🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
ก่อนเลือกว่าจะไปภูไหน ลองตอบตัวเองสามข้อก่อน คือ รับการเดินขึ้นเขานาน ๆ ได้แค่ไหน อยากค้างคืนบนยอดหรืออยากไป-กลับเช้าเดียว และจะไปช่วงไหนของปี เพราะทะเลหมอกในเลยเห็นชัดเฉพาะหน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ส่วนภูกระดึงยังปิดพักฟื้นป่าช่วงหน้าฝนอีก ถ้าวางแผนผิดฤดูอาจไปไม่ได้หรือไม่เจอหมอกเลย
สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าอยากพิชิตเส้นทางเดินป่าจริงจังและนอนบนยอดเขา ภูกระดึงคือหมุดหมาย ถ้าอยากได้ทะเลหมอกและอากาศหนาวแบบไม่ต้องเดินหนักให้เลือกภูเรือที่ขับรถขึ้นได้ ถ้าอยากได้ภาพภูทรงคล้ายฟูจิลอยเหนือหมอกโดยนั่งรถท้องถิ่นขึ้น ภูป่าเปาะเหมาะที่สุด และถ้าอยากเดินชมหินปูนแปลกตาแบบเบา ๆ มีไกด์พาเดิน สวนหินผางามคือตัวเลือกที่สบายที่สุด ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพรวม แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละที่
| สถานที่ | แนวการเที่ยว | ความยาก | ฤดูที่ดีที่สุด | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|
| ภูกระดึง | เดินป่าขึ้นเขา ~9 กม. ค้างคืนบนยอด | หนัก (ต้องฟิต) | ต.ค.–พ.ค. (ปิดหน้าฝน) | สายเดินป่า-แคมป์ ร่างกายพร้อม |
| ภูเรือ | ขับรถขึ้นยอด ทะเลหมอก-อากาศหนาว | ง่าย (ไม่ต้องเดินหนัก) | พ.ย.–ก.พ. (หน้าหนาว) | ครอบครัว ผู้สูงอายุ สายชิลอากาศเย็น |
| ภูป่าเปาะ | นั่งรถอีแต๊กขึ้นชมวิว ภูทรงฟูจิ-ทะเลหมอก | ง่าย–ปานกลาง (เดินสั้น) | พ.ย.–ก.พ. (เช้าตรู่) | สายถ่ายรูป คู่รัก ครอบครัว |
| สวนหินผางาม | เดินชมเขาวงกตหินปูน มีไกด์พาเดิน | ปานกลาง (เดินเลาะหิน) | ปลายฝน–หน้าหนาว (มิ.ย.–ก.พ.) | คนอยากเดินเบา ๆ ชมหินแปลกตา |
ภูกระดึง — เดินป่าขึ้นเขา ~9 กม. ค้างคืนบนยอด ผาหล่มสัก มีลูกหาบ
ภูกระดึงคือจุดที่หนักที่สุดในสี่ที่ และเป็นตัวเลือกของคนที่อยากได้ประสบการณ์เดินป่าเต็มตัว จุดเด่นไม่ใช่แค่วิวบนยอด แต่เป็นการเดินเท้าขึ้นไปเองราวเก้ากิโลเมตรกว่าจะถึงที่พัก ทางขึ้นช่วงแรกจากที่ทำการอุทยานยาวราวห้ากิโลเมตรครึ่ง เป็นทางชันสลับบันไดหินและรากไม้จนถึงจุดที่เรียกว่าหลังแป จากนั้นยังต้องเดินบนที่ราบยอดต่ออีกราวสามกิโลเมตรครึ่งกว่าจะถึงศูนย์วังกวางที่เป็นลานกางเต็นท์และบ้านพัก บนยอดเป็นที่ราบกว้างมีทุ่งหญ้า ป่าสน ลำธาร และจุดชมวิวหลายแห่ง ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดคือผาหล่มสักซึ่งเป็นหน้าผายื่นเหนือทะเลภูเขา จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยจุดหนึ่งของไทย และผานกแอ่นสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า
สิ่งที่ทำให้ภูกระดึงต่างจากภูอื่นในเลยคือระบบลูกหาบ นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเองด้วยสัมภาระเบา ๆ ส่วนของหนักอย่างเต็นท์ ถุงนอน อาหาร และกระเป๋าจ้างลูกหาบชาวบ้านแบกขึ้นไปให้ที่วังกวาง คิดค่าจ้างตามน้ำหนักเป็นกิโลกรัม จึงควรชั่งของและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกก่อนเพื่อคุมค่าใช้จ่าย ทริปภูกระดึงจึงมักเป็นอย่างน้อยสองวันหนึ่งคืน วันแรกเดินขึ้นและพักบนยอด วันรุ่งขึ้นเดินเที่ยวจุดชมวิวรอบที่ราบก่อนเดินลง หลายคนต่อเป็นสามวันเพื่อเก็บน้ำตกและผาให้ครบโดยไม่ต้องเร่ง เพราะระยะทางบนยอดระหว่างจุดต่าง ๆ ก็ไกลพอสมควร
สิ่งที่ต้องบอกกันตรง ๆ ก่อนตัดสินใจคือการเดินขึ้นหนักจริง ทางชันช่วงใกล้หลังแปเล่นเอาหลายคนหอบและใช้เวลาห้าถึงเจ็ดชั่วโมง คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายควรฝึกเดินและเตรียมสภาพร่างกายล่วงหน้า ใส่รองเท้าเกาะพื้นดีและพกน้ำให้พอ ตลอดทางมีจุดพักและร้านขายน้ำเป็นระยะช่วยได้มาก อีกเรื่องคือฤดูกาล อุทยานเปิดให้ขึ้นราวเดือนตุลาคมถึงพฤษภาคม และปิดพักฟื้นป่าช่วงหน้าฝนประมาณมิถุนายนถึงกันยายน จึงต้องเช็กวันเปิด-ปิดและจองที่พักหรือลานกางเต็นท์ล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงหยุดยาวและปลายปีที่คนแน่นมาก ที่พักบนยอดเป็นแบบพื้นฐาน หน้าหนาวหนาวจัด และถ้าเข่าหรือหัวใจมีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะทั้งขาขึ้นและขาลงกดดันข้อเข่าไม่น้อย
- ได้พิชิตเส้นทางเดินขึ้นเขาระดับตำนานของไทย บรรยากาศบนที่ราบยอดกว้างขวางทั้งทุ่งหญ้า ป่าสน และลำธาร
- ผาหล่มสักเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยจุดหนึ่ง และผานกแอ่นชมพระอาทิตย์ขึ้น คุ้มค่ากับที่เดินขึ้นไป
- มีระบบลูกหาบให้จ้างแบกสัมภาระหนักขึ้นยอด นักเดินจึงขึ้นได้ด้วยกระเป๋าเบา และตลอดทางมีจุดพักกับร้านน้ำเป็นระยะ
- บนยอดมีบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร และจุดเช่าเครื่องนอน จัดทริปแคมป์ 2-3 วันได้สะดวก
- เดินขึ้นหนักมาก ทางชันใช้เวลา 5-7 ชม. ระยะรวมราว 9 กม. คนไม่ฟิตหรือมีปัญหาเข่า-หัวใจจะลำบาก ไม่เหมาะกับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
- เปิดตามฤดู (ราว ต.ค.-พ.ค.) ปิดพักฟื้นป่าหน้าฝน ต้องเช็กวันเปิด-ปิดและจองที่พัก/ลานกางเต็นท์ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวที่คนแน่น
- ค่าลูกหาบคิดตามน้ำหนักเป็นกิโล ถ้าของเยอะราคาบานปลายได้ และที่พักบนยอดเป็นแบบพื้นฐาน หน้าหนาวอากาศหนาวจัด
ภูเรือ — ขับรถขึ้นยอด ทะเลหมอกยามเช้า จุดหนาวสุดของไทย
ถ้าอยากได้ทะเลหมอกและอากาศหนาวแต่ไม่อยากเดินขึ้นเขาเป็นวัน ภูเรือคือคำตอบที่ตรงข้ามกับภูกระดึงเลย เพราะขับรถขึ้นได้จนเกือบถึงยอดที่สูงราวหนึ่งพันสามร้อยหกสิบห้าเมตรจากระดับน้ำทะเล จุดที่คนตั้งใจมาคือการรอชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอกในเช้ามืดหน้าหนาว เมื่อฟ้าเริ่มสาง ไอหมอกจะลอยคลุมหุบเขาด้านล่างแล้วค่อย ๆ เปิดออกพร้อมแสงแรกของวัน บนยอดยังมีจุดชมวิวและลานหินหลายแห่งให้เดินเล่นถ่ายรูป เช่น หน้าผาสัมพันธ์และผาโหล่นน้อย ชื่อเสียงอีกอย่างของภูเรือคือเป็นจุดที่อากาศหนาวที่สุดแห่งหนึ่งของไทย บางปีอุณหภูมิลดต่ำจนเกิดแม่คะนิ้งบนยอดหญ้า
ช่วงที่คนนิยมขึ้นมากที่สุดคือปลายฝนต้นหนาวจนถึงหน้าหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศเย็นสบายและมีโอกาสเจอทะเลหมอกสูง เดินทางได้ทั้งขับรถส่วนตัวขึ้นเอง หรือเหมารถ-จองทัวร์จากตัวเมืองเลยและเชียงคานที่มักจับคู่ภูเรือกับที่เที่ยวใกล้เคียง ผู้ที่อยากอยู่รับเช้ามืดบนยอดนิยมกางเต็นท์หรือพักบ้านพักในเขตอุทยานฯ ซึ่งต้องจองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน การเข้าเขตอุทยานฯ มีค่าธรรมเนียมตามอัตราของกรมอุทยานฯ คนไทยและต่างชาติจ่ายคนละราคาและคิดค่านำรถเข้าเพิ่ม ควรเตรียมเงินสดส่วนนี้ไว้
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมา คือหน้าหนาวบนยอดภูเรือหนาวจัดจริง โดยเฉพาะเช้ามืดที่ลมแรง อุณหภูมิอาจลงใกล้ศูนย์องศาในบางวัน ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ หมวก และถุงมือไปให้พร้อม ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลหน้าหนาวคนขึ้นเยอะมาก รถติดสะสมตั้งแต่ทางขึ้นจนถึงจุดจอด และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นก็แน่นจนต้องไปจับที่แต่เนิ่น ๆ ทะเลหมอกเองก็ไม่การันตีทุกวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ บางเช้าฟ้าโปร่งไม่มีหมอกหรือมีเมฆบัง นอกจากนี้ถนนช่วงขึ้นยอดบางตอนแคบและชัน คนขับควรคุ้นกับการขับทางเขาและเช็กสภาพรถ โดยเฉพาะเบรก ก่อนขึ้น
- ขับรถขึ้นได้เกือบถึงยอด ได้วิวบนที่สูงและทะเลหมอกยามเช้าโดยไม่ต้องเดินเทรกหนัก เหมาะกับครอบครัวและผู้สูงอายุ
- เป็นจุดที่อากาศหนาวที่สุดแห่งหนึ่งของไทย หน้าหนาวเย็นจัด บางปีเจอแม่คะนิ้ง เหมาะกับคนตามล่าอากาศหนาว
- มีจุดชมวิวและลานหินหลายจุดบนยอดให้เดินเล่นถ่ายรูป เช่น หน้าผาสัมพันธ์และผาโหล่นน้อย
- จับคู่กับที่เที่ยวใกล้เคียงอย่างภูป่าเปาะและไร่องุ่นในอำเภอภูเรือได้ในทริปเดียว มีบ้านพัก-ลานกางเต็นท์ให้ค้างรับเช้ามืด
- หน้าหนาวบนยอดหนาวจัดและลมแรง เช้ามืดอุณหภูมิอาจลงใกล้ศูนย์องศา ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ ไปเอง
- ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลหน้าหนาวคนเยอะมาก รถติดตั้งแต่ทางขึ้น และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นแน่นจนต้องไปจับที่แต่เช้ามืด
- ทะเลหมอกไม่การันตีทุกวันขึ้นกับอากาศ มีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ และค่านำรถเข้าแยก ถนนขึ้นยอดบางช่วงแคบและชัน
ภูป่าเปาะ (ฟูจิเมืองเลย) — นั่งรถอีแต๊กท้องถิ่นขึ้นชมภูทรงคล้ายฟูจิเหนือทะเลหมอก
ภูป่าเปาะได้ฉายา “ฟูจิเมืองเลย” เพราะเวลามองจากจุดชมวิวจะเห็นภูหอ ภูเขายอดตัดของอำเภอภูหลวงตั้งอยู่ไกล ๆ เมื่อมีทะเลหมอกลอยคลุมฐานภูในเช้าหน้าหนาว ทรงของภูหอที่โผล่พ้นหมอกจะดูคล้ายภูเขาไฟฟูจิของญี่ปุ่นจนกลายเป็นภาพจำของที่นี่ ตัวภูป่าเปาะอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน ห่างจากตัวเมืองเลยราว 45 กิโลเมตร บนภูมีจุดชมวิวทั้งหมด 4 จุด แต่ละจุดห่างกันราว 200-300 เมตร คนส่วนใหญ่นิยมขึ้นไปถึงจุดที่ 4 ซึ่งเห็นวิวรอบทิศ และเป็นมุมที่ถ่ายภูหอกับทะเลหมอกได้สวยที่สุด
จุดที่ทำให้ภูป่าเปาะต่างจากภูกระดึงและภูเรืออย่างชัดเจนคือวิธีขึ้นภู เพราะทางขึ้นชันและเป็นดินลูกรัง รถทั่วไปขึ้นเองไม่สะดวก ต้องนั่งรถอีแต๊กของวิสาหกิจชุมชนบ้านผาหวายที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้บริการ ค่าบริการอยู่ที่ราวคนละหกสิบบาทสำหรับผู้ใหญ่และสี่สิบบาทสำหรับเด็ก นั่งได้ราวเจ็ดถึงเก้าคนต่อคัน เงินส่วนนี้กลับเข้าชุมชนโดยตรง ใครไม่อยากขับรถเองจากตัวเมืองก็มีทัวร์แบบเหมารวมรับส่งให้เลือก ช่วงเวลาที่คุ้มที่สุดคือไปให้ถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะทะเลหมอกจะหนาที่สุดตอนเช้ามืดแล้วค่อย ๆ จางเมื่อแดดขึ้น หากไปสายเกินไปมักเหลือแต่วิวภูเขาโล่ง ๆ ไม่มีหมอกให้ถ่าย
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือทะเลหมอกเป็นปรากฏการณ์ตามฤดูกาล เห็นชัดเฉพาะช่วงหน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และเฉพาะเช้าตรู่ที่อากาศเอื้อ บางวันแม้เป็นหน้าหนาวก็อาจไม่มีหมอกเลย จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะเจอทุกครั้ง หน้าฝนและหน้าร้อนยังขึ้นไปชมวิวเขียว ๆ กับทุ่งได้ แต่โอกาสเจอหมอกน้อยลงมาก อีกเรื่องคือช่วงไฮซีซันหน้าหนาวคนขึ้นภูเยอะ ต้องรอคิวรถอีแต๊กและจุดชมวิวที่ 4 ค่อนข้างแน่น การไปวันธรรมดาหรือไปให้เช้ากว่าคนอื่นจะช่วยได้มาก บนภูอากาศเย็นและลมแรง ควรเตรียมเสื้อกันหนาว และสวมรองเท้าที่เดินทางดินลูกรังได้สะดวก
- เห็นภูหอยอดตัดทรงคล้ายฟูจิลอยเหนือทะเลหมอกในเช้าหน้าหนาว เป็นมุมถ่ายรูปที่หาที่อื่นเทียบยาก
- ไม่ต้องเดินป่าไกล นั่งรถอีแต๊กขึ้นถึงใกล้จุดชมวิว เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและผู้สูงอายุ
- ค่ารถขึ้นภูไม่แพงและเงินกลับเข้าชุมชนบ้านผาหวายโดยตรง เป็นการท่องเที่ยวที่หนุนคนในพื้นที่
- จุดชมวิวมี 4 จุด จุดที่ 4 เห็นวิวรอบทิศ เลือกมุมถ่ายภูหอกับทุ่งได้หลายแบบ
- ทะเลหมอกเห็นชัดเฉพาะเช้าตรู่หน้าหนาว (พ.ย.-ก.พ.) บางวันไม่มีหมอกเลย ไม่ควรคาดหวังว่าจะเจอทุกครั้ง
- ต้องนั่งรถอีแต๊กของชุมชนขึ้นเท่านั้น เพราะทางชันและเป็นดินลูกรัง ขับรถเองขึ้นไม่สะดวก
- หน้าหนาวคนเยอะ ต้องรอคิวรถและจุดชมวิวที่ 4 ค่อนข้างแน่นช่วงพระอาทิตย์ขึ้น
สวนหินผางาม (คุนหมิงเมืองเลย) — เดินชมเขาวงกตหินปูน มีไกด์ท้องถิ่นพาเดิน
สวนหินผางามได้ฉายาว่า “คุนหมิงเมืองเลย” เพราะเป็นพื้นที่ป่าหินปูนที่ยอดหินแหลมคมโผล่ขึ้นมาเป็นแนวคล้ายป่าหินที่เมืองคุนหมิงของจีน อยู่ในอำเภอหนองหิน แถบเดียวกับภูป่าเปาะ จุดเด่นคือได้เดินลัดเลาะไปตามช่องหินและซอกหินที่เรียงตัวซับซ้อนจนคล้ายเขาวงกต สลับกับต้นไม้และเถาวัลย์ที่ขึ้นแทรกตามซอก บรรยากาศร่มครึ้มต่างจากการขึ้นภูโล่ง ๆ อย่างภูเรือหรือภูป่าเปาะ ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากได้กิจกรรมกลางแจ้งแบบเดินเบา ๆ ชมความแปลกของหิน ไม่ต้องปีนป่ายหรือเดินขึ้นเขาชันเป็นวันเหมือนภูกระดึง
สิ่งที่ทำให้สวนหินผางามต่างจากอีกสามที่คือระบบไกด์ท้องถิ่น เพราะเส้นทางในสวนหินคดเคี้ยวและมีช่องหินแคบหลายจุดจนหลงได้ง่าย ทางสวนจึงให้ชาวบ้านในพื้นที่นำทางเป็นรอบ ๆ ไกด์จะพาเดินตามเส้นทางที่ปลอดภัย เล่าเรื่องหินและจุดถ่ายรูป และคอยช่วยตรงช่วงที่ต้องมุดหรือปีนข้ามหินเตี้ย ๆ ค่าเข้าและค่าบำรุงสถานที่ไม่แพง ส่วนค่าไกด์มักคิดเป็นกลุ่มต่อรอบ จึงคุ้มกว่าถ้ามากันหลายคน หลายคนนิยมเที่ยวสวนหินผางามต่อกับภูป่าเปาะในทริปเดียว เพราะอยู่ใกล้กัน โดยขึ้นภูป่าเปาะดูทะเลหมอกตอนเช้ามืดแล้วค่อยมาเดินสวนหินตอนสายที่แดดยังไม่แรงมาก
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตรง ๆ คือถึงจะไม่ใช่การเดินป่าหนัก แต่เส้นทางในสวนหินก็มีช่วงที่ต้องเลาะช่องหินแคบ ก้มมุด และเดินบนพื้นต่างระดับที่อาจลื่นได้ ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังหัวกับเข่า คนที่ตัวใหญ่หรือกลัวที่แคบอาจรู้สึกอึดอัดในบางช่วง ช่วงหน้าฝนหินและพื้นดินจะลื่นกว่าปกติ ต้องเดินระวังมากขึ้น ส่วนหน้าร้อนกลางวันจะร้อนและอบในซอกหิน แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือปลายฝนต้นหนาวที่อากาศกำลังดี พกน้ำติดตัว และควรเดินตามไกด์ตลอด ไม่แยกออกไปเองเพราะทางในสวนหินหลงง่ายจริง
- ได้เดินชมป่าหินปูนแปลกตาแบบเขาวงกต บรรยากาศร่มครึ้มต่างจากการขึ้นภูโล่ง ๆ อย่างภูเรือหรือภูป่าเปาะ
- เดินไม่หนักเท่าภูกระดึง เหมาะกับคนที่อยากได้กิจกรรมกลางแจ้งเบา ๆ ชมความแปลกของหิน
- มีไกด์ท้องถิ่นนำทางเป็นรอบ ช่วยไม่ให้หลงและเล่าเรื่องหินกับจุดถ่ายรูป ค่าเข้าและค่าไกด์ไม่แพงเมื่อหารกันหลายคน
- อยู่ใกล้ภูป่าเปาะ เที่ยวต่อกันในทริปครึ่งวัน-เต็มวันได้สะดวก
- แม้ไม่ใช่เดินป่าหนัก แต่มีช่วงเลาะช่องหินแคบ ก้มมุด และพื้นต่างระดับที่ลื่นได้ คนตัวใหญ่หรือกลัวที่แคบอาจอึดอัด
- หน้าฝนหินและพื้นดินลื่นกว่าปกติ ต้องเดินระวังมากขึ้น ส่วนกลางวันหน้าร้อนอบและร้อนในซอกหิน
- ทางในสวนหินหลงง่าย ควรเดินตามไกด์ตลอดและไม่แยกออกไปเอง
สรุปสั้น ๆ เลือกไปที่ไหนดี
อยากเดินป่าจริงจังและนอนบนยอดเขา ไปภูกระดึง แต่ต้องฟิตพอเพราะเดินขึ้น ~9 กม. ใช้เวลา 5-7 ชม. ไปได้เฉพาะ ต.ค.-พ.ค. (ปิดหน้าฝน) และควรจองที่พัก/เต็นท์บนยอดล่วงหน้า
อยากได้ทะเลหมอกและอากาศหนาวแบบไม่ต้องเดินหนัก เลือกภูเรือ ขับรถขึ้นถึงยอดได้ เหมาะกับครอบครัวและผู้สูงอายุ ไปหน้าหนาว (พ.ย.-ก.พ.) แล้วตื่นก่อนตี 5 ไปรอพระอาทิตย์ขึ้น
อยากได้ภาพภูทรงฟูจิลอยเหนือหมอกและเที่ยวเบา ๆ ไปภูป่าเปาะ นั่งรถอีแต๊กของชุมชนขึ้น ถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะเจอหมอกหนาที่สุด เห็นชัดเฉพาะเช้าหน้าหนาว
อยากเดินชมหินปูนแปลกตาแบบสบาย ๆ มีคนนำทาง ไปสวนหินผางาม เดินเลาะเขาวงกตหินกับไกด์ท้องถิ่น เที่ยวต่อกับภูป่าเปาะได้เพราะอยู่ใกล้กัน แค่สวมรองเท้าเกาะพื้นดีและระวังช่องหินแคบ
จองกิจกรรม & ที่พักล่วงหน้า
หน้าหนาวคนเที่ยวเลยเยอะ ที่พักและทัวร์เต็มไว จองออนไลน์ล่วงหน้าสะดวกกว่า
เที่ยวภูเมืองเลย พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักทำเลดีเป็นฐานออกทริปภูเขา เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaรู้ก่อนเลือกภู
จุดเที่ยวธรรมชาติของเลยอยู่กันคนละมุมจังหวัด ภูกระดึงอยู่ทางใต้ของจังหวัด ส่วนภูเรือ ภูป่าเปาะ และสวนหินผางามอยู่ทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือ ถ้ามีเวลา 2-3 วันแนะนำแบ่งเป็นโซน วันหนึ่งเก็บภูเรือ-ภูป่าเปาะ-สวนหินผางามที่อยู่ใกล้กัน แล้วเผื่ออีก 2 วันสำหรับภูกระดึงแยกทริปถ้าฟิตพอ ทะเลหมอกทุกจุดเห็นชัดเฉพาะเช้ามืดหน้าหนาว (พ.ย.-ก.พ.) และไม่การันตีทุกวัน ควรมีรถหรือเช่ารถเพื่อเชื่อมจุดต่าง ๆ และจองที่พักล่วงหน้าในหน้าหนาว
เลือกภูที่ใช่แล้ว อย่าลืมจองที่พักทำเลดีไว้เป็นฐานออกทริป ดูที่พักเลย/เชียงคานที่เทียบราคาให้แล้วได้ที่นี่
ดูที่พักเลย/เชียงคาน →