🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
หลายคนมานครพนมเพื่อไหว้พระธาตุพนมหรือเดินริมโขง แต่พอได้แวะบ้านนาจอก มักจะรู้สึกว่าได้อะไรกลับไปมากกว่าที่ตั้งใจมา เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่บ้านเก่าของบุคคลสำคัญ แต่เป็นชุมชนคนเชื้อสายเวียดนามที่อยู่กับเมืองนี้มาเป็นร้อยปี และยังรักษาเรื่องราว อาหาร และวิถีของตัวเองไว้ เราจะเล่าให้ฟังว่ามีอะไรให้ดู เดินยังไงให้เข้าใจเรื่องราว และจัดเวลาเที่ยวให้คุ้มทั้งวันได้อย่างไร
ลุงโฮมาอยู่นครพนมได้ยังไง
ช่วงปี 2467–2474 (ราว 7 ปี) โฮจิมินห์เดินทางเข้ามาอาศัยในแถบอีสานของไทย ซึ่งตอนนั้นมีชุมชนชาวเวียดนามอพยพอยู่หลายเมืองทั้งนครพนม สกลนคร และอุดรธานี ท่านใช้บ้านนาจอกเป็นหนึ่งในฐานที่พักเพื่อประสานงานกับชาวเวียดนามโพ้นทะเล วางแผน และเคลื่อนไหวเพื่อกู้เอกราชเวียดนามจากการปกครองของฝรั่งเศส โดยใช้ชื่อปลอมและใช้ชีวิตปะปนกับชาวบ้านอย่างเรียบง่าย
เรื่องที่คนท้องถิ่นเล่าต่อกันมาคือ ลุงโฮเป็นคนสุภาพ ขยัน และเข้ากับชาวบ้านได้ดี ช่วยงานในไร่นา ปลูกต้นไม้ และสอนหนังสือให้เด็ก ๆ จุดนี้เองที่ทำให้บ้านนาจอกไม่ได้เป็นแค่ "ที่ที่คนดังเคยอยู่" แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำชุมชนจริง ๆ
อยากเที่ยว นครพนม ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ในหมู่บ้านมีอะไรให้ดูบ้าง
พื้นที่แบ่งคร่าว ๆ เป็นสองส่วน คือบ้านพักเดิมของลุงโฮกับบริเวณรอบ ๆ และอาคารพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพที่สร้างขึ้นทีหลัง เดินรวมกันใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมงก็พอเก็บครบ
- บ้านไม้หลังเดิมของลุงโฮ — เรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้น ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันแบบเรียบง่าย ให้เห็นภาพการใช้ชีวิตของท่านในตอนนั้น
- ต้นมะพร้าวและต้นมะเฟืองที่ลุงโฮปลูกเอง — ยังยืนต้นอยู่ในบริเวณบ้าน เป็นจุดที่หลายคนตั้งใจมาดูเพราะเป็นสิ่งที่ "จับต้องเรื่องราวได้จริง"
- ยุ้งข้าวและเรือนแบบโบราณ — สะท้อนวิถีชนบทอีสาน-เวียดนามผสมกันในยุคนั้น
- พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม — จัดแสดงเป็น 3 ส่วน คือประวัติความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม ชีวประวัติลุงโฮพร้อมบ้านจำลองที่ฮานอย และข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวนครพนม
- บ้านจำลองสไตล์เวียดนาม — จำลองบ้านเกิดและบ้านพักของลุงโฮที่เวียดนาม ให้เปรียบเทียบกับเรือนไม้แบบไทยในพื้นที่เดียวกัน
เกร็ดเล็ก ๆ
พิพิธภัณฑ์เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2547 โดยมีนายกรัฐมนตรีทั้งไทยและเวียดนามมาร่วมพิธี จึงไม่ใช่แค่จุดท่องเที่ยว แต่เป็นสัญลักษณ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศด้วย
เรื่องราวไทย-เวียดนามที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านนี้
ชุมชนชาวเวียดนามในนครพนมไม่ได้เพิ่งมีในยุคลุงโฮ แต่ทยอยอพยพเข้ามาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น และมีคลื่นใหญ่อีกครั้งช่วงสงครามอินโดจีน คนเหล่านี้ตั้งรกราก ทำมาค้าขาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองจนแยกไม่ออก ร่องรอยที่เห็นได้ชัดในตัวเมืองคือตึกแถวสไตล์โคโลเนียลผสมเวียดนามริมโขง หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ และอาหารเวียดนามที่หากินได้ทั่วเมือง
บ้านนาจอกจึงเป็นเหมือนหัวใจของเรื่องนี้ ทุกปีจะมีงานรำลึกวันคล้ายวันเกิดลุงโฮ มีคนเวียดนามทั้งที่อยู่ในไทยและบินมาจากเวียดนามมาร่วม ถ้ามาถูกช่วงจะได้เห็นบรรยากาศที่ต่างจากวันธรรมดามาก
อาหารเวียดนามรอบหมู่บ้าน
ข้อดีของการมาบ้านนาจอกคือได้กินอาหารเวียดนามแท้จากชุมชนเจ้าของวัฒนธรรมเอง ริมถนนทางเข้าหมู่บ้านมีร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารเวียดนามเปิดให้ผู้มาเยือนแวะ จานที่ควรลองเป็นพวกของพื้นถิ่นที่คนเวียดนามในนครพนมกินกันจริง
แหนมเนือง
หมูบดปั้นย่างห่อแผ่นแป้งกับผักสดและเส้นหมี่ จิ้มน้ำจิ้มถั่วข้น เป็นเมนูที่คนนึกถึงเป็นอันดับแรกเวลาพูดถึงอาหารเวียดนามนครพนม
ก๋วยจั๊บญวน
เส้นกลม ๆ ในน้ำซุปใส โรยหมูสับ ลูกชิ้น และหอมเจียว รสอ่อนกลมกล่อมแบบเวียดนาม ต่างจากก๋วยจั๊บน้ำข้นที่คุ้นกัน
ปอเปี๊ยะสด–หมูยอ
ของกินเล่นคู่กับกาแฟหรือชา หมูยอเนื้อแน่นทำสด หาซื้อกลับเป็นของฝากได้ด้วย
บอกตรง ๆ
ร้านในหมู่บ้านเป็นร้านชาวบ้าน เปิด-ปิดไม่แน่นอนเท่าร้านในเมือง บางร้านขายหมดก่อนบ่าย ถ้าอยากกินชัวร์แนะนำมาช่วงสายถึงเที่ยง หรือถ้าอยากนั่งร้านใหญ่บรรยากาศดี ให้กลับไปกินในตัวเมืองซึ่งมีร้านเวียดนามให้เลือกมากกว่า
เที่ยวบ้านนาจอกให้คุ้มทั้งวัน
บ้านนาจอกใช้เวลาเดินจริง ๆ ไม่เกินครึ่งวัน เลยเหมาะเอาไปต่อกับที่เที่ยวอื่นในเมือง เราจัดเป็นแพลน 2 วันให้เห็นภาพว่าเสียบเข้ากับทริปนครพนมยังไง
บ้านนาจอก + เมืองเก่าเวียดนาม
ผสมที่เที่ยวคู่เมือง
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไป
- เวลาเปิด — เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. (บางแหล่งระบุ 08.00–18.00 น.) เวลาอาจคลาดเคลื่อนตามวันหยุดหรืองานพิเศษ แนะนำเผื่อเวลาและมาช่วงเช้าถึงบ่าย
- ค่าเข้าชม — เข้าชมฟรี ไม่มีค่าตั๋ว แต่มีตู้รับบริจาคสำหรับร่วมดูแลสถานที่
- การเดินทาง — จากตัวเมืองมุ่งหน้าสกลนครทางหลวงหมายเลข 22 ราว 4 กม. มีป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้าน รถส่วนตัวสะดวกที่สุด ถ้าไม่มีรถใช้รถรับจ้างในเมืองไป-กลับได้
- การแต่งกายและมารยาท — เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่คนเวียดนามเคารพ แต่งตัวสุภาพ และเดินถ่ายรูปในบ้านด้วยความเคารพ
- ช่วงที่บรรยากาศพิเศษ — ราวกลางเดือนพฤษภาคมมีงานรำลึกวันคล้ายวันเกิดลุงโฮ คึกคักกว่าวันธรรมดามาก แต่คนก็เยอะกว่าด้วยเช่นกัน
อยากได้แพลนเที่ยวนครพนมแบบครบทั้งทริป
ดูคู่มือเที่ยวนครพนม →