🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ป้อมพระจุลจอมเกล้าไม่ใช่ป้อมจำลองหรือของสร้างใหม่ มันคือป้อมปืนจริงที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างไว้ป้องกันปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเคยถูกใช้ยิงต่อสู้เรือรบฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 พอมาเดินดูของจริง ทั้งปืนในหลุม เรือรบที่จอดอยู่ริมน้ำ และอนุสาวรีย์ ร.5 ที่หันหน้าออกทะเล จะเข้าใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นหมุดประวัติศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือไทย
ปัจจุบันกองทัพเรือจัดพื้นที่ทั้งหมดเป็น อุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า แบ่งเป็นโซนหลัก ๆ คือ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 · ส่วนจัดแสดงปืนเสือหมอบ · พิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงแม่กลอง · อุทยานปืนกลางแจ้ง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน เดินครบทุกโซนใช้เวลาราว 2–3 ชั่วโมงแบบไม่รีบ
ปืนเสือหมอบ — ปืนหลุมที่ยังอยู่ที่เดิม
ไฮไลต์ที่คนมาแล้วถ่ายรูปทุกคนคือ ปืนเสือหมอบ ปืนใหญ่อาร์มสตรองที่ติดตั้งในหลุมยิง เวลาไม่ใช้งานลำกล้องจะหมอบลงในหลุมจนเกือบมิด พอจะยิงค่อยยกขึ้น ทำให้ข้าศึกมองไม่เห็นและยิงโต้กลับยาก ชื่อ "เสือหมอบ" มาจากท่าทางของมันนี่เอง ป้อมนี้ติดตั้งไว้หลายกระบอกหันปากออกปากแม่น้ำ และยังอยู่ในตำแหน่งจริงให้เดินดูใกล้ ๆ
ปืนชุดนี้คือชุดเดียวกับที่ใช้ยิงต่อสู้เรือรบฝรั่งเศสในเหตุการณ์ ร.ศ.112 เดินรอบหลุมยิงแล้วลองมองตามแนวปากกระบอกออกไปทางแม่น้ำ จะเห็นภาพว่าทำไมจุดนี้ถึงเป็นด่านสำคัญในการป้องกันเส้นทางเข้ากรุงเทพทางทะเล
อยากเที่ยว สมุทรปราการ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
เรือรบหลวงแม่กลอง — เดินขึ้นเรือรบของจริง
อีกฝั่งหนึ่งของป้อมคือ พิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงแม่กลอง เรือสลุปที่กองทัพเรือนำขึ้นมาตั้งจอดบนบกริมน้ำ ให้คนเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ ส่องห้องเครื่อง ห้องควบคุม และห้องนายทหารได้จริง เรือลำนี้ประจำการยาวนานกว่า 60 ปี ถือเป็นเรือรบที่ใช้งานนานที่สุดลำหนึ่งของกองทัพเรือไทย ก่อนปลดประจำการมาเป็นพิพิธภัณฑ์
เคล็ดลับ
บนเรือบางจุดบันไดชันและทางเดินแคบ ใส่รองเท้าที่เดินคล่อง ๆ จะสบายกว่า และช่วงสายแดดเริ่มแรง แนะนำขึ้นเรือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ
ประวัติ ร.ศ.112 ที่เกิดขึ้นตรงนี้
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 (ร.ศ.112) เรือรบฝรั่งเศสสองลำ คือเรือแองกองสตองต์และเรือโกแมต พยายามฝ่าสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามา ป้อมพระจุลจอมเกล้าและป้อมผีเสื้อสมุทรอีกฝั่งหนึ่ง พร้อมหมู่เรือรบไทย ระดมยิงสกัดเป็นยุทธนาวีปากน้ำ ทั้งสองฝ่ายต่างเสียหาย แต่เรือฝรั่งเศสฝ่าเข้ามาจอดได้ถึงหน้าสถานทูตในกรุงเทพ
เหตุการณ์จบลงด้วยการที่สยามต้องยอมลงนามสนธิสัญญาเมื่อ 3 ตุลาคม 2436 ยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส รวมถึงหลวงพระบาง เวียงจันทน์ และจำปาศักดิ์ เป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการรักษาเอกราชของชาติ และเป็นเหตุผลที่ป้อมแห่งนี้ถูกเก็บรักษาไว้เล่าให้คนรุ่นหลังฟัง
- พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 — ตั้งหันหน้าออกปากแม่น้ำ เป็นจุดที่คนมาสักการะและถ่ายรูปแรกเมื่อเข้าป้อม
- หลุมปืนเสือหมอบ — ปืนอาร์มสตรองในตำแหน่งยิงจริง เดินดูได้ใกล้
- เรือรบหลวงแม่กลอง — เรือรบบนบกที่เดินขึ้นสำรวจภายในได้
- อุทยานปืนกลางแจ้ง — ปืนใหญ่และอาวุธยุทโธปกรณ์เก่าจัดแสดงกลางสนาม
เส้นทางป่าชายเลนและวิวปากแม่น้ำ
หลังเดินดูปืนและเรือเสร็จ ด้านในมีสะพานไม้เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนทอดยาวเข้าไปริมน้ำ ร่มกว่าโซนปืน มีนกและปูก้ามดาบให้ดูระหว่างทาง ปลายทางเปิดออกเป็นวิวปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงอ่าวไทย เป็นมุมถ่ายรูปและรับลมที่หลายคนชอบมากกว่าตัวป้อมด้วยซ้ำ
สะพานไม้ป่าชายเลน
เดินร่ม ๆ ชมต้นโกงกางและสัตว์น้ำริมเลน ปลายทางเป็นจุดชมวิวปากแม่น้ำ
ลานริมน้ำ
นั่งรับลมดูเรือสินค้าเข้าออกปากอ่าว เหมาะแวะพักช่วงบ่าย
เวลาเปิด ค่าเข้า และการเดินทาง
- เวลาเปิด — ประมาณ 08.30–16.30 น. (เปิดทุกวัน · บางช่วงอาจปรับ ควรเช็กก่อนไป)
- ค่าเข้า — เข้าชมฟรี รวมขึ้นเรือหลวงแม่กลอง
- ที่ตั้ง — ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ปลายถนนสุขสวัสดิ์ (ทล.303) ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยา
- รถยนต์ — จากกรุงเทพวิ่งถนนสุขสวัสดิ์ยาวลงมาทางพระประแดง–พระสมุทรเจดีย์ มีที่จอดรถในป้อม
- จักรยาน — พื้นที่กว้าง มีบริการเช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบป้อมและเข้าป่าชายเลน
ไปช่วงไหนดี
แดดที่นี่แรงเพราะเป็นที่โล่งริมน้ำ ไปช่วงเช้าหลังเปิดหรือบ่ายแก่ ๆ จะเดินสบายกว่า พกหมวกกับน้ำไปด้วย และถ้าไปวันธรรมดาคนจะน้อย เดินถ่ายรูปได้สบาย
ดูที่เที่ยวและที่กินอื่น ๆ ในสมุทรปราการ
ดูคู่มือสมุทรปราการ →