🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าเดินเที่ยวเมืองเก่าแพร่ วัดจอมสวรรค์เป็นจุดที่ไม่ควรข้าม เพราะมันไม่เหมือนวัดล้านนาทั่วไปที่เราคุ้นตา ตัวอาคารเป็นเรือนไม้สักทั้งหลัง หลังคาซ้อนเป็นชั้น ๆ ประดับลายฉลุไม้ละเอียดยิบ เป็นงานช่างแบบไทใหญ่ผสมพม่าที่ในแพร่มีอยู่ไม่กี่แห่ง วัดนี้เงียบ ร่มรื่น และใช้เวลาเดินดูแค่ครึ่งชั่วโมงก็ได้บรรยากาศคนละแบบกับวัดอื่นในเมือง
ที่มาของวัด: ศรัทธาชาวไทใหญ่ยุคค้าไม้สัก
วัดจอมสวรรค์สร้างขึ้นช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ. 2437–2455 (ค.ศ. 1894–1912) ด้วยแรงศรัทธาของชาวไทใหญ่ หรือที่คนเก่าเรียกว่าชาวเงี้ยว ซึ่งเดิมมีถิ่นฐานอยู่ในพม่า แล้วอพยพเข้ามาทำมาค้าขายที่เมืองแพร่ในยุคที่การค้าไม้สักกำลังเฟื่องฟู ช่างที่สร้างก็เป็นช่างฝีมือชาวพม่า งานทุกส่วนจึงสะท้อนรากวัฒนธรรมไทใหญ่–พม่าชัดเจน ไม่ใช่ทรงล้านนาแบบที่เห็นทั่วไปในภาคเหนือ
ความเก่าและคุณค่าทางศิลปะทำให้กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนวัดจอมสวรรค์เป็นโบราณสถานของชาติเมื่อ พ.ศ. 2533 ทุกวันนี้วัดได้รับการบูรณะดูแล และเปิดให้คนเข้าชมในฐานะแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของเมืองแพร่
อยากเที่ยว แพร่ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
สถาปัตยกรรม: ไม้สักทั้งหลัง หลังคาซ้อนชั้น งานฉลุละเอียด
หัวใจของวัดคืออาคารหลักที่รวมโบสถ์ วิหาร และกุฏิไว้ในเรือนไม้หลังเดียว สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง จุดที่คนชอบยืนมองนานคือหลังคาที่ซ้อนเป็นชั้น ๆ มีปราสาทยอดซ้อนหลายชั้น ขอบชายคาประดับลวดลายไม้ฉลุฉลุโปร่งทั้งแถบ เป็นงานช่างที่ต้องใช้ความอดทนสูง
- หลังคาทรงปราสาทซ้อนชั้น — ยอดซ้อนหลายชั้นแบบพม่า ทำให้ตัวอาคารดูสูงสง่า ต่างจากหลังคาแอ่นต่ำของวิหารล้านนา
- เสาไม้สักปิดทอง 35 ต้น — ภายในอาคารมีเสาไม้สักลงรักปิดทอง บางต้นจารึกอักษรพม่าไว้ด้วย
- เพดานและฝาไม้ฉลุ — งานแกะและฉลุไม้ตามเพดาน คอสอง และช่องลม ละเอียดจนต้องเงยหน้ามอง
- กระจกสีประดับ — มีการประดับกระจกสีตามจุดต่าง ๆ เพิ่มประกายให้งานไม้สีเข้ม
ดูให้ทั่ว
อย่ารีบเข้าไปด้านในอย่างเดียว ลองถอยออกมายืนมองหลังคาจากด้านนอกก่อน แล้วค่อยเข้าไปแหงนดูเพดานไม้ฉลุด้านใน จะเห็นฝีมือช่างได้ครบทั้งสองมุม
ของเก่าหายากที่ต้องตามหา
สิ่งที่ทำให้วัดนี้พิเศษกว่าวัดสวย ๆ ทั่วไป คือของเก่าล้ำค่าที่เก็บรักษาไว้ภายใน หลายชิ้นหาดูที่อื่นแทบไม่ได้ ลองไล่ดูทีละชิ้น
หลวงพ่อสาน
พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สร้างจากไม้ไผ่สานขึ้นเป็นองค์ แล้วลงรักปิดทองทับ เป็นงานช่างที่หาดูได้ยากมาก ถือเป็นไฮไลต์ของวัด
คัมภีร์งาช้าง
คัมภีร์ปาติโมกข์ทำจากงาช้างบดอัด ลงรักแดงและจารึกอักษรพม่า เป็นของเก่าที่สะท้อนความประณีตของยุคนั้น
พระพุทธรูปงาช้าง
พระพุทธรูปแกะจากงาช้าง ขนาดเล็กแต่ฝีมือละเอียด เก็บรักษาไว้ภายในวัด
บุษบกและดอกไม้หิน
บุษบกไม้แกะสลักลงรักปิดทอง และดอกไม้ที่ทำจากหิน เป็นเครื่องประกอบที่เพิ่มความวิจิตรให้พื้นที่ภายใน
นอกจากนี้ยังมีพระธาตุจอมสวรรค์ซึ่งเป็นที่เคารพของคนในย่าน ทุกปีช่วงมาฆบูชาจะมีงานประเพณีไหว้พระธาตุ ถ้ามาตรงช่วงนั้นจะได้เห็นวัดในบรรยากาศที่คึกคักกว่าวันธรรมดา
เวลาเปิด ค่าเข้า และการเดินทาง
- เวลาเปิด — ราว 08:00–16:00 ทุกวัน
- ค่าเข้า — ไม่เก็บค่าเข้า (ทำบุญตามศรัทธาได้)
- ที่ตั้ง — ถนนยันตรกิจโกศล อำเภอเมืองแพร่ ห่างจากศาลากลางจังหวัดราว 1 กิโลเมตร อยู่ในเขตเมือง เดินทางสะดวก
- การเดินทาง — ขับรถหรือนั่งรถจากตัวเมืองแพร่ไม่กี่นาที มีที่จอดรถบริเวณวัด เหมาะแวะระหว่างเที่ยวเมืองเก่า
มารยาทเข้าวัด
วัดนี้เป็นโบราณสถานและยังเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจ แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นเรือนไม้ และระวังอย่าจับงานไม้ฉลุหรือของเก่า เพราะหลายชิ้นเปราะบางและมีอายุนับร้อยปี
เที่ยวต่อรอบ ๆ ได้อะไรอีกบ้าง
เพราะวัดจอมสวรรค์อยู่ในเขตเมือง จึงเดินต่อหรือขับรถสั้น ๆ ไปจุดอื่นได้สบาย วางแผนให้ดีจะเก็บได้หลายที่ในวันเดียว
- คุ้มเจ้าหลวงและบ้านวงศ์บุรี — บ้านไม้สักเก่าแก่ของเมืองแพร่ ดูสถาปัตยกรรมยุคค้าไม้สักได้ต่อเนื่องกับธีมงานไม้ของวัด
- เมืองเก่าและคาเฟ่ — ย่านเมืองเก่ามีคาเฟ่ในเรือนไม้ให้นั่งพักหลังเดินวัด
- วัดพระธาตุช่อแฮ — พระธาตุคู่เมืองแพร่ อยู่นอกเมืองออกไป เหมาะต่อทริปครึ่งวันบ่าย
วางแผนเที่ยวแพร่ทั้งทริปแบบไม่พลาดของดี
ดูคู่มือเที่ยวแพร่ →