🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าพูดถึงภูเก็ต หลายคนนึกถึงทะเลกับรีสอร์ตหรู แต่คนที่ตั้งใจมากินจะรู้ว่าหัวใจอาหารของเกาะนี้อยู่ในย่านเมืองเก่า — ถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนพังงา ที่เรียงรายด้วยตึกชิโน-โปรตุกีสอายุร้อยปี กับร้านที่ทำสูตรเดียวกันส่งต่อมาเป็นรุ่น ๆ ทั้งอาหารใต้รสจัดจ้าน หมี่ฮกเกี้ยนผัดเตาถ่านควันหอม ติ่มซำร้อน ๆ ตอนเช้า ไปจนถึงโอ้เอ๋วเย็นชื่นใจตอนบ่าย เดินไม่กี่ก้าวก็เจอของอร่อยที่คนต่อคิวรอ
หลายร้านในลิสต์นี้คือตำนานของเมือง — ระย้า (Raya) ครัวอาหารใต้ในตึกเก่าที่อยู่คู่เมืองมากว่า 30 ปี ส่วนร้านวันจันทร์ (One Chun), โกเบ๊นซ์ และโกลา หมี่ฮกเกี้ยน ก็เคยได้ Michelin Bib Gourmand การันตีว่าอร่อยในราคาเป็นมิตร มาภูเก็ตทั้งที กันเวลาไว้สักครึ่งวันเดินกินในเมืองเก่า แล้วคุณจะเข้าใจเองว่าทำไมคนถึงพูดถึงร้านพวกนี้ไม่เคยหยุด
ระย้า (Raya)
ระย้า (Raya) คือร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตในตำนานที่อยู่คู่เมืองเก่ามาตั้งแต่ปี 1994 เปิดโดยป้ากุหลาบ เจษฎาวัลย์ อดีตพนักงานธนาคารที่เอาสูตรกับข้าวประจำบ้านมาทำขาย จนกลายเป็นหนึ่งในครัวที่คนพูดถึงมากที่สุดของเกาะ ตัวร้านอยู่ในตึกชิโน-โปรตุกีสอายุร่วมร้อยปีบนถนนดีบุก พื้นกระเบื้องโมเสกเดิม หน้าต่างกระจกสีเขียว มีสองชั้นให้นั่ง ถ้าคุณอยากกินอาหารใต้-ภูเก็ตแท้ ๆ ในบรรยากาศบ้านเก่าจริง ๆ ที่นี่เหมาะมาก
เมนูที่ต้องสั่งคือ เส้นหมี่แกงปู (หมี่หุ้นแกงปู) แกงเหลืองข้นนวลจากกะทิและขมิ้น เนื้อปูสดเน้น ๆ ราดเส้นหมี่ขาว เป็นจานที่ทำให้ร้านดังไปทั่วประเทศ คู่กับ แกงปูใบชะพลู ที่หอมเครื่องแกงใต้ ส่วน หมูฮ้อง เคี่ยวนานจนเนื้อนุ่มหวานเค็มกลมกล่อม เสียงจากรีวิวจริงบอกว่า "เนื้อนุ่มมาก หวานกระเทียมและพริกไทยดำชัด อร่อยจริง" และ ใบเหลียงผัดไข่ ผักพื้นถิ่นที่ขาดไม่ได้ ใครชอบรสจัดลองน้ำพริกกุ้งเสียบหรือกุ้งผัดมะขามเพิ่ม
ราคาประมาณ 300–600 บาทต่อคน ถือว่ากลาง ๆ ถึงสูงนิดสำหรับร้านพื้นเมือง แต่คนส่วนใหญ่บอกว่าสมราคาเพราะวัตถุดิบสดและรสมือถึง คะแนนรีวิวบนวงในอยู่ที่ 4.2 จากผู้รีวิวหลายร้อยคน เคยได้ Michelin Bib Gourmand ปี 2019–2024 ด้วย ร้านเปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. (ครัวปิด 21:30 น.) อยู่แถวสี่แยกถนนดีบุกใจกลางเมืองเก่า มีที่จอดรถด้านหลังนิดหน่อย
ข้อควรรู้: ช่วงพีคคนเยอะและคิวยาว มีรีวิวบอกว่าเคยรอเป็นชั่วโมง แนะนำให้โทรจองหรือมาก่อนเวลาพีค และร้านส่วนใหญ่ใช้พัดลม-หน้าต่างบานใหญ่ ไม่ได้เปิดแอร์ทุกห้อง ถ้ามากลางวันร้อน ๆ เผื่อใจไว้นิดหนึ่ง แต่บรรยากาศตึกเก่ากับอาหารที่ทำกันมายี่สิบกว่าปีก็คุ้มกับการแวะ
ตู้กับข้าว (Tu Kab Khao)
ถ้าใครมาภูเก็ตแล้วอยากกินอาหารใต้-อาหารพื้นเมืองภูเก็ตแบบจริงจังในบรรยากาศสวย "ตู้กับข้าว" คือชื่อที่คนแนะนำต่อ ๆ กันมาตลอด ร้านอยู่ในตึกชิโน-โปรตุกีสเก่าบนถนนพังงา ใจกลางเมืองเก่า ตกแต่งด้วยโซฟากำมะหยี่ ประตูโค้ง รูปเก่าเมืองภูเก็ตติดผนัง และจานชามลายครามสีฟ้า สวยจนหลายคนบอกว่ามาถ่ายรูปก็คุ้มแล้ว เหมาะกับมากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน สั่งหลายจานมาแชร์กัน ร้านการันตีด้วย Michelin Bib Gourmand หลายปีติด
เมนูที่รีวิวพูดถึงมากที่สุดคือ "แกงปูใบชะพลู" เสิร์ฟพร้อมหมี่ขาว (ราว 360 บาท) น้ำแกงกะทิสดข้น หอมเครื่องแกง เนื้อปูแน่น หลายเสียงบอกว่าจานนี้ห้ามพลาด ตามด้วยหมูฮ้องสไตล์ภูเก็ต (ราว 265 บาท) เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม รสหวานเค็มกลมกล่อม, ใบเหลียงผัดไข่ที่เป็นผักพื้นถิ่นกินง่าย และน้ำพริกกุ้งเสียบเสิร์ฟกับผักสด รสจัดถึงเครื่องแบบใต้แท้
เรื่องรสชาติ เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเข้มข้นถึงเครื่อง เป็นอาหารใต้รสจริง บางรีวิวเตือนว่า "เผ็ดและรสจัด" คนไม่ชินอาหารใต้อาจต้องสั่งแบบบอกระดับเผ็ด ราคาอยู่ประมาณ 250-500 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและบรรยากาศ คะแนนกูเกิล 4.2 จากรีวิวหลักพันถือว่าน่าเชื่อถือ
ข้อควรรู้: ร้านดังคนเยอะ ช่วงมื้อเที่ยง-เย็นคิวแน่นและที่จอดรถหายาก รีวิวหลายคนแนะนำให้เผื่อเวลาหรือมาก่อนเวลาพีค ร้านเปิดทุกวัน 11.00-21.00 น. รับบัตรเครดิตและมีบริการเดลิเวอรี
ร้านวันจันทร์ (One Chun Cafe n' Restaurant)
ร้านวันจันทร์ หรือ One Chun Cafe n' Restaurant คือร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตในตึกชิโน-โปรตุกีสเก่าใจกลางเมือง บนถนนเทพกระษัตรี ที่หลายคนยกให้เป็นหมุดหมายมื้อแรกเมื่อมาถึงภูเก็ต ร้านนี้ได้ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide ติดต่อกันหลายปี เจ้าของคือคุณปรางที่เป็นนักสะสมของเก่า เลยยกบ้านเก่ามาตกแต่งด้วยวิทยุโบราณ ทีวีขาวดำ นาฬิกาแขวนเก่า ๆ บรรยากาศย้อนยุคแบบที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารใต้-อาหารภูเก็ตแท้ ๆ ในที่ที่มีเรื่องเล่า มากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนได้สบาย
เมนูที่รีวิวพูดถึงไม่ขาดคือ "แกงปูใบชะพลู" น้ำแกงกะทิเข้มข้นมาพร้อมเนื้อปูเน้น ๆ กินกับขนมจีน อันนี้เป็นซิกเนเจอร์ราคาประมาณ 370-390 บาท ส่วน "หมูฮ้อง" สูตรเคี่ยวนุ่มหอมพริกไทยกระเทียม เนื้อหมูสามชั้นเปื่อยละลายในปาก หลายเสียงบอกว่าเด็ดสุดในจาน ราคาราว 265 บาท อีกจานที่คอพื้นเมืองชอบคือ "น้ำพริกกุ้งเสียบ" สูตรครอบครัวที่ส่งต่อกันมา รสจัดจ้านกินกับผักเหนาะ ราว 180 บาท และของหากินยากอย่าง "เบือทอด" ผักชุบแป้งทอดกรอบราดเครื่องแกง เป็นเมนูพื้นเมืองที่ไม่ค่อยมีร้านไหนทำ
เรื่องรสชาติ เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าอาหารรสจัด กลมกล่อม สมเป็นอาหารใต้ที่ไม่กั๊กเครื่อง ราคาต่อหัวประมาณ 200-600 บาท ถือว่าคุ้มและถูกกว่าร้านราหยาในเครือเดียวกัน ข้อควรรู้คือร้านดังมาก คิวยาวช่วงมื้อเที่ยงและมื้อเย็น บางรีวิวบอกต้องรอโต๊ะสักพัก และช่วงพีคบริการอาจไม่ทันใจบ้าง แนะนำให้มาเลี่ยงเวลาเร่งด่วน ร้านเปิด 10:00-22:00 ทุกวัน ใครชอบอาหารพื้นเมืองภูเก็ตแท้ ๆ ในบรรยากาศวินเทจ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ลงตัวมื้อสำคัญได้ดี
โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้งภูเก็ต (Go Benz)
โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้งภูเก็ต คือร้านในตำนานของคนเมืองภูเก็ต อยู่ที่ถนนกระบี่ ตำบลตลาดเหนือ เปิดมายาวนานกว่า 20 ปี และได้รางวัล Michelin Bib Gourmand ติดต่อกันหลายปี เป็นร้านเปิดดึกที่เหมาะกับคนหิวมื้อค่ำถึงดึก สายกินเครื่องในและหมูกรอบ หรือนักท่องเที่ยวที่อยากลองของกินพื้นถิ่นแบบที่คนท้องถิ่นต่อคิวกินจริง บรรยากาศเป็นร้านโต๊ะพลาสติกหน้าศาลเจ้าจ้ออ๋อง ไม่มีแอร์ ไฟนีออนสว่าง กินง่าย ๆ จริงใจ ไม่ใช่ร้านนั่งชิล
เมนูที่ต้องสั่งคือ "ข้าวต้มแห้ง" ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน เป็นข้าวสวยร่วนคลุกเครื่องแน่น ทั้งหมูสับ หมูชิ้น หมูกรอบ และเครื่องในชิ้นใหญ่ โรยกระเทียมเจียวกับต้นหอม เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปใสหอมพริกไทยแยกถ้วย อีกจานที่คนชอบสั่งคือหมูกรอบที่หนังกรอบเนื้อนุ่ม และเกาเหลาเลือดหมูน้ำซุปเข้ม ๆ ใครไม่กินเครื่องในบอก "ไม่ใน" ได้
เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ชมที่น้ำซุปกลมกล่อมหอมพริกไทย ข้าวไม่แฉะ และกลิ่นกระเทียมเจียวที่ทำให้ทุกคำหอม บางรีวิวให้รสชาติถึง 9 เต็ม 10 แต่ก็มีเสียงติตรงไปตรงมาเหมือนกัน บางคนบอกว่าเครื่องชิ้นใหญ่เกินไปจนต้องใช้ส้อมตัด และรสออกไปทางเค็ม บางคนรู้สึกว่าอร่อยปานกลางแต่สงสัยว่าทำไมคนเยอะ ก็ถือเป็นข้อมูลให้ปรับความคาดหวังก่อนไป
ราคาย่อมเยาประมาณจานละ 50–90 บาท จ่ายเงินสด ทำเลอยู่หัวมุมถนนกระบี่ในเมืองเก่าภูเก็ต ร้านเปิดช่วงค่ำไปจนดึก (ราว 19.00 น. เป็นต้นไป บางข้อมูลว่าเริ่มบ่าย-เย็น) ปิดวันจันทร์และวันพระ ข้อควรรู้คือช่วงพีค 1-3 ทุ่มคิวยาว 20–30 นาที และเมนูยอดนิยมหมดเร็ว ถ้าไม่อยากรอนานแนะนำไปก่อนเปิดหรือหลังสามทุ่ม คะแนนกูเกิล 4.4 จากรีวิวหลักพันสะท้อนว่าเป็นของจริงที่คนภูเก็ตการันตี
ครัวธรรมชาติ (Natural Restaurant)
ครัวธรรมชาติ (Natural Restaurant) คือร้านอาหารใต้ต้นตำรับกลางเมืองภูเก็ตที่อยู่คู่เมืองมากว่า 30 ปี ซ่อนตัวอยู่ในซอยภูธรใกล้ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ตัวร้านเป็นอาคารไม้หลายชั้นที่ปลูกต้นไม้แทรกไปทั่ว มีน้ำตกเล็ก ๆ บ่อปลา รูปสลักไม้ และของสะสมเก่า ๆ จนเสียงจากรีวิวจริงหลายคนบอกว่า "เหมือนนั่งกินข้าวอยู่กลางป่า" หรือ "เหมือนอยู่บนบ้านต้นไม้" ใครที่อยากกินอาหารพื้นเมืองภูเก็ตในบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย หรือพาครอบครัวและกลุ่มเพื่อนมานั่งยาว ๆ ร้านนี้เหมาะมาก
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ หมูฮ้อง ที่รีวิวหลายเจ้ายกให้เป็น "พระเอกของมื้อ" เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม ซอสเข้มข้นออกหวานเค็มกลมกล่อมแบบใต้แท้ ๆ ตามมาด้วย หมี่หุ้นแกงปู (เส้นหมี่ราดน้ำแกงปู) ที่เป็นของเด่นอีกจาน ปลาหมึกผัดพริกเกลือ น้ำพริกกุ้งเสียบเสิร์ฟพร้อมผักสดเต็มจาน และปลาทอดขมิ้นกรอบ ๆ ส่วนของหวานของดื่มที่ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ คือ น้ำสับปะรดปั่น มีรีวิวถึงขั้นย้ำว่า "สับปะรดนี่เด็ดจริง ๆ ควรสั่ง" ใครมาแล้วไม่ลองถือว่าพลาด
เรื่องรสชาติส่วนใหญ่ชมว่าเป็นรสพื้นเมืองจริง วัตถุดิบสดใหม่ ของทะเลดี และร้านชูจุดขายว่าไม่ใส่ผงชูรสกับใช้วัตถุดิบอินทรีย์ ราคาต่อจานประมาณ 60-400 บาท เฉลี่ยมื้อละ 250-500 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณและบรรยากาศ ข้อสังเกตจากรีวิว มีบางเสียงบอกว่าช่วงร้านแน่นอาหารออกช้าไปนิด และบางคนรู้สึกว่าบางจานรสกลาง ๆ ไม่จัดจ้านมาก ถ้าชอบรสจัดอาจต้องบอกพนักงานเพิ่ม
ร้านเปิดทุกวันช่วงประมาณ 10.30-22.00 น. มีทั้งโซนสวนกลางแจ้งและห้องแอร์ จอดรถในซอยอาจแคบหน่อยช่วงคนเยอะ แนะนำมาก่อนเวลาพีคหรือโทรจองโต๊ะ ที่ร้านยอดนิยมต่อเนื่องเพราะรวมอาหารใต้รสมือเก่าแก่ บรรยากาศที่หาที่อื่นเหมือนได้ยาก และอยู่ไม่ไกลย่านเมืองเก่า เป็นมื้อที่ทั้งคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวต่างชาติพากันกลับมาซ้ำ
🛏️ หาที่พักย่านเมืองเก่าภูเก็ต
เมืองเก่าภูเก็ตเต็มไปด้วยที่พักสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่รีโนเวตจากตึกแถวเก่า ทั้งบูทีคโฮเทลและเกสต์เฮาส์ราคาเป็นมิตร พักแถวนี้แล้วเดินไปร้านในลิสต์ได้เกือบทุกร้าน ตื่นเช้าไปต่อคิวติ่มซำ กลางวันแวะกาแฟโบราณ เย็นกินอาหารใต้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง เทียบราคาและรีวิวที่พักหลายแห่งได้ในที่เดียว เลือกทำเลที่ใกล้ถนนถลางหรือถนนดีบุกจะกินเที่ยวสะดวกที่สุด
🔍 เช็คราคาที่พักภูเก็ต (Agoda)โกลา หมี่ฮกเกี้ยน (Go La)
ถ้าอยากกินหมี่ฮกเกี้ยนแบบภูเก็ตแท้ ๆ ที่ยังผัดด้วยเตาถ่านโบราณอยู่ "โกลา หมี่ฮกเกี้ยน" คือชื่อที่คนพื้นที่จะพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านห้องแถวเล็ก ๆ ริมถนนกระ ใกล้สี่แยกบางเหนียวร้านนี้เปิดมายาวนานข้ามรุ่น ส่งต่อสูตรกันมาจนถึงรุ่นหลานที่ยืนผัดอยู่หน้าเตาถ่านทุกวัน เหมาะกับคนที่อยากลองรสดั้งเดิมของเมืองเก่า ไม่เน้นบรรยากาศหรูแต่เน้นของจริง และยังติดอยู่ในมิชลินไกด์ประเทศไทยมาหลายปีด้วย
เมนูที่ต้องสั่งคือผัดหมี่ฮกเกี้ยนใส่ไข่ เส้นเหลืองผัดกับซีอิ๊ว ใส่หมู กุ้ง ปลาหมึก หอยตัวเล็ก ลูกชิ้นปลา และไข่ ราดน้ำขลุกขลิกพอคลุก ใครชอบเส้นนุ่มกว่าก็สั่งเป็นหมี่หุ้น (เส้นหมี่ขาว) แทนได้ อีกสองอย่างที่หลายคนสั่งเสริมคือห่อหมกปลาห่อใบตองแบบภูเก็ต และหมูสะเต๊ะเสิร์ฟกับน้ำจิ้มถั่วและอาจาด เสียงจากรีวิวจริงพูดตรงกันว่าจุดเด่นคือ "กลิ่นหอมกะทะ" จากการผัดไฟแรงบนเตาถ่าน ได้กลิ่นไหม้ ๆ หอม ๆ ที่เตาแก๊สทำไม่ได้ บางรีวิวบอกว่ารสออกไปทางอ่อน ไม่จัดจ้าน ใครชอบเข้มข้นอาจต้องเติมพริกหรือกากหมูเองตามชอบ
ราคาเป็นกันเองมาก จานหมี่อยู่ราว 60–70 บาท ห่อหมกไม้ละไม่กี่บาท กินอิ่มหนึ่งคนยังไม่ถึงร้อย เป็นมื้อง่าย ๆ ที่คุ้มค่า ตัวร้านมีโต๊ะไม่กี่ตัว ปูผ้าพลาสติกสีส้มแบบร้านเก่า บรรยากาศบ้าน ๆ จริงใจ คะแนนกูเกิลอยู่ที่ราว 4.3 จากรีวิวกว่า 300 ครั้ง สะท้อนว่าคนกินส่วนใหญ่พอใจกับรสและความคุ้ม
ข้อควรรู้: ร้านเปิดประมาณ 11:00–20:00 น. และปิดวันจันทร์ เมนูบางอย่างหมดเร็วถ้ามาช้า ที่จอดรถริมถนนหายากในชั่วโมงเร่ง เมนูภาษาอังกฤษมีจำกัด ถ้าสื่อสารยากลองชี้จานโต๊ะข้าง ๆ ได้ และควรเผื่อเวลานิดหน่อยช่วงมื้อหลักเพราะคนแน่น
บุญรัตน์ ติ่มซำ (Boonrat Dim Sum)
ถ้าใครมาภูเก็ตแล้วอยากกินมื้อเช้าแบบคนพื้นที่จริง ๆ บุญรัตน์ติ่มซำ คือชื่อที่คนภูเก็ตพูดถึงกันมาหลายรุ่น เป็นร้านติ่มซำเก่าแก่ที่สืบสูตรกวางตุ้งกันมานานเป็นร้อยปี สาขาดิลกอุทิศ (สาขา 2) อยู่บนถนนดิลกอุทิศ 2 ย่านตลาดใหญ่ จุดเด่นคือซึ้งสเตนเลสใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยติ่มซำกว่า 40 อย่าง วางเรียงเป็นถ้วยเล็ก ๆ ให้เลือกหยิบกันเต็มไปหมด เหมาะกับสายตื่นเช้า คนที่อยากเก็บมื้อแรกของทริปให้คุ้ม หรือครอบครัวที่มากันหลายคนแล้วอยากสั่งวนหลาย ๆ จาน
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ ฮะเก๋า แป้งบางไส้กุ้งแน่น ขนมจีบกุ้ง ขนมจีบปู ขนมจีบหมูที่หมูสับเด้ง ๆ แต้มหน้าด้วยไข่ และเต้าหู้ปลาที่หลายคนสั่งซ้ำ ยังมีกรรเชียงปูทอด ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซาลาเปา ลูกชิ้นปลา ครบทั้งนึ่งทั้งทอด เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าติ่มซำเนื้อแน่น เสิร์ฟไว และพระเอกอีกอย่างคือน้ำจิ้มมะขามสูตรเฉพาะของร้านที่ออกเปรี้ยวหวานกลมกล่อม จิ้มกับติ่มซำได้แทบทุกอย่าง
บรรยากาศเป็นร้านเก่าสไตล์โบราณ โต๊ะเรียบง่าย เปิดโล่งไม่มีแอร์ แต่ก็ได้กลิ่นอายมื้อเช้าแบบภูเก็ตแท้ ๆ ราคาย่อมเยามาก ขนมจีบเริ่มต้นราว 18–20 บาทต่อถาด อิ่มกันสบาย ๆ ประมาณ 100–250 บาทต่อคน บนเว็บรีวิว Google ร้านได้คะแนนราว 4.3 จากรีวิวหลายร้อยรายการ ถือว่าเป็นร้านที่คนกลับมากินซ้ำเยอะ
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเช้ามากและปิดเร็ว ประมาณ 6.00–10.30 น. ของเด็ด ๆ มักหมดก่อนเที่ยง ช่วงที่คนแนะนำให้มาคือ 7.00–8.30 น. จะได้ของครบและไม่ต้องรอนาน ที่จอดรถแถวปากซอยค่อนข้างจำกัด แถมช่วงเช้าวันธรรมดามีห้ามจอดบางช่วง เผื่อเวลาหาที่จอดสักหน่อยจะสบายใจกว่า
โกปี้เตี่ยม บาย วิไล (Kopitiam by Wilai)
โกปี้เตี่ยม บาย วิไล (Kopitiam by Wilai) คือร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตในตึกชิโน-โปรตุกีสเก่าแก่บนถนนถลาง หัวใจของย่านเมืองเก่า เปิดประตูเข้าไปก็เหมือนย้อนเวลา ผนังสีแดงแขวนโคมจีน รูปถ่ายภูเก็ตขาวดำเรียงเต็มกำแพง โต๊ะไม้วางชิดกันแบบโกปี๊เตี่ยมจริง ๆ มีพัดลมเพดานหมุนช้า ๆ เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารฮกเกี้ยน-เปอรานากันแท้ในบรรยากาศย้อนยุค และนักท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวเมืองเก่าแล้วอยากแวะมื้อกลางวันที่ได้กลิ่นอายภูเก็ตจริง ๆ
เมนูที่หลายรีวิวพูดถึงคือ "หมี่ฮกเกี้ยน" เส้นเหลืองผัดน้ำขลุกขลิกใส่หมู ไก่ ทะเล ผัก และไข่ มีรีวิวฝรั่งบอกว่าเป็นหมี่ฮกเกี้ยนที่อร่อยที่สุดที่เคยกิน น้ำซอสกลมกล่อม อีกจานที่คนสั่งบ่อยคือโอวต้าว (หอยทอด) แบบดั้งเดิม ของหวานพื้นเมืองอย่างโอเอ๋วราดผลไม้สด ข้าวหมูเต้าหู้ยี้ ข้าวหมูทอดเครื่องภูเก็ต และลูกชิ้นปลาภูเก็ตเด้ง ๆ ที่ขาดไม่ได้คือกาแฟโบราณ (โกปี๊) กับชาไทยชงเอง หลายรีวิวชมว่าหอมและเข้มกว่าที่อื่น
ราคาเป็นกันเอง จานหลักส่วนใหญ่ราว 95-125 บาท ของหวานหลักร้อยต้น ๆ จ่ายต่อหัวไม่กี่ร้อยก็อิ่ม เปิดจันทร์ถึงเสาร์ 11:00-20:00 น. ปิดวันอาทิตย์ ข้อควรรู้คือร้านดังและคนเยอะ มื้อกลางวันอาจต้องรอคิวหรือรอโต๊ะ ในร้านไม่มีแอร์ใช้พัดลมตามสไตล์ตึกเก่า ช่วงกลางวันร้อนพอสมควร แต่บรรยากาศคุ้มกับการรอ
ที่ร้านนี้ยอดนิยมเพราะรวมสามอย่างไว้ครบ คือ อาหารพื้นเมืองรสจัดจริง ราคาไม่แพง และทำเลใจกลางถนนถลางที่เดินเที่ยวเมืองเก่าต่อได้เลย เสียงจากรีวิวจริงทั้งไทยและต่างชาติชมเรื่องบริการที่ใส่ใจ พนักงานยิ้มแย้ม และดูแลเรื่องอาหารแพ้ได้ดี ใครมาภูเก็ตแล้วอยากลองอาหารฮกเกี้ยนแท้ในตึกเก่าจริง ที่นี่เป็นหมุดที่หลายคนแนะนำ
อรุณโภชนา (Aroon Pochana)
ถ้าเดินเล่นเมืองเก่าภูเก็ตแถวถนนถลางช่วงเช้าถึงบ่าย แล้วอยากได้มื้อฮาลาลแท้ ๆ ที่คนภูเก็ตกินกันมานานหลายปี อรุณโภชนา (Aroon Pochana) คือร้านที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านนี้เปิดมากว่าสิบปี อยู่ตรงสี่แยกแถวน้ำ หน้าร้านเป็นตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่ลงตัวกับบรรยากาศย่านเมืองเก่าพอดี มีป้ายเขียวเด่น ๆ บอกเมนูหลักไว้ครบ ทั้งโรตี มะตะบะ ข้าวยำ และชาชัก เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารใต้-มลายูแบบบ้าน ๆ ในราคาที่ไม่ต้องคิดเยอะ
เมนูที่รีวิวจริงพูดถึงบ่อยที่สุดคือโรตีน้ำแกง เลือกได้ทั้งแกงไก่และแกงเนื้อ มีรีวิวบอกว่า "โรตีหนานุ่ม ทานคู่แกงไก่ที่เนื้อไก่ร่อนนิ่มดีมาก" ส่วนแกงเนื้อก็มีคนชมว่า "อร่อยเข้มข้น" ใครชอบของกรอบสั่งโรตีบางกรอบราดนมข้นก็ได้ นอกจากนี้ยังมีมะตะบะ ข้าวหมกไก่ ข้าวราดแกง และข้าวยำน้ำบูดูที่หลายคนบอกว่ากินที่นี่แล้วติดใจเป็นพิเศษ ปิดท้ายด้วยชาชักที่ขึ้นชื่อว่าใส่นมไม่อั้น หวานมันกำลังดี
เรื่องราคาถือว่าน่ารักมาก รีวิวส่วนใหญ่อยู่ราว 65-250 บาทต่อคน โรตีจานเดียวยังไม่ถึงร้อย ใครมากันสองคนสั่งโรตีน้ำแกง ข้าวยำ กับชาชักก็อิ่มสบายในงบไม่กี่ร้อย คนขายหลายรีวิวบอกว่าเป็นกันเองและคุยง่าย แถมร้านยังเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในช่วงที่มี ก็ยิ่งคุ้ม
ข้อควรรู้ก่อนไปคือร้านเปิดเช้าถึงบ่าย ราว 06:30-16:30 น. หยุดวันอาทิตย์ (บางแหล่งระบุหยุดวันพุธ แนะนำเช็กก่อนไป) ช่วงมื้อเที่ยงคนค่อนข้างเยอะเพราะทั้งคนพื้นที่และนักท่องเที่ยวแวะกัน บางรีวิวติว่าบางจานเนื้อให้มาน้อยไปนิด แต่ภาพรวมคะแนนกูเกิลยังยืนที่ 4.5 จากรีวิวหลายร้อย ถือว่าเป็นร้านโรตีฮาลาลเจ้าเก่าที่คนภูเก็ตการันตีว่ามาแล้วไม่ผิดหวัง
โอ้เอ๋ว แป๊ะหลี (O-Aew Pae Lee)
ปิดท้ายลิสต์ของกินภูเก็ตด้วยของหวานพื้นเมืองที่ขาดไม่ได้ "โอ้เอ๋ว แป๊ะหลี" รถเข็นเล็ก ๆ หน้าโรงหนังสยามเก่าในซอยสุ่นอุทิศ ย่านเมืองเก่า ที่เปิดขายต่อกันมาเป็นรุ่นที่สามกว่าร้อยปี โอ้เอ๋วคือวุ้นใสทำจากเมือกเมล็ดโอ้เอ๋ว (พืชตระกูลมะเดื่อ) ผสมกล้วยน้ำว้า จับตัวเป็นวุ้นนิ่ม ๆ ราดน้ำเชื่อม น้ำแดง โปะน้ำแข็งไสเย็น ๆ เป็นเมนูดับร้อนคลายกระหายแบบฉบับคนภูเก็ตแท้ ๆ ใครเดินเที่ยวถนนถลาง-ดีบุกแล้วร้อนจนเหงื่อท่วม แวะร้านนี้ชามเดียวก็ชื่นใจ
เมนูสั่งง่ายมาก สั่งเป็นสีตามที่อยากใส่ ขาวคือโอ้เอ๋วล้วน แดงคือถั่วแดง ดำคือเฉาก๊วย หรือจะรวมมิตรก็ได้ เสียงจากรีวิวจริงบนเว็บกินดื่มหลายคนบอกตรงกันว่าวุ้นที่นี่ "นิ่มกำลังดี ไม่เป็นก้อนแข็ง" และมีกลิ่นกล้วยหอมอ่อน ๆ ไม่ฉุน ตัววุ้นเองรสจืด ต้องอาศัยน้ำเชื่อมกับน้ำแดงช่วยให้หวานชื่นใจ บางคนถึงขั้นบอกว่ากินมาหลายร้านตั้งแต่เด็กแต่ชอบร้านนี้ที่สุด เพราะยังคงสูตรเดิมใช้ของธรรมชาติทำสด ๆ ทุกวัน
เรื่องราคาคือจุดเด่นที่ทำให้คนรัก ชามละ 15-20 บาทเท่านั้น เจ้าของยังบอกเองว่าบางวันขายได้เกินร้อยชาม เกือบหมดเกลี้ยงทุกวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวเอเชียที่ตามรอยของกินถิ่น บรรยากาศเป็นรถเข็นริมซอยจริง ๆ มีม้านั่งง่าย ๆ ฝั่งตรงข้ามใต้ตึกเก่าให้นั่งกิน ไม่ได้หรูหราอะไร แต่ได้ฟีลเมืองเก่าเต็ม ๆ
ข้อควรรู้คือร้านเปิดบ่ายถึงเย็น ประมาณ 13:00-17:30 น. มาเช้าไปจะยังไม่เปิด และของมักหมดก่อนเวลาปิดในวันที่คนเยอะ มีรีวิวเตือนว่าบางครั้งไฟดับทำน้ำแข็งไสไม่ได้ก็จะได้น้ำแข็งก้อนเล็กแทน และร้านเล็กที่นั่งน้อย ช่วงนักท่องเที่ยวเยอะอาจต้องยืนรอบ้าง แต่ถ้ามาภูเก็ตทั้งทีแล้วอยากชิมของหวานเก่าแก่ประจำเมือง โอ้เอ๋วแป๊ะหลีคือชื่อที่คนท้องถิ่นพยักหน้าให้
จองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารภูเก็ต
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวโดยมีคนพาไป ลองจองฟู้ดทัวร์เมืองเก่าภูเก็ตผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ไกด์ท้องถิ่นจะพาเดินชิมอาหารพื้นเมือง เล่าที่มาของแต่ละเมนู และพาแวะร้านที่นักท่องเที่ยวมักหาเองไม่เจอ ส่วนใครอยากลงมือทำเอง มีคลาสทำอาหารใต้และอาหารไทยให้เลือก ได้เรียนรู้วิธีทำแกงปูใบชะพลูหรือหมูฮ้องแบบภูเก็ตกลับไปทำที่บ้าน จองล่วงหน้าออนไลน์มักได้ราคาดีกว่าและการันตีที่นั่ง
💡 รู้ก่อนไปกินที่ภูเก็ต
ร้านส่วนใหญ่ในลิสต์อยู่ในรัศมีเดินถึงรอบถนนถลาง ดีบุก พังงา ถ้าออกนอกเขตให้เรียก Grab สะดวกสุด แท็กซี่ในภูเก็ตค่าโดยสารแพงและมักไม่กดมิเตอร์
ร้านเล็กและรถเข็นอย่างโอ้เอ๋วแป๊ะหลี รวมถึงร้านเก่าหลายเจ้าอย่างวันจันทร์ มักรับแต่เงินสด พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้ ส่วนร้านนั่งโต๊ะใหญ่มักรูดบัตรหรือสแกนจ่ายได้
ติ่มซำบุญรัตน์คนแน่นตั้งแต่เช้า ส่วนร้านอาหารใต้ดัง ๆ พีคช่วงมื้อเย็น ถ้าไม่อยากรอนานให้ไปก่อนเวลาหรือเลี่ยงสุดสัปดาห์ช่วงไฮซีซั่น
ร้านสตรีทและร้านพื้นเมืองไม่จำเป็นต้องทิป ส่วนร้านนั่งโต๊ะถ้าไม่มีชาร์จเซอร์วิส จะทิงเศษเงินหรือราว 20–50 บาทไว้ก็ได้ ไม่บังคับ
ร้านที่นักท่องเที่ยวเยอะอย่างตู้กับข้าว วันจันทร์ และโกปี้เตี่ยม บาย วิไล มักมีเมนูภาษาอังกฤษหรือรูปภาพ แต่ร้านท้องถิ่นบางเจ้าเป็นภาษาไทยล้วน ลองชี้รูปหรือเปิดชื่อเมนูในมือถือไว้ช่วยได้
อาหารใต้ภูเก็ตรสจัดและเผ็ดกว่าที่หลายคนคิด ถ้ากินเผ็ดไม่เก่งให้บอกพนักงานว่าขอเผ็ดน้อย และสั่งของกินแก้เผ็ดอย่างใบเหลียงผัดไข่หรือน้ำสับปะรดปั่นไว้คู่กัน
วางแผนกินให้คุ้มในเมืองเก่าภูเก็ต
ข่าวดีคือ 9 ใน 10 ร้านในลิสต์นี้อยู่ในเขตเมืองเก่าภูเก็ต เดินถึงกันได้เกือบหมด เลยจัดทริปกินทั้งวันได้สบาย
- เช้า เริ่มที่ติ่มซำ — บุญรัตน์ ติ่มซำ (ถนนดิลกอุทิศ 2) เปิดเช้ามากและคนแน่นตั้งแต่ 7 โมง ถ้าไปสายอาจต้องรอ
- สาย-เที่ยง เดินถนนถลางแล้วแวะโกปี้เตี่ยม บาย วิไล จิบกาแฟโบราณกับหมี่ฮกเกี้ยน หรือต่อด้วยโรตีน้ำแกงที่อรุณโภชนา (ฮาลาล) ที่อยู่ถนนเดียวกัน
- บ่าย ดับร้อนด้วยโอ้เอ๋ว แป๊ะหลี ชามละ 15–20 บาท เป็นของหวานพื้นเมืองที่กินมากันเป็นรุ่น ๆ
- เย็น-ดึก สายอาหารใต้จัดเต็มที่ระย้า ตู้กับข้าว หรือวันจันทร์ ส่วนข้าวต้มแห้งโกเบ๊นซ์เปิดเย็นยันดึก เหมาะปิดท้ายมื้อค่ำ
ร้านดัง ๆ อย่างระย้า ตู้กับข้าว และวันจันทร์ คนเยอะและที่จอดรถหายาก ถ้ามาช่วงไฮซีซั่นแนะนำโทรจองหรือไปก่อนเวลาพีค
อยากกินครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องรีบ พักในเมืองเก่าภูเก็ตคือคำตอบ เพราะเดินถึงร้านส่วนใหญ่ได้สบาย ไม่ต้องเรียกรถบ่อย
ดูที่พักย่านเมืองเก่าภูเก็ต