🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนเริ่ม ขอปูภาพรวมให้เห็นก่อน จุดเที่ยวสายภูเขาหินของบึงกาฬอยู่กันคนละทิศ หินสามวาฬกับป่าภูสิงห์อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองบึงกาฬ ขับรถราว 1 ชั่วโมง ส่วนภูลังกาที่มีถ้ำนาคา ถ้ำนาคี และน้ำตกตาดวิมานทิพย์ อยู่ลงไปทางใต้แถวอำเภอบึงโขงหลงต่อกับบ้านแพง นครพนม ไกลจากตัวเมืองราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง การจัดเป็น block รายวันจึงคุ้มกว่าวิ่งสลับไปมา
ภาพรวมแพลน 3 วัน 2 คืน
- วันที่ 1 — เดินทางถึงบึงกาฬ ซ้อมขาที่ภูทอกหรือวัดอาฮงศิลาวาส เก็บวิวริมโขงเบา ๆ เข้าที่พักในตัวเมือง
- วันที่ 2 — บุกหินสามวาฬกับป่าภูสิงห์เต็มวัน นี่คือไฮไลต์ของทริป กลับมานอนตัวเมืองหรือย้ายไปฝั่งบึงโขงหลง
- วันที่ 3 — ขึ้นภูลังกาเก็บถ้ำนาคา ถ้ำนาคี และแวะน้ำตกตาดวิมานทิพย์ ก่อนเดินทางกลับ
- รถ — ทริปนี้ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะจุดเที่ยวอยู่นอกเมืองและไม่มีขนส่งสาธารณะเข้าถึง
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว บึงกาฬ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — ถึงบึงกาฬ ซ้อมขาริมโขง
วันแรกไม่ต้องรีบ ใช้เป็นวันปรับตัวและซ้อมขาก่อนเจอของหนักวันถัดไป ถ้ามาถึงช่วงบ่ายแนะนำไปภูทอกซึ่งเป็นเขาหินทรายที่มีสะพานไม้ไต่รอบเขา เดินขึ้นได้ตามกำลัง หรือถ้าเหนื่อยจากการเดินทางก็แวะวัดอาฮงศิลาวาสริมโขงที่เชื่อกันว่าเป็นจุดสะดือแม่น้ำโขง ถ่ายรูปสบาย ๆ ไม่ต้องปีนป่าย
ปรับตัว ซ้อมขา เก็บวิวริมโขง
เตรียมตัว
ทริปนี้เน้นเดินขึ้นเขาและพื้นหินทราย ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ยึดเกาะดี พกน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดด แดดบนลานหินแรงกว่าที่คิด
วันที่ 2 — หินสามวาฬ และป่าภูสิงห์เต็มวัน
วันนี้คือเหตุผลที่หลายคนเดินทางมาบึงกาฬ หินสามวาฬคือก้อนหินทรายขนาดยักษ์ 3 ก้อนเรียงกันอยู่บนป่าภูสิงห์ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ มองจากมุมสูงจะเห็นเป็นรูปวาฬพ่อ แม่ ลูก ลอยอยู่กลางทะเลป่า จุดถ่ายรูปยอดฮิตคือการนั่งห้อยขาบนชะง่อนหิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยและถ่ายรูปให้
ทางขึ้นค่อนข้างสมบุกสมบัน ถ้ามีรถกระบะ 4x4 ขับขึ้นเองได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้บริการรถนำเที่ยวของชุมชนที่จุดบริการ ค่าบริการรถประมาณ 500 บาทต่อคัน นั่งได้หลายคน ถ้ามากันน้อยจะมีจุดรวมกลุ่มให้นั่งรวมกันเฉลี่ยค่ารถได้ ตัวรถจะพาวนชมหลายจุดทั้งหินสามวาฬ ลานธรรมภูสิงห์ จุดชมวิวถ้ำฤๅษี และผาหัวช้าง คุ้มกับการจ้างเพราะเดินเองไม่ทั่ว
บุกหินสามวาฬ ป่าภูสิงห์
บอกตรง ๆ
หินสามวาฬหน้าฝนทางลื่นและบางช่วงเจ้าหน้าที่อาจปิดจุดเสี่ยง ช่วงที่ดีที่สุดคือเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็น ทางแห้ง และมีโอกาสเจอทะเลหมอกตอนเช้า ถ้ามาหน้าฝนให้เผื่อใจว่าอาจไม่ได้ขึ้นทุกจุด
วันที่ 3 — ภูลังกา ถ้ำนาคา ถ้ำนาคี น้ำตกตาดวิมานทิพย์
อุทยานแห่งชาติภูลังกาคร่อมพื้นที่บึงกาฬกับนครพนม มีไฮไลต์สายมูคือถ้ำนาคาที่ก้อนหินมีลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาค และถ้ำนาคีที่อยู่อีกฝั่ง ทั้งสองจุดต้องเดินขึ้นเขาจริงระยะทางหลายกิโลเมตร ใช้เวลาจุดละ 3-4 ชั่วโมง วันเดียวมักเลือกได้จุดเดียว แนะนำให้ขึ้นเช้าเพราะเจ้าหน้าที่ให้ขึ้นช่วง 06.00-14.00 น. และต้องลงจากเขาก่อนเย็น
เรื่องคิว ปัจจุบันถ้ำนาคารับนักท่องเที่ยวราว 1,000 คนต่อวัน แบ่งเป็น walk in ที่หน้าอุทยานและจองล่วงหน้าผ่านแอป QueQ ช่วงวันหยุดยาวคนเยอะมาก ควรจองผ่านแอปไว้ก่อนจะอุ่นใจกว่า ค่าเข้าอุทยานคนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท และมีค่าเจ้าหน้าที่นำทางแยกต่างหาก
ขึ้นภูลังกา ตามรอยพญานาค
ที่พักวางตรงไหนดี
ถ้าให้ง่ายที่สุด นอนในตัวเมืองบึงกาฬทั้งสามคืนก็จัดการได้ เพราะร้านอาหารและของกินครบ ตื่นเช้าออกไปแต่ละจุด แต่ถ้าอยากประหยัดเวลาขับในวันที่ 3 ลองขยับไปนอนฝั่งอำเภอบึงโขงหลงคืนสุดท้าย จะใกล้ภูลังกาขึ้น รีสอร์ตริมบึงโขงหลงและเกสต์เฮาส์เล็ก ๆ มีให้เลือกพอสมควร
พักตัวเมืองบึงกาฬ
สะดวกเรื่องของกินและร้านสะดวกซื้อ เป็นฐานออกได้ทั้งหินสามวาฬและภูลังกา เหมาะคนที่ไม่อยากย้ายที่พักบ่อย
พักฝั่งบึงโขงหลง
ใกล้ภูลังกา ลดเวลาขับในวันขึ้นถ้ำนาคา มีรีสอร์ตริมบึงและบรรยากาศเงียบ เหมาะคืนสุดท้าย
เคล็ดลับให้ทริปนี้ราบรื่น
- ไปหน้าหนาว — พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ทางแห้ง อากาศเย็น มีลุ้นทะเลหมอกบนหินสามวาฬและภูลังกา
- ออกเช้าทุกวัน — ทั้งหินสามวาฬและถ้ำนาคามีเวลาขึ้นจำกัด ไปสายเสี่ยงขึ้นไม่ครบจุด
- เตรียมเงินสด — ค่าเข้า ค่ารถนำเที่ยว ค่าเจ้าหน้าที่นำทาง ส่วนใหญ่จ่ายเงินสดหน้างาน
- เช็คคิวถ้ำนาคา — โหลดแอป QueQ จองล่วงหน้าโดยเฉพาะวันหยุดยาว เผื่อ walk in เต็ม
- ฟิตร่างกาย — ทั้งทริปเดินสะสมหลายกิโล ใครเข่าไม่ไหวเลือกเฉพาะจุดที่ทำได้ ไม่ต้องฝืน
อยากได้ที่พักทำเลดีเป็นฐานเที่ยวสายภูเขาหิน
ดู 10 โรงแรมบึงกาฬ →