หน้าแรก จุดหมาย บุรีรัมย์ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยบุรีรัมย์วัดเขาอังคาร วัดบนภูเขาไฟเก่า โบสถ์ลวดลายวิจิตร
🛕 ที่เที่ยวบุรีรัมย์

วัดเขาอังคาร
วัดบนภูเขาไฟเก่า โบสถ์ลวดลายวิจิตร

วัดเขาอังคาร หรือชื่อเต็มว่าวัดเขาพระอังคาร ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคาร ภูเขาไฟที่ดับสนิทมานานในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ไฮไลต์คือโบสถ์ 3 ยอดที่มีลวดลายแกะสลักแน่นทั้งหลัง ข้างในมีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธชาดกแบบมีคำบรรยายภาษาอังกฤษ รอบโบสถ์มีพระพุทธรูป 108 องค์ และใบเสมาหินทรายอายุกว่าพันปี ขึ้นไปบนยอดยังได้วิวทุ่งกว้างของอีสานใต้ จัดคู่กับพนมรุ้งในวันเดียวได้สบาย

🌋 บนปากปล่องภูเขาไฟดับ🛕 โบสถ์ 3 ยอดลวดลายแน่น🌾 จุดชมวิวทุ่งกว้าง
วัดเขาอังคาร วัดบนภูเขาไฟเก่า โบสถ์ลวดลายวิจิตร

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ถ้าวางแผนเที่ยวพนมรุ้งกับเมืองต่ำอยู่แล้ว วัดเขาอังคารคือที่ที่ควรจับใส่ทริปไปด้วย เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ห่างจากพนมรุ้งราว 20 กิโลเมตร แต่บรรยากาศคนละแบบ ที่นี่ไม่ใช่ปราสาทหินโบราณ แต่เป็นวัดที่ยังใช้งานจริง สร้างขึ้นใหม่บนพื้นที่เก่าที่มีร่องรอยศาสนสถานมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ตัววัดตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับไปนานแล้ว เลยได้ทั้งของศักดิ์สิทธิ์ ของเก่า และวิวในที่เดียว

จุดที่ทำให้คนจำวัดนี้ได้คือโบสถ์ที่หน้าตาไม่เหมือนวัดทั่วไป ไม่มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์แบบที่คุ้นตา แต่เป็นทรง 3 ยอดบนฐานเดียว เต็มไปด้วยลวดลายปูนปั้นและงานแกะสลักละเอียดทั้งหลัง บอกตรง ๆ ว่าถ้าชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรม ที่นี่อยู่ได้นานกว่าที่คิด

วัดเขาอังคารคืออะไร อยู่บนภูเขาไฟจริงไหม

เขาพระอังคารเป็นภูเขาไฟลูกหนึ่งในกลุ่มภูเขาไฟเก่าของบุรีรัมย์ ตระกูลเดียวกับเขากระโดงและเขาพนมรุ้ง ทุกลูกดับสนิทมานานหลายแสนปีแล้ว ไม่มีพลังความร้อนเหลือ ทุกวันนี้กลายเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ปกคลุมด้วยป่าและไร่นา ตัววัดสร้างอยู่บนบริเวณปากปล่องเดิม เลยทำให้พื้นที่วัดเป็นที่สูงมองเห็นวิวรอบทิศ

ความน่าสนใจอีกชั้นคือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีพบใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีที่นี่ บ่งบอกว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่ประกอบศาสนกิจมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 หรือกว่าพันปีก่อน ส่วนวัดในรูปแบบปัจจุบันเพิ่งตั้งขึ้นในราวปี 2520 โดยพระอาจารย์ที่บูรณะพื้นที่ขึ้นใหม่ ของเก่ากับของใหม่จึงอยู่ในวัดเดียวกัน

  • ที่ตั้ง — ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ บนยอดเขาพระอังคาร
  • ประเภท — วัดบนปากปล่องภูเขาไฟดับ + แหล่งโบราณคดีทวารวดี + จุดชมวิว
  • ของเด่น — โบสถ์ 3 ยอดลวดลายวิจิตร จิตรกรรมฝาผนัง พระ 108 องค์ ใบเสมาพันปี
  • ห่างจากพนมรุ้ง — ราว 20 กม. อยู่เส้นทางเดียวกัน เที่ยวต่อในวันเดียวได้
🎟️

อยากเที่ยว บุรีรัมย์ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม บุรีรัมย์ ทั้งหมด (Klook)

เวลาเปิด ค่าเข้า และการแต่งกาย

วัดเขาอังคารเปิดให้เข้าชมทุกวัน ช่วงกลางวันประมาณ 8.00–17.00 น. เข้าฟรี ไม่เก็บค่าบัตรผ่าน เป็นวัดที่ยังมีพระจำพรรษาและมีคนในพื้นที่มากราบไหว้ ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป ฉะนั้นแต่งกายสุภาพหน่อยจะเหมาะกับสถานที่มากกว่า ถ้าอยากเข้าไปในโบสถ์ต้องถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด

  • เวลาเปิด — ทุกวัน ราว 8.00–17.00 น. (บางจุดอย่างวิหารอาจปิดเร็วกว่า)
  • ค่าเข้า — เข้าฟรี มีกล่องรับบริจาคตามจุดสำหรับใครที่อยากร่วมทำบุญ
  • การแต่งกาย — สุภาพ เลี่ยงเสื้อสายเดี่ยวกางเกงสั้นมาก ๆ เผื่อผ้าคลุมไหล่ไว้ดี
  • เวลาที่ใช้ — เดินดูครบราว 1–1.5 ชั่วโมง พอจัดเป็นจุดแวะระหว่างทาง

วางแผนเวลา

ช่วงเช้าถึงสายแดดยังไม่แรง เดินรอบโบสถ์ถ่ายรูปได้สบายและฟ้าใส วิวทุ่งชัด ส่วนบ่ายแก่แดดด้านบนค่อนข้างจัดเพราะร่มเงาน้อย พกหมวกหรือร่มไปด้วยจะดี

โบสถ์ 3 ยอด ลวดลายวิจิตรทั้งหลัง

พระอุโบสถคือพระเอกของวัดนี้ ตัวโบสถ์เป็นทรง 3 ยอดตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน รูปทรงผสมศิลปะหลายยุค มองเผิน ๆ คล้ายปราสาทมากกว่าโบสถ์ จุดที่ทำให้คนตื่นตาคือลวดลายปูนปั้นและงานแกะสลักที่อัดแน่นแทบทุกตารางนิ้ว ตั้งแต่หน้าบัน ซุ้มประตู หน้าต่าง ไปจนเสาและฐาน รายละเอียดเยอะจนเดินดูได้เป็นรอบ ๆ

ที่ต่างจากวัดทั่วไปชัดเจนคือโบสถ์หลังนี้ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์แบบงานช่างไทยภาคกลาง ทำให้หน้าตาแปลกและจำง่าย คนที่มาถ่ายรูปมักหามุมหน้าตรงที่เห็นยอดทั้งสามเรียงกัน หรือมุมเฉียงที่เก็บลวดลายด้านข้างได้เต็ม ๆ

honest

งานลวดลายที่นี่เป็นงานปั้นใหม่สมัยตั้งวัด ไม่ใช่ของโบราณพันปี ถ้ามาด้วยความคาดหวังว่าจะได้เห็นปราสาทหินเก่าแบบพนมรุ้ง จะคนละแนว เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความวิจิตรของงานช่างยุคหลังกับทำเลบนภูเขาไฟมากกว่าความเก่าแก่ของตัวอาคาร

จิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดก มีคำบรรยายภาษาอังกฤษ

พอเข้าไปในโบสถ์ ผนังด้านในเขียนภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติและพุทธชาดก จุดที่หลายคนพูดถึงคือมีคำบรรยายภาพเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย ทำให้ฝรั่งหรือคนที่อยากรู้เรื่องตามภาพอ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยเจอในวัดต่างจังหวัด

ภายในยังประดิษฐานพระประธานให้กราบไหว้ บรรยากาศข้างในค่อนข้างเงียบและเย็น เหมาะนั่งพักสายตาจากแดดข้างนอก ถ่ายรูปได้แต่ควรเลี่ยงแฟลชและไม่ส่งเสียงดัง เพราะยังมีคนเข้ามาไหว้พระตลอด

พระ 108 องค์ ใบเสมาพันปี และพระนอน

รอบ ๆ อุโบสถมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยตั้งเรียงราย นับรวมได้ 108 องค์ ล้อมโบสถ์เป็นวงเดินชมได้รอบ เป็นมุมที่ถ่ายรูปสวยทั้งตอนเช้าและเย็น นอกจากนี้ยังมีของเก่าจริงที่ควรหยุดดูคือใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดี 8 คู่ สลักภาพบุคคล สถูป ดอกบัว และธรรมจักร อายุราว 1,300 ปี นี่คือหลักฐานว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ก่อนยุคขอม

ในวัดยังมีพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) องค์ใหญ่ และอาคารที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุกับรอยพระพุทธบาทจำลองให้กราบไหว้ เดินวนดูจุดต่าง ๆ ครบรอบใช้เวลาไม่นาน แต่ละจุดอยู่ใกล้กันในบริเวณวัดเดียว

สถาปัตยกรรม

โบสถ์ 3 ยอด

พระเอกของวัด ทรงแปลกตา ลวดลายแน่นทั้งหลัง มุมถ่ายรูปหลัก

ของศักดิ์สิทธิ์

พระ 108 องค์รอบโบสถ์

พระปางมารวิชัยเรียงรายล้อมอุโบสถ เดินชมและถ่ายรูปได้รอบ

ของโบราณ

ใบเสมาทวารวดี 8 คู่

ของเก่าจริงอายุราว 1,300 ปี สลักลายธรรมจักรและดอกบัว

ของศักดิ์สิทธิ์

พระนอนองค์ใหญ่

พระพุทธไสยาสน์ในวัด อีกจุดที่คนแวะกราบไหว้

จุดชมวิวทุ่งกว้างอีสานใต้

เพราะวัดตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงเด่นกว่าพื้นรอบข้าง ขอบ ๆ บริเวณวัดเลยมองเห็นทุ่งนาและไร่กว้างของอีสานใต้ได้ไกล วันฟ้าใสมองเห็นแนวเขาพนมรุ้งและเขาลูกอื่นในกลุ่มภูเขาไฟเดียวกันได้ด้วย ช่วงต้นฤดูฝนถึงปลายฝนทุ่งจะเขียว ส่วนหลังเก็บเกี่ยวจะเป็นโทนทองอุ่น ๆ

พูดกันตามจริง จุดชมวิวที่นี่ไม่ได้มีระเบียงกว้างหรือเดครับลมแบบจุดชมวิวยอดเขาเต็มตัว เป็นการมองวิวจากขอบลานวัดมากกว่า แต่ด้วยความสูงและความโล่งของพื้นที่รอบ ๆ ก็ให้ภาพทุ่งกว้างที่ถ่ายรูปสวยและรู้สึกโปร่งสบาย เหมาะมาช่วงเช้าหรือก่อนเย็นที่แสงนุ่ม

ช่วงเวลาถ่ายรูป

เช้าฟ้าจะใสที่สุด ทุ่งและแนวเขาชัด ส่วนเย็นได้แสงทองอุ่น แต่บางวันมีฝุ่นมัวโดยเฉพาะหน้าแล้ง เช็กสภาพอากาศก่อนถ้าตั้งใจมาถ่ายวิวโดยเฉพาะ

วิธีเดินทางไปวัดเขาอังคาร

วัดเขาอังคารอยู่ในเส้นทางสายพนมรุ้ง การเที่ยวที่ลงตัวที่สุดคือมีรถส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก จากตัวเมืองบุรีรัมย์ขับมาทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ระยะทางราว 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทางช่วงขึ้นเขามีโค้งและความชันบ้าง แต่ถนนลาดยางตลอดและมีป้ายบอก

  • รถส่วนตัว/รถเช่า — สะดวกที่สุด จากตัวเมืองราว 60 กม. หรือจากพนมรุ้งราว 20 กม. มีป้ายบอกทาง
  • เช่ารถพร้อมคนขับ/เหมารถ — นิยมจัดทริปพนมรุ้ง + เมืองต่ำ + เขาอังคารในวันเดียว ตกลงราคาก่อนออก
  • มอเตอร์ไซค์เช่า — ทำได้สำหรับคนขับคล่อง แต่ระยะทางไกลและช่วงขึ้นเขาชัน เผื่อแรงและน้ำมัน
  • รถสาธารณะ — ไม่สะดวก ไม่มีสายตรงถึงวัด ส่วนใหญ่ต้องต่อรถหรือเหมาช่วงสุดท้ายเอง

จัดเส้นทางให้คุ้ม

วัดเขาอังคารกับพนมรุ้งและเมืองต่ำอยู่โซนเดียวกัน วางให้ไปพนมรุ้งตอนเช้าตอนแดดยังไม่จัด แล้วค่อยแวะเขาอังคารกับเมืองต่ำช่วงสาย จะเที่ยวครบสามที่ในวันเดียวแบบไม่เร่ง

ทริปครึ่งวัน เขาอังคาร + พนมรุ้ง + เมืองต่ำ

ถ้ามีเวลาวันเดียวในโซนอีสานใต้ของบุรีรัมย์ นี่คือแพลนที่จับสามที่เด่นไว้ด้วยกัน ปราสาทหินขอมกับวัดบนภูเขาไฟในรอบเดียว เริ่มเช้าหน่อยจะได้ไม่เจอแดดเที่ยงบนพนมรุ้ง

วันที่ 1 — เช้า

พนมรุ้ง + เมืองต่ำ

07:30
ออกจากตัวเมืองบุรีรัมย์ มุ่งสู่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งขับราว 1 ชั่วโมง แวะกินข้าวเช้าก่อนได้
08:30
เดินชมปราสาทพนมรุ้งตอนแดดยังไม่จัดทางขึ้นปราสาทมีบันได เผื่อแรงและน้ำ
10:30
ลงมาแวะปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทขอมที่อยู่ไม่ไกลบรรยากาศสงบ คนน้อยกว่าพนมรุ้ง
วันที่ 1 — สาย-บ่าย

วัดเขาอังคาร + กลับเมือง

11:30
ขับขึ้นวัดเขาอังคาร ชมโบสถ์ 3 ยอดและพระ 108 องค์ห่างจากพนมรุ้งราว 20 กม.
12:15
เข้าโบสถ์ดูจิตรกรรมฝาผนัง และชมวิวทุ่งกว้างจากลานวัดข้างในเย็น พักจากแดดได้
13:00
หาของกินมื้อเที่ยงในอำเภอ ก่อนขับกลับเข้าเมืองลองอาหารอีสานท้องถิ่นแถวนั้น
15:00
ถึงตัวเมือง พักผ่อนหรือต่อด้วยคาเฟ่ในเมืองเก็บแรงไว้เที่ยวเมืองตอนเย็น

ใครมีเวลามากกว่านี้ ค่อยเก็บเขากระโดงกับสนามช้างอารีน่าในเมืองอีกวัน จะได้ทั้งภูเขาไฟ ปราสาทหิน วัด และฟุตบอลในทริปบุรีรัมย์เดียว

เคล็ดลับก่อนไปวัดเขาอังคาร

  • ไปเช้าหรือก่อนเย็น — แดดด้านบนแรง ร่มเงาน้อย ช่วงเช้าฟ้าใสถ่ายรูปสวยกว่า
  • แต่งกายสุภาพ — เป็นวัดที่ยังมีคนมาไหว้พระจริง เผื่อผ้าคลุมไหล่ถ้าใส่เสื้อแขนกุด
  • มีรถเป็นของตัวเอง — รถสาธารณะเข้าถึงยาก จัดรถเช่าหรือเหมารถจะเที่ยวคล่องกว่ามาก
  • จับคู่กับพนมรุ้ง — อยู่เส้นทางเดียวกัน ห่างราว 20 กม. เที่ยวต่อในวันเดียวคุ้มกว่า
  • พกน้ำกับหมวก — เดินรอบโบสถ์และดูพระ 108 องค์กลางแดด เตรียมกันร้อนไว้
  • เคารพสถานที่ — ถอดรองเท้าก่อนเข้าโบสถ์ งดเสียงดัง เลี่ยงท่าถ่ายรูปที่ไม่เหมาะกับองค์พระ

วางแผนทริปบุรีรัมย์ให้ครบทั้งภูเขาไฟ ปราสาทหิน วัดสวย และของกิน

ดูคู่มือเที่ยวบุรีรัมย์ →

คำถามที่พบบ่อย

วัดเขาอังคารกับวัดเขาพระอังคารคือที่เดียวกันไหม?

เป็นที่เดียวกัน ชื่อเต็มคือวัดเขาพระอังคาร คนส่วนใหญ่เรียกสั้น ๆ ว่าวัดเขาอังคาร ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคารในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

วัดเขาอังคารตั้งอยู่บนภูเขาไฟจริงไหม?

จริง เขาพระอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทมานานหลายแสนปี อยู่ในกลุ่มภูเขาไฟเก่าของบุรีรัมย์เดียวกับเขากระโดงและพนมรุ้ง ตัววัดสร้างอยู่บริเวณปากปล่องเดิม ทำให้เป็นที่สูงและมีวิวทุ่งกว้าง

วัดเขาอังคารเปิดกี่โมง ค่าเข้าเท่าไร?

เปิดทุกวัน ช่วงกลางวันราว 8.00–17.00 น. เข้าฟรี ไม่เก็บค่าบัตรผ่าน มีกล่องรับบริจาคตามจุดสำหรับคนที่อยากร่วมทำบุญ ควรแต่งกายสุภาพเพราะยังเป็นวัดที่มีคนมาไหว้พระ

วัดเขาอังคารห่างจากพนมรุ้งแค่ไหน เที่ยวต่อในวันเดียวได้ไหม?

ห่างจากปราสาทพนมรุ้งราว 20 กิโลเมตร อยู่ในเส้นทางเดียวกัน เที่ยวต่อในวันเดียวได้สบาย คนนิยมจัดทริปพนมรุ้ง เมืองต่ำ และเขาอังคารรวมกันในวันเดียว

ของเด่นที่ต้องดูที่วัดเขาอังคารมีอะไรบ้าง?

ไฮไลต์คือโบสถ์ 3 ยอดที่ลวดลายแกะสลักแน่นทั้งหลังและไม่มีช่อฟ้าใบระกา ข้างในมีจิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดกพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ รอบโบสถ์มีพระพุทธรูป 108 องค์ มีใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีอายุราว 1,300 ปี พระนอนองค์ใหญ่ และจุดชมวิวทุ่งกว้าง

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ