🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ยโสธรกับร้อยเอ็ดเป็นคู่ที่จับเที่ยวด้วยกันลงตัว เพราะเส้นทางหลักคือทางหลวงหมายเลข 23 (สายแจ้งสนิท) วิ่งเชื่อมตัวเมืองทั้งสองตรง ๆ ผ่านอำเภอเสลภูมิของร้อยเอ็ดระหว่างทาง รอบสองข้างทางคือทุ่งนากว้างของทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งใหญ่ที่กินพื้นที่ถึง 5 จังหวัด (มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์) และเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ถ้าไปช่วงปลายฝนต้นหนาวจะได้เห็นทุ่งเขียวสุดลูกหูลูกตา ส่วนช่วงพฤศจิกายนจะเป็นนาข้าวสีทองตอนเก็บเกี่ยว แพลนข้างล่างเป็นแบบ 2 วัน 1 คืน ปรับยืดเป็น 3 วันได้ถ้าอยากขึ้นไปผาน้ำย้อยแบบไม่เร่ง
ภาพรวมเส้นทางและการเดินทาง
- ระยะทาง — ตัวเมืองยโสธรถึงตัวเมืองร้อยเอ็ด ราว 100 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตามทางหลวงหมายเลข 23 (สายแจ้งสนิท) ผ่านอำเภอเสลภูมิ
- พาหนะ — แนะนำเช่ารถขับเอง เพราะที่เที่ยวกระจายและรถสาธารณะในเมืองมีน้อย ถ้าบินลงร้อยเอ็ดมีสนามบินในตัว เช่ารถสนามบินร้อยเอ็ดเริ่มราว ฿900–1,300 ต่อวัน
- ทางเลือกไม่มีรถ — มีรถบัสและรถตู้สายยโสธร–ร้อยเอ็ด ค่าโดยสารราว ฿60–100 ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ในเมืองทั้งสองต้องพึ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือแอปเรียกรถ
- ช่วงเวลา — เที่ยวได้ทั้งปี อากาศกำลังดีช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ถ้าอยากเห็นทุ่งกุลาเป็นนาข้าวเขียวให้มาช่วงสิงหาคม–กันยายน ถ้าอยากเห็นนาสีทองให้มาช่วงเก็บเกี่ยวพฤศจิกายน
- งานบั้งไฟยโสธร — ถ้าอยากเจอประเพณีบุญบั้งไฟต้องช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ช่วงนั้นที่พักในเมืองยโสธรเต็มเร็วและราคาขึ้น ควรจองล่วงหน้า
เคล็ดลับวางแผน
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (ผาน้ำย้อย) อยู่ที่อำเภอหนองพอก ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60 กิโลเมตร ขับขึ้นเขาอีกพักใหญ่ ถ้าจะไปต้องกันเวลาครึ่งวัน แพลนนี้จัดให้เป็นไฮไลต์บ่ายวันที่สอง ถ้าเวลาไม่พอเที่ยวแค่ในเมืองร้อยเอ็ดก็สวยและพอดีอยู่แล้ว
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ยโสธร ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
แผนวันต่อวัน
เที่ยวยโสธร เมืองบั้งไฟ ค้างหนึ่งคืน
ข้ามทุ่งกุลาเข้าร้อยเอ็ด เก็บบึง วัด และเจดีย์
ของกินพื้นถิ่นที่ห้ามพลาดตลอดเส้นทาง
เสน่ห์ของทริปนี้คือของกินที่ผูกกับทุ่งนา ทั้งข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ปลาน้ำจืดจากลำน้ำ และอาหารอีสานรสนัวที่สองจังหวัดทำได้เด็ดทั้งคู่ นี่คือรายชื่อร้านและเมนูที่คนพื้นที่กินจริง เรียงตามที่แวะได้สะดวกในแพลน
ร้านอุ๋งปอ (ยโสธร)
ร้านอาหารอีสานแท้ย่านตาดทอง พื้นที่กว้างร่มรื่น เมนูครบทั้งลาบ น้ำตก อ่อม ต้มแซบ ก้อย รสต้นตำรับ เหมาะเป็นมื้อกลางวันวันแรกก่อนเดินเที่ยวต่อ
ร้านปลาเผา–ปลาส้มริมน้ำ (ยโสธร)
ยโสธรมีฟาร์มปลาน้ำจืดเลี้ยงเอง ร้านอาหารริมน้ำเสิร์ฟปลาเผาเกลือ ปลาส้มทอด ก้อยปลา และต้มยำปลา สดและราคาไม่แพง เหมาะมื้อเย็นวันแรก
ข้าวไข่ข้น–กาแฟ ย่านบ้านสิงห์ท่า (ยโสธร)
ในย่านเมืองเก่ามีร้านท้องถิ่นทั้งข้าวไข่ข้น กาแฟ ข้าวซอย และก๋วยเตี๋ยว เหมาะแวะกินมื้อเช้าหรือเติมพลังระหว่างเดินถ่ายรูปตึกเก่า
ลาบ–ก้อยพื้นบ้านยโสธร
ยโสธรเป็นถิ่นลาบรสนัว ร้านลาบเป็ด ลาบหมู ลาบเห็ด ก้อย และต้มแซบทำสูตรดั้งเดิม กินคู่ข้าวเหนียวร้อน ๆ บรรยากาศบ้าน ๆ ราคามิตรภาพ
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ของฝาก)
ข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้คือของฝากที่ต้องซื้อจากแหล่งจริง เม็ดสวย หอม ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซื้อจากกลุ่มชาวนาริมทางช่วงเสลภูมิหรือร้านของฝากในเมืองได้ราคาดี
อาหารอีสาน–ปลาน้ำจืด เมืองร้อยเอ็ด
ร้อยเอ็ดมีร้านอาหารอีสานบรรยากาศดีหลายเจ้า เด่นเมนูปลาน้ำจืดอย่างปลาเผา แกงส้มชะอมไข่ และเมี่ยงปลา รวมถึงลาบ–ก้อยแบบจัดเต็ม เหมาะมื้อกลางวันวันที่สอง
ส้มตำ–ไก่ย่าง ร้อยเอ็ด
อาหารคู่ครัวอีสานที่ร้อยเอ็ดทำได้นัว ส้มตำปูปลาร้า ไก่ย่างไม้ และข้าวเหนียวร้อน หาได้ทั่วเมืองและตามตลาด กินเล่นหรือเป็นมื้อหลักก็ได้
ข้าวเม่า–ขนมพื้นถิ่นทุ่งกุลา (ของฝาก)
ข้าวเม่าจากข้าวเหนียวใหม่และขนมพื้นถิ่นจากแถบทุ่งกุลาเป็นของกินเล่นที่หาได้ตามตลาดและริมทาง หวานหอมแบบบ้าน ๆ ซื้อติดรถกลับได้
คาเฟ่รอบบึงพลาญชัย (ร้อยเอ็ด)
รอบบึงพลาญชัยและในเมืองร้อยเอ็ดมีคาเฟ่กาแฟให้แวะนั่งพักวิวบึง เหมาะหลบร้อนช่วงบ่ายหรือจิบกาแฟก่อนปิดทริป บรรยากาศสบายราคาเป็นกันเอง
ปลาส้ม–ของแปรรูปยโสธร (ของฝาก)
ปลาส้มหมักรสเปรี้ยวกลมกล่อมเป็นของฝากยอดนิยมของยโสธร หาง่ายตามตลาดและริมทาง ซื้อติดรถกลับได้สะดวก เก็บได้นานพอควร
ที่เที่ยวเด่นที่แพลนนี้พาไป
ทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งกว้างกินพื้นที่ 5 จังหวัดราว 2 ล้านไร่ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ขับผ่านช่วงยโสธร–ร้อยเอ็ดจะเห็นนาเขียวหรือนาสีทองสุดลูกหูลูกตา
ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า
ตึกแถวสไตล์ชิโน-โปรตุกีสกลางเมืองยโสธร ทาสีสดใส มีคาเฟ่และร้านของกินท้องถิ่น เดินชิลถ่ายรูปได้ยาว
บึงพลาญชัย
บึงน้ำใหญ่กลางเมืองร้อยเอ็ด มีเกาะกลางบึง สวน และจุดพายเรือ เป็นแลนด์มาร์กที่คนมาเช็กอินและพักผ่อน
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (ผาน้ำย้อย)
องค์เจดีย์ใหญ่กว้าง ยาว สูงด้านละ 101 เมตร 6 ชั้น ยอดฉัตรทองคำ บนยอดภูเขาเขียว อ.หนองพอก วิวจากบนเจดีย์เห็นทุ่งกว้างไกล
บอกตรง ๆ ก่อนไป
- ทั้งยโสธรและร้อยเอ็ดเป็นเมืองอีสานที่เงียบและช้า เสน่ห์อยู่ที่บรรยากาศและของกิน ไม่ใช่จำนวนสถานที่หวือหวา ใครชอบเที่ยวเร่งหรือต้องการกิจกรรมเยอะอาจรู้สึกว่าน้อย
- พระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่ผาน้ำย้อยอยู่ไกลจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60 กม. และต้องขับขึ้นเขา กันเวลาครึ่งวัน ถ้าวันที่สองเริ่มสายอาจไปไม่ทัน ควรออกเช้าหรือตัดออกถ้าเวลาไม่พอ
- ทุ่งกุลาร้องไห้สวยเป็นช่วงฤดู นาเขียวช่วงสิงหาคม–กันยายน นาสีทองช่วงพฤศจิกายน นอกฤดูจะเป็นทุ่งเปล่าหรือตอซัง วิวจะต่างกันมาก ควรเช็กฤดูก่อนตั้งใจไปถ่ายรูปนา
- รถสาธารณะในตัวเมืองทั้งสองมีน้อย ถ้าไม่มีรถส่วนตัวการเที่ยวจะลำบาก แนะนำเช่ารถขับเองจะคล่องตัวกว่ามาก
- ร้านอาหารอีสานท้องถิ่นหลายร้านเปิด-ปิดช่วงสั้นและอาจหยุดไม่แน่นอน ควรเช็กหน้าเพจร้านหรือโทรก่อนไปจะชัวร์กว่า
ปรับเป็น 3 วันได้
ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกวัน แยกร้อยเอ็ดออกเป็นสองส่วน วันหนึ่งเที่ยวในเมือง (บึงพลาญชัย วัดบูรพาภิราม) อีกวันขึ้นผาน้ำย้อยแบบไม่เร่ง แล้วแวะเที่ยวทุ่งกุลาฝั่งสุวรรณภูมิเพิ่ม จะได้ทริปที่มีทั้งเมือง วัด ทุ่งนา และของกินครบในรอบเดียว
อยากได้แพลนเที่ยวยโสธรแบบเต็มเมือง พร้อมที่พักและที่กิน
ดูคู่มือเที่ยวยโสธร →