🔄 ตรวจสอบล่าสุด 3 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ย่านห้าแยกลาดพร้าวมีเสน่ห์ตรงที่มันเป็นทั้งชุมทางขนส่งและแหล่งกินในตัวเดียวกัน ออกจาก BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าวหรือ MRT พหลโยธินปุ๊บ ก็เจอเซ็นทรัลลาดพร้าวกับยูเนี่ยนมอลล์ประกบสองฝั่งถนน รอบ ๆ มีทั้งตึกออฟฟิศ คอนโด และห้องแถวเก่าที่เปิดขายของกินมาหลายสิบปี พอเลยขึ้นไปทางพหลโยธินตอนบนถึงบางเขนก็เจออาหารเวียดนามต้นตำรับ ส่วนถ้าเลี้ยวเข้าสุทธิสารก็เป็นดงร้านเด็ดทั้งลูกชิ้นปลา ข้าวหมูแดง เป็ดย่าง และสเต็กเปิดดึก เดินหรือนั่งวินไม่กี่นาทีก็เปลี่ยนแนวอาหารได้หมด นี่แหละคือเหตุผลที่คนกินเที่ยวย่านนี้ไม่มีวันเบื่อ
ในลิสต์นี้มีทั้งของเก่าและของใหม่ที่คนแถวนี้ยกให้เป็นตัวจริง โจ๊กมัลลิกาปากซอยลาดพร้าว 1 คือร้านที่คนต่อแถวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง พอโจ๊กหมดก็เปลี่ยนเป็นก๋วยจั๊บน้ำข้น ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเจ๊แดงหน้าเซ็นทรัลเป็นร้านในตำนานที่มะระตุ๋นเปื่อยจนแทบละลาย ตี๋เป็ดปักกิ่งตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าวย่างเป็ดหนังกรอบขายคู่ย่านมานาน ข้าวหน้าเป็ดกับบะหมี่เกี๊ยวเป็ดเป็นของขึ้นชื่อ ส่วนแสงทองสุทธิสารก็เป็ดย่างหมูแดงเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านมานาน ใครสายบุฟเฟต์มี In The Middle by Kaizen ในลาดพร้าว ฮิลส์ ใครอยากนั่งชิลมี RATT Cafe บ้านไม้โทนเขียว-ขาวในซอยลาดพร้าว 8 เลือกได้ตามอารมณ์ อ่านจบแล้วเตรียมท้องมาลองได้เลย
โจ๊กมัลลิกา (ลาดพร้าว ซอย 1)
ถ้าตื่นมาแถวห้าแยกลาดพร้าวแล้วอยากได้อะไรร้อน ๆ รองท้องก่อนเริ่มวัน โจ๊กมัลลิกาคือชื่อที่คนแถวนี้นึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านเปิดขายมากว่า 30 ปี ตั้งอยู่ปากซอยลาดพร้าว 1 ริมถนนลาดพร้าวหน้ายูเนี่ยนมอลล์พอดี เดินจาก MRT พหลโยธินทางออก 5 แค่ราว 50 เมตรก็ถึง เหมาะมากสำหรับคนทำงานแถวเซ็นทรัลลาดพร้าว คนที่ต้องรีบเข้าออฟฟิศ หรือใครที่ผ่านมาแล้วอยากลองโจ๊กเจ้าเก่าที่คนต่อคิวกันตั้งแต่เช้า
เมนูขึ้นชื่อคือโจ๊กหมูใส่ไข่ออนเซ็น เติมปาท่องโก๋กรอบ ๆ ลงไปจิ้ม จุดที่คนติดใจคือเครื่องแน่นและเลือกได้เยอะ ทั้งหมูสับ เครื่องในหมู ซี่โครง กุ้ง ปลา หมูกรอบ ไปจนถึงแปะก๊วย จะสั่งแบบทรงเครื่องจัดเต็มหรือหมูสับล้วน ๆ ก็ได้ พอโจ๊กหมดช่วงสายร้านจะเปลี่ยนมาขายก๋วยจั๊บน้ำข้น เครื่องในแน่นเหมือนกัน คนที่มาสายก็ยังมีของกิน
รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่าเนื้อโจ๊กบดกำลังดี ไม่เหลวไม่เหนียว หอมกลิ่นข้าว หมูก้อนใหญ่รสชาติดี และเครื่องในสะอาดไม่มีกลิ่นคาว ปาท่องโก๋ทอดใหม่กรอบ ราคาต่อหัวไม่เกินร้อย โจ๊กเริ่มราว 70 บาท ใส่เครื่องเต็มก็ 85–90 บาท ถือว่าสมราคาสำหรับปริมาณที่ได้ ข้อสังเกตที่หลายคนพูดตรงกันคือช่วงราว 8 โมงเช้าคนแน่นมาก อาจต้องรอคิวและหาที่นั่งยากหน่อย ถ้าไม่อยากรอแนะนำมาเช้ากว่านั้นหรือสั่งกลับบ้าน เมนูเป็นภาษาไทยเป็นหลัก แต่ชี้รูปสั่งได้ไม่ยาก
ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเจ๊แดง เซ็นทรัลลาดพร้าว
ถ้าเดินออกจากเซ็นทรัลลาดพร้าวแล้วหิว ร้านนี้คือหมุดที่คนย่านนี้ปักไว้มานาน "ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเจ๊แดง" เป็นร้านเก่าแก่ระดับตำนานที่ตั้งอยู่ข้างห้างริมถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร เดินจาก MRT พหลโยธินแค่ร้อยเมตรก็ถึง เหมาะกับคนที่อยากได้มื้อเร็วอิ่มคุ้มก่อนช้อปหรือหลังเลิกงาน เมนูขึ้นชื่อคือก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ ที่เลือกส่วนไก่ได้ทั้งน่อง ข้อ ตีนไก่ และเลือด
จุดที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือมะระ ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มแทบละลายในปาก และไม่ขมอย่างที่หลายคนกลัว น้ำซุปไก่ตุ๋นหอมเข้มข้น ไก่นุ่ม ตีนไก่เปื่อยได้ใจ ใครไม่กินไก่ก็มีก๋วยเตี๋ยวเรือหมู บะหมี่ต้มยำหมูกรอบ และเส้นเล็กน้ำตกให้ลอง ที่เด็ดอีกอย่างคือผักสดตักเองแบบบุฟเฟต์ไม่อั้น ทั้งมะระ ถั่วงอก โหระพา ผักกาดซอย กับพริกคั่วหอม ๆ ที่หลายคนบอกว่าใส่แล้วอร่อยขึ้นเยอะ แต่ต้องคุมมือหน่อยเพราะเผ็ดจริง
ราคาเป็นกันเอง ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระอยู่ราว 60–75 บาทต่อชาม ตกคนละไม่ถึงร้อย บรรยากาศเป็นร้านเปิดโล่งริมทาง มีสองฝั่งทั้งทางเข้าห้างและฝั่งกลาง ที่นั่งเยอะแต่ช่วงมื้อเที่ยงและเย็นคนแน่น ต้องเผื่อเวลารอบ้าง เปิดทุกวัน 11:00–21:30 น. รับเงินสดอย่างเดียว ไม่มีโอน
ที่ร้านนี้ยืนระยะมาได้เพราะรสชาติคงเส้นคงวาปีแล้วปีเล่า คนย่านลาดพร้าวจำได้ตั้งแต่ราคาถูกกว่านี้ ข้อควรรู้คือรีวิวบางส่วนบอกว่ารสก๋วยเตี๋ยวเรือแค่พอใช้ ตัวชูโรงจริง ๆ คือไก่มะระ มาแล้วสั่งให้ตรงจุดจะคุ้มสุด และเตรียมเงินสดมาให้พร้อม
ตี๋เป็ดปักกิ่ง
ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว ใต้สะพานลอยฝั่งยูเนี่ยนมอลล์ มีร้านเล็ก ๆ ที่คนแถวนี้รู้จักกันดีมาหลายสิบปี ตี๋เป็ดปักกิ่งขายของสองอย่างตามชื่อ คือเป็ดย่างและหมูแดง เสิร์ฟในชามก๋วยเตี๋ยวหรือบนข้าว ราคาไม่ถึงร้อยบาท แต่รสชาติไม่ได้น้อยหน้าร้านแถวยาว ฝีมือย่างเป็ดที่นี่ทำให้หนังกรอบเงาวาว เนื้อข้างในยังชุ่มน้ำ ไม่แห้ง ไม่คาว น้ำราดปรุงรสหวาน-เค็มพอดีตัว กลมกล่อมแบบไม่ต้องเติมอะไรเพิ่ม ราดมาให้ครบทีเดียวทั้งชาม
เมนูที่คนสั่งกันมากที่สุดคือบะหมี่เกี๊ยวเป็ดย่างราว 84 บาท เส้นบะหมี่เหลืองเนื้อแน่น มาพร้อมเกี๊ยวไส้หนาและเนื้อเป็ดหั่นบาง กับข้าวหน้าเป็ดย่างในราคาใกล้กัน ใส่ข้าวสวยหอมปุยใต้เนื้อเป็ดหนังกรอบ ราดน้ำซอสเต็ม ๆ ถ้าไม่กินเป็ดก็มีหมูแดงและเกี๊ยวน้ำให้เลือก คะแนน Wongnai 4.1 จาก 58 รีวิว หลายคนเขียนตรงกันว่า “ยังอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง” ซึ่งน่าจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดสำหรับร้านจานเดียวข้างถนน
ร้านเปิดตั้งแต่ 6.30 น. รองรับสายออฟฟิศและคนผ่านทาง แต่ถ้าอยากได้เป็ดต้องมาก่อนบ่ายสามโมง เพราะพอเป็ดหมดช่วงบ่ายร้านจะเปลี่ยนมาขายก๋วยเตี๋ยวหมูลูกชิ้นน้ำใสแทน เป็นตารางที่คนขาประจำรู้กันดี ช่วง 11.00–13.00 น. วันทำงานคนจะแน่นเป็นพิเศษ ไม่มีที่จอดรถ แต่มาด้วยรถไฟฟ้าสะดวกมาก BTS ห้าแยกลาดพร้าว ทางออก 2 เดินราว 200 เมตร หรือ MRT พหลโยธินก็ไม่ไกล
ราคาต่อหัวไม่น่าจะเกินร้อยบาท ในย่านที่มีห้างใหญ่สองฝั่งอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าวกับยูเนี่ยนมอลล์ ร้านจานเดียวอร่อย ๆ ราคาเท่านี้ถือว่าหายาก เหมาะกับมื้อเช้าก่อนเข้างาน มื้อกลางวันเร็ว ๆ หรือใครที่แวะห้างแล้วอยากได้ของกินจริงจังในงบเบา ๆ ข้อควรรู้: ปิดวันอังคาร และเป็ดมักหมดก่อนบ่าย ถ้าตั้งใจมากินเป็ดควรมาช่วงเช้าถึงเที่ยง
เจียงฮาย Noodles & More
ถ้าอยากกินข้าวซอยอาหารเหนือแบบไม่ต้องขับรถขึ้นเชียงราย ร้าน "เจียงฮาย Noodles & More" ปากซอยลาดพร้าว 4 ตรงข้ามยูเนี่ยนมอลล์ คือหมุดที่คนย่านนี้พูดถึงกันมานาน ป้ายหน้าร้านเขียนว่า NOODLE GALLERY & MORE SINCE 2003 บอกกลาย ๆ ว่าเปิดมายี่สิบกว่าปีแล้ว เป็นห้องแถวสองชั้นตกแต่งวินเทจ ผนังอิฐ กรอบรูปกับกระจกแขวนเต็มผนังเหมือนแกลเลอรีเล็ก ๆ โต๊ะขาว นั่งสบาย เหมาะกับคนที่อยากได้อาหารเหนือรสจริงจังแต่บรรยากาศไม่เหมือนร้านตามสั่งทั่วไป และเดินจาก MRT พหลโยธิน ทางออก 1 มาแค่ราว 300 เมตรก็ถึง
เมนูที่ต้องสั่งคือข้าวซอย เลือกได้ทั้งไก่ เนื้อ และหมู จุดที่หลายคนชอบคือเลือกเส้นได้เอง ทั้งเส้นบะหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ หรือจะเปลี่ยนเป็นโซบะก็ได้ ตามด้วยขนมจีนน้ำเงี้ยวที่เป็นอีกตัวชูโรง และของเหนือคู่วงอย่างไส้อั่ว ลาบหมูคั่ว แกงฮังเล ครบชุดสำหรับสายเหนือตัวจริง รีวิวส่วนใหญ่ให้ข้าวซอยประมาณ 9/10 บอกว่าเส้นดี เครื่องแน่น หน้าตาจัดจานสวย มีเสิร์ฟน้ำในขันโบราณใส่น้ำแข็งเพิ่มความน่ารัก
ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือน้ำซุปข้าวซอย "เข้มข้นน้อยไปนิด" สำหรับคนติดรสจัด ถ้าชอบแบบเข้ม ๆ อาจต้องเติมเครื่องเอง แต่โดยรวมถือว่ารสกลาง ๆ กินง่าย เหมาะกับคนไม่กินเผ็ดมากด้วย ราคาข้าวซอยเริ่มราว 95 บาท เฉลี่ยต่อคนอยู่ช่วง 101–250 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับทำเลใจกลางลาดพร้าว
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านไม่มีที่จอดรถของตัวเอง ต้องไปจอดที่ยูเนี่ยนมอลล์หรืออาคารใกล้เคียงแล้วเดินข้ามมา จึงเหมาะกับคนมา MRT/BTS มากกว่า เปิดกลางวันยันค่ำ แวะได้ทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็น ใครทำงานแถวห้าแยกลาดพร้าว–พหลโยธินตอนบนแล้วคิดถึงรสเหนือ ร้านนี้ตอบได้ดีในระยะเดินถึง
In The Middle by Kaizen (ลาดพร้าว ฮิลส์)
ถ้าเป็นสายเนื้อย่านลาดพร้าว-ห้าแยกลาดพร้าว ร้านที่คนพูดถึงบ่อยคือ In The Middle by Kaizen สาขาลาดพร้าว ฮิลส์ เป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่างยากินิกุสไตล์ญี่ปุ่นที่จุดขายอยู่ที่เนื้อคัดคุณภาพ ทำผ่านกระบวนการบ่มแบบ Dry Age เพื่อดึงรสและความนุ่ม เหมาะกับคนชอบกินเนื้อจริงจัง มากันเป็นกลุ่ม หรือคู่รักที่อยากหามื้อฉลองแบบไม่อั้น จุดที่หลายคนชอบคือมีทั้งปิ้งย่างและซูชิ/ซาชิมิในราคาเดียว เลยได้ทั้งย่างและของดิบในมื้อเดียว
เมนูต้องลองคือชุดเนื้อวากิว ที่หั่นมาสวยลายไขมันแทรกสวย ย่างแล้วนุ่มละลาย ส่วนซูชิวากิวและซาชิมิแซลมอนก็เป็นของที่รีวิวชมกันเยอะ ใครชอบซีฟู้ดมีทั้งกุ้งแม่น้ำ ปลาหมึก และหอยย่างชีส ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างเมลอนและไอศกรีม รีวิวจริงส่วนใหญ่บอกว่าวัตถุดิบดีเกินราคา น้ำจิ้มอร่อย พนักงานบริการดีเป็นกันเอง มีบางเสียงติเรื่องช่วงคนเยอะอาจต้องรอคิวหรือรอของเติมบ้าง แต่ภาพรวมคะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (Google ราว 4.5)
ราคาแบ่งเป็น 3 ระดับตามเกรดเนื้อ 589++ / 849++ / 1,159++ ต่อคน ต่างกันที่ความพรีเมียมของเนื้อและของทะเล มีเบียร์บุฟเฟต์เสริมสำหรับสายดื่ม ทำเลอยู่ในอาคาร The Quarter (ลาดพร้าว ฮิลส์) ลาดพร้าว ซอย 4 ตรงข้ามยูเนี่ยนมอลล์ ติด MRT พหลโยธิน ทางออก 1 เดินถึงง่าย มีที่จอดรถในตึกและปั๊มบัตรจอดได้ เปิดทุกวัน 11:00–23:00
ข้อควรรู้คือช่วงเย็น-สุดสัปดาห์คนแน่น ควรจองล่วงหน้าหรือมาก่อนเวลาพีค บุฟเฟต์มีเวลาจำกัดต่อรอบตามมาตรฐานร้านปิ้งย่าง สั่งพอดีคำจะได้อร่อยครบทุกอย่างไม่เหลือทิ้ง ใครมาย่านนี้แล้วอยากได้มื้อเนื้อคุ้ม ๆ ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่คนแถวนี้แนะนำต่อกันเยอะ
🛏️ ที่พักย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน
อยากตะลุยกินย่านห้าแยกลาดพร้าวแบบไม่ต้องรีบกลับ เลือกพักโรงแรมหรือคอนโดให้เช่าแถวลาดพร้าว-พหลโยธินที่เดินถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ และ MRT พหลโยธินได้สบาย เช้าลงมากินโจ๊กหน้าปากซอย ดึกกลับจากสุทธิสารก็ถึงที่พักในไม่กี่นาที เทียบราคาและรีวิวจาก Agoda, Booking และ Trip.com ได้ในที่เดียว
🔍 เช็คราคาที่พักย่านห้าแยกลาดพร้าว (Agoda)แหลมลูกชิ้นปลา สุทธิสาร
ถ้าเดินอยู่แถวสุทธิสารฝั่งพหลโยธินแล้วอยากได้ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแท้ ๆ สักชาม "แหลมลูกชิ้นปลา สุทธิสาร" คือชื่อที่คนย่านนี้พูดถึงกันมานาน ร้านอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย ช่วงซอยอินทามระ เป็นร้านเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องลูกชิ้นปลาปั้นเองสดวันต่อวัน เหมาะสำหรับคนที่มองหาของกินง่าย ๆ อิ่มคุ้ม ไม่ต้องแต่งตัว จะแวะมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือหลังเลิกงานก็ได้หมด
พระเอกของร้านคือลูกชิ้นปลาที่รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าเนื้อแน่น เด้ง หอมปลาจริง แทบไม่มีกลิ่นคาว เพราะทางร้านทำเองใช้เนื้อปลาล้วน ไม่เน้นผสมแป้ง เมนูที่คนสั่งบ่อยคือก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาน้ำใส น้ำซุปออกหวานกลมกล่อมจากการเคี่ยว และสายเปรี้ยวเผ็ดต้องลองเย็นตาโฟต้มยำ ใครอยากได้ลูกชิ้นเต็ม ๆ ก็สั่งเกาเหลาหรือลูกชิ้นปลาลวกมาแยกจาน เคี้ยวเพลินไปเรื่อย ๆ
เรื่องราคาถือว่าเป็นมิตรกับกระเป๋า เริ่มต้นราว 45 บาทต่อชาม เมนูพิเศษอย่างต้มยำแห้งหรือเย็นตาโฟต้มยำอยู่ราว 79–89 บาท เฉลี่ยต่อคนไม่เกินร้อย บรรยากาศเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวย่านชุมชนแบบไม่ปรุงแต่ง โต๊ะเก้าอี้เรียบง่าย ช่วงมื้อเที่ยงคนแน่นพอสมควรเพราะเป็นร้านประจำของคนแถวนั้น
ทำเลอยู่ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เขตดินแดง ห่างจาก MRT สุทธิสารเดินได้ประมาณ 800 เมตร เปิดทุกวันช่วงกลางวันตั้งแต่ราว 8 โมงเช้าถึงเย็น ข้อควรรู้คือร้านปิดวันพุธที่ 2 และ 4 ของเดือน ใครตั้งใจมาไกลควรเช็กวันก่อน และถ้าอยากได้ลูกชิ้นสด ๆ แนะนำมาช่วงต้นวันจะได้ของครบกว่า
แสงทองหมูแดง เป็ดย่าง สุทธิสาร
ถ้าเดินออกจาก MRT สุทธิสารแล้วอยากได้มื้อเป็ดย่าง-หมูแดงแบบเจ้าเก่าจริง ๆ ร้าน "แสงทอง" ปากซอยอินทามระ 33 (ฝั่งถนนสุทธิสารวินิจฉัย) คือชื่อที่คนแถวนี้พูดถึงมานาน ร้านเปิดมากว่า 60 ปี เป็นร้านห้องแถวเก่าแก่ที่ขายข้าวหน้าเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ บะหมี่เกี๊ยว และเมนูตุ๋นแบบกวางตุ้งดั้งเดิม เหมาะกับคนที่อยากกินของคุ้นลิ้น อิ่มเร็ว ราคาไม่แพง ไม่ได้มาหาบรรยากาศแต่งร้าน แต่มาหารสมือรุ่นเก่าที่ทำมานานจนคนแถวนี้ผูกปิ่นโต
เมนูที่ต้องสั่งคือข้าวหน้าเป็ดย่าง กับข้าวหมูแดง-หมูกรอบราดน้ำราดหวาน รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่าเนื้อเป็ดนุ่ม หนังบางออกกรอบ ส่วนหมูกรอบก็หนังกรอบเนื้อไม่แห้ง หมูแดงหั่นบางนุ่ม พระเอกจริง ๆ อยู่ที่ "น้ำราดหวานกลมกล่อม" ที่ราดมาบนข้าวร่วน ๆ กินแล้วเข้ากันดี ใครชอบซดน้ำร้อน ๆ ก็มีบะหมี่เป็ด เกี๊ยว และเป็ดตุ๋นมะนาวดองให้ลอง รสออกกลาง ๆ ไม่เผ็ด เด็กและผู้ใหญ่กินได้
ราคาย่อมเยา เมนูเริ่มต้นราวหลักสี่สิบบาท ข้าวหน้าจานเดียวส่วนใหญ่อยู่ราว 60 บาท ต่อหัวไม่เกิน 100 บาทก็อิ่ม ร้านเปิดเช้าตั้งแต่ราว 7 โมงยาวไปช่วงเย็น เหมาะทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็นก่อนร้านปิด ทำเลอยู่ปากซอยเข้าได้ทั้งทางสุทธิสารและวิภาวดี เดินจาก MRT สุทธิสารมาได้ไม่ไกล
ข้อควรรู้: เป็นร้านเก่าที่นั่งไม่หรู ช่วงมื้อกลางวันวันธรรมดาคนเยอะและของบางอย่างหมดเร็ว ถ้าตั้งใจกินเป็ดย่างแนะนำมาไม่สายเกินไป และร้านนี้มีหลายสาขาชื่อคล้ายกัน (สุทธิสาร 33/35, สนามบินน้ำ) สาขาต้นทางที่คนพูดถึงคือปากซอยอินทามระย่านสุทธิสารนี้เอง
Eat Am Are สุทธิสาร
ถ้าใครโตมากับสเต็กจานประหยัดของกรุงเทพฯ ชื่อ "Eat Am Are" คงคุ้นหูอยู่แล้ว สาขาสุทธิสารเป็นหนึ่งในสาขาที่คนพูดถึงเยอะ เพราะเปิดยันดึกจนแทบเช้า ตั้งอยู่ริมถนนสุทธิสารวินิจฉัย แถวอินทามระ 33 ฝั่งพหลโยธิน เดินจาก MRT สุทธิสารมาได้ ร้านนี้เหมาะกับคนที่หิวสเต็กแบบจานใหญ่ อิ่มคุ้ม ในงบหลักร้อย เหมาะทั้งมากินคนเดียวมื้อดึก หรือชวนแก๊งเพื่อนมานั่งยาว ๆ หลังเลิกงาน
เมนูที่คนสั่งกันไม่ขาดคือ สเต็กไก่ย่างสไปซี่ ที่รีวิวจริงบอกว่าไก่ชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่ม หนังฉ่ำ รสจัดกำลังดี กับ สเต็กหมูพริกไทยดำ ที่หมูนุ่มไม่เหนียว ส่วนของที่กลายเป็นตำนานประจำร้านคือ ขนมปังชีส — หลายรีวิวถึงกับบอกว่าอร่อยเทียบร้านหรูได้เลย ใครมาต้องสั่ง นอกจากนี้ยังมีสเต็กปลาแซลมอน สเต็กปลาย่าง และสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล ที่คนชมว่าคุ้มเกินราคา จุดเด่นอีกอย่างคือเครื่องเคียงจัดเต็ม เลือกได้ทั้งเฟรนช์ฟรายด์ มันบด สลัด ข้าวผัดกระเทียม ไปจนถึงส้มตำ
เรื่องราคาถือว่าเบามาก ส่วนใหญ่อยู่ราว 129–189 บาทต่อจาน เซ็ตคอมโบสองอย่างยังไม่ถึง 200 บาท เลยเป็นร้านที่นักเรียนนักศึกษาและคนทำงานแวะเวียนกันแน่น ช่วงพีคหรือปลายเดือนคนเยอะจนต้องรับบัตรคิว บรรยากาศเป็นร้านริมถนนขนาดกะทัดรัด เน้นกินง่าย ๆ ไม่ต้องแต่งตัว บริการไว สะอาด แม้บางรีวิวติว่าน้องพนักงานยังใหม่สื่อสารพลาดบ้าง
ข้อควรรู้ก่อนมา สาขานี้แทบไม่มีที่จอดรถ หน้าร้านมักมีไรเดอร์มารอรับออเดอร์เยอะ ใครขับรถมาอาจต้องไปจอดโลตัสใกล้ ๆ หรือมารถสาธารณะจะสะดวกกว่า จุดขายที่ทำให้คนกลับมาเรื่อย ๆ คือเปิดดึก อิ่มคุ้ม และรสชาติที่คงเส้นคงวาแบบร้านสเต็กเจ้าเก่าที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
หอมปลาเผา สุทธิสาร
ถ้าพูดถึงร้านปลาเผาที่คนย่านสุทธิสาร-ลาดพร้าวจำได้ดี "หอมปลาเผา" คือหนึ่งในนั้น ร้านนี้ตั้งต้นดังมาจากซอยรัชดา 18 ฝั่งสุทธิสาร แล้วภายหลังย้ายมาปักหลักที่ซอยลาดพร้าว 87 (ตรงข้ามแยก 14) ยังอยู่ในโซนลาดพร้าวเหมือนเดิม ใครนั่ง MRT มาลงสุทธิสารหรือลาดพร้าวก็ต่อวินมาได้สบาย จุดขายคือปลาทับทิมเผาเกลือตัวโต ย่างบนเตาถ่านจนหนังตึงหอม แกะเนื้อจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ หรือห่อเป็นเมี่ยงปลาเผากับผักสด เส้นขนมจีน ขิง ถั่ว แล้วราดน้ำจิ้มสองสูตร เหมาะกับสายอีสานรสจัดที่อยากกินปลาสด ๆ แบบมากันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว
เมนูต้องสั่งคือ "เมี่ยงปลาเผา" ตัวชูโรงที่รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าปลาสด เนื้อแน่นไม่เละ ไม่คาว ห่อกินกับผักแล้วครบรส ตามด้วยส้มตำที่หลายคนบอกว่าตำมันแตกรสถึง ปูนิ่มผัดพริกไทยดำกระทะร้อน ต้มแซ่บปลาคังร้อน ๆ ซดคล่องคอ และของทอดอย่างปีกไก่ทอดน้ำปลากับปลาทอดสมุนไพรที่หลายรีวิวบอกว่ากรอบหอมสมชื่อร้าน เมนูอีสานมีให้เลือกยาวเป็นเล่ม ทั้งลาบ น้ำตก ก้อย ยำหอยแครง เรียกว่ามาโต๊ะเดียวสั่งได้ครบ
เรื่องราคาถือว่าจับต้องได้ ต่อหัวราว 101-250 บาท ส้มตำเริ่มต้นหลักร้อย ปลาเผาตัวโตแชร์กันได้ทั้งโต๊ะ มีรีวิวส่วนน้อยติว่าบางจานราคาสูงกว่าร้านอีสานทั่วไปนิด แต่ส่วนใหญ่มองว่าคุ้มกับปลาสดและปริมาณ บรรยากาศร้านแบ่งเป็นโซนกลางแจ้งใกล้ที่จอดรถกับโซนห้องแอร์สไตล์ลอฟต์ ตกแต่งด้วยของอีสานเก่า ๆ นั่งสบาย สะอาด มีที่จอดรถ Wi-Fi และรับบัตรเครดิต
เปิดทุกวัน ช่วงจันทร์-ศุกร์เริ่มบ่าย เสาร์-อาทิตย์เปิดตั้งแต่สายถึงดึก แนะนำโทรจองโต๊ะช่วงเย็นวันหยุดเพราะคนแน่น ข้อควรรู้คือสาขาสุทธิสาร/รัชดา 18 เดิมย้ายมาที่ลาดพร้าว 87 แล้ว ก่อนไปเช็กพิกัดปัจจุบันให้ชัวร์ ที่ร้านยังคุมรสอีสานจัดจ้านและกลิ่นปลาเผาหอม ๆ ไว้เหมือนเดิม เลยยังเป็นร้านที่คนย่านนี้นึกถึงเวลาอยากกินปลาเผากับส้มตำรสถึง
RATT Cafe (ลาดพร้าว ซอย 8)
RATT Cafe (ราท คาเฟ่) คือคาเฟ่บ้านไม้หลังเล็กซ่อนตัวอยู่ในซอยลาดพร้าว 8 แยก 9 ย่านห้าแยกลาดพร้าว-จตุจักร ตัวร้านเป็นบ้านไม้โทนเขียว-ขาวดูอบอุ่น มีทั้งโซนในร่มติดแอร์ ห้องกระจกรับแสงธรรมชาติ และมุมกลางแจ้งท่ามกลางต้นไม้เขียว ๆ หลายคนที่มารีวิวบอกตรงกันว่าให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งเล่นบ้านเพื่อนมากกว่ามาคาเฟ่ ร้านนี้เหมาะกับคอกาแฟ สายนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือมานั่งชิลถ่ายรูปสวย ๆ เพราะมี WiFi แรงและปลั๊กไฟเกือบทุกโต๊ะ แถมมีที่จอดรถข้างร้านและริมซอยด้วย
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกาแฟ Americano และ Latte ที่หอมกลมกล่อม เลือกเมล็ดได้หลายระดับคั่ว ใครไม่กินกาแฟก็มีมัทฉะให้ลอง ส่วนของหวานเด่นมากคือครัวซองต์เนื้อเป็นชั้นและขนมอบทำสด ๆ กับพายชีสบลูเบอร์รี รวมถึง Basque Burnt Cheesecake ที่รสชีสไม่หนักเกินไป กินง่าย นอกจากนี้ยังมีของกินเล่นอย่าง Dirty Popcorn และเมนูจานเดียวอย่างสปาเกตตีคาร์โบนาราเบคอนให้สั่งรองท้องได้
เรื่องราคาถือว่ากลาง ๆ ตามมาตรฐานคาเฟ่ย่านนี้ กาแฟเริ่มราว 70 บาท ครัวซองต์ราว 75 บาท ของหวานชิ้นใหญ่อยู่ที่ 120-160 บาท เฉลี่ยต่อคนราว 100-250 บาท รีวิวส่วนใหญ่ชมกาแฟหอม ขนมอร่อย พนักงานบริการดีเป็นกันเอง และร้านสวยถ่ายรูปขึ้น มีบางคนติว่าที่นั่งค่อนข้างจำกัดช่วงวันหยุดจึงอาจต้องรอโต๊ะบ้าง
ทำเลอยู่ในซอยลาดพร้าว 8 ห่างจาก BTS ห้าแยกลาดพร้าวราว 1 กิโลเมตร เดินจาก MRT พหลโยธินทางออก 1 มาได้ หรือขับรถมาจอดหน้าร้านได้เลย เปิดทุกวัน 09:00-19:00 ใครมาเดินเซ็นทรัลลาดพร้าวหรือยูเนี่ยนมอลล์แล้วอยากหามุมเงียบ ๆ นั่งพักจิบกาแฟ ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่คนในย่านแวะกันประจำ
ฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารในกรุงเทพฯ
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวโดยมีคนพาไป ลองจองฟู้ดทัวร์กรุงเทพฯ ผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มีทั้งทัวร์เดินกินสตรีทฟู้ดพร้อมไกด์ท้องถิ่นที่เล่าที่มาของแต่ละเมนู และคลาสทำอาหารไทยที่ได้ลงมือทำแกงกับผัดเองตั้งแต่เลือกวัตถุดิบในตลาด เหมาะทั้งสายกินและสายอยากได้สกิลติดมือกลับบ้าน
💡 รู้ก่อนไปกินที่ย่านห้าแยกลาดพร้าว
BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าวและ MRT พหลโยธินเชื่อมตรงเซ็นทรัลลาดพร้าวกับยูเนี่ยนมอลล์ หลายร้านในลิสต์เดินถึงได้ ส่วนร้านฝั่งสุทธิสารและบางเขนเรียก Grab หรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ต่อไม่กี่นาที รถแถวนี้ติดง่ายช่วงเร่งด่วน เผื่อเวลาไว้หน่อย
ร้านโจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว และข้าวหมูแดงเก่าแก่หลายเจ้ารับเงินสดเป็นหลัก แม้บางร้านจะมี QR พร้อมเพย์ พกแบงก์ย่อยและเหรียญไว้จะจ่ายง่ายกว่า ส่วนร้านในห้างและคาเฟ่รับบัตรและสแกนจ่ายได้สบาย
โจ๊กมัลลิกาคนต่อแถวตั้งแต่เช้ามืด มาก่อน 8 โมงจะสบายกว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าเซ็นทรัลแน่นช่วงเที่ยงและหลังเลิกงาน ส่วนบุฟเฟต์ปิ้งย่างเย็นวันหยุดคิวยาว เลี่ยงชั่วโมงพีคหรือจองล่วงหน้าจะกินสบายที่สุด
ร้านสตรีทและร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปไม่มีธรรมเนียมทิป จ่ายตามราคาได้เลย ส่วนร้านนั่งในห้างหรือคาเฟ่บางแห่งอาจมีชาร์จบริการอยู่แล้ว ถ้าประทับใจจะทิ้งเศษเหรียญไว้ก็ได้ ไม่บังคับ
ร้านในเซ็นทรัลลาดพร้าว บุฟเฟต์ และคาเฟ่มักมีเมนูภาพหรือภาษาอังกฤษ แต่ร้านห้องแถวเก่าอาจมีแค่ภาษาไทย ชี้รูปหรือเปิดชื่อเมนูจากหน้านี้ให้แม่ค้าดูได้เลย คนแถวนี้ใจดีและชินกับนักท่องเที่ยว
ร้านห้องแถวปากซอยส่วนใหญ่ไม่มีที่จอด คนแถวนี้นิยมจอดที่เซ็นทรัลลาดพร้าวหรือยูเนี่ยนมอลล์แล้วเดินออกมากิน ถ้าขับรถมาเองแนะนำจอดในห้างจะสะดวกและปลอดภัยกว่าจอดริมถนน
วางแผนกินให้คุ้มในย่านห้าแยกลาดพร้าว
จัดคิวตามเวลาเปิดของแต่ละร้านจะได้ไม่พลาด เช้าเริ่มที่โจ๊กมัลลิกาปากซอยลาดพร้าว 1 ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มาสายหน่อยโจ๊กหมดจะกลายเป็นก๋วยจั๊บน้ำข้นแทน ตอนกลางวันเดินข้ามไปฝั่งยูเนี่ยนมอลล์กินข้าวซอยที่เจียงฮาย ปากซอยลาดพร้าว 4 หรือแวะก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเจ๊แดงหน้าเซ็นทรัลที่เปิดถึงสี่ทุ่มกว่า
มื้อเย็นถ้าอยากนั่งยาวจองบุฟเฟต์ปิ้งย่าง In The Middle by Kaizen ในลาดพร้าว ฮิลส์ไว้ก่อนช่วงสุดสัปดาห์คนแน่น ส่วนสายดึกที่หิวหลังเที่ยง Eat Am Are สุทธิสารเปิดยาวถึงตีสาม สั่งสเต็กจานใหญ่กับขนมปังชีสได้สบาย ปิดท้ายวันด้วยกาแฟที่ RATT Cafe บ้านไม้ในซอยลาดพร้าว 8 บรรยากาศเงียบเหมาะนั่งพัก
กินเที่ยวย่านห้าแยกลาดพร้าวหลายวันแล้วอยากพักใกล้ ๆ เดินถึงเซ็นทรัลลาดพร้าวกับ MRT พหลโยธิน? เรารวมโรงแรมและที่พักย่านลาดพร้าว-พหลโยธินไว้ให้เลือกจองในที่เดียว
ดูที่พักย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน