🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
เกาะหลีเป๊ะเป็นเกาะเล็กในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล จุดที่ต้องเข้าใจตั้งแต่แรกคือเกาะนี้ไปถึงได้ด้วยเรือเท่านั้น ไม่มีสนามบินและไม่มีสะพานเชื่อม เส้นทางที่คนไทยและนักท่องเที่ยวใช้มากที่สุดคือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง นอกจากนี้ยังมีเรือออกจากท่าเรือตำมะลัง (ตัวเมืองสตูล) และจากจังหวัดตรัง รวมถึงเฟอร์รีข้ามแดนจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ที่มีด่านตรวจคนเข้าเมืองลอยน้ำและเปิดเป็นฤดู
อีกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนไปคือ เกาะหลีเป๊ะไม่มีท่าเรือน้ำลึก เรือใหญ่และสปีดโบ๊ตจะจอดกลางน้ำแล้วให้ผู้โดยสารต่อเรือหางยาวขึ้นแพลอยน้ำ (floating pier) เข้าหาดอีกทอด มีค่าเรือรับส่งแยกต่างหาก และบนเกาะไม่มีรถยนต์หรือแท็กซี่ พื้นที่เล็กพอเดินได้ทั่ว มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเรือหางยาวข้ามหาดไว้ใช้ตอนขนสัมภาระหรือย้ายหาด ด้านล่างเทียบให้เห็นภาพรวมก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดแต่ละแบบ
| วิธีเดินทาง | ความสะดวก | ค่าใช้จ่าย | เหมาะกับใคร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| สปีดโบ๊ตจากปากบารา (สตูล) | เส้นทางหลัก เรือถี่สุด ~1.5 ชม. ถึงเกาะ | ~฿450–650 ต่อเที่ยว (ไม่รวมค่าเรือหางยาวเข้าหาด) | คนส่วนใหญ่ ต้นทางหาดใหญ่/กรุงเทพฯ ที่ต่อรถมาปากบารา | หน้ามรสุมเรือน้อย/งด · ต้องต่อเรือหางยาวเข้าหาด |
| เรือจากตรัง / ท่าตำมะลัง | ทางเลือกรอง เที่ยวน้อยกว่าปากบารา นั่งเรือนานกว่า | ~฿550–1,000 ต่อเที่ยว แล้วแต่ต้นทางและชนิดเรือ | คนที่ต้นทางอยู่ตรัง หรือมาทางตัวเมืองสตูล | รอบเรือจำกัด ควรเช็กตารางล่วงหน้า · ตามฤดูกาล |
| เฟอร์รีจากเกาะลังกาวี (มาเลเซีย) | ข้ามแดนตรงจากลังกาวี มีด่าน ตม. ลอยน้ำ | ~RM118–140 / ~฿900–1,200 ต่อเที่ยว (ราคาต่างชาติ) | คนต่อทริปจากมาเลเซีย/สายบินลงลังกาวี | เปิดเป็นฤดู · ต้องมีพาสปอร์ต ผ่าน ตม. · เช็กรอบก่อน |
| เรือหางยาว floating pier + ข้ามหาด | ต่อจากเรือใหญ่เข้าหาด และใช้ย้ายหาดบนเกาะ | ~฿50 ต่อคนเข้าหาด · ข้ามหาดคิดตามระยะ | ทุกคนที่มาถึงเกาะ (เลี่ยงไม่ได้) และคนย้ายหาด | เรือโคลง ของอาจเปียก · ตกลงราคาก่อนขึ้นถ้าเหมา |
| เดินเท้า / มอเตอร์ไซค์รับจ้างบนเกาะ | เกาะเล็กเดินได้ทั่ว มีวินมอเตอร์ไซค์เสริม | เดินฟรี · มอเตอร์ไซค์รับจ้างคิดตามระยะ | เที่ยวในเกาะ ขนสัมภาระ ย้ายที่พักระยะใกล้ | ไม่มีรถยนต์/แท็กซี่ · ทางบางช่วงเป็นทราย/แคบ |
สปีดโบ๊ตจากท่าเรือปากบารา (สตูล)
สปีดโบ๊ตจากท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล เป็นเส้นทางหลักและได้รับความนิยมที่สุดในการไปเกาะหลีเป๊ะ ใช้เวลานั่งเรือราวชั่วโมงครึ่ง มีเรือหลายรอบต่อวันในช่วงไฮซีซั่น จึงเลือกเวลาได้ง่ายและไม่ต้องรอนาน คนส่วนใหญ่ที่มาจากหาดใหญ่หรือกรุงเทพฯ จะบินหรือนั่งรถไฟ/รถทัวร์มาลงหาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้หรือรถโดยสารมาที่ปากบาราซึ่งใช้เวลาต่อราวชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง หลายเจ้าขายตั๋วแบบรถตู้ต่อเรือรวมกันไว้ ทำให้วางแผนง่ายและไม่ต้องต่อรถหลายทอดเอง
ราคาตั๋วสปีดโบ๊ตต่อเที่ยวอยู่ราว 450–650 บาทต่อคน ขึ้นกับผู้ให้บริการและช่วงเวลา สิ่งที่ต้องเผื่อไว้คือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รวมในตั๋วเรือ ได้แก่ค่าเรือหางยาวรับส่งจากเรือใหญ่เข้าหาด (ราว 50 บาทต่อคน เพราะเกาะไม่มีท่าเรือน้ำลึก) และค่าธรรมเนียมเข้าเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ที่คนไทยกับต่างชาติจ่ายคนละอัตรา จึงควรเตรียมเงินสดส่วนนี้ไว้ ก่อนออกเดินทางควรจองตั๋วล่วงหน้าในช่วงวันหยุดยาวเพราะที่นั่งเต็มไว และเช็กเวลารอบเรือให้สัมพันธ์กับเวลารถที่ต่อมา ที่สำคัญที่สุดคือช่วงหน้ามรสุมราวกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางตุลาคม ทะเลมีคลื่นแรง เรือลดรอบหรืองดวิ่งในบางวัน ควรตรวจสอบสภาพการเดินเรือกับผู้ให้บริการก่อนวางแผนเสมอ
- เส้นทางหลัก เรือถี่สุดและถึงเกาะเร็วราว 1.5 ชม.
- ต้นทางต่อรถง่าย มีตั๋วรวมรถตู้+เรือจากหาดใหญ่/สตูล
- ราคาต่อเที่ยวย่อมเยากว่าเฟอร์รีข้ามแดนจากลังกาวี
- หลายรอบต่อวันในไฮซีซั่น เลือกเวลาได้ยืดหยุ่น
- หน้ามรสุม (กลาง พ.ค.–กลาง ต.ค.) เรือลดรอบหรืองดวิ่งบางวัน
- ยังต้องต่อเรือหางยาวเข้าหาดเพราะเกาะไม่มีท่าเรือน้ำลึก
- ค่าเรือหางยาวและค่าธรรมเนียมอุทยานฯ คิดแยกจากตั๋วเรือ
เรือจากจังหวัดตรัง / ท่าเรือตำมะลัง (สตูล)
ถ้าต้นทางของทริปอยู่จังหวัดตรัง หรือเดินทางเข้ามาทางตัวเมืองสตูล การขึ้นเรือจากจังหวัดตรังหรือจากท่าเรือตำมะลังเป็นทางเลือกที่เลี่ยงการต่อรถไปปากบาราได้ ท่าตำมะลังอยู่ในเขตอำเภอเมืองสตูลและมีเรือออกไปเกาะหลีเป๊ะเช่นกัน ส่วนฝั่งตรังเหมาะกับคนที่เที่ยวหมู่เกาะฝั่งตรัง เช่น เกาะกระดาน เกาะมุก อยู่แล้วและอยากต่อยาวมาหลีเป๊ะ บางเส้นทางเป็นเรือที่แวะหลายเกาะระหว่างทาง จึงได้เห็นวิวทะเลเพิ่มแต่ใช้เวลานานกว่าสปีดโบ๊ตตรงจากปากบารา
ข้อที่ต้องเข้าใจคือเส้นทางกลุ่มนี้มีรอบเรือจำกัดกว่าปากบารามาก บางเส้นทางมีวันละรอบหรือให้บริการเฉพาะบางช่วงของปี ราคาต่อเที่ยวก็แตกต่างกันตามต้นทางและชนิดเรือ ตั้งแต่ราวห้าร้อยกว่าบาทไปจนถึงหลักพัน จึงควรเช็กตารางเดินเรือและจองล่วงหน้าให้ดี อย่าเพิ่งไปเผื่อว่าจะมีเรือรอที่ท่า เพราะอาจต้องรอข้ามวัน เช่นเดียวกับเส้นทางอื่น เมื่อถึงเกาะหลีเป๊ะก็ยังต้องต่อเรือหางยาวเข้าหาดเพราะไม่มีท่าเรือน้ำลึก และมีค่าธรรมเนียมเข้าเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาแยกต่างหาก ช่วงหน้ามรสุมกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางตุลาคมเรือลดรอบหรืองดวิ่ง ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนวางแผนทุกครั้ง
- เลี่ยงการต่อรถไปปากบารา ถ้าต้นทางอยู่ตรังหรือตัวเมืองสตูล
- ต่อยาวจากทริปหมู่เกาะฝั่งตรัง (เกาะกระดาน เกาะมุก) ได้
- บางเส้นทางแวะหลายเกาะ ได้เห็นวิวทะเลระหว่างทาง
- รอบเรือจำกัดกว่าปากบารามาก บางเส้นทางวันละรอบ/ตามฤดู
- นั่งเรือนานกว่าและราคาบางเส้นทางสูงกว่าสปีดโบ๊ตปากบารา
- ยังต้องต่อเรือหางยาวเข้าหาด และมีค่าธรรมเนียมอุทยานฯ แยก
เฟอร์รีจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
สำหรับคนที่ต่อทริปมาจากประเทศมาเลเซีย หรือบินลงสนามบินลังกาวีอยู่แล้ว การนั่งเฟอร์รีข้ามจากเกาะลังกาวีมาเกาะหลีเป๊ะโดยตรงเป็นทางที่สะดวก เพราะไม่ต้องย้อนเข้าฝั่งไทยไปตั้งต้นที่ปากบาราใหม่ เรือออกจากท่าเรือกัวห์ (Kuah) บนลังกาวี ใช้เวลานั่งราวหนึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จุดที่ทำให้เส้นทางนี้ต่างจากเส้นทางในประเทศคือเป็นการเดินทางข้ามแดน ต้องมีพาสปอร์ตและผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาออกจากมาเลเซียและขาเข้าประเทศไทย โดยฝั่งหลีเป๊ะมีด่านตรวจคนเข้าเมืองลอยน้ำ (immigration ลอยน้ำ) ที่ผู้โดยสารต้องแวะประทับตราก่อนขึ้นเกาะ
เรื่องที่ต้องวางแผนล่วงหน้าคือเส้นทางนี้เปิดให้บริการเป็นฤดู โดยทั่วไปตรงกับช่วงไฮซีซั่นของทะเลอันดามันราวเดือนตุลาคม/พฤศจิกายนถึงเมษายน/พฤษภาคม และงดช่วงหน้ามรสุม รอบเรือมีจำกัดต่อวัน จึงควรเช็กตารางและจองล่วงหน้า ราคาต่อเที่ยวสูงกว่าเรือในประเทศ อยู่ราวหนึ่งร้อยกว่าริงกิตหรือประมาณเก้าร้อยถึงพันสองร้อยบาทตามอัตราต่างชาติ ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอน ตม. และตรวจสอบเรื่องวีซ่า/สิทธิ์เข้าประเทศไทยของสัญชาติตนเองให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง เมื่อถึงหลีเป๊ะก็ยังต้องต่อเรือหางยาวเข้าหาดและมีค่าธรรมเนียมเข้าเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาเช่นเดียวกับทุกเส้นทาง
- ข้ามตรงจากลังกาวีโดยไม่ต้องย้อนเข้าฝั่งไทยไปตั้งต้นที่ปากบารา
- เหมาะกับคนต่อทริปจากมาเลเซียหรือบินลงสนามบินลังกาวี
- ใช้เวลานั่งเรือไม่นานราว 1–1.5 ชม. ในวันทะเลปกติ
- เปิดเป็นฤดูและงดหน้ามรสุม รอบเรือจำกัด ต้องจองล่วงหน้า
- ต้องมีพาสปอร์ตและผ่านพิธีการ ตม. ทั้งสองฝั่ง เผื่อเวลาเพิ่ม
- ราคาต่อเที่ยวสูงกว่าเรือในประเทศ และยังต้องต่อเรือหางยาวเข้าหาด
เรือหางยาว floating pier เข้าหาด + ข้ามหาดบนเกาะ
เรื่องที่หลายคนไม่รู้มาก่อนไปคือ เกาะหลีเป๊ะไม่มีท่าเรือน้ำลึก เรือใหญ่ สปีดโบ๊ต และเฟอร์รีทุกลำจะจอดกลางน้ำหรือเทียบแพลอยน้ำ (floating pier) แล้วให้ผู้โดยสารต่อเรือหางยาวเข้าหาดอีกทอด ค่าเรือหางยาวรับส่งช่วงนี้อยู่ราว 50 บาทต่อคน คิดแยกจากค่าตั๋วเรือ เป็นขั้นตอนที่เลี่ยงไม่ได้ไม่ว่ามาเส้นทางไหน ดังนั้นควรเตรียมเงินสดย่อยและเผื่อใจว่าตอนขึ้น-ลงเรือหางยาวอาจต้องลุยน้ำตื้นเล็กน้อยและของอาจโดนละอองน้ำ กระเป๋าที่มีของกลัวเปียกควรใส่ถุงกันน้ำหรือยกให้พ้นพื้นเรือ
นอกจากใช้เข้าหาดตอนมาถึง เรือหางยาวยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการย้ายหาดบนเกาะ เพราะหลีเป๊ะมีสามหาดหลักคือหาดพัทยา (หาดหลัก มีถนนคนเดิน) หาดซันไรส์ และหาดซันเซ็ต บางคู่หาดเดินเลียบชายฝั่งหรือตัดผ่านกลางเกาะได้ แต่ถ้าขนสัมภาระหนักหรืออยากประหยัดแรง การเหมาเรือหางยาวข้ามหาดสะดวกกว่ามาก โดยเฉพาะช่วงน้ำขึ้นที่เดินเลียบหาดลำบาก ค่าเรือข้ามหาดคิดตามระยะและต้องตกลงราคาก่อนขึ้นทุกครั้งเพราะไม่มีมิเตอร์ ควรถามราคาที่พักหรือคนท้องถิ่นไว้เป็นฐานก่อนต่อรอง ช่วงหน้ามรสุมคลื่นแรง เรือหางยาวโคลงมากและบางวันงดวิ่ง ควรเผื่อแผนสำรองไว้ด้วย
- เป็นวิธีเดียวที่ขึ้นเกาะได้เพราะไม่มีท่าเรือน้ำลึก ทุกคนได้ใช้
- ใช้ย้ายหาด (พัทยา–ซันไรส์–ซันเซ็ต) และขนสัมภาระข้ามฝั่งเกาะสะดวก
- ค่าเข้าหาดต่อคนไม่แพง (~฿50) และไม่กี่นาทีก็ถึงฝั่ง
- เรือโคลงตามคลื่น ตอนขึ้น-ลงอาจต้องลุยน้ำตื้นและของเปียกได้
- ข้ามหาด/เหมาลำไม่มีมิเตอร์ ต้องตกลงราคาก่อนขึ้นทุกครั้ง
- หน้ามรสุมคลื่นแรง เรือโคลงมากและบางวันงดวิ่ง
เดินเท้า / มอเตอร์ไซค์รับจ้างบนเกาะ
พอขึ้นเกาะหลีเป๊ะแล้ว การเดินทางในตัวเกาะแทบไม่ต้องใช้พาหนะ เพราะเกาะเล็กและไม่มีรถยนต์หรือแท็กซี่ หัวใจของเกาะคือหาดพัทยาที่มีถนนคนเดิน (Walking Street) เป็นแกนกลาง เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และที่พัก จากหาดพัทยาเดินตัดผ่านกลางเกาะไปหาดซันไรส์หรือหาดซันเซ็ตใช้เวลาไม่นาน ราวไม่กี่นาทีถึงราวครึ่งชั่วโมงแล้วแต่จุดหมาย ทางเดินส่วนใหญ่เป็นตรอกเล็กและทางทรายเลียบชายหาด บรรยากาศเดินเล่นสบาย ๆ ตอนเช้าและเย็นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเกาะ
สำหรับตอนที่ขนสัมภาระหนักหรือระยะไกลเกินจะเดินไหว บนเกาะมีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (วิน) คอยรับส่งตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงมาถึงหรือจะย้ายที่พักข้ามหาด ค่าบริการคิดตามระยะและควรตกลงราคาก่อนขึ้นทุกครั้งเพราะไม่มีมิเตอร์ อีกทางเลือกสำหรับย้ายหาดคือเรือหางยาวข้ามหาดที่สะดวกกว่าเวลาน้ำขึ้นหรือของเยอะ เนื่องจากเกาะเดินได้ทั่ว การเลือกที่พักให้ตรงกับสไตล์ทริปจึงสำคัญ ถ้าชอบความคึกคักและร้านเยอะให้เลือกแถวหาดพัทยาใกล้ถนนคนเดิน ถ้าอยากได้ความเงียบและวิวพระอาทิตย์ให้ดูฝั่งซันไรส์หรือซันเซ็ต แล้วค่อยเดินหรือเหมาเรือไปหาดอื่นตามต้องการ
- เกาะเล็กเดินได้ทั่ว บรรยากาศเดินเล่นริมหาดและถนนคนเดินเป็นเสน่ห์
- ไม่มีรถยนต์/แท็กซี่ จึงเงียบและอากาศดี ไม่ต้องเสียค่าเดินทางในเกาะมาก
- มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเรือหางยาวข้ามหาดไว้เสริมตอนขนของหนัก
- ไม่มีรถยนต์/แท็กซี่ ถ้าของหนักหรือระยะไกลต้องพึ่งวินหรือเรือ
- ทางบางช่วงเป็นทราย/ตรอกแคบ ลากกระเป๋าล้อลำบากในบางจุด
- มอเตอร์ไซค์รับจ้าง/เรือข้ามหาดไม่มีมิเตอร์ ต้องตกลงราคาก่อนขึ้น
เลือกเส้นทางยังไงดี
สรุปตามต้นทาง: ถ้ามาจากกรุงเทพฯ หรือหาดใหญ่ สปีดโบ๊ตจากปากบารา คือคำตอบหลัก เรือถี่ที่สุด ถึงเกาะเร็ว และมีตั๋วรวมรถตู้+เรือให้วางแผนง่าย · ถ้าต้นทางอยู่จังหวัดตรังหรือเข้าทางตัวเมืองสตูล เรือจากตรัง/ตำมะลัง ช่วยเลี่ยงการต่อรถไปปากบารา แต่รอบเรือน้อยกว่ามาก ต้องเช็กตารางล่วงหน้า · ถ้าต่อทริปจากมาเลเซียหรือบินลงลังกาวี เฟอร์รีจากลังกาวี ข้ามตรงได้เลย แต่เปิดเป็นฤดู ต้องมีพาสปอร์ตและผ่าน ตม. · ไม่ว่ามาทางไหน ทุกคนต้องต่อ เรือหางยาวเข้าหาด เพราะเกาะไม่มีท่าเรือน้ำลึก · และบนเกาะ เดินเท้า เป็นหลัก เสริมด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือเรือข้ามหาดตอนขนของ ทุกเส้นทางควรเลี่ยงหน้ามรสุม (กลาง พ.ค.–กลาง ต.ค.) ที่เรือน้อยหรืองด
จองเรือ & กิจกรรมล่วงหน้า
เรือรับส่งและทัวร์ดำน้ำช่วงไฮซีซั่นคิวเต็มไว จองออนไลน์ล่วงหน้าช่วยล็อกที่และรู้ราคาชัดเจน
ไปเกาะหลีเป๊ะ พักที่ไหนดี?
เพราะเกาะเดินได้ทั่ว เลือกที่พักให้ตรงสไตล์ตั้งแต่แรก ทั้งหาดพัทยาคึกคักและซันไรส์/ซันเซ็ตเงียบสงบ เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaวางแผนเส้นทางเรือแล้ว ก็เลือกที่พักติดหาดให้ไปไหนก็สะดวก
ดูที่พักทำเลดีบนเกาะหลีเป๊ะ →