🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
เพชรบูรณ์ไม่มีสนามบินพาณิชย์ที่บินตรงสะดวก และไม่มีรถไฟผ่านตัวจังหวัด คนส่วนใหญ่จึงมาทางถนนเป็นหลัก ตัวเมืองเพชรบูรณ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 340–350 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถหรือนั่งรถทัวร์ประมาณ 5–6 ชั่วโมง ส่วนอำเภอหล่มสักที่เป็นประตูขึ้นภูทับเบิกอยู่เลยตัวเมืองขึ้นไปทางเหนืออีกราว 40 กิโลเมตร เรื่องที่ต้องแยกให้ชัดคือ การเดินทางมาถึงเพชรบูรณ์ กับการขึ้นไปเที่ยวบนเขาค้อและภูทับเบิก เป็นคนละโจทย์กัน เพราะสองที่หลังอยู่บนภูเขาสูงที่ถนนชันและคดเคี้ยว รถโดยสารประจำทางเข้าไม่ถึง
หัวใจของทริปนี้อยู่ที่ถนนขึ้นเขา เขาค้ออยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,000 เมตร และยอดภูทับเบิกสูงกว่า 1,700 เมตร ถือเป็นจุดที่สูงที่สุดในเพชรบูรณ์ ทางขึ้นภูทับเบิกช่วงสุดท้ายชันมากและแคบ เป็นเส้นที่รถเก๋งเครื่องเล็กหรือคนที่ไม่ชินการขับทางเขามักไปไม่ไหว หลายคนจึงเลือกจอดรถไว้ข้างล่างแล้วเหมารถท้องถิ่น (ส่วนใหญ่เป็นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ) ขึ้นไปแทน ด้านล่างเราเทียบภาพรวมทุกวิธีในตารางก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละแบบ พร้อมย้ำเรื่องการใช้เกียร์ต่ำ การถนอมเบรก และการขับตอนหมอกหนาซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการเที่ยวเพชรบูรณ์
| วิธีเดินทาง | เส้นทาง | ค่าใช้จ่าย | เหมาะกับใคร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| รถทัวร์กรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์/หล่มสัก | หมอชิต 2 → ตัวเมืองเพชรบูรณ์/หล่มสัก ~5–6 ชม. | ~฿300–500 / เที่ยว ต่อคน | คนไม่มีรถ มาจากกรุงเทพฯ อยากประหยัด | ลงได้แค่ในเมือง ต้องต่อรถขึ้นเขาเอง |
| เช่ารถขับเอง | ขับเองจากกรุงเทพฯ หรือรับรถที่เพชรบูรณ์ แล้วขึ้นเขาค้อ | ~฿1,000–1,800 / วัน + น้ำมัน + ทางด่วน | ครอบครัว-กลุ่มเพื่อน อยากอิสระเที่ยวหลายจุด | ถนนขึ้นเขาชันมาก ต้องใช้เกียร์ต่ำ ระวังเบรกไหม้ |
| เหมารถท้องถิ่นขึ้นเขาค้อ-ภูทับเบิก | จอดรถข้างล่าง เหมากระบะ 4WD ท้องถิ่นขึ้นยอด | เหมาราคา ต้องต่อรอง หารต่อหัวเมื่อคนเยอะ | คนไม่มั่นใจขับทางชัน โดยเฉพาะทางขึ้นภูทับเบิก | ต้องตกลงราคา-จุดแวะ-เวลารอก่อนขึ้น |
| Grab / แท็กซี่เหมา | เรียกในตัวเมือง หรือเหมาเป็นวันขึ้นเขาค้อ | Grab ในเมืองรถน้อย · เหมาทั้งวันหลัก฿พัน | คนไม่มีรถ ไม่อยากขับเขา อยากสบาย | รถ Grab ในเมืองมีน้อย ควรเหมาแบบตกลงราคา |
| รถสองแถวในเมือง | วิ่งในเขตตัวเมืองเพชรบูรณ์/หล่มสัก | ถูกมาก หลัก฿สิบต่อเที่ยว | เที่ยว/ธุระเฉพาะในตัวเมือง งบน้อย | ไม่ขึ้นเขา รอบไม่ถี่ ไม่ค่อยมีตอนดึก |
| เช่ามอเตอร์ไซค์ | เช่าในเมือง ขี่เที่ยวใกล้ ๆ หรือขึ้นเขา (เสี่ยง) | ~฿250–400 / วัน + น้ำมัน | คนขับคล่อง เที่ยวคนเดียว-คู่ ในเมืองและรอบใกล้ | ถนนเขาชัน-โค้ง-หมอก อันตรายมาก ต้องมีใบขับขี่+หมวก |
รถทัวร์กรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์/หล่มสัก (นครชัยแอร์ / บขส. สายอีสาน-เหนือ)
รถทัวร์คือวิธีที่ประหยัดและสบายที่สุดสำหรับคนที่มาจากกรุงเทพฯ และไม่มีรถส่วนตัว รถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ผู้ให้บริการที่คนรู้จักบนเส้นทางนี้มีทั้งนครชัยแอร์และรถร่วม บขส. สายที่ผ่านเพชรบูรณ์ (หลายสายเป็นสายที่วิ่งต่อไปเลย เช่น เส้นทางไปเลยหรือหล่มเก่า) มีรอบทั้งกลางวันและกลางคืน ใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง ราคาต่อเที่ยวอยู่ราวสามร้อยถึงห้าร้อยบาทต่อคนแล้วแต่ชั้นที่นั่ง ข้อดีคือไม่ต้องขับเอง นั่งพักหรือนอนมาได้ และถ้าจะไปภูทับเบิกให้เลือกลงที่หล่มสักซึ่งใกล้ทางขึ้นกว่าตัวเมืองเพชรบูรณ์
ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจตั้งแต่แรกคือรถทัวร์ลงได้แค่ในตัวเมืองเพชรบูรณ์หรือหล่มสักเท่านั้น ไม่มีรถโดยสารประจำทางวิ่งขึ้นเขาค้อหรือภูทับเบิกโดยตรง เมื่อลงจากรถทัวร์แล้วยังต้องหาวิธีต่อขึ้นเขาอีกทอด ไม่ว่าจะเป็นการเหมารถท้องถิ่น เช่ารถ หรือเหมาแท็กซี่ ดังนั้นคนที่มาด้วยรถทัวร์ควรวางแผนช่วงต่อรถขึ้นเขาไว้ล่วงหน้า สอบถามที่พักบนเขาค้อว่ามีบริการรับส่งจากตัวเมืองหรือหล่มสักหรือไม่ เพราะรีสอร์ตหลายแห่งมีรถรับส่งหรือช่วยประสานรถให้ ช่วงหน้าหนาวและวันหยุดยาวคนเดินทางเยอะมาก ที่นั่งรถทัวร์เต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าทั้งขาไปและขากลับ
- ประหยัดและไม่ต้องขับเอง นั่งพักหรือนอนมาได้ตลอดทาง
- มีรอบทั้งกลางวันและกลางคืน วางแผนเวลาถึงได้ยืดหยุ่น
- นครชัยแอร์และรถร่วม บขส. เป็นผู้ให้บริการที่หาข้อมูลง่าย
- ลงหล่มสักได้ ใกล้ทางขึ้นภูทับเบิกกว่าตัวเมืองเพชรบูรณ์
- ลงได้แค่ในเมือง ไม่มีรถประจำทางขึ้นเขาค้อ-ภูทับเบิกโดยตรง
- ยังต้องหาวิธีต่อรถขึ้นเขาอีกทอดเมื่อถึงที่หมาย
- หน้าหนาว/วันหยุดยาวที่นั่งเต็มเร็ว ต้องจองล่วงหน้า
เช่ารถขับเอง (ขับจากกรุงเทพฯ หรือรับรถที่เพชรบูรณ์)
ถ้ามากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน การมีรถของตัวเองคือวิธีเที่ยวเขาค้อที่อิสระที่สุด เพราะจุดเที่ยวอย่างพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก จุดชมวิวทะเลหมอก วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว และคาเฟ่วิวภูเขากระจายอยู่ตามไหล่เขา การมีรถทำให้แวะได้ตามใจและไปทันช่วงเช้าที่หมอกสวย ทางเลือกมีสองแบบคือขับรถส่วนตัวหรือรถเช่าจากกรุงเทพฯ มาเลย ใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง หรือนั่งรถทัวร์/บินลงจังหวัดใกล้เคียงแล้วมาเช่ารถขับต่อ ค่าเช่ารถเก๋งหรืออีโคคาร์ทั่วไปอยู่ราว 1,000–1,800 บาทต่อวันบวกค่าน้ำมันและทางด่วน เมื่อหารกันหลายคนถือว่าคุ้มและยืดหยุ่นกว่าการเหมารถทีละรอบ
เรื่องที่ต้องพูดกันตรง ๆ คือถนนขึ้นเขาค้อและโดยเฉพาะภูทับเบิกชันและคดเคี้ยวมาก ทางขึ้นภูทับเบิกช่วงสุดท้ายเป็นเนินชันต่อเนื่องที่รถเก๋งเครื่องเล็กหรือรถที่คนขับไม่ชินทางเขามักไปไม่ไหว หัวใจของการขับปลอดภัยคือใช้เกียร์ต่ำทั้งขาขึ้นและขาลง ขาลงให้ใช้เกียร์ต่ำ (เกียร์ออโต้ใช้ L หรือ 2) หน่วงความเร็วด้วยเครื่องยนต์แทนการเหยียบเบรกแช่ยาว ๆ เพราะเบรกแช่นาน ๆ บนทางลงชันทำให้เบรกร้อนจนเฟดหรือไหม้และเบรกไม่อยู่ได้จริง เว้นระยะห่างรถคันหน้าให้มาก บีบแตรก่อนเข้าโค้งอับ และช่วงเช้าหรือหลังฝนที่หมอกลงหนา ทัศนวิสัยสั้นมาก ให้เปิดไฟหน้า ชะลอความเร็ว และห้ามจอดกลางถนนเพื่อถ่ายรูป ถ้าไม่มั่นใจว่ารถหรือฝีมือจะไหวทางขึ้นภูทับเบิก ให้จอดรถไว้ข้างล่างแล้วเหมารถท้องถิ่นขึ้นแทนจะปลอดภัยกว่ามาก
- อิสระที่สุด แวะจุดเที่ยวบนเขาค้อได้ตามใจและทันช่วงหมอกเช้า
- คุ้มเมื่อไปกันหลายคน หารค่าเช่าและน้ำมันต่อหัวถูกลง
- รับรถได้ทั้งจากกรุงเทพฯ มาเลย หรือมาเช่าต่อที่เพชรบูรณ์
- ยืดหยุ่นเรื่องเวลามากกว่าการเหมารถหรือรอรถทัวร์
- ถนนขึ้นเขาค้อ-ภูทับเบิกชันและคดเคี้ยว ต้องใช้เกียร์ต่ำและระวังเบรกไหม้
- รถเก๋งเครื่องเล็กอาจขึ้นทางชันภูทับเบิกช่วงสุดท้ายไม่ไหว
- ขับเองเหนื่อย โดยเฉพาะช่วงหมอกหนาที่ทัศนวิสัยสั้น
เหมารถท้องถิ่นขึ้นเขาค้อ-ภูทับเบิก (กระบะ 4WD ชาวบ้าน)
ทางขึ้นภูทับเบิกช่วงสุดท้ายขึ้นชื่อเรื่องความชัน เป็นเนินต่อเนื่องที่รถเก๋งทั่วไปและคนที่ไม่ชินการขับทางเขามักไปไม่ไหวหรือเสี่ยงเกินไป ทางแก้ที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวใช้กันมานานคือจอดรถส่วนตัวไว้ที่จุดจอดข้างล่าง แล้วเหมารถของชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นไปแทน คนขับเป็นคนในพื้นที่ที่ขับเส้นนี้ทุกวันจนชินทางและรู้จังหวะโค้ง จุดจอด และช่วงที่หมอกลงหนา จึงปลอดภัยกว่าการฝืนขับรถที่ไม่เหมาะกับทางขึ้นเอง หลายที่พักบนภูทับเบิกก็มีบริการรับส่งขึ้น-ลงยอดในลักษณะเดียวกัน
ราคาเป็นแบบเหมาและต้องต่อรอง ขึ้นกับจำนวนคน ระยะทาง จุดแวะ และเวลารอ ควรตกลงให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าเหมาแบบรับส่งขึ้น-ลงอย่างเดียว หรือรวมพาเที่ยวหลายจุดบนยอด รวมถึงจะรอรับกลับกี่โมง เพราะบนยอดโดยเฉพาะช่วงเช้ามืดที่คนไปดูทะเลหมอกจะแย่งรถกัน ถ้าไปคนเดียวหรือสองคนการเหมาจะแพงต่อหัว แต่ถ้ารวมกลุ่มได้หลายคนจะคุ้มขึ้นและสบายกว่าการเสี่ยงขับเอง ควรถามที่พักหรือคนท้องถิ่นเรื่องราคาที่เหมาะสมไว้เป็นฐานก่อนต่อรอง และเผื่อเวลาช่วงเช้ามืดเพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วนของการขึ้นไปชมทะเลหมอก
- ปลอดภัยกว่าฝืนขับรถที่ไม่เหมาะกับทางชันภูทับเบิกเอง
- คนขับเป็นคนในพื้นที่ ชินทาง รู้จังหวะโค้งและช่วงหมอกหนา
- คุ้มขึ้นเมื่อไปกันหลายคน หารต่อหัวถูกลง
- หลายที่พักบนยอดมีบริการรับส่งลักษณะเดียวกันให้ประสานง่าย
- ราคาเป็นการต่อรอง ต้องตกลงจุดแวะ-เวลารอ-ราคาให้ชัดก่อนขึ้น
- ช่วงเช้ามืดคนแย่งรถกัน ควรนัดล่วงหน้าและเผื่อเวลา
- ไม่คุ้มถ้าไปคนเดียวหรือสองคน เพราะเหมาต่อหัวแพง
Grab / แท็กซี่เหมา
สำหรับคนที่ไม่มีรถและไม่อยากขับถนนเขาเอง การใช้ Grab หรือเหมาแท็กซี่เป็นทางเลือกที่สบายที่สุด แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดของเพชรบูรณ์ก่อนว่าเป็นจังหวัดต่างจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองใหญ่ รถ Grab ในตัวเมืองมีน้อยกว่าหัวเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ บางช่วงเวลาเรียกแล้วอาจรอนานหรือไม่มีรถรับ จึงเหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในเมืองมากกว่าการพึ่งพาเป็นหลัก ส่วนบนเขาค้อและภูทับเบิกที่อยู่ห่างจากตัวเมืองและเป็นทางขึ้นเขา แทบไม่มีรถ Grab วิ่งรับส่งแบบเรียกเป็นเที่ยว การขึ้นเขาจึงต้องใช้วิธีเหมารถทั้งวันแทน
รูปแบบที่คนนิยมคือเหมารถพร้อมคนขับเป็นวันเพื่อขึ้นเที่ยวเขาค้อ โดยตกลงราคาสุทธิ เส้นทาง และจุดแวะกันให้จบก่อนออกเดินทาง ราคาเหมาทั้งวันมักอยู่ในหลักพันบาทขึ้นกับระยะทางและจำนวนจุด ข้อดีคือมีคนขับที่ชินทางดูแลการขับบนถนนภูเขาให้ ไม่ต้องเสี่ยงขับเอง และแวะถ่ายรูปได้ตามจุดที่ตกลงไว้ ข้อควรระวังคือควรใช้คนขับหรือบริการที่ที่พักหรือคนท้องถิ่นแนะนำ ตกลงราคาชัดเจนก่อนขึ้นรถเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายทีหลัง และถ้าตั้งใจดูทะเลหมอกเช้ามืดให้นัดเวลารับล่วงหน้าเพราะเป็นช่วงที่รถมีจำกัด
- ไม่ต้องขับถนนเขาเอง มีคนขับที่ชินทางดูแลให้
- เหมาทั้งวันแวะถ่ายรูปได้ตามจุดที่ตกลงไว้ สบายกว่าขับเอง
- เหมาะกับคนไม่มีรถและอยากนั่งชิลชมวิวระหว่างทาง
- หารค่าเหมากันในกลุ่มได้ ถ้าไปหลายคนต่อหัวถูกลง
- รถ Grab ในตัวเมืองมีน้อย เรียกแล้วอาจรอนานหรือไม่มีรถ
- บนเขาค้อ-ภูทับเบิกแทบไม่มี Grab ต้องเหมาทั้งวันแทน
- ต้องตกลงราคาให้ชัดก่อนขึ้น และควรใช้คนขับที่ได้รับการแนะนำ
รถสองแถวในเมือง (เพชรบูรณ์ / หล่มสัก)
รถสองแถวเป็นขนส่งท้องถิ่นราคาถูกที่วิ่งในเขตตัวเมืองเพชรบูรณ์และตัวอำเภอหล่มสัก เหมาะกับคนที่มีธุระหรือเที่ยวจุดที่อยู่ในเมือง เช่น ตลาด วัดในเมือง หรือย้ายระหว่างจุดในตัวอำเภอ ค่าโดยสารถูกมากอยู่ในหลักสิบบาทต่อเที่ยวตามระยะทาง จ่ายเมื่อลง เป็นวิธีเดินทางแบบคนในพื้นที่ที่ประหยัดที่สุด ไม่ต้องขับเองและไม่ต้องเช่ารถ เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประหยัดที่พักในเมืองและเที่ยวเฉพาะจุดใกล้ ๆ
ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจคือรถสองแถวในเมืองไม่ได้วิ่งขึ้นเขาค้อหรือภูทับเบิก เพราะเป็นสายในเขตเมืองเท่านั้น ถ้าจะขึ้นเขายังต้องเปลี่ยนไปใช้การเช่ารถ เหมารถท้องถิ่น หรือเหมาแท็กซี่อยู่ดี นอกจากนี้รอบรถไม่ได้ถี่เหมือนขนส่งในเมืองใหญ่ ช่วงกลางวันมีให้ใช้สะดวกกว่า ส่วนตอนเย็นหรือกลางคืนรถจะน้อยลงหรือหยุดวิ่ง จึงควรวางแผนเวลาเดินทางกลับที่พักให้ดี และสอบถามคนท้องถิ่นหรือที่พักเรื่องสายและจุดขึ้นรถ เพราะเส้นทางของรถสองแถวในต่างจังหวัดมักไม่มีป้ายบอกชัดเจนเหมือนรถเมล์ในเมืองใหญ่
- ถูกที่สุด หลักสิบบาทต่อเที่ยว เหมาะกับสายประหยัด
- สะดวกสำหรับธุระและจุดเที่ยวในตัวเมือง ไม่ต้องขับเอง
- ได้บรรยากาศการเดินทางแบบคนในพื้นที่
- ไม่ต้องเช่ารถหรือกังวลเรื่องที่จอด
- ไม่วิ่งขึ้นเขาค้อ-ภูทับเบิก ใช้เที่ยวในเมืองได้เท่านั้น
- รอบไม่ถี่ ตอนเย็น-กลางคืนรถน้อยลงหรือหยุดวิ่ง
- สายและจุดขึ้นรถมักไม่มีป้ายชัด ต้องถามคนท้องถิ่น
เช่ามอเตอร์ไซค์ (เตือน: ถนนเขาชันมาก)
การเช่ามอเตอร์ไซค์เป็นวิธีที่คล่องและประหยัดสำหรับเที่ยวในตัวเมืองเพชรบูรณ์หรือหล่มสักและจุดใกล้ ๆ ที่ทางไม่ชัน มีร้านเช่าในเมืองให้เลือก ค่าเช่าอยู่ราว 250–400 บาทต่อวันตามรุ่นบวกค่าน้ำมัน เหมาะกับคนที่ขับคล่อง มาคนเดียวหรือมาคู่ และอยากเที่ยวแบบยืดหยุ่นในระยะใกล้โดยไม่ต้องเช่ารถทั้งคันหรือรอรถสองแถว ตามกฎหมายต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ (ชาวต่างชาติควรมีใบขับขี่สากลที่ระบุประเภทรถจักรยานยนต์) และต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งซึ่งเป็นกฎหมาย
สิ่งที่ต้องเตือนกันให้ชัดคือ อย่าประมาทถนนขึ้นเขา การขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาค้อและโดยเฉพาะภูทับเบิกอันตรายมาก ทางชันและคดเคี้ยวต่อเนื่อง ขาลงเบรกอาจร้อนจนเบรกไม่อยู่ ช่วงเช้าและหลังฝนหมอกลงหนาจนมองทางแทบไม่เห็น ผิวถนนบางช่วงลื่น และมีรถกระบะท้องถิ่นวิ่งสวนในโค้งแคบ นักท่องเที่ยวที่ไม่ชินทางเขาเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถ้าจะขึ้นเขาจริง ๆ ควรเป็นคนที่ขับมอเตอร์ไซค์ทางเขาเป็นและมั่นใจในสภาพรถ ใช้เกียร์ต่ำหน่วงความเร็วขาลง ไม่ขี่ตอนหมอกหนาหรือกลางคืน และสวมหมวกกันน็อกที่รัดคางจริง ถ้าไม่มั่นใจ ให้ใช้มอเตอร์ไซค์เที่ยวเฉพาะในเมือง แล้วเปลี่ยนไปเหมารถท้องถิ่นหรือรถพร้อมคนขับสำหรับขึ้นเขาจะปลอดภัยกว่ามาก
- คล่องและประหยัดสำหรับเที่ยวในเมืองและจุดใกล้ที่ทางไม่ชัน
- ค่าเช่าถูกราว 250–400 บาทต่อวัน มีร้านเช่าในเมือง
- ยืดหยุ่นกว่ารถสองแถว เหมาะคนขับคล่องมาคนเดียว-คู่
- ไม่ต้องเช่ารถทั้งคันหรือรอรอบรถ
- ขี่ขึ้นเขาค้อ-ภูทับเบิกอันตรายมาก ทางชัน-โค้ง-หมอกหนา เบรกร้อน
- ต้องมีใบขับขี่และสวมหมวกกันน็อก ไม่งั้นผิดกฎหมายและประกันมีปัญหา
- ผิวถนนบางช่วงลื่นและมีรถกระบะวิ่งสวนในโค้งแคบ เสี่ยงอุบัติเหตุ
เลือกยังไงดี
สรุปง่าย ๆ ตามสไตล์ทริป: ขามาจากกรุงเทพฯ ถ้าไม่มีรถและอยากประหยัด ใช้ รถทัวร์ ลงตัวเมืองเพชรบูรณ์หรือหล่มสัก (ถ้าจะไปภูทับเบิกให้ลงหล่มสัก) แล้วต่อรถขึ้นเขา · เที่ยวบนเขาค้อ ถ้ามากันหลายคนและขับรถทางเขาเป็น เช่ารถขับเอง อิสระและคุ้มที่สุด แต่ต้องใช้เกียร์ต่ำและระวังเบรกไหม้ · ขึ้นภูทับเบิก ที่ทางชันสุด ถ้าไม่มั่นใจรถหรือฝีมือ ให้จอดข้างล่างแล้ว เหมารถท้องถิ่น 4WD ขึ้นแทน ปลอดภัยกว่ามาก · ไม่อยากขับเลย ให้ เหมารถพร้อมคนขับเป็นวัน (Grab ในเมืองมีน้อย อย่าพึ่งเป็นหลัก) · เที่ยวเฉพาะในเมือง ใช้ รถสองแถว ประหยัดสุด · ส่วน มอเตอร์ไซค์ เหมาะเที่ยวในเมืองเท่านั้น อย่าฝืนขี่ขึ้นเขาถ้าไม่ชินทาง
จองรถรับส่ง & ทัวร์ล่วงหน้า
ช่วงหน้าหนาวคนเที่ยวเขาค้อ-ภูทับเบิกเยอะมาก รถและทัวร์เต็มไว จองออนไลน์ล่วงหน้าช่วยล็อกที่นั่งและเทียบรีวิวก่อนไป
เที่ยวเขาค้อ พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักวิวภูเขา-ทะเลหมอกบนเขาค้อ หรือที่พักในเมืองที่ต่อรถขึ้นเขาสะดวก เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaวางแผนการเดินทางแล้ว ก็เลือกที่พักวิวดีบนเขาค้อให้ไปไหนก็สะดวก
ดูที่พักเพชรบูรณ์/เขาค้อ →