🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
วัดพระพุทธบาทยโสธรไม่ใช่ที่เที่ยวยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เป็นวัดบ้าน ๆ ในชนบทอำเภอมหาชนะชัย จุดที่ทำให้คนสายไหว้พระและสายประวัติศาสตร์สนใจคือของเก่าในวัด ทั้งรอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปหินทรายปางนาคปรก ที่มีตำนานเล่าว่าพระมหาอุตตมปัญญานำมาจากกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ครั้งวัดยังเป็นวัดร้าง บทความนี้เล่าตรง ๆ ว่ามาที่นี่ได้อะไร และต้องเผื่ออะไรบ้าง
วัดนี้อยู่ตรงไหน ไกลแค่ไหน
วัดตั้งอยู่บ้านหนองยาง หมู่ 3 ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ห่างจากที่ว่าการอำเภอมหาชนะชัยราว 6 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 2083 ส่วนจากตัวเมืองยโสธรขับมาทางใต้ราว 35–40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึงชั่วโมงนึง ถนนเข้าวัดเป็นทางชนบทผ่านทุ่งนา รถเก๋งเข้าได้สบายในหน้าแล้ง
บอกตรง ๆ ก่อนไป
ที่นี่เป็นวัดชนบทจริง ๆ ไม่มีร้านค้าหรือคาเฟ่รอบวัด ไม่มีไกด์ ไม่มีค่าเข้า เปิดให้เข้าได้ทั้งวัน เหมาะกับคนที่อยากแวะไหว้พระเงียบ ๆ ระหว่างทาง ไม่ใช่จุดหมายหลักที่ต้องตั้งใจมาไกล ๆ ถ้าคาดหวังว่าจะเป็นวัดใหญ่อลังการอาจผิดหวัง
อยากเที่ยว ยโสธร ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ของเด่นในวัด — รอยพระพุทธบาทจำลองกับพระเก่า
หัวใจของวัดคือรอยพระพุทธบาทจำลองที่ประดิษฐานในมณฑป ทำขึ้นตามคตินิยมการสร้างรอยพระพุทธบาทสมัยกรุงศรีอยุธยา คู่กับพระพุทธรูปปางนาคปรกที่แกะจากหินทราย ซึ่งเป็นของเก่าจริง ๆ ไม่ใช่ของหล่อใหม่ ใครชอบงานพระเก่าจะได้เห็นเนื้อหินกับร่องรอยกาลเวลาแบบที่หาดูยากในวัดทั่วไป
- รอยพระพุทธบาทจำลอง — ประดิษฐานในมณฑป เป็นที่มาของชื่อวัด คนนิยมมาปิดทองและกราบไหว้ขอพร
- พระพุทธรูปปางนาคปรกหินทราย — พระเก่าแกะจากหินทราย องค์พระมีพญานาคแผ่พังพานปกด้านบน เล่ากันว่านำมาจากกรุงศรีอยุธยา
- ศิลาจารึกอักษรไทยน้อย — พบในบริเวณเดียวกับองค์พระ เป็นอักษรที่คนกลุ่มไท-ลาวอีสานใช้กันเมื่อหลายร้อยปีก่อน เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ในวัดยังมีสิมหรืออุโบสถและเจดีย์ให้เดินดูประกอบ พื้นที่วัดกว้างพอสมควรราว 55 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา เดินชมรอบ ๆ แบบไม่รีบใช้เวลาราว 30–45 นาทีก็ทั่ว
เสน่ห์คือความเงียบ — และวัดกลางน้ำหน้าฝน
สิ่งที่หลายคนชอบที่สุดของวัดนี้คือความเงียบ วันธรรมดาแทบไม่มีนักท่องเที่ยว มีแต่ชาวบ้านแถวนั้นแวะมาทำบุญ บรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากนั่งสงบ ๆ ไหว้พระโดยไม่มีเสียงรบกวน เป็นวัดที่ให้ความรู้สึกต่างจากวัดดังในเมืองที่คนพลุกพล่าน
อีกเรื่องที่ทำให้วัดนี้เป็นที่พูดถึงคือช่วงหน้าฝนน้ำหลาก บางปีน้ำท่วมล้อมรอบวัดจนกลายเป็นเหมือนเกาะกลางน้ำ พระต้องนั่งเรือออกบิณฑบาต ภาพแบบนี้สวยแปลกตาและมีคนถ่ายรูปแชร์กันอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้าตั้งใจจะมาเที่ยวเดินชมจริง ๆ แนะนำเลี่ยงช่วงน้ำหลาก เพราะถนนเข้าวัดอาจถูกตัดขาด
ช่วงที่เหมาะมา
หน้าแล้งปลายปีถึงต้นปี (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) อากาศกำลังดี ถนนเข้าวัดแห้ง เดินชมสบาย ส่วนใครอยากเห็นวัดเป็นเกาะกลางน้ำต้องลุ้นช่วงน้ำหลากปลายฝน ราวกันยายน–ตุลาคม และเช็กสภาพถนนก่อนไป
แวะที่ไหนต่อได้บ้าง
เพราะวัดอยู่ในอำเภอมหาชนะชัยที่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง การมาที่นี่ควรจัดเป็นทริปที่แวะหลายจุดในเส้นทางเดียว ไม่งั้นจะเสียเวลาขับรถเปล่า ๆ ในอำเภอนี้และระหว่างทางกลับเมืองมีของให้แวะหลายอย่าง
ปลาส้มมหาชนะชัย
ของขึ้นชื่อประจำอำเภอมหาชนะชัย แวะซื้อปลาส้มสด ๆ จากแหล่งทำกลับเป็นของฝากได้ ราคาหน้าแหล่งย่อมเยากว่าซื้อในเมือง
ระหว่างทางพระธาตุก่องข้าวน้อย
เจดีย์เก่าคู่เมืองพร้อมตำนานเตือนใจ อยู่ในเส้นทางกลับเข้าตัวเมืองยโสธร แวะไหว้พระต่อได้พอดี
ในเมืองย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า
กลับถึงตัวเมืองแล้วต่อด้วยย่านตึกเก่าทาสีสวย ถ่ายรูปและหาของกินถิ่นช่วงเย็นได้
เที่ยววัดนี้เหมาะกับใคร
- สายไหว้พระ — อยากได้ที่สงบ ๆ ไหว้พระขอพรโดยไม่ต้องแย่งที่กับคนเยอะ ที่นี่ตอบได้ดี
- สายประวัติศาสตร์ — สนใจพระเก่าหินทราย รอยพระพุทธบาทจำลอง และศิลาจารึกอักษรไทยน้อย มีของจริงให้ดู
- สายถ่ายรูปวัดเงียบ — ชอบเก็บภาพวัดบ้าน ๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศนิ่ง ๆ ไม่มีฉากนักท่องเที่ยว
แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยและอยากเก็บแต่ไฮไลต์ของยโสธร วัดนี้อาจไม่จำเป็นต้องมา เพราะอยู่ไกลและของเด่นเป็นแนวเงียบสงบมากกว่าตื่นตา เราแนะนำให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบจริง ๆ จะคุ้มกับเวลาที่สุด
วางแผนที่พักและทริปเที่ยวยโสธรแบบเต็มอิ่ม
ดูคู่มือเที่ยวยโสธร →