🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าวางแผนเที่ยวพนมรุ้งกับเมืองต่ำอยู่แล้ว วัดเขาอังคารคือที่ที่ควรจับใส่ทริปไปด้วย เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ห่างจากพนมรุ้งราว 20 กิโลเมตร แต่บรรยากาศคนละแบบ ที่นี่ไม่ใช่ปราสาทหินโบราณ แต่เป็นวัดที่ยังใช้งานจริง สร้างขึ้นใหม่บนพื้นที่เก่าที่มีร่องรอยศาสนสถานมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ตัววัดตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับไปนานแล้ว เลยได้ทั้งของศักดิ์สิทธิ์ ของเก่า และวิวในที่เดียว
จุดที่ทำให้คนจำวัดนี้ได้คือโบสถ์ที่หน้าตาไม่เหมือนวัดทั่วไป ไม่มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์แบบที่คุ้นตา แต่เป็นทรง 3 ยอดบนฐานเดียว เต็มไปด้วยลวดลายปูนปั้นและงานแกะสลักละเอียดทั้งหลัง บอกตรง ๆ ว่าถ้าชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรม ที่นี่อยู่ได้นานกว่าที่คิด
วัดเขาอังคารคืออะไร อยู่บนภูเขาไฟจริงไหม
เขาพระอังคารเป็นภูเขาไฟลูกหนึ่งในกลุ่มภูเขาไฟเก่าของบุรีรัมย์ ตระกูลเดียวกับเขากระโดงและเขาพนมรุ้ง ทุกลูกดับสนิทมานานหลายแสนปีแล้ว ไม่มีพลังความร้อนเหลือ ทุกวันนี้กลายเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ปกคลุมด้วยป่าและไร่นา ตัววัดสร้างอยู่บนบริเวณปากปล่องเดิม เลยทำให้พื้นที่วัดเป็นที่สูงมองเห็นวิวรอบทิศ
ความน่าสนใจอีกชั้นคือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีพบใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีที่นี่ บ่งบอกว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่ประกอบศาสนกิจมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 หรือกว่าพันปีก่อน ส่วนวัดในรูปแบบปัจจุบันเพิ่งตั้งขึ้นในราวปี 2520 โดยพระอาจารย์ที่บูรณะพื้นที่ขึ้นใหม่ ของเก่ากับของใหม่จึงอยู่ในวัดเดียวกัน
- ที่ตั้ง — ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ บนยอดเขาพระอังคาร
- ประเภท — วัดบนปากปล่องภูเขาไฟดับ + แหล่งโบราณคดีทวารวดี + จุดชมวิว
- ของเด่น — โบสถ์ 3 ยอดลวดลายวิจิตร จิตรกรรมฝาผนัง พระ 108 องค์ ใบเสมาพันปี
- ห่างจากพนมรุ้ง — ราว 20 กม. อยู่เส้นทางเดียวกัน เที่ยวต่อในวันเดียวได้
อยากเที่ยว บุรีรัมย์ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
เวลาเปิด ค่าเข้า และการแต่งกาย
วัดเขาอังคารเปิดให้เข้าชมทุกวัน ช่วงกลางวันประมาณ 8.00–17.00 น. เข้าฟรี ไม่เก็บค่าบัตรผ่าน เป็นวัดที่ยังมีพระจำพรรษาและมีคนในพื้นที่มากราบไหว้ ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป ฉะนั้นแต่งกายสุภาพหน่อยจะเหมาะกับสถานที่มากกว่า ถ้าอยากเข้าไปในโบสถ์ต้องถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด
- เวลาเปิด — ทุกวัน ราว 8.00–17.00 น. (บางจุดอย่างวิหารอาจปิดเร็วกว่า)
- ค่าเข้า — เข้าฟรี มีกล่องรับบริจาคตามจุดสำหรับใครที่อยากร่วมทำบุญ
- การแต่งกาย — สุภาพ เลี่ยงเสื้อสายเดี่ยวกางเกงสั้นมาก ๆ เผื่อผ้าคลุมไหล่ไว้ดี
- เวลาที่ใช้ — เดินดูครบราว 1–1.5 ชั่วโมง พอจัดเป็นจุดแวะระหว่างทาง
วางแผนเวลา
ช่วงเช้าถึงสายแดดยังไม่แรง เดินรอบโบสถ์ถ่ายรูปได้สบายและฟ้าใส วิวทุ่งชัด ส่วนบ่ายแก่แดดด้านบนค่อนข้างจัดเพราะร่มเงาน้อย พกหมวกหรือร่มไปด้วยจะดี
โบสถ์ 3 ยอด ลวดลายวิจิตรทั้งหลัง
พระอุโบสถคือพระเอกของวัดนี้ ตัวโบสถ์เป็นทรง 3 ยอดตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน รูปทรงผสมศิลปะหลายยุค มองเผิน ๆ คล้ายปราสาทมากกว่าโบสถ์ จุดที่ทำให้คนตื่นตาคือลวดลายปูนปั้นและงานแกะสลักที่อัดแน่นแทบทุกตารางนิ้ว ตั้งแต่หน้าบัน ซุ้มประตู หน้าต่าง ไปจนเสาและฐาน รายละเอียดเยอะจนเดินดูได้เป็นรอบ ๆ
ที่ต่างจากวัดทั่วไปชัดเจนคือโบสถ์หลังนี้ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์แบบงานช่างไทยภาคกลาง ทำให้หน้าตาแปลกและจำง่าย คนที่มาถ่ายรูปมักหามุมหน้าตรงที่เห็นยอดทั้งสามเรียงกัน หรือมุมเฉียงที่เก็บลวดลายด้านข้างได้เต็ม ๆ
honest
งานลวดลายที่นี่เป็นงานปั้นใหม่สมัยตั้งวัด ไม่ใช่ของโบราณพันปี ถ้ามาด้วยความคาดหวังว่าจะได้เห็นปราสาทหินเก่าแบบพนมรุ้ง จะคนละแนว เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความวิจิตรของงานช่างยุคหลังกับทำเลบนภูเขาไฟมากกว่าความเก่าแก่ของตัวอาคาร
จิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดก มีคำบรรยายภาษาอังกฤษ
พอเข้าไปในโบสถ์ ผนังด้านในเขียนภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติและพุทธชาดก จุดที่หลายคนพูดถึงคือมีคำบรรยายภาพเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย ทำให้ฝรั่งหรือคนที่อยากรู้เรื่องตามภาพอ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยเจอในวัดต่างจังหวัด
ภายในยังประดิษฐานพระประธานให้กราบไหว้ บรรยากาศข้างในค่อนข้างเงียบและเย็น เหมาะนั่งพักสายตาจากแดดข้างนอก ถ่ายรูปได้แต่ควรเลี่ยงแฟลชและไม่ส่งเสียงดัง เพราะยังมีคนเข้ามาไหว้พระตลอด
พระ 108 องค์ ใบเสมาพันปี และพระนอน
รอบ ๆ อุโบสถมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยตั้งเรียงราย นับรวมได้ 108 องค์ ล้อมโบสถ์เป็นวงเดินชมได้รอบ เป็นมุมที่ถ่ายรูปสวยทั้งตอนเช้าและเย็น นอกจากนี้ยังมีของเก่าจริงที่ควรหยุดดูคือใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดี 8 คู่ สลักภาพบุคคล สถูป ดอกบัว และธรรมจักร อายุราว 1,300 ปี นี่คือหลักฐานว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ก่อนยุคขอม
ในวัดยังมีพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) องค์ใหญ่ และอาคารที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุกับรอยพระพุทธบาทจำลองให้กราบไหว้ เดินวนดูจุดต่าง ๆ ครบรอบใช้เวลาไม่นาน แต่ละจุดอยู่ใกล้กันในบริเวณวัดเดียว
โบสถ์ 3 ยอด
พระเอกของวัด ทรงแปลกตา ลวดลายแน่นทั้งหลัง มุมถ่ายรูปหลัก
พระ 108 องค์รอบโบสถ์
พระปางมารวิชัยเรียงรายล้อมอุโบสถ เดินชมและถ่ายรูปได้รอบ
ใบเสมาทวารวดี 8 คู่
ของเก่าจริงอายุราว 1,300 ปี สลักลายธรรมจักรและดอกบัว
พระนอนองค์ใหญ่
พระพุทธไสยาสน์ในวัด อีกจุดที่คนแวะกราบไหว้
จุดชมวิวทุ่งกว้างอีสานใต้
เพราะวัดตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงเด่นกว่าพื้นรอบข้าง ขอบ ๆ บริเวณวัดเลยมองเห็นทุ่งนาและไร่กว้างของอีสานใต้ได้ไกล วันฟ้าใสมองเห็นแนวเขาพนมรุ้งและเขาลูกอื่นในกลุ่มภูเขาไฟเดียวกันได้ด้วย ช่วงต้นฤดูฝนถึงปลายฝนทุ่งจะเขียว ส่วนหลังเก็บเกี่ยวจะเป็นโทนทองอุ่น ๆ
พูดกันตามจริง จุดชมวิวที่นี่ไม่ได้มีระเบียงกว้างหรือเดครับลมแบบจุดชมวิวยอดเขาเต็มตัว เป็นการมองวิวจากขอบลานวัดมากกว่า แต่ด้วยความสูงและความโล่งของพื้นที่รอบ ๆ ก็ให้ภาพทุ่งกว้างที่ถ่ายรูปสวยและรู้สึกโปร่งสบาย เหมาะมาช่วงเช้าหรือก่อนเย็นที่แสงนุ่ม
ช่วงเวลาถ่ายรูป
เช้าฟ้าจะใสที่สุด ทุ่งและแนวเขาชัด ส่วนเย็นได้แสงทองอุ่น แต่บางวันมีฝุ่นมัวโดยเฉพาะหน้าแล้ง เช็กสภาพอากาศก่อนถ้าตั้งใจมาถ่ายวิวโดยเฉพาะ
วิธีเดินทางไปวัดเขาอังคาร
วัดเขาอังคารอยู่ในเส้นทางสายพนมรุ้ง การเที่ยวที่ลงตัวที่สุดคือมีรถส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก จากตัวเมืองบุรีรัมย์ขับมาทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ระยะทางราว 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทางช่วงขึ้นเขามีโค้งและความชันบ้าง แต่ถนนลาดยางตลอดและมีป้ายบอก
- รถส่วนตัว/รถเช่า — สะดวกที่สุด จากตัวเมืองราว 60 กม. หรือจากพนมรุ้งราว 20 กม. มีป้ายบอกทาง
- เช่ารถพร้อมคนขับ/เหมารถ — นิยมจัดทริปพนมรุ้ง + เมืองต่ำ + เขาอังคารในวันเดียว ตกลงราคาก่อนออก
- มอเตอร์ไซค์เช่า — ทำได้สำหรับคนขับคล่อง แต่ระยะทางไกลและช่วงขึ้นเขาชัน เผื่อแรงและน้ำมัน
- รถสาธารณะ — ไม่สะดวก ไม่มีสายตรงถึงวัด ส่วนใหญ่ต้องต่อรถหรือเหมาช่วงสุดท้ายเอง
จัดเส้นทางให้คุ้ม
วัดเขาอังคารกับพนมรุ้งและเมืองต่ำอยู่โซนเดียวกัน วางให้ไปพนมรุ้งตอนเช้าตอนแดดยังไม่จัด แล้วค่อยแวะเขาอังคารกับเมืองต่ำช่วงสาย จะเที่ยวครบสามที่ในวันเดียวแบบไม่เร่ง
ทริปครึ่งวัน เขาอังคาร + พนมรุ้ง + เมืองต่ำ
ถ้ามีเวลาวันเดียวในโซนอีสานใต้ของบุรีรัมย์ นี่คือแพลนที่จับสามที่เด่นไว้ด้วยกัน ปราสาทหินขอมกับวัดบนภูเขาไฟในรอบเดียว เริ่มเช้าหน่อยจะได้ไม่เจอแดดเที่ยงบนพนมรุ้ง
พนมรุ้ง + เมืองต่ำ
วัดเขาอังคาร + กลับเมือง
ใครมีเวลามากกว่านี้ ค่อยเก็บเขากระโดงกับสนามช้างอารีน่าในเมืองอีกวัน จะได้ทั้งภูเขาไฟ ปราสาทหิน วัด และฟุตบอลในทริปบุรีรัมย์เดียว
เคล็ดลับก่อนไปวัดเขาอังคาร
- ไปเช้าหรือก่อนเย็น — แดดด้านบนแรง ร่มเงาน้อย ช่วงเช้าฟ้าใสถ่ายรูปสวยกว่า
- แต่งกายสุภาพ — เป็นวัดที่ยังมีคนมาไหว้พระจริง เผื่อผ้าคลุมไหล่ถ้าใส่เสื้อแขนกุด
- มีรถเป็นของตัวเอง — รถสาธารณะเข้าถึงยาก จัดรถเช่าหรือเหมารถจะเที่ยวคล่องกว่ามาก
- จับคู่กับพนมรุ้ง — อยู่เส้นทางเดียวกัน ห่างราว 20 กม. เที่ยวต่อในวันเดียวคุ้มกว่า
- พกน้ำกับหมวก — เดินรอบโบสถ์และดูพระ 108 องค์กลางแดด เตรียมกันร้อนไว้
- เคารพสถานที่ — ถอดรองเท้าก่อนเข้าโบสถ์ งดเสียงดัง เลี่ยงท่าถ่ายรูปที่ไม่เหมาะกับองค์พระ
วางแผนทริปบุรีรัมย์ให้ครบทั้งภูเขาไฟ ปราสาทหิน วัดสวย และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวบุรีรัมย์ →