หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย ลำปาง 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยลำปางเที่ยว ลำปาง แบบไหนดี
📍 ลำปาง · ภาคเหนือ · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

เที่ยวลำปาง
แบบไหนดี

ลำปางเป็นเมืองเหนือที่มีของเที่ยวหลายแนวในจังหวัดเดียว จนหลายคนที่มีเวลาแค่วันสองวันมักลังเลว่าจะไปทางไหนก่อน เพราะแต่ละสายอยู่คนละทิศและใช้เวลาต่างกัน บทความนี้จับ 4 สไตล์หลักมาเทียบให้เห็นภาพ คือสายวัดล้านนาที่เน้นสถาปัตยกรรมและความสงบ สายเมืองเก่า-คราฟต์ที่เดินชิลในตัวเมืองริมน้ำวัง สายธรรมชาติที่ออกไปแช่น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน และสายผจญภัย-วิวที่ขึ้นเขาไปดูเจดีย์ลอยฟ้า แต่ละแนวต่างกันทั้งบรรยากาศ แรงที่ต้องใช้ เวลาครึ่งวันหรือเต็มวัน และเหมาะกับคนคนละแบบ อ่านจบแล้วน่าจะเลือกได้ว่าทริปลำปางของคุณควรเริ่มจากสายไหน

🛕 สายวัดล้านนา🐎 เมืองเก่า-คราฟต์♨️ สายธรรมชาติ⛰️ สายวิวเขา
เลื่อนดูทั้ง 4 กิจกรรม ภาพ: Woonzen5558 · CC BY-SA 4.0 (ภาพประกอบ)

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

ก่อนเลือกสไตล์ ลองคิดจากสามอย่างก่อน คือมีเวลากี่วัน รับการเดินทางออกนอกเมืองและเดินขึ้นเขาได้แค่ไหน และอยากได้บรรยากาศแบบสงบ ๆ ชิล ๆ หรือแบบลุยได้วิว เพราะจุดเที่ยวลำปางกระจายตัวกว้าง วัดพระธาตุลำปางหลวงอยู่นอกเมืองราว 20 กิโลเมตร แจ้ซ้อนกับวัดบนเขาไกลออกไปเป็นหลักสิบกิโลเมตร ส่วนเมืองเก่ากับรถม้าเดินเที่ยวได้ในตัวเมือง ถ้าไม่มีรถส่วนตัวจะสะดวกกับสายเมืองเก่ามากที่สุด

โดยรวมถ้าชอบสถาปัตยกรรมและความสงบ เริ่มจากสายวัดล้านนา ถ้ามีเวลาน้อยและไม่อยากเดินทางไกล สายเมืองเก่า-คราฟต์ตอบได้ในครึ่งวันถึงหนึ่งวัน ถ้าอยากพักผ่อนกับธรรมชาติและน้ำพุร้อน สายแจ้ซ้อนคุ้มกับการขับรถออกไป และถ้าไม่กลัวความสูงกับอยากได้วิวแบบจำได้ไปนาน สายวิวเขาที่วัดเฉลิมพระเกียรติคือตัวเลือกที่ท้าทายที่สุด ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพรวม แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละสาย

เทียบ 4 สไตล์เที่ยวลำปาง
สไตล์ไฮไลต์เวลาที่ใช้เหมาะกับใครช่วงราคา
สายวัดล้านนาวัดพระธาตุลำปางหลวง เงาพระธาตุกลับหัว + วัดพระแก้วดอนเต้าครึ่งวัน–เต็มวันสายสถาปัตยกรรม ชอบความสงบ ถ่ายภาพวัดเก่าฟรี–ค่าทัวร์รอบเมือง ฿700–1,800
สายเมืองเก่า-คราฟต์กาดกองต้า นั่งรถม้าชมเมือง เวิร์กช็อปชามตราไก่ครึ่งวัน–เต็มวันคนเวลาน้อย ไม่มีรถ ชอบเดินชิลและงานคราฟต์฿150–800 ต่อกิจกรรม
สายธรรมชาติอุทยานแจ้ซ้อน แช่น้ำพุร้อน น้ำตก บ่อออนเซ็นเต็มวัน (ขับไป-กลับไกล)สายพักผ่อน ครอบครัว ชอบธรรมชาติค่าเข้าอุทยาน ฿100–200 + ค่าบ่อแช่
สายผจญภัย-วิววัดเฉลิมพระเกียรติ เจดีย์ขาวลอยฟ้าบนสันเขาหินปูนครึ่งวัน–เต็มวัน (ขับไกล + เดินบันได)คนไม่กลัวความสูง ชอบวิวเขา ลุยได้ฟรี + ค่ารถขึ้นเขา ~฿120/คน
1

สายวัดล้านนา — วัดพระธาตุลำปางหลวง + วัดพระแก้วดอนเต้า

📍 วัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา (นอกเมือง ~20 กม.) · วัดพระแก้วดอนเต้า อ.เมืองลำปาง (ริมน้ำวัง) 🧭 เกาะคา + ตัวเมืองลำปาง ⭐ 4.5 (Tripadvisor (วัดพระธาตุลำปางหลวง #1 of 38 things to do in Lampang, 374 รีวิว, Travelers' Choice))
วิหารและเจดีย์ทองของวัดพระธาตุลำปางหลวง สถาปัตยกรรมล้านนาโบราณ อ.เกาะคา จ.ลำปาง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Woonzen5558 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน–เต็มวัน (วัดลำปางหลวง 1–2 ชม. + วัดพระแก้วดอนเต้าในเมืองอีก ~1 ชม. รวมเดินทาง)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรีทั้งสองวัด (ทำบุญตามศรัทธา) · ทัวร์รอบเมืองที่แวะวัดลำปางหลวง ~฿700–1,800/คน แล้วแต่จุดแวะและจำนวนคน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณ ความสงบ และการถ่ายภาพวัดเก่า อยากเห็นเงาพระธาตุกลับหัวและเจดีย์ผ่านซุ้มประตูโขง เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายวัฒนธรรม
วิหารล้านนาโบราณเงาพระธาตุกลับหัวซุ้มประตูโขง

สายวัดล้านนาคือแนวที่คนมาลำปางแทบทุกคนไม่พลาด และหมุดหมายอันดับหนึ่งคือวัดพระธาตุลำปางหลวงในอำเภอเกาะคา ห่างตัวเมืองราว 20 กิโลเมตร ตัววัดตั้งบนเนินเตี้ยล้อมด้วยกำแพงอิฐหนา เดินขึ้นบันไดนาคผ่านซุ้มประตูโขงที่แกะสลักวิจิตรเข้าสู่ลานวัด จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือวิหารหลวงไม้เปิดโล่งทรงล้านนาแท้ที่อายุหลายร้อยปี กับ "เงาพระธาตุกลับหัว" ในวิหารหลังเล็ก ที่แสงลอดช่องเล็ก ๆ ฉายภาพเจดีย์กลับหัวลงบนผ้าในห้องมืดแบบกล้องรูเข็มตามธรรมชาติ หลายคนบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่คาดไม่ถึงและน่าทึ่ง

ถ้าอยากได้สายวัดครบขึ้นในวันเดียว จับคู่กับวัดพระแก้วดอนเต้าในตัวเมืองริมน้ำวัง ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตในอดีต มีเจดีย์ทรงล้านนาผสมพม่าและวิหารเก่าให้ชม อยู่ใกล้เมืองเก่าจึงเดินต่อได้สะดวก จุดเด่นของสายนี้คือความสงบและงานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จริง ไม่ได้ถูกจัดเป็นแหล่งเที่ยวจ๋าเท่าวัดดังในเมืองใหญ่ ช่วงเช้าแดดยังไม่แรงและคนยังไม่มากเป็นเวลาที่เดินชมและถ่ายภาพได้สวยที่สุด

สิ่งที่ควรรู้แบบตรงไปตรงมาคือวัดลำปางหลวงอยู่นอกเมืองพอสมควร คนไม่มีรถส่วนตัวต้องเช่ามอเตอร์ไซค์ เหมารถ หรือไปกับทัวร์รอบเมือง เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวกและป้ายภาษาอังกฤษมีน้อย ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลคนค่อนข้างเยอะและมีตลาดฝั่งตรงข้ามทำให้หน้าวัดพลุกพล่าน ทั้งสองวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนมากราบไหว้จริง ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และถอดรองเท้าก่อนขึ้นวิหาร

💡
เคล็ดลับ: เริ่มเช้าที่วัดพระธาตุลำปางหลวงตอนแดดยังไม่แรงและคนน้อย อย่าลืมเข้าไปดูเงาพระธาตุกลับหัวในวิหารหลังเล็กและถ่ายเจดีย์ทองผ่านซุ้มประตูโขง แล้วค่อยกลับเข้าเมืองมาต่อวัดพระแก้วดอนเต้าช่วงบ่าย คนไม่มีรถควรเหมารถหรือไปกับซิตี้ทัวร์ที่แวะวัดลำปางหลวง แต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนขึ้นวิหารทั้งสองวัด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • วิหารหลวงไม้ทรงล้านนาแท้และเจดีย์ทองเก่าแก่ที่รีวิวชมว่าสวยและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
  • เงาพระธาตุกลับหัวเป็นปรากฏการณ์แสงแบบกล้องรูเข็มที่คนไปมาบอกว่าน่าทึ่งและคาดไม่ถึง
  • จับคู่วัดลำปางหลวงกับวัดพระแก้วดอนเต้าในเมืองได้ครบสายวัดในหนึ่งวัน
  • บรรยากาศสงบ เข้าชมฟรีทั้งสองวัด และมีมุมถ่ายภาพผ่านซุ้มประตูโขงกับบันไดนาค
⚠️ ข้อสังเกต
  • วัดลำปางหลวงอยู่นอกเมืองราว 20 กม. คนไม่มีรถส่วนตัวเดินทางลำบาก ต้องเช่ารถ เหมารถ หรือไปกับทัวร์
  • ช่วงวันหยุดและเทศกาลคนเยอะ มีตลาดฝั่งตรงข้ามทำให้หน้าวัดพลุกพล่าน
  • ป้ายบอกทางและข้อมูลภาษาอังกฤษมีน้อย คนเที่ยวเองที่ไม่ใช่คนไทยเข้าถึงข้อมูลได้ยาก
2

สายเมืองเก่า-คราฟต์ — กาดกองต้า + นั่งรถม้า + เวิร์กช็อปชามตราไก่

📍 ย่านเมืองเก่ากาดกองต้า ริมแม่น้ำวัง อ.เมืองลำปาง · ขึ้นรถม้าได้หลายจุด เช่น หน้าสถานีรถไฟลำปาง 🧭 ตัวเมืองลำปาง-ริมน้ำวัง
บรรยากาศถนนคนเดินกาดกองต้าในย่านเมืองเก่าลำปาง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Mr.Peerapong Prasutr · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน–เต็มวัน (เดินกาดกองต้า + นั่งรถม้ารอบเมือง ~50–60 นาที + เวิร์กช็อปชามตราไก่ ~1–2 ชม.)
ราคาโดยประมาณรถม้า ~฿150–200 รอบสั้น / ~฿300–500 รอบเมือง (ต่อคัน 2–4 คน) · เวิร์กช็อปเซรามิก ~฿300–800 · เดินกาดกองต้าฟรี
👍 เหมาะสุดสำหรับคนเวลาน้อย ไม่มีรถส่วนตัว ชอบเดินชิลในเมืองเก่า งานคราฟต์และบรรยากาศย้อนยุค เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายภาพ
ถนนคนเดินกาดกองต้ารถม้าสัญลักษณ์เมืองชามตราไก่

สายเมืองเก่า-คราฟต์คือแนวที่สบายที่สุดสำหรับคนเวลาน้อยหรือไม่มีรถ เพราะทุกอย่างอยู่ในตัวเมืองริมแม่น้ำวังและเดินถึงกันได้ หัวใจของย่านนี้คือกาดกองต้า ถนนคนเดินในตึกแถวไม้และอาคารเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่เปิดเฉพาะเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ มีของกิน งานคราฟต์ท้องถิ่น และดนตรีสดให้เดินเรื่อย ๆ อีกกิจกรรมที่ผูกกับลำปางมานานคือนั่งรถม้าชมเมือง ซึ่งลำปางเป็นเมืองเดียวในไทยที่ยังใช้รถม้ารับส่งนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องเป็นราว จังหวะม้าเดินช้า ๆ ทำให้เห็นบ้านเรือนเก่า หอนาฬิกา และวัดในเมืองได้เต็มตา หลายคนบอกว่าเสน่ห์อยู่ที่บรรยากาศย้อนยุคและเสียงกีบม้าบนถนนมากกว่าจุดหมายแต่ละแห่ง

ตัวชูโรงด้านคราฟต์ของลำปางคือชามตราไก่ เครื่องเคลือบลายไก่ที่กลายเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด หลายโรงงานและคาเฟ่เซรามิกเปิดให้ลองเพนต์หรือปั้นเป็นเวิร์กช็อป ได้ของกลับบ้านเป็นชิ้นเดียวในโลก เหมาะกับคนที่อยากได้กิจกรรมทำมือแบบไม่ต้องเดินทางไกล จุดเด่นของทั้งสายนี้คือทำได้ในครึ่งวันถึงหนึ่งวัน ไม่ต้องมีรถ และปรับตามเวลาที่มีได้ง่าย

ข้อที่ต้องวางแผนคือกาดกองต้าเปิดเฉพาะเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาจะไม่มีตลาด ต้องไปเดินเมืองเก่าและชมสถาปัตยกรรมแทน ส่วนรถม้าเป็นม้าทำงานจริงบนถนนที่ใช้ร่วมกับรถยนต์และอากาศกลางวันร้อนจัด รีวิวส่วนหนึ่งชมว่าม้าดูได้รับการดูแลดี มีช่วงพักและให้น้ำ แต่อีกส่วนก็บอกตรง ๆ ว่ารู้สึกไม่สบายใจกับการให้ม้าลากคนกลางแดด จึงควรเลือกนั่งช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อน ค่ารถม้าคิดต่อคันไม่ใช่ต่อคน ควรตกลงราคาและเส้นทางให้ชัดก่อนขึ้น

💡
เคล็ดลับ: วางแผนให้ตรงเสาร์-อาทิตย์เพื่อได้เดินกาดกองต้าตอนเย็น กลางวันเดินเมืองเก่าและทำเวิร์กช็อปชามตราไก่ นั่งรถม้าช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่แดดอ่อนเพื่อลดภาระม้าและได้แสงสวย เลือกเจ้าที่ดูแลม้าดีมีจุดให้น้ำ ตกลงราคาและเส้นทางก่อนออกรถ ที่พักในเมืองเก่าจะเดินถึงทุกจุดได้ง่ายที่สุด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ทุกอย่างอยู่ในตัวเมืองริมน้ำวัง เดินถึงกันได้ เหมาะคนเวลาน้อยและไม่มีรถส่วนตัว
  • กาดกองต้าเป็นถนนคนเดินในอาคารเก่าที่มีของกิน งานคราฟต์ และบรรยากาศย้อนยุค
  • นั่งรถม้าเป็นสัญลักษณ์เมืองลำปางที่หาที่อื่นในไทยไม่ได้ เห็นเมืองเก่าแบบช้า ๆ
  • เวิร์กช็อปชามตราไก่ได้ของทำมือกลับบ้าน ปรับกิจกรรมตามเวลาที่มีได้ง่าย
⚠️ ข้อสังเกต
  • กาดกองต้าเปิดเฉพาะเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ มาวันธรรมดาจะไม่มีตลาด
  • รถม้าเป็นม้าทำงานจริงกลางแดดร้อน รีวิวบางส่วนบอกตรง ๆ ว่าไม่สบายใจกับการให้ม้าลากคน
  • ค่ารถม้าไม่ตายตัวและคิดต่อคัน ถ้าไม่ตกลงก่อนขึ้นอาจเจอราคาสูงกว่าที่ควร
3

สายธรรมชาติ — อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน แช่น้ำพุร้อน + น้ำตก

📍 อ.เมืองปาน จ.ลำปาง · ห่างตัวเมืองลำปางราว 70 กม. (ขับรถ ~1.5 ชม.) ทางเหนือของจังหวัด 🧭 เมืองปาน (เหนือตัวเมืองลำปาง)
ลำธารน้ำพุร้อนที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Jomis 9 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาเต็มวัน (ขับไป-กลับจากตัวเมือง ~3 ชม. + เดินชมน้ำตก บ่อน้ำพุร้อน และแช่ออนเซ็น)
ราคาโดยประมาณค่าเข้าอุทยานฯ ~฿100–200 (คนไทย/ต่างชาติต่างกัน) · ค่าบ่อแช่/ห้องแช่แยกต่างหากตามประเภท · มีบ้านพักอุทยานให้ค้างได้
👍 เหมาะสุดสำหรับสายพักผ่อน ครอบครัว และคนชอบธรรมชาติแบบไม่ต้องออกแรงหนัก อยากแช่น้ำพุร้อน เดินชมน้ำตก และสูดอากาศเย็นสบายรอบอุทยาน
แช่น้ำพุร้อนน้ำตกแจ้ซ้อนอากาศเย็นสบาย

ถ้าอยากพักจากวัดและเมืองเก่าไปอยู่กับธรรมชาติสักวัน สายแจ้ซ้อนคือคำตอบ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนอยู่ในอำเภอเมืองปาน ทางเหนือของตัวเมืองลำปางราว 70 กิโลเมตร จุดขายหลักคือบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีไอน้ำลอยกรุ่นตลอดวัน น้ำร้อนพอที่นักท่องเที่ยวนิยมเอาไข่ไปต้มในบ่อ และมีบริการแช่น้ำแร่ทั้งบ่อกลางแจ้งและห้องแช่ส่วนตัว จุดที่ทำให้แจ้ซ้อนต่างจากที่เที่ยวสายธรรมชาติอื่นในลำปางคือได้ทั้งน้ำพุร้อนและน้ำตกในที่เดียว เดินไม่ไกลก็เจอน้ำตกแจ้ซ้อนที่ไหลลงเป็นชั้น ๆ ท่ามกลางป่าเขียว บรรยากาศรวม ๆ ร่มรื่นและอากาศเย็นสบายกว่าในเมือง

สายนี้เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบไม่ต้องออกแรงหนัก ทางเดินในอุทยานส่วนใหญ่ราบและจัดไว้ดี พาเด็กและผู้สูงอายุไปได้สบายกว่าการขึ้นเขา หลายคนที่ไปมาชอบตรงที่ได้แช่เท้าหรือแช่ตัวในน้ำแร่อุ่น ๆ แล้วเดินชมน้ำตกต่อในทริปเดียว บางคนเลือกค้างคืนที่บ้านพักอุทยานเพื่อได้บรรยากาศเช้ามืดที่เงียบและเย็น

ข้อที่ต้องทำใจคือแจ้ซ้อนอยู่ไกลตัวเมือง ขับรถไป-กลับรวมแล้วกินเวลาเกือบทั้งวัน จึงควรกันทั้งวันให้สายนี้และไม่ควรอัดกับกิจกรรมอื่นในวันเดียวกัน คนไม่มีรถส่วนตัวเดินทางเองลำบากเพราะรถสาธารณะเข้าถึงน้อย ช่วงหน้าฝนน้ำตกสวยและน้ำเยอะแต่ทางเดินอาจลื่น ส่วนหน้าหนาวอากาศเย็นสบายและเหมาะกับการแช่น้ำร้อนที่สุด ควรเช็กค่าเข้าอุทยานและค่าบ่อแช่ล่วงหน้าเพราะคิดแยกส่วนกัน

💡
เคล็ดลับ: กันทั้งวันให้แจ้ซ้อนเพราะขับไป-กลับไกล อย่าอัดกับกิจกรรมอื่นในวันเดียว ไปหน้าหนาวจะได้อากาศเย็นสบายเหมาะกับการแช่น้ำร้อนที่สุด ลองเอาไข่ไปต้มในบ่อน้ำพุร้อนตามที่คนนิยม เตรียมชุดแช่และผ้าเช็ดตัวไปเอง เช็กค่าเข้าอุทยานกับค่าบ่อแช่ล่วงหน้าเพราะคิดแยกกัน คนไม่มีรถควรเหมารถหรือไปกับทัวร์
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้ทั้งน้ำพุร้อนธรรมชาติและน้ำตกในที่เดียว ต่างจากที่เที่ยวสายธรรมชาติอื่นในลำปาง
  • มีบ่อแช่กลางแจ้งและห้องแช่ส่วนตัว เอาไข่ไปต้มในบ่อน้ำร้อนได้ตามที่คนนิยม
  • ทางเดินส่วนใหญ่ราบและร่มรื่น พาเด็กและผู้สูงอายุไปได้สบายกว่าการขึ้นเขา
  • อากาศเย็นสบายกว่าในเมือง มีบ้านพักอุทยานให้ค้างคืนได้ถ้าอยากอยู่ยาว
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ไกลตัวเมืองราว 70 กม. ขับไป-กลับกินเวลาเกือบทั้งวัน ต้องกันทั้งวันให้สายนี้
  • คนไม่มีรถส่วนตัวเดินทางเองลำบาก รถสาธารณะเข้าถึงน้อย
  • หน้าฝนทางเดินอาจลื่น และค่าเข้าอุทยานกับค่าบ่อแช่คิดแยกส่วน ควรเช็กก่อนไป
4

สายผจญภัย-วิว — วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เจดีย์ขาวลอยฟ้า)

📍 ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง · ห่างตัวเมืองลำปางราว 65 กม. (ขับรถ ~1.5 ชม.) · ต่อรถท้องถิ่นขึ้นเขาจากลานจอด 🧭 แจ้ห่ม (เหนือตัวเมืองลำปาง)
เจดีย์สีขาวเรียงกันบนสันเขาหินปูนสูงชันเหนือทิวป่าเขียว ที่วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน–เต็มวันจากตัวเมือง (ขับไป-กลับ ~3 ชม. + ต่อรถขึ้นเขาและเดินบันได ~300 กว่าขั้น ระยะ ~1 กม. ราว 30 นาทีต่อขา + เวลาชมวิว)
ราคาโดยประมาณไม่มีค่าเข้าวัด (ทำบุญตามศรัทธา) · ค่ารถท้องถิ่นขึ้นเขา ~฿120/คน ไป-กลับ (ห้ามนำรถส่วนตัวขึ้น) · หากมากับทัวร์/เหมารถ ราคาขึ้นกับแพ็กเกจและจำนวนคน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบวิวภูเขาพาโนรามา อยากถ่ายเจดีย์ขาวเรียงบนสันหินปูนเหนือทะเลเมฆ และไม่กลัวการนั่งรถขึ้นเขาชันกับเดินบันไดขึ้นยอด เหมาะรวมเป็นจุดหนึ่งในทริปขับรถเที่ยวลำปางฝั่งแจ้ห่ม
เจดีย์ขาวลอยฟ้าวิวสันเขาหินปูนต่อรถขึ้นเขาชัน

สายผจญภัย-วิวคือแนวสำหรับคนที่อยากได้ภาพจำแบบไม่เหมือนใครและไม่กลัวการออกแรง จุดหมายคือวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือที่คนเรียกติดปากว่าวัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง อยู่ในอำเภอแจ้ห่มทางเหนือของตัวเมืองราว 65 กิโลเมตร ภาพจำของที่นี่คือเจดีย์สีขาวองค์เล็ก ๆ เรียงกันบนสันเขาหินปูนที่ยื่นออกไปกลางอากาศ เวลามีหมอกหรือเมฆลอยต่ำจะดูเหมือนเจดีย์ลอยเหนือทะเลเมฆ จุดชมวิวอยู่สูงราว 815 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองลงไปเห็นหุบเขาและผืนป่าเขียวกว้างไกล บนยอดยังมีรอยพระพุทธบาทให้สักการะ เป็นทั้งจุดชมวิวและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกัน

การขึ้นไปถึงเจดีย์ต้องวางแผนสักหน่อย เพราะทางวัดไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขึ้นเขา ต้องจอดที่ลานด้านล่างแล้วต่อรถท้องถิ่นของชาวบ้าน คิดค่าบริการราว 120 บาทต่อคนไป-กลับ รถจะพาไต่ทางขึ้นเขาที่ชันและแคบไปส่งลานด้านบน จากนั้นยังต้องเดินบันไดต่ออีกราว 300 กว่าขั้น ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงจุดที่เห็นเจดีย์เต็มตา ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและเตรียมน้ำดื่มไปด้วย เวลาที่วิวสวยและอากาศเย็นสบายที่สุดคือช่วงเช้าและหน้าหนาว ซึ่งมีโอกาสเจอทะเลหมอกมากกว่าช่วงอื่น

สิ่งที่อยากบอกกันตรง ๆ ก่อนตัดสินใจคือ ที่นี่ไม่เหมาะกับทุกคนเท่ากัน คนที่กลัวความสูงอาจรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่ตอนนั่งรถไต่เขาที่ทางแคบและลาดชัน ไปจนถึงตอนยืนบนสันหินแคบ ๆ ริมหน้าผาที่ไม่มีราวกันตกรอบด้าน จุดถ่ายรูปยอดฮิตหลายมุมอยู่บนขอบผาจริง ๆ จึงต้องระวังการทรงตัวและดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ช่วงวันหยุดยาวคนเยอะ ต้องรอคิวรถขึ้นเขาและคิวถ่ายรูป ส่วนหน้าฝนทางดินลื่นและวิวมักถูกเมฆบัง ใครเดินบันไดยาว ๆ ไม่ไหวหรือมีปัญหาเข่าควรประเมินร่างกายก่อน เพราะช่วงเดินเท้าเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเตรียมตัวมาดีและไปถูกช่วงเวลา ที่นี่ให้วิวภูเขาแบบที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในลำปาง

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าหรือหน้าหนาวเพื่อลุ้นทะเลหมอกและเลี่ยงแดดแรงระหว่างเดินบันได จอดรถที่ลานล่างแล้วต่อรถท้องถิ่น (~฿120 ไป-กลับ) ห้ามนำรถส่วนตัวขึ้น เตรียมน้ำดื่มและรองเท้าที่เกาะพื้นดีเพราะต้องเดินบันได ~300 กว่าขั้น คนกลัวความสูงและผู้มีปัญหาเข่าควรประเมินตัวเองก่อน บนจุดชมวิวเป็นสันหินริมผาไม่มีราวกันตก ต้องระวังการทรงตัวและดูแลเด็กใกล้ชิด เลี่ยงวันหยุดยาวถ้าไม่อยากรอคิวนาน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • วิวเจดีย์ขาวเรียงบนสันเขาหินปูนลอยฟ้า มองเห็นทิวเขาและผืนป่ากว้างไกล ช่วงเช้าหน้าหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอก
  • เป็นทั้งจุดชมวิวและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรอยพระพุทธบาทให้สักการะบนยอด ไม่มีค่าเข้าวัด
  • ค่ารถท้องถิ่นขึ้นเขาไม่แพง (~฿120 ไป-กลับ) รวมเป็นจุดแวะในทริปขับรถเที่ยวฝั่งแจ้ห่มได้
  • บรรยากาศเงียบสงบเป็นธรรมชาติ ต่างจากวัดในเมือง เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพและสูดอากาศภูเขา
⚠️ ข้อสังเกต
  • ห้ามนำรถส่วนตัวขึ้น ต้องต่อรถท้องถิ่นไต่ทางเขาที่ชันและแคบ คนเมารถหรือกลัวความสูงอาจไม่สบายใจ
  • ต้องเดินบันไดขึ้นยอดราว 300 กว่าขั้น ระยะ ~1 กม. บางช่วงเป็นทางดินลาดชัน ไม่เหมาะคนเดินไม่ไหวหรือมีปัญหาเข่า
  • จุดชมวิวเป็นสันหินริมผาไม่มีราวกันตก ต้องดูแลเด็กใกล้ชิด และหน้าฝนทางลื่นวิวมักถูกเมฆบัง

สรุปสั้น ๆ เที่ยวลำปางสายไหนดี

ชอบสถาปัตยกรรมและความสงบ เลือกสายวัดล้านนา เริ่มเช้าที่วัดพระธาตุลำปางหลวงเพื่อดูเงาพระธาตุกลับหัว แล้วต่อวัดพระแก้วดอนเต้าในเมือง ต้องมีรถหรือไปกับทัวร์เพราะวัดหลักอยู่นอกเมือง

เวลาน้อย ไม่มีรถ อยากเดินชิลและงานคราฟต์ เลือกสายเมืองเก่า-คราฟต์ เดินกาดกองต้า นั่งรถม้า และลองเวิร์กช็อปชามตราไก่ได้ในตัวเมือง แค่วางแผนให้ตรงเสาร์-อาทิตย์ที่กาดกองต้าเปิด

อยากพักผ่อนกับธรรมชาติแบบไม่ต้องออกแรงหนัก เลือกสายแจ้ซ้อน ได้ทั้งแช่น้ำพุร้อนและชมน้ำตกในที่เดียว แต่ต้องกันทั้งวันเพราะขับไป-กลับไกล

ไม่กลัวความสูงและอยากได้วิวจำได้ไปนาน เลือกสายวิวเขาที่วัดเฉลิมพระเกียรติ เจดีย์ขาวบนสันหินปูนคือภาพที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แต่ต้องต่อรถขึ้นเขาและเดินบันไดยาว ไม่เหมาะคนเดินไม่ไหว

🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ทัวร์เมืองและเวิร์กช็อปเซรามิกคิวเยอะช่วงวันหยุด จองล่วงหน้าสะดวกกว่า

ดูกิจกรรมลำปางทั้งหมดบน Klook

เที่ยวลำปาง พักที่ไหนดี?

เลือกที่พักในเมืองเก่า/ริมน้ำวัง เดินเที่ยวสะดวกและเป็นฐานออกทริปนอกเมือง เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda

จัดทริปยังไงให้ครบทุกสาย

ถ้ามี 2 วัน แนะนำวันแรกอยู่ในเมือง — สายเมืองเก่า-คราฟต์ เดินเมืองเก่า นั่งรถม้า ทำเวิร์กช็อปชามตราไก่ แล้วเย็นเก็บกาดกองต้าถ้าตรงเสาร์-อาทิตย์ ผสมกับวัดพระแก้วดอนเต้าที่อยู่ริมน้ำวัง วันที่สองออกนอกเมือง เลือกระหว่างสายวัดล้านนาที่วัดพระธาตุลำปางหลวง สายธรรมชาติที่แจ้ซ้อน หรือสายวิวเขาที่วัดเฉลิมพระเกียรติ ตามแรงและความชอบ ถ้ามีวันที่สามค่อยเก็บอีกสายที่เหลือ จะได้ครบทั้งวัด คราฟต์ ธรรมชาติ และวิวเขา

เลือกสไตล์เที่ยวลำปางที่ใช่แล้ว อย่าลืมจองที่พักทำเลดีไว้เป็นฐานออกทริป ดูโรงแรมที่เทียบราคาให้แล้วได้ที่นี่

ดูโรงแรมลำปางทำเลดี →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวลำปางแบบไหนเหมาะกับคนไม่มีรถ?

สายเมืองเก่า-คราฟต์เหมาะที่สุด เพราะกาดกองต้า รถม้า และเวิร์กช็อปชามตราไก่อยู่ในตัวเมืองริมน้ำวังและเดินถึงกันได้ ส่วนวัดพระแก้วดอนเต้าก็อยู่ในเมืองเช่นกัน ถ้าอยากไปสายวัดล้านนาที่วัดพระธาตุลำปางหลวง สายธรรมชาติแจ้ซ้อน หรือสายวิวเขาที่วัดเฉลิมพระเกียรติ ควรเช่ารถ เหมารถ หรือไปกับทัวร์ เพราะทั้งสามสายอยู่นอกเมืองและรถสาธารณะเข้าถึงน้อย

มีเวลาแค่ครึ่งวันในลำปาง ควรเลือกสายไหน?

ถ้ามีครึ่งวันและอยู่ในเมือง สายเมืองเก่า-คราฟต์คุ้มที่สุด เดินเมืองเก่า นั่งรถม้ารอบสั้น และแวะวัดพระแก้วดอนเต้าได้สบาย ถ้าตรงเย็นเสาร์-อาทิตย์ก็ต่อกาดกองต้าได้ ส่วนสายวัดล้านนา สายธรรมชาติ และสายวิวเขาต้องกันเวลาครึ่งวันถึงเต็มวันเพราะต้องเดินทางออกนอกเมือง ไม่เหมาะกับคนที่มีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง

สายวิวเขาที่วัดเฉลิมพระเกียรติเหนื่อยไหม เหมาะกับใคร?

ค่อนข้างใช้แรง เพราะต้องต่อรถท้องถิ่นไต่ทางเขาชันแล้วเดินบันไดขึ้นยอดราว 300 กว่าขั้น ระยะประมาณ 1 กิโลเมตร จุดชมวิวเป็นสันหินริมผาไม่มีราวกันตก จึงเหมาะกับคนที่เดินไหว ไม่กลัวความสูง และไม่มีปัญหาเข่า ไม่แนะนำสำหรับคนที่เดินขึ้นบันไดยาว ๆ ไม่ได้หรือกลัวที่สูง ควรไปช่วงเช้าและหน้าหนาวเพื่อวิวสวยและอากาศเย็น

สายธรรมชาติแจ้ซ้อนกับสายวิวเขา ต่างกันอย่างไร?

สายแจ้ซ้อนเน้นพักผ่อน ทางเดินราบและร่มรื่น ได้แช่น้ำพุร้อนและชมน้ำตก เหมาะกับครอบครัวและผู้สูงอายุที่ไม่อยากออกแรงหนัก ส่วนสายวิวเขาที่วัดเฉลิมพระเกียรติเน้นความท้าทาย ต้องต่อรถขึ้นเขาและเดินบันไดชัน แลกกับวิวเจดีย์ขาวบนสันหินปูนที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ทั้งสองสายอยู่ไกลเมืองและควรกันเวลาครึ่งวันถึงเต็มวัน

เที่ยวลำปางเดือนไหนดีที่สุด?

หน้าหนาว (พ.ย.-ก.พ.) เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับทุกสาย อากาศเย็นสบายเหมาะเดินเมืองและวัด สายวิวเขามีโอกาสเจอทะเลหมอก และสายแจ้ซ้อนแช่น้ำพุร้อนแล้วรับอากาศเย็นได้เต็มที่ ส่วนหน้าร้อนอาจมีปัญหาหมอกควันช่วงมี.ค.-เม.ย. และหน้าฝนน้ำตกสวยแต่ทางขึ้นวัดบนเขาลื่น ควรเช็กสภาพอากาศก่อนไป

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →