หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย เลย 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยเลยเดินทางไป & เที่ยวใน เลย (+เชียงคาน) ยังไงดี
📍 เลย · ภาคอีสาน · คู่มือเดินทาง · อัปเดต 2026

เดินทางไป & เที่ยวใน
เลย (+เชียงคาน) ยังไงดี

เลยเป็นจังหวัดภูเขาชายแดนอีสานที่อยู่ไกลจากกรุงเทพฯ พอสมควร และจุดเที่ยวหลักอย่างเชียงคาน ภูกระดึง ภูเรือ และด่านซ้ายก็อยู่คนละมุมของจังหวัด การวางแผนเดินทางจึงมีผลกับทริปมาก หน้านี้เทียบให้ครบตั้งแต่วิธีมาถึงเลย — รถทัวร์และรถตู้จากกรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาราว 8-10 ชั่วโมง เที่ยวบินที่ลงสนามบินเลย (LOE) และทางเลือกนั่งรถไฟลงขอนแก่นหรืออุดรธานีแล้วต่อรถ เพราะเลยไม่มีรถไฟเข้าถึงโดยตรง จากนั้นเทียบวิธีเที่ยวในพื้นที่ ทั้งเช่ารถขับเอง เช่าจักรยาน-มอเตอร์ไซค์เล่นในเชียงคาน และรถท้องถิ่น พร้อมช่วงราคาจริงโดยประมาณและข้อควรระวังของแต่ละแบบ

🚌 รถทัวร์ / รถตู้✈️ สนามบินเลย (LOE)🚆 รถไฟ + ต่อรถ🚗 เช่ารถ🚲 จักรยาน / มอเตอร์ไซค์
เลื่อนดูทั้ง 6 กิจกรรม ภาพ: Christophe95 · CC BY-SA 4.0 (ภาพประกอบ)

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

เลยอยู่อีสานตอนบนติดชายแดนลาว ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 520 กิโลเมตร จุดเที่ยวเด่นกระจายอยู่คนละทิศ ทั้งเชียงคานริมโขงทางเหนือของจังหวัด ภูกระดึงทางใต้ ภูเรือและด่านซ้ายทางตะวันตก การมาถึงเลยทำได้หลายทาง แต่ละแบบเหมาะกับงบและเวลาที่ต่างกัน ส่วนการเที่ยวในพื้นที่นั้นสำคัญไม่แพ้กัน เพราะระบบขนส่งสาธารณะภายในจังหวัดมีจำกัด

เรื่องที่ต้องรู้ตั้งแต่แรกคือ เลยไม่มีทางรถไฟเข้าถึง ถ้าอยากนั่งรถไฟต้องลงที่ขอนแก่นหรืออุดรธานีแล้วต่อรถอีกทอด และ บริการเรียกรถผ่านแอปอย่าง Grab แทบไม่มีในเลยและเชียงคาน ต่างจากเมืองใหญ่ ทำให้การเที่ยวจุดที่อยู่ไกลกันสะดวกที่สุดเมื่อมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ ด้านล่างเราสรุปภาพรวมให้ก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละแบบ

เทียบวิธีเดินทางไปเลยและเที่ยวในเลย-เชียงคาน
วิธีเดินทางเส้นทางค่าใช้จ่ายเหมาะกับใครข้อควรระวัง
รถทัวร์ / รถตู้ (กรุงเทพฯ-เลย/เชียงคาน)หมอชิต 2 → เลย/เชียงคาน · ~8-10 ชม.รถทัวร์ ~฿500-800 · รถตู้ ~฿400-500งบประหยัด ไม่รีบ ไม่มีรถส่วนตัว ชินการนั่งรถกลางคืนใช้เวลานาน รถกลางคืนพักผ่อนไม่เต็มที่ ควรจองล่วงหน้าหน้าหนาว
เครื่องบิน (ลงสนามบินเลย LOE)ดอนเมือง → สนามบินเลย · บินราว 1 ชม.ตั๋วผันผวน ~฿1,000-3,000+ ต่อเที่ยวมีเวลาน้อย อยากถึงเร็ว งบพอไหวเที่ยวบินต่อวันน้อย/บางฤดูงด สนามบินห่างตัวเมือง ~5 กม. ต้องต่อรถ
รถไฟ + ต่อรถ (ลงขอนแก่น/อุดรธานี)กรุงเทพฯ → ขอนแก่น/อุดร (รถไฟ) แล้วต่อรถเข้าเลย ~2.5-3 ชม.ค่ารถไฟตามชั้น + ค่ารถต่อ ~฿150-250ชอบนั่งรถไฟ อยากแวะเมืองอื่น ไม่รีบไม่มีรถไฟถึงเลยโดยตรง ต้องต่อรถอีกทอด รวมเวลานานกว่ารถทัวร์ตรง
เช่ารถขับเอง (เที่ยวในจังหวัด)รับรถสนามบิน/ในเมือง วิ่งเชื่อมทุกโซน~฿1,000-1,500/วัน + น้ำมัน + ประกันเที่ยวหลายจุด-หลายวัน มากันเป็นกลุ่ม-ครอบครัวถนนขึ้นเขาชันคดเคี้ยว (ภูเรือ/ภูป่าเปาะ) ต้องมีใบขับขี่ เช็กเบรก
เช่าจักรยาน / มอเตอร์ไซค์ (ในเชียงคาน)เที่ยวในตัวเมืองเชียงคานและรอบ ๆจักรยาน ~฿100-150/วัน · มอเตอร์ไซค์ ~฿200-300/วันเที่ยวเฉพาะเชียงคานแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่ไปไกลเหมาะระยะใกล้เท่านั้น ไม่พอสำหรับข้ามอำเภอ ขับ มอ'ไซค์ต้องระวัง
รถสองแถว / รถท้องถิ่น (Grab แทบไม่มี)วิ่งเส้นทางหลักในเมือง-ระหว่างอำเภอบางสายรถสองแถว ~฿20-60 · เหมา/รถรับจ้างต้องต่อราคางบประหยัด เที่ยวตามเส้นทางหลักในเวลากลางวันเส้นทาง-เวลาจำกัด ไม่ถึงทุกจุดเที่ยว Grab แทบเรียกไม่ได้
1

รถทัวร์ / รถตู้ กรุงเทพฯ - เลย / เชียงคาน

📍 ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 (จตุจักร) กรุงเทพฯ ปลายทางสถานีขนส่งเลยหรือเชียงคาน · บางเที่ยววิ่งตรงถึงเชียงคาน บางเที่ยวลงเลยแล้วต่อรถ 🧭 กรุงเทพฯ → เลย/เชียงคาน
รถทัวร์ปรับอากาศระหว่างจังหวัดในประเทศไทย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Pond 374-38 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาราว 8-10 ชม. (นิยมรถกลางคืน ออกเย็น-ค่ำ ถึงเช้า)
ราคาโดยประมาณรถทัวร์ปรับอากาศ ~฿500-800/เที่ยว แล้วแต่ชั้นและบริษัท · รถตู้ร่วมบริการ ~฿400-500/เที่ยว
👍 เหมาะสุดสำหรับคนงบประหยัดที่ไม่รีบและไม่มีรถส่วนตัว ชินกับการนั่งรถทางไกลหรือรถกลางคืน อยากประหยัดค่าตั๋วเครื่องบิน เที่ยวเดี่ยว คู่ หรือกลุ่มเล็ก
งบประหยัดมีรถกลางคืนไม่ต้องมีรถส่วนตัว

รถทัวร์เป็นวิธียอดนิยมที่สุดในการไปเลยจากกรุงเทพฯ ถ้าไม่ได้ขับรถไปเอง รถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีทั้งบริษัทเดินรถของ บขส. และเอกชนวิ่งเส้นกรุงเทพฯ-เลยและกรุงเทพฯ-เชียงคาน หลายเที่ยวเป็นรถกลางคืน ออกช่วงเย็นถึงค่ำแล้วถึงปลายทางตอนเช้า ทำให้ประหยัดทั้งค่าที่พักหนึ่งคืนและเวลากลางวัน ราคาตั๋วอยู่ราว 500-800 บาทต่อเที่ยวแล้วแต่ชั้นของรถ รถชั้นดี (VIP หรือ ป.1) ที่นั่งกว้างและเอนได้มากจะแพงกว่าเล็กน้อยแต่นั่งสบายกว่าในระยะทางไกลขนาดนี้

อีกทางเลือกคือรถตู้ร่วมบริการที่ค่าตั๋วถูกกว่าราว 400-500 บาท ใช้เวลาใกล้เคียงกันและมักวิ่งกลางวัน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบนอนบนรถ ข้อควรรู้คือทั้งรถทัวร์และรถตู้ใช้เวลาเดินทางราว 8-10 ชั่วโมงตามสภาพจราจรและจำนวนจุดจอด ควรเผื่อเวลาและเตรียมของใช้ระหว่างทาง หมอน ผ้าห่มบาง ๆ และยาแก้เมารถถ้าไม่ชินทางเขาช่วงใกล้ถึง ที่สำคัญคือช่วงหน้าหนาว วันหยุดยาว และเทศกาลตั๋วเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะเที่ยวตรงถึงเชียงคาน ควรจองล่วงหน้าหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ และถ้ารถลงที่ตัวเมืองเลยแต่จะไปเชียงคานต่อ ให้เผื่อเวลาต่อรถอีกราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

💡
เคล็ดลับ: เลือกรถกลางคืนชั้น VIP/ป.1 จะนั่งสบายกว่ามากในระยะ 8-10 ชม. และประหยัดค่าที่พักหนึ่งคืน · จองตั๋วล่วงหน้าโดยเฉพาะหน้าหนาวและวันหยุดยาวที่คนแน่น · เช็กก่อนว่าเที่ยวที่จองวิ่งตรงถึงเชียงคานหรือลงแค่ตัวเมืองเลย เพราะถ้าลงเลยต้องต่อรถไปเชียงคานอีกทอด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ค่าตั๋วประหยัดกว่าเครื่องบินมาก มีทั้งรถทัวร์และรถตู้ให้เลือกตามงบ
  • มีเที่ยวรถกลางคืน ออกเย็น-ถึงเช้า ประหยัดค่าที่พักและเวลากลางวัน
  • ไม่ต้องมีรถส่วนตัวหรือใบขับขี่ ขึ้นรถจากหมอชิต 2 ได้เลย
  • บางเที่ยววิ่งตรงถึงเชียงคาน ไม่ต้องต่อรถในตัวเมืองเลย
⚠️ ข้อสังเกต
  • ใช้เวลานาน 8-10 ชม. รถกลางคืนพักผ่อนได้ไม่เต็มที่สำหรับหลายคน
  • หน้าหนาว วันหยุดยาว และเทศกาลตั๋วเต็มเร็ว ต้องจองล่วงหน้า
  • ถ้ารถลงแค่ตัวเมืองเลยแต่จะไปเชียงคานต้องต่อรถและเผื่อเวลาเพิ่ม
2

เครื่องบิน — ลงสนามบินเลย (LOE)

📍 ท่าอากาศยานเลย (Loei Airport · รหัส LOE) ห่างจากตัวเมืองเลยราว 5 กม. · เที่ยวบินภายในประเทศจากดอนเมืองเป็นหลัก 🧭 ดอนเมือง → สนามบินเลย
เครื่องบินโดยสารจอดที่ท่าอากาศยานเลย จ.เลย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Bollardant · CC0
ระยะเวลาบินราว 1 ชม. (ยังไม่รวมเวลาเดินทางไป-กลับสนามบินและต่อรถเข้าจุดเที่ยว)
ราคาโดยประมาณราคาตั๋วผันผวนตามช่วงและสายการบิน ~฿1,000-3,000+ ต่อเที่ยว (หน้าหนาว/วันหยุดแพงและเต็มเร็ว)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนมีเวลาน้อยแต่งบพอไหว อยากถึงเลยเร็วในราว 1 ชั่วโมงบินแทนการนั่งรถทั้งคืน เที่ยวสั้น ๆ วันหยุด หรือไม่อยากเสียเวลากับทางไกล
ถึงเร็วสุดประหยัดเวลาเที่ยวบินต่อวันน้อย

ถ้ามีเวลาน้อยและงบพอไหว การบินคือทางเลือกที่ถึงเลยเร็วที่สุด เที่ยวบินภายในประเทศจากดอนเมืองมาลงที่ท่าอากาศยานเลย (รหัสสนามบิน LOE) ใช้เวลาบินราวหนึ่งชั่วโมง เทียบกับการนั่งรถทัวร์ทั้งคืนแล้วต่างกันมาก สนามบินเลยเป็นสนามบินภูมิภาคขนาดเล็ก อยู่ห่างจากตัวเมืองเลยเพียงราว 5 กิโลเมตร ลงเครื่องแล้วนั่งรถเข้าเมืองได้เร็ว เหมาะกับคนที่อยากใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ให้คุ้มโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางทางไกล

ข้อที่ต้องวางแผนคือจำนวนเที่ยวบินต่อวันมีไม่มาก และบางช่วงตารางบินอาจปรับลดหรืองดตามฤดูกาลและความต้องการ จึงควรเช็กตารางบินและจองล่วงหน้า โดยเฉพาะหน้าหนาวซึ่งเป็นไฮซีซันของเลยที่ตั๋วเต็มเร็วและราคาสูงขึ้น ราคาตั๋วผันผวนมากตั้งแต่หลักพันต้น ๆ ไปจนถึงหลายพันบาทต่อเที่ยว จองยิ่งเร็วยิ่งได้ราคาดี อีกเรื่องที่ต้องเผื่อคือเมื่อถึงสนามบินแล้ว ในพื้นที่ไม่มีบริการเรียกรถผ่านแอปอย่าง Grab ให้พึ่งพาแบบในเมืองใหญ่ ควรติดต่อรถรับส่งของที่พัก จองรถเช่ารับที่สนามบิน หรือสอบถามรถรับจ้างท้องถิ่นไว้ล่วงหน้า และถ้าตั้งใจเที่ยวหลายจุดที่อยู่คนละอำเภอ การบินมาถึงเร็วก็ยังต้องจับคู่กับการเช่ารถหรือเหมารถอยู่ดี เพราะจุดเที่ยวในเลยกระจายไกลกันมาก

💡
เคล็ดลับ: เช็กตารางบินและจองล่วงหน้าเพราะเที่ยวบินต่อวันน้อยและบางฤดูปรับลด · จองยิ่งเร็วยิ่งได้ราคาดี โดยเฉพาะหน้าหนาวที่ตั๋วแพงและเต็มไว · เตรียมรถรับ-ส่งไว้ก่อน ทั้งรถของที่พักหรือรถเช่ารับที่สนามบิน เพราะ Grab แทบไม่มีในพื้นที่ · ถ้าจะเที่ยวหลายอำเภอ วางแผนจับคู่เที่ยวบินกับรถเช่าตั้งแต่แรก
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ถึงเลยเร็วที่สุด บินราว 1 ชม. เทียบกับนั่งรถ 8-10 ชม.
  • สนามบินเลยอยู่ห่างตัวเมืองแค่ราว 5 กม. เข้าเมืองได้ไว
  • เหมาะกับทริปสั้นวันหยุด ไม่ต้องเสียเวลากับทางไกล
  • จองล่วงหน้านาน ๆ มีโอกาสได้ตั๋วราคาหลักพันต้น ๆ
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวบินต่อวันมีน้อยและบางฤดูอาจปรับลดหรืองด ต้องเช็กตารางก่อน
  • ราคาตั๋วผันผวนสูง หน้าหนาว/วันหยุดแพงและเต็มเร็ว
  • ลงสนามบินแล้ว Grab แทบไม่มี ต้องเตรียมรถรับส่งหรือรถเช่าไว้ก่อน
3

รถไฟ + ต่อรถ (ลงขอนแก่น / อุดรธานี)

📍 ไม่มีทางรถไฟถึงเลยโดยตรง · นั่งรถไฟสายอีสานจากกรุงเทพฯ (หัวลำโพง/กรุงเทพอภิวัฒน์) ลงที่สถานีขอนแก่นหรืออุดรธานี แล้วต่อรถทัวร์/รถตู้เข้าตัวเมืองเลยอีกราว 2.5-3 ชม. 🧭 กรุงเทพฯ → ขอนแก่น/อุดร → เลย
สถานีรถไฟอุดรธานีในภาคอีสาน จุดที่ผู้โดยสารมักลงแล้วต่อรถเข้าเลย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Kudpung · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลารถไฟถึงขอนแก่น/อุดรหลายชั่วโมงตามขบวน + ต่อรถเข้าเลยอีก ~2.5-3 ชม. (รวมนานกว่ารถทัวร์ตรง)
ราคาโดยประมาณค่ารถไฟแล้วแต่ชั้นที่นั่ง/ตู้นอน (ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน) + ค่ารถต่อจากขอนแก่น/อุดรเข้าเลย ~฿150-250
👍 เหมาะสุดสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศนั่งรถไฟ อยากแวะเที่ยวเมืองอื่นในอีสานระหว่างทาง ไม่รีบและสนุกกับการเดินทางเป็นช่วง ๆ มากกว่าจะไปให้ถึงเร็ว
ไม่มีรถไฟถึงเลยตรงต้องต่อรถเหมาะสายชอบรถไฟ

สำหรับคนที่ชอบเดินทางด้วยรถไฟ ต้องรู้ก่อนว่าเลยไม่มีทางรถไฟเข้าถึง วิธีที่ทำได้คือนั่งรถไฟสายอีสานจากกรุงเทพฯ ไปลงที่สถานีขอนแก่นหรืออุดรธานี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีขบวนรถไฟผ่านหลายเที่ยวต่อวัน แล้วจึงต่อรถทัวร์หรือรถตู้เข้าตัวเมืองเลยอีกทอด ระยะจากขอนแก่นหรืออุดรมายังเลยอยู่ราว 2.5 ถึง 3 ชั่วโมงโดยรถ ตัวรถไฟมีให้เลือกหลายชั้น ตั้งแต่ที่นั่งพัดลม ที่นั่งปรับอากาศ ไปจนถึงตู้นอนสำหรับขบวนกลางคืน ค่าโดยสารจึงกว้างตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันตามชั้นและประเภทขบวน

เสน่ห์ของการไปแบบนี้คือได้บรรยากาศรถไฟและมีโอกาสแวะเที่ยวเมืองอื่นในอีสานอย่างขอนแก่นหรืออุดรก่อนต่อไปเลย เหมาะกับคนที่วางทริปยาวและสนุกกับการเดินทางเป็นช่วง ๆ ข้อที่ต้องยอมรับตรง ๆ คือเมื่อรวมเวลานั่งรถไฟกับเวลารอต่อรถและนั่งรถเข้าเลยแล้ว มักใช้เวลารวมนานกว่าการนั่งรถทัวร์ตรงจากกรุงเทพฯ และมีขั้นตอนต่อรถเพิ่ม จึงไม่ใช่ทางเลือกที่เร็วหรือสะดวกที่สุดสำหรับคนที่แค่อยากไปเลยให้ถึงไว แต่คุ้มถ้าตั้งใจให้การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของทริป ควรจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าโดยเฉพาะตู้นอนและช่วงวันหยุด และเช็กเวลารถต่อจากขอนแก่น/อุดรเข้าเลยไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ไปถึงสถานีตอนที่รถเข้าเลยหมดรอบแล้ว

💡
เคล็ดลับ: เลือกลงขอนแก่นหรืออุดรตามขบวนและเวลาที่ต่อรถเข้าเลยได้สะดวก และเช็กรอบรถต่อไว้ก่อนไม่ให้ไปถึงตอนรถหมดรอบ · จองตั๋วรถไฟโดยเฉพาะตู้นอนล่วงหน้า · ถ้าจะแวะเที่ยวขอนแก่น/อุดรสักคืนก่อนต่อไปเลยจะได้ใช้เส้นทางนี้คุ้มกว่า · ถ้าเป้าหมายคือถึงเลยเร็ว รถทัวร์ตรงหรือเครื่องบินสะดวกกว่า
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้บรรยากาศนั่งรถไฟ มีหลายชั้นให้เลือกรวมถึงตู้นอนขบวนกลางคืน
  • แวะเที่ยวเมืองอีสานอย่างขอนแก่นหรืออุดรระหว่างทางได้
  • เหมาะกับทริปยาวที่สนุกกับการเดินทางเป็นช่วง ๆ ไม่รีบ
  • ขอนแก่นและอุดรมีขบวนรถไฟผ่านหลายเที่ยวต่อวัน เลือกเวลาได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • ไม่มีรถไฟถึงเลยโดยตรง ต้องลงขอนแก่น/อุดรแล้วต่อรถอีก 2.5-3 ชม.
  • รวมเวลาทั้งหมดมักนานกว่ารถทัวร์ตรงจากกรุงเทพฯ และมีขั้นตอนต่อรถเพิ่ม
  • ต้องเช็กรอบรถต่อให้ดี ถ้าถึงสถานีตอนรถเข้าเลยหมดรอบจะเสียเวลา
4

เช่ารถขับเอง — เที่ยวเชื่อมทุกโซนในจังหวัด

📍 รับรถได้ที่สนามบินเลยหรือในตัวเมือง วิ่งเชื่อมเชียงคาน ภูกระดึง ภูเรือ ภูป่าเปาะ และด่านซ้ายที่อยู่คนละมุมของจังหวัด 🧭 ทั้งจังหวัดเลย
ป้ายบริการรถเช่าในประเทศไทย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Hippietrail · CC0
ระยะเวลาเช่าเป็นรายวัน (แนะนำอย่างน้อย 2-3 วันให้เที่ยวได้หลายโซน)
ราคาโดยประมาณรถเก๋ง/รถอเนกประสงค์ ~฿1,000-1,500/วัน ยังไม่รวมน้ำมันและประกันเต็ม · เก็บพาสปอร์ต/บัตร ปชช. หรือวางมัดจำแล้วแต่เจ้า
👍 เหมาะสุดสำหรับคนเที่ยวหลายจุด-หลายวันที่ต้องข้ามอำเภอ มากันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว อยากอิสระไม่ต้องพึ่งรถสาธารณะที่มีจำกัด และมีคนขับที่มีใบขับขี่ครบ
อิสระสูงสุดจำเป็นเมื่อเที่ยวหลายอำเภอคุ้มเมื่อมาหลายคน

ถ้าตั้งใจเที่ยวเลยให้ครบหลายจุด การเช่ารถขับเองมักเป็นวิธีที่สะดวกและคุ้มที่สุด เพราะจุดเที่ยวหลักของเลยอยู่คนละมุมของจังหวัด เชียงคานอยู่ทางเหนือติดแม่น้ำโขง ภูกระดึงอยู่ทางใต้ ส่วนภูเรือ ภูป่าเปาะ และด่านซ้ายอยู่ทางตะวันตก การเดินทางระหว่างจุดเหล่านี้ด้วยรถสาธารณะทำได้ยากและกินเวลามาก เพราะไม่มีรถประจำทางที่วิ่งเชื่อมทุกจุดและ Grab ก็แทบเรียกไม่ได้ การมีรถของตัวเองจึงทำให้ออกเดินทางตอนไหนก็ได้ ไปทันช่วงเวลาสวย ๆ อย่างทะเลหมอกยามเช้าหรือพระอาทิตย์ตกริมโขง มีบริษัทรถเช่าทั้งที่สนามบินเลยและในตัวเมือง หลายเจ้ารับ-คืนรถที่สนามบินได้ เริ่มทริปได้ทันทีหลังลงเครื่อง

ค่าเช่ารถเก๋งหรือรถอเนกประสงค์อยู่ราว 1,000 ถึง 1,500 บาทต่อวัน ยังไม่รวมน้ำมันและประกัน ถ้ามากันหลายคนหารต่อหัวแล้วมักถูกกว่าการเหมารถหรือจ้างรถท้องถิ่นเป็นวัน ๆ สิ่งที่ต้องเตรียมและระวังคือถนนขึ้นเขาในเลยหลายเส้นชันและคดเคี้ยว โดยเฉพาะทางขึ้นภูเรือและเส้นไปภูป่าเปาะ คนขับควรคุ้นกับการขับทางเขาและเช็กสภาพรถ โดยเฉพาะเบรกและยาง ก่อนออกเดินทาง ตามกฎหมายต้องมีใบขับขี่ และควรทำประกันชั้นที่คุ้มครองเต็ม ก่อนรับรถให้ถ่ายรูปหรือวิดีโอรอบคันเก็บไว้เป็นหลักฐานสภาพรถ และช่วงหน้าหนาวที่เป็นไฮซีซัน รถเช่าอาจถูกจองหมดเร็ว ควรจองล่วงหน้าพร้อมกับที่พัก

💡
เคล็ดลับ: จองรถเช่าล่วงหน้าโดยเฉพาะหน้าหนาวที่รถถูกจองหมดเร็ว และเลือกรับ-คืนที่สนามบินเพื่อเริ่มทริปได้ทันที · เลือกประกันชั้นที่คุ้มครองเต็มและถ่ายวิดีโอรอบคันก่อนรับรถ · เช็กเบรกและยางก่อนขับขึ้นเขาภูเรือ/ภูป่าเปาะที่ทางชันคดเคี้ยว · วางแผนเที่ยวเป็นโซนเพื่อไม่ต้องขับวนไป-กลับข้ามจังหวัดหลายรอบ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • อิสระสูงสุด เชื่อมเชียงคาน ภูกระดึง ภูเรือ และด่านซ้ายที่อยู่คนละมุมได้เอง
  • จำเป็นจริงเมื่อเที่ยวหลายอำเภอ เพราะรถสาธารณะจำกัดและ Grab แทบไม่มี
  • ไปทันช่วงเวลาสวย เช่น ทะเลหมอกเช้ามืดและพระอาทิตย์ตกริมโขง
  • คุ้มเมื่อมาหลายคน หารต่อหัวถูกกว่าเหมารถท้องถิ่นเป็นวัน ๆ รับรถที่สนามบินได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • ถนนขึ้นเขา (ภูเรือ/ภูป่าเปาะ) ชันคดเคี้ยว คนขับต้องคุ้นทางเขาและเช็กเบรก-ยาง
  • ต้องมีใบขับขี่และควรทำประกันเต็ม ค่าเช่ารวมน้ำมัน-ประกันแล้วไม่ถูก
  • หน้าหนาวเป็นไฮซีซัน รถเช่าถูกจองหมดเร็ว ต้องจองล่วงหน้า
5

เช่าจักรยาน / มอเตอร์ไซค์ ในเชียงคาน

📍 ร้านเช่าและเกสต์เฮาส์ในตัวเมืองเชียงคาน โดยเฉพาะแถวถนนชายโขงและถนนคนเดิน · เหมาะเที่ยวในตัวเมืองและรอบ ๆ เชียงคาน 🧭 ตัวเมืองเชียงคาน
บรรยากาศถนนในเมืองเก่าเชียงคาน จ.เลย ที่นิยมปั่นจักรยานเที่ยว (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Icon0.com · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาเช่าเป็นรายวัน (เหมาะกับการเที่ยวในเมืองและรอบ ๆ)
ราคาโดยประมาณจักรยาน ~฿100-150/วัน · มอเตอร์ไซค์/สกูตเตอร์ ~฿200-300/วัน + น้ำมัน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนที่พักและเที่ยวเฉพาะในเชียงคานแบบสโลว์ไลฟ์ อยากปั่นจักรยานเลียบโขงหรือขี่มอเตอร์ไซค์ไปจุดใกล้ ๆ อย่างแก่งคุดคู้และภูทอก โดยไม่ต้องข้ามอำเภอ
เที่ยวในเชียงคานปั่นเลียบโขงระยะใกล้เท่านั้น

ในตัวเมืองเชียงคาน วิธีเที่ยวที่เข้ากับบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ที่สุดคือการเช่าจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ ร้านเช่าและเกสต์เฮาส์หลายแห่งตามถนนชายโขงและถนนคนเดินมีบริการให้ ราคาจักรยานอยู่ราว 100 ถึง 150 บาทต่อวัน ส่วนมอเตอร์ไซค์หรือสกูตเตอร์อยู่ราว 200 ถึง 300 บาทต่อวัน จักรยานเหมาะกับการปั่นเลียบแม่น้ำโขงในตอนกลางวันที่ถนนยังเงียบ ชมบ้านไม้เก่าและแวะร้านกาแฟไปเรื่อย ๆ ส่วนมอเตอร์ไซค์คล่องตัวกว่าและพาไปจุดใกล้เคียงนอกเมืองได้สะดวก เช่น แก่งคุดคู้ที่อยู่ห่างออกไปราวสามถึงสี่กิโลเมตร หรือขึ้นไปยังจุดชมวิวภูทอก

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือทางเลือกนี้เหมาะกับการเที่ยวในเชียงคานและรอบ ๆ เท่านั้น ไม่ได้เหมาะสำหรับการข้ามอำเภอไปภูกระดึง ภูเรือ หรือด่านซ้าย ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรและมีทางขึ้นเขา ถ้าตั้งใจเที่ยวหลายโซนควรใช้รถเช่าแบบสี่ล้อหรือเหมารถแทน สำหรับคนที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ ควรมีใบขับขี่ให้ถูกประเภท สวมหมวกกันน็อกทุกครั้งเพราะเป็นกฎหมายและปลอดภัยกว่า ขับด้วยความระวังโดยเฉพาะช่วงถนนคนเดินตอนเย็นที่มีคนเดินหนาแน่น และถ่ายรูปสภาพรถรอบคันก่อนรับรถไว้กันปัญหาตอนคืน หากไม่ชินการขับมอเตอร์ไซค์ การปั่นจักรยานหรือเดินเที่ยวในเมืองก็เพียงพอสำหรับเชียงคานที่เป็นเมืองเล็กอยู่แล้ว

💡
เคล็ดลับ: ปั่นจักรยานเลียบโขงช่วงกลางวันที่ถนนเงียบจะได้บรรยากาศดีที่สุด · ใช้มอเตอร์ไซค์เฉพาะไปจุดใกล้อย่างแก่งคุดคู้-ภูทอก อย่าฝืนขี่ข้ามอำเภอไปภูกระดึง/ภูเรือ · ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องมีใบขับขี่และสวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง · ถ่ายรูปรอบคันก่อนรับรถ และระวังช่วงถนนคนเดินตอนเย็นที่คนเดินแน่น
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้ากับบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ของเชียงคาน ปั่นจักรยานเลียบโขงชมบ้านไม้เก่าได้เพลิน
  • ราคาถูก จักรยาน ~฿100-150 มอเตอร์ไซค์ ~฿200-300 ต่อวัน
  • มอเตอร์ไซค์คล่องตัว พาไปจุดใกล้อย่างแก่งคุดคู้และภูทอกได้สะดวก
  • หาเช่าง่ายตามร้านและเกสต์เฮาส์แถวถนนชายโขง-ถนนคนเดิน
⚠️ ข้อสังเกต
  • เหมาะเที่ยวในเชียงคานและรอบ ๆ เท่านั้น ไม่พอสำหรับข้ามอำเภอไปภูกระดึง/ภูเรือ/ด่านซ้าย
  • ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องมีใบขับขี่ สวมหมวกกันน็อก และระวังช่วงถนนคนเดินคนแน่น
  • ถ้าไม่ชินการขับขี่ ต้องเลี่ยงไปใช้จักรยานหรือเดินแทนเพื่อความปลอดภัย
6

รถสองแถว / รถท้องถิ่น (Grab แทบไม่มี)

📍 รถสองแถวและรถโดยสารท้องถิ่นวิ่งเส้นทางหลักในตัวเมืองเลยและบางสายระหว่างอำเภอ · บริการเรียกรถผ่านแอปอย่าง Grab แทบไม่มีในพื้นที่ 🧭 ตัวเมืองเลย-เส้นทางหลัก
รถตู้และรถโดยสารท้องถิ่นจอดรอในสถานีขนส่งของไทย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Patiparn.Nice2002bkk · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาวิ่งตามรอบ ส่วนใหญ่ช่วงกลางวัน
ราคาโดยประมาณรถสองแถวในเส้นทางหลัก ~฿20-60 ต่อคน · เหมารถท้องถิ่นไปจุดเที่ยวต้องต่อราคา (มักหลักร้อยขึ้นไปตามระยะ)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนงบประหยัดที่เที่ยวตามเส้นทางหลักในเวลากลางวัน ไม่รีบ และไม่ต้องเข้าจุดเที่ยวที่อยู่ลึกหรือคนละอำเภอ เที่ยวเดี่ยวหรือคู่
ถูกที่สุดเส้นทางจำกัดGrab แทบเรียกไม่ได้

ในเลยและเชียงคานมีรถสองแถวและรถโดยสารท้องถิ่นวิ่งตามเส้นทางหลักในตัวเมืองและบางสายเชื่อมระหว่างอำเภอ ค่าโดยสารถูก เริ่มต้นราว 20 ถึง 60 บาทต่อคนในเส้นทางหลัก เหมาะกับคนงบประหยัดที่เที่ยวในตัวเมืองหรือเดินทางตามเส้นที่มีรถวิ่งอยู่แล้ว และไม่รีบร้อน จุดที่ต้องเข้าใจก่อนวางแผนคือระบบขนส่งสาธารณะในเลยมีจำกัด รถสองแถววิ่งจำกัดเส้นทางและเวลา ส่วนใหญ่ให้บริการช่วงกลางวัน ตกเย็นถึงค่ำรถจะน้อยลงมากหรือหมด และไม่ได้วิ่งเข้าถึงจุดเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ลึกหรือบนเขาอย่างภูกระดึง ภูเรือ หรือภูป่าเปาะ

อีกเรื่องสำคัญที่ทำให้เลยต่างจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่คือบริการเรียกรถผ่านแอปอย่าง Grab แทบไม่มีในพื้นที่ ให้เรียกสะดวกแบบในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ ดังนั้นถ้าจะไปจุดที่รถสองแถวไม่ถึง ทางเลือกคือเหมารถท้องถิ่นหรือรถรับจ้าง ซึ่งต้องต่อราคากันก่อนและมักคิดเป็นหลักร้อยขึ้นไปตามระยะทางและความห่างของจุดหมาย ถ้าเที่ยวหลายจุดในหลายวัน การเหมารถเป็นเที่ยว ๆ อาจสะสมค่าใช้จ่ายจนแพงกว่าการเช่ารถขับเองด้วยซ้ำ สรุปคือรถสองแถวและรถท้องถิ่นคุ้มถ้าเที่ยวเฉพาะในเมืองหรือเส้นทางหลักในเวลากลางวัน แต่ถ้าตั้งใจตระเวนจุดธรรมชาติที่อยู่คนละอำเภอ การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะสะดวกและคุ้มกว่าชัดเจน ควรสอบถามคนที่พักหรือคนท้องถิ่นเรื่องสายรถและเวลาก่อนวางแผนแต่ละวัน

💡
เคล็ดลับ: ถามที่พักหรือคนท้องถิ่นว่ารถสองแถวสายไหนผ่านจุดที่จะไปและวิ่งถึงกี่โมง เพราะตกค่ำรถหายากมาก · อย่าคาดหวังเรียก Grab ได้เหมือนเมืองใหญ่ ให้เตรียมแผนสำรองไว้ · ถ้าต้องเหมารถไปจุดที่รถสองแถวไม่ถึง ให้ต่อราคาก่อนขึ้นทุกครั้ง · เที่ยวหลายจุดหลายวัน ลองเทียบว่าเหมารถเป็นเที่ยว ๆ กับเช่ารถขับเองแบบไหนคุ้มกว่า
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ค่าโดยสารถูกที่สุด รถสองแถวเส้นทางหลักเริ่มต้นราว ฿20-60 ต่อคน
  • เหมาะกับการเที่ยวในตัวเมืองเลยและเส้นทางหลักในเวลากลางวัน
  • ได้บรรยากาศท้องถิ่นระหว่างทาง ไม่ต้องจองหรือใช้แอป
  • ประหยัดสำหรับคนเที่ยวเดี่ยวหรือคู่ที่ไม่ต้องเข้าจุดลึก
⚠️ ข้อสังเกต
  • เส้นทางและเวลาจำกัด ตกค่ำรถน้อยลงมาก ไม่ถึงจุดเที่ยวบนเขาอย่างภูกระดึง/ภูเรือ
  • Grab แทบไม่มีในพื้นที่ ถ้ารถสองแถวไม่ถึงต้องเหมารถท้องถิ่นและต่อราคา
  • เที่ยวหลายจุดหลายวัน เหมารถเป็นเที่ยว ๆ อาจแพงกว่าเช่ารถขับเอง

สรุปเลือกยังไงดี

สรุปตามงบและเวลา: มาถึงเลย — ถ้าอยากประหยัดและไม่รีบ รถทัวร์/รถตู้กลางคืน จากหมอชิต 2 คุ้มที่สุด (~8-10 ชม.) · ถ้ามีเวลาน้อยและงบพอไหว บินลงสนามบินเลย (LOE) ถึงเร็วสุดราว 1 ชม. แต่เที่ยวบินต่อวันน้อยต้องจองล่วงหน้า · สาย รถไฟ ต้องลงขอนแก่น/อุดรแล้วต่อรถ เหมาะคนชอบบรรยากาศรถไฟและอยากแวะเมืองอื่น ไม่ใช่ทางที่เร็วที่สุด · เที่ยวในจังหวัด — จุดเที่ยวเชียงคาน ภูกระดึง ภูเรือ และด่านซ้ายอยู่คนละมุมและ Grab แทบไม่มี ถ้าเที่ยวหลายจุด เช่ารถขับเอง สะดวกและคุ้มสุด · ถ้าปักหลักเที่ยวเฉพาะเชียงคาน เช่าจักรยาน/มอเตอร์ไซค์ ก็พอ · งบประหยัดและเที่ยวในเมือง รถสองแถวท้องถิ่น ใช้ได้ แต่ไม่ถึงจุดธรรมชาติบนเขา

🎟️

จองกิจกรรม & ทัวร์ล่วงหน้า

ทัวร์และรถรับส่งในเลย-เชียงคานช่วยเชื่อมจุดเที่ยวที่อยู่ไกลกันได้สะดวก จองออนไลน์ล่วงหน้าอุ่นใจกว่า

ดูกิจกรรมเลยทั้งหมดบน Klook

เที่ยวเลย พักที่ไหนดี?

เลือกที่พักทำเลดี ริมโขงเชียงคานหรือใกล้จุดเที่ยว วางแผนเดินทางง่ายขึ้น เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda

วางแผนเป็นโซนให้คุ้มเวลา

เพราะจุดเที่ยวในเลยอยู่ไกลกัน แนะนำแบ่งเป็นโซนแล้วเที่ยวทีละมุม — โซนเชียงคาน (ถนนคนเดินริมโขง ตักบาตรข้าวเหนียว แก่งคุดคู้ ภูทอก) · โซนภูเรือ-ด่านซ้าย (ภูเรือ ภูป่าเปาะ ไร่ไวน์ วัดเนรมิต/พระธาตุศรีสองรัก) · และถ้าฟิตพอเผื่ออีก 2 วันแยกทริปสำหรับ ภูกระดึง การมีรถหรือเช่ารถจะช่วยเชื่อมแต่ละโซนได้โดยไม่ต้องขับวนไป-กลับ ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง ช่วงหน้าหนาวจองรถและที่พักล่วงหน้าให้ครบ

วางแผนการเดินทางแล้ว ก็เลือกที่พักทำเลดีให้ไปไหนก็สะดวก

ดูที่พักทำเลดีในเลย →

คำถามที่พบบ่อย

ไปเลยจากกรุงเทพฯ ใช้เวลากี่ชั่วโมง วิธีไหนเร็วสุด?

รถทัวร์และรถตู้จากหมอชิต 2 ใช้เวลาราว 8-10 ชั่วโมง นิยมรถกลางคืนออกเย็นถึงเช้า ส่วนวิธีที่เร็วที่สุดคือบินลงสนามบินเลย (LOE) ใช้เวลาบินราว 1 ชั่วโมง แต่เที่ยวบินต่อวันมีน้อยและราคาผันผวน ควรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะหน้าหนาว

มีรถไฟไปเลยไหม?

ไม่มีทางรถไฟเข้าถึงจังหวัดเลยโดยตรง ถ้าอยากนั่งรถไฟต้องลงที่สถานีขอนแก่นหรืออุดรธานี แล้วต่อรถทัวร์หรือรถตู้เข้าตัวเมืองเลยอีกราว 2.5-3 ชั่วโมง เมื่อรวมเวลาทั้งหมดมักนานกว่ารถทัวร์ตรงจากกรุงเทพฯ เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศรถไฟและอยากแวะเมืองอื่นระหว่างทางมากกว่าจะไปให้ถึงเร็ว

เที่ยวเลยจำเป็นต้องเช่ารถไหม?

ถ้าตั้งใจเที่ยวหลายจุดที่อยู่คนละอำเภอ อย่างเชียงคาน ภูกระดึง ภูเรือ และด่านซ้าย การเช่ารถขับเองสะดวกและคุ้มที่สุด เพราะรถสาธารณะในจังหวัดมีจำกัดและบริการเรียกรถผ่านแอปอย่าง Grab แทบไม่มีในพื้นที่ แต่ถ้าปักหลักเที่ยวเฉพาะในเชียงคาน จะเช่าจักรยาน/มอเตอร์ไซค์หรือเดินเที่ยวก็เพียงพอ

ในเชียงคานเดินทางยังไง?

เชียงคานเป็นเมืองเล็ก เที่ยวในตัวเมืองด้วยการเดินหรือปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขงได้สบาย จักรยานเช่าราว 100-150 บาทต่อวัน มอเตอร์ไซค์ราว 200-300 บาทต่อวัน เหมาะไปจุดใกล้อย่างแก่งคุดคู้และภูทอก แต่ถ้าจะข้ามอำเภอไปภูกระดึงหรือภูเรือควรใช้รถเช่าสี่ล้อหรือเหมารถแทน

ในเลยเรียก Grab ได้ไหม?

บริการเรียกรถผ่านแอปอย่าง Grab แทบไม่มีในเลยและเชียงคานให้เรียกสะดวกแบบในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ การเดินทางในพื้นที่จึงพึ่งพารถสองแถวและรถท้องถิ่นในเส้นทางหลัก การเหมารถ (ต้องต่อราคา) หรือการเช่ารถขับเอง ควรเตรียมแผนเดินทางไว้ล่วงหน้าและสอบถามที่พักเรื่องรถรับส่ง

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →