หน้าแรก จุดหมาย ร้อยเอ็ด 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยร้อยเอ็ดกู่กาสิงห์ ปราสาทหินขอมกลางทุ่งกุลาร้องไห้
🏛️ ที่เที่ยวร้อยเอ็ด

กู่กาสิงห์
ปราสาทหินขอมกลางทุ่งกุลาร้องไห้

กู่กาสิงห์เป็นปราสาทหินทรายแบบขอมอายุราวพันปี ตั้งอยู่กลางทุ่งนาเขียว ๆ ในอำเภอเกษตรวิสัย ร้อยเอ็ด เป็นหนึ่งในร่องรอยอารยธรรมเก่าที่หลงเหลืออยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ จุดที่ทำให้คนชอบคือปรางค์หิน 3 องค์ตั้งเรียงกันบนฐานศิลาแลงเดียวกัน มีคูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบ และยังพอเห็นทับหลังลวดลายแกะสลักของจริงอยู่ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับคนที่ชอบเดินดูสถาปัตยกรรมโบราณแบบใกล้ ๆ

🏛️ ปรางค์หิน 3 องค์🪨 ศิลปะบาปวน อายุ ~1,000 ปี🎟️ เข้าฟรี ทุกวัน
กู่กาสิงห์ ปราสาทหินขอมกลางทุ่งกุลาร้องไห้

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

พอพูดถึงปราสาทหินขอม คนส่วนใหญ่นึกถึงพิมาย พนมรุ้ง แต่จริง ๆ แล้วร่องรอยอารยธรรมขอมกระจายอยู่ทั่วอีสาน รวมถึงในร้อยเอ็ดด้วย และหลังที่สมบูรณ์พอจะเดินดูได้สบายคือ กู่กาสิงห์ ปราสาทหินทรายกลางทุ่งในอำเภอเกษตรวิสัย ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปทางใต้ราว ๆ ชั่วโมงขับรถ

ข้อดีของกู่กาสิงห์คือคนยังน้อย ไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูปกับใคร ได้เดินดูหินทรายเก่า ๆ ลวดลายแกะสลัก และคูน้ำโบราณแบบเงียบ ๆ เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ ชอบสถาปัตยกรรม หรืออยากหามุมเที่ยวร้อยเอ็ดที่ไม่ใช่แค่ในเมือง

กู่กาสิงห์คืออะไร อายุเท่าไหร่

กู่กาสิงห์เป็นศาสนสถานแบบขอม สร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง นักโบราณคดีกำหนดอายุไว้ราว ปลายพุทธศตวรรษที่ 16 หรือประมาณพันปีเศษมาแล้ว เป็นศิลปะเขมรแบบ "บาปวน" ซึ่งเป็นช่วงที่อิทธิพลขอมแผ่เข้ามาในแถบลุ่มน้ำมูล–ชี ตัวปราสาทเคยเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ก่อนจะถูกทิ้งร้างและกลายเป็นโบราณสถานที่ชาวบ้านเรียกขานสืบต่อกันมา

ชื่อ "กู่" เป็นคำที่คนอีสานใช้เรียกโบราณสถานขอมที่มีลักษณะคล้ายปรางค์หรือสถูป ส่วน "กาสิงห์" มีหลายข้อสันนิษฐาน บ้างว่ามาจากนกกาที่เคยอยู่บริเวณนี้ บ้างโยงกับรูปสิงห์ที่เคยเป็นองค์ประกอบของปราสาท เป็นชื่อท้องถิ่นที่ติดปากกันมานานจนกลายเป็นชื่อตำบลและชุมชนในวันนี้

🎟️

อยากเที่ยว ร้อยเอ็ด ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ร้อยเอ็ด ทั้งหมด (Klook)

สถาปัตยกรรม ปรางค์ 3 องค์ บนฐานเดียว

หัวใจของกู่กาสิงห์คือ ปรางค์ 3 องค์ ตั้งเรียงกันในแนวเหนือ–ใต้ บนฐานไพทีศิลาแลงเดียวกัน ทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามคติของศาสนสถานขอม องค์กลางใหญ่ที่สุด เป็นปรางค์ประธาน ส่วนอีกสององค์ขนาบข้าง การวางผังแบบนี้สื่อถึงเขาพระสุเมรุที่เป็นศูนย์กลางจักรวาลตามความเชื่อ

  • ปรางค์ประธาน (องค์กลาง) — องค์ใหญ่สุด ก่อด้วยอิฐและหินทราย เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์เดิม สื่อถึงการบูชาพระศิวะ
  • ปรางค์บริวารสองข้าง — ขนาดเล็กลงมา เรียงในแนวเดียวกันบนฐานศิลาแลงผืนเดียว
  • ฐานไพทีศิลาแลง — ยกพื้นทั้งกลุ่มปราสาทขึ้นมา เดินขึ้นไปดูปรางค์ใกล้ ๆ ได้
  • กำแพงแก้วและโคปุระ (ซุ้มประตู) — ล้อมรอบกลุ่มปราสาท มีซุ้มประตูเป็นทางเข้าตามทิศ
  • คูน้ำรูปตัวยู — ขุดล้อมรอบเป็นแนว สื่อถึงมหาสมุทรที่ล้อมเขาพระสุเมรุ ยังเห็นแนวคูได้ชัดในปัจจุบัน

ที่น่าสนใจคือกู่กาสิงห์ยังพอเห็นรายละเอียดการแกะสลักหินทรายของจริงอยู่ ทั้งลวดลายดอกบัว ลายพรรณพฤกษา และทับหลังบางส่วน ไม่ใช่แค่กองหินเปล่า ๆ ทำให้เดินดูแล้วเห็นฝีมือช่างขอมโบราณได้ใกล้ตา

ดูตรงไหนก่อนดี

เริ่มจากเดินรอบนอกดูแนวคูน้ำและกำแพงแก้วก่อน แล้วค่อยขึ้นฐานไพทีไปดูปรางค์ทั้งสาม จะเห็นภาพรวมผังปราสาทชัดกว่าเดินตรงเข้าองค์กลางเลย

ทับหลังและของเก่าที่ขุดพบ

ช่วงปี 2534–2535 กรมศิลปากรเข้ามาขุดแต่งและบูรณะกู่กาสิงห์ ได้พบโบราณวัตถุจำนวนมากที่ช่วยยืนยันว่าที่นี่เคยเป็นเทวสถานสำคัญจริง ๆ ของเก่าหลายชิ้นบอกเล่าเรื่องราวความเชื่อในยุคนั้นได้ดี

  • ทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ — ศิลปะบาปวน เป็นชิ้นที่บอกอายุและสกุลช่างของปราสาทได้ชัด
  • ศิวลึงค์ — สัญลักษณ์การบูชาพระศิวะ ยืนยันว่าเดิมเป็นเทวสถานฮินดู
  • ประติมากรรมพระคเณศและปราสาทจำลอง — สลักจากหินทราย
  • เศษภาชนะดินเผาและเครื่องมือเหล็ก — ร่องรอยการอยู่อาศัยของชุมชนโบราณรอบปราสาท

ของชิ้นสำคัญหลายชิ้นถูกเก็บรักษาและจัดแสดงเพื่อความปลอดภัย ส่วนที่ตัวปราสาทจะเห็นเป็นองค์ประกอบหินทรายและลวดลายที่ยังอยู่กับที่ ถ้าอยากเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น ลองดูป้ายข้อมูลที่กรมศิลปากรติดไว้ในบริเวณ จะช่วยให้เดินดูสนุกขึ้น

กู่กาสิงห์กับทุ่งกุลาร้องไห้

สิ่งที่ทำให้กู่กาสิงห์มีเสน่ห์คือทำเลที่ตั้งกลาง ทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งกว้างใหญ่ที่กินพื้นที่ถึง 5 จังหวัด (ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ยโสธร) อดีตเคยเป็นที่ดินเค็มแห้งแล้งจนได้ชื่อว่า "ร้องไห้" แต่วันนี้กลายเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพที่ได้ขึ้นทะเบียน GI ขับรถผ่านช่วงข้าวเขียวหรือข้าวสุกเหลืองอร่ามจะได้วิวทุ่งสวยมาก

การที่มีปราสาทขอมตั้งอยู่กลางทุ่งแบบนี้ บอกเราว่าเมื่อพันปีก่อนพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้เป็นทุ่งร้าง แต่เคยมีชุมชนและเส้นทางวัฒนธรรมขอมผ่าน กู่กาสิงห์จึงเป็นเหมือนหลักฐานชิ้นหนึ่งของอารยธรรมเก่าที่ซ่อนอยู่ในทุ่งกุลา ไม่ใช่แค่โบราณสถานลอย ๆ แต่ผูกกับประวัติศาสตร์ของแผ่นดินอีสานทั้งผืน

เวลาเปิด ค่าเข้า และช่วงที่ควรไป

ข่าวดีคือกู่กาสิงห์ เข้าชมได้ฟรี เปิดทุกวัน ไม่มีค่าเข้า เป็นโบราณสถานในความดูแลของกรมศิลปากรที่อยู่ในบริเวณวัด เดินเข้าไปดูได้ตามอัธยาศัย แต่ก็มีรายละเอียดบางอย่างที่ควรรู้ก่อนไป

  • ช่วงเช้า–เย็น — แสงดีและไม่ร้อนเกินไป ช่วงสายแดดจัดเดินกลางลานหินจะร้อนพอสมควร เพราะไม่ค่อยมีร่ม
  • หน้าฝนถึงต้นหนาว — ทุ่งรอบ ๆ เขียว วิวสวย ขับรถผ่านทุ่งข้าวได้บรรยากาศ
  • แต่งกายสุภาพ — เป็นพื้นที่โบราณสถานในเขตวัด ควรแต่งตัวเรียบร้อย
  • เตรียมน้ำและหมวก — ไม่มีร้านค้าใหญ่ในตัวโบราณสถาน เผื่อของไปเองสะดวกกว่า

เผื่อเวลาให้พอ

ตัวปราสาทเดินดูประมาณ 30–45 นาทีก็ทั่ว แต่ถ้านับรวมขับรถมาจากตัวเมืองและแวะถ่ายรูปทุ่ง ควรกันเวลาครึ่งวันสำหรับเส้นนี้จะสบายกว่า

เที่ยวต่อรอบเกษตรวิสัย

มาถึงเกษตรวิสัยทั้งที ไม่ได้มีแค่กู่กาสิงห์ ในเขตทุ่งกุลายังมีปราสาทขอมหลังอื่นและจุดเที่ยวสายเกษตรให้แวะต่อ จัดเป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวันได้สบาย

โบราณสถาน

ปราสาทกู่พลระฆัง

ปราสาทหินขอมอีกหลังในเขตเกษตรวิสัย สร้างยุคใกล้เคียงกัน นิยมแวะคู่กับกู่กาสิงห์ในทริปสายโบราณสถาน

วิวทุ่ง

ทุ่งกุลาร้องไห้

ทุ่งข้าวหอมมะลิ GI กว้างสุดลูกหูลูกตา ขับรถผ่านได้วิวทุ่งสวย ช่วงข้าวเขียวหรือข้าวสุกเหลืองถ่ายรูปสวยมาก

ของฝาก

ของฝากข้าวหอมมะลิเกษตรวิสัย

ซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาแท้กลับบ้านได้จากร้านชุมชนแถวเกษตรวิสัย เป็นของฝากที่คนร้อยเอ็ดภูมิใจ

การเดินทางไปกู่กาสิงห์

กู่กาสิงห์อยู่ในตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ภายในบริเวณวัดบูรพากู่กาสิงห์ จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ทางหลวงหมายเลข 214 มุ่งหน้าทางอำเภอเกษตรวิสัย ระยะทางราว 40–50 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง ปักหมุด "กู่กาสิงห์" หรือ "ปราสาทกู่กาสิงห์" ในแผนที่ได้เลย ป้ายบอกทางช่วงใกล้ ๆ มีให้เห็น

  • รถส่วนตัว — สะดวกสุดสำหรับเส้นนี้ เพราะอยู่นอกเมืองและจุดเที่ยวกระจายในทุ่ง ขับเองหรือเช่ารถจากในเมืองคล่องตัวกว่า
  • ที่จอดรถ — มีลานจอดในบริเวณวัด คนไม่เยอะ หาที่จอดง่าย
  • รถสาธารณะ — มีรถสองแถว/รถโดยสารไปเกษตรวิสัย แต่จากตัวอำเภอเข้าไปยังตัวปราสาทต้องต่อรถอีกที ถ้าไม่มีรถส่วนตัวควรสอบถามชาวบ้านหรือเหมารถในพื้นที่

วางแผนเที่ยวร้อยเอ็ดทั้งทริปแบบครบจุด

ดูคู่มือเที่ยวร้อยเอ็ด →

คำถามที่พบบ่อย

กู่กาสิงห์อยู่ที่ไหน ไกลจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไหม?

อยู่ในตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ภายในวัดบูรพากู่กาสิงห์ ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 40–50 กิโลเมตร ใช้ทางหลวง 214 ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง สะดวกที่สุดคือมีรถส่วนตัว

กู่กาสิงห์ค่าเข้าเท่าไหร่ เปิดกี่โมง?

เข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดทุกวัน เป็นโบราณสถานในความดูแลของกรมศิลปากร แนะนำไปช่วงเช้าหรือเย็นเพราะกลางลานหินไม่ค่อยมีร่ม ช่วงสายแดดจะร้อน

กู่กาสิงห์สร้างสมัยไหน อายุเท่าไหร่?

เป็นปราสาทหินทรายแบบขอม ศิลปะบาปวน อายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 หรือประมาณพันปีเศษ เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู มีปรางค์ 3 องค์เรียงบนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าทางทิศตะวันออก

กู่กาสิงห์มีอะไรน่าดูบ้าง?

ไฮไลต์คือปรางค์หิน 3 องค์บนฐานไพทีศิลาแลง คูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบ กำแพงแก้วและซุ้มประตู รวมถึงลวดลายแกะสลักหินทราย เช่น ลายดอกบัวและทับหลัง ส่วนของเก่าอย่างทับหลังพระอินทร์และศิวลึงค์ที่ขุดพบช่วงบูรณะปี 2534–2535 ถูกเก็บรักษาไว้

ไปกู่กาสิงห์แล้วเที่ยวต่อที่ไหนได้บ้าง?

ในเขตเกษตรวิสัยมีปราสาทกู่พลระฆังที่นิยมแวะคู่กัน มีทุ่งกุลาร้องไห้ให้ขับรถผ่านชมวิวทุ่งข้าวหอมมะลิ และยังซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาเป็นของฝากกลับบ้านได้ จัดเป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวันได้สบาย

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ