🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้พูดถึงย่านคาเฟ่ที่คนกรุงชอบขับรถมาตระเวนกัน ลาดพร้าวต้องมีชื่ออยู่ในลิสต์แน่นอน เสน่ห์ของที่นี่คือความหลากหลายที่กระจุกกันในรัศมีไม่กี่กิโล ฝั่งลาดพร้าววังหินเต็มไปด้วยโรงคั่วและคาเฟ่ specialty ที่จริงจังเรื่องเมล็ด โซนโชคชัย 4 มีทั้งร้านสายญี่ปุ่นและคาเฟ่เปิดดึก ส่วนย่านห้าแยกลาดพร้าวกับ Union Mall ก็เป็นจุดนัดพบยอดฮิตของวัยรุ่นและคนทำงาน เดินเลยเข้าซอยไปนิดเดียวก็เจอบ้านไม้เก่ากลายเป็นคาเฟ่อบอุ่น มีสวนเล็ก ๆ ให้นั่งจิบกาแฟตอนเช้าแบบสบาย ๆ เป็นย่านที่จะสายกาแฟดริปจริงจังหรือสายเค้กสายถ่ายรูปก็หาที่ลงตัวได้หมด
ในลิสต์นี้มีร้านที่กลายเป็นหมุดหมายของคอกาแฟหลายเจ้า อย่าง UNFINISHED Coffee Roaster ที่ดังเรื่องคาเฟ่คอนเซ็ปต์ Brutalism ดิบเท่กับเมนู Es-Yen ที่เบลนด์เมล็ดเองหลายแหล่ง สันติพาณิชย์ (Santipanich) โรงคั่วชื่อดังจากสระบุรีที่ผู้ก่อตั้งเคยคว้ารองแชมป์ Thailand National Roasting Championship แล้วมาเปิดสาขากรุงเทพฯ พ่วงร้านหนังสือในตัว Hacking Coffee Flagship โรงคั่วใหญ่สไตล์ไซเบอร์พังก์ที่แยกบาร์ Slow กับ Speed ให้เลือกตามเวลา และ HARIO Cafe Bangkok คาเฟ่ของแบรนด์เครื่องชงญี่ปุ่นระดับตำนานที่เปิด 24 ชั่วโมงพร้อมเมนู Cold Brew Fizz โปะไอศกรีมยูซุ ปิดท้ายด้วย Bluetamp ของเชฟที่เคยทำอาหารเช้าอยู่ออสเตรเลียหลายปี ใครชอบตระเวนคาเฟ่ อยากชวนให้มาไล่ชิมทีละร้าน รับรองว่าเจอร้านโปรดกลับไปแน่นอน
UNFINISHED Coffee Roaster
ถ้าใครวนอยู่แถวโชคชัย 4 หรือลาดพร้าววังหินแล้วอยากได้คาเฟ่ที่กาแฟจริงจังแต่ไม่เนี้ยบจนเกร็ง UNFINISHED Coffee Roaster คือร้านที่หลายคนพูดถึง เป็นทั้งคาเฟ่และโรงคั่วในตัว ตกแต่งแนว Brutalism ผสมกลิ่น Wabi-Sabi ผนังปูนเปลือย พื้นกรวด เหมือนตั้งใจปล่อยให้ดู "ยังไม่เสร็จ" ตามชื่อร้าน ใครชอบมุมถ่ายรูปดิบ ๆ เท่ ๆ หรือสายกาแฟที่อยากลองเมล็ดคั่วเอง ร้านนี้เข้าทางมาก
เมนูที่ต้องสั่งคือ UNFINISHED Es-Yen (โอเลี้ยงยกล้อ ราคาราว 120 บาท) กาแฟไทยเข้ม ๆ ท็อปครีมนุ่ม ๆ ให้เท็กซ์เจอร์ต่างจากโอเลี้ยงทั่วไป อีกตัวที่คนพูดถึงคือ Espresso Rōzeru (ราว 150 บาท) เอสเพรสโซกับน้ำกระเจี๊ยบคั้นสด บีบมะนาว อัดนิโทรให้ซ่านุ่ม เปรี้ยวสดชื่นตัดเลี่ยน ส่วนของกินเล่นมี Guest Banana กล้วยแขกทอด (ราว 75 บาท) ที่รีวิวบอกว่านอกกรอบในนุ่ม ไม่หวานจัด และ Carrot Cake (ราว 100 บาท) เนื้อชุ่มกับครีมชีสด้านบน กินคู่กาแฟลงตัวดี
เสียงส่วนใหญ่ไปทางชม กาแฟเข้มถึงใจ มีออปชั่นนมโอ๊ต บริการเป็นกันเอง ที่จอดรถหน้าร้านสะดวก (จอดได้ราว 7 คัน) คะแนน Google อยู่ราว 4.7 จากรีวิวหลายร้อย ถือว่าเป็นที่นิยมของย่านนี้พอสมควร ข้อควรรู้คือร้านเน้นเงินสดเป็นหลัก และเปิด 9:00–17:30 (บางวันเปิดสาย ๆ 9:30) ปิดเร็วช่วงเย็น เหมาะกับสายมื้อเช้า-บ่ายมากกว่ามื้อค่ำ ใครไม่อยากนั่งในร้านก็สั่งผ่าน Lineman, Grab, Robinhood ได้ ราคาต่อหัวประมาณ 100–250 บาท คุ้มกับกาแฟคั่วเองและบรรยากาศที่ถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม
Wood Cafe (วู้ด คาเฟ่)
Wood Cafe (วู้ด คาเฟ่) เป็นคาเฟ่บ้านไม้ซ่อนตัวอยู่ปลายซอยลาดพร้าววังหิน 48 ฝั่งโชคชัย 4 มองจากปากซอยแทบไม่รู้ว่ามีร้านอยู่หลังรั้วต้นไม้เขียวครึ้ม พอเดินเข้าไปถึงจะเจอบ้านไม้เก่าอบอุ่น ตกแต่งด้วยงานไม้ ดอกไม้แห้ง แสงนวล ๆ มีทั้งโซนแอร์และโซนกลางแจ้งใต้ร่มเงาต้นไม้ เจ้าของ (คุณเอื้อย) เป็นคนออกแบบร้านและทำขนมเองทั้งหมด ร้านนี้เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งชิล ๆ จับกลุ่มเพื่อน คู่รัก หรือพาครอบครัวมาก็ได้ หลายรีวิวบอกตรงกันว่า "เหมือนหลุดออกไปอีกที่หนึ่ง" ทั้งที่อยู่กลางเมือง
พระเอกของร้านคือเค้กโฮมเมด เมนูที่ต้องสั่งคือ Wood Chocolate เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง เนื้อหนึบเข้มข้น ฐานบิสกิตกรุบ ตัดกับเนื้อช็อกหนัก ๆ ได้ลงตัว อีกตัวที่คนพูดถึงบ่อยคือเค้กมะพร้าวที่ให้มะพร้าวอ่อนมาเยอะและทำหวานน้อย กินเพลินไม่เลี่ยน ส่วนสายชอบเค้กนุ่ม ๆ มี Red Velvet, Cheese Red Velvet, carrot cake ที่หอมกลิ่นอบเชยจาง ๆ, banoffee และชีสเค้กสไตล์ฮอกไกโด ใครมาช่วงมื้อจริงจังก็มีพาสต้าสปาเก็ตตี้ผัดทูน่ารสจัดจ้านถูกปากคนไทย และไส้กรอกทูน่าเกลือพริกเป็นของกินเล่นเด็ด เครื่องดื่มก็ทำได้ดี โกโก้เย็นเข้มไม่ขม กาแฟหอม
ราคาต่อหัวส่วนใหญ่อยู่ราว ๆ 101–250 บาท เค้กเริ่มต้นหลักร้อย เครื่องดื่มราว 95–105 บาท ถ้าสั่งอาหารคาวจริงจังบิลจะขยับขึ้น ร้านเปิดพุธ–อาทิตย์ ประมาณ 10.30–19.00 น. (บางวันปิด 20.00 น.) ปิดจันทร์–อังคารให้ทีมได้พัก มีที่จอดรถข้างร้านแต่ซอยแคบ จอดได้ไม่กี่คัน แนะนำให้เผื่อเวลาหาทางเข้าซอยหน่อยเพราะร้านลึกและป้ายไม่เด่น
ความนิยมของ Wood Cafe มาจากการเป็น hidden gem ที่ได้ทั้งบรรยากาศร่มรื่นถ่ายรูปสวยและขนมทำเองที่รสชาติไว้ใจได้ จนคว้ารางวัล Wongnai Users' Choice มาหลายปีติด ข้อควรรู้คือร้านค่อนข้างเล็กและคนเยอะช่วงวันหยุด เมนูอาจสลับหมุนเวียนตามวัตถุดิบ และบางช่วงร้านเน้นขนม+เครื่องดื่มมากกว่าอาหารคาว เช็กเพจก่อนไปจะชัวร์ที่สุด
Hacking Coffee (Flagship)
ถ้าเป็นสายกาแฟที่อยากได้ทั้งรสชาติจริงจังและร้านสวยไปด้วยในที่เดียว Hacking Coffee Flagship ที่ลาดพร้าววังหิน 63 คือหมุดที่ควรปักไว้ ตัวร้านเป็นตึกดำทั้งหลังทำผนังไม้เผาสไตล์ญี่ปุ่น พอเดินเข้าไปข้างในจะเจอธีม Cyberpunk x Industrial Loft ผนังปูนเปลือยฝังแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ให้อารมณ์เหมือนหลุดเข้ามาในโลกเทคโนโลยี จุดที่ทำให้ต่างจากคาเฟ่ทั่วไปคือมีเครื่องคั่วกาแฟตัวใหญ่สองเครื่องตั้งโชว์หลังกระจก เมล็ดทุกแก้วในร้านมาจากตรงนี้ ร้านคั่วเองคัดเอง เหมาะกับคนที่อยากดื่มกาแฟดี ๆ พอ ๆ กับคนที่มานั่งทำงานหรือมาถ่ายรูปเล่น
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Strawberry Milkshake Latte (ราว 140 บาท) หวานหอมสตรอว์เบอร์รีเข้ากับนม ส่วนสายกาแฟดำจริงจังลองเมล็ดซิงเกิลออริจินอย่าง Yemen Mattari No.9 แบบดริป หรือเมนู Dirty ที่นมเย็นเจอช็อตเข้ม ๆ และถ้าอยากได้อะไรซ่า ๆ สดชื่นก็มี Es-Tonic เอสเพรสโซกับโทนิกและเลมอน รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่ากาแฟหอม รสเข้มข้น ทั้งอเมริกาโนและลาเต้ ขนมเค้กก็สดใหม่อร่อย ราคาต่อคนอยู่ราว 100–250 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพเมล็ดที่คั่วเอง
ทำเลอยู่ปากซอยลาดพร้าววังหิน 63 ฝั่งตรงข้ามโครงการแถวนั้น มีที่จอดรถด้านหลัง เดินทางง่ายถ้าขับรถมาเอง ถ้ามา MRT ลงสถานีลาดพร้าวแล้วต่อรถเข้าซอย เปิดตั้งแต่เช้า 7 โมงทุกวัน เหมาะทั้งแวะซื้อกาแฟก่อนเข้างานและนั่งยาว ๆ ตอนกลางวัน มี Wi-Fi ฟรี ปลั๊กไฟ และเป็นร้านที่พาน้องหมามาได้
ข้อควรรู้: ช่วงวันหยุดคนเยอะและโต๊ะเต็มเร็ว ถ้าตั้งใจมานั่งทำงานควรมาช่วงเช้าจะได้ที่นั่งสบายกว่า เวลาปิดแต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกันนัก (บางวันปิดบ่าย บางช่วงปิดเย็น) ถ้าจะมาตอนเย็นเช็กหน้าเพจก่อนสักนิดจะชัวร์กว่า และร้านนี้ขายเมล็ดคั่วเป็นถุงด้วย ใครติดใจซื้อกลับไปชงเองที่บ้านได้เลย
LIEBE Coffee & Roastery (ลิเบ้ คอฟฟี่ แอนด์ โรสเตอรี่)
ถ้าใครเป็นคอกาแฟตัวจริงแถวลาดพร้าว ร้าน LIEBE Coffee & Roastery (ลิเบ้ คอฟฟี่ แอนด์ โรสเตอรี่) ในซอยโชคชัย 4 ซอย 54 เป็นชื่อที่คนย่านนี้พูดถึงกันบ่อย ชื่อร้านมาจากคำภาษาเยอรมันแปลว่า "ความรัก" และจุดที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากคาเฟ่ถ่ายรูปทั่วไปคือเขาคั่วเมล็ดกาแฟเองในร้าน ใช้อาราบิก้า 100% มีทั้งบาร์เอสเพรสโซ่และมุม slow bar สำหรับคนที่อยากได้กาแฟดริปแบบใจเย็น ๆ ใครยังเลือกไม่ถูกว่าจะเอาเมล็ดตัวไหน เดินไปคุยกับบาริสต้าหน้าบาร์ได้เลย เขาแนะนำตามรสที่เราชอบให้
เมนูที่คนสั่งกันประจำมีทั้ง Iced Americano ที่กลิ่นเมล็ดคั่วชัด, Coconut Cold Brew เย็น ๆ หอมมะพร้าวสำหรับวันร้อน ๆ และสายนมก็มีลาเต้กับมัทฉะให้เลือก ฝั่งของกินเล่นเบเกอรีทำเองรายวัน ทั้ง Earl Grey Chiffon Cake เนื้อนุ่ม, Salted Caramel Cake และบราวนี่คุกกี้ที่รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าเข้ากับกาแฟดำได้ดี ราคาต่อหัวประมาณ 90–200 บาท เครื่องดื่มเริ่มต้นราว 65 บาท ถือว่าไม่แพงสำหรับร้านที่คั่วเมล็ดเอง
บรรยากาศร้านเป็นสไตล์มินิมอล โทนอบอุ่น มีมุมถ่ายรูปเยอะและแสงสวย เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าเป็นร้านนั่งชิลได้นาน กาแฟหอมสมราคา และเจ้าของกับบาริสต้าเป็นกันเอง ร้านเปิดทุกวัน 08.00–19.00 น. เดินทางง่ายจากถนนลาดพร้าวเข้าโชคชัย 4 มีที่จอดรถ เหมาะทั้งคนแวะซื้อกาแฟตอนเช้าและคนที่อยากหาที่นั่งทำงานเงียบ ๆ ช่วงบ่าย
สิ่งที่อยากบอกไว้ก่อนไปตามตรง ร้านค่อนข้างเล็ก ช่วงวันหยุดหรือบ่าย ๆ โต๊ะเต็มเร็ว ถ้าอยากได้มุมสวย ๆ หรือมากันหลายคนแนะนำให้เลี่ยงชั่วโมงพีค และร้านปิดค่อนข้างเย็น (หนึ่งทุ่ม) ใครสาย night owl อาจต้องวางแผนเวลาไว้หน่อย
Blackhills BKK
ถ้าเป็นสายกาแฟที่อยากได้แก้วที่ตั้งใจชงจริงๆ Blackhills BKK ในซอยลาดพร้าว 1 แยก 2 (เดินจาก MRT พหลโยธิน ทางออก 5 ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว/Union Mall) เป็นร้านที่คอกาแฟย่านนี้พูดถึงกันเยอะ เป็นคาเฟ่สโลว์บาร์เล็กๆ ที่เจ้าของเคยเป็นฟู้ดสไตลิสต์ ตั้งชื่อตามอุทยานแห่งชาติ Black Hills ในอเมริกา แล้วเอากลิ่นอายเคบินในป่ามาผสมความมินิมอลแบบญี่ปุ่น-สแกนดิเนเวียน เคาน์เตอร์ไม้อ่อน ผนังปูนเปลือย เปิดแผ่นเสียงคลอเบาๆ เหมาะกับคนที่อยากนั่งเงียบๆ จิบกาแฟช้าๆ มากกว่ามาถ่ายรูปรัวๆ
เมนูที่ต้องลองคือกาแฟชงมือ ทั้ง Drip และ Syphon (ประมาณ 250 บาท) ที่บาริสต้าชงให้ดูตรงหน้า ใครไม่กินกาแฟก็มี Cold Coast รสเกรปฟรุต-แครนเบอร์รีสดชื่น กับ Black Honey Lemon (160 บาท) ที่หวานน้ำผึ้งตัดเปรี้ยวมะนาว ดื่มง่ายในวันร้อนๆ ส่วนของกินเล่นที่ฮิตสุดคือชิโอปัง (ขนมปังเกลือ) เนื้อนุ่มฉ่ำเนย กินคู่กาแฟลงตัวมาก นอกจากนี้ยังมี Iced Latte, Dirty และเมล็ดพิเศษเกรดหายากอย่าง Jamaica Blue Mountain หรือ Panama Geisha ให้เลือกด้วย
เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่ากาแฟที่นี่ "กลมกล่อม ไม่ขม ไม่เปรี้ยวโดด" รสนุ่มนวลไม่แหลม เห็นความตั้งใจในการชงทุกแก้ว บรรยากาศอบอุ่นสมเป็นสโลว์บาร์ ข้อควรรู้คือร้านค่อนข้างเล็กและที่นั่งจำกัด ราคากาแฟชงมือถือว่าสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปเพราะเป็นเมล็ด specialty คัดมาอย่างดี แนะนำมาช่วงเช้าคนยังไม่แน่น จะได้นั่งสบายๆ และคุยกับบาริสต้าเรื่องเมล็ดได้เต็มที่ ร้านเปิด 08:00–17:00 ปิดวันอังคาร มีที่จอดรถ
🛏️ พักย่านลาดพร้าว ตื่นมาก็ตระเวนคาเฟ่ได้เลย
ถ้าตั้งใจจะไล่คาเฟ่ลาดพร้าวหลายร้านในทริปเดียว การพักในย่านนี้ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาฝ่ารถ ตื่นเช้ามาเดินหรือเรียก Grab ไปถึงร้านโปรดได้ในไม่กี่นาที โซนลาดพร้าว-รัชดามีที่พักหลายระดับ ทั้งโรงแรมทำเลติดรถไฟฟ้าและที่พักราคาคุ้มใกล้ห้าแยกลาดพร้าว-Union Mall จองล่วงหน้าผ่านแอปมักได้ราคาดีกว่าและเลือกทำเลที่เดินทางง่ายไว้ก่อน
HARIO Cafe Bangkok
ถ้าใครเป็นสายกาแฟตัวจริงแล้วยังไม่เคยแวะ HARIO Cafe Bangkok สาขาโชคชัย 4 บอกเลยว่าพลาด เพราะนี่คือคาเฟ่แฟลกชิปของแบรนด์อุปกรณ์ชงกาแฟญี่ปุ่นชื่อดัง "Hario" สาขาแรกในไทย (ร่วมมือกับ Aroma Thailand) ตัวร้านเป็นตึกสีขาวสองชั้นซ่อนอยู่ในซอยโชคชัย 4 แต่งสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น กระจกใสรับแสงธรรมชาติ มีมุมสวนเขียว ๆ และโซนนั่งชั้นบน เหมาะกับคนที่อยากหามุมนั่งชิลจิบกาแฟดี ๆ นั่งทำงาน หรือแวะถ่ายรูปสวย ๆ ในย่านลาดพร้าว
เมนูที่คอกาแฟต้องลองคือกลุ่ม Slow Bar ทั้งดริป V60 และไซฟอน (Syphon) ที่ชงโชว์ให้ดูกันสด ๆ ส่วนสายเปรี้ยวสดชื่นแนะนำ Yuzu Cold Brew กับ Fresh Yuzu Soda ที่ได้กลิ่นยูซุหอมตัดเลี่ยน ใครชอบหวานนุ่มลองจับคู่กับเค้กนมสตรอว์เบอร์รีสด (Fresh Strawberry Milk Cake) ที่รีวิวจริงบอกว่า "เนื้อเค้กนุ่มฟู ครีมเบา ๆ กับผลไม้สด" อร่อยลงตัว หรือจะเป็น Matcha Dirty กับ Coffee Royale ก็เป็นตัวชูโรงเช่นกัน
รสชาติกาแฟของที่นี่ออกไปทางญี่ปุ่นแท้ ๆ คือนุ่ม ละมุน ไม่จัดจ้าน รีวิวหลายเสียงชมว่ากาแฟหอม ได้กลิ่นเมล็ดและคาราเมล นมให้มาไม่กั๊ก ราคาต่อแก้วประมาณ 85–140 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับ specialty coffee แม้บางคนบอกว่าเครื่องดื่มราคาย่อมสูงไปนิด สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ยอดนิยมคือความเป็น "บ้านของ Hario" ตัวจริง มีอุปกรณ์ชงกาแฟวางขายแทบทุกชิ้น ให้คอกาแฟได้จับ ได้เลือกซื้อกลับบ้าน
ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านอยู่ปากซอยใกล้ศาลเจ้าแม่กวนอิม มีที่จอดรถหน้าร้านและฝั่งตรงข้าม แต่ค่อนข้างจำกัด ช่วงวันหยุดคนเยอะ บางรีวิวบอกว่าเครื่องดื่มออกช้าไปหน่อยตอนคนแน่น เผื่อเวลารอสักนิด เปิดทุกวัน 08:00–18:00 มี Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต และเป็นร้านที่พาน้องหมามาได้ด้วย
Santipanich Bangkok (สันติพาณิชย์)
ถ้าเป็นสายกาแฟ specialty แล้วยังไม่เคยไป Santipanich Bangkok (สันติพาณิชย์) แถวลาดพร้าว 71 ซอยสุคนธสวัสดิ์ 8 นี่พลาดจริง ๆ ต้นทางร้านมาจากโรงคั่วเจ้าดังสระบุรี เจ้าของคือคุณจิระศักดิ์ที่ผ่านคอร์สบาริสต้าและมีใบ Q Grader เลยเลือก คั่ว และเบลนด์เมล็ดเองทุกขั้น จุดเด่นคือให้เลือกระดับคั่วได้ตั้งแต่อ่อน-กลาง-เข้ม ใครชอบแนวผลไม้เปรี้ยวหวานบางเบา หรือชอบดาร์กช็อกโกแลตแน่น ๆ ก็มีให้ครบ เหมาะกับคนที่จริงจังเรื่องกาแฟและอยากนั่งชิลยาว ๆ ทั้งวัน
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยสุดคือ Miyuki Coffee เป็นกาแฟกลิ่นสโตนฟรุตที่ให้โน้ตลิ้นจี่กับพีช ครีมนุ่ม ๆ ดื่มง่าย หวานกำลังดี รีวิวบอกว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบกาแฟขมจัด ส่วนสาย cold brew ลอง Cold Brew Toffee Caramel ที่หอมคาราเมลกับกลิ่นถั่ว หรือจะจัด Mojito Coffee แนวซ่าสดชื่นก็แปลกดี ใครเป็นสายคลาสสิกก็มี Iced Americano เมล็ดคั่วกลางที่ลูกค้าประจำชอบสั่งซ้ำ นอกจากกาแฟยังมีเบเกอรี่กับเมนูบรันช์ทำเองโดยเจ้าของร้าน พวกชีสเค้กและครัวซองต์ก็ได้เสียงชมเยอะ
บรรยากาศร้านแต่งสไตล์ Modern Chinese ผสมความคลาสสิกกับความร่วมสมัย มีทั้งโซน indoor และ outdoor นั่งทำงานหรือถ่ายรูปได้สบาย ที่หลายคนติดใจคือความ Pet Friendly พาน้องหมาน้องแมวมาได้ แถมมีน้องแมวประจำร้านให้ทักทาย ชั้นบนยังเป็นห้องเรียนกาแฟของ Santipanich Academies สำหรับคนอยากเรียนรู้ลึกขึ้น ราค่ากาแฟมาตรฐานเริ่มราว 80 บาท เมล็ดพรีเมียมบวกเพิ่มนิดหน่อย ถือว่าคุ้มกับคุณภาพเมล็ดที่คั่วเอง
ทำเลอยู่ในซอยสุคนธสวัสดิ์ 8 ย่านลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ มีที่จอดรถฝั่งตรงข้ามร้านสะดวก เปิดจันทร์-พฤหัส 09:00–19:00 น. ศุกร์-อาทิตย์ยาวถึง 21:00 น. คะแนน Google อยู่ที่ราว 4.8 จากรีวิวหลายร้อย สะท้อนว่าเป็นคาเฟ่ที่คอกาแฟตัวจริงบอกต่อ ข้อควรรู้คือเวลาเปิด-ปิดเคยมีปรับบ้างตามช่วง ถ้าจะไปช่วงเย็นวันธรรมดาเช็กเพจร้านอีกทีจะชัวร์กว่า และถ้าไปวันหยุดคนอาจเยอะเพราะเป็นร้านที่กำลังฮิตในย่านนี้
Maysa.bkk
Maysa.bkk (เมษา) คือคาเฟ่โฮมมี่ที่รีโนเวทบ้านเก่าอายุราว 40 ปีย่านเสนานิเวศน์ 1 (ซอย 112) ลาดพร้าว ให้กลายเป็นบ้านสีขาว–น้ำตาลสไตล์มิดเซนจูรี ชื่อร้านมาจากเดือน "เมษา" ที่คนในครอบครัวส่วนใหญ่เกิด บรรยากาศเลยอบอุ่นเหมือนไปนั่งจิบกาแฟที่บ้านเพื่อน เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้ร้านนั่งชิลถ่ายรูปสวย มากันเป็นคู่หรือกลุ่มเพื่อน และคนแถวลาดพร้าว–วังหินที่มองหามุมสงบ ๆ ใกล้บ้าน
เมนูที่ต้องลองคือ "Maysa" (120 บาท) กาแฟนมกลิ่นข้าวคั่วหอม ๆ เสิร์ฟคู่ข้าวเหนียวแดงให้ตักกินตาม ได้ฟีลของหวานไทยแบบไม่เหมือนใคร อีกตัวที่คนสั่งกันบ่อยคือ Cherry Bomb และ Dirty (120 บาท) เอสเพรสโซราดนมสดกับครีมเย็นเผามาร์ชแมลโลว์ ฝั่งของหวานมีเค้กโฮมเมดหมุนเวียน ทั้ง Cherry Tart (175 บาท) และทีรามิสุ (150 บาท) ที่ใช้กาแฟเบลนด์ของร้านเป็นตัวชู ใครหิวข้าวก็มีข้าวไก่เผ็ดให้กินรองท้องด้วย
รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟดี รสชาติใช้ได้ทั้งของคาวและของหวาน ปริมาณคุ้มกับราคา บรรยากาศร่มรื่นด้วยสวนหน้าร้าน มีทั้งโซนแอร์และโซนกลางแจ้ง มุมถ่ายรูปเยอะ เป็นร้าน pet friendly พาน้องหมาน้องแมวมาได้ ราคาต่อหัวประมาณ 101–250 บาท ไม่แพงเกินไป ข้อสังเกตคือช่วงวันหยุดคนเยอะและร้านรับเงินสดเป็นหลัก เตรียมเงินสดมาด้วยจะสะดวกกว่า
ทำเลอยู่ในซอยเสนานิเวศน์ 1 ซอย 112 ฝั่งพหลโยธิน มีที่จอดรถหน้าร้านและริมถนนในซอยที่ค่อนข้างกว้าง เดินทางง่ายจากถนนลาดพร้าว–วังหิน เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. (วันจันทร์/พุธ/พฤหัส ปิดเร็วราวห้าโมงเย็น) หยุดทุกวันอังคาร ที่ยอดนิยมเพราะเป็นคาเฟ่บ้าน ๆ ที่ทั้งบรรยากาศดี เมนูมีเอกลักษณ์อย่างกาแฟข้าวเหนียวแดง และเป็นหนึ่งในหมุดคาเฟ่ประจำย่านที่คนแชร์กันเยอะบนโซเชียล
Hong Di Coffee (หงษ์ดี)
ถ้าเดินแถวโชคชัย 4 ตรงข้ามตำหนักเจ้าแม่กวนอิม แล้วเห็นตึกสองชั้นสไตล์จีนโมเดิร์นมินิมอลตั้งเด่น นั่นคือ Hong Di Coffee (อั่งตี๋ คอฟฟี่) คาเฟ่ที่คนย่านลาดพร้าวพูดถึงกันเยอะ ร้านนี้เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบถ่ายรูป สายนั่งทำงานยาว ๆ และคนที่อยากได้มุมจีน ๆ แต่ไม่รกตา ชั้นล่างวางเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอบอุ่นผสมกลิ่นอายจีน ส่วนชั้นบนโปร่งโล่ง จุดที่ทุกคนไปยืนถ่ายคือหน้าต่างวงกลมบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตำหนักเจ้าแม่กวนอิมพอดี เป็นมุมซิกเนเจอร์ที่เจอในรีวิวแทบทุกอัน
เมนูที่คนสั่งบ่อยและแนะนำให้ลองคือ Iced Latte กับ Cold Americano กาแฟทำสด รสสะอาด ดื่มง่าย ส่วนตัวชูโรงที่คนถ่ายรูปลงกันเยอะคือ Cappu Bomb กาแฟปั่นเนื้อเนียนแบบไม่มีเกล็ดน้ำแข็ง โปะผงโกโก้เข้ม ๆ ด้านบน หน้าตาถ่ายขึ้นมาก รสชาติเข้มข้นถูกใจสายกาแฟหนัก ๆ แต่รีวิวก็มีทั้งชมและติ บางคนบอกอร่อยเข้ม บางคนรู้สึกว่าฟองด้านท้าย ๆ เยอะไปนิด ใครชอบหวานน้อยลองบอกบาริสต้าได้ นอกจากนี้ยังมี Uji Matcha Latte และ Dirty ให้เลือก เข้าคู่กับครัวซองต์ไส้ลาวาที่หลายคนสั่งตาม
ราคาอยู่ราว 100–150 บาทต่อแก้ว จัดว่าเป็นราคาคาเฟ่กลาง ๆ ของย่านนี้ ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับบรรยากาศและพื้นที่นั่งที่กว้างขวาง ร้านมีแอร์เย็นสบาย มี Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต และมีที่จอดรถ เปิดอังคาร–อาทิตย์ 09:00–19:00 (หยุดวันจันทร์) ทำเลถือว่าหาง่ายเพราะอยู่ติดตำหนักเจ้าแม่กวนอิมโชคชัย 4 ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กที่คนแถวนั้นรู้จักดี
ข้อควรรู้เล็กน้อย ช่วงวันหยุดหรือบ่าย ๆ คนค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากได้มุมหน้าต่างวงกลมไว้ถ่ายรูปแนะนำให้มาช่วงเช้าจะได้แสงสวยและที่นั่งสบายกว่า ใครมาไหว้เจ้าแม่กวนอิมเสร็จแล้วอยากหามุมนั่งชิลจิบกาแฟต่อ ที่นี่ตอบได้ทั้งเรื่องบรรยากาศและรูปสวย เลยกลายเป็นคาเฟ่ยอดนิยมประจำย่านโชคชัย 4 ไปโดยปริยาย
Bluetamp Cafe
ถ้าเป็นสายกาแฟ specialty ที่อยากได้บรันช์อร่อย ๆ ไปด้วยในที่เดียว Bluetamp Cafe ในซอยลาดพร้าว 73 (ประดิษฐ์มนูธรรม 9) คือร้านที่คอกาแฟย่านนี้พูดถึงกันเยอะที่สุดร้านหนึ่ง เจ้าของเคยไปทำงานเป็นเชฟอาหารเช้าและเรียนชงกาแฟที่ออสเตรเลียมา 7 ปี เลยยกคาแรกเตอร์คาเฟ่ออสซี่กลับมาเต็ม ๆ ทั้งกาแฟที่คั่ว-ชงจริงจัง และจานบรันช์ที่กินได้ทั้งวัน ตัวร้านเป็นบ้านไม้สีขาวยกพื้น มีโซนแอร์ในร้านกับสวนนั่งข้างนอกใต้ต้นไม้ พาน้องหมาไปนั่งโซนสวนได้ด้วย
เมนูที่ต้องลองคือ Three Angle house blend กาแฟซิกเนเจอร์ที่เบลนด์เมล็ดจาก 3 แหล่งข้ามทวีป (ลาว เอธิโอเปีย บราซิล) ให้รสกลมกำลังดี ใครสายนมลอง Piccolo Latte หรือ Flat White แบบที่ชาวออสซี่ดื่มก่อนไปทำงาน ส่วนสายซิงเกิลออริจินก็มีเมล็ดไทยจากน่านหมุนเวียน ฝั่งของกินห้ามพลาด Egg Benedict Salmon ราดฮอลันเดสบนซาวร์โดว์, Caramelized Banana Toast และพวกข้าวไข่ข้นกุ้งกระเทียมที่รีวิวชมบ่อย
เสียงจากรีวิวส่วนใหญ่ไปทางเดียวกันว่ากาแฟหอมเมล็ดจริง ลาเต้ร้อนกับดำร้อนทำได้ดี อาหารจัดจานสวยและปริมาณให้เยอะสมราคา ราคาต่อคนอยู่ประมาณ 250–500 บาท (บางคนสั่งกาแฟอย่างเดียวเริ่มที่หลักร้อย) มีบางรีวิวติดบ้างว่าเครื่องดื่มเย็นบางแก้วรสจืดไปนิดและวันหยุดคนเยอะจนต้องรอ แต่โดยรวมคะแนนนิยมยังสูง ติดอันดับต้น ๆ ของร้านกาแฟย่านวังทองหลาง
ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านเปิดทุกวัน 08:00–18:00 อยู่เลียบทางด่วนฝั่งประดิษฐ์มนูธรรม เดินจาก MRT ลาดพร้าว 71 ราว 3 นาที มีที่จอดรถแต่ช่วงเสาร์-อาทิตย์สายถึงเที่ยงคนแน่นมาก ถ้าอยากได้โต๊ะสบาย ๆ แนะนำมาเช้าหน่อย เหมาะกับมื้อเช้า-สายวันหยุด นั่งชิลจิบกาแฟยาว ๆ หรือมาเป็นคู่/กลุ่มเล็ก
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว ลองฟู้ดทัวร์หรือคลาสกาแฟ
ถ้าไม่อยากวางแผนเส้นทางเอง หรืออยากได้ไกด์ท้องถิ่นพาตระเวนชิม ลองมองหาฟู้ดทัวร์และคาเฟ่ทัวร์กรุงเทพฯ ที่พาเดินหลายร้านในทริปเดียว มีคนคอยเล่าเรื่องเมล็ดกาแฟและของกินให้ฟัง หรือใครอยากลงมือทำเองก็มีคลาสทำอาหารไทยและเวิร์กช็อปกาแฟให้จองผ่าน Klook และ GetYourGuide ได้ล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาที่สะดวกแล้วโผล่ไปตามนัด สนุกและได้ความรู้กลับมาด้วย
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านลาดพร้าว (ถนนลาดพร้าว · โชคชัย 4 · ห้าแยกลาดพร้าว · Union Mall) กรุงเทพฯ
คาเฟ่ลาดพร้าวส่วนใหญ่อยู่ในซอย ใช้ Grab สะดวกและถูกที่สุด ถ้านั่ง MRT ให้ลงห้าแยกลาดพร้าวแล้วต่อ Grab เข้าโซนวังหิน/โชคชัย 4 อีกนิด ขับรถเองก็ได้แต่ที่จอดวันหยุดเต็มเร็ว
คาเฟ่ใหญ่รับบัตรและ QR PromptPay ได้ แต่ร้านเล็กในซอยหลายที่รับเงินสดหรือสแกนจ่ายเท่านั้น พกเงินสดไทยและโหลดแอปธนาคารที่สแกน QR ได้ไว้เผื่อ
อยากได้ที่นั่งสบาย ๆ ให้มาก่อนเที่ยงในวันธรรมดา เสาร์-อาทิตย์ช่วงบ่ายคนแน่นและบางร้านต้องรอโต๊ะ เมนูจำกัดอย่าง Three Angle ของ Bluetamp มีวันละไม่กี่ที่ ต้องมาเช้า
ร้านส่วนใหญ่ปิดช่วงเย็นถึงค่ำ แต่ HARIO Cafe Bangkok ที่โชคชัย 4 ซอย 39 เปิด 24 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่อยากนั่งทำงานหรือจิบกาแฟกลางดึก
คาเฟ่สาย specialty หลายร้านมีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานพอสื่อสารได้ ชื่อเมนูกาแฟส่วนใหญ่เป็นสากลอยู่แล้ว ถ้าไม่ชัวร์ให้ชี้รูปในเพจร้านหรือ Google Maps ได้เลย
หลายร้านย่านนี้ pet-friendly เช่น Hacking Coffee, HARIO และ Bluetamp (โซนสวน) และเป็นมุมถ่ายรูปสวย ควรถามพนักงานก่อนถ่ายในโซนที่มีลูกค้าท่านอื่น
วางแผนตระเวนคาเฟ่ลาดพร้าวให้ครบในวันเดียว
ถ้าอยากไล่หลายร้านในทริปเดียว ให้จับกลุ่มตามโซนจะประหยัดเวลาที่สุด ช่วงเช้าเริ่มที่ฝั่งลาดพร้าววังหินก่อน เพราะร้านสายโรงคั่วอย่าง UNFINISHED Coffee Roaster (เปิด 9 โมง) และ Hacking Coffee Flagship (เปิดเช้า ยาวถึงค่ำ) อยู่ในโซนเดียวกัน เดินหรือขับต่อกันได้ไม่ไกล แวะ Wood Cafe บ้านไม้ในซอยวังหิน 48 ที่ขึ้นชื่อเค้ก Wood Chocolate เนื้อหนึบเป็นของหวานคั่นได้พอดี
ช่วงบ่ายค่อยขยับมาโซนโชคชัย 4 ซึ่งมี HARIO Cafe Bangkok (โชคชัย 4 ซอย 39) ที่เปิด 24 ชั่วโมง จะแวะกลางวันหรือดึกก็ได้ กับ Hong Di Coffee ในซอยเดียวกัน ส่วนใครชอบสาย specialty จริงจังลากยาวไป Santipanich (สันติพาณิชย์) ที่มีทั้งโรงคั่วและร้านหนังสือ หรือ Bluetamp ฝั่งประดิษฐ์มนูธรรมที่เด่นเรื่องออลเดย์บรันช์ เมนูจำกัดอย่าง Three Angle Coffee ของ Bluetamp มีวันละไม่กี่ที่ ใครอยากลองต้องไปเช้าหน่อย
ตระเวนคาเฟ่ลาดพร้าวทั้งวันแล้วอยากพักใกล้ ๆ ไม่ต้องฝ่ารถกลับไกล เรารวมที่พักทำเลดีย่านลาดพร้าว-รัชดา ที่เดินทางสะดวก ราคาคุ้ม จองง่ายผ่านแอปไว้ให้แล้ว
ดูที่พักทำเลดีย่านลาดพร้าว