🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ยโสธรไม่ใช่เมืองที่มีที่เที่ยวเยอะจนเที่ยวไม่หมด แต่ข้อดีคือทุกจุดอยู่ใกล้กัน วันเดียวก็ครบทั้งวัด พระธาตุ และย่านเก่าได้แบบไม่ต้องเร่ง แพลนนี้เขียนจากการไล่ระยะทางจริงในเมือง จัดให้เดินทางสั้นที่สุด เริ่มจากในเมืองช่วงเช้าที่แดดยังไม่แรง ออกไปทุ่งนาตอนสาย แล้ววนกลับเข้าเมืองมาเดินย่านเก่าตอนเย็นที่อากาศกำลังดี
ถ้าขับรถมาเอง จอดง่ายทุกจุด ถ้านั่งรถทัวร์/รถตู้มาลงในเมือง แนะนำเช่ามอเตอร์ไซค์หรือเรียกรถรับจ้างเป็นช่วง ๆ เพราะพระธาตุก่องข้าวน้อยอยู่นอกเมืองราว 9 กิโลเมตร เดินไม่ไหว
ไทม์ไลน์ทั้งวันแบบย่อ
- 08:00 — กินข้าวเช้าในเมือง (ก๋วยจั๊บญวน / ข้าวต้ม / ปาท่องโก๋)
- 09:00 — วัดมหาธาตุ ไหว้พระธาตุอานนท์ ใจกลางเมือง
- 10:30 — พระธาตุก่องข้าวน้อย กลางทุ่งนาบ้านตาดทอง
- 12:00 — มื้อเที่ยงอาหารอีสาน (ลาบเป็ด ต้มแซ่บ)
- 14:00 — สวนสาธารณะพญาแถน / พักช่วงแดดแรง
- 16:00 — เดินย่านเก่าบ้านสิงห์ท่า ถ่ายรูปตึกชิโน-โปรตุกีส
- 17:30 — จิบกาแฟคาเฟ่ในตึกเก่า ปิดทริป
ในเมือง — วัดมหาธาตุ พระธาตุอานนท์
เคล็ดลับช่วงเช้า
เข้าวัดในอีสานควรแต่งตัวสุภาพ มิดชิดหน่อย ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอุโบสถ และช่วง 9 โมงแดดยังไม่แรง เป็นเวลาที่ถ่ายรูปพระธาตุได้สวยที่สุดของวัน
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ยโสธร ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
พระธาตุก่องข้าวน้อย — เจดีย์กลางทุ่งกับตำนานเล่าขาน
พระธาตุก่องข้าวน้อย (ชื่อทางการคือพระธาตุตาดทอง) ตั้งอยู่กลางทุ่งนาบ้านตาดทอง ตำบลตาดทอง ห่างตัวเมืองยโสธรราว 9 กิโลเมตร เป็นเจดีย์เก่าทรงสี่เหลี่ยมที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด จุดเด่นคือบรรยากาศ เจดีย์ตั้งเดี่ยวกลางทุ่งนาเขียว ๆ ฉากหลังเป็นท้องฟ้ากว้าง ถ่ายรูปได้สวยมากโดยเฉพาะหน้าฝนที่นาเขียวจัด
ที่ทำให้คนจำได้คือตำนานพื้นบ้านเรื่อง “ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่” เล่าถึงลูกชายที่ไถนาจนหิวโซ พอแม่เอาข้าวมาส่งช้าและก่องข้าวดูเล็กไป เลยบันดาลโทสะทำร้ายแม่จนเสียชีวิต พอหายโมโหกินข้าวยังไม่หมดก่อง จึงสำนึกผิดและสร้างเจดีย์ขึ้นไถ่บาป เป็นเรื่องสอนใจเรื่องความอดทนและความกตัญญูที่คนอีสานเล่าต่อกันมา
- ที่ตั้ง — กลางทุ่งนาบ้านตาดทอง ต.ตาดทอง ห่างเมือง ~9 กม. มีป้ายบอกทางชัด
- ค่าเข้า — ไม่มีค่าเข้า เป็นพื้นที่เปิดโล่ง จอดรถได้บริเวณลาน
- เวลาที่เหมาะ — เช้าหรือเย็น เลี่ยงเที่ยงเพราะกลางทุ่งไม่ค่อยมีร่มเงา
- ตรงไปตรงมา — เป็นจุดถ่ายรูป+ไหว้พระสั้น ๆ ใช้เวลาราว 30–45 นาทีก็พอ ไม่ใช่ที่เที่ยวที่อยู่ได้ทั้งวัน
บอกกันตรง ๆ
พระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นเจดีย์กลางทุ่งที่บางช่วงดูแลรักษาได้ไม่เต็มที่ บริเวณรอบ ๆ ค่อนข้างเรียบง่าย ถ้ามาคาดหวังสถานที่ใหญ่โตอาจรู้สึกเฉย ๆ แต่ถ้ามาเก็บบรรยากาศทุ่งนาอีสานกับตำนานเมือง ก็เป็นจุดที่คุ้มค่าแวะ
มื้อเที่ยง + พักแดดแรง
บ้านสิงห์ท่า — เดินย่านเก่ายโสธรช่วงเย็น
บ้านสิงห์ท่าคือย่านเมืองเก่าของยโสธร ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าริมน้ำ เลยมีตึกแถวเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส (บางคนเรียกชิโน-ยูโรเปียน) เรียงรายตลอดถนน คุมโทนสีพาสเทล ประตูบานเฟี้ยมไม้ ผสมวัฒนธรรมไทย–จีน–ฝรั่งเศสไว้ในตึกเดียวกัน เป็นย่านที่เดินถ่ายรูปเพลิน ๆ บรรยากาศคลาสสิกแบบที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่
ช่วงเย็นเป็นเวลาที่ดีที่สุดของย่านนี้ แดดอ่อน แสงทอง ตึกเก่าได้แสง ร้านรวงเริ่มเปิด ทั้งคาเฟ่ในตึกเก่า ร้านของกินท้องถิ่น และศาลเจ้าเก่าให้แวะ เดินไม่ไกล วนรอบย่านได้ในชั่วโมงเดียว แต่ถ้าชอบถ่ายรูปและจิบกาแฟไปเรื่อย ๆ อยู่ได้ยาวจนค่ำ
เดินชมตึกชิโน-โปรตุกีส
ตึกแถวเก่าสีพาสเทล ประตูบานเฟี้ยม เรียงตลอดถนนในย่าน เดินถ่ายรูปได้ทั้งสาย เป็นไฮไลต์หลักของบ้านสิงห์ท่า
คาเฟ่ในตึกเก่า (เช่น VA-CHI Old Town)
คาเฟ่ที่รีโนเวตจากตึกเก่าในย่าน นั่งจิบกาแฟในบรรยากาศย้อนยุค เหมาะปิดท้ายทริปช่วงเย็น
ของกินท้องถิ่นในย่าน
มีร้านก๋วยจั๊บญวนในตึกชิโน ของกินเล่น และร้านเก่าแก่กระจายอยู่ เดินกินไปเรื่อยได้
เคล็ดลับบ้านสิงห์ท่า
วันธรรมดาบางร้านปิดเร็วหรือปิดบางวัน ถ้าอยากได้ย่านที่คึกคักสุด มาช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ช่วงเย็นจะมีร้านเปิดเยอะกว่าและคนเดินมากกว่า
เก็บตกก่อนกลับ
- ของฝาก — ข้าวหอมมะลิยโสธรเป็นของขึ้นชื่อ หาซื้อได้ในเมือง รวมถึงปลาส้มและของกินแห้งท้องถิ่น
- เดินทาง — ขับรถเองคล่องสุด ระยะระหว่างจุดสั้น ถ้าไม่มีรถ เรียกรถรับจ้าง/เช่ามอเตอร์ไซค์ในเมืองได้
- ฤดูที่สวย — หน้าฝน (มิ.ย.–ก.ย.) นาเขียวจัด พระธาตุก่องข้าวน้อยถ่ายรูปสวยสุด ส่วนเดือนพฤษภาคมมีงานบุญบั้งไฟประจำเมือง คนเยอะเป็นพิเศษ
- เผื่อต่อทริป — ยโสธรอยู่กลางทางระหว่างอุบลฯ กับร้อยเอ็ด ต่อเที่ยวจังหวัดข้างเคียงได้ง่าย
อยากได้ที่พักทำเลดีในเมืองยโสธรไว้เป็นฐานเที่ยว
ดู Top 10 โรงแรมยโสธร →