🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
บอกตรง ๆ ก่อนเลยว่ายโสธรไม่ใช่เมืองที่มีที่เที่ยวเป็นร้อยจุดให้เดินทั้งสัปดาห์ จุดเด่นของที่นี่คือบรรยากาศเงียบสบาย เมืองเก่าน่าเดิน อาหารถิ่นอร่อยและถูก กับผู้คนที่เป็นกันเอง ถ้ามาด้วยใจที่อยากเที่ยวช้า ๆ ชิล ๆ สัก 1–2 วัน คุณจะชอบเมืองนี้ แต่ถ้าตั้งใจมาหากิจกรรมหรือธรรมชาติแบบจัดเต็ม อาจรู้สึกว่าน้อยไป คู่มือนี้เลยตั้งใจบอกความจริงทั้งสองด้านให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
ยโสธรอยู่ตรงไหน เหมาะกับใคร
ยโสธรอยู่อีสานตอนล่าง อยู่ระหว่างร้อยเอ็ดกับอุบลราชธานี หลายคนขับผ่านเมืองนี้ระหว่างทางไปอุบลฯ โดยไม่รู้ว่ามีอะไรให้แวะ ความเล็กของเมืองกลับเป็นข้อดีสำหรับทริปแรก เพราะจุดเที่ยวหลักกระจุกอยู่ในและรอบตัวเมือง ไปไหนมาไหนไม่เสียเวลาเดินทางมาก เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวอีสานแบบสโลว์ไลฟ์ ชอบเมืองเก่า ชอบกินของถิ่น และไม่เน้นที่เที่ยวเช็กอินตามกระแส
- เหมาะกับ — คนชอบเมืองเก่า คาเฟ่ตึกโบราณ อาหารอีสานแท้ และบรรยากาศเงียบสบาย
- เหมาะมากถ้า — มาช่วงงานบุญบั้งไฟเดือนพฤษภาคม หรือจับคู่เที่ยวกับร้อยเอ็ด–อุบลฯ ในทริปเดียว
- อาจไม่ใช่ที่ของคุณถ้า — อยากได้ทะเล ภูเขา หรือที่เที่ยวกลางคืนคึกคัก เพราะยโสธรค่อนข้างเงียบ
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ยโสธร ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
มายโสธรยังไง — ไม่มีสนามบิน ไม่มีรถไฟ
เรื่องแรกที่มือใหม่ต้องรู้คือ ตัวเมืองยโสธรไม่มีสนามบินและไม่มีรถไฟผ่าน การมาหลัก ๆ จึงเป็นรถยนต์กับรถทัวร์ ส่วนใครจะบินก็ต้องลงสนามบินจังหวัดข้างเคียงแล้วต่อรถเข้ามา
- รถยนต์ส่วนตัว — จากกรุงเทพฯ ราว 7–8 ชั่วโมง สะดวกที่สุดเพราะเที่ยวข้ามอำเภอได้ตามใจ ทริปแรกถ้าขับรถมาเองจะคล่องสุด
- รถทัวร์/รถตู้ — มีรถจากหมอชิตและจังหวัดใกล้เคียงเข้าสถานีในตัวเมืองยโสธร พอถึงแล้วใช้รถรับจ้างในเมืองต่อ
- บินลงอุบลฯ แล้วต่อรถ — สนามบินอุบลราชธานีอยู่ห่างราว 100 กม. บินจากกรุงเทพฯ ราว 1 ชั่วโมง แล้วนั่งรถตู้/รถบัสเข้ายโสธรอีกราว 1.5 ชั่วโมง ค่ารถตู้ราว 350 บาท
- บินลงร้อยเอ็ด แล้วต่อรถ — สนามบินร้อยเอ็ดอยู่ใกล้กว่า ราว 70–80 กม. แต่เป็นถนนสองเลน ใช้เวลาเดินทางต่อราว 1 ชั่วโมงขึ้นไป
เรื่องรถในเมือง
ยโสธรไม่มีรถเมล์สายในเมืองแบบเมืองใหญ่ ถ้าไม่ได้ขับรถมาเอง แนะนำเช่ารถหรือเหมารถรับจ้างเป็นวัน จะเที่ยวคล่องกว่าเรียกเป็นเที่ยว โดยเฉพาะตอนไปจุดนอกเมืองอย่างพระธาตุก่องข้าวน้อย ที่เรียกรถกลับยาก
มาช่วงไหนดี
ช่วงเที่ยวขึ้นอยู่กับว่าอยากเจอบรรยากาศแบบไหน ถ้าอยากได้อากาศสบายเดินเมืองเก่าและกลางแจ้งไม่ร้อน หน้าหนาวปลายปีถึงต้นปี (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) คือช่วงที่ดีที่สุด ส่วนใครอยากเห็นเมืองนี้ในวันที่คึกคักที่สุด ต้องมาช่วงงานบุญบั้งไฟ
- งานบุญบั้งไฟ — ปี 2569 จัดวันที่ 8–10 พฤษภาคม ที่หน้าอำเภอเมืองและสวนสาธารณะพญาแถน มีขบวนแห่บั้งไฟเอ้และจุดบั้งไฟขึ้นสูง ช่วงนี้คนเยอะมากและที่พักเต็มเร็ว ต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์
- หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) — อากาศกำลังดี เดินเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าและคาเฟ่กลางแจ้งสบาย เป็นช่วงเที่ยวสบายที่สุดสำหรับทริปแรก
- หน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) — ทุ่งนาเขียว วิวสวย แต่ต้องเผื่อฝน ที่เที่ยวกลางแจ้งบางจุดอาจไม่สะดวก
พักที่ไหน งบเท่าไหร่
ที่พักในยโสธรไม่ได้มีโรงแรมหรูเยอะ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมท้องถิ่นและรีสอร์ตเล็ก ๆ ราคาเป็นมิตร ทริปแรกแนะนำเลือกพักใกล้ใจกลางเมือง เพราะเดินหาของกินมื้อเย็นง่ายและอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่า
- ราคาเริ่มต้น — โรงแรมในเมืองส่วนใหญ่อยู่ราว 500–900 บาทต่อคืน ถ้าพักคู่หารกันก็เบากระเป๋ามาก
- ทำเลแนะนำ — ใกล้ใจกลางเมืองหรือย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า เดินถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และวัดมหาธาตุ
- ช่วงงานบั้งไฟ — ที่พักเต็มเร็วและราคาขยับขึ้น จองล่วงหน้าให้เร็วที่สุด
ดูที่พักยโสธรที่คนรีวิวดีและจองง่าย
ดู Top 10 โรงแรมยโสธร →กินอะไรดีในยโสธร
ของกินคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยโสธรน่ามา อาหารอีสานที่นี่รสจัดจ้านแบบบ้าน ๆ ราคาถูก ตั้งแต่ส้มตำลาบก้อยไปจนของฝากขึ้นชื่ออย่างปลาส้มกับลูกเนียง นี่คือของที่มือใหม่ควรลอง
- ส้มตำ ลาบ ก้อย ต้มแซ่บ — อาหารอีสานแท้รสจัด ร้านในเมืองมีหลายเจ้า มื้อละราว 60–120 บาทต่อคน
- หมูกระทะ — มื้อเย็นที่คนยโสธรนัดเจอกัน บุฟเฟต์เริ่มราว 99–199 บาทต่อคน ร้านมีทั่วเมือง
- ปลาส้ม — ของฝากขึ้นชื่อ โดยเฉพาะปลาส้มมหาชนะชัย เอากลับไปทอดกินที่บ้านได้
- ลูกเนียง — ผักพื้นบ้านที่คนอีสานชอบ กินคู่น้ำพริกหรือลาบ หาซื้อตามตลาดได้
- อาหารเช้าถิ่น — ข้าวเปียกเส้น โจ๊ก หรือกาแฟโบราณคู่ปาท่องโก๋ตามร้านเก่าในเมือง
อยากกินตามคนพื้นที่ ดูของกินถิ่นยโสธรแบบเต็ม ๆ
ดูของกินยโสธร →ที่เที่ยวหลักที่ทริปแรกไม่ควรพลาด
พระธาตุก่องข้าวน้อย
เจดีย์เก่าทรงสี่เหลี่ยมกลางทุ่งนาที่บ้านตาดทอง ห่างเมืองราว 9 กม. มีตำนานลูกชายที่สร้างเจดีย์ไถ่บาป เข้าชมฟรี เป็นไฮไลต์คู่เมืองที่มือใหม่ต้องแวะ
ใจกลางเมืองเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า
ย่านตึกแถวเก่าชิโน-ยูโรเปียนทาสีสวย เคยเป็นย่านการค้าริมน้ำชี เดินถ่ายรูปได้ทั้งย่าน มีคาเฟ่ตึกเก่าให้แวะพัก
พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก
แลนด์มาร์กรูปคางคกยักษ์ตามตำนานพญาคันคากที่เล่าเรื่องบั้งไฟ ค่าเข้าผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท เปิด จ.–ศ. 10.00–16.00 น. ส.–อา. 09.00–17.00 น.
สวนสาธารณะพญาแถน
สวนริมน้ำกลางเมือง มีสระน้ำใหญ่และเป็นที่จุดบั้งไฟช่วงงานบุญ เย็น ๆ ลมเย็นสบาย เหมาะเดินเล่นปิดท้ายวัน
แพลนแนะนำสำหรับทริปแรก
ถ้านี่คือครั้งแรก แพลน 2 วัน 1 คืนกำลังพอดี ไม่เร่งและได้เก็บไฮไลต์ครบ วันแรกเน้นเที่ยวจุดหลักของเมือง วันที่สองเที่ยวเบา ๆ กินของถิ่นและซื้อของฝากก่อนกลับ เวลาด้านล่างจัดตามจริง เผื่อทั้งคนขับรถมาเองและคนนั่งรถทัวร์มา
ไหว้พระธาตุ เดินเมืองเก่า
ของกินเช้า + ของฝาก
เผื่อมีเวลามากกว่านี้
ถ้าได้สาม วันหรือมาแบบไม่รีบ เผื่อแวะบ้านศรีฐาน อ.ป่าติ้ว หมู่บ้านทำหมอนขวานผ้าขิดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด อยู่ห่างเมืองราว 20–25 กม. หรือจับคู่เที่ยวต่อไปร้อยเอ็ด (ราว 70 กม.) และอุบลฯ ได้ในทริปเดียว
เรื่องเล็ก ๆ ที่มือใหม่ควรรู้
- ไหว้พระแต่งกายสุภาพ — เข้าวัดและพระธาตุควรใส่เสื้อมีแขน กางเกง/กระโปรงคลุมเข่า ถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด
- พกเงินสด — ร้านอาหารถิ่น ตลาด และของฝากหลายเจ้ารับเงินสดเป็นหลัก เผื่อเงินสดติดตัวไว้
- เริ่มเที่ยวเช้า — กลางวันอีสานแดดแรง เที่ยวจุดกลางแจ้งช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า
- ร้านปิดเร็ว — เมืองเล็ก ร้านอาหารและคาเฟ่หลายร้านปิดบ่าย–เย็น วางแผนมื้อเย็นไว้ล่วงหน้า
- เติมน้ำมันก่อนออกนอกเมือง — ถ้าขับรถไปจุดนอกเมือง ปั๊มน้ำมันมีห่างกัน เติมให้พร้อมก่อนออก
พูดตรง ๆ
ยโสธรเป็นเมืองเที่ยวสั้น ๆ ไม่ใช่เที่ยวยาว เสน่ห์อยู่ที่ความเงียบสบาย เมืองเก่าน่าเดิน และอาหารถิ่นอร่อย ถ้ามาแบบช้า ๆ ชิล ๆ 1–2 วันจะอิ่มใจกำลังดี แต่ถ้าอยากได้กิจกรรมเยอะ แนะนำจับคู่กับร้อยเอ็ดหรืออุบลฯ ในทริปเดียว
วางแผนทริปแรกแบบเต็ม ๆ ดูคู่มือเที่ยวยโสธร
ดูคู่มือเที่ยวยโสธร →