หน้าแรก จุดหมาย ยโสธร 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยยโสธรแผนเที่ยวยโสธร–ร้อยเอ็ด 2 วัน ตามรอยทุ่งกุลาและของกินพื้นถิ่น
🌾 แผนข้ามจังหวัด ยโสธร–ร้อยเอ็ด

แผนเที่ยวยโสธร–ร้อยเอ็ด 2 วัน
ตามรอยทุ่งกุลาและของกินพื้นถิ่น

ยโสธรกับร้อยเอ็ดอยู่ห่างกันแค่ราว 100 กิโลเมตร ขับรถชั่วโมงเดียวก็ถึง และที่พิเศษคือทั้งสองจังหวัดต่างมีพื้นที่อยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งกว้างแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ขึ้นชื่อ ทริปนี้เลยไม่ใช่แค่ขับข้ามเมือง แต่เป็นการเลาะไปตามทุ่งนา ดูวิถีคนทำนา แล้วแวะกินของพื้นถิ่นไปเรื่อย ๆ แพลนนี้จัดวันแรกเที่ยวยโสธรเมืองบั้งไฟ ค้างหนึ่งคืน แล้ววันที่สองขับเข้าร้อยเอ็ดเก็บบึงพลาญชัย วัดหลวงพ่อใหญ่ และพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ใส่ร้านและที่เที่ยวที่เปิดอยู่จริงให้หมด

🚗 ขับเอง ~100 กม.🌾 ทุ่งกุลาร้องไห้🍚 ข้าวหอมมะลิ
แผนเที่ยวยโสธร–ร้อยเอ็ด 2 วัน ตามรอยทุ่งกุลาและของกินพื้นถิ่น

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ยโสธรกับร้อยเอ็ดเป็นคู่ที่จับเที่ยวด้วยกันลงตัว เพราะเส้นทางหลักคือทางหลวงหมายเลข 23 (สายแจ้งสนิท) วิ่งเชื่อมตัวเมืองทั้งสองตรง ๆ ผ่านอำเภอเสลภูมิของร้อยเอ็ดระหว่างทาง รอบสองข้างทางคือทุ่งนากว้างของทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งใหญ่ที่กินพื้นที่ถึง 5 จังหวัด (มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์) และเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ถ้าไปช่วงปลายฝนต้นหนาวจะได้เห็นทุ่งเขียวสุดลูกหูลูกตา ส่วนช่วงพฤศจิกายนจะเป็นนาข้าวสีทองตอนเก็บเกี่ยว แพลนข้างล่างเป็นแบบ 2 วัน 1 คืน ปรับยืดเป็น 3 วันได้ถ้าอยากขึ้นไปผาน้ำย้อยแบบไม่เร่ง

ภาพรวมเส้นทางและการเดินทาง

  • ระยะทาง — ตัวเมืองยโสธรถึงตัวเมืองร้อยเอ็ด ราว 100 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตามทางหลวงหมายเลข 23 (สายแจ้งสนิท) ผ่านอำเภอเสลภูมิ
  • พาหนะ — แนะนำเช่ารถขับเอง เพราะที่เที่ยวกระจายและรถสาธารณะในเมืองมีน้อย ถ้าบินลงร้อยเอ็ดมีสนามบินในตัว เช่ารถสนามบินร้อยเอ็ดเริ่มราว ฿900–1,300 ต่อวัน
  • ทางเลือกไม่มีรถ — มีรถบัสและรถตู้สายยโสธร–ร้อยเอ็ด ค่าโดยสารราว ฿60–100 ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ในเมืองทั้งสองต้องพึ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือแอปเรียกรถ
  • ช่วงเวลา — เที่ยวได้ทั้งปี อากาศกำลังดีช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ถ้าอยากเห็นทุ่งกุลาเป็นนาข้าวเขียวให้มาช่วงสิงหาคม–กันยายน ถ้าอยากเห็นนาสีทองให้มาช่วงเก็บเกี่ยวพฤศจิกายน
  • งานบั้งไฟยโสธร — ถ้าอยากเจอประเพณีบุญบั้งไฟต้องช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ช่วงนั้นที่พักในเมืองยโสธรเต็มเร็วและราคาขึ้น ควรจองล่วงหน้า

เคล็ดลับวางแผน

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (ผาน้ำย้อย) อยู่ที่อำเภอหนองพอก ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60 กิโลเมตร ขับขึ้นเขาอีกพักใหญ่ ถ้าจะไปต้องกันเวลาครึ่งวัน แพลนนี้จัดให้เป็นไฮไลต์บ่ายวันที่สอง ถ้าเวลาไม่พอเที่ยวแค่ในเมืองร้อยเอ็ดก็สวยและพอดีอยู่แล้ว

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ยโสธร ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ยโสธร ทั้งหมด (Klook)

แผนวันต่อวัน

วันที่ 1

เที่ยวยโสธร เมืองบั้งไฟ ค้างหนึ่งคืน

08:00
กินข้าวเช้าในเมืองยโสธรก่อนเริ่มทริปย่านบ้านสิงห์ท่ามีร้านกาแฟ ข้าวไข่ข้น และก๋วยเตี๋ยวเปิดเช้า เริ่มต้นวันแบบสบายในตึกเก่ากลางเมือง
09:00
ไหว้พระธาตุอานนท์ วัดมหาธาตุวัดคู่เมืองยโสธรตั้งแต่ตั้งเมือง พระธาตุอานนท์เป็นพระธาตุเก่าสำคัญของอีสาน ภายในเก็บพระแก้วหยดน้ำค้าง เข้าฟรี ใช้เวลาราว 30–40 นาที
10:00
เดินย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าชุมชนเก่ากลางเมือง ตึกแถวสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่ทาสีสดใส มีคาเฟ่ ร้านของกินท้องถิ่น และมุมถ่ายรูปเยอะ เดินชิลถ่ายรูปได้ยาว ๆ
12:00
มื้อกลางวันลาบยโสธรแท้ลองร้านอาหารอีสานย่านตาดทอง เช่นร้านอุ๋งปอ (ถนนแจ้งสนิท เปิดทุกวัน 09.00–20.00) ลาบ น้ำตก ก้อย ต้มแซบ จานละราว ฿60–120 กินคู่ข้าวเหนียวร้อน ๆ
13:30
พระธาตุก่องข้าวน้อย บ้านตาดทองเจดีย์เก่าทรงมณฑปยอดบัวเหลี่ยมกลางทุ่งนา มีตำนานลูกฆ่าแม่เพราะหิวข้าว อยู่ชานเมืองยโสธร เข้าชมฟรี วิวนารอบ ๆ ถ่ายรูปสวยช่วงบ่าย
15:00
วิมานพญาแถน และพิพิธภัณฑ์พญาคันคากอาคารรูปคางคกยักษ์สูงกว่า 19 เมตร ริมสวนสาธารณะพญาแถน เล่าตำนานบุญบั้งไฟ เดินเล่นถ่ายรูปด้านนอกได้ฟรี ส่วนเข้าพิพิธภัณฑ์ในตัวมีค่าเข้าหลักร้อย
17:30
เช็กอินที่พักในเมืองยโสธร พักผ่อนโรงแรมในเมืองยโสธรราคาเริ่มราว ฿500–900 ต่อคืน เลือกพักใกล้ย่านเมืองจะเดินหาของกินมื้อเย็นสะดวก
18:30
มื้อเย็นปลาน้ำจืดริมน้ำยโสธรมีฟาร์มปลาเลี้ยงเอง ร้านอาหารอีสานริมน้ำเสิร์ฟปลาเผา ปลาส้มทอด ก้อยปลา สดและราคาไม่แพง ปิดวันแรกแบบอิ่มสบาย
วันที่ 2

ข้ามทุ่งกุลาเข้าร้อยเอ็ด เก็บบึง วัด และเจดีย์

07:30
กินข้าวเช้าแล้วออกจากยโสธรเติมน้ำมันให้พร้อมก่อนออก ขับทางหลวง 23 มุ่งหน้าร้อยเอ็ด สองข้างทางคือทุ่งนาของทุ่งกุลาร้องไห้ จอดถ่ายรูปวิวนาได้เป็นช่วง ๆ
08:30
แวะจุดชมทุ่งกุลาร้องไห้ ฝั่งเสลภูมิระหว่างทางผ่านอำเภอเสลภูมิ มีจุดทุ่งนากว้างให้จอดถ่ายรูปและซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาจากกลุ่มชาวนาริมทาง เป็นของฝากที่ได้จากแหล่งจริง
10:00
ถึงเมืองร้อยเอ็ด เริ่มที่บึงพลาญชัยบึงน้ำใหญ่กลางเมืองร้อยเอ็ด แลนด์มาร์กที่คนมาเช็กอิน มีเกาะกลางบึง สวน และจุดพายเรือ เดินเล่นถ่ายรูปได้สบาย เข้าฟรี
11:00
วัดบูรพาภิราม ไหว้หลวงพ่อใหญ่วัดคู่เมืองร้อยเอ็ด เด่นด้วยพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในไทย มองเห็นได้จากหลายมุมในเมือง ฐานองค์พระเป็นพิพิธภัณฑ์ บรรยากาศเงียบสงบ เข้าฟรี
12:30
มื้อกลางวันอาหารอีสานร้อยเอ็ดร้อยเอ็ดมีร้านอาหารอีสานหลายเจ้าในเมือง ลองเมนูปลาน้ำจืด ลาบ ก้อย และส้มตำ เฉลี่ยมื้อละราว ฿150–250 ต่อคน อิ่มก่อนขับขึ้นเขา
14:00
ขับขึ้นพระมหาเจดีย์ชัยมงคล (ผาน้ำย้อย) อ.หนองพอกองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ กว้าง ยาว สูงด้านละ 101 เมตร 6 ชั้น ยอดฉัตรทองคำ ตั้งบนยอดภูเขาเขียวแนวเทือกเขาภูพาน ห่างจากตัวเมืองราว 60 กม. ใช้เวลาขับราวชั่วโมง วิวจากบนเจดีย์เห็นทุ่งกว้างไกลสุดตา เข้าฟรี
16:30
ลงจากเขา ซื้อของฝากระหว่างทางกลับแวะซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ข้าวเม่า และของแปรรูปพื้นถิ่นติดรถ ถ้าพักร้อยเอ็ดต่อให้กลับเข้าเมืองพักผ่อน ถ้าจะกลับยโสธรขับเส้นเดิมราวชั่วโมงครึ่ง
18:00
มื้อเย็นปิดทริปในเมืองร้อยเอ็ดรอบบึงพลาญชัยและในเมืองมีร้านอาหาร คาเฟ่ และตลาดเย็นให้เลือก ปิดทริปแบบสบาย ๆ ก่อนกลับหรือค้างต่ออีกคืน

ของกินพื้นถิ่นที่ห้ามพลาดตลอดเส้นทาง

เสน่ห์ของทริปนี้คือของกินที่ผูกกับทุ่งนา ทั้งข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ปลาน้ำจืดจากลำน้ำ และอาหารอีสานรสนัวที่สองจังหวัดทำได้เด็ดทั้งคู่ นี่คือรายชื่อร้านและเมนูที่คนพื้นที่กินจริง เรียงตามที่แวะได้สะดวกในแพลน

1

ร้านอุ๋งปอ (ยโสธร)

ถนนแจ้งสนิท ต.ตาดทอง · เปิดทุกวัน 09.00–20.00

ร้านอาหารอีสานแท้ย่านตาดทอง พื้นที่กว้างร่มรื่น เมนูครบทั้งลาบ น้ำตก อ่อม ต้มแซบ ก้อย รสต้นตำรับ เหมาะเป็นมื้อกลางวันวันแรกก่อนเดินเที่ยวต่อ

ยโสธรอีสานแท้ลาบ
จานละราว ฿60–120
2

ร้านปลาเผา–ปลาส้มริมน้ำ (ยโสธร)

มื้อเย็น · ริมน้ำในเมือง

ยโสธรมีฟาร์มปลาน้ำจืดเลี้ยงเอง ร้านอาหารริมน้ำเสิร์ฟปลาเผาเกลือ ปลาส้มทอด ก้อยปลา และต้มยำปลา สดและราคาไม่แพง เหมาะมื้อเย็นวันแรก

ยโสธรปลาน้ำจืดริมน้ำ
ตัว/จานละราว ฿120–250
3

ข้าวไข่ข้น–กาแฟ ย่านบ้านสิงห์ท่า (ยโสธร)

มื้อเช้า–สาย · ย่านบ้านสิงห์ท่า

ในย่านเมืองเก่ามีร้านท้องถิ่นทั้งข้าวไข่ข้น กาแฟ ข้าวซอย และก๋วยเตี๋ยว เหมาะแวะกินมื้อเช้าหรือเติมพลังระหว่างเดินถ่ายรูปตึกเก่า

ยโสธรย่านเก่าคาเฟ่
ราว ฿40–80
4

ลาบ–ก้อยพื้นบ้านยโสธร

มื้อกลางวัน–เย็น

ยโสธรเป็นถิ่นลาบรสนัว ร้านลาบเป็ด ลาบหมู ลาบเห็ด ก้อย และต้มแซบทำสูตรดั้งเดิม กินคู่ข้าวเหนียวร้อน ๆ บรรยากาศบ้าน ๆ ราคามิตรภาพ

ยโสธรลาบอีสานแท้
จานละราว ฿60–120
5

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ของฝาก)

ของฝาก · ตลอดเส้นทุ่งกุลา

ข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้คือของฝากที่ต้องซื้อจากแหล่งจริง เม็ดสวย หอม ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซื้อจากกลุ่มชาวนาริมทางช่วงเสลภูมิหรือร้านของฝากในเมืองได้ราคาดี

ทุ่งกุลาข้าวหอมมะลิของฝาก
เริ่มราว ฿80–200 ต่อถุง
6

อาหารอีสาน–ปลาน้ำจืด เมืองร้อยเอ็ด

มื้อกลางวัน–เย็น · ในเมืองร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ดมีร้านอาหารอีสานบรรยากาศดีหลายเจ้า เด่นเมนูปลาน้ำจืดอย่างปลาเผา แกงส้มชะอมไข่ และเมี่ยงปลา รวมถึงลาบ–ก้อยแบบจัดเต็ม เหมาะมื้อกลางวันวันที่สอง

ร้อยเอ็ดปลาน้ำจืดอีสาน
เฉลี่ยราว ฿150–250 ต่อคน
7

ส้มตำ–ไก่ย่าง ร้อยเอ็ด

ตลอดวัน · ตลาดและร้านในเมือง

อาหารคู่ครัวอีสานที่ร้อยเอ็ดทำได้นัว ส้มตำปูปลาร้า ไก่ย่างไม้ และข้าวเหนียวร้อน หาได้ทั่วเมืองและตามตลาด กินเล่นหรือเป็นมื้อหลักก็ได้

ร้อยเอ็ดส้มตำสตรีทฟู้ด
จานละราว ฿40–100
8

ข้าวเม่า–ขนมพื้นถิ่นทุ่งกุลา (ของฝาก)

ของฝาก · ตลาดท้องถิ่น

ข้าวเม่าจากข้าวเหนียวใหม่และขนมพื้นถิ่นจากแถบทุ่งกุลาเป็นของกินเล่นที่หาได้ตามตลาดและริมทาง หวานหอมแบบบ้าน ๆ ซื้อติดรถกลับได้

ทุ่งกุลาของฝากของหวาน
เริ่มราว ฿30–80
9

คาเฟ่รอบบึงพลาญชัย (ร้อยเอ็ด)

คาเฟ่ · เปิดกลางวัน

รอบบึงพลาญชัยและในเมืองร้อยเอ็ดมีคาเฟ่กาแฟให้แวะนั่งพักวิวบึง เหมาะหลบร้อนช่วงบ่ายหรือจิบกาแฟก่อนปิดทริป บรรยากาศสบายราคาเป็นกันเอง

ร้อยเอ็ดคาเฟ่ถ่ายรูป
เครื่องดื่มราว ฿50–90
10

ปลาส้ม–ของแปรรูปยโสธร (ของฝาก)

ของฝาก · ตลาดยโสธร

ปลาส้มหมักรสเปรี้ยวกลมกล่อมเป็นของฝากยอดนิยมของยโสธร หาง่ายตามตลาดและริมทาง ซื้อติดรถกลับได้สะดวก เก็บได้นานพอควร

ยโสธรปลาส้มของฝาก
เริ่มราว ฿50–120

ที่เที่ยวเด่นที่แพลนนี้พาไป

ยโสธร–ร้อยเอ็ด

ทุ่งกุลาร้องไห้

ทุ่งกว้างกินพื้นที่ 5 จังหวัดราว 2 ล้านไร่ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ขับผ่านช่วงยโสธร–ร้อยเอ็ดจะเห็นนาเขียวหรือนาสีทองสุดลูกหูลูกตา

ยโสธร

ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า

ตึกแถวสไตล์ชิโน-โปรตุกีสกลางเมืองยโสธร ทาสีสดใส มีคาเฟ่และร้านของกินท้องถิ่น เดินชิลถ่ายรูปได้ยาว

ร้อยเอ็ด

บึงพลาญชัย

บึงน้ำใหญ่กลางเมืองร้อยเอ็ด มีเกาะกลางบึง สวน และจุดพายเรือ เป็นแลนด์มาร์กที่คนมาเช็กอินและพักผ่อน

ร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (ผาน้ำย้อย)

องค์เจดีย์ใหญ่กว้าง ยาว สูงด้านละ 101 เมตร 6 ชั้น ยอดฉัตรทองคำ บนยอดภูเขาเขียว อ.หนองพอก วิวจากบนเจดีย์เห็นทุ่งกว้างไกล

บอกตรง ๆ ก่อนไป

  • ทั้งยโสธรและร้อยเอ็ดเป็นเมืองอีสานที่เงียบและช้า เสน่ห์อยู่ที่บรรยากาศและของกิน ไม่ใช่จำนวนสถานที่หวือหวา ใครชอบเที่ยวเร่งหรือต้องการกิจกรรมเยอะอาจรู้สึกว่าน้อย
  • พระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่ผาน้ำย้อยอยู่ไกลจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60 กม. และต้องขับขึ้นเขา กันเวลาครึ่งวัน ถ้าวันที่สองเริ่มสายอาจไปไม่ทัน ควรออกเช้าหรือตัดออกถ้าเวลาไม่พอ
  • ทุ่งกุลาร้องไห้สวยเป็นช่วงฤดู นาเขียวช่วงสิงหาคม–กันยายน นาสีทองช่วงพฤศจิกายน นอกฤดูจะเป็นทุ่งเปล่าหรือตอซัง วิวจะต่างกันมาก ควรเช็กฤดูก่อนตั้งใจไปถ่ายรูปนา
  • รถสาธารณะในตัวเมืองทั้งสองมีน้อย ถ้าไม่มีรถส่วนตัวการเที่ยวจะลำบาก แนะนำเช่ารถขับเองจะคล่องตัวกว่ามาก
  • ร้านอาหารอีสานท้องถิ่นหลายร้านเปิด-ปิดช่วงสั้นและอาจหยุดไม่แน่นอน ควรเช็กหน้าเพจร้านหรือโทรก่อนไปจะชัวร์กว่า

ปรับเป็น 3 วันได้

ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกวัน แยกร้อยเอ็ดออกเป็นสองส่วน วันหนึ่งเที่ยวในเมือง (บึงพลาญชัย วัดบูรพาภิราม) อีกวันขึ้นผาน้ำย้อยแบบไม่เร่ง แล้วแวะเที่ยวทุ่งกุลาฝั่งสุวรรณภูมิเพิ่ม จะได้ทริปที่มีทั้งเมือง วัด ทุ่งนา และของกินครบในรอบเดียว

อยากได้แพลนเที่ยวยโสธรแบบเต็มเมือง พร้อมที่พักและที่กิน

ดูคู่มือเที่ยวยโสธร →

คำถามที่พบบ่อย

ยโสธรไปร้อยเอ็ดไกลไหม ใช้เวลาเท่าไร?

ตัวเมืองยโสธรถึงตัวเมืองร้อยเอ็ดห่างกันราว 100 กิโลเมตร ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 23 (สายแจ้งสนิท) ผ่านอำเภอเสลภูมิ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ถ้านั่งรถบัสหรือรถตู้ก็ใกล้เคียงกัน

ทุ่งกุลาร้องไห้อยู่ตรงไหน ดูยังไง?

ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นทุ่งกว้างราว 2 ล้านไร่ กินพื้นที่ 5 จังหวัด คือมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และสุรินทร์ เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ขับเส้นยโสธร–ร้อยเอ็ดจะผ่านทุ่งนากว้างของทุ่งกุลา จอดถ่ายรูปและซื้อข้าวหอมมะลิจากชาวนาริมทางได้

ช่วงไหนทุ่งกุลาสวยที่สุด?

นาข้าวเขียวสุดสายตาช่วงสิงหาคม–กันยายน ส่วนนาสีทองตอนข้าวสุกเก็บเกี่ยวช่วงพฤศจิกายน นอกฤดูจะเป็นทุ่งเปล่าหรือตอซัง ถ้าตั้งใจไปถ่ายรูปนาควรเลือกช่วงเหล่านี้

ทริปยโสธร–ร้อยเอ็ด 2 วัน 1 คืน เที่ยวอะไรได้บ้าง?

วันแรกเที่ยวยโสธร ไหว้วัดมหาธาตุ เดินย่านบ้านสิงห์ท่า พระธาตุก่องข้าวน้อย และวิมานพญาแถน ค้างคืนในเมืองยโสธร วันที่สองขับข้ามทุ่งกุลาเข้าร้อยเอ็ด เก็บบึงพลาญชัย วัดบูรพาภิราม (หลวงพ่อใหญ่) แล้วขึ้นพระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่ผาน้ำย้อย ก่อนซื้อของฝากกลับ

ของฝากเด่นของยโสธรกับร้อยเอ็ดคืออะไร?

ของฝากร่วมของทั้งสองคือข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส่วนยโสธรเด่นปลาส้มและของแปรรูป ร้อยเอ็ดมีข้าวเม่าและขนมพื้นถิ่นจากแถบทุ่งกุลา ซื้อติดรถกลับได้สะดวกทั้งสองเมือง

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ