🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
วัดคูหาภิมุขตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา ห่างจากเขตเทศบาลนครยะลาไปทางถนนสาย 409 (ยะลา–บ้านเนียง) ราว 7 กิโลเมตร ขับรถแค่สิบนาทีก็ถึง เดิมวัดนี้ชื่อวัดหน้าถ้ำ เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นชื่อคูหาภิมุขในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม จุดเด่นจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัวอาคารวัด แต่อยู่ในถ้ำหินปูนใหญ่ที่เจาะเข้าไปในภูเขาด้านหลัง
ภายในถ้ำประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์ องค์ใหญ่ ปั้นด้วยดินสร้างในสมัยศรีวิชัยราวพุทธศตวรรษที่ 18 (ราว พ.ศ. 1300 ตามหลักฐานทางโบราณคดี) องค์พระยาวประมาณ 81 ฟุต หรือราว 24–25 เมตร นอนทอดยาวอยู่ในความเย็นของถ้ำ เป็นพระนอนเก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งของภาคใต้ และเป็นเหตุผลหลักที่คนเดินทางมาถึงตำบลหน้าถ้ำ
เข้าไปในถ้ำเจออะไรบ้าง
ถ้ำคูหาภิมุขเป็นถ้ำหินปูนที่ค่อนข้างกว้างและเดินสบาย มีแสงไฟส่องนำทางเข้าไปถึงองค์พระนอน บรรยากาศข้างในเย็นและเงียบสงบ ต่างจากอากาศร้อนด้านนอกชัดเจน รอบ ๆ องค์พระมีหินงอกหินย้อยที่ก่อตัวมานานนับพันปี และบางจุดมีน้ำใสไหลรินซึมจากโขดหิน
พระพุทธไสยาสน์ในถ้ำ
พระนอนปั้นดินยุคศรีวิชัยยาวราว 24 เมตร นอนทอดยาวกลางถ้ำ ไฮไลต์ที่คนตั้งใจมากราบไหว้
หินงอกหินย้อย
เสาหินและม่านหินที่ก่อตัวจากหยดน้ำนับพันปี กระจายอยู่รอบผนังถ้ำ บางจุดมีน้ำใสไหลซึม
ภาพเขียนสีโบราณ
บริเวณเพิงผามีร่องรอยภาพเขียนสีและภาพแกะสลักก่อนประวัติศาสตร์ สะท้อนว่าที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่มาก
พ่อท่านเจ้าเขา (ยักษ์เจ้าเขา)
ประติมากรรมยักษ์ยืนเฝ้าหน้าวัด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนพื้นที่นับถือ มาขอพรกันเป็นประจำ
อยากเที่ยว ยะลา ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
พิพิธภัณฑ์ศรีวิชัยในวัด
ในบริเวณวัดมี พิพิธภัณฑ์ศรีวิชัย เก็บโบราณวัตถุที่ขุดพบจากถ้ำและภูเขารอบ ๆ ตำบลหน้าถ้ำ เช่น พระพิมพ์ดินดิบ สถูปจำลอง อิฐฐานพระพุทธรูป และขวานหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตำบลหน้าถ้ำเคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ถ้ามีเวลาแวะเดินดูสักรอบจะเข้าใจที่มาของพระนอนและความเก่าแก่ของพื้นที่นี้มากขึ้น
แต่งกายเข้าวัด
ถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระนอน ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า ถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด และพูดคุยเบา ๆ ในถ้ำ เพื่อความเหมาะสมและไม่รบกวนคนที่มาไหว้พระ
เวลาเปิดและค่าเข้า
วัดเปิดให้เข้าชมและกราบไหว้ได้ทุกวัน โดยทั่วไปเปิดช่วงกลางวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น และ ไม่มีค่าเข้าชม เป็นทางการ มีเพียงตู้รับบริจาคบำรุงวัดตามศรัทธา ช่วงที่เหมาะที่สุดคือเช้าถึงสาย ราว 8.00–10.00 น. อากาศยังไม่ร้อน แสงในถ้ำกำลังดี และมีโอกาสได้เห็นช่วงทำวัตรของวัดด้วย
- เวลาเปิด — เปิดทุกวัน ช่วงกลางวันถึงเย็น (เวลาอาจปรับตามวัด แนะนำสอบถามหน้างานหรือเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนไป)
- ค่าเข้า — ไม่มีค่าเข้าอย่างเป็นทางการ บริจาคบำรุงวัดได้ตามกำลังศรัทธา
- เวลาที่แนะนำ — เช้าถึงสายอากาศเย็นสบายที่สุด หลีกเลี่ยงช่วงเที่ยงที่ร้อนจัด
วิธีไป — ใกล้เมืองยะลาแค่สิบนาที
ข้อดีของวัดคูหาภิมุขคืออยู่ใกล้ตัวเมืองยะลามาก ต่างจากที่เที่ยวเบตงที่ต้องขับเขายาว ที่นี่ออกจากใจกลางเมืองยะลาไปตามถนนสาย 409 (ยะลา–บ้านเนียง) ราว 7 กิโลเมตร ก็ถึงตำบลหน้าถ้ำ ปักหมุด "วัดคูหาภิมุข" หรือ "วัดหน้าถ้ำ" ใน Google Maps ได้เลย
- ขับรถ/มอเตอร์ไซค์เอง — สะดวกที่สุด จากตัวเมืองยะลาใช้เวลาราว 10–15 นาที มีลานจอดรถในวัด
- รถรับจ้างในเมือง — เรียกรถจากตัวเมืองยะลาไปกลับได้ ระยะใกล้ ค่าโดยสารไม่สูง ตกลงราคาก่อนขึ้น
- เที่ยวต่อในเมือง — ขากลับแวะชมผังเมืองยะลาที่ใจกลางเมือง วงเวียนซ้อนสามชั้นและถนนตัดเป็นใยแมงมุม เป็นผังเมืองที่ขึ้นชื่อของไทย
จัดทริปยะลา–เบตงให้คุ้ม
วัดคูหาภิมุขเหมาะเป็นจุดแรกของวันในเมืองยะลา ก่อนหรือหลังจากขับลงเบตง (ห่างจากตัวเมืองยะลาราว 140 กิโลเมตร) ที่มีสกายวอล์กอัยเยอร์เวง อุโมงค์ปิยะมิตร และของกินขึ้นชื่ออย่างไก่เบตงกับเฉาก๊วยเบตงรออยู่ วางเส้นทางให้แวะวัดตอนเช้าก่อนออกเดินทางไกลจะลงตัวที่สุด
เรื่องความปลอดภัยและการเดินทาง
ยะลาเป็นจังหวัดชายแดนใต้ บรรยากาศในตัวเมืองและรอบวัดคูหาภิมุขโดยทั่วไปเป็นปกติ มีคนพื้นที่มาไหว้พระและนักท่องเที่ยวแวะมาเรื่อย ๆ แต่เพื่อความสบายใจ ก่อนเดินทางจริงเราแนะนำให้เช็กข่าวสารและประกาศด้านความปลอดภัยล่าสุดจากหน่วยงานราชการ วางแผนเดินทางในเวลากลางวันเป็นหลัก และเผื่อเวลาในการผ่านจุดตรวจระหว่างทางบ้าง
ยะลาเป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลายวัฒนธรรมอยู่ร่วมกัน ทั้งชาวมุสลิม-มลายูและชาวไทยพุทธ เดินทางด้วยความเคารพ แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าศาสนสถาน และทักทายคนพื้นที่ด้วยรอยยิ้ม จะได้สัมผัสน้ำใจของคนใต้ที่อบอุ่นกลับไปด้วย
วางแผนเที่ยวยะลา–เบตงแบบเต็มทริป
ดูคู่มือเที่ยวยะลา →