🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่คนหลายเผ่ามาอยู่รวมกันมานาน ทั้งลาว เขมร ส่วย (กูย) และเยอ แต่ละเผ่ามีภาษาพูด การแต่งตัว และประเพณีของตัวเอง วัดพระธาตุเรืองรองเลยน่าสนใจตรงที่มันไม่ใช่แค่วัดสวย แต่เป็นที่ที่เอาตัวตนของคนสี่เผ่ามารวมไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ลายบนองค์พระธาตุไปจนข้าวของในพิพิธภัณฑ์ ใครอยากเข้าใจว่าศรีสะเกษคือใคร ที่นี่ตอบได้ในชั่วโมงเดียว
ทำไมพระธาตุองค์นี้ถึงเรียกว่าสี่เผ่า
พระธาตุเรืองรองสร้างขึ้นโดยหลวงปู่ธรรมพิทักษ์ พระลูกหลานบ้านสร้างเรืองที่อยากให้อีสานใต้มีปูชนียสถานเป็นของตัวเอง เริ่มก่อสร้างราวปี 2525 ตัวองค์เป็นอาคารฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 30 เมตร สูง 49 เมตร และตั้งใจออกแบบให้ผสมศิลปะของคนสี่เผ่าในจังหวัดเข้าด้วยกัน เป็นเหตุผลที่เวลายืนมองจะรู้สึกว่าหน้าตาไม่เหมือนพระธาตุที่อื่น เพราะมันไม่ได้ยึดสายช่างใดสายช่างเดียว
- ลาว — กลุ่มใหญ่สุดของจังหวัด พูดภาษาลาวอีสาน เป็นรากของงานบุญและฮีตคองที่เห็นทั่วไป
- เขมร — คนเชื้อสายเขมรถิ่นไทย อยู่หนาแน่นแถบใต้ของจังหวัด ติดเทือกเขาพนมดงรัก ใกล้ชายแดนกัมพูชา
- ส่วย (กูย) — ชาวกูยที่เก่งเรื่องเลี้ยงและคล้องช้างมาแต่เดิม มีภาษาและพิธีกรรมของตัวเอง
- เยอ — เผ่าเล็กที่สุดในสี่เผ่า มีภาษาเยอเป็นเอกลักษณ์ คนนอกพื้นที่มักไม่ค่อยรู้จัก ที่นี่เลยเป็นที่หนึ่งที่ได้เห็นวัฒนธรรมเยอชัด ๆ
ความเป็นสี่เผ่าไม่ได้อยู่แค่ในวัดนี้ จังหวัดจัดงานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ทุกปีช่วงต้นเดือนมีนาคมที่สวนสมเด็จศรีนครินทร์ มีการแสดงและจำลองวิถีชีวิตของทั้งสี่เผ่า ถ้ามาตรงช่วงนั้นจะเห็นภาพเต็มกว่ามาก
อยากเที่ยว ศรีสะเกษ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ข้างในมีอะไร — ไล่ทีละชั้น
องค์พระธาตุแบ่งเป็น 6 ชั้น เดินขึ้นได้ตามบันได จุดที่คนชอบที่สุดคือพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชั้นกลางกับวิวเมืองจากชั้นบนสุด เราไล่ให้ดูว่าแต่ละชั้นมีอะไร จะได้กะเวลาถูก
- ชั้น 1 — ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาและงานบุญของวัด
- ชั้น 2–3 — พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสี่เผ่า จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีต เครื่องปั้นดินเผา ถ้วยชาม เครื่องมือดักสัตว์ เตารีดถ่าน อาวุธ และระเบียงรอบนอกทำเป็นห้องจำลองวิถีชีวิตและประเพณีของแต่ละเผ่า
- ชั้น 4 — ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ เป็นชั้นไหว้พระ
- ชั้น 5 — พื้นที่นั่งสมาธิ เงียบกว่าชั้นอื่น
- ชั้น 6 — ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (พระเกศาธาตุ) และเป็นจุดชมวิว มองเห็นบ้านเรือนกับท้องทุ่งเขียวรอบเมืองได้กว้าง
เผื่อเวลาเดินขึ้น
บันไดค่อนข้างชันและเป็นช่วง ๆ คนสูงอายุหรือเข่าไม่ดีให้ค่อย ๆ ขึ้นพักเป็นชั้น ๆ ใส่รองเท้าที่เดินถนัด แล้วช่วงสายแดดยังไม่แรงเป็นเวลาที่เดินสบายสุด รวมเดินดูครบทั้ง 6 ชั้นแบบไม่รีบราว 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
พิพิธภัณฑ์สี่เผ่า — ส่วนที่เราว่าคุ้มสุด
ถ้าให้เลือกจุดเดียวที่ไม่ควรเดินผ่าน คือพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชั้น 2–3 เพราะมันเล่าเรื่องคนศรีสะเกษได้จริงกว่าป้ายข้อมูล ของที่จัดแสดงเป็นข้าวของที่คนเคยใช้จริงในบ้าน หม้อไห เครื่องมือทำมาหากิน เครื่องดักสัตว์ และมีหุ่นจำลองการแต่งกายของแต่ละเผ่า ทำให้เห็นว่าลาว เขมร ส่วย เยอ ต่างกันยังไงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ชื่อเผ่าลอย ๆ
บอกตรง ๆ ว่าการจัดแสดงเป็นแบบพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ไม่ได้หรูหรือมีไฟส่องแบบพิพิธภัณฑ์ใหญ่ในกรุงเทพ ป้ายบางจุดเก่าและข้อมูลไม่ได้ละเอียดมาก แต่เสน่ห์มันอยู่ตรงความจริงใจและของจริงที่จับต้องได้ ถ้าตั้งใจดูและลองนึกภาพคนใช้ของพวกนี้ จะได้อะไรกลับไปเยอะ
เวลาเปิดพิพิธภัณฑ์
ส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันราว 08.00–17.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าตั๋ว แต่บางวันที่คนน้อยอาจต้องถามเจ้าหน้าที่หรือพระในวัดให้เปิดให้ ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่หรืออยากได้คนเล่า โทรเช็กกับวัดล่วงหน้าได้ที่ 081 977 3078
ไปยังไง อยู่ตรงไหน
วัดพระธาตุเรืองรองอยู่ในวัดบ้านสร้างเรือง ตำบลหญ้าปล้อง อำเภอเมืองศรีสะเกษ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือราว 7.5–8 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2373 ขับรถจากกลางเมืองราว 15 นาที มีลานจอดรถกว้าง เข้าออกง่าย เหมาะเป็นจุดแรกหรือจุดสุดท้ายของวันที่เที่ยวในเมือง
- รถส่วนตัว/รถเช่า — สะดวกสุด ใช้แผนที่นำทางไป "วัดพระธาตุเรืองรอง ศรีสะเกษ" ได้ตรงจุด มีที่จอดในวัด
- มอเตอร์ไซค์เช่าในเมือง — ระยะแค่ 8 กิโล วิ่งสบาย เหมาะคนมาคนเดียวหรือคู่
- รถรับจ้าง/แท็กซี่ — ถ้าไม่มีรถ เหมารถสองแถวหรือรถรับจ้างจากในเมืองไปกลับได้ ตกลงราคาก่อนขึ้น
เข้าวัดแต่งตัวให้เรียบร้อย
นี่เป็นวัดที่คนพื้นที่มาทำบุญจริง ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป แต่งตัวสุภาพ ไม่ใส่สั้นหรือเปิดไหล่ขึ้นไปชั้นบน จะสบายใจทั้งเราและคนในวัด และถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนดเวลาขึ้นไปไหว้พระ
แวะต่อที่ไหนได้บ้าง
ข้อดีของที่นี่คืออยู่ใกล้เมือง เลยจับคู่กับที่เที่ยวอื่นในวันเดียวได้ง่าย ด้านล่างคือที่ที่อยู่ไม่ไกลและไปต่อได้สะดวก
สวนสมเด็จศรีนครินทร์ (สวนสมเด็จย่า)
สวนสาธารณะในเมืองที่มีดงลำดวนต้นไม้ประจำจังหวัดหลายหมื่นต้น เป็นที่จัดงานเทศกาลสี่เผ่าช่วงมีนาคม เดินเล่นตอนเย็นได้ ใกล้พระธาตุ
เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ + ศรีสะเกษอควาเรียม
เกาะกลางอ่างเก็บน้ำในเมือง มีอควาเรียมปลาน้ำจืดลุ่มน้ำโขง–ชี–มูล พร้อมอุโมงค์แก้วใต้น้ำ เหมาะพาเด็กและหลบร้อนช่วงบ่าย
วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต)
วัดคู่เมืองกลางตัวเมืองศรีสะเกษ มีหลวงพ่อโตพระพุทธรูปเก่าแก่ที่คนเคารพ แวะไหว้พระต่อจากพระธาตุได้ในเส้นเดียว
ส่วนเรื่องของกิน ถ้าลงจากพระธาตุแล้วหิว ขับกลับเข้าเมืองมีร้านอาหารอีสานพื้นถิ่นและขนมจีนศรีสะเกษให้เลือกหลายร้าน ตลาดเช้าในเมืองก็มีของกินท้องถิ่นแบบสี่เผ่าให้ลอง เราแยกเขียนไว้ในบทความของกินต่างหาก
ช่วงไหนของวัน/ปีที่ไปดีสุด
พระธาตุเรืองรองเที่ยวได้ทั้งปี แต่ให้สบายสุดเลือกเวลาดี ๆ จะคุ้มกว่า
- เวลาในวัน — เช้าราว 08.00–10.00 น. แดดยังไม่แรง เดินขึ้น 6 ชั้นไม่เหนื่อย และพิพิธภัณฑ์เปิดพอดี ส่วนเย็นก่อนปิดวิวจากชั้นบนก็สวยแต่ต้องเผื่อเวลาให้ทัน
- ฤดู — หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) อากาศเย็นกำลังเดิน เป็นช่วงเที่ยวอีสานใต้สบายที่สุด หน้าฝนทุ่งรอบ ๆ จะเขียว วิวจากชั้นบนสดชื่น แต่ระวังลื่นตอนขึ้นบันได
- เทศกาล — ต้นมีนาคมมีงานดอกลำดวนบานและงานสี่เผ่าในเมือง มาช่วงนี้ได้เห็นวัฒนธรรมสี่เผ่าแบบมีชีวิตควบคู่กับการมาพระธาตุ
บอกตรง ๆ ว่าควรคาดหวังแค่ไหน
ที่นี่ไม่ใช่จุดเที่ยวที่ตื่นตาตื่นใจระดับใหญ่โต และไม่ได้ใช้เวลาทั้งวัน มันคือที่แวะดี ๆ ราว 1 ชั่วโมงที่ให้ทั้งวิวเมือง ที่ไหว้พระ และความเข้าใจเรื่องคนสี่เผ่าในที่เดียว ถ้ามาด้วยใจอยากรู้จักศรีสะเกษ จะชอบ ถ้าหวังความอลังการแบบวัดดัง อาจเฉย ๆ
วางแผนเที่ยวศรีสะเกษให้เต็มทริป ดูที่พัก ที่กิน และที่เที่ยวอื่นเพิ่ม
ดูคู่มือเที่ยวศรีสะเกษ →