🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
กระบี่มีจุดเที่ยวกระจายตัวกว้าง ตั้งแต่ตัวเมืองกระบี่ที่เป็นศูนย์ราชการและขนส่ง อ่าวนางที่เป็นศูนย์กลางที่พักและท่าเรือออกทัวร์ ไปจนถึงไร่เลย์ที่ตัดขาดจากถนน สนามบินอยู่นอกเมืองราว 15 กิโลเมตร ส่วนจุดธรรมชาติอย่างสระมรกต น้ำตกร้อน หรือวัดถ้ำเสือ อยู่นอกเมืองออกไปอีก การไม่มีรถเมล์หรือสองแถวที่วิ่งครบทุกเส้นทำให้ต้องเลือกวิธีเดินทางตามว่าจะไปไหนและไปกับใคร
เรื่องที่ต้องรู้ตั้งแต่แรกคือ กระบี่ต่างจากภูเก็ตตรงที่ไม่มีเครือข่ายสองแถววิ่งทั่วเมือง มีแค่สายหลักอ่าวนาง–ตัวเมืองที่ราคาถูก แท็กซี่มิเตอร์แทบไม่มีและตั้งราคาเหมาสูง Grab กับ Bolt ใช้ได้แต่คนขับยังน้อยกว่าเมืองใหญ่ บางช่วงต้องรอนานหรือไม่มีคนรับ ส่วนไร่เลย์ต้องนั่งเรือหางยาวเข้าอย่างเดียวเพราะไม่มีถนน ด้านล่างเราเทียบภาพรวมก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละแบบ
| วิธีเดินทาง | ความสะดวก | ค่าใช้จ่าย | เหมาะกับใคร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| รถเช่า (รถยนต์) | อิสระสูง ไปได้ทุกจุดตามใจ แอร์เย็น เก็บของได้ | เริ่มราว ฿700–1,200/วัน + น้ำมัน + ประกัน | เที่ยวหลายวัน-หลายจุด มากันเป็นกลุ่ม-ครอบครัว | ขับเลนซ้าย ต้องมี IDP ระวังมอเตอร์ไซค์ วางแผนที่จอด |
| เช่ามอเตอร์ไซค์/สกูตเตอร์ | คล่องตัวสุด หาที่จอดง่าย ไปจุดใกล้ ๆ สะดวก | ถูกสุดต่อวัน ฿200–250/วัน + น้ำมัน | คนขับเป็นจริง มีใบขับขี่ครบ เที่ยวคนเดียว-คู่ | อุบัติเหตุเกิดจริง ต้องใส่หมวก + IDP ฝนลื่น |
| รถสองแถว (อ่าวนาง–เมือง) | ขึ้นได้ตามสายหลัก ราคาถูกที่สุด | ฿50 ต่อคน สายอ่าวนาง–ตัวเมืองกระบี่ | งบประหยัด เดินทางระหว่างอ่าวนางกับเมืองกลางวัน | วิ่งแค่สายหลัก ไม่ถึงทุกหาด ตกค่ำรถน้อย/หมด |
| แท็กซี่ / แอปเรียกรถ (Grab) | เรียกได้ตามจุด/ผ่านแอป แต่รถมีจำกัด | แท็กซี่แพง เหมาราคา · Grab ราว ฿100–600 ตามระยะ | ระยะไกล-สนามบิน กลับดึก ถือสัมภาระ | Grab คนขับน้อย รอนาน/ไม่มีคนรับได้ แท็กซี่ต่อราคา |
| เรือหางยาว (ไปไร่เลย์) | ทางเดียวเข้าไร่เลย์ ขึ้นเรือรวมได้ตามท่า | ฿100 ต่อคน (อ่าวนาง–ไร่เลย์) · ฿150 หลัง 18:00 | คนจะไปไร่เลย์-ถ้ำพระนาง ไม่ว่างบไหน | รอครบ 8 คนถึงออก คลื่นแรง/ตกค่ำเรือน้อย ระวังของเปียก |
รถเช่า (รถยนต์)
ถ้ามาเที่ยวกระบี่หลายวันและตั้งใจตระเวนหลายจุด การเช่ารถยนต์มักคุ้มและสบายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมากันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว เพราะจุดเที่ยวหลายแห่งอยู่นอกเมืองและอยู่ไกลจากสายรถสาธารณะ เช่น สระมรกต น้ำตกร้อน วัดถ้ำเสือ หรือหาดต่าง ๆ นอกอ่าวนาง การมีรถทำให้ไปตอนไหนก็ได้โดยไม่ต้องรอรถหรือต่อราคาแท็กซี่ ราคาเริ่มต้นราว 700 บาทต่อวันสำหรับรถเล็ก และขยับขึ้นตามขนาดรถและช่วงไฮซีซัน มีทั้งบริษัทแบรนด์ใหญ่และเจ้าถิ่นให้เลือกที่สนามบินและในเมือง หลายเจ้ารับ-คืนรถที่สนามบินได้ทำให้เริ่มทริปได้ทันทีที่ลงเครื่อง
ข้อที่ต้องเตรียมใจคือถนนในกระบี่ต้องขับเลนซ้ายแบบไทย และมีมอเตอร์ไซค์แทรกตลอดทั้งในเมืองและถนนสายรอง ตามกฎหมายต้องมีใบขับขี่สากล (IDP) คู่กับใบขับขี่ตัวจริง และควรทำประกันชั้นที่คุ้มครองเต็มเพราะค่าเสียหายถ้าชนอาจสูง ก่อนรับรถให้ถ่ายรูป-วิดีโอรอบคันเก็บไว้เป็นหลักฐานสภาพรถ ตรวจยางและเบรกให้ดี ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือรถยนต์เข้าไร่เลย์ไม่ได้เพราะไม่มีถนน ต้องจอดที่อ่าวนางแล้วต่อเรือหางยาวเข้าไป และย่านอ่าวนางช่วงเย็นหาที่จอดริมหาดค่อนข้างยาก ควรเช็กที่จอดของโรงแรมก่อน
- อิสระสูงสุด ไปได้ทุกจุดตามใจ โดยเฉพาะที่เที่ยวนอกเมืองที่รถสาธารณะไม่ถึง
- คุ้มเมื่อมาหลายคนหรือเที่ยวหลายวัน หารต่อหัวถูกลง
- แอร์เย็น เก็บสัมภาระได้ เหมาะครอบครัวมีเด็ก-ผู้สูงอายุ
- รับ-คืนรถที่สนามบินได้ เริ่มทริปได้ทันที
- ต้องขับเลนซ้ายและระวังมอเตอร์ไซค์ที่แทรกตลอด
- ต้องมีใบขับขี่สากล (IDP) และควรทำประกันเต็ม
- รถเข้าไร่เลย์ไม่ได้ และหาที่จอดริมหาดอ่าวนางช่วงเย็นยาก
เช่ามอเตอร์ไซค์ / สกูตเตอร์
เช่ามอเตอร์ไซค์เป็นวิธีเดินทางที่ถูกที่สุดต่อวันและคล่องตัวที่สุดในกระบี่ สกูตเตอร์ทั่วไปเช่าได้ราว 200–250 บาทต่อวัน และถ้าเช่ารายสัปดาห์หรือรายเดือนราคาต่อวันจะถูกลงอีก หาที่จอดง่าย วิ่งเลี่ยงรถในอ่าวนางได้สบาย และพาไปจุดใกล้ ๆ อย่างหาดนพรัตน์ธารา สุสานหอย หรือร้านอาหารนอกย่านที่พักได้สะดวก มีร้านเช่ากระจายทั้งในอ่าวนางและตัวเมืองกระบี่ เหมาะกับคนเที่ยวคนเดียวหรือคู่ที่อยากประหยัดและขับเป็นอยู่แล้ว
แต่เรื่องที่ต้องพูดกันตรง ๆ คือ อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ของนักท่องเที่ยวในไทยเกิดขึ้นจริงและบ่อย โดยเฉพาะคนที่ไม่ชินการขับเลนซ้าย ถนนต่างจังหวัดที่รถวิ่งเร็ว และฝนตกถนนลื่นในหน้าฝน ตามกฎหมายต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์คู่กับใบขับขี่สากล (IDP) ระบุประเภทรถจักรยานยนต์ ด่านตรวจพบได้และมีค่าปรับ ที่สำคัญกว่าคือถ้าเกิดอุบัติเหตุโดยขับผิดกฎหรือไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง ประกันมักไม่จ่ายและต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเอง สวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง (เป็นกฎหมาย) เลือกร้านที่ไม่ยึดพาสปอร์ตเป็นประกันแต่ให้วางเงินมัดจำแทน และถ่ายรูปรอยขีดข่วนรอบคันก่อนรับรถ ถ้าไม่มั่นใจฝีมือจริง ๆ ใช้รถเช่าหรือเรียก Grab ปลอดภัยกว่ามาก
- ถูกที่สุดต่อวัน เช่ารายสัปดาห์/เดือนยิ่งถูกลง
- คล่องตัว หาที่จอดง่าย ไปจุดใกล้ ๆ รอบอ่าวนางสะดวก
- ร้านเช่ามีทั้งในอ่าวนางและตัวเมือง เลือกง่าย
- เหมาะคนเที่ยวคนเดียว-คู่ ที่ขับเป็นและอยากประหยัด
- อุบัติเหตุนักท่องเที่ยวเกิดจริงและบ่อย ต้องรับความเสี่ยงเอง
- ต้องมีใบขับขี่ + ใบขับขี่สากล (IDP) ไม่งั้นโดนปรับและประกันไม่จ่าย
- ฝนลื่น-ถนนสายรองรถเร็ว เสี่ยงสำหรับคนไม่ชินทาง และเข้าไร่เลย์ไม่ได้
รถสองแถว (สายอ่าวนาง–ตัวเมืองกระบี่)
กระบี่ไม่มีเครือข่ายรถสองแถววิ่งทั่วเมืองเหมือนรถแดงที่ภูเก็ต แต่มีสายหลักที่วิ่งเชื่อมอ่าวนางกับตัวเมืองกระบี่ เป็นวิธีที่ถูกที่สุดในการเดินทางระหว่างสองย่านนี้ ค่าโดยสารอยู่ที่ราว 50 บาทต่อคน ในอ่าวนางรถออกจากแถวหน้าร้านอาหารริมหาด (จุดยอดฮิตที่คนรู้จักคือใกล้ Tanta Pizza ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่นั่งเรือไปไร่เลย์) ขึ้นได้เลยโดยโบกตามทาง บอกจุดหมายก่อนขึ้น แล้วจ่ายเงินสดตอนลง เหมาะกับคนงบประหยัดที่จะเข้าเมืองไปตลาด ห้าง หรือสถานีขนส่ง และได้บรรยากาศท้องถิ่นแบบที่แท็กซี่หรือแอปให้ไม่ได้
ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือ สองแถวกระบี่วิ่งจำกัดแค่สายหลักและจำกัดเวลา ไม่ได้วิ่งเข้าทุกหาดหรือทุกจุดท่องเที่ยวนอกเมือง ถ้าจะไปสระมรกต น้ำตกร้อน หรือวัดถ้ำเสือต้องต่อรถอื่นหรือใช้รถส่วนตัว รถส่วนใหญ่ให้บริการช่วงกลางวันถึงช่วงเย็น ตกค่ำรถจะน้อยลงมากหรือหมด ทำให้กลับดึกลำบาก อีกเรื่องคือถ้าจะ "เหมาคัน" ให้พาไปส่งตรงจุดแบบไม่รอผู้โดยสารอื่น ราคาจะสูงขึ้นมากและต้องต่อราคาก่อนขึ้นทุกครั้ง ควรถามให้ชัดว่าราคาที่ตกลงเป็นต่อคนหรือต่อคัน สรุปคือสองแถวคุ้มมากถ้าแค่วิ่งเข้า-ออกระหว่างอ่าวนางกับเมืองในเวลากลางวัน แต่ไม่เหมาะถ้าต้องเที่ยวกลางคืนหรือเข้าจุดที่อยู่นอกสายหลัก
- ถูกที่สุด ฿50 ต่อคน สายอ่าวนาง–ตัวเมืองกระบี่
- ขึ้นได้เลยตามทาง ไม่ต้องจองหรือใช้แอป
- จุดออกในอ่าวนางอยู่ใกล้ท่าเรือไปไร่เลย์ ต่อทริปสะดวก
- ได้บรรยากาศท้องถิ่นจริง ๆ ระหว่างทาง
- วิ่งแค่สายหลัก ไม่เข้าทุกหาด/จุดเที่ยวนอกเมือง ต้องต่อรถอื่น
- ส่วนใหญ่วิ่งกลางวัน ตกค่ำรถน้อยลงมากหรือหมด
- เหมาคันราคาสูงและต้องต่อราคา ควรถามให้ชัดต่อคน/ต่อคัน
แท็กซี่ / แอปเรียกรถ (Grab · Bolt)
ในกระบี่มีทั้งแท็กซี่และแอปเรียกรถอย่าง Grab และ Bolt แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าทั้งคู่มีข้อจำกัดต่างจากเมืองใหญ่ แท็กซี่ส่วนใหญ่ไม่กดมิเตอร์และตั้งราคาเหมาที่ค่อนข้างสูง หาได้ตามจุดท่องเที่ยว ตลาดกลางคืน และในเมือง หรือให้ที่พักช่วยเรียกให้ ราคาช่วงยอดนิยมอย่างสถานีขนส่งกระบี่ไปอ่าวนางอยู่ที่ราว 250–350 บาท ส่วน Grab กับ Bolt ใช้ได้จริงแต่คนขับยังน้อย โดยเฉพาะในตัวเมืองกระบี่ที่หารถยากกว่าอ่าวนาง บางครั้งกดเรียกแล้วรอนาน หรือคนขับยกเลิกจนต้องเรียกใหม่ ช่วงเช้ามืดหรือดึกยิ่งหายาก ข้อดีของแอปคือเห็นราคาก่อนกดเรียกจึงไม่ต้องต่อราคา และมักถูกกว่าแท็กซี่
ราคาโดยประมาณในแอปอยู่ที่ราว 100–200 บาทสำหรับระยะใกล้ในอ่าวนางหรือในเมือง และขยับขึ้นเป็นหลัก 300–600 บาทขึ้นไปสำหรับระยะไกลอย่างข้ามไปสนามบินหรือจุดเที่ยวนอกเมือง ที่สนามบินคนขับแอปบางรายขอให้เดินไปขึ้นบริเวณลานจอดเพื่อเลี่ยงความขัดแย้งกับกลุ่มแท็กซี่ท้องถิ่น ดังนั้นถ้าต้องเดินทางเวลาสำคัญ เช่น ไปขึ้นทัวร์เช้ามืดหรือไปสนามบินให้ทันไฟลต์ ไม่ควรพึ่ง Grab อย่างเดียว แนะนำให้จองรถล่วงหน้าผ่านที่พักหรือใช้บริการรถรับส่งไว้ด้วย เพราะถ้ากดเรียกแล้วไม่มีคนรับจะเสียเวลาและพลาดนัดได้
- แอปเห็นราคาก่อนขึ้น ไม่ต้องต่อราคา มักถูกกว่าแท็กซี่
- เหมาะกับระยะไกล ไป-กลับสนามบิน และตอนถือสัมภาระหนัก
- อ่าวนางหารถได้ง่ายกว่าจุดอื่นในจังหวัด
- แท็กซี่มีตามจุดท่องเที่ยว เรียกได้ทันทีเมื่อจำเป็น
- Grab/Bolt คนขับน้อย บางช่วงรอนานหรือไม่มีคนรับ โดยเฉพาะเช้ามืด-ดึก
- แท็กซี่แพง มิเตอร์หายาก ต้องต่อราคาก่อนขึ้นทุกครั้ง
- ที่สนามบินคนขับแอปอาจขอให้เดินไปขึ้นนอกจุด และไม่ควรพึ่งแอปตอนเวลาสำคัญ
เรือหางยาว (อ่าวนาง–ไร่เลย์)
ไร่เลย์เป็นแหลมที่ถูกล้อมด้วยผาหินปูนสูงจนไม่มีถนนตัดเข้าไป ทำให้เรือหางยาวเป็นทางเดียวที่จะเข้าไร่เลย์ ถ้ำพระนาง และหาดต้นไทรได้ เรือออกจากหาดอ่าวนางตรงจุดเดียวกับที่ขึ้นรถสองแถว มีสหกรณ์เรือหางยาวคุมคิวและราคาไว้ ค่าโดยสารมาตรฐานอยู่ที่ราว 100 บาทต่อคนเที่ยวเดียวสำหรับสายอ่าวนาง–ไร่เลย์ และเพิ่มเป็นราว 150 บาทถ้าเดินทางหลัง 18:00 น. เรือเป็นแบบรวม (shared) จึงต้องรอให้ครบราว 8 คนก่อนออก ใช้เวลานั่งข้ามฟากประมาณ 10–15 นาที ถ้าไม่อยากรอหรือมากันหลายคนก็เหมาทั้งลำได้ในราคาราว 800 บาท (เท่ากับ 8 ที่นั่ง)
เรื่องที่ควรรู้ก่อนลงเรือคือส่วนใหญ่เป็นการลุยน้ำขึ้น-ลงเรือจากชายหาด ไม่ได้เทียบท่าแบบมีสะพาน จึงมักต้องถอดรองเท้าและลุยน้ำถึงหน้าแข้ง กระเป๋าและของที่กลัวเปียกควรใส่ถุงกันน้ำหรือยกให้พ้นน้ำ ช่วงคลื่นแรงหรือหน้ามรสุมเรืออาจโคลงและเปียกได้ทั้งตัว เวลาให้บริการหลัก ๆ อยู่ราว 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ตกค่ำเรือน้อยลงและราคาสูงขึ้น ถ้าจะกลับดึกจากไร่เลย์ควรเผื่อเวลาและงบ อีกทั้งบางวันคลื่นลมแรงจนเรืองดวิ่งชั่วคราว ควรถามสภาพทะเลจากคนคุมท่าก่อนวางแผนไป-กลับในวันเดียว
- เป็นทางเดียวที่เข้าไร่เลย์ ถ้ำพระนาง และหาดต้นไทรได้
- ราคาถูก ฿100 ต่อคนเที่ยวเดียว ขึ้นจากอ่าวนางตรงจุดเดียวกับสองแถว
- นั่งข้ามฟากสั้นราว 10–15 นาที วิวผาหินปูนสวย
- มากันครบกลุ่มเหมาทั้งลำได้ ไม่ต้องรอผู้โดยสารอื่น
- เรือรวมต้องรอให้ครบราว 8 คนก่อนออก อาจเสียเวลาช่วงคนน้อย
- ขึ้น-ลงเรือต้องลุยน้ำจากหาด ของที่กลัวเปียกต้องใส่ถุงกันน้ำ
- หลัง 18:00 ค่าเรือแพงขึ้นและเรือน้อย บางวันคลื่นแรงเรืองดวิ่ง
เลือกยังไงดี
สรุปง่าย ๆ ตามสไตล์ทริป: ถ้ามาหลายวันและตั้งใจตระเวนจุดเที่ยวนอกเมืองอย่างสระมรกต น้ำตกร้อน วัดถ้ำเสือ การ เช่ารถยนต์ คุ้มและอิสระที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมากันเป็นกลุ่ม ขอแค่มี IDP และทำประกันเต็ม · มอเตอร์ไซค์ ถูกและคล่องก็จริง แต่อุบัติเหตุเกิดจริง เหมาะเฉพาะคนที่ขับเป็น มีใบขับขี่ครบ และรับความเสี่ยงได้ · แค่วิ่งเข้า-ออกระหว่าง อ่าวนางกับตัวเมือง ในเวลากลางวัน รถสองแถว ฿50 คุ้มสุด · เดินทางระยะไกล ไปสนามบิน หรือกลับดึก ใช้ Grab/Bolt เป็นหลักแต่เผื่อจองรถรับส่งไว้ด้วยเพราะรถมีจำกัด · ส่วนจะไป ไร่เลย์ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนั่งเรือหางยาวจากอ่าวนาง วางแผนกลับก่อนค่ำไว้เสมอ
จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ทัวร์เกาะและกิจกรรมยอดนิยมของกระบี่คิวเต็มไว จองออนไลน์ล่วงหน้าสะดวกกว่า
เที่ยวกระบี่ พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักทำเลดี ใกล้อ่าวนางและท่าเรือออกทัวร์ เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaวางแผนการเดินทางแล้ว ก็เลือกที่พักทำเลดีให้ไปไหนก็สะดวก
ดูโรงแรมทำเลดีในกระบี่ →