin หมุนเวียนพิเศษอาจขยับไปถึงหลักร้อยปลาย ๆ ถือว่าสมเหตุผลกับคุณภาพและทำเล ข้อสังเกตที่ควรรู้คือโซนในร้านแอร์เย็นแต่ที่นั่งไม่เยอะ ช่วงวันหยุดคนแน่นและอาจต้องรอคิว และร้านรับเงินสดเป็นหลัก พกเงินสดไปด้วยจะสะดวกกว่า
เปิดอังคาร-อาทิตย์ ประมาณ 09:00-18:00 (last order ราว 16:45) หยุดทุกวันจันทร์ ทำเลอยู่ที่ 98 ถนนพาดสาย (ตรอกข้างเยาวราช) เดินจาก MRT วัดมังกร ราว 300 เมตร หรือ MRT หัวลำโพงก็ถึงได้ ที่ร้านยอดนิยมเพราะรวมสามอย่างที่หาพร้อมกันยากในเยาวราช คือกาแฟ specialty คุณภาพ บรรยากาศเรือนกระจกสวยแบบมีเรื่องเล่า และมุมถ่ายรูปที่ฟินไม่มีเบื่อ มาทั้งทีแนะนำมาช่วงสายแดดกำลังสวย จะได้เก็บภาพเรือนกระจกแบบเต็ม ๆ
Coffee Room Yaowarat (คอฟฟี่รูม)
ถ้าเดินเล่นย่านเยาวราชแล้วอยากหามุมกาแฟดี ๆ นั่งพักจริงจัง Coffee Room Yaowarat (คอฟฟี่รูม) คือคาเฟ่ที่คอกาแฟพูดถึงกันเยอะ ตั้งอยู่ในตึกเก่าของชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ติดถนนเยาวราชใกล้สี่แยกวัดตึก หาง่ายมาก จุดขายคือเจ้าของร้านเป็นสาย specialty จริงจัง ระดับกรรมการตัดสินการแข่งขันกาแฟและรับคั่วเมล็ดเอง มีเครื่องคั่วอยู่ในร้าน คัดเมล็ดหลายคาแรกเตอร์ให้เลือก ที่สนุกคือร้านนี้ต่อยอดมาจากร้านผ้า Midori รุ่นเก่าแถวพาหุรัด เลยมีโชว์รูมผ้าอยู่ในตึกเดียวกัน เหมาะกับคนรักกาแฟ สายคาเฟ่ฮอปปิ้ง หรือคนที่อยากหามื้อเช้า-บรันช์เงียบ ๆ ระหว่างเที่ยวไชน่าทาวน์
เมนูที่ต้องสั่งและเป็นตัวชูโรงคือ "ลาเต้เย็นโบว์ครัวซองต์ (Bow Croissant)" ลาเต้เสิร์ฟคู่ครัวซองต์ชิ้นเล็กรูปโบว์น่ารัก ขึ้นกล้องสุด ๆ เป็นเมนูที่หลายรีวิวบอกว่าต้องถ่ายก่อนกิน ส่วนตัวกาแฟก็ไม่ได้ขายแค่หน้าตา รีวิวชมว่า Iced Latte กลมกล่อม และถ้าเป็นสายดำลองกาแฟดริปหรือ Cold drip โทนฟรุตตี้จาก Slow Bar ได้เลย คนที่ชอบของหวานเข้ม ๆ ก็มีมัทฉะลาเต้รสเข้มหวานกำลังดี ฝั่งของกินจานหนักมีอาหารเช้าตลอดวัน เซตอาหารเช้า ของทอด สปาเก็ตตี้ ข้าวจานเดียว และเมนูที่คนติดใจอย่างวาฟเฟิลไก่ทอดซอสศรีราชา แป้งวาฟเฟิลนุ่มท็อปไก่ทอดกรอบ ราดซอสศรีราชามาโย ครัวซองต์โฮมเมดที่นี่ก็ใช้เนยแท้ฝรั่งเศส กรอบนอกนุ่มใน
เรื่องราคาอยู่ระดับคาเฟ่ทั่วไป กาแฟเริ่มราว 60 บาท (อเมริกาโน่) ลาเต้เย็นโบว์ครัวซองต์ราว 150 บาท ของกินจานหนักราว 119–189 บาท ต่อหัวประมาณ 150–300 บาท เปิดทุกวัน 07:00–18:00 น. มาเช้าได้สบาย ๆ จุดที่หลายคนชอบคือมีที่จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงในโครงการชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ซึ่งหาที่จอดยากมากในย่านนี้ ตัวร้านมี 2 ชั้น ชั้นบนที่นั่งเยอะ มีมุมนั่งทำงาน อ่านหนังสือเงียบ ๆ บรรยากาศตกแต่งโมเดิร์นเรียบ ตึกเขียวมะกอกตัดกับภายในสีขาว ผนังตู้เมล็ดกาแฟเป็นมุมถ่ายรูปเด่น
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านอยู่ในชุมชนเลื่อนฤทธิ์ซึ่งเป็นตึกแถวเก่าอนุรักษ์ ถ้าขับรถให้เข้าโครงการแล้วจอดในลานของชุมชน ส่วนของกินจานหนักบางอย่างอาจหมดช่วงบ่าย มาช่วงเช้าถึงสายจะได้เมนูครบกว่า ที่นี่ขายเมล็ดกาแฟแบบรับคั่วตามสั่งด้วย ใครชอบเมล็ดตัวไหนซื้อกลับได้ โดยรวมเป็นคาเฟ่ที่ได้ทั้งกาแฟคุณภาพ มุมถ่ายรูป และอาหารครบในที่เดียว เลยกลายเป็นหมุดยอดนิยมของย่านเยาวราชยุคใหม่
เอ็กเต็งผู่กี่ (Ek Teng Phu Kee · 益生甫記)
ถ้าอยากเริ่มเช้าแบบเยาวราชจริง ๆ "เอ็กเต็งผู่กี่" (益生甫記) คือสภากาแฟในตำนานที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2462 ผ่านมือมาแล้ว 4 รุ่น ตอนนี้คนรุ่นใหม่ในบ้านเข้ามาชุบชีวิตร้านเก่าให้กลับมาฮิตอีกครั้ง ร้านเป็นตึกแถวเล็ก ๆ บนถนนผดุงด้าว ใกล้แยกเฉลิมบุรี ตกแต่งกลิ่นอายจีนยุคเก่า ป้ายเมนูไม้ โต๊ะหินอ่อน เปิดเพลงคลอเบา ๆ จนหลายคนแต่งชุดกี่เพ้ามาถ่ายรูปเช็กอินกันเพียบ เหมาะกับสายชอบบรรยากาศย้อนยุค คนที่มาเดินเยาวราชแต่เช้า หรืออยากหามุมนั่งจิบกาแฟชิล ๆ ก่อนไปต่อ
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือ "ชาซีลอนใส่นม" หรือชาเย็น ซิกเนเจอร์ของร้านที่ใช้ชาแท้จากศรีลังกา ตามด้วยกาแฟโบราณที่หลายรีวิวบอกว่าเข้มหอม เพราะยังชงผ่านถุงกาแฟแบบเก่า คู่กับ "ขนมปังปิ้งสังขยา" สูตรเฉพาะของร้าน และเซตขนมปังไข่ลวก ใครชอบของกินเล่นลองหมั่นโถวทอดจิ้มนมข้น กับติ่มซำซาลาเปาหมูแดงที่ฝรั่งชอบสั่งกัน รสชาติออกแนวบ้าน ๆ ดั้งเดิม รีวิวส่วนใหญ่ชมความเข้มของกาแฟและความนอสตัลเจียของร้าน
เรื่องราคาถือว่าถูกมากตามสไตล์กาแฟโบราณ เครื่องดื่มเริ่มต้นแก้วละ 17–22 บาท ของกินจานละ 20–70 บาท ส่วนเซตขนมปังกับสังขยาราว 80 บาท จ่ายต่อหัวหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ ก็อิ่มสบาย ทำเลอยู่ที่ 163 ถนนผดุงด้าว แขวงสัมพันธวงศ์ เดินจากเยาวราชหรือ MRT วัดมังกรมาได้ จุดเด่นจริง ๆ คือเปิดเช้ามาก ตั้งแต่ตี 5 ถึงราว 1 ทุ่มทุกวัน เหมาะกับคนตื่นเช้าหรือสายที่อยากได้ของกินก่อนร้านอื่นเปิด
ข้อควรรู้นิดหน่อย ร้านเล็กและที่นั่งจำกัด มากันไม่เกิน 3–4 คนจะสบายที่สุด ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลตรุษจีนคนแน่นและคิวยาว บางรีวิวติว่าอาหารบางจานเหมือนอุ่นมา และเครื่องดื่มบางแก้วหวานไป รสชาติเลยออกแนว "เสน่ห์ของเก่า" มากกว่าคาเฟ่สมัยใหม่ แต่ถ้ามาเพื่อบรรยากาศ กาแฟเข้ม ๆ และอยากสัมผัสร้านร้อยปีของจริงในไชน่าทาวน์ ที่นี่คือหมุดที่ไม่ควรพลาด
🛏️ พักค้างย่านเยาวราช-ไชน่าทาวน์ นั่งคาเฟ่ได้ทั้งวันไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากนั่งคาเฟ่ให้ครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างย่านเยาวราช-ตลาดน้อยสักคืนคุ้มกว่ามาก — ที่พักหลายแห่งอยู่รอบ MRT วัดมังกรและหัวลำโพง เดินถึงคาเฟ่ดังในลิสต์ได้เกือบหมด ตื่นเช้ามาเริ่มแก้วแรกที่สภากาแฟโบราณ แล้วค่อยไล่นั่งฝั่งตลาดน้อยช่วงบ่าย ตกค่ำก็ออกไปกินสตรีทฟู้ดเยาวราชต่อได้เลย มีตั้งแต่โฮสเทลดีไซน์เก๋ในตึกเก่าราคาหลักร้อย ไปจนบูทีคโรงแรมริมน้ำมีเสน่ห์ เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
La Cabra Bangkok (Talad Noi)
La Cabra (ลา กาบรา) สาขาตลาดน้อย คือคาเฟ่กาแฟพิเศษสายสแกนดิเนเวียนจากเดนมาร์ก ที่มาเปิดสาขาแรกนอกประเทศบ้านเกิดในตึกเก่าริมถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อย-ไชน่าทาวน์ ตัวร้านรีโนเวตจากอาคารเดิมแบบเก็บกลิ่นอายดั้งเดิมไว้ ผสมงานดีไซน์มินิมอลโทนขาว กระเบื้องสีเขียวเป็นจุดเด่น กับสตูลไม้กลิ่นไทย ๆ เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอปที่จริงจังเรื่องกาแฟ คนชอบถ่ายรูปมุมสวย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินเที่ยวตลาดน้อยแล้วอยากแวะจิบกาแฟดี ๆ สักแก้ว
พระเอกของร้านคือกาแฟ single-origin คั่วอ่อนตามปรัชญา "Brighter is Better" — เมล็ดเด่นมาจากเคนยา (เช่น Kiamugumo กลิ่นคาราเมล-ลูกเกดแดง คล้ายน้ำชา) และเอธิโอเปีย (Sheka Honey โน้ตพีช-บลูเบอร์รี, Bensa Logita หอมมะลิ-น้ำผึ้ง) สั่งได้ทั้งดริปแบบ pour-over และเอสเพรสโซ ส่วนสายขนมต้องลอง Frangipane Poppy Seed Croissant ครัวซองต์ไส้อัลมอนด์โรยเมล็ดป๊อปปี้ รสหวานตัดเค็มนิด ๆ ที่หลายรีวิวยกให้เป็นไฮไลต์ และ Spinach & Cheese Roll ขนมม้วนไส้ผักโขม-ชีส รวมถึงซาวร์โดว์เสิร์ฟพร้อมเนยกับแยมโฮมเมดที่คนชมกันเยอะ เสียงรีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟคั่วอ่อนใส สดใส เปรี้ยวผลไม้กำลังดี ขนมอบสดใหม่ บรรยากาศนิ่งสบายเหมาะนั่งทำงาน ส่วนที่บางคนติคือราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคาเฟ่ทั่วไปในกรุงเทพ และบางช่วงบริการไม่สม่ำเสมอ เผื่อใจไว้ได้
เรื่องราคา เอสเพรสโซเริ่มราว 110 บาท อเมริกาโน 120 บาท กาแฟ filter เมล็ดพิเศษราว 140 บาท ขึ้นไปถึงราว 280 บาทสำหรับเมนูพิเศษ มัทฉะ/น้ำมะนาวโซดาอยู่ราว 90–140 บาท ถ้าซื้อเมล็ดกลับบ้านราว 670 บาทต่อ 250 กรัม เฉลี่ยต่อคนพร้อมขนมตกหลักร้อยกลาง ๆ ถือว่าเป็นคาเฟ่ระดับพรีเมียม รับบัตรเครดิต
ทำเลอยู่เลขที่ 813 ถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อย แขวง/เขตสัมพันธวงศ์ ติดบาร์แจ๊ส FooJohn เปิดทุกวัน 08:00–17:00 น. เดินจาก MRT หัวลำโพงราว 7–10 นาที ข้อควรรู้คือร้านไม่รับจองโต๊ะ ที่นั่งมีจำกัดและช่วงสุดสัปดาห์คนค่อนข้างแน่น แนะนำมาช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสบาย ๆ และที่นั่งง่ายกว่า ที่ทำให้ La Cabra ตลาดน้อยยอดนิยมคือมันคือกาแฟพิเศษสไตล์นอร์ดิกแท้ ๆ ในตึกเก่ามีเสน่ห์กลางไชน่าทาวน์ ที่สายกาแฟทั้งไทยและต่างชาติตามมาเช็กอินไม่ขาด
Hong Sieng Kong (ฮงเซียงกง)
ฮงเซียงกง (Hong Sieng Kong) คือคาเฟ่-แกลเลอรีริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านตลาดน้อย ที่หยิบบ้านเก่าจีนอายุเกือบ 200 ปีซึ่งเคยเป็นโกดังค้าข้าวมารีโนเวตใหม่ ชื่อร้านมาจาก "ฮง" ชื่อพ่อของเจ้าของบวกกับ "เซียงกง" ชื่อย่านเก่าแก่ที่คนแถวนี้ผูกพัน ตัวร้านกว้างราว 1 ไร่ แบ่งเป็นหลายโซนให้เดินเล่นถ่ายรูปได้ทั้งวัน ทั้ง River Room ติดน้ำ, Wooden Hall โถงไม้หลังคาสูงโปร่งลมพัดเย็น และชั้นบนเป็นแกลเลอรีโชว์ของสะสมแอนทีคจีนที่บางชิ้นเล่ากันว่าเก่าหลายร้อยปี เหมาะมากกับสายคาเฟ่ฮอปปิ้ง คนชอบถ่ายรูปมุมเก่า ๆ คู่รักหาที่นั่งชิลริมน้ำ และคนที่อยากดูพระอาทิตย์ตกหลังแม่น้ำเจ้าพระยา
เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่คนสั่งกันเยอะคือ TaladNoi Orange Coffee กาแฟส้มเปรี้ยวสดชื่นตัดเลี่ยน, Coconut Blossom Coffee กาแฟน้ำตาลดอกมะพร้าวหอมกลมกล่อม และ Sieng Kong Pudding Tea ชาที่ให้ฟีลคล้ายเต้าฮวยน้ำขิงท็อปด้วยพุดดิ้งเต้าหู้ ส่วนของหวานก็มีทั้งทับทิม (Toobtub) ไอศกรีมเสิร์ฟกับถั่ว แยมราสป์เบอร์รีและเค้กส้มไร้แป้ง ครัวซองต์และพายอบใหม่ เสียงรีวิวส่วนใหญ่ยกให้บรรยากาศและมุมถ่ายรูปเป็นพระเอกตัวจริง หลายคนชอบลมแม่น้ำกับแสงเงาจากผนังอิฐเก่า ขณะที่บางรีวิวบอกตรง ๆ ว่ารสกาแฟและอาหารอยู่ในเกณฑ์โอเค ไม่ได้ว้าวมาก เป็นร้าน "มาเพื่อบรรยากาศ" มากกว่ามากินจริงจัง เผื่อใจไว้ตรงนี้ได้
ราคาอยู่ระดับคาเฟ่ริมน้ำ เครื่องดื่มและของหวานเริ่มราว 110–160 บาทขึ้นไป เฉลี่ยต่อคนประมาณ 200–400 บาท ทางร้านขอให้สั่งอย่างน้อย 1 เมนูต่อคน บางรีวิวเล่าว่าช่วงวันหยุดถ้าไม่ได้สั่งอาจมีนโยบายค่าเข้า/ยอดขั้นต่ำ ควรเช็กหน้าร้านอีกที วันเสาร์-อาทิตย์ตอนเย็นมักมีดนตรีสดเล่นเพิ่มบรรยากาศด้วย
ทำเลอยู่เลขที่ 734-736 ตรอกวานิช 2 (ซอยวานิช 2) ตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ลึกเข้าไปในย่านริมน้ำใกล้วัดปทุมคงคา เปิดราว 10:00–20:00 น. ปิดวันจันทร์ ข้อควรรู้คือร้านดังและคนเยอะโดยเฉพาะช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตกและวันหยุด อาจต้องต่อคิวและสั่งเครื่องดื่มก่อนถึงจะได้เข้าไปหาที่นั่ง ที่จอดรถในซอยหายาก แนะนำจอดที่ River City, ลานวัดปทุมคงคา หรือลานจอดตลาดน้อย แล้วเดินเข้ามา หรือนั่ง MRT มาลงหัวลำโพงแล้วต่อ Grab สั้น ๆ จะสะดวกกว่า ใครมาเดินเที่ยวตลาดน้อย-เยาวราชอยู่แล้วแวะมานั่งจิบกาแฟชมวิวแม่น้ำสักช่วงบ่าย-เย็นถือว่าคุ้มกับบรรยากาศที่หาที่อื่นยาก
As.is [HQ]
ถ้าเดินเล่นย่านเมืองเก่าแถบเยาวราช-ป้อมปราบ แล้วอยากหากาแฟ specialty จริงจังจิบในตึกเก๋า ๆ As.is [HQ] บนถนนพระราม 4 เลขที่ 45 คือร้านที่คอกาแฟพูดถึงกันเยอะ จุดเด่นคือมันรีโนเวตจากตึกแถวเก่าของกิจการเมล็ดพันธุ์ในครอบครัว แล้วยังเก็บป้ายชื่อร้านเดิม "เกาเอี๊ยเฮง" ไว้หน้าร้าน ตัวร้านเป็นสไตล์ industrial loft ปูนเปลือย อิฐโชว์แนว เฟอร์นิเจอร์หนัง โทนน้ำตาล-ดำ ดูดิบเท่ เหมาะกับสายกาแฟที่อยากนั่งชิล นั่งทำงานเงียบ ๆ หรือแวะพักระหว่างเดินทัวร์ไชน่าทาวน์ เดินจาก MRT หัวลำโพงหรือฝั่งเยาวราชมาไม่ไกล
ที่นี่เป็นทั้งคาเฟ่และโรงคั่วเอง เมนูเมล็ดกาแฟหมุนเวียนหลายเบลนด์ มีทั้ง espresso, ดริป single-origin และ cold brew ให้เลือก แก้วที่คนสั่งบ่อยคือ Hot Latte ที่นมกับช็อตเข้ากันนุ่ม ๆ ส่วนของหวานพระเอกคือ Nutella Cookie คุกกี้ก้อนใหญ่ ขอบกรอบ ข้างในหนึบ พอเสิร์ฟอุ่น ๆ ไส้ Nutella จะไหลเยิ้มเข้ากับตัวคุกกี้รสโกโก้เข้ม ใครชอบเค้กลอง Black Stout Cake ช็อกโกแลตเข้มหน้าครีมชีส หรือเลมอนเค้กเปรี้ยวหวานสดชื่น มีครัวซองต์และเบเกอรีโฮมเมดทำเองหมุนเวียนด้วย รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟคุณภาพดีสมเป็น specialty เบเกอรีอร่อย และบรรยากาศร้านถ่ายรูปสวย
ราคาเป็นมิตรสำหรับคาเฟ่ specialty กาแฟราว 75-135 บาท ของหวาน-เบเกอรีบางตัวขยับขึ้นไปหน่อย (เช่น Muffin Melt ราว 165 บาท) ต่อหัวประมาณ 150-250 บาทก็อยู่สบาย เปิดราวสิบโมงถึงหกโมงเย็น แต่ข้อควรรู้คือบางวันต้นสัปดาห์ (จันทร์/พฤหัส) อาจปิดหรือปิดเร็วกว่าปกติ และเวลาทำการเคยปรับหลายรอบ แนะนำเช็กเพจร้านก่อนออกเดินทางจะชัวร์สุด ร้านไม่ได้ใหญ่ ที่นั่งจำกัด ช่วงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะ ถ้าอยากได้มุมสวย ๆ มาช่วงเปิดใหม่จะสบายกว่า
โดยรวมถ้าให้สรุปแบบเพื่อนบอกเพื่อน As.is เหมาะกับคนที่อยากได้กาแฟ specialty ฝีมือดีจากโรงคั่วที่เอาจริง ในบรรยากาศตึกเก่าที่มีเรื่องราว ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปอย่างเดียว แต่เครื่องดื่มกับเบเกอรีเอาอยู่จริง เป็นหนึ่งในหมุดกาแฟที่ควรแวะถ้ามาเที่ยวย่านเยาวราช-เมืองเก่า
เอี๊ยะแซ (Ear Sae / IA SAE)
ถ้าอยากรู้ว่ากาแฟโบราณของจริงรสชาติเป็นยังไง เอี๊ยะแซ คือคำตอบ ร้านกาแฟไหหลำเก่าแก่ที่อยู่คู่เยาวราชมากว่า 96 ปี สืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 4 ซ่อนตัวอยู่บนถนนพาดสาย หัวมุมถนนทรงสวัสดิ์ ใกล้ตลาดเก่าเยาวราช เดินจาก MRT วัดมังกร ทางออก 1 มานิดเดียว ร้านนี้เหมาะกับคนที่อยากหนีคาเฟ่หรู ๆ มานั่งจิบกาแฟในบรรยากาศโบราณจริง ๆ ที่แทบไม่เปลี่ยนไปจากวันแรกที่เปิด โต๊ะหินอ่อน เก้าอี้ไม้ ลุงป้าขาประจำนั่งคุยกันยาว ๆ เป็นภาพเยาวราชแบบที่หาดูยากแล้วในทุกวันนี้
เมนูที่ต้องสั่งคือ กาแฟโบราณ ที่คั่วสดวันต่อวันจากเมล็ดโรบัสต้าทางใต้ ชงด้วยถุงกาแฟแบบดั้งเดิม รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่ารสเข้มจัด หอมขม กลมกล่อม หวานน้อยกำลังดี ใครชอบเข้ม ๆ มัน ๆ จะถูกใจมาก อีกตัวที่พลาดไม่ได้คือ สังขยาไข่ทั้งหม้อ สังขยาไข่ล้วนทำเอง ไม่ใส่สารกันบูด กับขนมปังปิ้งสังขยา ขนมปังนุ่ม ทาเนยหอม ๆ ราดสังขยาหวานมัน บางคนบอกสังขยาออกหวานนิดนึง สั่งหวานน้อยได้ ถ้าอยากลองอะไรแปลก แนะนำ "หน่อเค่า" กาแฟผสมชาเย็น รสหอมเป็นเอกลักษณ์ หากินที่อื่นไม่ค่อยได้
เรื่องราคาคือจุดที่หลายคนประทับใจ กาแฟร้อนเริ่มต้นแค่ 25 บาท เครื่องดื่มเย็นส่วนใหญ่อยู่ราว 30-40 บาท ถูกแบบไม่น่าเชื่อสำหรับร้านระดับตำนานกลางเยาวราช เจ้าของยังยืนราคาเดิมและไม่ยอมลดคุณภาพ ร้านเปิดเช้ามาก ตั้งแต่ตี 4 ยันหนึ่งทุ่ม ใครเป็นสายตื่นเช้ามาเดินตลาดเก่าแล้วแวะมาจิบกาแฟร้อน ๆ ตอนฟ้ายังไม่สว่างคือฟินสุด
ที่ร้านนี้ยอดนิยมไม่ใช่แค่เพราะอยู่มานาน แต่เพราะยังรักษารสชาติและบรรยากาศแบบดั้งเดิมไว้ได้จริง คนรีวิวเยอะถึงพันกว่าคน คะแนนยังสูง สะท้อนว่าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะเวียนมาไม่ขาด ข้อควรรู้คือร้านค่อนข้างเก่าและที่นั่งจำกัด ช่วงเช้าวันหยุดคนแน่น อาจต้องรอหรือนั่งแชร์โต๊ะกับคนอื่น และบางวันสังขยาหมดเร็ว ใครตั้งใจมากินขนมปังสังขยาควรมาแต่เช้าจะชัวร์กว่า
Mother Roaster (มาเธอร์โรสเตอร์) ตลาดน้อย
ถ้าจะหาคาเฟ่ที่มีตัวตนจริง ๆ ในย่านตลาดน้อย Mother Roaster คือชื่อที่คนรักกาแฟแทบทุกคนจะพยักหน้า ร้านนี้ซ่อนอยู่ชั้น 2 ของตึกเก่าในตรอกศาลเจ้าโรงเกือก ชั้นล่างยังเป็นอู่อะไหล่รถเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องยนต์และของเซียงกง เดินผ่านกองอะไหล่ขึ้นบันไดไม้แคบ ๆ ไปก็จะเจอคาเฟ่พื้นไม้เก่าบรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านคุณยาย คนที่เปิดและยืนชงเองคือ "คุณยายพิม" บาริสต้าวัย 70 กว่าที่อยู่กับกาแฟมาสามสิบปี เปิดร้านคู่กับลูกชาย จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากคาเฟ่ฮิป ๆ ทั่วเมืองคือกาแฟทุกแก้วเป็น "กาแฟแม่คั่ว" — เมล็ดคั่วมือจากกระทะเองทีละน้อย เหมาะกับคนรักกาแฟตัวจริง สายตามรอยร้านเก่ามีเรื่องเล่า และคนที่อยากนั่งคุยเรื่องเมล็ดกาแฟแบบ slow bar มากกว่าจะรีบถ่ายรูปแล้วไป
เมนูที่ต้องลองคือกาแฟดำคั่วมือและกาแฟดริปที่ร้านมีเมล็ดพิเศษให้เลือกกว่า 30 ตัว ทั้งเมล็ดไทยและนอก รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่ากาแฟ "ดีจริง" หอมเข้ม คุณภาพเมล็ดแน่น และพี่ ๆ ที่ร้านให้ความรู้เรื่องกาแฟดี เลือกตัวที่ถูกปากให้ได้ ตัวเด่นที่คนสั่งบ่อยมี Iced Latte on the Rok ที่ใช้ก้อนน้ำแข็งลูกเดียวกันรสจาง รสนัว ๆ คาราเมล-ดาร์กช็อก, Dark Calamansi กาแฟดริปเข้มผสมส้มจี๊ดให้สดชื่นตัดเลี่ยน และ Midnight Plum กาแฟผสมน้ำบ๊วยที่หลายคนสั่งตามคำแนะนำแล้วติดใจ ใครชอบเอสเพรสโซก็มี ROK Presso เครื่องอัดมือเป็นพระเอกอีกตัว ราคาเริ่มราว 80 บาทไปจนแก้วพิเศษหลักร้อยต้น ๆ ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพเมล็ดคั่วมือ
บรรยากาศคือเสน่ห์ของที่นี่ — พื้นไม้เก่า ประตูหน้าต่างบานเดิม ต้นไม้แขวน โคมไฟอ่างปลาคว่ำ เก้าอี้พลาสติกคละกับของเก่า ให้ฟีลคุณยายขี้เล่นที่จัดบ้านเอง มีแมวเดินไปมาหลายตัว ผนังตึกข้างทางเต็มไปด้วยสตรีทอาร์ตเป็นมุมถ่ายรูปสวย ๆ ระหว่างเดินเข้าซอย ราคาเฉลี่ยต่อคนราว 101–250 บาท ร้านรับเงินสดเป็นหลัก ทำเลอยู่กลางตลาดน้อย เดินจาก MRT หัวลำโพงทางออก 1 มาได้ไม่ไกล หรือมาจากฝั่ง River City ก็จอดรถได้
ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านเปิดราว 10:00–18:00 น. และมีวันหยุด (หลายแหล่งระบุปิดวันจันทร์ บางช่วงเปิดเฉพาะพฤหัส–อาทิตย์) แนะนำเช็กเวลาในเพจหรือ IG ก่อนออกเดินทาง เป็น slow bar ชงทีละแก้วด้วยมือ ช่วงคนเยอะอาจต้องรอนานหน่อย ต้องใจเย็น และที่หลายรีวิวพูดถึงคือสไตล์การบริการที่ตรงไปตรงมาแบบคุณยาย บางคนชอบว่าจริงใจเป็นกันเอง บางคนรู้สึกห้วน เผื่อใจไว้นิดหนึ่งแล้วโฟกัสที่กาแฟ จะสนุกกับร้านนี้ได้เต็มที่ ที่ Mother Roaster ยังเป็นหมุดยอดนิยมของย่านตลาดน้อยเพราะมันคือกาแฟคั่วมือต้นตำรับที่หาไม่ได้ง่าย ๆ บวกกับเรื่องราวของคุณยายและตึกเก่าที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้ไปแล้ว
🍜 อยากชิมให้ลึกกว่าเดิม? จองฟู้ดทัวร์ไชน่าทาวน์หรือคลาสทำอาหารไทย
ถ้าอยากเข้าใจเสน่ห์ของกินย่านเยาวราช-ไชน่าทาวน์ให้ลึกกว่าการเดินเอง ลองจองฟู้ดทัวร์มีไกด์พาเดินชิมทีละร้านในตรอกซอกซอย ทั้งสตรีทฟู้ดตำนาน ขนมจีนโบราณ และคาเฟ่ลับที่หาเองยาก ไกด์ท้องถิ่นจะเล่าประวัติย่านและพาลัดเลาะจุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปมักพลาด หรือใครอยากลงมือทำเองก็มีคลาสทำอาหารไทยและทำขนมในกรุงเทพให้เลือก เรารวมตัวเลือกฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารผ่าน Klook และ GetYourGuide ที่จองง่าย จ่ายออนไลน์ และรีวิวดีไว้ให้แล้ว
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านเยาวราช-ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ
เยาวราช-ตลาดน้อยรถติดหนักและที่จอดหายาก ลง MRT สถานีวัดมังกร (Wat Mangkon) หรือหัวลำโพง (Hua Lamphong) แล้วเดินสะดวกสุด คาเฟ่ดังเกือบทุกร้านอยู่ในรัศมีเดิน ถ้ามาไกลใช้ Grab เรียกง่ายกว่าโบกแท็กซี่
คาเฟ่รุ่นใหม่และร้าน specialty ส่วนใหญ่รับ QR PromptPay และบัตรได้ แต่สภากาแฟโบราณอย่างเอี๊ยะแซและเอ็กเต็งผู่กี่ รวมถึงสตรีทฟู้ดในย่าน มักรับแต่เงินสด พกแบงก์ย่อย ๆ ไว้จะสะดวกกว่า
ร้านฮิตอย่าง Lhong Tou, Mother Roaster และ La Cabra ช่วงบ่ายวันหยุดคนแน่นและคิวยาว ไปตอนร้านเพิ่งเปิดช่วงเช้าหรือวันธรรมดาจะสบายกว่า และบางร้านในตลาดน้อยปิดบางวัน (Mother Roaster เปิดพฤหัส-อาทิตย์, Hong Sieng Kong หยุดจันทร์) เช็กวันก่อนไป
คาเฟ่ริมน้ำหลายร้านซ่อนในตรอกแคบ ๆ ของตลาดน้อย เช่น ซอยวานิช 2 และตรอกศาลเจ้าโรงเกือก ป้ายไม่เด่น เดินผ่านง่าย เปิด Google Maps นำทางไว้ และเผื่อเวลาหาทางนิดหน่อย ระหว่างเดินจะได้เจอสตรีทอาร์ตและศาลเจ้าเก่าสวย ๆ ด้วย
คาเฟ่รุ่นใหม่อย่าง La Cabra, CHATA, Coffee Room, As.is มีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานพอสื่อสารได้ ส่วนกาแฟโบราณเป็นเมนูไทย-จีนล้วน ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปช่วยสั่งได้ คนขายเป็นกันเองและใจดีกับนักท่องเที่ยว
หลายร้านถ่ายรูปสวยจนเป็นจุดเช็กอิน แต่สภากาแฟโบราณมีลูกค้าประจำเป็นผู้สูงอายุที่มานั่งจิบกาแฟทุกวัน ถ่ายบรรยากาศได้แต่ถ้าจะถ่ายติดคนหรือถ่ายในมุมส่วนตัว ขออนุญาตก่อนจะสุภาพกว่า
วางแผนคาเฟ่ฮอปปิ้งย่านเยาวราช-ตลาดน้อยให้ครบในวันเดียว
เคล็ดลับคือไล่ตามเวลาเปิดของแต่ละร้าน เพราะคาเฟ่ในย่านนี้เปิด-ปิดคนละช่วง เริ่มเช้าที่กาแฟโบราณ ได้เลย เพราะ เอ็กเต็งผู่กี่ เปิดตั้งแต่ตีสี่และ เอี๊ยะแซ ก็เปิดเช้า เหมาะกินขนมปังสังขยากับโอเลี้ยงเป็นมื้อแรก จากนั้นค่อยขยับไปฝั่งคาเฟ่ specialty อย่าง CHATA หรือ Coffee Room ที่อยู่กลางย่านเยาวราช เดินจาก MRT วัดมังกรถึงง่าย แล้วแวะถ่ายรูปที่ Wallflowers Cafe หรือ Lhong Tou ช่วงสาย ๆ ก่อนคนเยอะ
ช่วงบ่ายขยับไปฝั่ง ตลาดน้อย ซึ่งร้านดังหลายแห่งเปิดบ่ายแก่ ๆ — La Cabra โรงคั่วเดนมาร์ก, Hong Sieng Kong และ Mother Roaster สอง slow bar ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นั่งรับลมเย็นยามบ่าย-เย็นได้ฟิน (Mother Roaster เปิดเฉพาะพฤหัส-อาทิตย์ และ Hong Sieng Kong หยุดวันจันทร์ เช็กวันก่อนไป) ปิดท้ายแก้วเย็น ๆ ที่ As.is โรงคั่วลอฟต์ใกล้หัวลำโพง ทั้งย่านเดินถึงกันเกือบหมด แต่ตรอกในตลาดน้อยแคบและหายาก เปิด Google Maps นำทางไว้จะสะดวกกว่า
มานั่งคาเฟ่ไล่ชิมหลายร้านในเยาวราช-ตลาดน้อยแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักในย่านไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — เดินจาก MRT วัดมังกรหรือหัวลำโพงถึงคาเฟ่ดังได้เกือบหมด ตื่นเช้ามาเริ่มที่กาแฟโบราณแล้วไล่นั่งทั้งวันได้เลย เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านเยาวราช-ไชน่าทาวน์ เทียบราคา 3 เว็บ