หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย อุทัยธานี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยอุทัยธานีเที่ยวอุทัยธานี เดินทาง ยังไงดี
📍 อุทัยธานี · ภาคเหนือ · คู่มือเดินทาง · อัปเดต 2026

เที่ยวอุทัยธานี
เดินทางยังไงดี

อุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ริมแม่น้ำสะแกกรังที่เงียบสงบและมีเสน่ห์แบบเมืองเก่า แต่มีจุดที่ต้องรู้ก่อนวางแผนคือที่นี่ไม่มีสนามบินและไม่มีสถานีรถไฟสายหลัก คนส่วนใหญ่จึงเลือกขับรถมาเองหรือนั่งรถทัวร์/รถตู้มาต่อผ่านนครสวรรค์ซึ่งเป็นชุมทางที่อยู่ใกล้ที่สุด หน้านี้เทียบวิธีเดินทางให้ครบ ตั้งแต่ขับรถเองจากกรุงเทพฯ รถทัวร์/รถตู้ผ่านนครสวรรค์ เช่ารถขับเองไปหุบป่าตาด-บ้านไร่ Grab/แท็กซี่ที่มีจำกัด ไปจนถึงเรือและเรือนแพในแม่น้ำสะแกกรัง และจักรยาน-สามล้อในเมืองเก่า พร้อมช่วงราคาจริง ข้อดี-ข้อเสีย และข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทาง

🚗 ขับรถเอง (นิยมสุด)🚌 รถทัวร์/รถตู้ ผ่านนครสวรรค์🚙 เช่ารถไปหุบป่าตาด-บ้านไร่🚤 เรือ-เรือนแพสะแกกรัง🚲 จักรยาน-สามล้อเมืองเก่า
เลื่อนดูทั้ง 6 กิจกรรม ภาพ: Danai Chidsin · CC BY-SA 3.0 (ภาพประกอบ)

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

อุทัยธานีตั้งอยู่ในภาคกลางตอนบนต่อกับภาคเหนือ ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 220 กิโลเมตร ตัวเมืองเป็นย่านเก่าริมแม่น้ำสะแกกรังที่ยังมีเรือนแพ ตลาดริมน้ำ และวัดเก่าให้เดินเที่ยว จุดที่ต่างจากจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่คืออุทัยธานีไม่มีสนามบินพาณิชย์และไม่มีสถานีรถไฟสายหลักผ่านตัวเมือง เส้นทางรถไฟสายเหนือวิ่งผ่านนครสวรรค์ซึ่งเป็นจังหวัดข้าง ๆ ไม่ได้เข้ามาถึงอุทัยธานีโดยตรง การเดินทางมาที่นี่จึงพึ่งถนนเป็นหลัก และนครสวรรค์กลายเป็นประตูหรือชุมทางที่คนนิยมต่อรถเข้ามา

เพราะเหตุนี้ คนที่มาเที่ยวอุทัยธานีส่วนใหญ่จึงขับรถมาเองเพราะสะดวกและอิสระที่สุด หรือถ้าไม่มีรถก็นั่งรถทัวร์หรือรถตู้จากกรุงเทพฯ มาลงที่นครสวรรค์แล้วต่อรถตู้-รถโดยสารเข้าอุทัยธานีอีกทอด บางสายก็มีรถวิ่งตรงเข้าตัวเมืองอุทัยธานีเลย ส่วนการเที่ยวในจังหวัดนั้นจุดเด่นหลายแห่งอย่างหุบป่าตาดและวัดในอำเภอบ้านไร่อยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควร ขณะที่เสน่ห์ของเมืองเก่าริมสะแกกรังเที่ยวด้วยเรือ จักรยาน หรือสามล้อได้สบาย ด้านล่างมีตารางเทียบภาพรวมทุกวิธีก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละแบบ ทั้งเรื่องราคา ความสะดวก และสิ่งที่ต้องระวัง

เทียบวิธีเดินทางมาอุทัยธานีและเที่ยวในจังหวัด
วิธีเดินทางเส้นทางค่าใช้จ่ายเหมาะกับใครข้อควรระวัง
ขับรถเองจากกรุงเทพฯกรุงเทพฯ → สายเอเชีย (32) → อุทัยธานี ~3–4 ชม.ค่าน้ำมัน + ทางด่วน (หารกันหลายคนคุ้ม)ครอบครัว-กลุ่มเพื่อน อยากอิสระ เที่ยวหลายจุดสายเอเชียรถบรรทุกเยอะ เผื่อที่จอดในเมืองเก่า
รถทัวร์ / รถตู้ (ผ่านนครสวรรค์)หมอชิต 2 → นครสวรรค์ → ต่อรถเข้าอุทัยธานี ~4–5 ชม.~฿250–400 / คน รวมต่อรถคนไม่มีรถ อยากประหยัด มาจากกรุงเทพฯส่วนใหญ่ต้องต่อรถที่นครสวรรค์ เช็กรอบให้ดี
เช่ารถขับเอง (ในจังหวัด)รับรถในเมือง เที่ยวหุบป่าตาด-บ้านไร่-วัดนอกเมือง~฿1,000–1,600 / วัน + น้ำมันคนมาถึงแล้วไม่มีรถ อยากเที่ยวจุดไกลรถให้เช่าในเมืองมีจำกัด ควรจองล่วงหน้า
Grab / แท็กซี่เรียกในตัวเมือง หรือเหมาไปจุดเที่ยวนอกเมืองในเมืองรถมีน้อยมาก · เหมาไปไกลตกลงราคาคนไม่มีรถ เที่ยวไม่กี่จุด รับส่งระยะสั้นGrab แทบไม่มีรถ ต้องพึ่งเหมารถท้องถิ่นแทน
เรือ / เรือนแพในแม่น้ำสะแกกรังล่องเรือชมวิถีริมน้ำ หรือพักเรือนแพในตัวเมืองค่าเรือแล้วแต่เหมา/ต่อหัว · เรือนแพคิดเป็นคืนคนอยากสัมผัสวิถีริมน้ำ เลี้ยงปลาแพ ถ่ายรูปตกลงราคา-เวลาก่อนลงเรือ เช็กสภาพอากาศ
จักรยาน / สามล้อในเมืองเก่าปั่นจักรยานหรือนั่งสามล้อชมเมืองเก่าริมสะแกกรังเช่าจักรยานหลัก฿สิบ-ร้อย · สามล้อตกลงราคาเที่ยวช้า ๆ ในเมือง งบน้อย ชอบบรรยากาศเที่ยวได้เฉพาะในเมือง แดดกลางวันแรงเผื่อกันแดด
1

ขับรถเองจากกรุงเทพฯ

📍 ขับจากกรุงเทพฯ ขึ้นถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) เข้าตัวเมืองอุทัยธานี 🧭 กรุงเทพฯ–อุทัยธานี
วัดเขาสะแกกรังจุดชมวิวเมืองอุทัยธานีที่คนขับรถมาเองมักแวะ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: VN.NguyenDucDuy · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลา~3–4 ชม. จากกรุงเทพฯ ตามสภาพจราจร
ราคาโดยประมาณค่าน้ำมันไป-กลับ + ค่าทางด่วนช่วงต้นทาง (หารกันหลายคนถือว่าคุ้มกว่าทุกวิธี)
👍 เหมาะสุดสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากอิสระที่สุด เที่ยวได้ทั้งเมืองเก่าริมสะแกกรังและจุดไกลอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่ในทริปเดียว
อิสระที่สุดนิยมที่สุดเที่ยวได้ทั้งจังหวัด

เพราะอุทัยธานีไม่มีสนามบินและไม่มีสถานีรถไฟสายหลัก การขับรถมาเองจึงเป็นวิธีที่คนนิยมที่สุดและสะดวกที่สุด เส้นทางจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่เป็นถนนสายหลักขึ้นภาคเหนืออยู่แล้ว สภาพถนนดี ขับง่าย ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท แล้วแยกเข้าอุทัยธานี ใช้เวลาราว 3–4 ชั่วโมงแล้วแต่ช่วงเวลาและการจราจร ข้อดีที่ชัดเจนคือความอิสระ เพราะจุดเที่ยวของจังหวัดกระจายกันมาก ตั้งแต่เมืองเก่าริมแม่น้ำสะแกกรังในตัวเมือง วัดเขาสะแกกรังที่เป็นจุดชมวิว ไปจนถึงหุบป่าตาดและวัดในอำเภอบ้านไร่ที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร การมีรถของตัวเองทำให้แวะได้ตามใจและจัดคิวเที่ยวได้ยืดหยุ่นในวันเดียว

เมื่อหารค่าน้ำมันและค่าทางด่วนกันหลายคน การขับรถมาเองมักคุ้มกว่าการนั่งรถสาธารณะแล้วต่อรถหลายทอด และยังพาไปถึงจุดที่รถสาธารณะเข้าไม่ถึงอย่างหุบป่าตาดหรือหมู่บ้านในบ้านไร่ได้ด้วย สิ่งที่ต้องเผื่อไว้คือถนนสายเอเชียเป็นเส้นหลักที่มีรถบรรทุกและรถทัวร์วิ่งเยอะตลอดวันและกลางคืน ควรขับด้วยความเร็วที่ควบคุมได้ เว้นระยะห่างรถคันหน้า ระวังช่วงแซงและจุดกลับรถ และพักเป็นระยะถ้าขับทางไกล อีกเรื่องคือย่านเมืองเก่าริมสะแกกรังเป็นตรอกซอกซอยแคบและที่จอดรถมีจำกัด ควรเลือกที่พักที่มีที่จอดหรือจอดในจุดที่กว้างแล้วเดิน-ปั่นจักรยานเที่ยวต่อ ส่วนเส้นทางไปบ้านไร่บางช่วงเป็นถนนขึ้นเขาคดเคี้ยว ให้ขับช้าและระวังเป็นพิเศษ

💡
เคล็ดลับ: ใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) เป็นเส้นหลัก เว้นระยะห่างรถบรรทุกและระวังช่วงแซง-กลับรถ พักเป็นระยะถ้าขับไกล เลือกที่พักที่มีที่จอดรถเพราะย่านเมืองเก่าริมสะแกกรังซอยแคบและที่จอดหายาก และเผื่อเวลาให้เยอะถ้าจะขึ้นไปบ้านไร่-หุบป่าตาดเพราะอยู่ไกลจากตัวเมือง
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • อิสระที่สุด เที่ยวได้ทั้งเมืองเก่าและจุดไกลอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่ในทริปเดียว
  • สะดวกที่สุดเพราะอุทัยธานีไม่มีสนามบิน-รถไฟหลัก
  • คุ้มเมื่อไปกันหลายคน หารค่าน้ำมัน-ทางด่วนต่อหัวถูกลง
  • ถนนสายเอเชียสภาพดี ขับง่าย แวะจุดต่าง ๆ ระหว่างทางได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • ถนนสายเอเชียรถบรรทุก-รถทัวร์เยอะ ต้องขับระวังและเว้นระยะ
  • ย่านเมืองเก่าริมสะแกกรังซอยแคบ ที่จอดรถมีจำกัด
  • เส้นทางขึ้นบ้านไร่บางช่วงคดเคี้ยว ต้องขับช้าระวังเป็นพิเศษ
2

รถทัวร์ / รถตู้ (กรุงเทพฯ–อุทัยฯ ผ่านนครสวรรค์)

📍 ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 · บางสายวิ่งตรง บางสายลงนครสวรรค์แล้วต่อรถเข้าอุทัยธานี 🧭 กรุงเทพฯ–นครสวรรค์–อุทัยธานี
รถตู้โดยสารแบบที่ใช้วิ่งเส้นทางระหว่างจังหวัดในไทย รวมถึงต่อจากนครสวรรค์เข้าอุทัยธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Patiparn.Nice2002bkk · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลา~4–5 ชม. รวมเวลาต่อรถที่นครสวรรค์ (สายที่วิ่งตรงจะเร็วกว่า)
ราคาโดยประมาณ~฿250–400 / คน รวมช่วงต่อรถเข้าอุทัยธานี (เช็กรอบและราคาล่าสุดที่สถานีหรือหน้าเว็บ)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนที่มาจากกรุงเทพฯ ไม่มีรถส่วนตัว อยากประหยัดและไม่ซีเรียสเรื่องต่อรถหนึ่งทอด
ไม่มีรถก็มาได้ประหยัดต่อผ่านนครสวรรค์

สำหรับคนที่มาจากกรุงเทพฯ และไม่มีรถส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะยังเป็นทางเลือกที่ประหยัดและใช้ได้จริง แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าอุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็กที่รถวิ่งตรงจากกรุงเทพฯ มีไม่มากเท่าจังหวัดใหญ่ วิธีที่คนนิยมคือนั่งรถทัวร์หรือรถตู้จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มาลงที่นครสวรรค์ซึ่งเป็นชุมทางใหญ่ที่รถผ่านเยอะและรอบถี่ แล้วต่อรถตู้หรือรถโดยสารประจำทางสั้น ๆ จากนครสวรรค์เข้าตัวเมืองอุทัยธานีอีกทอดหนึ่ง เพราะสองจังหวัดนี้อยู่ติดกันและระยะทางไม่ไกล การต่อรถช่วงนี้จึงใช้เวลาไม่นาน รวมทั้งทริปอยู่ราว 4–5 ชั่วโมง ราคารวมค่าต่อรถอยู่ในช่วงหลักร้อยต้น ๆ ถึงสี่ร้อยบาทต่อคนแล้วแต่ผู้ให้บริการและชั้นที่นั่ง

บางช่วงเวลาก็มีรถตู้หรือรถโดยสารที่วิ่งตรงเข้าตัวเมืองอุทัยธานีโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ ซึ่งสะดวกกว่าและเร็วกว่า แต่รอบมักมีจำกัดกว่าเส้นที่ผ่านนครสวรรค์ จึงควรเช็กรอบและสอบถามที่สถานีขนส่งหรือหน้าเว็บผู้ให้บริการล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวที่คนเดินทางเยอะและที่นั่งเต็มเร็ว ข้อจำกัดของการมาแบบนี้คือเมื่อถึงอุทัยธานีแล้วยังต้องหาวิธีเที่ยวต่อในจังหวัด เพราะจุดเที่ยวนอกเมืองอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่อยู่ไกลและไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงสะดวก ส่วนใหญ่จึงเที่ยวเฉพาะในเมืองเก่าริมสะแกกรังด้วยจักรยานหรือสามล้อ แล้วถ้าจะไปจุดไกลค่อยเช่ารถหรือเหมารถท้องถิ่นต่อ เหมาะกับคนที่เน้นเที่ยวเมืองเก่าและวิถีริมน้ำเป็นหลักมากกว่าเที่ยวครบทั้งจังหวัด

💡
เคล็ดลับ: ถ้ามีรถตู้หรือรถโดยสารที่วิ่งตรงเข้าตัวเมืองอุทัยธานีให้เลือกก่อนเพราะไม่ต้องต่อรถ ถ้าไม่มีให้นั่งมาลงนครสวรรค์แล้วต่อรถตู้-รถโดยสารสั้น ๆ เข้าอุทัยธานี เช็กรอบรถและจองล่วงหน้าช่วงวันหยุดยาว และวางแผนไว้ว่าถึงแล้วจะเที่ยวในเมืองด้วยจักรยาน-สามล้อ ส่วนจุดไกลค่อยเหมารถต่อ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ไม่มีรถส่วนตัวก็มาได้ ประหยัดกว่าการขับรถมาเองคนเดียว
  • นครสวรรค์เป็นชุมทางใหญ่ รถผ่านเยอะ รอบถี่ ต่อรถเข้าอุทัยธานีได้ง่าย
  • บางสายมีรถวิ่งตรงเข้าตัวเมืองอุทัยธานี ไม่ต้องเปลี่ยนรถ
  • เหมาะกับคนที่เน้นเที่ยวเมืองเก่าริมสะแกกรังเป็นหลัก
⚠️ ข้อสังเกต
  • ส่วนใหญ่ต้องต่อรถหนึ่งทอดที่นครสวรรค์ เสียเวลากว่าวิ่งตรง
  • รถวิ่งตรงเข้าอุทัยธานีมีรอบจำกัด ต้องเช็กเวลาล่วงหน้า
  • ถึงแล้วยังต้องหาวิธีเที่ยวต่อ จุดไกลนอกเมืองต้องเช่า/เหมารถ
3

เช่ารถขับเอง (ไปหุบป่าตาด-บ้านไร่)

📍 รับรถในตัวเมืองอุทัยธานี แล้วขับไปจุดเที่ยวนอกเมือง เช่น หุบป่าตาด วัดในบ้านไร่ 🧭 รอบจังหวัดอุทัยธานี
รถเช่าจอดเรียงรอผู้เช่าแบบที่พบได้ในไทย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Hippietrail · CC0
ระยะเวลาเช่าเป็นรายวัน · ตัวเมือง-บ้านไร่ขับราว 1–1.5 ชม. ต่อเที่ยว
ราคาโดยประมาณ~฿1,000–1,600 / วัน (รถเก๋ง-อีโคคาร์ทั่วไป) + น้ำมัน · รถให้เช่าในเมืองมีจำกัด ควรจองล่วงหน้า
👍 เหมาะสุดสำหรับคนที่นั่งรถสาธารณะมาถึงแล้วไม่มีรถ แต่อยากไปจุดไกลอย่างหุบป่าตาดและวัดในอำเภอบ้านไร่ที่รถประจำทางเข้าไม่ถึง
เที่ยวจุดไกลได้อิสระในจังหวัดควรจองล่วงหน้า

สำหรับคนที่นั่งรถทัวร์หรือรถตู้มาถึงอุทัยธานีแล้วแต่ยังอยากไปเที่ยวจุดที่อยู่นอกเมือง การเช่ารถขับเองในจังหวัดเป็นทางออกที่ยืดหยุ่นที่สุด เพราะไฮไลต์หลายแห่งของอุทัยธานีไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แต่กระจายอยู่ตามอำเภอรอบนอก โดยเฉพาะหุบป่าตาดในอำเภอบ้านไร่ที่เป็นหุบเขาหินปูนมีต้นตาดขึ้นหนาแน่นแบบป่าดึกดำบรรพ์ และวัดใหญ่อย่างวัดท่าซุงกับวัดในบ้านไร่ที่อยู่ห่างตัวเมืองหลายสิบกิโลเมตร จุดเหล่านี้ไม่มีรถสาธารณะวิ่งเข้าถึงสะดวก การมีรถของตัวเองจึงทำให้ไปได้ตามใจและจัดคิวเที่ยวหลายจุดในวันเดียว ค่าเช่ารถเก๋งหรืออีโคคาร์ทั่วไปอยู่ราว 1,000–1,600 บาทต่อวันบวกค่าน้ำมัน เมื่อหารกันหลายคนก็ยังคุ้มกว่าการเหมารถทีละรอบ

ข้อที่ต้องรู้คืออุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็ก ผู้ให้บริการรถเช่าในตัวเมืองมีจำนวนจำกัดกว่าหัวเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ช่วงวันหยุดยาวรถอาจถูกจองหมดเร็ว จึงควรติดต่อจองล่วงหน้าและตกลงเงื่อนไขประกัน-ค่ามัดจำให้ชัดเจน อีกทางเลือกที่หลายคนใช้คือเช่ารถจากกรุงเทพฯ ขับมาเลยตั้งแต่ต้นทางแล้วใช้เที่ยวในจังหวัดต่อ ซึ่งสะดวกถ้าวางแผนมาแต่แรก เรื่องเส้นทางต้องเผื่อไว้ว่าถนนไปอำเภอบ้านไร่บางช่วงเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวและมีช่วงที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน ควรเตรียมแผนที่ออฟไลน์ เติมน้ำมันให้เต็มก่อนออกจากเมือง และออกเดินทางแต่เช้าเพื่อให้มีเวลาเที่ยวและกลับก่อนมืด เพราะถนนต่างอำเภอตอนกลางคืนไฟน้อยและเปลี่ยว

💡
เคล็ดลับ: จองรถเช่าล่วงหน้าเพราะรถให้เช่าในเมืองอุทัยธานีมีจำกัด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว ตกลงเงื่อนไขประกัน-ค่ามัดจำให้ชัด เติมน้ำมันเต็มก่อนขึ้นบ้านไร่และเตรียมแผนที่ออฟไลน์เพราะบางช่วงสัญญาณอ่อน และออกแต่เช้าเพื่อกลับก่อนมืดเพราะถนนต่างอำเภอกลางคืนไฟน้อย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ไปจุดไกลอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่-วัดท่าซุงที่รถประจำทางเข้าไม่ถึงได้
  • อิสระ จัดคิวเที่ยวหลายจุดในวันเดียวได้
  • คุ้มเมื่อไปกันหลายคน หารค่าเช่า-น้ำมันต่อหัวถูกลง
  • เช่าในเมืองต่อ หรือเช่าจากกรุงเทพฯ ขับมาเลยก็ได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • รถให้เช่าในเมืองอุทัยธานีมีจำกัด ควรจองล่วงหน้า
  • ถนนไปบ้านไร่บางช่วงคดเคี้ยวและสัญญาณอ่อน ต้องเตรียมตัว
  • ขับเองเหนื่อยกว่านั่งรถ โดยเฉพาะเส้นขึ้นเขาและตอนกลางคืน
4

Grab / แท็กซี่ (มีจำกัด)

📍 เรียกในตัวเมืองอุทัยธานี · หรือเหมารถท้องถิ่นไปจุดเที่ยวนอกเมือง 🧭 ตัวเมืองและรอบจังหวัด
รถบริการเรียกผ่านแอปแบบ Grab ที่พบได้ในเมืองไทย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: fullfen666 · CC BY-SA 2.0
ระยะเวลาในเมืองเรียกเป็นเที่ยว · ไปนอกเมืองนิยมเหมาไป-รอ-กลับ
ราคาโดยประมาณGrab ในเมืองแทบไม่มีรถ · เหมารถท้องถิ่นไปจุดไกลตกลงราคาก่อน มักหลักร้อยถึงหลักพันตามระยะ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนไม่มีรถ ไม่อยากขับเอง เที่ยวไม่กี่จุด หรืออยากได้คนขับพาไปจุดนอกเมืองแบบเหมา
ไม่ต้องขับเองGrab แทบไม่มีเน้นเหมารถท้องถิ่น

ถ้าไม่มีรถและไม่อยากขับเอง หลายคนคิดถึง Grab เป็นอย่างแรก แต่ต้องเข้าใจตามจริงว่าอุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็กที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวใหญ่ จำนวนรถ Grab ในพื้นที่จึงน้อยมากจนแทบเรียกไม่ได้ในหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะย่านนอกเมืองหรือตอนกลางคืน การวางแผนพึ่ง Grab เป็นหลักตลอดทริปจึงไม่ค่อยเวิร์ก สิ่งที่ใช้ได้จริงกว่าในต่างจังหวัดแบบนี้คือการเหมารถท้องถิ่นหรือแท็กซี่ที่ที่พักและคนในพื้นที่แนะนำ ซึ่งมักเป็นรถตู้ รถเก๋ง หรือรถสามล้อเครื่องที่รับพาเที่ยวเป็นรอบหรือรายวัน วิธีนี้เหมาะกับการรับส่งจากจุดที่รถทัวร์-รถตู้มาส่งเข้าที่พัก หรือพาเที่ยวจุดใกล้ ๆ ในเมืองที่ไม่กี่แห่ง

สำหรับการไปจุดเที่ยวนอกเมืองอย่างหุบป่าตาดหรือวัดในบ้านไร่ที่อยู่ไกล วิธีที่คนนิยมคือเหมารถแบบไป-รอ-กลับ โดยตกลงราคาสุทธิ จุดแวะ และเวลารอกันให้จบก่อนออกเดินทาง ราคาขึ้นกับระยะทางและจำนวนจุด มักอยู่ในหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อรอบ ข้อดีคือมีคนขับที่รู้เส้นทางพาไป ไม่ต้องขับเองบนถนนขึ้นเขาที่ไม่คุ้น และแวะถ่ายรูปได้ตามที่ตกลง ข้อควรระวังคือควรใช้บริการที่ที่พักหรือคนท้องถิ่นแนะนำ ตกลงราคาชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือยืนยันปากเปล่าให้แน่ใจก่อนขึ้นรถเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายทีหลัง และถ้าจะไปหลายจุดหรือไปไกลควรเปรียบเทียบกับค่าเช่ารถขับเองด้วย เพราะบางครั้งเช่ารถทั้งวันอาจคุ้มกว่าการเหมาเป็นรอบ ๆ

💡
เคล็ดลับ: อย่าวางแผนพึ่ง Grab เป็นหลักเพราะรถในอุทัยธานีแทบไม่มี ให้ใช้เหมารถท้องถิ่นที่ที่พักแนะนำแทน ตกลงราคาสุทธิ-จุดแวะ-เวลารอให้ชัดก่อนออก และถ้าจะไปหลายจุดหรือไปไกลอย่างบ้านไร่ ลองเทียบกับค่าเช่ารถทั้งวันดู เพราะบางทีเช่ารถขับเองคุ้มกว่าเหมาเป็นรอบ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ไม่ต้องขับเอง เหมาะกับรับส่งจากจุดรถลงและเที่ยวในเมืองไม่กี่จุด
  • เหมารถท้องถิ่นแบบไป-รอ-กลับไปจุดนอกเมืองได้ มีคนขับรู้เส้นทาง
  • เหมาะกับคนไม่มีรถและไม่อยากขับบนถนนขึ้นเขาที่ไม่คุ้น
  • หารค่าเหมากันในกลุ่มได้ ถ้าไปหลายคนต่อหัวถูกลง
⚠️ ข้อสังเกต
  • Grab ในอุทัยธานีแทบไม่มีรถ เรียกไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะกลางคืน
  • ต้องพึ่งเหมารถท้องถิ่นที่คนแนะนำ ต้องตกลงราคาให้ชัดก่อนขึ้น
  • เหมาเป็นรอบหลายจุดอาจแพงกว่าการเช่ารถขับเองทั้งวัน
5

เรือ / เรือนแพในแม่น้ำสะแกกรัง

📍 ท่าเรือและเรือนแพในตัวเมืองอุทัยธานี ริมแม่น้ำสะแกกรัง 🧭 แม่น้ำสะแกกรัง (ตัวเมือง)
วัดอุโบสถารามริมแม่น้ำสะแกกรังในเมืองอุทัยธานี จุดที่ล่องเรือชมได้ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Danai Chidsin · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาล่องเรือชมวิถีริมน้ำราว 1 ชม. · พักเรือนแพคิดเป็นคืน
ราคาโดยประมาณค่าเรือแล้วแต่เหมาลำหรือคิดต่อหัว · เรือนแพคิดเป็นคืน (สอบถามผู้ให้บริการ/ที่พักในเมือง)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนที่อยากสัมผัสวิถีริมน้ำ ล่องเรือชมเรือนแพ-การเลี้ยงปลาในกระชัง หรือพักค้างในเรือนแพกลางแม่น้ำ
วิถีริมน้ำเรือนแพสะแกกรังเที่ยวในเมือง

เสน่ห์ที่ทำให้อุทัยธานีต่างจากเมืองอื่นคือวิถีริมแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเล็กที่ไหลผ่านกลางเมืองเก่า สองฝั่งยังมีเรือนแพและบ้านไม้เก่าที่คนอาศัยและเลี้ยงปลาในกระชังมาแต่ไหนแต่ไร การเที่ยวชมวิถีนี้จึงไม่ได้ใช้รถ แต่ใช้เรือเป็นตัวเอก วิธียอดนิยมคือลงเรือเล็กล่องชมบรรยากาศริมน้ำ ผ่านวัดริมแม่น้ำอย่างวัดอุโบสถาราม เรือนแพ และการทำมาหากินริมน้ำ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง ค่าเรือมีทั้งแบบเหมาลำและคิดต่อหัวแล้วแต่ผู้ให้บริการและจำนวนคน ควรสอบถามราคาและตกลงเส้นทาง-เวลากันให้ชัดก่อนลงเรือ เป็นกิจกรรมที่เห็นภาพเมืองในมุมที่เดินหรือขับรถไม่เห็น

อีกประสบการณ์ที่หลายคนตั้งใจมาคือการพักค้างในเรือนแพกลางแม่น้ำสะแกกรัง ที่พักแบบแพในเมืองมีให้เลือกหลายเจ้า บรรยากาศเงียบสงบ ตื่นเช้ามาเห็นสายหมอกและวิถีริมน้ำได้จากห้องพักเลย ค่าที่พักคิดเป็นคืนและควรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวและวันหยุดยาวที่คนนิยมมาพัก เรื่องที่ต้องเผื่อไว้คือควรใช้บริการเรือและเรือนแพที่ที่พักหรือคนท้องถิ่นแนะนำ ตกลงราคาให้ชัด สวมเสื้อชูชีพเมื่อลงเรือ และเช็กสภาพอากาศก่อน เพราะช่วงหน้าฝนหรือน้ำหลากระดับน้ำและกระแสน้ำอาจเปลี่ยน กิจกรรมริมน้ำเหมาะกับช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่อากาศเย็นและแสงสวย ส่วนกลางวันแดดจัดควรเตรียมหมวกและน้ำดื่มไปด้วย

💡
เคล็ดลับ: ล่องเรือชมวิถีสะแกกรังช่วงเช้าตรู่หรือเย็นจะได้แสงสวยและอากาศเย็น ตกลงราคาเหมาเรือและเส้นทางให้ชัดก่อนลง สวมเสื้อชูชีพและเช็กสภาพอากาศช่วงหน้าฝน ถ้าจะพักเรือนแพให้จองล่วงหน้าช่วงหน้าหนาว-วันหยุดยาว และใช้บริการเรือ-แพที่ที่พักหรือคนท้องถิ่นแนะนำ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้สัมผัสวิถีริมแม่น้ำสะแกกรังที่เป็นเอกลักษณ์ของอุทัยธานี
  • ล่องเรือเห็นเมืองในมุมที่เดิน-ขับรถไม่เห็น ผ่านวัดและเรือนแพ
  • พักเรือนแพกลางน้ำได้บรรยากาศเงียบสงบ เห็นสายหมอกยามเช้า
  • ค่าใช้จ่ายยืดหยุ่น เลือกเหมาเรือหรือคิดต่อหัวตามงบได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวได้เฉพาะวิถีริมน้ำในเมือง ไม่ครอบคลุมจุดไกลนอกเมือง
  • ต้องตกลงราคาเรือ-เรือนแพให้ชัดก่อน และควรใช้เจ้าที่คนแนะนำ
  • ช่วงหน้าฝน-น้ำหลากต้องเช็กสภาพอากาศและกระแสน้ำก่อน
6

จักรยาน / สามล้อในเมืองเก่า

📍 ปั่นจักรยานหรือนั่งสามล้อชมเมืองเก่าริมสะแกกรังในตัวเมืองอุทัยธานี 🧭 ตัวเมืองอุทัยธานี
การปั่นจักรยานชมย่านเมืองเก่าในไทย บรรยากาศคล้ายเที่ยวเมืองเก่าริมสะแกกรัง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: David McKelvey · CC BY 2.0
ระยะเวลาปั่น/นั่งชมเมืองตามใจ ครึ่งวัน-เต็มวัน
ราคาโดยประมาณเช่าจักรยานหลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อวัน · สามล้อตกลงราคาต่อเที่ยว/เหมา
👍 เหมาะสุดสำหรับคนที่อยากเที่ยวเมืองเก่าแบบช้า ๆ ชมตลาด วัด บ้านไม้ริมน้ำ งบน้อย และชอบบรรยากาศเนิบ ๆ
ประหยัดสุดเที่ยวเมืองเก่าบรรยากาศเนิบ ๆ

เมืองเก่าอุทัยธานีขนาดกะทัดรัดและเรียงตัวอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง จุดเที่ยวหลักในเมืองอย่างตลาดเช้าริมน้ำ วัดอุโบสถาราม บ้านไม้เก่า และร้านกาแฟย่านเมืองเก่าอยู่ใกล้กันในระยะที่ปั่นจักรยานถึงได้สบาย การเช่าจักรยานปั่นชมเมืองจึงเป็นวิธีเที่ยวที่เข้ากับจังหวะเนิบ ๆ ของเมืองนี้ที่สุด ที่พักหลายแห่งในเมืองมีจักรยานให้ยืมหรือเช่าในราคาหลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อวัน ปั่นเลาะริมน้ำ แวะตลาด แวะวัด และหยุดถ่ายรูปได้ตามใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถหรือน้ำมัน เหมาะกับคนที่อยากซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าแบบช้า ๆ และประหยัดที่สุด

อีกทางเลือกที่ได้อารมณ์ย้อนยุคคือการนั่งสามล้อรับจ้างชมเมือง ซึ่งยังพอมีให้เห็นในเมืองต่างจังหวัดแบบนี้ คนขับมักรู้จักจุดเที่ยวและเรื่องราวของเมืองดี พาแวะได้หลายจุดโดยไม่ต้องออกแรงปั่นเอง เหมาะกับคนที่เดินหรือปั่นไม่ไหว หรืออยากฟังเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่น ค่าโดยสารให้ตกลงราคาต่อเที่ยวหรือเหมาชมเมืองกันให้ชัดก่อนขึ้น ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจคือทั้งจักรยานและสามล้อเที่ยวได้เฉพาะในตัวเมืองและย่านใกล้เคียงเท่านั้น ไม่เหมาะกับการไปจุดไกลนอกเมืองอย่างหุบป่าตาดหรือบ้านไร่ที่ต้องใช้รถยนต์ นอกจากนี้ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง ควรเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็น เตรียมหมวก น้ำดื่ม และครีมกันแดด แล้วค่อย ๆ ปั่นชมเมืองแบบไม่รีบจะได้อารมณ์ที่สุด

💡
เคล็ดลับ: เช็กว่าที่พักในเมืองมีจักรยานให้ยืมหรือเช่าไหม จะประหยัดและสะดวกสุด ปั่นหรือนั่งสามล้อเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็นเลี่ยงแดดกลางวัน ตกลงราคาสามล้อต่อเที่ยว/เหมาก่อนขึ้น และใช้วิธีนี้เที่ยวเฉพาะในเมือง ส่วนจุดไกลอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่ให้เปลี่ยนไปเช่ารถหรือเหมารถแทน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ประหยัดที่สุด เช่าจักรยานหลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อวัน
  • เข้ากับจังหวะเนิบ ๆ ของเมืองเก่าริมสะแกกรังที่สุด
  • แวะตลาด-วัด-บ้านไม้เก่าได้ตามใจ ไม่ต้องกังวลที่จอดรถ
  • นั่งสามล้อได้อารมณ์ย้อนยุค คนขับรู้จักเมืองดี พาแวะหลายจุด
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวได้เฉพาะในเมือง ไม่เหมาะกับจุดไกลอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่
  • กลางวันแดดแรง ควรเที่ยวช่วงเช้า-เย็นและเตรียมกันแดด
  • สามล้อต้องตกลงราคาก่อนขึ้น และมีจำนวนน้อยลงกว่าเมื่อก่อน

เลือกยังไงดี

สรุปง่าย ๆ ตามสไตล์ทริป: อยากเที่ยวครบทั้งจังหวัด ทั้งเมืองเก่าและจุดไกลอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่ ให้ ขับรถมาเอง อิสระและนิยมที่สุด เพราะอุทัยธานีไม่มีสนามบิน-รถไฟหลัก · ไม่มีรถ มาจากกรุงเทพฯ ให้นั่ง รถทัวร์/รถตู้ มาลงนครสวรรค์แล้วต่อรถเข้าอุทัยธานี (มีบางสายวิ่งตรง เช็กรอบก่อน) · มาถึงแล้วอยากไปจุดไกล ให้ เช่ารถขับเอง ไปหุบป่าตาด-วัดในบ้านไร่ ควรจองล่วงหน้าเพราะรถให้เช่ามีจำกัด · ไม่อยากขับ เที่ยวไม่กี่จุด ให้ เหมารถท้องถิ่นแบบไป-รอ-กลับ (Grab แทบไม่มีรถ อย่าพึ่งเป็นหลัก) · เที่ยวเมืองเก่าริมสะแกกรัง ให้ ปั่นจักรยานหรือนั่งสามล้อ ประหยัดและได้บรรยากาศสุด ส่วน วิถีริมน้ำ ให้ ล่องเรือหรือพักเรือนแพ ในตัวเมือง

🎟️

จองรถรับส่ง & กิจกรรมล่วงหน้า

อุทัยธานีไม่มีสนามบิน-รถไฟหลัก คนนิยมขับรถหรือต่อจากนครสวรรค์ จองรถและกิจกรรมออนไลน์ล่วงหน้าช่วยล็อกรถและเทียบรีวิวก่อนไป โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว-วันหยุดยาว

ดูกิจกรรมอุทัยธานีทั้งหมดบน Klook

เที่ยวอุทัยธานี พักที่ไหนดี?

เลือกที่พักในเมืองเก่าใกล้ตลาดริมน้ำและวัด เดิน-ปั่นจักรยานเที่ยวสะดวก หรือเรือนแพ-ที่พักริมแม่น้ำสะแกกรังบรรยากาศดี เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda

วางแผนการเดินทางแล้ว ก็เลือกที่พักทำเลดีในเมืองเก่าริมสะแกกรังให้ไปไหนก็สะดวก

ดูที่พักอุทัยธานี →

คำถามที่พบบ่อย

ไปอุทัยธานีไม่มีรถส่วนตัว เดินทางยังไงดี

อุทัยธานีไม่มีสนามบินและไม่มีสถานีรถไฟสายหลัก คนไม่มีรถส่วนใหญ่จึงนั่งรถทัวร์หรือรถตู้จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มาลงที่นครสวรรค์ซึ่งเป็นชุมทางใหญ่ที่อยู่ติดกัน แล้วต่อรถตู้หรือรถโดยสารสั้น ๆ เข้าตัวเมืองอุทัยธานีอีกทอด รวมทั้งทริปราว 4–5 ชั่วโมง ราคารวมค่าต่อรถราว 250–400 บาทต่อคน บางช่วงเวลาก็มีรถวิ่งตรงเข้าอุทัยธานีโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถแต่รอบจำกัด ควรเช็กเวลาล่วงหน้า เมื่อถึงเมืองแล้วเที่ยวเมืองเก่าด้วยจักรยานหรือสามล้อ ส่วนจุดไกลอย่างหุบป่าตาด-บ้านไร่ให้เช่ารถหรือเหมารถต่อ

อุทัยธานีมีรถไฟหรือสนามบินไหม

ไม่มีทั้งสองอย่าง อุทัยธานีไม่มีสนามบินพาณิชย์ และไม่มีสถานีรถไฟสายหลักในตัวเมือง เส้นทางรถไฟสายเหนือวิ่งผ่านนครสวรรค์ซึ่งเป็นจังหวัดข้าง ๆ ไม่ได้เข้ามาถึงอุทัยธานีโดยตรง การเดินทางมาที่นี่จึงพึ่งถนนเป็นหลัก คนส่วนใหญ่ขับรถมาเองผ่านถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) หรือถ้าไม่มีรถก็นั่งรถทัวร์-รถตู้จากกรุงเทพฯ มาต่อผ่านนครสวรรค์ ซึ่งเป็นชุมทางที่ใกล้และสะดวกที่สุด

อุทัยธานีมี Grab ไหม เที่ยวในเมืองใช้อะไรดี

อุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็ก จำนวนรถ Grab ในพื้นที่น้อยมากจนแทบเรียกไม่ได้ในหลายช่วงเวลา จึงไม่ควรวางแผนพึ่ง Grab เป็นหลัก การเที่ยวในเมืองเก่าริมสะแกกรังที่จุดต่าง ๆ อยู่ใกล้กัน แนะนำให้ปั่นจักรยาน (ที่พักหลายแห่งมีให้ยืม/เช่าหลักสิบถึงหลักร้อยบาท) หรือนั่งสามล้อรับจ้างชมเมือง ส่วนการรับส่งจากจุดที่รถลงหรือไปจุดนอกเมือง ให้ใช้เหมารถท้องถิ่นที่ที่พักแนะนำ ตกลงราคาให้ชัดก่อนขึ้น

จะไปหุบป่าตาดและวัดในบ้านไร่เดินทางยังไง

หุบป่าตาดและวัดในอำเภอบ้านไร่อยู่ห่างจากตัวเมืองอุทัยธานีหลายสิบกิโลเมตรและไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงสะดวก วิธีที่ดีที่สุดคือมีรถส่วนตัว ขับรถมาเองจากกรุงเทพฯ หรือเช่ารถขับเองในเมือง แล้วขับไปตามถนนซึ่งบางช่วงเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว ใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมงต่อเที่ยว ถ้าไม่มีรถและไม่อยากขับเอง ให้เหมารถท้องถิ่นแบบไป-รอ-กลับ ตกลงราคาสุทธิ จุดแวะ และเวลารอกันให้ชัดก่อนออกเดินทาง ควรออกแต่เช้าเพื่อมีเวลาเที่ยวและกลับก่อนมืด เพราะถนนต่างอำเภอตอนกลางคืนไฟน้อยและเปลี่ยว

ล่องเรือและพักเรือนแพในแม่น้ำสะแกกรังทำได้ไหม

ได้ วิถีริมแม่น้ำสะแกกรังเป็นเสน่ห์เด่นของอุทัยธานี ในตัวเมืองมีบริการล่องเรือเล็กชมบรรยากาศริมน้ำ ผ่านวัดริมแม่น้ำอย่างวัดอุโบสถาราม เรือนแพ และการเลี้ยงปลาในกระชัง ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง ค่าเรือมีทั้งเหมาลำและคิดต่อหัว ควรตกลงราคาและเส้นทางก่อนลง และมีที่พักแบบเรือนแพกลางแม่น้ำให้ค้างคืนบรรยากาศเงียบสงบ เห็นสายหมอกยามเช้า ควรจองล่วงหน้าช่วงหน้าหนาวและวันหยุดยาว สวมเสื้อชูชีพเมื่อลงเรือ และเช็กสภาพอากาศก่อนโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือน้ำหลาก

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →