🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
พระสมุทรเจดีย์เป็นหนึ่งในภาพจำของสมุทรปราการที่อยู่คู่ปากน้ำมาเกือบสองร้อยปี เจดีย์ทรงระฆังสีขาวตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นได้ตั้งแต่ฝั่งเมือง และยิ่งสวยตอนนั่งเรือเข้าใกล้ จุดเด่นของที่นี่ไม่ใช่แค่ตัวเจดีย์ แต่เป็นประสบการณ์การนั่งเรือข้ามฟากที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดออกจากกรุงเทพไปอีกโลกหนึ่งทั้งที่อยู่ห่างกันไม่กี่สิบนาที
เจดีย์กลางน้ำที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด
พระสมุทรเจดีย์เริ่มต้นจากพระราชดำริในรัชกาลที่ 2 ที่อยากให้มีเจดีย์ตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำ เพื่อให้เรือต่างชาติที่แล่นเข้าออกได้เห็นว่านี่คือเมืองพุทธ แต่กว่าจะสร้างเสร็จก็มาอยู่ในรัชกาลที่ 3 ราวปี พ.ศ. 2370 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 211 วัน และมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ในองค์เจดีย์ ทำให้ที่นี่เป็นทั้งแลนด์มาร์กและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนเมืองในเวลาเดียวกัน
เดิมทีเจดีย์ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำจริง ๆ คนเลยเรียกกันว่า "พระเจดีย์กลางน้ำ" แม้ภายหลังตะกอนแม่น้ำจะทับถมจนพื้นที่รอบ ๆ กลายเป็นแผ่นดินติดฝั่ง แต่ชื่อเรียกก็ยังติดปากมาจนทุกวันนี้ และที่สำคัญ ภาพองค์เจดีย์ถูกนำมาใช้เป็นตราประจำจังหวัดสมุทรปราการ ถ้าใครเห็นโลโก้จังหวัดแล้วสงสัยว่าเจดีย์องค์ไหน ก็คือองค์นี้
อยากเที่ยว สมุทรปราการ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
นั่งเรือข้ามฟากไปไหว้ — ส่วนที่สนุกที่สุด
ของจริงที่ทำให้การมาที่นี่สนุกคือการนั่งเรือข้ามฟาก ฝั่งเมืองให้ลงเรือแถวท่าเรือใกล้ตลาดปากน้ำ (หลายคนใช้ท่าเรือวิบูลย์ศรี เดินจากตลาดปากน้ำมานิดเดียว) แล้วเรือจะพาข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปอีกฝั่งซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์เจดีย์ ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่ได้บรรยากาศลมแม่น้ำเต็ม ๆ
- ค่าเรือ — ประมาณ 6 บาทต่อคน จ่ายเงินสดบนเรือ (พกเหรียญ/แบงก์ย่อยไปจะสะดวก)
- เวลาเรือ — เรือข้ามฟากวิ่งถี่ตั้งแต่เช้ามืดยาวถึงค่ำ ช่วงกลางวันแทบไม่ต้องรอนาน มาเรือลำหนึ่งไปลำหนึ่ง
- องค์เจดีย์เปิดให้เข้า — ราว ๆ 07.00–18.00 น. เข้าฟรี ไม่เก็บค่าเข้า
- เวลาที่สวย — ช่วงเช้าแดดยังไม่แรงและคนน้อย หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงนุ่มเหมาะถ่ายรูปองค์เจดีย์ตัดกับฟ้า
เคล็ดลับ
ถ้าจะมาด้วยรถไฟฟ้า ลง BTS สถานีปากน้ำ แล้วเดินไปทางตลาดปากน้ำเพื่อหาท่าเรือ จะง่ายกว่าขับรถมาเอง เพราะที่จอดรถแถวตลาดหายาก ส่วนใครขับรถมาก็มีเรือเฟอร์รีรับรถข้ามฟากได้เหมือนกัน แต่คิวรถจะช้ากว่าเรือคน
ถึงองค์เจดีย์แล้วทำอะไรได้บ้าง
พอข้ามไปถึงฝั่งเจดีย์ บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นลานวัดเงียบ ๆ ริมน้ำ เดินขึ้นไปรอบองค์เจดีย์ได้ ไหว้พระ ปิดทอง และมีระฆังให้ตีตามความเชื่อ จุดที่หลายคนชอบคือมุมมองกลับมายังฝั่งเมืองที่เห็นเรือสินค้าและเรือข้ามฟากวิ่งผ่านไปมา เป็นภาพปากแม่น้ำที่หาดูที่อื่นไม่ค่อยได้
ไหว้พระ–ปิดทองรอบเจดีย์
เดินรอบฐานเจดีย์สีขาว ไหว้ขอพร ปิดทอง และตีระฆังตามจุดที่จัดไว้ บรรยากาศสงบเงียบกว่าวัดในเมือง
ถ่ายรูปองค์เจดีย์ริมน้ำ
มุมเจดีย์ขาวตัดกับแม่น้ำและท้องฟ้า กับมุมมองเรือวิ่งผ่านปากน้ำ เก็บภาพได้ทั้งวัน
พระพุทธรูปและศาลาริมน้ำ
นอกจากองค์เจดีย์ ยังมีพระพุทธรูปและศาลาให้นั่งพักรับลมแม่น้ำเย็น ๆ ก่อนนั่งเรือกลับ
งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์
ถ้าอยากเห็นที่นี่ในวันที่คึกคักสุด ให้มาช่วงงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนตุลาคม (ปี 2568 จัดวันที่ 12–23 ตุลาคม) ควบคู่กับงานกาชาดจังหวัด ช่วงนี้จะมีพิธีห่มผ้าองค์เจดีย์ พิธีเวียนเทียน ออกร้านอาหาร และความบันเทิงเต็มลานทั้งฝั่งเมืองและฝั่งเจดีย์ เป็นงานประจำปีที่คนสมุทรปราการรอทั้งปี
เผื่อใจไว้นิด
ช่วงงานนมัสการคนเยอะมาก เรือข้ามฟากคิวยาวและที่จอดรถเต็มเร็ว ถ้ามาเที่ยวงานแนะนำมาด้วยรถไฟฟ้าและเผื่อเวลารอเรือ ส่วนใครอยากไหว้พระเงียบ ๆ เลี่ยงช่วงนี้แล้วมาวันธรรมดาจะสบายกว่า
เที่ยวต่อรอบ ๆ ปากน้ำ
ข้อดีของการมาพระสมุทรเจดีย์คือมาวันเดียวเที่ยวได้หลายที่ เพราะอยู่ใกล้ย่านปากน้ำที่มีของกินและจุดเที่ยวอยู่รอบตัว ออกแบบทริปครึ่งวันถึงเต็มวันได้สบาย ๆ
- ป้อมผีเสื้อสมุทร — ป้อมปราการเก่าริมน้ำที่อยู่ใกล้องค์เจดีย์ เป็นจุดประวัติศาสตร์การป้องกันปากน้ำที่เดินชมต่อได้
- ตลาดปากน้ำ — ตลาดสดริมน้ำฝั่งเมือง เดินกินของทะเล อาหารตามสั่ง และของกินเล่นก่อน/หลังลงเรือ
- ป้อมพระจุลจอมเกล้า — ป้อมปืนเสือหมอบและพิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงแม่กลอง อยู่ไม่ไกลฝั่งพระสมุทรเจดีย์ เหมาะต่อทริปสายประวัติศาสตร์
วางแผนเที่ยวสมุทรปราการให้ครบทั้งวัด ตลาด และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวสมุทรปราการ →