🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
หลายคนเข้าใจว่าเขาสกกับเชี่ยวหลานคือที่เดียวกัน จริง ๆ แล้วเป็นคนละโซนในอุทยานแห่งชาติเขาสก ห่างกันราว 65 กม. ฝั่ง เขาสก อยู่ติดถนนเพชรเกษม เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีที่พัก ร้านอาหาร และทางเข้าเดินป่าหาน้ำตก ส่วน เชี่ยวหลาน คือทะเลสาบเหนือเขื่อนรัชชประภา ต้องนั่งเรือหางยาวออกไปถึงจะเจอเขาหินปูนกลางน้ำกับแพที่พัก แพลนนี้ไม่รีบ จัดให้ได้ทั้งเดินป่าและนอนแพ ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ก่อนออกเดินทาง
ช่วงที่น้ำในทะเลสาบเต็มสวยและฟ้าใสที่สุดคือราวเดือนธันวาคม–เมษายน ส่วนพฤษภาคม–ตุลาคมเป็นหน้าฝน น้ำตกแรงดี ป่าเขียว แต่มีโอกาสเจอฝนและทากตอนเดินป่า เตรียมรองเท้ากันลื่นกับถุงเท้ากันทากไปด้วย
เดินทางไปเขาสก–เชี่ยวหลานยังไง
จุดเริ่มที่ง่ายที่สุดคือสนามบินสุราษฎร์ธานี (URT) หมู่บ้านเขาสกอยู่ห่างราว 110 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงครึ่งแล้วแต่พาหนะ
- รถตู้/รถบัส Phantip Travel — วิ่งจากสนามบินสุราษฎร์ฯ เข้าเขาสกโดยตรง มีรอบช่วงสาย–บ่าย (ราว 08:15–16:15) ค่าโดยสารประมาณ 250–300 บาท/คน ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ต้องไปให้ทันรอบสุดท้ายราวบ่ายสี่
- แท็กซี่/รถเหมา — เรียกได้ทุกเวลา ถึงเร็วกว่า ราว 1 ชั่วโมงครึ่ง ราคาประมาณ 1,500 บาทต่อคัน เหมาะถ้ามากันหลายคนหรือถึงเย็น
- จากเขาสกไปท่าเรือเขื่อนรัชชประภา — สองจุดนี้ห่างกันราว 65 กม. รถตู้ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 15 นาที รถเหมาราวหนึ่งชั่วโมง ส่วนใหญ่ที่พักหรือบริษัททัวร์จัดรถรับส่งให้
เลือกฐานพักให้ถูกฝั่ง
ถ้าเน้นเดินป่าหาน้ำตกให้พักในหมู่บ้านเขาสก ถ้าเน้นนอนแพให้จองแพในเชี่ยวหลานแล้วค่อยนั่งเรือเข้าจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภา แพลนนี้พักเขาสก 1 คืน แล้วย้ายไปนอนแพ 1 คืน
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว สุราษฎร์ธานี ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — เข้าเขาสก เดินป่าหาน้ำตก
ป่าฝนเขาสก + น้ำตก
ฝั่งเขาสกไม่ได้มีแค่น้ำตก ป่าแถบนี้เป็นป่าฝนเก่าแก่ มีบัวผุด (Rafflesia) ดอกใหญ่ที่บานเป็นฤดู และมีโอกาสได้ยินเสียงชะนีตอนเช้า ถ้าอยากเข้าป่าลึกแบบมีคนนำ จ้างไกด์ท้องถิ่นครึ่งวันจะปลอดภัยและได้ความรู้มากกว่าเดินเอง
เรื่องทากกับความปลอดภัย
หน้าฝนป่าเขาสกมีทากชุม ใส่ถุงเท้ายาวทับขากางเกง พกเกลือหรือยากันทากไว้ ไม่อันตรายแต่กวนใจ และอย่าเดินเส้นไกลคนเดียวโดยไม่บอกที่พัก สัญญาณโทรศัพท์ในป่าขาด ๆ หาย ๆ
วันที่ 2 — เข้าเชี่ยวหลาน นั่งเรือ นอนแพ
วันนี้ย้ายฝั่ง จากเขาสกนั่งรถราวหนึ่งชั่วโมงไปท่าเรือเขื่อนรัชชประภา (ท่าเทียบเรือเทศบาลรัชชประภา) ซึ่งเป็นประตูเข้าทะเลสาบเชี่ยวหลาน จากท่านี้ต้องลงเรือหางยาวเข้าไปถึงจะเห็นเขาหินปูนกลางน้ำกับแพที่พัก
กุ้ยหลินเมืองไทย + แพกลางทะเลสาบ
แพในเชี่ยวหลานมีหลายระดับ ตั้งแต่แพอุทยาน (บ้านโบสถ์ ตั้งน้ำ ไกรสร) ที่ราคาประหยัด ไปจนแพเอกชนและรีสอร์ทลอยน้ำใหม่ ๆ ที่มีห้องน้ำในตัวและบริการครบ ราคาต่างกันมาก ถ้าอยากได้บรรยากาศดิบ ๆ แบบนอนฟังป่า แพอุทยานก็เพียงพอ ถ้าอยากสบายมีแอร์ค่อยขยับไปแพเอกชน
แพอุทยาน (บ้านโบสถ์/ตั้งน้ำ)
แพราคาประหยัดของอุทยาน ห้องเรียบง่าย ห้องน้ำรวมหรือในตัวแล้วแต่จุด ได้บรรยากาศธรรมชาติเต็ม
แพเอกชน/รีสอร์ทลอยน้ำ
ห้องน้ำในตัว บางที่มีแอร์เป็นช่วงเวลา รวมเรือรับส่งและมื้ออาหาร เหมาะคนอยากสบาย
วันที่ 3 — คายัครับแสงเช้า แล้วกลับ
หมอกเช้า + พายคายัค
ถ้าเหลือเวลาครึ่งวันก่อนกลับ แวะตัวเมืองสุราษฎร์ฯ กินของอร่อยริมแม่น้ำตาปีหรือซื้อไข่เค็มไชยาเป็นของฝากได้ แต่ถ้าจะต่อไปเกาะ ท่าเรือดอนสักอยู่ไม่ไกล วางแผนเรือรอบบ่ายไว้จะพอดี
งบประมาณคร่าว ๆ
ทัวร์วันเดียวเชี่ยวหลานเริ่มราว 400–2,000 บาท/คนแล้วแต่โปรแกรม ส่วนแพ็กเกจนอนแพ 2 วัน 1 คืนรวมเรือ อาหาร และกิจกรรมเริ่มราว 2,500–3,600 บาท/คน ยังไม่รวมค่าเข้าอุทยาน 300 บาทกับค่าถ้ำบางจุด มากันหลายคนเฉลี่ยค่าเรือแล้วถูกลงเยอะ
อยากได้แพลนสุราษฎร์ฯ แบบเต็มทั้งเมือง เกาะ และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวสุราษฎร์ธานี →