หน้าแรก จุดหมาย อุตรดิตถ์ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยอุตรดิตถ์เตรียมตัวเที่ยวอุตรดิตถ์ ไปเดือนไหนดี งบ ของที่ต้องเตรียม
🎒 เตรียมตัวก่อนไป

เตรียมตัวเที่ยวอุตรดิตถ์
ไปเดือนไหนดี งบ ของที่ต้องเตรียม

อุตรดิตถ์เป็นเมืองผ่านที่หลายคนขับเลยไปเชียงใหม่ ทั้งที่จริง ๆ มีทั้งเมืองลับแล ทะเลหมอกภูสอยดาว และทุเรียนหลง-หลินที่หากินยาก ก่อนจะแพ็กกระเป๋า มีไม่กี่เรื่องที่ควรรู้ก่อน เพราะ ไปเดือนไหนได้ของไม่เหมือนกันเลย หน้าหนาวได้ทะเลหมอกกับอากาศเย็น ส่วนหน้าฝนถึงต้นหนาวได้ผลไม้ที่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัด เรารวมเรื่องที่ต้องเตรียมไว้ให้ครบในที่เดียว

📅 ไปเดือนไหนดี💰 งบต่อวัน🧳 เช็กลิสต์ของ
เตรียมตัวเที่ยวอุตรดิตถ์ ไปเดือนไหนดี งบ ของที่ต้องเตรียม

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

อุตรดิตถ์ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวกระแสหลัก ข้อดีคือคนยังไม่เยอะ ราคาที่พักและของกินยังถูก แต่ข้อแลกคือต้องวางแผนมากกว่าเมืองใหญ่นิดหน่อย เพราะรถสาธารณะในเมืองมีจำกัด และจุดเที่ยวธรรมชาติหลายแห่งอยู่ไกลตัวเมือง คู่มือนี้จะช่วยให้รู้ว่าควรไปช่วงไหน เตรียมเงินเท่าไหร่ และต้องหิ้วอะไรไปบ้างเพื่อไม่ให้พลาด

ไปอุตรดิตถ์เดือนไหนดีที่สุด

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าอยากได้อะไร อุตรดิตถ์มีสองช่วงพีคที่ให้ประสบการณ์ต่างกันสุดขั้ว ช่วงหนึ่งคือ หน้าหนาว ที่ได้อากาศเย็นกับทะเลหมอกบนภู อีกช่วงคือ ฤดูผลไม้ ที่ได้กินทุเรียนหลง-หลินและลางสาดลองกองสด ๆ จากสวน เลือกช่วงให้ตรงกับสิ่งที่อยากได้ตั้งแต่แรกจะคุ้มกว่า

1

พฤศจิกายน–มกราคม (หน้าหนาว)

ทะเลหมอก · อากาศเย็น · กางเต็นท์

ช่วงที่อากาศดีที่สุด แดดไม่แรง กลางคืนเย็นสบาย เหมาะกับการขึ้นภูสอยดาวและภูเมี่ยงเพื่อดูทะเลหมอกตอนเช้า ธันวาคม-มกราคมเป็นเดือนที่หนาวสุด บางคืนบนภูลงต่ำเลขหลักเดียว ถ้าชอบกางเต็นท์ดูดาวและนั่งผิงไฟ นี่คือช่วงที่ใช่

หน้าหนาวธรรมชาติ
2

กรกฎาคม (เทศกาลทุเรียนหลง-หลินลับแล)

ทุเรียนหายาก · ราคาหน้าสวน · หน้าฝน

ทุเรียนหลงลับแลและหลินลับแลออกประมาณเมษายน-สิงหาคม พีคสุดเดือนกรกฎาคม มีเทศกาลทุเรียนหลง-หลินลับแลที่ตลาดกลางผลไม้เทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล ได้กินทุเรียนพันธุ์หายากเนื้อแห้งจากสวนในราคาหน้าสวน แต่ต้องทำใจว่าเป็นหน้าฝน เผื่อร่มไว้

ฤดูผลไม้เทศกาล
3

กันยายน (เทศกาลลางสาด ลองกองหวาน)

ลางสาด-ลองกอง · OTOP · ในเมือง

ลางสาดและลองกองอุตรดิตถ์เป็นของขึ้นชื่อ รสหวานหอม งานเทศกาลลางสาด ลองกองหวานและสินค้า OTOP จัดราว ๆ ปลายกันยายนที่สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก มีผลไม้สด ของ OTOP และอาหารพื้นเมืองให้เดินชิม เหมาะกับคนที่ชอบตลาดและของฝาก

ฤดูผลไม้เทศกาล
4

กุมภาพันธ์–มีนาคม (ปลายหนาว-ต้นร้อน)

คนน้อย · เที่ยววัด-เมืองเก่า

อากาศยังพอเที่ยวไหว คนน้อยลง ที่พักหาง่าย เหมาะกับการเที่ยววัด เมืองเก่าลับแล และเขื่อนสิริกิติ์แบบสบาย ๆ ไม่แย่งคิวกับใคร ข้อเสียคือปลายมีนาคมเริ่มร้อนและอาจมีฝุ่นควันจากการเผาในบางปี

โลว์ซีซัน

สรุปสั้น ๆ

อยากได้ทะเลหมอกกับอากาศเย็น ไปพฤศจิกายน-มกราคม · อยากกินทุเรียนหลง-หลินไปกรกฎาคม · อยากได้ลางสาดลองกองไปกันยายน · ถ้าอยากเที่ยวสบายคนน้อยและไม่ซีเรียสเรื่องผลไม้ ไปกุมภาพันธ์ได้เลย

งบเที่ยวอุตรดิตถ์ ต้องเตรียมเท่าไหร่

ข่าวดีคืออุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่เที่ยวได้ในงบไม่สูง ที่พักและของกินยังราคาเป็นมิตร ตัวเลขด้านล่างเป็นงบต่อคนต่อวันโดยประมาณ ไม่รวมค่าเดินทางมาจากกรุงเทพ และอาจขยับขึ้นในช่วงเทศกาลที่ที่พักเต็มเร็ว

  • สายประหยัด ~800–1,200 บาท/วัน — นอนเกสต์เฮาส์หรือโรงแรมเล็กในเมือง 500–700 บาท กินร้านพื้นเมืองและตลาด เดินทางด้วยสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • สายสบาย ~1,500–2,500 บาท/วัน — โรงแรมระดับกลางมีสระ 900–1,400 บาท เช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์เที่ยวเอง กินคาเฟ่และร้านดังบ้าง
  • ค่าเช่ารถ — มอเตอร์ไซค์ราว 250–350 บาท/วัน รถเก๋งราว 1,000–1,500 บาท/วัน (จองล่วงหน้าช่วงเทศกาล เพราะรถมีจำกัด)
  • ค่าเข้าจุดเที่ยว — วัดส่วนใหญ่ฟรี · อุทยาน เช่น ภูสอยดาว มีค่าเข้าหลักร้อย · เขื่อนสิริกิติ์เข้าฟรี

เผื่อเงินสด

ร้านอาหารพื้นเมือง ตลาดสวนผลไม้ และสองแถวส่วนใหญ่รับแต่เงินสด พร้อมเพย์ใช้ได้บางร้านแต่ไม่ทุกที่ ควรพกเงินสดติดตัวพอสมควร ตู้ ATM มีในตัวเมืองแต่บนภูและในสวนไกล ๆ หายาก

แต่งตัวยังไงดี ตามฤดู

อุตรดิตถ์มีทั้งเมืองที่ร้อนชื้นแบบภาคกลางตอนบน และภูเขาที่เย็นจัดในหน้าหนาว การแต่งตัวเลยต้องดูว่าจะไปไหนและเดือนไหน

ขึ้นภู = หนาวจริง

หน้าหนาว (พ.ย.–ม.ค.)

ในเมืองกลางวันยังอุ่น แต่ถ้าขึ้นภูสอยดาวหรือภูเมี่ยง กลางคืนเย็นจัด เตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ หมวกไหมพรม ถุงมือ และถุงเท้าหนา ถ้ากางเต็นท์ต้องมีถุงนอนกันหนาวด้วย

เผื่อฝน

ฤดูฝน-ฤดูผลไม้ (ก.ค.–ก.ย.)

ร้อนชื้นและมีฝน เตรียมเสื้อระบายอากาศ ร่มพับหรือเสื้อกันฝน รองเท้าที่เปียกแล้วไม่พังถ้าจะเดินสวนผลไม้ที่พื้นอาจลื่น

สุภาพไว้ก่อน

เที่ยววัด-เมืองเก่า

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระยืน และเมืองเก่าลับแล แต่งสุภาพ คลุมไหล่และเข่า รองเท้าถอดง่ายเพราะต้องถอดก่อนเข้าโบสถ์-วิหาร

ซิม เน็ต และสัญญาณ

ในตัวเมืองอุตรดิตถ์ ลับแล และตามถนนสายหลัก สัญญาณมือถือทุกค่ายใช้ได้ดี เน็ต 4G/5G ลื่นพอใช้งานแผนที่และจ่ายเงินออนไลน์ ปัญหาจะอยู่ที่จุดธรรมชาติไกล ๆ มากกว่า

  • คนไทย — ซิมที่ใช้อยู่ใช้ได้เลย ไม่ต้องซื้อใหม่ ถ้าเน็ตหมดบ่อยเติมแพ็กเกจเน็ตรายสัปดาห์ไว้ก่อนขึ้นภู
  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ — ซื้อซิม Tourist ของ AIS, True หรือ dtac ได้ที่สนามบินหรือร้านสะดวกซื้อ ครอบคลุมพื้นที่เที่ยวหลักของอุตรดิตถ์
  • บนภูสอยดาว ภูเมี่ยง และในสวนลึก — สัญญาณอ่อนถึงไม่มีในบางจุด เซฟแผนที่ออฟไลน์และจุดหมายไว้ล่วงหน้า บอกที่บ้านหรือเพื่อนไว้ก่อนว่าจะขึ้นภูช่วงไหน
  • พาวเวอร์แบงก์ — จำเป็นมากถ้าไปกางเต็นท์ เพราะจุดชาร์จบนภูมีจำกัด

ของที่ควรเตรียมไป (เช็กลิสต์)

นอกจากเสื้อผ้าตามฤดูแล้ว มีของอีกชุดที่ลืมแล้วหาซื้อยากในพื้นที่ โดยเฉพาะถ้าแผนคือขึ้นภูหรือเที่ยวสวนผลไม้นอกเมือง

  • ยาประจำตัวและยาสามัญ — ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด ยาทากันยุง บนภูและในสวนยุงเยอะ
  • เงินสด — เผื่อร้านที่ไม่รับโอน และค่าเข้าอุทยานที่บางจุดรับแต่เงินสด
  • ไฟฉายหรือไฟคาดหัว — สำคัญถ้ากางเต็นท์ เพราะบนภูไม่มีไฟตามทาง
  • เสื้อกันหนาว/กันฝน — เลือกตามเดือนที่ไป (ดูหัวข้อแต่งตัว)
  • กระเป๋าเย็นหรือถุงเก็บความเย็น — ถ้าตั้งใจซื้อทุเรียนหรือลางสาดกลับ จะช่วยให้ผลไม้อยู่ได้นานขึ้นตอนเดินทางกลับ
  • รองเท้าผ้าใบ/รองเท้าเดินป่า — สำหรับเดินภูและสวนที่พื้นไม่เรียบ

เรื่องทุเรียนหลง-หลิน

ทุเรียนหลง-หลินลับแลของแท้มีจำนวนจำกัดและราคาสูงกว่าทุเรียนทั่วไป ซื้อจากสวนหรือตลาดกลางผลไม้หัวดงในช่วงเทศกาลจะได้ของจริงและราคาดีกว่าซื้อต่อข้างทาง ถามชาวสวนเรื่องวันสุกได้ตรง ๆ เพราะหลง-หลินเนื้อแห้งเก็บได้สั้น

เดินทางมาและเดินทางในเมือง

อุตรดิตถ์อยู่บนเส้นทางรถไฟสายเหนือ เดินทางมาง่ายกว่าที่คิด แต่การเที่ยวในจังหวัดควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะคล่องที่สุด

  • รถไฟสายเหนือ — จากกรุงเทพ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) ลงสถานีอุตรดิตถ์ ใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นหลักร้อยตามชั้นที่นั่ง รถไฟตู้นอนกลางคืนสะดวกสำหรับคนไม่อยากเสียวันเที่ยว
  • รถทัวร์ — จากหมอชิต 2 (จตุจักร) มีหลายเจ้า เช่น บขส.999 และนครชัยแอร์ ราคาเริ่มราว 405 บาท ลงที่สถานีขนส่งอุตรดิตถ์ ถนนพาดวารี ต.ท่าอิฐ
  • ขับรถเอง — ทางหลวงสายหลักดี เหมาะถ้าตั้งใจเที่ยวภูและสวนผลไม้นอกเมืองที่รถสาธารณะไปไม่ถึง
  • ในเมือง — มีรถสองแถวและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ไม่ถี่ การเช่ามอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์จะคล่องกว่ามาก โดยเฉพาะถ้าจะไปลับแลหรือเขื่อนสิริกิติ์

อยากได้แผนเที่ยวอุตรดิตถ์แบบลงรายละเอียดวันต่อวัน

ดูคู่มือเที่ยวอุตรดิตถ์ →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวอุตรดิตถ์เดือนไหนดีที่สุด?

ถ้าอยากได้อากาศเย็นและทะเลหมอกบนภูสอยดาว-ภูเมี่ยง ไปช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคมดีที่สุด ธันวาคม-มกราคมหนาวสุด ส่วนคนที่อยากกินทุเรียนหลง-หลินลับแลให้ไปเดือนกรกฎาคม และลางสาดลองกองให้ไปเดือนกันยายน

ทุเรียนหลง-หลินลับแลออกเดือนไหน?

ทุเรียนหลงลับแลและหลินลับแลออกประมาณเดือนเมษายนถึงสิงหาคม พีคสุดช่วงกรกฎาคม ซึ่งมีเทศกาลทุเรียนหลง-หลินลับแลที่ตลาดกลางผลไม้เทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล ซื้อจากสวนหรือในงานจะได้ราคาดีและของแท้กว่าซื้อข้างทาง

เที่ยวอุตรดิตถ์ใช้งบเท่าไหร่ต่อวัน?

สายประหยัดราว 800–1,200 บาทต่อคนต่อวัน นอนเกสต์เฮาส์และกินร้านพื้นเมือง ส่วนสายสบายราว 1,500–2,500 บาท พักโรงแรมระดับกลางและเช่ารถเที่ยวเอง ยังไม่รวมค่าเดินทางมาจากกรุงเทพ

ขึ้นภูสอยดาวต้องเตรียมอะไรเรื่องอากาศ?

หน้าหนาวกลางคืนบนภูเย็นจัด บางคืนลงเลขหลักเดียว เตรียมเสื้อกันหนาวหนา หมวก ถุงมือ และถุงนอนกันหนาวถ้ากางเต็นท์ พกไฟฉายและพาวเวอร์แบงก์ด้วยเพราะไม่มีไฟและจุดชาร์จตามทาง

ในอุตรดิตถ์เดินทางยังไงถ้าไม่มีรถ?

ในตัวเมืองมีรถสองแถวและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ไม่ถี่และไปไม่ถึงจุดเที่ยวธรรมชาติไกล ๆ แนะนำให้เช่ามอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์จะคล่องกว่ามาก โดยเฉพาะถ้าจะไปลับแล เขื่อนสิริกิติ์ หรือขึ้นภู

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ