🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
พิพิธภัณฑ์ที่ดีไม่ใช่แค่ตู้กระจกใส่ของเก่า แต่เป็นที่ที่อ่านจบแล้วมองเมืองรอบตัวเปลี่ยนไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เป็นแบบนั้น เพราะตัวอาคารเองก็คือโบราณวัตถุชิ้นใหญ่ที่สุดในนั้น และของที่จัดแสดงข้างในก็เล่าเรื่องอีสานใต้ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผ่านอาณาจักรขอม ทวารวดี มาจนถึงวัฒนธรรมไทย-ลาวที่เป็นรากของคนอุบลทุกวันนี้
อาคารศาลากลางเก่า — พระเอกของที่นี่
ตัวอาคารสร้างเสร็จเมื่อปี 2461 (สมัยรัชกาลที่ 6) เพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีหลังแรก เป็นตึกปูนชั้นเดียวยกพื้นสูง ผังเป็นรูปตัว E สถาปัตยกรรมแบบไทยผสมยุโรป (eclectic) ที่เห็นได้ชัดจากหลังคาปั้นหยา ช่องลมไม้ฉลุ และเสาระเบียงโค้ง งานออกแบบที่ผสมสองวัฒนธรรมแบบนี้ทำให้อาคารได้รับรางวัลอนุรักษ์จากสมาคมสถาปนิกสยาม และถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ
หลังจากย้ายศาลากลางไปที่ใหม่ กรมศิลปากรปรับอาคารนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ ได้รับสถานะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมื่อปี 2529 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 30 มิถุนายน 2532 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเป็นองค์ประธาน นับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกที่เปิดในภาคอีสาน
จุดถ่ายรูป
ด้านหน้าอาคารกับซุ้มทางเข้าและแนวเสาระเบียงเป็นมุมที่คนชอบถ่ายมากที่สุด แสงสวยช่วงเช้าราว 9–10 โมงที่แดดยังไม่แรง อาคารสีครีมตัดกับท้องฟ้าได้สวย
อยากเที่ยว อุบลราชธานี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
10 ห้องจัดแสดง เดินไล่เป็นเรื่องเดียว
ข้างในแบ่งเป็น 10 ห้อง เรียงให้เดินไล่ตามลำดับเวลาได้พอดี เริ่มจากภูมิประเทศและข้อมูลทั่วไปของอุบล ไล่ลึกลงไปทีละยุค จุดที่หลายคนชอบที่สุดคือห้องวัฒนธรรมขอมกับห้องผ้าโบราณ
- ห้อง 1–2 ข้อมูลทั่วไปและภูมิศาสตร์อีสาน — ปูพื้นว่าอุบลอยู่ตรงไหนของแผนที่ ทำไมแม่น้ำมูล-โขงถึงสำคัญ
- ห้อง 3 สมัยก่อนประวัติศาสตร์ — เครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา หลักฐานคนยุคแรกในลุ่มน้ำมูล
- ห้อง 4 สมัยประวัติศาสตร์เริ่มแรก — ร่องรอยทวารวดีและวัฒนธรรมเจนละก่อนเมืองพระนคร
- ห้อง 5 วัฒนธรรมขอม — ทับหลัง ใบเสมาหินทราย และประติมากรรมศิลปะเขมร
- ห้อง 6 วัฒนธรรมไทย-ลาว — รากวัฒนธรรมที่กลายมาเป็นคนอุบลทุกวันนี้
- ห้อง 7 ผ้าโบราณและผ้าพื้นเมือง — ผ้ากาบบัว ผ้าซิ่นทอมือ ลวดลายเฉพาะของอุบล
- ห้อง 8–10 ดนตรีพื้นเมือง ศิลปหัตถกรรม และการปกครอง — แคน เครื่องจักสาน และเรื่องเมืองอุบลยุคตั้งเมือง
โบราณวัตถุชิ้นที่ห้ามพลาด
อรรธนารีศวร
ประติมากรรมหินทรายรูปพระศิวะครึ่งหนึ่งเป็นพระอุมา สลักจากศิลปะขอมก่อนเมืองพระนคร เป็นชิ้นเด่นที่สุดของพิพิธภัณฑ์และหาดูได้ยาก
ใบเสมาหินทราย
หลักหินปักเขตศักดิ์สิทธิ์ สลักภาพเล่าเรื่องพุทธศาสนาแบบทวารวดี-อีสาน พบมากในแถบอุบลและจังหวัดใกล้เคียง
ทับหลังศิลปะเขมร
แผ่นหินเหนือกรอบประตูปราสาทขอม สลักลวดลายเทพและพรรณพฤกษา เป็นหลักฐานว่าอีสานใต้เคยอยู่ในเครือข่ายขอมโบราณ
ผ้ากาบบัว
ผ้าทอมือลายเฉพาะของอุบล ที่กลายเป็นผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัด ดูแล้วเข้าใจว่าทำไมอุบลถึงเป็นเมืองผ้าทอ
บอกตามตรงว่าป้ายคำอธิบายบางจุดเป็นภาษาไทยล้วน คนต่างชาติอาจอ่านไม่ครบ แต่ของจริงที่จัดแสดงนั้นน่าดูในตัวเอง ถ้าอยากได้รายละเอียดลึกขึ้น เจ้าหน้าที่ด้านหน้าช่วยอธิบายได้ และบางช่วงมีวิทยากรนำชมถ้าโทรนัดล่วงหน้า
เวลาเปิด ค่าเข้า และการเดินทาง
- เวลาเปิด — พุธ–อาทิตย์ 09.00–16.00 น. ปิดวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ค่าเข้าชม — คนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติประมาณ 100–120 บาท (เด็กและนักเรียนถูกกว่า)
- ที่ตั้ง — เลขที่ 318 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ใจกลางเมืองอุบล ติดทุ่งศรีเมือง
- การเดินทาง — อยู่กลางเมือง ขับรถหรือนั่งสามล้อ/แท็กซี่ถึงง่าย มีที่จอดรถหน้าอาคาร ห่างจากตลาดและที่พักในเมืองไม่กี่นาที
- เวลาที่ใช้ — เดินชมสบาย ๆ ราว 45 นาที–1 ชั่วโมงครึ่ง
บอกตรง ๆ
นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์อินเทอร์แอกทีฟไฟกะพริบแบบสมัยใหม่ แต่เป็นพิพิธภัณฑ์คลาสสิกที่เน้นของจริงและเนื้อหา ถ้าชอบประวัติศาสตร์กับงานศิลป์จะคุ้มมาก ถ้าพาเด็กเล็กมาอาจต้องช่วยเล่าเรื่องให้สนุกขึ้นหน่อย
จับคู่เที่ยวรอบ ๆ ได้ในครึ่งวัน
ข้อดีของที่นี่คืออยู่ใจกลางเมือง เดินหรือขับต่อไปจุดอื่นได้สบายในครึ่งวันเดียว
- ทุ่งศรีเมือง — สวนสาธารณะกลางเมืองตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ ห่างไม่ถึง 400 เมตร เดินเล่นได้ มีศาลหลักเมืองอยู่ใกล้
- วัดทุ่งศรีเมือง — ห่างราว 600 เมตร มีหอไตรกลางน้ำไม้เก่าและจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถที่งดงาม
- วัดสุปัฏนารามวรวิหาร — วัดสำคัญริมแม่น้ำมูล สถาปัตยกรรมผสมไทย-ยุโรป เข้าชุดกับธีมอาคารเก่า
- ตลาดและร้านกาแฟในเมืองเก่า — รอบทุ่งศรีเมืองมีคาเฟ่และร้านอาหารพื้นเมืองให้แวะต่อหลังเดินพิพิธภัณฑ์เสร็จ
วางแผนเที่ยวเมืองอุบลแบบเต็มอิ่มทั้งวัด ตลาด และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวอุบลราชธานี →