🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าถามคอกาแฟกรุงเทพว่าย่านไหนนั่งคาเฟ่ได้ทั้งวันแบบไม่เบื่อ หลายคนตอบ \"ราชเทวี-พญาไท\" — ย่านนี้อยู่บนถนนพญาไท-เพชรบุรีช่วงกลางเมือง มี BTS พาดผ่านทั้งสถานีราชเทวีและพญาไท แถมพญาไทยังต่อ Airport Rail Link ไปสนามบินได้ เสน่ห์ของมันคือเป็นย่านที่อยู่อาศัยเก่าปนออฟฟิศและที่พักนักท่องเที่ยว ในตึกแถวและซอยเล็ก ๆ อย่างเพชรบุรี 5, เพชรบุรี 16, กิ่งเพชร ไปจนสะพานหัวช้างและสะพานควาย จึงมีคาเฟ่หลายแนวซ่อนอยู่เต็มไปหมด ทั้งร้าน specialty ที่จริงจังเรื่องเมล็ด คาเฟ่มินิมัลสีขาวสไตล์เกาหลี ร้านในสวนที่เป็นอาร์ตสเปซ ไปจนคาเฟ่วินเทจที่เปลี่ยนธีมไปเรื่อย ๆ เดินไม่กี่ก้าวก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ทั้งวัน นี่คือสิ่งที่ทำให้ราชเทวีต่างจากย่านคาเฟ่อื่นในกรุงเทพ — มันรวมคาเฟ่หลายสไตล์หลายระดับราคาไว้ในพื้นที่ที่เดินถึงกันด้วยรถไฟฟ้า
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยฝีมือและกาลเวลาจริง ๆ — Factory Coffee สาขาพญาไทที่เป็น specialty เจ้าดังคว้ารางวัลระดับสากล กับ Mrs.Cold ดราฟต์คอฟฟี่ที่ใคร ๆ ก็พูดถึง, Roots at Ratchathewi หน้าโรงแรมเอเชียที่ชูกาแฟไทยและมีเมนู Barista's Choice เปลี่ยนทุกเดือน, Casa Lapin คาเฟ่ลอฟต์ห่าง BTS ราชเทวีแค่ 50 เมตร และ Café Narasingh กาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท ที่ได้ชื่อว่าเป็นร้านกาแฟแห่งแรกของไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 บรรยากาศคลาสสิกอายุร้อยกว่าปี ส่วนสายถ่ายรูปและคาเฟ่มู้ดดีก็มี Piccolo Vicolo คาเฟ่ในสวนลับย่านกิ่งเพชร, The Palette ใต้สะพานหัวช้างที่กลางวันเป็นคาเฟ่กลางคืนแปลงร่างเป็น umeshu bar, Mono Cafe คาเฟ่ขาวคลีนกับ all-day breakfast, B-Story คาเฟ่วินเทจติด BTS ราชเทวี รวมถึง Screaming Beans และ Lazebkk สอง specialty ที่คอกาแฟตามไปเลือกเมล็ดกัน — เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มแก้วแรกที่ไหน
Factory Coffee (แฟคทอรี่ คอฟฟี่) สาขาพญาไท
ถ้าพูดถึงคาเฟ่กาแฟ specialty ที่คอกาแฟตัวจริงต้องมาเช็กอินสักครั้ง Factory Coffee สาขาพญาไทคือชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ร้านนี้ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปสวยทั่วไป แต่เป็นร้านของทีมบาริสต้าที่คว้าแชมป์บาริสต้าไทยมาแล้วถึง 3 สมัย และเคยขึ้นเวทีชั้นนำทั้งสาย Barista, Espresso และ Roasting เพราะฉะนั้นคนที่เหมาะกับที่นี่คือสายที่อยากดื่มกาแฟจริงจัง อยากลองเมล็ดแปลก ๆ และเมนูครีเอทีฟที่หาดื่มที่อื่นไม่ได้ มากกว่ามานั่งทำงานยาว ๆ
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Mrs.Cold เอสเพรสโซซ้อนเลเยอร์กับนมเย็นสูตรเฉพาะ หลายคนบอกว่าเนียนนุ่ม หอม ดื่มง่ายจนหมดแก้วเร็วมาก อีกตัวที่ต้องสั่งคือ Dirty Coffee ช็อตร้อนเทลงบนนมเย็น ได้กลิ่นกาแฟชัดและสัมผัสครีมมี่ ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ชื่อสาขา Phayathai เป็นเอสเพรสโซเมล็ดเชียงรายผสมเลมอนกับโซดา เปรี้ยวซ่าสดชื่นแบบที่คนชอบกาแฟดำสายผลไม้น่าจะถูกใจ และถ้าอยากเลือกเมล็ด single origin มาดริปเองก็มีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ พนักงานแนะนำได้ว่ารสไหนเป็นอย่างไร
บรรยากาศเป็นลอฟต์ปูนเปลือยเพดานสูง ดิบ ๆ เท่ ๆ พื้นที่ค่อนข้างกว้าง รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟคุณภาพคุ้มราคา แม้จะแพงกว่าคาเฟ่ทั่วไปนิดหน่อย (ส่วนใหญ่ตกราว 101–250 บาทต่อคน) ข้อสังเกตที่เจอแทบทุกรีวิวคือคนเยอะมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติและทัวร์จีนที่มาลงเป็นกลุ่ม ช่วงเสาร์อาทิตย์อาจต้องรอคิวเป็นชั่วโมง ทั้งคิวนั่งและคิวซื้อกลับ
ทำเลถือว่าเดินทางง่ายมาก อยู่ติด BTS พญาไท ทางออก 5 และเชื่อม Airport Rail Link พญาไท ลงรถไฟฟ้าแล้วเดินถึงเลย ร้านเปิดทุกวัน 08:00–16:00 (last order 15:30) ใครอยากเลี่ยงคิวยาวแนะนำให้มาช่วงเปิดร้านตอนเช้า จะได้นั่งสบายและไม่ต้องลุ้นคิวนาน ที่นี่ยอดนิยมเพราะคุณภาพกาแฟที่การันตีด้วยรางวัล บวกกับเมนูครีเอทีฟที่กล้าทดลอง เลยกลายเป็นหมุดหมายของคอกาแฟทั้งไทยและต่างชาติย่านพญาไท–ราชเทวี
Casa Lapin Specialty Coffee สาขาราชเทวี
ถ้าพูดถึงคาเฟ่กาแฟพิเศษที่อยู่กับคนกรุงมานานและยังเหนียวแน่น Casa Lapin คือชื่อต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง สาขาราชเทวีตั้งอยู่ในตึก Evergreen Place ถนนราชปรารภ-พญาไท เดินจาก BTS ราชเทวีแค่ราว 200 เมตร ทางออกเดียวก็ถึง ร้านตกแต่งโทนน้ำตาลอุ่น ๆ สไตล์ลอฟต์ เพดานสูง โต๊ะเยอะ มีปลั๊กทุกมุมและห้องประชุมแยก เพิ่งรีโนเวตใหม่ให้โล่งขึ้น เหมาะกับสายนั่งทำงาน ประชุมเงียบ ๆ หรือมาเปิดโน้ตบุ๊กยาว ๆ ทั้งบ่าย และร้านเป็น pet-friendly พาน้องหมามาได้ด้วย
เมนูที่คนสั่งซ้ำบ่อยคือกาแฟนม Flat White กับ Cappuccino ที่รีดนมเนียน รสกลมไม่เปรี้ยวจัด ใครชอบเข้ม ๆ Americano ของที่นี่มีโน้ตดาร์กช็อกโกแลตชัด ส่วนสายของหวานต้องลอง Panna Cotta Coffee เนื้อนุ่มหอมกาแฟ และเบเกอรี่โฮมเมดที่ทำสดทุกวัน โดยเฉพาะเบเกิลแซลมอนรมควันที่รีวิวยกให้เป็นพระเอก ชิ้นแซลมอนหนาให้ไม่งก ใครมาเป็นมื้อหลักก็มีซีซาร์สลัด แซนด์วิชเพสโต้ และแซนด์วิชมีตบอลที่หลายคนชมซอสมะเขือเทศว่าทำมาดี
เรื่องราคาถือว่าสมเหตุผลกับทำเลและคุณภาพ กาแฟและของกินส่วนใหญ่อยู่ช่วง 100–250 บาทต่อคน มีเซ็ตคุ้ม ๆ อย่างเบเกิลแซลมอน + คาปูชิโนร้อนราว 279 บาท ราคาในเมนูเป็นราคาสุทธิ ไม่มีบวกเพิ่ม จุดที่ควรรู้คือร้านอยู่ในตึกออฟฟิศ แสงธรรมชาติน้อยไปนิด บางมุมค่อนข้างมืดสำหรับสายถ่ายรูป และรีวิวเรื่อง Wi-Fi ความเร็วยังมีทั้งชมและบ่น แนะนำเผื่อเน็ตมือถือไว้ ขับรถมาจอดได้ที่โรงแรม Evergreen ประทับตราได้ 2 ชั่วโมง
ที่ Casa Lapin ราชเทวียังเป็นที่นิยมต่อเนื่อง เพราะรวมข้อดีของคาเฟ่ทำงานเข้ากับกาแฟพิเศษคุณภาพและอาหารที่กินอิ่มจริง ในจุดที่เดินทางสะดวกสุดของย่าน ได้คะแนน Google ราว 4.3 จากรีวิวกว่า 400 รายการ เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น เหมาะทั้งแวะกาแฟเช้าก่อนเข้างาน นั่งทำงานยาว ๆ หรือนัดเพื่อนคุยสบาย ๆ ในบรรยากาศเงียบ
Roots at Ratchathewi (รูทส์ ราชเทวี)
ใครเดินออกจาก BTS ราชเทวีทางออก 1 แล้วมองหากาแฟดี ๆ สักแก้ว Roots at Ratchathewi คือคำตอบที่อยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว ร้านตั้งอยู่หน้าโรงแรมเอเชียพอดี เป็นสาขาลำดับที่ 12 ของ Roots แบรนด์กาแฟ specialty สายไทยแท้ที่ปั้นกาแฟไทยมาตั้งแต่ปี 2013 ทำงานใกล้ชิดกับไร่กาแฟทางเหนือ จุดเด่นคือเลือกเมล็ดได้หลายตัว บอกบาริสต้าได้ว่าชอบโทนไหน เหมาะกับคนชอบจิบกาแฟแบบจริงจัง คนทำงานที่อยากหามุมเงียบ ๆ และนักท่องเที่ยวที่พักแถวประตูน้ำ-ราชเทวีอยากได้คาเฟ่ทำเลดีเดินถึง
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยและขายดีที่สาขานี้คือ Orange Tonic (130 บาท) น้ำส้มคั้นสดผสม Cold Brew สูตรเฉพาะของ Roots เติมโซดา ซ่า เปรี้ยวสดชื่น ดื่มกลางวันร้อน ๆ กำลังดี อีกตัวที่ห้ามพลาดคือ Barista's Choice เมนูพิเศษที่บาริสต้าแต่ละสาขาคิดมาแข่งกันและสลับใหม่ทุกเดือน ช่วงที่ผ่านมามีอย่าง Pumpkin Spice Cold Brew (140 บาท) ใส่ครีมฟักทองกับ Biscoff ใครสายนมลองลาเต้ (130 บาท) ที่คัดเมล็ดมาอย่างดี ส่วนของกินเล่นมี Cretzel ครัวซองต์อบใหม่ทุกวัน (100 บาท) กับเค้กแครอตที่แฟน ๆ Roots การันตี
บรรยากาศตกแต่งโทนอิฐน้ำตาล-กระเบื้องเทอราคอตตาตัดขาว ดูอุ่น ๆ มีเก้าอี้หวายลายเอกลักษณ์ของแบรนด์ จุดที่คนทำงานชอบคือปลั๊กเยอะ เกือบทุกโต๊ะมีให้เสียบ นั่งยาวได้สบาย มีโซนขายเมล็ดกาแฟ อุปกรณ์ และของแต่งร้านด้วย เสียงจากรีวิวจริงชมว่ากาแฟรสคงเส้นคงวาเหมือนทุกสาขา พนักงานบริการเร็วและเป็นมิตร พื้นที่กว้างนั่งสบาย ข้อสังเกตที่หลายคนพูดตรงกันคือเครื่องดื่มออกหวาน ปรับลดความหวานได้จำกัด ใครไม่ชอบหวานบอกพนักงานไว้ก่อนได้
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไป ร้านรับเงินสดอย่างเดียว ที่นั่งเป็นในร่มล้วน ราคาประมาณ 101–300 บาทต่อคน เปิดทุกวัน 07:30–17:30 น. จอดรถได้ที่โรงแรมเอเชีย ที่ Roots สาขานี้ฮิตเพราะรวมทุกอย่างที่สายคาเฟ่กรุงเทพอยากได้ไว้ในที่เดียว กาแฟไทยคุณภาพ ทำเลติด BTS มุมถ่ายรูปสวย และมุมทำงานที่นั่งได้จริง
Screaming Beans BKK สาขาราชเทวี
ใครเดินออกจาก BTS ราชเทวีทางออก 3 ฝั่งโรงแรมเอเชีย แล้วเหลือบไปเห็นบูธกาแฟเล็ก ๆ ใต้สถานีตรงป้ายโลโก้เมล็ดกาแฟ นั่นแหละ Screaming Beans BKK สาขาราชเทวี ร้านสเปเชียลตี้แบบ takeaway ที่คนแถวนั้นแวะซื้อก่อนขึ้นรถไฟฟ้ากันเป็นกิจวัตร เหมาะกับสายกาแฟที่อยากได้แก้วคุณภาพดีในราคาเบา ๆ ไม่ต้องเข้าคาเฟ่หรู ๆ ให้เสียเวลา จุดขายคือเขาหมุนเวียนเมล็ดให้เลือกทั้งไทยและนอก เช่น ดอยช้าง กับ คอสตาริกา ใครชอบลองรสเมล็ดต่างแหล่งจะสนุกกับร้านนี้
เมนูที่ต้องสั่งคือ Espresso Tonic โทนิคผสมเลมอนโซดาอัดลมเย็น ๆ ราดด้วยช็อตเอสเพรสโซเข้ม ๆ รีวิวจริงบนวงในบอกว่า "เข้มข้นสะใจ สดชื่นซาบซ่า" ดื่มแล้วตื่นกับอากาศร้อนกรุงเทพได้ดีมาก ส่วนสาย Latte กับ Cappuccino ก็ทำได้นิ่ง คนรีวิวชมว่ารสกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวจัด ไม่เข้มจนขม ดื่มง่าย ใครไม่กินกาแฟยังมีชาเขียวมัทฉะกับชาไทยให้เลือก เรียกว่ามากันหลายคนก็ไม่มีใครอด
เรื่องราคาถือว่าน่ารักมากสำหรับกาแฟสเปเชียลตี้ Latte กับ Cappuccino แก้วละ 65 บาท บางเมนูเริ่มที่ 40 บาท เฉลี่ยต่อคนไม่ถึงร้อย คะแนนรีวิวบนวงในอยู่ที่ราว 3.8 ดาว คนชมเรื่องคุณภาพกาแฟคุ้มราคาเป็นเสียงเดียวกัน ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนไปคือร้านเป็นบูธเล็ก ที่นั่งมีแค่ 2 โต๊ะข้างนอก แดดส่องตรงช่วงกลางวัน เลยเหมาะกับซื้อกลับมากกว่านั่งชิล
ทำเลดีสุด ๆ เพราะอยู่ติด BTS ราชเทวีเลย เดินจากทางออกแป๊บเดียวถึง เปิดประมาณ 07:00–16:00 (บางวันธรรมดาปิดดึกกว่านั้น) เปิดเช้าพอดีกับคนรีบไปทำงาน มีเดลิเวอรีผ่าน Grab/Lineman/Robinhood ด้วย ที่คนนิยมก็เพราะได้กาแฟคั่วเองคุณภาพดีในจุดที่เดินทางสะดวกสุด ๆ ราคาไม่แพง แวะง่าย เป็นร้านประจำของคนย่านราชเทวี-พญาไทไปแล้ว
Lazebkk Specialty Coffee (เลซ)
ถ้าเดินจาก BTS สะพานควายเข้ามาทางซอยสุทธิสารวินิจฉัย เลซ (LAZE / Lazebkk) คือคาเฟ่ตึกแถวสีขาวกระจกใสที่คอกาแฟพิเศษพูดถึงกันเยอะมาก จุดเริ่มต้นคือเจ้าของรีโนเวตบ้านพ่อตัวเองให้กลายเป็นโรงคั่วเล็ก ๆ บวกคาเฟ่ คั่วเมล็ดเองในร้าน ตัวร้านเลยมีกลิ่นเป็นโรงคั่วจริงจังแต่บรรยากาศชิลสบาย ๆ เหมาะกับคนที่อยากจิบกาแฟแบบไม่เร่งรีบ มาคนเดียวนั่งทำงาน หรือชวนเพื่อนมานั่งคุยยาว ๆ ก็ได้หมด
เมนูที่ทำให้ร้านนี้ติดปากสายกาแฟคือเมล็ดพิเศษหมุนเวียน อย่าง Colombia El Paraiso Sakura ที่ผ่านกระบวนการ Double Anaerobic ออกมาหอมกลิ่นดอกไม้ผลไม้ชัดแบบที่หาดื่มไม่ได้ทั่วไป ใครชอบดริปก็มีซิงเกิลออริจินสลับเข้ามาเรื่อย ๆ เช่น Ethiopia สาย honey เปรี้ยวหวานปลายสะอาด ส่วนคนไม่ดื่มกาแฟเข้มก็มี dirty นมหอม ๆ และเครื่องดื่ม non-coffee อย่างโซดาเบอร์รี่ซ่า ๆ ฝั่งเบเกอรี่โฮมเมดก็เด็ดไม่แพ้กัน ตัวที่คนถ่ายรูปบ่อยคือ Lavender Carrot Cake ที่ใช้ครีมไอศกรีมลาเวนเดอร์ กับชีสเค้กซิกเนเจอร์อย่างลิ้นจี่และมัทฉาที่เนื้อเบานุ่ม
รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องกาแฟสะอาด คุมรสดี ไม่หวานเกิน และพนักงานบริการน่ารัก ร้านแบ่งโซนแอร์ในตัวอาคารกับโซน outdoor มีมุมรูฟท็อปเล็ก ๆ ที่แสงสวยช่วงเย็น ถ่ายรูปขึ้น แถมยังมีพื้นที่แกลเลอรีจัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนให้เดินดูเพลิน ๆ ราคาเครื่องดื่มเริ่มราวหลักร้อย เค้กราว 160 บาท โดยรวมอยู่ช่วงประมาณ 90–300 บาท ถือว่าสมเหตุผลกับคุณภาพเมล็ดและงานคราฟต์
ข้อควรรู้นิดหน่อย ร้านปิดวันจันทร์ เปิดประมาณ 08:00–17:30 (เสาร์–อาทิตย์ลากยาวถึง 18:30) ช่วงสุดสัปดาห์คนเยอะและที่นั่งฝั่งแอร์เต็มไว มาเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะสบายกว่า เมล็ดพิเศษบางตัวมาเป็นล็อต หมดแล้วหมดเลย ใครเล็งตัวไหนไว้เช็กหน้าเพจก่อนมาได้ ที่จอดรถมีจำกัด นั่ง BTS มาลงสะพานควายแล้วเดินต่อสะดวกสุด
🛏️ พักค้างย่านราชเทวี-พญาไท นั่งคาเฟ่ได้ทั้งวันไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากเก็บคาเฟ่ให้ครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างย่านราชเทวี-พญาไทสักคืนคุ้มกว่ามาก — ย่านนี้มี BTS ทั้งราชเทวีและพญาไท แถมเชื่อม Airport Rail Link ที่พญาไทไปสนามบินได้สบาย ที่พักหลายแห่งอยู่ในรัศมีเดินถึงคาเฟ่ดังในลิสต์และห้างใหญ่ ตื่นเช้ามาเริ่มแก้วแรกที่ specialty ในซอยแล้วค่อยไล่นั่งคาเฟ่ทั้งวัน มีตั้งแต่โฮสเทลราคาหลักร้อย (บางคาเฟ่อย่าง The Palette กับ Mono ก็มีโซนพักเองด้วย) ไปจนโรงแรมระดับดี เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
Piccolo Vicolo Café (ปิคโคโล วิโคโล)
ถ้าอยากหาคาเฟ่ที่เหมือนหลุดออกจากเมืองทั้งที่ยังอยู่ใจกลางกรุง Piccolo Vicolo (ปิคโคโล วิโคโล) คือคำตอบที่หลายคนนึกถึง ร้านซ่อนตัวอยู่สุดตรอกวัดพระยายังในโครงการ GalileOasis ย่านราชเทวี เดินจาก BTS ราชเทวีมาราว 800 เมตร พอเลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆ ก็เจอตึกแถวเก่าอายุกว่า 50 ปีที่ปรับเป็นคาเฟ่โทนเขียวสไตล์ลอฟต์ ผนังปูนเปลือย เฟอร์นิเจอร์ไม้ ต้นไม้เขียวครึ้มทั้งในร้านและสวนรอบ ๆ เหมาะกับคนสายถ่ายรูป คู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งชิลยาว ๆ บางวันมีแมวเดินมาทักทายด้วย
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ "มัทฉะมะพร้าว" (Matcha Coconut) ที่ได้กลิ่นมัทฉะเข้มตัดกับความหอมมันของมะพร้าวกำลังดี ตามด้วยอเมริกาโนเย็นที่หลายคนบอกว่ากาแฟแน่น ไม่เปรี้ยวจัดไม่หวานนำ ใครชอบของหวานมีครัวซองอบใหม่ เค้ก และชีสเค้ก (เอสเปรสโซแมคคาเดเมียกับบลูเบอร์รีได้คำชมเยอะ) ส่วนสายดื่มลองโซดา Black Coconut กับ Black Lemon หรือชาไทยสูตรร้านก็ไม่ผิดหวัง
ด้านราคาอยู่ช่วงกลาง ๆ เครื่องดื่มราว 110–180 บาท ของหวานเพิ่มอีกนิด รวมต่อหัวประมาณ 100–250 บาท ตัวร้านแบ่งเป็นโซนแอร์ชั้นล่างและโซน outdoor ในสวน ส่วนชั้น 2 มีงานศิลปะของคนทำงานดีไซน์มาจัดแสดง เป็นมุมถ่ายรูปสวยทั้งสองชั้นและรอบสวน เปิดทุกวัน 9.00–17.00 น. หยุดวันอังคาร
ข้อควรรู้ก่อนไป ที่จอดรถมีจำกัดมาก แนะนำมา BTS แล้วเดินเข้าซอยจะสบายที่สุด วันหยุดเสาร์-อาทิตย์คนเยอะและมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะมาไม่น้อย ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ นั่งทำงานหรือถ่ายรูปสบาย ๆ ลองมาช่วงเปิดร้านหรือวันธรรมดาจะลงตัวกว่า
B-Story Café (บี สตอรี่) ราชเทวี
ถ้าเดินออกจาก BTS ราชเทวี ทางออก 4 แล้วเจอร้านที่หน้าตาเหมือนเรือนกระจกในสวนอังกฤษโผล่มากลางตึกคอนกรีต นั่นแหละ B-Story Café ร้านในโครงการ Coco Walk ที่คนถ่ายรูปลงไอจีกันไม่หยุดมาหลายปี ตัวร้านสองชั้น ตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง ต้นไม้จริง หมีน้อย กระจกสี และเฟอร์นิเจอร์ไม้ สไตล์วินเทจยุโรปปนกอทิกนิด ๆ จุดเด่นคือโซนกรีนเฮาส์ที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามาเต็ม ๆ ถ่ายรูปสวยทุกมุม แถมร้านยังเปลี่ยนธีมตกแต่งตามเทศกาล ช่วงฮาโลวีนจะแต่งหลอน ๆ คริสต์มาสก็จัดเต็ม ใครชอบคาเฟ่บรรยากาศจัด ๆ มานั่งชิลกับเพื่อนหรือคู่รัก ที่นี่ตอบได้สบาย
เมนูที่คนสั่งบ่อยคือของหวานสายคาเฟ่ ทั้งฮันนี่โทสต์ วาฟเฟิลเนื้อเบาฟู เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม วิปครีม และผลไม้ กับเค้กในตู้ที่มีให้เลือกหลายแบบ เช่น บานาน่าช็อกโกแลตเค้ก บลูเบอร์รีชีสเค้ก เด็ดสุดต้องลองกาแฟลาเต้อาร์ตหน้าหมีที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ฝั่งของคาวก็มีอาหารจานเดียวทั้งฝรั่งและไทยให้กินอิ่มจริง อย่าง Mac 'n Cheese ชีสเยิ้ม ๆ ราคา 180 บาท เกซาดิยา 150 บาท สไปซีวิงส์ปีกไก่ทอดเกาหลี 135 บาท หรือแซลมอนย่างจานใหญ่ราว 290 บาท ส่วนเครื่องดื่มแนะนำ Peach Honey Soda กับมะม่วงสมูทตี้
เสียงจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่า "สวยกว่าในรูป" บรรยากาศและการตกแต่งคือพระเอกตัวจริง พนักงานเป็นกันเอง ส่วนเรื่องรสชาติคนส่วนใหญ่บอกว่าโอเค อยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการมานั่งจิบกาแฟกินขนมถ่ายรูปมากกว่ามาหวังมื้อหนักจริงจัง บางรีวิวก็ติว่าราคาขนมเริ่มสูงไปนิดเมื่อเทียบกับรส แต่ก็แลกมากับมุมถ่ายรูปที่หาที่ไหนไม่ได้ในย่านนี้
ราคาต่อหัวอยู่ราว 100–250 บาท ถือว่าจับต้องได้สำหรับคาเฟ่ทำเลทอง ร้านเปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. อยู่ติด BTS ราชเทวีเดินแค่ไม่กี่ก้าว มีที่จอดรถในโครงการ Coco Walk ข้อควรรู้คือช่วงเสาร์-อาทิตย์หรือเทศกาลคนเยอะ โต๊ะมุมสวย ๆ อาจต้องรอ มาเลี่ยงช่วงพีคจะได้นั่งสบายและถ่ายรูปได้เต็มที่กว่า
Mono Cafe BKK (โมโน คาเฟ่)
Mono Cafe BKK (โมโน คาเฟ่) คือคาเฟ่สองชั้นโทนขาวสไตล์มินิมอลในซอยเพชรบุรี 16 ที่กลายเป็นจุดนัดหมายประจำของคนย่านราชเทวี-พญาไท เดินจาก BTS ราชเทวี ทางออก 3 แค่ร้อยกว่าเมตรก็ถึง คอนเซ็ปต์ร้านคือ all-day breakfast เสิร์ฟอาหารเช้าทั้งวัน เลยเหมาะกับทั้งสายตื่นเช้ามากินกาแฟก่อนเข้างาน และสายตื่นสายที่อยากได้ออมเล็ตหรือจานไข่ตอนบ่าย ใครชอบคาเฟ่ขาวสะอาดตาแบบเกาหลี ไว้นั่งทำงาน นั่งคุยกับเพื่อน หรือถ่ายรูปสบาย ๆ ร้านนี้ตอบได้หมดในที่เดียว
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Matcha Coconut มัทฉะผสมกะทิที่หลายคนบอกว่าหอมมะพร้าวกลม ๆ ไม่หวานจัด เข้ากับมัทฉะได้ดีและดื่มแล้วสดชื่น ส่วนสายของหวานมีเค้กให้เลือกหลายหน้า ทั้งชีสเค้ก แครอตเค้ก และเค้กเลเยอร์ที่รีวิวชมว่าชิ้นใหญ่เนื้อชุ่ม ด้านเบเกอรีมีครัวซองต์อบใหม่ ส่วน Black Orange เป็นเมนูเอสเพรสโซผสมส้มที่สายเปรี้ยวซ่าควรลอง กาแฟที่นี่ชงด้วยเครื่อง La Marzocco Linea ใช้เมล็ดคั่วอ่อนคัดมาดี ลาเต้อาร์ตสวย เป็นกาแฟที่คอกาแฟหลายคนให้ผ่าน
บรรยากาศเป็นกระจกใสรับแสงธรรมชาติ ชั้นล่างนั่งสบาย ชั้นบนมีโซนกลุ่มและห้องประชุมเล็ก ๆ มี Wi-Fi ฟรี ที่จอดรถ และเป็นร้าน pet-friendly พาน้องหมาน้องแมวมาได้ ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 90-250 บาท เครื่องดื่มเริ่มหลักร้อย เซ็ตน้ำชาราว 245 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและทำเล
ที่ร้านยอดนิยมเพราะรวมทุกอย่างที่คนย่านนี้มองหา ใกล้รถไฟฟ้า เปิดเช้าถึงเย็น อาหารคาวหวานครบ และมุมถ่ายรูปเยอะ บน Google ได้คะแนนราว 4.6 จากรีวิวหลายร้อย เปิดทุกวัน 7:00-18:00 น. ข้อควรรู้นิดเดียวคือช่วงเสาร์-อาทิตย์และเวลาบ่ายคนค่อนข้างเยอะ อยากได้โต๊ะริมกระจกแนะนำมาเช้าหรือเลี่ยงชั่วโมงพีค
The Palette (เดอะ พาเลตต์)
ถ้าเดินจาก BTS ราชเทวีลงมาทางสะพานหัวช้าง แล้วอยากหามุมเงียบ ๆ จิบกาแฟดี ๆ The Palette (เดอะ พาเลตต์) คือคาเฟ่ลับที่ซ่อนอยู่ในตึกเก่าสองชั้นริมสวนเฉลิมหล้า เหมาะกับสายกาแฟที่อยากนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือนัดคุยงานชิล ๆ มากกว่าคาเฟ่ถ่ายรูปจัด ๆ ตัวร้านแต่งสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล โทนขาว-ไม้ เพดานสูงโปร่ง กระจกหน้าร้านรับแสง มีเบาะนั่งนุ่ม ๆ และหมอนมาสคอตสีขาวน่ารักวางอยู่ตามมุม คนรีวิวบอกตรงกันว่า "บรรยากาศดี เงียบ พนักงานเป็นกันเองมาก"
เมนูที่ควรสั่งคือ Honeycomb Latte (฿95) ลาเต้เย็นโปะรังผึ้งทำเอง หวานหอมเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน, Dirty (฿90) ช็อตเอสเพรสโซเข้ม ๆ เทผ่านครีมเย็นกับนมสด, Einspänner เวียนนามีให้เลือกทั้ง Black (อเมริกาโน) และ White (ลาเต้) โปะครีมสูตรร้าน (฿100) และ Cold Brew (เริ่ม ฿90) สำหรับสายกาแฟดำ จุดที่ทำให้รสชาติต่างคือเมล็ดกาแฟ เอสเพรสโซใช้ซิงเกิลออริจินจากบ้านกอกจูน น่าน ส่วนดริปสลับเมล็ดจากเอธิโอเปีย โคลอมเบีย ฮอนดูรัส และดอยทางเหนืออย่างเชียงราย-ปางขอน รีวิวหลายเสียงชมว่ากาแฟคุณภาพดี มัทฉะแท้รสกลมกล่อม ไม่หวานเกิน
ราคาอยู่ราว ฿70–200 ต่อแก้ว จับต้องได้สำหรับคาเฟ่สเปเชียลตี้ใจกลางเมือง มีของไม่ใช่กาแฟอย่าง Pal's Cocoa (฿90), Yuzu Fizz และ Duo Cloud มัทฉะ-ยูซุโปะครีม เผื่อคนไม่ดื่มกาแฟ ข้อควรรู้คือร้าน รับเงินสดเท่านั้น เตรียมแบงก์ไปด้วย ที่จอดรถไม่มีในตัว ต้องไปจอดโรงแรมเอเชียหรือสยามดิสคัฟเวอรีแล้วเดินเข้ามา นั่งรถไฟฟ้ามาง่ายกว่า
ความน่าสนใจอีกอย่างคือคอนเซ็ปต์ของร้าน กลางวันเป็นคาเฟ่กาแฟ ส่วนแผนระยะยาวคือช่วงค่ำจะแปลงร่างเป็นบาร์อุเมะชู (เหล้าบ๊วยญี่ปุ่น) ในชื่อ Mamashu Umeshu BKK รวมสองโลกไว้ในที่เดียว บน Google ร้านได้คะแนนสูงถึง 4.8 ติดอันดับต้น ๆ ของคาเฟ่ในกรุงเทพ สะท้อนว่าทั้งกาแฟ บริการ และความเงียบสงบของที่นี่ถูกใจคนที่มาจริง เปิดทุกวันประมาณ 09:00–18:00
กาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท (Café Narasingh)
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปนั่งจิบกาแฟในวังจริง ๆ ที่นี่คือคำตอบ "กาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท" เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในพระราชวังพญาไท (ในเขตโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) และเล่าขานกันว่าเป็นร้านกาแฟแห่งแรก ๆ ของไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ตัวอาคารไม้เก่าทรงยุโรปเพดานสูง พื้นไม้สักขัดเงา ลวดลายเขียนสีบนฝ้าและผนังยังเก็บรักษาไว้สวยมาก เดินเข้าไปเหมือนย้อนเวลากลับไปร้อยปีก่อนจริง ๆ เหมาะกับคนชอบบรรยากาศคลาสสิก สายถ่ายรูป และคนที่มาเที่ยวชมพระราชวังแล้วอยากแวะพักจิบเครื่องดื่ม
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคือ ชาไทยเย็น หอมเข้มกลมกล่อม คาปูชิโนกับเอสเพรสโซร้อนสำหรับสายกาแฟ และวาฟเฟิลเนยกรอบนอกนุ่มในกินคู่กาแฟกำลังดี ใครชอบของคาวที่นี่มีอาหารฝรั่งง่าย ๆ และอาหารไทยโบราณให้ลอง อย่างสลัดนรสิงห์ ข้าวต้มหมู หมูแฮ่กึ๊นเสิร์ฟกับขนมปังราดซอสขิง และหมูสามชั้น ปิดท้ายด้วยเค้กส้มที่หลายรีวิวให้คะแนนเกือบเต็ม รสชาติโดยรวมรีวิวจริงบอกว่าอาหารอร่อยและเข้ากับบรรยากาศดีมาก มีบ้างที่บางจานอยากให้เนื้อหมูเปื่อยนุ่มกว่านี้นิดหน่อย แต่ของหวานกับเครื่องดื่มแทบไม่มีใครติ
เรื่องราคาถือว่าจับต้องได้สำหรับร้านในวัง เครื่องดื่มและของหวานอยู่ในช่วงหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ ถ้าสั่งเป็นมื้ออาหารจริงจังก็ขยับไปราว 150–300 บาทต่อคน ร้านเปิดทุกวัน จันทร์–ศุกร์ 08:00–18:00 น. เสาร์–อาทิตย์ 08:30–18:00 น. มาง่ายสุดคือลง BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วต่อเข้าฝั่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เดินเข้าพระราชวังพญาไท ร้านอยู่ในอาคารหลังอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6
ที่นี่ยอดนิยมเพราะได้ทั้งกาแฟ ขนม และประวัติศาสตร์ในที่เดียว มาทีเดียวได้เดินชมวังเก่าฟรี ๆ แล้วนั่งพักในร้านที่อายุร้อยกว่าปี บน Google ได้คะแนนสูงถึง 4.5 ดาว สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ประทับใจ ข้อควรรู้นิดหน่อยคือบางโซนของร้านต้องถอดรองเท้าก่อนเข้า ที่จอดรถในวังมีจำกัด วันหยุดคนเยอะควรเผื่อเวลา และเพราะเป็นพื้นที่ในวัง บรรยากาศจะเงียบสงบ เหมาะกับการมานั่งชิล ๆ มากกว่ามาเป็นกลุ่มใหญ่เสียงดัง
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว ลองฟู้ดทัวร์-คลาสกาแฟ
ใครมีเวลาไม่มากแต่อยากชิมให้ครบหลายร้าน การจองฟู้ดทัวร์ย่านเมืองเก่า-กลางกรุงผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ช่วยได้เยอะ เพราะมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินชิมทีละร้าน เล่าที่มาของเมนูและพาลัดเลาะซอยที่หาเองยาก เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมกาแฟและสตรีทฟู้ดกรุงเทพแบบลึกขึ้น หรือถ้าอยากลงมือทำเอง ก็มีคลาสเรียนชงกาแฟและคลาสทำอาหารไทยให้เลือกหลายแบบ ได้ทั้งสนุกและกลับไปทำเองที่บ้านต่อได้
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านราชเทวี-พญาไท กรุงเทพฯ
คาเฟ่เกือบทั้งหมดในลิสต์เดินจาก BTS ราชเทวีหรือพญาไทถึงในไม่กี่นาที ถ้าจะนั่งหลายร้านในวันเดียว ใช้รถไฟฟ้าหรือเรียก Grab ระหว่างจุดสะดวกกว่าขับเอง เพราะหลายร้านเป็นตึกแถวไม่มีที่จอดในตัว และที่จอดในย่านหายาก
คาเฟ่ส่วนใหญ่รับบัตรและสแกนจ่ายแบบ QR (PromptPay) ได้ แต่ถ้าแวะกินสตรีทฟู้ดหรือร้านเล็กระหว่างทางในย่านนี้ มักรับแต่เงินสด พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้จะคล่องกว่า
ร้าน specialty ดัง ๆ และคาเฟ่ถ่ายรูปคนแน่นช่วงเสาร์-อาทิตย์และบ่ายวันหยุด มาช่วงเปิดร้านตอนเช้าหรือวันธรรมดาจะได้ที่นั่งสบายและถ่ายรูปได้ไม่ต้องแย่งมุม อีกอย่างคือหลายร้านปิดเร็ว (บ่าย 4-6 โมง) เช็กเวลาก่อนออกเดินทาง
คาเฟ่ไทยไม่บังคับทิปและส่วนใหญ่ไม่มีค่าบริการเหมือนร้านอาหารใหญ่ ถ้าประทับใจบริการจะหยอดเศษเหรียญลงกล่องทิปที่เคาน์เตอร์ก็ได้ ถือเป็นน้ำใจ ไม่ใช่ข้อบังคับ
คาเฟ่ย่านนี้ชินกับลูกค้าต่างชาติ ส่วนใหญ่มีเมนูภาษาอังกฤษหรือรูปประกอบ และบาริสต้าหลายร้านสื่อสารอังกฤษได้ระดับสั่งกาแฟสบาย ๆ ชื่อเมนู specialty อย่าง Dirty, Espresso Tonic, Flat White ก็เป็นสากลอยู่แล้ว สั่งได้ไม่ต้องกังวล
กาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท อยู่ในอาคารพระราชวังเก่า ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้า (มีชั้นวางหน้าร้าน) แต่งตัวสุภาพและช่วยกันรักษาความเงียบ เพราะเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คาเฟ่ทั่วไป
วางแผนนั่งคาเฟ่ราชเทวีให้ครบในวันเดียว
ถ้าอยากเก็บคาเฟ่ย่านนี้ให้คุ้ม ลองไล่ตามทำเลแบบนี้ เริ่มเช้าที่ Mono Cafe หรือ Casa Lapin แถวเพชรบุรี 16 ติด BTS ราชเทวี ที่เปิดตั้งแต่ 7 โมงและมี all-day breakfast รองท้องก่อน จากนั้นเดินไปจิบกาแฟ specialty จริงจังที่ Roots at Ratchathewi หน้าโรงแรมเอเชีย หรือ Screaming Beans ที่เลือกเมล็ดได้ พอช่วงสายต่อบ่ายค่อยขยับไปสายถ่ายรูปที่ Piccolo Vicolo คาเฟ่ในสวนแถวกิ่งเพชร และ B-Story โซนกรีนเฮาส์ที่ Coco Walk
ใครเป็นสาย specialty ตัวจริงควรเผื่อเวลาไป Factory Coffee สาขาพญาไท (เดินจาก BTS พญาไท/ARL) ลอง Mrs.Cold สักแก้ว และ Lazebkk ฝั่งสะพานควายที่มีเมล็ดพิเศษอย่าง Colombia El Paraiso Sakura ส่วนช่วงท้ายวันถ้าอยากได้บรรยากาศพิเศษ แนะนำ กาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท ร้านกาแฟแห่งแรกของไทยในพระราชวังเก่า (ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้า) แล้วปิดท้ายที่ The Palette ใต้สะพานหัวช้าง ที่กลางวันเป็นคาเฟ่ พอเย็นแปลงร่างเป็น umeshu bar จิบเหล้าบ๊วยส่งท้ายได้เลย หลายร้านเปิดถึงแค่บ่าย 4-6 โมง เช็กเวลาก่อนไปจะได้ไม่พลาด
ถ้าอยากนั่งคาเฟ่ย่านราชเทวี-พญาไทแบบไม่ต้องรีบ เช้าจิบกาแฟ บ่ายถ่ายรูป เย็นต่อ umeshu bar การพักค้างสักคืนคุ้มกว่ามาก — ย่านนี้มี BTS ทั้งราชเทวีและพญาไท ที่พักหลายแห่งเดินถึงคาเฟ่ในลิสต์และห้างใหญ่ เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
🔍 เช็คราคาที่พักย่านราชเทวี (Agoda)