หน้าแรก จุดหมาย บึงกาฬ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยบึงกาฬแผนเที่ยวบึงกาฬสายถ่ายรูปลง social หินสามวาฬ–ถ้ำนาคา–ภูทอก–สวนยาง
📸 แพลนเที่ยวบึงกาฬ

แผนเที่ยวบึงกาฬสายถ่ายรูปลง social
หินสามวาฬ–ถ้ำนาคา–ภูทอก–สวนยาง

ถ้าเป้าหมายของทริปคือเก็บภาพให้ฟีดสวยจนคนทักว่าไปไหนมา บึงกาฬมีของให้ถ่ายเยอะกว่าที่คิด ทั้งหินสามวาฬที่นั่งห้อยขาริมหน้าผาเหมือนอยู่กลางเมฆ ถ้ำนาคาที่ผนังหินเหมือนเกล็ดพญานาคจริง ภูทอกกับสะพานไม้วนรอบเขา และถนนลอดดงต้นยางพาราที่เขียวยาวสุดสายตา นี่คือแพลน 3 วัน 2 คืน ที่เราจัดลำดับให้แสงลงพอดีกับแต่ละจุด และเผื่อเวลาคิวกับการเดินไว้ตามจริงแล้ว

📸 จุดเช็คอินครบ🐋 หินสามวาฬริมผา🐍 ถ้ำนาคาเกล็ดพญานาค
แผนเที่ยวบึงกาฬสายถ่ายรูปลง social หินสามวาฬ–ถ้ำนาคา–ภูทอก–สวนยาง

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

บอกตรง ๆ ก่อนว่าทริปสายถ่ายรูปบึงกาฬไม่ใช่ทริปสบายขา จุดเด็ดอย่างหินสามวาฬกับถ้ำนาคาต้องเดินและต้องจองคิว ภาพสวย ๆ ที่เห็นในฟีดแลกมาด้วยการตื่นเช้าและเดินขึ้นเขาจริง ถ้าเตรียมใจกับขาไว้ดี ๆ รับรองว่าได้ภาพกลับมาคุ้มเหนื่อย

การเดินทางหลักคือ ขับรถเอง เพราะจุดถ่ายรูปกระจายอยู่หลายอำเภอ ทั้งเมืองบึงกาฬ ศรีวิไล และบึงโขงหลง รถสาธารณะเข้าถึงยากมาก ถ้าไม่มีรถแนะนำเช่ารถจากอุดรธานีหรือหนองคายขับเข้ามา หรือจ้างรถพร้อมคนขับเป็นวันจะคล่องกว่าเยอะ

ภาพรวมแพลน 3 วัน สายถ่ายรูป

  • วันที่ 1 — ถึงเมืองบึงกาฬ เก็บถนนลอดดงต้นยางพาราตอนแสงเย็น และริมโขงพระอาทิตย์ตก
  • วันที่ 2 — บุกหินสามวาฬแต่เช้า นั่งริมหน้าผา เก็บภาพหัวใจภูสิงห์ บ่ายขึ้นภูทอกสะพานไม้วน
  • วันที่ 3 — เดินถ้ำนาคา เก็บผนังหินเกล็ดพญานาค แล้วเดินทางกลับ

จองคิวก่อนเลย ไม่งั้นพลาด

ถ้ำนาคาต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป QueQ เท่านั้น และคิวเต็มเร็วโดยเฉพาะวันหยุดยาว จองทันทีที่รู้วันเดินทาง ส่วนหินสามวาฬไปจ่ายค่ารถนำเที่ยวหน้างานได้ แต่ช่วงไฮซีซันคนเยอะ ไปเช้าจะได้คิวรถเร็วกว่า

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว บึงกาฬ ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม บึงกาฬ ทั้งหมด (Klook)

วันที่ 1 — สวนยางพารา + ริมโขงแสงเย็น

วันแรกเอาไว้วอร์มอัพและเก็บภาพง่าย ๆ ที่ไม่ต้องเดินหนัก ยางพาราคือพืชเศรษฐกิจหลักของบึงกาฬ ขับรถออกนอกเมืองนิดเดียวก็เจอถนนสองข้างทางเป็นแถวต้นยางสูงชะลูดเรียงตรงเหมือนอุโมงค์สีเขียว ถ่ายตอนแสงเย็นเฉียง ๆ จะได้แสงทองลอดใบสวยมาก

วันที่ 1

ดงต้นยาง + ริมโขงในเมือง

เที่ยง
ถึงตัวเมืองบึงกาฬ เช็คอินที่พักในเมืองส่วนใหญ่มาทางอุดรธานีหรือหนองคายแล้วต่อรถ เก็บของแล้วหาข้าวเที่ยงก่อน
15:30
ขับหาถนนที่ขนาบด้วยสวนยางพารา เก็บภาพแถวต้นยางเรียงตรงเส้นนอกเมืองหลายเส้นมีสวนยางสองข้างทาง จอดถ่ายริมทางได้ แต่ระวังรถ อย่ายืนกลางถนน
17:00
ย้อนเข้าเมือง ไปเดินเล่นทางเดินริมโขงบึงกาฬทางเดินริมโขงกว้างสบาย ตกเย็นคนท้องถิ่นออกมาออกกำลังกาย มีมุมนั่งถ่ายเยอะ
17:45
เก็บภาพพระอาทิตย์ตกฝั่งลาว แสงสีส้มสะท้อนแม่น้ำโขงช่วงโกลเดนอาวร์ฟ้าเปลี่ยนสีเร็ว เล็งมุมไว้ก่อนแล้วรอจังหวะแสง
19:00
มื้อเย็นในเมือง ลองปลาแม่น้ำโขงสด ๆ แล้วพักผ่อนวันพรุ่งนี้ออกเช้าและเดินเยอะ นอนเร็วหน่อยจะดี

ถ่ายดงต้นยางให้สวย

มุมที่เวิร์กที่สุดคือยืนกลางช่องว่างระหว่างแถวต้นยางแล้วถ่ายให้เส้นต้นไม้พุ่งเข้าหากันเป็นจุดเดียว แสงเช้าตรู่กับแสงเย็นให้เงายาวสวยกว่าแดดเที่ยงเยอะ และอย่าลืมว่าสวนยางเป็นพื้นที่ของเกษตรกร ถ่ายริมทางได้แต่ไม่ควรเดินลึกเข้าไปในสวนคนอื่น

วันที่ 2 — หินสามวาฬริมผา + ภูทอกสะพานไม้

วันนี้คือไฮไลท์ของฟีด หินสามวาฬอยู่ในป่าภูสิงห์ ตำบลโคกก่อง เป็นโขดหินทรายขนาดใหญ่สามก้อนเรียงกันเหมือนวาฬพ่อแม่ลูก ภาพยอดฮิตคือนั่งห้อยขาริมหน้าผาหินวาฬตัวใหญ่ ด้านล่างเป็นทะเลป่าเขียวสุดสายตา ออกเช้าหน่อยจะได้แสงนุ่มและคนยังไม่เยอะ

วันที่ 2

หินสามวาฬ + ภูทอก

06:30
ออกจากเมืองบึงกาฬไปป่าภูสิงห์ ระยะทางราว 30 กิโลเมตรถึงทางขึ้นติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จ่ายค่าเข้าคนละ 20 บาท และค่ารถนำเที่ยวคันละ 500 บาท พร้อมไกด์ท้องถิ่น
07:30
นั่งรถนำเที่ยวขึ้นไปจุดหินสามวาฬ เก็บภาพนั่งห้อยขาริมผาไกด์รู้มุมถ่ายดีและช่วยถ่ายให้ได้ ขอบหน้าผาไม่มีราวกั้น ระวังตัวเองและทำตามที่ไกด์เตือน
08:30
วนเก็บจุดอื่นในภูสิงห์ หัวใจภูสิงห์ กำแพงภูสิงห์ หินหัวช้างหัวใจภูสิงห์เป็นแอ่งหินรูปหัวใจถ่ายจากมุมสูงสวย รถนำเที่ยวพาวนให้ครบในรอบเดียว
10:30
ลงจากภูสิงห์ หาข้าวเที่ยงและพักก่อนช่วงบ่ายในป่าร้านมีจำกัด ลงมากินในตัวอำเภอจะมีตัวเลือกมากกว่า
13:30
ขับไปภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) อำเภอศรีวิไลระยะทางจากเมืองราว 1 ชั่วโมง ไฮไลท์คือสะพานไม้และบันไดวนรอบเขา 7 ชั้น
14:00
เดินขึ้นสะพานไม้วนรอบเขา เก็บภาพทางเดินเลียบหน้าผาชั้น 5 ถึง 6 วิวเปิดสวยที่สุด ทางเดินไม้เลียบผายื่นออกมาเป็นมุมถ่ายที่คนนิยม ชั้น 7 ทางชันและรกไม่แนะนำให้ขึ้น
16:30
ลงจากภูทอก ขับกลับที่พัก พักขาวันนี้เดินเยอะ ถ้าเมื่อยมากค่อยหาที่พักใกล้ถ้ำนาคาไว้สำหรับพรุ่งนี้ก็ได้

เรื่องความปลอดภัยบนหน้าผา

ทั้งหินสามวาฬและภูทอกเป็นจุดถ่ายรูประดับ ขอบหน้าผาไม่มีราวกั้นในหลายมุม อยากได้ภาพห้อยขาก็ทำได้ แต่ให้มีคนช่วยจับและอยู่ในจุดที่ไกด์หรือป้ายบอกว่าปลอดภัย อย่าถอยหลังถ่ายโดยไม่ดูทาง ลมบนผาแรงกว่าข้างล่างมาก

วันที่ 3 — ถ้ำนาคา เกล็ดพญานาค

ถ้ำนาคาอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา เขตอำเภอบึงโขงหลง จุดขายคือก้อนหินขนาดใหญ่ที่ผิวแตกเป็นลายคล้ายเกล็ดพญานาค บางก้อนเหมือนหัวงูยักษ์โผล่ออกมาจากดิน ภาพยืนข้างก้อนหินเกล็ดงูคือช็อตที่ทุกคนมาเก็บ แต่ต้องแลกด้วยการเดินขึ้นพอสมควร

วันที่ 3

ถ้ำนาคา + เดินทางกลับ

07:00
ถึงจุดลงทะเบียนถ้ำนาคา แสดงคิวที่จองผ่านแอป QueQต้องจองคิวล่วงหน้าผ่าน QueQ เท่านั้น ไม่มีคิวจะเข้าไม่ได้ ตรวจชื่อและรอบเวลาก่อนออกเดินทาง
07:30
เริ่มเดินขึ้นถ้ำนาคา ระยะทางราว 3 กิโลเมตรใช้เวลาเดินขึ้นราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง ทางเป็นบันไดและทางป่าสลับกัน เตรียมรองเท้าผ้าใบดอกยางดีและน้ำดื่ม
09:30
ถึงจุดถ้ำนาคา เก็บภาพผนังหินลายเกล็ดพญานาคและก้อนหินหัวงูจุดยอดฮิตคือก้อนหินเกล็ดงู ครอบเศียร และหัวใจพญานาค คนเยอะต้องต่อคิวถ่าย ใจเย็น ๆ รอจังหวะคนว่าง
11:00
เดินลงกลับจุดลงทะเบียน ใช้เวลาน้อยกว่าขาขึ้นขาลงเร็วกว่าแต่ลื่นกว่า ค่อย ๆ ลงโดยเฉพาะถ้าฝนตกหินจะลื่นมาก
12:30
หาข้าวเที่ยงแถวบึงโขงหลง พักก่อนเดินทางไกลถ้ามีเวลาเหลือ แวะถ่ายทะเลสาบบึงโขงหลงที่อยู่ใกล้กันได้อีกมุม
13:30
ออกเดินทางกลับ มุ่งหน้าอุดรธานีหรือหนองคายเพื่อต่อรถเผื่อเวลาเดินทางเพราะระยะทางในอีสานค่อนข้างไกล

ถ่ายถ้ำนาคาให้ได้ภาพ

ก้อนหินเกล็ดพญานาคจุดดังมีคนรอถ่ายต่อคิวเสมอ ถ้าอยากได้ภาพไม่มีคนอื่นติด ให้รีบเดินไปจุดนั้นก่อนตอนคนยังตามขึ้นมาไม่ทัน หรือรอช่วงท้ายรอบที่คนเริ่มทยอยลง แสงในป่าค่อนข้างทึบ เปิดโหมดถ่ายในที่แสงน้อยหรือเพิ่ม ISO นิดหน่อยจะได้ภาพคมขึ้น

ช่วงไหนถ่ายรูปสวยที่สุด

ช่วงที่ฟีดจะปังที่สุดคือ หน้าหนาว ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็น ท้องฟ้าใส และมีโอกาสเจอทะเลหมอกลอยรอบหินสามวาฬและภูทอกตอนเช้า ถ้าเล็งภาพหมอกต้องตื่นก่อนฟ้าสว่างและขึ้นให้ทันแสงแรก หน้าฝนต้นไม้เขียวจัดแต่ทางลื่นและหินสามวาฬอาจปิดถ้าฝนแรง ส่วนหน้าร้อนเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมแดดจัดและร้อนมาก ถ่ายได้แต่ต้องเลี่ยงแดดเที่ยง

งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน

  • ที่พัก 2 คืน — ราว 800–2,400 บาท (โฮมสเตย์ถึงรีสอร์ทในเมือง หารกันแล้วถูกลง)
  • หินสามวาฬ — ค่าเข้า 20 บาท + ค่ารถนำเที่ยว 500 บาท/คัน (หารกันในรถได้)
  • ถ้ำนาคา — จองคิวฟรีผ่าน QueQ มีค่าธรรมเนียมอุทยานตามจริง
  • ค่าอาหาร — ราว 600–1,000 บาท/คน สำหรับ 3 วัน กินแบบท้องถิ่น
  • ค่าน้ำมัน/เช่ารถ — ขึ้นกับว่ามาจากไหน เผื่อค่าน้ำมันวิ่งหลายอำเภอ

เตรียมตัวก่อนไปสายถ่ายรูป

  • รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าดอกยางดี ถ้ำนาคาและภูทอกต้องเดินขึ้นและทางลื่น
  • พาวเวอร์แบงค์ มือถือถ่ายทั้งวันแบตหมดเร็ว สัญญาณบางจุดไม่มี
  • หมวก ครีมกันแดด และน้ำดื่ม อยู่กลางแดดกลางหินทั้งวัน
  • เสื้อผ้าโทนสีตัดกับฉาก สีขาว ครีม หรือสีสดถ่ายกับหินสีเทาเขียวขึ้นกล้องดี
  • เงินสดติดตัว ค่าเข้าและค่ารถนำเที่ยวบางจุดรับเฉพาะเงินสด
  • เช็กคิวถ้ำนาคาในแอป QueQ และสภาพอากาศก่อนออกทุกครั้ง

อยากได้แพลนแบบอื่นหรือดูที่พักบึงกาฬเพิ่ม ดูคู่มือเที่ยวบึงกาฬฉบับเต็มได้เลย

ดูคู่มือเที่ยวบึงกาฬ →

คำถามที่พบบ่อย

หินสามวาฬต้องจองคิวล่วงหน้าไหม ค่าเข้าเท่าไหร่?

หินสามวาฬไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้หน้าทางขึ้นได้เลย ค่าเข้าคนละ 20 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี และมีค่ารถนำเที่ยวคันละ 500 บาท พร้อมไกด์ท้องถิ่นที่ช่วยถ่ายรูปและพาวนจุดถ่ายให้ครบ ช่วงไฮซีซันคนเยอะ ควรไปเช้าจะได้คิวรถเร็วกว่า

ถ้ำนาคาจองคิวยังไง เดินขึ้นไกลไหม?

ถ้ำนาคาต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป QueQ เท่านั้น ไม่มีคิวจะเข้าไม่ได้ คิวเต็มเร็วช่วงวันหยุดยาว จองทันทีที่รู้วันเดินทาง ระยะทางเดินขึ้นราว 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง ทางเป็นบันไดสลับทางป่า ควรเตรียมรองเท้าดอกยางดีและน้ำดื่มไปด้วย

ภูทอกขึ้นถึงชั้นไหนถึงจะถ่ายรูปสวย?

ภูทอกเป็นสะพานไม้และบันไดวนรอบเขา 7 ชั้น จุดที่วิวเปิดและถ่ายรูปสวยที่สุดคือราวชั้น 5 ถึง 6 ที่ทางเดินไม้เลียบหน้าผายื่นออกมา ส่วนชั้น 7 ทางค่อนข้างชันและรกทึบ ไม่แนะนำให้ขึ้น ควรขึ้นช่วงเช้าอากาศเย็นและแสงนุ่ม หน้าหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอก

เที่ยวสายถ่ายรูปบึงกาฬช่วงไหนดีที่สุด?

ช่วงหน้าหนาว ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ดีที่สุด อากาศเย็น ฟ้าใส และมีโอกาสเจอทะเลหมอกลอยรอบหินสามวาฬและภูทอกตอนเช้า หน้าฝนต้นไม้เขียวสวยแต่ทางลื่นและบางจุดอาจปิดถ้าฝนแรง ส่วนหน้าร้อนแดดจัดมาก ถ่ายได้แต่ควรเลี่ยงแดดเที่ยง

ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวเส้นนี้ได้ไหม?

ค่อนข้างลำบาก เพราะจุดถ่ายรูปกระจายหลายอำเภอ ทั้งเมืองบึงกาฬ ศรีวิไล และบึงโขงหลง รถสาธารณะเข้าถึงยาก แนะนำให้เช่ารถจากอุดรธานีหรือหนองคายขับเข้ามา หรือจ้างรถพร้อมคนขับเป็นรายวัน จะเที่ยวได้คล่องและประหยัดเวลากว่ามาก

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ